Fic BTS In Relation... KookJin, VGa, MonHope

ตอนที่ 50 : Special Part IV

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 828
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    23 ส.ค. 61

Special Part IV

 

คนเราจะมีความอดทนได้นานแค่ไหนกัน

 

เขาถือว่าเขาอดทนมากแล้วนะ ที่ยังทนมาจนถึงตอนนี้ แถมยังให้โอกาสอีกฝ่ายมาถึงสองครั้งแล้วด้วย

 

แต่ในครั้งนี้ คิดว่าไงดีล่ะ

 

เรื่องความรักกับความอดทนน่ะ จะบอกว่ามันเป็นคนละเรื่อง มันก็ไม่ใช่เสียทีเดียว

 

        “เลิกมั้ย ถ้าเป็นขนาดนี้แล้วก็เลิกกันเถอะ”

        “พี่อยากเลิกงั้นเหรอ” เสียงทุ้มของใครบางคนตอบกลับประโยคนั้นเสียงแผ่ว ก่อนที่เสียงของเขาจะดังขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราด “พี่อยากเลิกกับผมเพื่อไปหาไอ้หมอนั่นใช่มั้ย!! ถ้างั้นผมไม่ให้ไปหรอก! ยังไงพี่ก็ต้องเป็นของผมคนเดียว!!

        “นี่! พี่ก็บอกแล้วไงว่าพี่กับคุณซีวอนไม่ได้มีอะไรทั้งนั้น นายนั่นแหละ กับยัยเลขาชานมีนั่นไปถึงไหนแล้ว ที่ไม่ว่างและไม่กลับห้องบ่อยๆ ก็เพราะผู้หญิงคนนี้ใช่มั้ยล่ะ!

        “อย่าพาลได้มั้ยพี่ ผมกับชานมีไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ ผมบอกพี่ไปหลายรอบแล้วนะ”

        “พี่ก็บอกนายไปหลายรอบแล้วว่าพี่ไม่ได้คิดอะไรกับคุณซีวอนเหมือนกัน” เสียงหวานเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ “ใครกันแน่ที่พาล ไม่เคยจะฟังอะไรกันเลย พี่ถึงถามไงว่าเลิกกันดีมั้ย ในเมื่อก็เอาแต่ทะเลาะกันแบบนี้”

        สงสัยมั้ย ว่าทำไมคู่รักที่มั่นคงกันมากถึงขั้นกลับมาคบกันถึงสามครั้งถึงได้ทะเลาะกันใหญ่โตแบบนี้

        อยากรู้ก็ตามมาสิ...

 

        ย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน

        พอทั้งสองกลับมาคืนดีกัน ซอกจินก็ย้ายเข้ามาอยู่ห้องเดียวกันกับจองกุก

        ความหวานของคู่นี้เป็นที่ประจักษ์ให้ทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร ยิ่งเป็นครั้งนี้ หนุ่มรุ่นน้องยิ่งประคบประหงมคนรักดีกว่าเดิมเสียอีก

        “พวกมึงแม่งไม่น่ากลับมาคืนดีกันเลยว่ะ น่ารำคาญ”

        “อ้าว พูดจาอย่างนี้นี่เคยโดนตีนมั้ยไอ้แทฮยอง” เสียงทุ้มตอบกลับพร้อมกับจะขว้างผักกาดขาวในมือใส่ถ้าแฟนรุ่นพี่ของเขาไม่คว้ามือไว้ก่อน

        “อย่าสิจองกุก นั่นของกินนะ”

        “พี่ก็ดูไอ้ดำมันพูดดิ”

        “อ้าวๆๆ เรียกดีๆ นะน้อง อย่าลืมว่ากูแก่กว่ามึงนะ”

        “จากคำพูดมึงนี่ ถ้ากูเป็นไอ้จองกุกกูก็ไม่เคารพมึง”

        “อ้าว ทำไมพูดงี้อ่ะพี่ยุนกิ -0-

        “สมน้ำหน้า ไอ้แทฮยอง”

        “อย่าว่าเพื่อนสิโฮซอก”

        ซอกจินมองแก๊งเพื่อนสนิทของตัวเองที่กำลังเถียงกันไปมาก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ พออะไรๆ ลงตัว ทุกอย่างก็ดีไปหมดเลยแฮะ

        แต่ก่อนหน้านี้ก็หนักจริงๆ นะ กว่าเรื่องราวมันจะไปได้สวยแบบนี้

        “อ้าวๆ มัวแต่ยิ้มระวังไก่จะไหม้นะครับ คนสวยของผม” เสียงทุ้มที่กระซิบข้างหูทำเอาร่างเพรียวสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่ศอกแหลมจะแทงเข้าที่หน้าท้องแกร่งไม่อย่างไม่เบานัก

        “เดี๋ยวเถอะจองกุก หั่นผักเร็วๆ เลยนะ -0-

        “โอ๊ย! มันจุกนะครับพี่”

        “แน่ะ ยังไม่ทันไรก็หวานกันอีกแล้ว” แทฮยองที่เถียงกับแก๊งของตัวเองเสร็จเมื่อไหร่ก็ไม่รู้หันมาแซวคู่รักที่กำลังทำอาหารอีกครั้ง “คงไม่ต้องใส่น้ำตาลแล้วมั้ง อาหารมื้อนี้”

        “มีพี่ยุนกิแล้วก็อย่ามาหวงพี่จินของกูสิ”

        “ก็เหี้ยละไอ้กุก อย่าหางานให้กู” คนผิวเข้มรีบโวยวายทันที เขาเพิ่งเคลียร์กับพี่ยุนกิไปนะ อย่าเพิ่งหาเรื่องมาให้เซ่ -0-

        “ถ้าไม่ได้คิดอย่างนั้นก็อย่าร้อนตัวสิแทฮยอง”

        “ไอ้โฮซอก เดี๋ยวมึงจะโดน -0-

        “สรุปคือมึงยังคิดจริงๆ ใช่มั้ยแทฮยอง”

        “ไม่ใช่นะครับพี่ยุนกิ”

        “งานงอกแล้วแทฮยอง”

        “จองกุกนี่ ไปแกล้งแทฮยองทำไม” มือเรียวฟาดลงบนไหล่แกร่งของคนที่กำลังหัวเราะสะใจอยู่อย่างไม่เบานัก ซึ่งคนอายุน้อยกว่าก็รีบหันมายิ้มให้แฟนรุ่นพี่ทันที

        “สมน้ำหน้ามันครับ อยากล้อพวกเราดีนัก”

        “พูดดีๆ หน่อยสิ อย่างน้อยแทฮยองก็อายุมากกว่านายนะ”

        Rrrr~

        เสียงโทรศัพท์ของใครสักคนดังขึ้นทำให้สองหนุ่มคู่รักที่กำลังหยอกล้อกันอยู่ทันที ก่อนที่เจ้าของโทรศัพท์จะเป็นคนขอตัวออกไป

        “เอ่อ ของผมเองน่ะครับ ขอตัวแป๊บนึงนะ” จองกุกส่งยิ้มให้คนรักของตัวเองแล้วผละออกไป ซอกจินมองตามไปจนร่างสูงออกจากห้องจึงหันกลับไปทำอาหารต่อ

        ช่วงนี้เจ้ากระต่ายยักษ์ของเขานี่ดูมีธุระตลอดเลยนะ ไม่ว่าจะเวลาไหนก็มีโทรศัพท์เข้ามาตลอดเวลาเลย

        แต่เอาเถอะ มันก็เป็นงานของจองกุกล่ะเนอะ

        เอาล่ะ ตอนนี้ก็มาเตรียมอาหารให้เสร็จดีกว่า จะได้เริ่มปาร์ตี้กันสักที กว่าพวกเขาทั้งหกคนจะมีความสุขกันได้ขนาดนี้มันนานนะ ^^

 

        “อรุณสวัสดิ์จ้าซอกจิน ^o^

        “โอ๊ะ สวัสดีอีริน” เจ้าของชื่อเงยหน้าทักทาย อีฮเยมินเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมัธยมของเขาเอง “วันนี้มาสายนะ”

        “โทษทีๆ พอดีไปกินข้าวกับจองจินมาอ่ะ” เธอเอ่ยถึง อีจองจินว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ “ว่าแต่ ชีวิตเราสองคนนี่มันหนีกันไม่พ้นจริงๆ นะ สุดท้ายตอนทำงานก็ยังมาทำงานที่เดียวกันอีก”

        “เธอจะย้ายตามฉันมาทำไมล่ะ”

        “ใครย้ายตามนายกันยะ ฉันมาอยู่ที่นี่เพราะว่าเขาต้องการนักวิจัยเพิ่มเถอะ เสร็จงานวิจัยฉันก็ไปแล้ว ไม่อยู่เจอนายตลอดหรอก”

        “แล้วสนใจมาทำตลอดมั้ยล่ะ”

        “บ้าบอ ฉันไม่ได้เรียนต่อด้านเดียวกับนายมั้ย จะมาทำนิติวิทยาศาสตร์ยังไง แถมประสบการณ์การเป็นนักวิจัยของฉันก็มีมาเป็นห้าปีแล้วด้วย จะให้ไปเริ่มใหม่นี่ฉันไม่เอาหรอกนะ” หญิงสาวหัวเราะ “คุยซะเพลิน ลืมถามเลย ทำไมวันนี้นายมาเช้าจัง ปกติจะมาสายกว่านี้นี่”

        “วันนี้ตื่นเช้าน่ะ เมื่อคืนมีปาร์ตี้กันที่ห้องฉันกับจองกุก ฉันเลยรีบตื่นมาเก็บไอ้พวกนั้นก่อนจะมาทำงานไง”

        “อ้าว เมื่อคืนมีปาร์ตี้กันเหรอ ทำไมไม่ชวนฉันเลย L

        “ก็เมื่อวานเธอไปกินข้าวที่บ้านคุณจองจินไม่ใช่หรือไง”

        “เออว่ะ ลืม”

        “ว่าไงคนสวยทั้งสอง มากันแต่เช้าเลยนะ” เสียงของบุคคลที่สามทักขึ้นเรียกความสนใจของคนสองคนที่กำลังนั่งคุยกันทันที “ได้เห็นเด็กๆ ขยันมาทำงานแล้วน่าชื่นใจเสียจริง”

        “แหม คุณซีวอนก็ยังไม่แก่ขนาดนั้นนี่คะ พูดซะเหมือนคุณอายุเยอะมากงั้นแหละ” ฮเยมินเอ่ยหยอกเย้า ชเวซีวอนหัวหน้าฝ่ายนิติวิทยาศาสตร์ตามประสาของสาวเฟรนลี่ ซึ่งชายหนุ่มวัยกลางคนก็หัวเราะเบาๆ กลับมา

        “อย่างน้อยผมก็อายุมากกว่าพวกคุณสิบปีเชียวนะ ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว” ซีวอนยิ้มบางๆ “จะให้ผมมาร่าเริงหรือไฟแรงเหมือนพวกคุณคงไม่ไหวแล้วล่ะ”

        “คุณซีวอนก็พูดเกินไปค่ะ”

        “ไม่หรอก คุณอย่าชมผมบ่อยสิอีริน เดี๋ยวผมจะเหลิงนะ” ร่างสูงหัวเราะ “วันนี้ก็ทำงานก็ตามสบายนะ อ้อ เดี๋ยวซอกจินก็ไปหาผมที่ห้องด้วยนะ ผมมีเคสจะให้คุณช่วยดู”

        “เอ่อ ได้ครับคุณซีวอน” ซอกจินพยักหน้ารับตามคำสั่งของเจ้านาย ก่อนจะมองตามร่างสูงไปจนเขาเข้าห้องของตัวเอง

        “เพื่อนฉันนี่เสน่ห์แรงไม่เปลี่ยนเลยนะ ตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิมเลย ^o^

        “อะไรอีริน = =” ตากลมหันกลับไปหาเพื่อนทันทีที่ได้ยินคำแซวจากเพื่อนของตัวเอง

        “แหม ยังจะถามอีกเหรออดีตเดือนคนสวยของฉัน ^o^ ดูก็รู้แล้วว่าคุณซีวอนเขาคิดอะไรกับนายน่ะ

        “ตบปากตามอายุเดี๋ยวนี้เลยนะอีริน -0- นั่นเจ้านายฉันนะเว้ย พูดออกมาแบบนั้นได้ยังไงฮะ”

        “เอ๊า ก็จริงนี่ ตั้งแต่ที่ฉันมาทำวิจัยที่นี่นะ ฉันก็เห็นคุณซีวอนเอ็นดูนายมากกว่าคนอื่นๆ ตลอด ถ้าเขาไม่ได้คิดอะไรกับนาย เขาจะทำขนาดนี้ทำไม”

        “เขาเคยบอกว่าฉันนิสัยเหมือนน้องของเขา เขาก็เลยชอบมาคุยกับฉันแค่นั้นเอง”

        “แน่เหรอ เหมือนน้องแค่นั้นเหรอคิมซอกจิน”

        “หยุดเลยยัยอีริน คุณซีวอนมีคนรักอยู่แล้วนะ ฉันก็มีจองกุกอยู่แล้วด้วย ยุให้แตกหักกันแบบนี้มันบาปนะเว้ย”

        “โหย ไม่สนุกเลยอ่ะ” ฮเยมินมุ่ยหน้าเล็กน้อยเมื่อเพื่อนหน้าหวานเริ่มทำหน้าจริงจัง “นี่ ถามจริงๆ นะซอกจิน จองกุกก็ทำนายเจ็บมาตั้งหลายครั้ง ทำไมนายยังกลับมาคบกับเขาอีกล่ะ”

        “อยากรู้เหรอ”

        “เอ๊า ไม่อยากรู้จะถามเหรอ”

        “เออๆ ก็แกล้งถามเธอกลับไปงั้นแหละ” ร่างเพรียวหัวเราะ การได้แกล้งเพื่อนสาวคนนี้เป็นอะไรที่สนุกที่สุดสำหรับเขาแล้ว “เพราะว่าเขายังรักฉัน และหัวใจของฉันก็ยังอยู่ที่เขามาตลอด แค่นั้นแหละ”

        “...แค่นี้จริงๆ เหรอ”

        “อือ เธอยังจะต้องการคำตอบอะไรมากกว่านี้อีกเหรอ” ซอกจินหัวเราะอีกครั้ง “เรื่องของฉันกับจองกุกมันผ่านอะไรมาเยอะมากเลยนะอีริน มันเริ่มจากที่เขาทำร้ายฉัน จนเรากลับมารักกันอีกครั้ง จนฉันเป็นฝ่ายทำร้ายเขากลับ แถมยังห่างกันมาตั้งห้าปีอีกต่างหาก การที่เราสองคนยังมีคำว่ารักให้กัน มันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญใช่มั้ย”

        “...”

        “เพราะฉะนั้น มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เราสองคนต้องหนีกันอีกแล้วล่ะ ถ้าเราคู่กันจริงๆ เราก็จะอยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไป”

        “...เลี่ยนจังวะ” หญิงสาวที่เงียบไปนานเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าไม่เชื่อหู “ไม่น่าเชื่อว่าเพื่อนของฉันที่เป็นคนมีเหตุผลจะมีความคิดแบบนี้”

        “อ้าว เธอว่าฉันไร้สาระเหรอ -0-

        “เปล่า แต่ความคิดแบบนี้มันควรจะเป็นความคิดของฉันมากกว่าความคิดของนายน่ะ ไม่ค่อยได้ยินอะไรแบบนี้จากนายเท่าไหร่”

        “มาทำจับผิด = = ไปทำงานได้แล้วไป ฉันก็มีงานพิสูจน์หลักฐานของฉันต่อเหมือนกัน”

        “โอเคๆ งั้นพอเสร็จงานไปกินเนื้อย่างกัน จะได้เม้าท์กันต่อด้วย”

        “ได้จ้าๆ” เสียงหวานตอบรับเพื่อน ก่อนจะรอให้เพื่อนสนิทเดินจากไป แล้วหันเป้าหมายไปหาที่ห้องเจ้านายของตัวเอง

        เอาล่ะ มาเริ่มต้นวันนี้กันเถอะ

 

        และแล้ว แผนการกินเนื้อย่างของทั้งสองเพื่อนสนิทก็ล่มไม่เป็นท่า

        เพราะว่าฮเยมินดันมีนัดกับครอบครัวของแฟนหนุ่มกะทันหัน (ตอนที่ชายหนุ่มโทรมานี่ทำให้เพื่อนสาวของเขาแทบอาละวาด แต่ก็ขัดไม่ได้ล่ะนะ) ทำให้นัดของพวกเขาต้องถูกพับเก็บไปอย่างรวดเร็ว

        ตอนนี้เขาก็เลยต้องเปลี่ยนแผนมารอแฟนหนุ่มแบบนี้ไง

        แต่เจ้าเด็กหน้ากระต่ายของเขามันยังไม่มาสักทีล่ะเนี่ย

        ช่วงนี้เลิกงานดึกบ่อยนะ แถมบางทีวันหยุดก็ไม่ได้พัก ตัวเองก็เป็นประธานสถาบันวิจัยแท้ๆ ทำไมถึงโหมงานหนักขนาดนี้

        สงสัยพอถึงห้องแล้วต้องคุยกันหน่อยแล้วล่ะ

        “อ้าวซอกจิน ยังไม่กลับอีกเหรอ”

        ร่างเพรียวหันไปตามเสียงเรียกที่คุ้นเคย ก่อนจะรีบโค้งให้เจ้าของเสียงเมื่อเขาเข้ามาใกล้ๆ “เอ่อ สวัสดีครับคุณซีวอน”

        “สวัสดีผมหลายรอบแล้วนะวันนี้” ร่างสูงหัวเราะ “ว่าไง ยังไม่กลับอีกเหรอ ผมเห็นคุณลงมาตั้งแต่เมื่อครู่แล้วนะ”

        “ผมรอแฟนมารับอยู่น่ะครับ แต่เขายังไม่มาเลย”

        “หืม? นี่มันก็ค่ำแล้วนะครับ” ซีวอนก้มลงมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง “เอางี้ คุณพักอยู่ที่ไหน เดี๋ยวผมไปส่ง”

        “อุ๊ย ไม่เป็นไรครับคุณซีวอน ผมเกรงใจ เดี๋ยวแฟนผมก็คงมาถึงแล้ว”

        “งั้นเดี๋ยวผมรอเป็นเพื่อนแล้วกัน”

        “คุณซีวอนครับ...”

        “ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ อยู่คนเดียวมืดๆ มันอันตราย ถึงคุณจะเป็นผู้ชายแต่ผมก็ไม่ไว้ใจอยู่ดี”

        เมื่อเจ้านายหนุ่มว่าแบบนั้น คนหน้าหวานก็ไม่ขัดอะไร ได้แต่ยืมเงียบๆ แบบนั้นเพราะไม่รู้จะเอ่ยอะไรออกมา

        ครืด!

        เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำลายความเงียบระหว่างพวกเขาทั้งสอง ก่อนที่เจ้าของโทรศัพท์จะเป็นคนรับมันขึ้นมา

        “ว่าไงจองกุก อยู่ไหนแล้ว”

        ใช่แล้ว ก็คนรักตัวแสบของเขานั่นแหละ

        “(พี่จินครับ วันนี้พี่กลับคนเดียวก่อนได้มั้ย)”

        “หืม? เกิดอะไรขึ้นเหรอ” เสียงหวานถามกลับอย่างสงสัยเล็กน้อย

        “(พอดีว่าที่สถาบันวิจัยมีปัญหานิดหน่อย ผมเลยต้องอยู่แก้มัน แต่ถ้าพี่กลับไม่ได้ เดี๋ยวผมจะออกไปรับพี่แล้วกลับมาทำ...)”

        “พี่ไม่ใช่เด็กห้าขวบ ไม่ต้องห่วงขนาดนั้นหรอก” ซอกจินหัวเราะเบาๆ “ทำงานไปเถอะ เดี๋ยวพี่หาทางกลับเอง ไม่ต้องห่วง”

        “(ได้นะครับพี่จิน)”

        “ได้สิ ^^ ทำงานไปเถอะน่า เจอกันที่ห้องนะ”

        “(ครับ เจอกันนะ)”

        ร่างเพรียวกดตัดสายก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย รู้งี้น่าจะเอารถมาเองตั้งแต่แรกนะ

        “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ขอบคุณที่อยู่เป็นเพื่อนนะครับคุณซีวอน”

        “แล้วคุณจะกลับยังไง” เสียงทุ้มถามกลับ “อย่าบอกว่าแฟนคุณมารับนะครับ ผมได้ยินที่คุณโทรศัพท์เมื่อครู่หมดแล้ว”

        ทำไมดักคอกันแบบนี้ล่ะครับ -0-

        “เอ่อ...”

        “มา เดี๋ยวผมไปส่ง” ซีวอนบอกพร้อมกับเดินนำไปอีกทาง ก่อนจะหันกลับมาหาลูกน้องของตนเอง “มาเร็วๆ สิ เดี๋ยวผมก็ต้องไปทานข้าวกับแฟนของผมเหมือนกันนะ”

        เฮ้อ แล้วแบบนี้เขาจะปฏิเสธอะไรได้ล่ะ

 

        และเหตุการณ์ในวันนั้น ก็ไม่ใช่เพียงครั้งเดียวที่จองกุกไม่สามารถมารับซอกจินได้

        เลยทำให้คนหน้าหวานจะต้องกลับกับเจ้านายหนุ่มตามที่เขาบังคับตลอด

        ไม่รู้ว่าเจ้าเด็กคนนี้มันติดงานอะไร ถามไปก็ไม่ยอมตอบ แถมยังเบี่ยงไปเรื่องอื่นอีกต่างหาก

        น่าสงสัยจริงๆ

        “นี่ซอกจิน ถามจริงๆ นะ” เพื่อนสาวขี้สงสัยของซอกจินสะกิดเพื่อนร่างเพรียวในระหว่างที่พวกเขากำลังเดินลงมาจากสถาบันนิติเวช “ทำไมช่วงนี้นายกลับบ้านกับคุณซีวอนบ่อยจัง ไอ้เจ้ากระต่ายยักษ์ของนายมันไปไหน ถ้ารู้เรื่องนี้มันจะไม่มาอาละวาดทีหลังเหรอ”

        “ไม่หรอกน่า ก็หมอนั่นไม่ว่างนี่” ซอกจินหัวเราะเบาๆ “แล้วก็ บ้านของคุณซีวอนไปทางเดียวกันกับคอนโดนฉันน่ะ เขาก็เลยไปส่งฉันบ่อยๆ ฉันยังเคยไปเจอแฟนเขาด้วยนะ รู้สึกว่าจะชื่อคุณฮีชอลนะ เขาน่ารักมากๆ เลย แถมยังใจดี เอาขนมที่เขาทำมาให้ฉันตลอดเลย”

        “นายพูดเหมือนกับว่าจะไปเป็นเมียน้อยบ้านเขาอ่ะ”

        “ตบปากเป็นสามเท่าของอายุเดี๋ยวนี้นะหล่อน -0- คิดแบบนี้ได้ยังไง น่าเกลียดจริงๆ” เสียงหวานเอ็ดเพื่อนทันที เกิดใครมาได้ยินเข้านี่เรื่องใหญ่เลยนะ = = “ก็อย่างที่เคยบอกว่าเราทั้งคู่ต่างมีคนของกันและกันอยู่แล้วนะ ไม่มีทางที่เราสองคนจะคิดอะไรกันหรอก”

        “เออ ฉันก็เข้าใจในส่วนนั้น แต่คนอื่นเขาจะเข้าใจแบบฉันมั้ยล่ะ”

        “เขาจะเข้าใจ ถ้าเขาไม่ได้ยินที่เธอพูดเมื่อกี้ -0-

        ติ๊ด!

        ฮเยมินกำลังจะเถียงกลับ แต่เสียงโทรศัพท์ของเธอที่ดังขึ้นก็ขัดจังหวะการสนทนาของทั้งสองคน หญิงสาวล้วงมันออกมาดู ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

        “ชิบหายแล้ว...”

        “มีอะไรเหรอ” และท่าทางตกใจของเธอ ก็ไปกระตุ้นต่อมสังเกตของซอกจินทันที

        “เอ่อ คือว่า...”

        “อะไรของเธอวะ ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวฉันจะได้ไม่ยุ่ง”

        “ไม่ใช่ แต่ว่า...” เธอกัดปากเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจยื่นโทรศัพท์ให้เพื่อนสนิทดู “ดูเองแล้วกัน”

        มือเรียวรับโทรศัพท์มาจากเพื่อนของเขา มันก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลยนี่นา นอกจากคลิปวิดีโอที่รอให้เขาเปิดแค่นั้น

        แค่นั้น...

        มันอะไรกันเนี่ย

        ตากลมจ้องคลิปที่กำลังเล่นอยู่ในโทรศัพท์ของเพื่อนสาวตาไม่กระพริบ มันจะไม่อะไรเลยนะถ้าตัวแสดงมันไม่ใช่แฟนหนุ่มของเขา!

        จองกุกกับใครน่ะ

        อย่าบอกว่า คิมชานมีเลขาสาวของร่างสูงนั่น

        ดูมีความสุขดีนี่ กินข้าวกันอร่อยเชียว...

        ไหนจะตอนที่ช่วยกันเลือกเครื่องประดับต่างๆ อีก ท่าทางมีความสุขแบบนั้นคืออะไร

        จองกุกเป็นแฟนเขาไม่ใช่เหรอ แล้วทำไม...

        “ซอกจิน นาย...ใจเย็นๆ นะเว้ย” ฮเยมินเอ่ยออกมาอย่างหวาดๆ เมื่อเห็นว่าเพื่อนของเธอเริ่มกำมือแน่น “คือ ซองอามันก็แค่สงสัยอ่ะ เพราะฉันบอกมันไปว่านายสองคนกลับมาคบกันแล้ว มันก็เลยงงๆ ที่เห็นจองกุกไปกับ เอ่อ...”

        “เธอชื่อชานมี เป็นเลขาของเขา” เสียงหวานต่อเสียงเรียบ “ฉันกับเขาคงต้องคุยกันหน่อยแล้วล่ะ”

        หญิงสาวขนลุกวาบเมื่อได้ยินเพื่อนพูดแบบนั้น ทุกคนก็คงรู้อยู่แล้วว่าซอกจินเป็นคนแบบไหน เธอยังจำตอนที่ร่างเพรียวแก้แค้นจองกุกกลับได้ดี

        หาเรื่องตายอีกแล้ว เจ้ากระต่ายโข่งเอ๊ย -0-

        “อ้าว ซอกจิน ฮเยมิน พวกคุณสองคนยังไม่กลับอีกเหรอ” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยทักขึ้นทำลายบรรยากาศที่มาคุทันที “มันดึกแล้วนะครับ พรุ่งนี้พวกคุณยังมีงานต้องทำอยู่นะ”

        “เอ่อ กำลังจะกลับแล้วค่ะ ^^;;” หญิงสาวยิ้มแหยๆ ให้เจ้านายหนุ่ม “เอ่อ คุณซีวอนคะ วันนี้ฉันขอรบกวนคุณไปส่งซอกจินหน่อยนะคะ ถ้าให้มันกลับกับแฟนมัน ฉันว่าน่าจะไม่ถึงคอนโด”

        “เวอร์ไปน่าอีริน แต่ยังไงจองกุกก็คงมารับฉันไม่ได้หรอก เขาคงไม่ว่าง” ร่างเพรียวแค่นหัวเราะ “ขอตัวก่อนนะครับทุกคน วันนี้ผมคงไม่รบกวนคุณซีวอนดีกว่า”

        “ไม่รบกวนหรอกน่า คุณกำลังอารมณ์ไม่ดี ผมไม่ไว้ใจให้กลับคนเดียวหรอก”

        “...งั้นรบกวนด้วยนะครับ”

 

        ซอกจินมาถึงห้องพักของตนเองด้วยอารมณ์ที่ยังคุกรุ่นอยู่

        มือเรียวแตะคีย์การ์ดเปิดประตูห้องของตัวเอง แสงไฟที่ลอดออกมาทำให้เขารู้ว่าคนรักร่างสูงของตัวเองกลับมาแล้ว

        “กลับมาแล้วเหรอครับพี่จิน”

        แถมส่งเสียงทักทายมาก่อนเสียด้วย

        “...อืม” ร่างเพรียวตอบกลับเสียงเรียบ “นายล่ะ กลับมานานแล้วเหรอ”

        “ครับ” เสียงทุ้มตอบกลับ “ก็นานพอที่จะเห็นว่าพี่กลับมากับผู้ชายคนอื่น”

        และพอแฟนหนุ่มพูดมาแบบนั้น คนหน้าหวานก็หันกลับไปมองหน้าจองกุกทันที “ก็เจ้านายที่เคยเล่าให้ฟังไง”

        “ใช่แน่เหรอ ถ้าเป็นแค่เจ้านายจริง ทำไมพี่ถึงยอมให้เขามาส่งที่คอนโดเราตลอดเลย”

        “นี่ อย่าหาเรื่องได้มั้ย” ซอกจินที่ยังคงอารมณ์ไม่ดีจากเหตุการณ์เมื่อตอนเย็นเริ่มเหวี่ยงกลับบ้าง “ก็ก่อนหน้านี้นายไม่ว่างนี่ บ้านของเขาอยู่ทางเดียวกับเรา การที่ติดรถเขามาลงคอนโดเรา มันผิดตรงไหน”

        “มันก็ผิดตรงที่วันนี้พี่ไม่ยอมให้ผมรับ แต่พี่กลับมากับเขาไง” จองกุกลุกขึ้นมาประจันหน้ากับแฟนรุ่นพี่ “ไอ้หมอนั่นมันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ ที่พี่จะต้องติดรถมันทุกวันเพื่อกลับมาที่ห้องของเรา!

        “เขาเป็นเจ้านายพี่นะ พูดดีๆ หน่อย” ตากลมจ้องตาคมด้วยแววตาวาวโรจน์ “แล้วแน่ใจเหรอว่าวันนี้นายว่างมารับพี่ ไม่ใช่ติดธุระหรือติดงานอีกแล้วเหรอ”

        “พี่หมายความว่ายังไง”

        “ทำอะไรไว้ ยังจะต้องมาถามคนอื่นอีกเหรอ” ร่างเพรียวแค่นหัวเราะ “ใครกันแน่ที่ควรไม่ไว้ใจกัน อย่างน้อยพี่ก็ยังเคยกลับพร้อมกับแฟนของคุณซีวอนนะ ไม่ได้ไปไหนสองต่อสองแล้วกัน”

        “ผมว่าพี่พูดไม่รู้เรื่องแล้วนะ พูดมาให้เคลียร์...”

        “แล้ววันนี้ไปไหนกับเลขานายมาล่ะ” จะหน้ามึนไปเรื่อยๆ ใช่มั้ย จัดให้เลย “อาหารเย็นวันนี้คงจะอร่อยมากสินะ ไหนจะเครื่องประดับที่พากันไปซื้อ คงสวย เหมาะกับหล่อนน่าดู”

        “พี่จิน...” ตาคมเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อคนพี่พูดกลับมาแบบนั้น “พี่...เห็นด้วยเหรอ”

        “เหอะ” คนหน้าหวานแค่นหัวเราะ “นายมันไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจริงๆ”

        “เดี๋ยว พี่กำลังเข้าใจผิดนะพี่จิน” มือหนาคว้าข้อมือของคนตัวเล็กกว่าไว้ แต่ก็ถูกคนอายุมากกว่าสะบัดออกอย่างรวดเร็ว

        “ถ้าจะแก้ต่างอะไร ขอพี่อารมณ์เย็นกว่านี้ก่อนแล้วกันนะ พี่เหนื่อย” เสียงหวานบอกแค่นั้น ก่อนจะเดินหนีอีกฝ่ายเข้าไปในห้องนอนของตัวเองทันที

        คุยกันตอนนี้ไม่รอดหรอก ขออีกสักระยะแล้วกัน

 

        แต่ปัญหาของพวกเขาก็ไม่ได้เคลียร์ ยังเก็บมาประชดประชันกันตลอดจนถึงวันนี้

        “พี่เหนื่อยแล้วนะจองกุก นายได้ยินมั้ย พี่ขี้เกียจทะเลาะแล้วนะ” เสียงหวานเอ่ยออกไปแบบนั้น ตากลมยังคงจ้องลึกไปในตาคมที่ฉายแววเจ็บปวดไม่ต่างกัน

        “ผมก็เหนื่อยเหมือนกัน ทำไมพี่ไม่เคยไว้ใจผมกับคุณชานมีเลย”

        “พี่ต้องถามนายมากกว่า ว่าทำไมนายไม่เคยไว้ใจพี่กับคุณซีวอนเลย ทั้งๆ ที่คุณซีวอนเขาก็มีแฟนแล้ว และฉันก็มีนายแล้วเหมือนกัน” น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย แต่มือบางก็ปาดมันออกไปอย่างรวดเร็วเพราะพวกเขายังอยู่ในที่สาธารณะอยู่ “เลิกกันมั้ยจองกุก เลิกกันเถอะนะ”

        “ไม่!!” เสียงทุ้มขัดเสียงดัง ก่อนจะเข้ามาจับมือคนหน้าหวานไว้ “ไม่เลิกนะพี่จิน ที่ผ่านมาผมขอโทษ แต่ผมไม่อยากให้เราเลิกกันเพราะเรื่องแบบนี้หรอกนะ”

        “เมื่อกี้นายก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าเหนื่อย พี่ก็เหนื่อย เราจะทนกันทำไม”

        “แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเลยนะครับ”

        “ไม่ใช่เรื่อง แต่เราก็ทะเลาะกันทุกวันเพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เหรอ” ซอกจินกัดปากแน่น “พี่พอแล้ว พี่ไม่ไหวแล้ว”

        “ไม่เอานะพี่จิน ฟังผมก่อน” พอพูดแค่นั้น ร่างสูงก็ทรุดนั่งลงชันเข่าตรงหน้าท่ามกลางความตกใจของร่างเพรียว

        “จองกุก ทำอะไรน่ะ...”

        “แต่งงานกันนะ”

        “...ฮะ?” คนหน้าหวานได้แต่ทำหน้างง เดี๋ยวนะ มันผิดสถานการณ์หรือเปล่าวะเนี่ย “อะไรของนายเนี่ยจองกุก”

        “แต่งงานกันนะครับ เราจะได้เลิกระแวงกันไง”

        “นี่ พี่ไม่เล่น...” เสียงหวานหายไปเมื่อเห็นว่ากลุ่มคนเริ่มถือป้ายคำว่า ‘Will you marry me? และถือลูกโป่งเข้ามาหาพวกเขา “นี่มันอะไรกัน...”

        “โอ๊ะโอ เพื่อนฉันนี่ดราม่ากว่าที่คิดนะเดี๋ยวนี้” ฮเยมินเอ่ยแซวพร้อมกับโบกลูกโป่งสีชมพูไปมา ทำเอาร่างเพรียวทำหน้างงกว่าเดิม

        “อะไรกัน ทุกคน...”

        “โอ๊ย บทจะซื่อบื้อมึงก็เกินไปจริงๆ” ยุนกิว่าเพื่อนกลับ “ไอ้กุกมันกำลังขอมึงแต่งงานไง”

        “ฮะ” ตากลมกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะก้มลงมองแฟนหนุ่มของตนเอง “จองกุก...”

        “สงสัยยังไม่เชื่อ งั้นมาหาผมหน่อยสิครับ คุณคิม” เสียงทุ้มเอ่ยแบบนั้น ก่อนที่หญิงสาวที่เป็นประเด็นที่ทำให้พวกเขาทะเลาะกันจะเดินเข้ามาหา

        พร้อมกับกล่องกำมะหยี่สีชมพูอ่อนที่ยื่นมาให้เจ้านายหนุ่มของตนเอง

        จองกุกรับมันมา ก่อนจะเปิดกล่องที่มีแหวนเพชรน้ำงามอยู่ข้างใน “แต่งงานกันนะครับ พี่จินของผม”

        “จองกุก...” มือเรียวยกขึ้นปิดปากตนเองพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันกลับไหลออกมาด้วยความดีใจแทน “จองกุก ฮึก...”

        “อย่าเพิ่งสับสนสิครับพี่ ผมเมื่อยนะ” ร่างสูงหัวเราะ “แต่งงานกันนะครับพี่จิน”

        “อือ” ร่างเพรียวพยักหน้าก่อนจะยื่นมือซ้ายไปให้จองกุกสวมแหวนให้ท่ามกลางเสียงเฮฮาของทุกคน “ฮือ จองกุก ลุกขึ้นมาคุยกันก่อน”

        “ได้ครับ” เสียงทุ้มตอบรับ ก่อนจะลุกขึ้นมากอดแฟนตัวเล็กของตนเองไว้ “โห กลายเป็นคนขี้แยเลยนะครับคนสวย ^o^

        “ไม่ตลกนะ” ซอกจินโอดเล็กน้อย “อย่าบอกว่าที่ผ่านมาคือเป็นแผนของนายอ่ะ”

        “ถูกต้องครับ แล้วก็ได้เพื่อนพี่กับเลขาผมมาช่วยไง” จองกุกเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อ้อ มีพี่ชายของเลขาผมด้วย”

        “พี่ชายเลขานาย?”

        “ก็คุณซีวอน เจ้านายของพี่ไงครับพี่จิน” เสียงของแทฮยองเอ่ยบอกเรียกความสนใจของทั้งคู่ทันที “โดยได้รุ่นพี่อีรินช่วยเป็นคนเสี้ยมพวกพี่ตามแผนของจองกุกไง”

        “แสบนักนะ แต่ละคน” ร่างเพรียวสูดจมูกเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมา “แล้วทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วย รู้มั้ยว่าพี่จะเป็นไบโพลาร์กับซึมเศร้าไปทุกๆ วันเพราะว่าต้องมาคิดมาทะเลาะกับนายเพราะเรื่องพวกนี้น่ะ”

        “ถ้าไม่สร้างสถานการณ์ มันจะน่าประทับใจแบบนี้มั้ยล่ะครับ” มือหนาปาดน้ำตาให้คนพี่ “พี่ตกลงแต่งงานกับผมแล้วนะ ต่อจากนี้ถ้าไปยุ่งกับใครอีกล่ะก็ ผมจะตามหึงยิ่งกว่าสถานการณ์ที่แกล้งพี่นี่อีก”

        “รู้แล้วน่า” ปากอิ่มยู่เล็กน้อยเมื่อแฟนหนุ่มบอกแบบนั้น “นายก็เหมือนกัน ถ้าไปยุ่งกับใครอีก พี่จะไม่ยอมแล้วแน่ๆ”

        คนเราจะมีความอดทนให้ความรักได้แค่ไหน แน่นอนว่ามันต้องมีจำกัดอยู่แล้ว

        แต่ถ้ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิดแล้วพวกคุณสามารถแก้ไขมันได้ก่อนที่จะสาย เรื่องราวของพวกคุณอาจจะจบลงแบบพวกเขาก็ได้นะ

 

- End -

--------------------------------------------------------------------
        จบแล้ว!!!!!! ในที่สุดมันก็จบอย่างสมบูรณ์แบบเสียที!!! หลังจากที่ทิ้งช่วงไปนานมาก ในที่สุดเราก็จบเรื่องนี้ได้เสียที 55555 สวัสดีค่ะทุกคน ขอโทษจริงๆ นะคะที่เราหายไปหลายเดือนขนาดนี้ แต่เอาตรงๆ เลย เรามีงานเยอะมาก และอย่างที่เราเคยแจ้งลงทวิตเตอร์ว่าเรามีโรคประจำตัวที่จะทำให้เราหมดไฟได้ตลอดเวลา (พาม่าเฉย 555) นั่นแหละๆ ช่วงนี้เราก็จะพยายามขุดไฟเราขึ้นมา ก็จะพยายามอัพเรื่อยๆ เท่าที่เราไหวนะคะ ^^ ตอนนี้เรื่องนี้ก็จบแล้ว ขอบคุณที่ทุกคนติดตามเรามาจนถึงตอนนี้ด้วยนะคะ ยังไงก็ฝากผลงานเรื่องอื่นๆ ด้วยค่ะ ถ้ามีพล็อตเราก็จะเปิดใหม่เรื่อยๆ นะคะ สำหรับเรื่องนี้ก็ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะทุกคน ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ ^o^
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

552 ความคิดเห็น

  1. #551 HoneyMinor (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 12:40

    เเงงง ในที่สุดก้ออ่านจบเเล้ววว บอกตามตรงว่าเราก้อดองไว้เหมือนกันเพราะเยอะมากกก 55555555 เเต่ก้อกลับมาอ่านจบจนได้ จบแบบ Happy End. เห้ออ ลุ้นมาก ว่าจะได้กลับมาคบกันมั้ย เริ่มเรื่องมาเเรกๆนี่ จองกุกนายร้ายมากนะ ความสัมพันธ์ของคนในเรื่องก้อคือ วุ่นวาย ซับซ้อน ปมเยอะสุดด ยิ่งเรื่องการเเก้เเค้น นี่เเบบบ วางแผนกันสุด เเต่ทุกคนในเรื่องก้อคือได้สมหวัง ทุกคนลงล็อคกันหมด ขอบคุณไรท์ที่เเต่งให้ไม่ให้ใครเดียวดายนะคะ 5555555555 จะติดตามอ่านเรื่องต่อๆไปนะคะ ชอบทุกเรื่องเลย
    #551
    0
  2. #542 nnuueeii. (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 21:05
    รักเรื่องนี้มาก ชอบมากๆ รู้สึกว่าจะมาเริ่มตามช่วงตอนที่10นิดๆ ตามอ่านมาเรื่อยๆยิ่งสนุกขึ้นเรื่อย ประทับใจมากเลย ขอบคุนสำหรับเรื่องดีๆแบบนี้นะคะ
    #542
    0
  3. #541 NCSJK (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 16:15
    ดราม่าทั้งเรื่อง ตั้งแต่ต้นจนจบจริงๆ ก่อนจะแฮปปี้เอนดิ้งก้ยังพารีดเสียน้ำตาได้ก่อนนน แง้ นึกว่าจะต้องเลิกกันอีกรอบซะแล้ววววว ขอบคุณนะคะไรท์ที่แต่งฟิคกุกจินมาให้อ่านนน
    #541
    0
  4. #540 jjzzz (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 09:37
    โห้ยยยยยยยยจาล้องงงงง จบแบบแฮปปี้คือดีย์มากค่ะ แต่ก็ใจหายเหมือนกันนะคะ จบแล้วอ่ะ ฮรุกกกกกก แต่จะติดตามเรื่องอื่นๆของไรท์ต่อไปนะคะ สู้ๆค่าาาา
    #540
    0
  5. #539 Jung Tien-In (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 08:30
    แหม่จองกุกกกกก เซอร์ไพร์สแบบนี้ก็ไม่ดีน้า เอาเถอะเป็นแค่การแกล้งก็ดีแล้ว แฮปปี้
    #539
    0
  6. #538 LaDyStrawberrieZzZ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 06:22
    ฮรือออออออ แฮปปี้แล้ว นึกว่ามาม่าจะอืดเต็มชามอีก ลุ้นจนเกร็ง
    #538
    0