Fic BTS In Relation... KookJin, VGa, MonHope

ตอนที่ 49 : Special Part III

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 810
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    29 มิ.ย. 61

Special Part III

 

เป็นแฟนกันมันต้องมีความจริงใจให้กันใช่มั้ย

 

เป็นแฟนกัน ต้องมีความเชื่อใจและไว้ใจให้กันใช่มั้ย

 

แล้วถ้าเกิดสองสิ่งนี้มันหายไปล่ะ จะทำอย่างไร?

 

นั่นน่ะสิ ถ้ามันหายไปแล้วควรจะทำอย่างไรดี

 

        “เฮ้อ ทำไมมันทำยากทำเย็นอย่างนี้วะ” เสียงห้าวบ่นออกมาเล็กน้อยพร้อมกับขยี้ผมสีอ่อนของตัวเองอย่างหงุดหงิด ร่างเล็กจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำอยู่สักพัก แต่สุดท้าย เขาก็ตัดสินใจทิ้งมันอย่างไม่ใยดี “ช่างแม่งเหอะ”

        “ทำอะไรเนี่ยพี่ยุนกิ เสียงดังแต่เช้าเลย” เสียงทุ้มติดจะงัวเงียเล็กน้อยดังขึ้นพร้อมกับประตูห้องนอนที่เปิดออก ตาเรียวหันไปมองตามก็พบกับเจ้าของผิวแทนที่เดินออกมาหา “หืม ทำอาหารเหรอครับ พี่ทำอาหารไม่เป็นไม่ใช่เหรอ”

        “ก็อยากลองฝึกน่ะ บางทีกูก็อยากลองทำมันด้วยตัวเองบ้าง แต่แม่งก็เละ” มินยุนกิเอ่ยตอบแฟนหนุ่มของตนเอง “แต่กูคงไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้จริงๆ สินะ

        “ถ้าอยากฝึกก็บอกผมสิครับ ผมช่วยพี่ได้อยู่แล้ว อีกอย่าง พี่ไม่เห็นจะต้องทำอาหารเป็นเลย ยังไงผมก็ทำให้พี่กินได้อยู่แล้ว”

        “ก็บอกแล้วไงว่าอยากลองทำเอง จะให้กูพึ่งมึงตลอดไม่ได้หรอกนะ คิมแทฮยอง” ปากบางเบะออกเล็กน้อย เรียกให้แทฮยองหัวเราะออกมาทันที ก็เป็นเสียอย่างนี้น่ะแฟนเขา

        “พี่ก็เป็นอย่างนี้ทุกทีนั่นแหละ”

        “แล้วมันไม่ดีหรือไง”

        “มันก็ดีครับ แต่พี่ไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่างหรอกนะ ยังไงพี่ก็มีผมอยู่แล้ว”

        “กูกับมึงไม่ได้ตัวติดกันตลอดนี่” เสียงห้าวยังคงเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ “แล้วมึงตื่นมาทำไมแต่เช้าเนี่ย”

        “ก็บอกแล้วไงครับว่าได้ยินพี่ทำอะไรเสียงดังก็เลยตื่นมาดู” ร่างสูงว่าแบบนั้นแล้วเข้ามายืนข้างๆ แฟนร่างเล็ก “มา ไหนๆ ผมก็ตื่นละ จะทำเมนูไหนล่ะ เดี๋ยวผมช่วย”

        “ตามในหนังสือเลย”

        “ไหนๆ อ้อ เมนูนี้ผมทำเป็น ขั้นตอนแรกต้องทำอย่างนี้...”

        และสุดท้ายเช้านี้ก็จบด้วยการเรียนทำอาหารกันตลอดทั้งเช้า

 

        “วันนี้พี่จะออกไปไหนป่ะ” แทฮยองถามขึ้นหลังจากที่พวกเขาจัดการมื้อเช้า ร่างเล็กคิดตามคำถามของแฟนหนุ่มก่อนจะส่ายหัวเล็กน้อย

        “ไม่นะ มีอะไรหรือเปล่า”

        “พอดีแม่ผมให้เอาแมวที่บ้านไปหาหมอน่ะ มันดูป่วยๆ มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ผมเลยจะให้พี่ไปเป็นเพื่อน”

        “แล้วมึงจะเอากูไปด้วยทำไม” ยุนกิขมวดคิ้วอย่างสงสัย แมวของบ้านคิมก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาสักหน่อย

        อ่า จะว่าไงดีล่ะ” มือหนายกขึ้นเกาท้ายทอยตัวเองเล็กน้อย “คือว่า อยากพาพี่ไปเจอแม่ด้วยอ่ะ”

        “หืม?” คราวนี้แหละ งงกว่าเดิมอีก “จะพากูไปหาแม่มึง?”

        “โอ๊ย พี่นี่บทจะซื่อก็ซื่อจังเลยนะ”

        อ้าว ด่ากูอีก -0-

        “ก็ผมไปหาพ่อแม่พี่มาแล้วไง ผมก็อยากพาพี่ไปหาครอบครัวบ้างแค่นั้นเอง”

        อ่อ เข้าใจละ

        ตาเรียวมองแฟนเด็กตัวโตของตัวเองก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ถึงมันจะกวนแต่มันก็มีมุมน่ารักของมันล่ะนะ

        ไม่แปลก ที่เขาจะให้แทฮยองเข้ามาแทนนัมจุนได้อย่างง่ายดาย...

        “หัวเราะอะไรของพี่เล่า

        “หัวเราะมึงไง อยากให้ไปเจอแม่ก็บอก ไม่ต้องเอาแมวมาอ้างหรอก” ยุนกิบอกทั้งที่ยังมีรอยยิ้มบนใบหน้า ก่อนจะลุกขึ้น “งั้นก็ไปเตรียมตัวกันเถอะ มึงก็ไปอาบน้ำได้แล้ว กูไม่อยากกลับมาค่ำหรอกนะ”

        “ขี้เกียจอาบอ่ะ พี่อาบให้ผมหน่อยได้มั้ย 0.0

        “ไอ้ห่า เดี๋ยวมึงจะโดนนะ” นิ้วเรียวชี้หน้าคาดโทษคนตัวสูงกว่าทันที เรียกให้เสียงทุ้มหัวเราะออกมาทันที

        โอเค สบายใจละที่เอาคืนยัยลูกแมวตัวแสบที่มาหัวเราะเขาเมื่อครู่ไง

 

        นับว่าเป็นเรื่องดีที่ยุนกิเข้ากับครอบครัวของแฟนหนุ่มได้เป็นอย่างดี

        ครอบครัวของแทฮยองนั้นหัวสมัยใหม่มากพอที่จะยอมรับว่าลูกชายของตนเองนั้นมีคนรักเป็นผู้ชาย แถมคนตัวขาวก็ดูจะเป็นคนห่ามๆ ตรงๆ ที่คงจะควบคุมเสือร้ายอย่างลูกชายตนเองได้อยู่หมัดแน่ๆ

        “แม่ดีใจนะที่ได้หนูยุนกิมาเป็นลูกสะใภ้ ตาแทคงอยู่ในระเบียบวินัยมากขึ้นล่ะทีนี้ ^^

        “โห แม่อ่ะ เอาซะผมเสียเลย” คนผิวเข้มหัวเราะ “จริงๆ พี่ยุนกินี่นักแหกกฎเลยนะครับแม่ พาผมออกนอกลู่นอกทางแทนมากกว่า”

        “เดี๋ยวจะโดนนะเจ้าลูกคนนี้ ไปว่าแฟนแบบนั้นได้ยังไง” หันไปเอ็ดลูกชายเสียงเขียว ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้ว่าที่ลูกสะใภ้ต่อ “ยังไงก็ฝากตาแทฮยองด้วยนะหนูยุนกิ ถ้าเจ้านี่ทำอะไรไม่ดีหรือทำให้หนูไม่พอใจก็จัดการได้เลยนะ”

        “เอ่อ ได้ครับคุณแม่” ยุนกิตอบรับด้วยรอยยิ้ม เรียกเสียงโอดครวญจากร่างสูงทันที

        “แม่ครับ นี่ลูกนะ -0-

        “ทำไม นี่ก็ลูกสะใภ้ฉันเหมือนกัน”

        ร่างเล็กมองสองแม่ลูกสกุลคิมที่กำลังเถียงอย่างไม่มีใครยอมใครพร้อมกับหัวเราะออกมาเล็กน้อย บ้านนี้น่ารักกันจริงๆ เลยนะ

        ถ้าเมื่อก่อนก็คงเป็นซอกจินล่ะมั้ง ที่จะได้เจอกับความน่ารักแบบนี้

        คิดอะไรเนี่ยยุนกิ

        ร่างเล็กหัวเราะเบาๆ ให้กับความคิดที่จู่ๆ ก็เข้ามาในหัว จริงๆ เขาก็ไม่ได้ระแวงอะไรหรอกนะ แต่จู่ๆ มันก็คิดไปเองแบบนั้น

        ไร้สาระจริงๆ เลยนะมินยุนกิ

        ทีแทฮยองยังไม่เคยคิดเรื่องเขากับนัมจุนเลย

        ถึงมันจะชั่ววูบ แต่ก็ไม่ควรเลยจริงๆ

        Rrrr~

        เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเรียกให้ทั้งสามคนในห้องชะงักทันที ก่อนที่คนตัวซีดจะเป็นคนเอ่ยออกมาก่อน

        “เอ่อ ของผมเองครับ แหะๆ ^^;;” ยุนกิยิ้มแห้งๆ ออกมา “ขอโทษนะครับ ผมขออนุญาตออกไปรับโทรศัพท์ก่อนนะ”

        “ตามสบายเลยจ้า” พอผู้ใหญ่บอกแบบนั้น ร่างเล็กก็เดินออกมาก่อนจะล้วงโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา

        หืม? นัมจุนเหรอ

        ตั้งแต่เลิกกัน พวกเขาก็ไม่เคยโทรหากันส่วนตัวแบบนี้เลยนะ อย่างมากก็แค่ติดต่อกันผ่านไลน์เพื่อคุยงานกันแค่นั้น

        แล้ววันนี้มีอะไรล่ะเนี่ย

        “ว่าไงมึง”

        “(ยุนกิ มึงว่างมั้ย กูอยากคุยด้วย)”

        “ตอนนี้ยังไม่ว่าง ละ แล้วมึงเป็นอะไร ทำไมเสียงเป็นแบบนี้” เสียงห้าวถามกลับไปแบบนั้นเมื่อเสียงที่อีกฝ่ายตอบกลับมานั้นดูแย่เหลือเกิน “เกิดอะไรขึ้นวะ”

        “(...ก็เรื่องโฮซอกนั่นแหละ)” เสียงทุ้มตอบกลับมาแบบนั้น “(ถ้าตอนนี้มึงไม่ว่างก็ไม่เป็นไร พรุ่งนี้มึงว่างมั้ย มาคุยกับกูที่สวนสาธารณะแถวบริษัทหน่อยดิ กูไม่ไหวแล้วว่ะ)”

        “ได้ๆ ตอนนี้มึงก็อย่าเพิ่งคิดอะไรบ้าๆ แล้วกันนะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้” ยุนกิตอบรับ ก่อนจะกดวางสายพร้อมกับถอนหายใจออกมา

        อะไรกันเนี่ย เจ็ดปีแล้วนะ น้องชายเขายังใจแข็งอยู่อีกเหรอ

        “พี่ยุนกิ” เสียงทุ้มทักขึ้นเรียกให้ร่างเล็กหันไปหาทันที “มีอะไรหรือเปล่าครับ พี่ดูเครียดๆ นะ”

        “ไอ้นัมจุนน่ะ โทรมาเรื่องไอ้โฮซอก” เพราะไม่เห็นเหตุผลที่จะต้องปิดแฟนหนุ่ม ก็เลยเอ่ยตอบออกไป “มันขอให้กูไปหาพรุ่งนี้ กูเลยว่าจะไปดูมันหน่อย เผื่อจะช่วยอะไรมันได้”

        “งั้นเหรอครับ”

        “โอเคป่ะเนี่ย ถ้ากูจะไปหามันอ่ะ” ยุนกิถามขึ้นเมื่อรู้สึกว่าเสียงของแทฮยองเหมือนจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ “ถ้ามึงไม่พอใจ กูยกเลิกนัดกับมันก็ได้นะ”

        “ไม่เป็นไรหรอกครับ ถ้าพี่บริสุทธิ์ใจ มันก็ไม่มีอะไรหรอก เพื่อนผมจะได้สมหวังสักที” และร่างสูงก็ส่งยิ้มให้แฟนตัวเองบางๆ “ตอนนี้เข้าไปข้างในเถอะครับ แม่ผมอยากเลี้ยงข้าวพี่จะแย่แล้ว”

        “อ่า เคๆ” ร่างเล็กตอบรับแล้วเข้าไปในบ้านตามที่คนอายุน้อยกว่าบอก แต่ในหัวก็ยังคิดเรื่องที่เพิ่งคุยกับนัมจุนไป

        เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็คงรู้แล้วล่ะ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

 

        ยุนกิมาถึงสวนสาธารณะก่อนเวลานัดหมายเล็กน้อย

        แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะร้อนใจที่จะเจอเขานะ ถึงได้มานั่งรอแบบนี้

        “ไงนัมจุน มีอะไรถึงเรียกกูมา” เสียงห้าวเข้าเรื่องทันทีพร้อมกับนั่งลงข้างอดีตคนรักที่ตอนนี้กลายมาเป็นเพื่อนสนิทแล้ว “กูมีเวลาไม่มากนะ เดี๋ยวอีกสักพักแทฮยองจะมากินข้าวด้วย”

        “เออ กูไม่รบกวนมึงนานหรอก” นัมจุนว่าแบบนั้น ก่อนจะถอนหายใจออกมา “กูว่า...กูคงพอเรื่องของน้องมึงแค่นี้ว่ะ”

        “หืม? ทำไมวะ” ร่างเล็กขมวดคิ้วทันที “มึงท้อแล้วเหรอวะ แต่ก็ไม่แปลกหรอก น้องกูก็ใจแข็งชิบหายเลย”

        “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก” เสียงทุ้มนั้นหม่นลงกว่าเดิม “น้องมึงปฏิเสธกูแล้วจริงๆ ยุนกิ”

        “ฮะ?” คิ้วเรียวยิ่งขมวดหนักกว่าเดิม “มึงเล่ามาให้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

        ร่างสูงถอนหายใจอีกรอบ ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนสนิทที่เป็นคนรักเก่าของตัวเองตั้งแต่ที่เขาไปรับโฮซอกที่บริษัท จนถึงเหตุการณ์ที่ห้างสรรพสินค้าเมื่อหลายวันก่อน

        “เชี่ย...” และพอรู้เรื่อง ยุนกิก็ถึงสบถออกมาแบบนั้น “โฮซอกยังฝังใจเรื่องกูอีกเหรอวะ”

        “ไม่ใช่แค่ฝังใจหรอก แต่น้องมึงยังกลัวว่าเรื่องของกูกับเขาจะทำให้มึงเจ็บปวดอีกครั้ง”

        “โห กูเลิกกับมึงมาเป็นเจ็ดปีแล้วนะ แล้วตอนนี้กูก็คบกับแทฮยองมานานแล้วด้วย คิดมากไม่เข้าเรื่องจริงๆ โฮซอกเอ๊ย”

        “นี่แหละ กูถึงบอกว่ากูจะพอแล้วไง” นัมจุนเอ่ย “ถ้าน้องมึงไม่สบายใจมากขนาดนี้ กูคงไม่ตื๊อแล้วว่ะ โฮซอกเจ็บเพราะกูมามากแล้วนะมึง กูทำให้เขาเสียน้ำตามากกว่านี้ไม่ได้แล้ว”

        “ยอมแพ้ง่าายจังวะ” เสียงห้าวต่อว่า ก่อนจะจับไหล่เพื่อนให้หันมาหา “อย่าทำให้กูรู้สึกคิดผิดที่ปล่อยมึงให้ไปหาโฮซอกสิวะ รักน้องกูจริงป่ะเนี่ย”

        “รักสิวะ แต่โฮซอกเป็นแบบนี้ มึงจะให้กูทำไง”

        “กูจะช่วยมึงนี่ไง” ตาเรียวจ้องเข้าไปในตาคมเพื่อบอกความจริงใจ “พวกมึงควรรักกันได้ตั้งนานละ เอาแต่คิดเอากูที่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วไปขวางความรู้สึกกันอยู่ได้ น่ารำคาญ”

        “...มึงจะช่วยกูจริงเหรอ”

        “เออดิ ถ้ามึงยืนยันว่ารักน้องกูจริง กูช่วยเต็มที่แน่ เพราะโฮซอกก็รักมึงเหมือนกัน กูไม่ชอบให้ตัวเองไปขวางความรักใครแน่ๆ”

        ฟุ่บ~

        “ขอบใจมากนะมึง ขอบใจจริงๆ” นัมจุนพุ่งเข้าไปกอดคนตัวเล็กกว่าด้วยความดีใจทันที จริงๆ ก็หวังแค่จะระบายให้เพื่อนฟังแต่พอรู้ว่าเพื่อนจะช่วย มันก็อดดีใจไม่ได้จริงๆ

        ในขณะที่ยุนกิได้แต่นั่งอึ้งในอ้อมแขนแกร่งแบบนั้น คือ ถึงจะไม่ได้รู้สึกอะไรแล้วก็เถอะ แต่จะมากอดกันแบบนี้ก็ยังไงอยู่นะ

        เอาวะ ถือว่าให้กำลังใจเพื่อนแล้วกัน

        “มึงดีใจขนาดนี้เลยเหรอวะ” เสียงห้าวเอ่ยกลั้วหัวเราะ ก่อนที่แขนเรียวจะค่อยๆ โอบคนตัวหนากว่าเบาๆ

        ไม่ใช่แค่โฮซอกหรอกที่เจ็บปวด นัมจุนก็เหมือนกันแหละ

        เฮ้อ ขยันทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากจริงๆ คู่นี้

 

        พวกเขาใช้เวลาคุยไม่นานจริงๆ เพราะเวลาห้าโมงกว่าแบบนี้ ยุนกิก็กลับมาถึงคอนโดของตัวเองเรียบร้อย

        มือเรียวเปิดประตูห้องของตัวเองเข้าไปในห้องของตัวเองพร้อมกับบิดขี้เกียจเล็กน้อย กว่าจะปลอบให้นัมจุนเชื่อว่าเขาจะช่วยจริงๆ ก็เล่นเอาเหนื่อยเลย

        “กลับมาแล้วเหรอครับ”

        เฮือก!!

        ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงเรียกมาจากในห้อง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเมื่อรู้ว่าใครเป็นคนเรียกตนเอง

        “แทฮยอง ตกใจหมดเลย”

        ใช่แล้ว คนที่เข้าห้องเขาได้ก็มีแต่แฟนหนุ่มของเขานั่นแหละ

        “ตกใจเหรอ ขอโทษนะครับ” เสียงทุ้มตอบแบบนั้น ก่อนจะลุกจากโซฟาแล้วเดินเข้ามาหา “เพิ่งคุยกับพี่นัมจุนเสร็จเหรอ”

        “อือ แล้วมึงอ่ะ ทำไมถึงรีบมา กูนัดมึงหกโมงไม่ใช่เหรอ”

        “ใช่ครับ” แทฮยองตอบรับเสียงเรียบ “แต่เราเรื่องต้องคุยกัน”

        “เรื่อง?”

        คนผิวเข้มไม่ตอบ แต่กลับยื่นโทรศัพท์มือถือของตนเองให้ ซึ่งร่างเล็กก็รับมันมาอย่างงงๆ

        อะไรของหมอนี่เนี่ย

        แต่พอเห็นภาพที่อยู่บนจอ ตาเรียวก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ

        ชิบหายแล้ว!

        ก็มันเป็นรูปที่นัมจุนกอดกับเขาที่สวนสาธารณะไง!

        “ไหนว่าไปคุยกันเรื่องโฮซอกไงครับ แล้วไปนั่งกอดกันแบบนี้นี่มันเกี่ยวอะไรกับเรื่องเพื่อนผมเหรอครับ พี่ยุนกิ”

        ร่างเล็กกลืนน้ำลายเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางนิ่งเฉยของแฟนหนุ่มแบบนั้น ก่อนจะรีบตั้งสติแล้วอธิบายทันที “มะ มันไม่ใช่อย่างที่มึงคิดนะแทฮยอง”

        “ถ้ามันไม่ใช่แล้วยังไงเหรอครับ ถึงไปกอดกันอย่างนั้นได้” แทฮยองจ้องตากดดันคนอายุมากกว่า ก่อนจะใช้แขนทาบผนังกักคนตัวเล็กไว้ในพันธนาการ “ท่าทางห่วงเกินความจำเป็น จ้องตากัน ก่อนจะกอดกัน ถ่านไฟเก่ามันคงจะยังมีเชื้ออยู่สินะ”

        “เชื้อบ้านมึงดิ กูเลิกกับมันมาเจ็ดปีแล้วนะ มันไม่เหลืออะไรให้รู้สึกแล้วล่ะ” คราวนี้แหละ ยุนกิเริ่มมีโทสะบ้างแล้ว “อีกอย่าง กูคบกับมึงมาตั้งนาน มึงยังไม่มั่นใจอีกเหรอว่าความรู้สึกกูอยู่ที่ใคร”

        “พี่จะให้ผมเอาอะไรมามั่นใจล่ะ พี่เคยแสดงออกชัดๆ ด้วยเหรอว่าพี่รักผมคนเดียวน่ะ” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างเจ็บแสบ “และอีกอย่าง วันนี้พี่ก็ยังไปนั่งกอดกับแฟนเก่าของพี่อีก พี่จะให้ผมรู้สึกยังไงวะ!

        “ตอนนี้มันก็เป็นแค่เพื่อนป่ะ กูกับมันไม่ได้คิดอะไรกันแล้ว อย่าหึงไม่เข้าเรื่องได้มั้ย”

        “พี่ว่าผมไร้สาระเหรอ” ร่างสูงมองคนรักอย่างคาดไม่ถึง ก่อนที่มือหนาจะคว้าไหล่เล็กไว้อย่างแรง “พี่เพิ่งกอดกับแฟนเก่านะเว้ย! ผมไม่มีสิทธิหวงพี่เลยหรือไง ในเมื่อพี่นัมจุนเป็นแฟนเก่าพี่ ถึงตอนนี้เขาจะเป็นเพื่อนพี่ แต่พี่เขาก็เคยเป็นคนที่พี่รักไม่ใช่เหรอวะ!

        “ไอ้แท กูเจ็บนะ! ปล่อย...

        “หรือว่าจริงๆ แล้ว พี่ไม่เคยรักผมเลย” เสียงทุ้มนั้นหม่นลงจนยุนกิใจหาย “หรือจริงๆ แล้ว พี่เห็นผมเป็นแค่คนที่ช่วยดูแลเวลาพี่บาดเจ็บแค่นั้น”

        “แท มันไม่ใช่...”

        “พี่ยังรักพี่นัมจุนใช่มั้ย...”

        “...ถ้ามึงจะไม่ฟังอะไรเลยแบบนี้ มึงก็กลับไปก่อนเถอะ” มือบางผลักแฟนหนุ่มออกอย่างแรงจนแทฮยองเซออกไปเล็กน้อย “ไปสงบสติอารมณ์ให้ใจเย็นก่อนนะ แล้วค่อยกลับมาคุยกัน”

        ร่างเล็กเดินสวนคนรักเข้าไปในห้องของตนเองพร้อมกับปาดน้ำตาที่คลอหน่วยขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขาก็รู้ตัวแหละว่าผิดที่ปล่อยให้นัมจุนกอดแบบนั้น แต่ก็ไม่คิดว่าร่างสูงจะระแวงเขาขนาดนี้

        ก็รู้นะว่าคนผิวเข้มเป็นคนใจร้อน รู้มาตั้งแต่สมัยที่หมอนี่จีบซอกจินแล้วด้วย แต่ก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้

        หมับ!!

        แต่ยังไม่ทันที่ยุนกิจะเดินไปไหนไกล ข้อมือบางก็ถูกมือใหญ่คว้าไว้อย่างรวดเร็วจนต้องหันกลับไปอีกครั้ง

        “แทฮยอง ปล่อยกู!

        “ผมไม่ปล่อย เรายังคุยกันไม่จบ!

        “สิ่งที่มึงทำอยู่น่ะอย่าเรียกว่าคุยเลย เรียกว่าระบายอารมณ์ใส่กูมากกว่า!” คนตัวขาวขึ้นเสียงพร้อมกับสะบัดมืออกมาอย่างแรง “มึงกลับไปก่อนเถอะ คุยไปก็คุยไม่รู้เรื่อง ไปทำใจให้เย็นก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน”

        “ที่พี่เอาแต่บ่ายเบี่ยง เพราะผมพูดเรื่องจริงใช่มั้ย” และเสียงทุ้มที่เอ่ยแบบนั้น ก็ทำให้ร่างเล็กชะงักทันที “แสดงว่าพี่ยังไม่ลืมพี่นัมจุนจริงๆ ใช่มั้ย!! แล้วพี่มาตกลงคบกับผมทำไมวะ!!!”

        เฮ้ย! มันจะมากไปแล้วนะเว้ย!!

        “มึงบ้าป่ะเนี่ย คิดได้แค่นี้หรือไงวะ!” คราวนี้ล่ะฟิวส์ขาดของจริง “ถ้าการที่กูไปหาไอ้นัมจุน กอดกับมัน แปลว่ากูยังชอบมันอยู่ งั้นแสดงว่าที่มึงอาสาไปรับไอ้จินกับกูวันนั้นแปลว่ามึงก็ยังชอบมันใช่มั้ย!!

        “อย่ามาพาลนะพี่ยุนกิ!

        “ใครกันแน่ที่พาล! จะอธิบายก็ไม่ยอมฟัง เอาแต่คิดเชี่ยอะไรก็ไม่รู้! กูบอกไปแล้วไงว่ากูไม่ได้คิดอะไรกับนัมจุนแล้ว ถ้ามึงไม่เชื่อก็เรื่องของมึงแล้วกัน กูไม่อธิบายแล้ว รำคาญ!!” ยุนกิทิ้งไว้แค่นั้น ก่อนจะเดินหนีอีกฝ่ายเข้าห้องนอนของตัวเองทันที

        และพอพ้นสายตาของแทฮยอง ร่างเล็กก็ทรุดลงกับพื้นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาช้าๆ

        ตลอดเวลาที่ผ่านมา มันไม่มีความไว้ใจเลยเหรอ

        แทฮยองคิดแบบนี้มาตลอดจริงๆ เหรอ

        น่าผิดหวังจริงๆ...

 

        “(มึงมันโง่ ไอ้แทฮยอง)”

        “เออ รู้ตัว เลิกซ้ำเติมกูสักทีได้มั้ย กูมาขอคำปรึกษานะ” แทฮยองกรอกเสียงใส่ปลายสายอย่างหงุดหงิด “ช่วยกูคิดก่อนว่าจะง้อพี่ยุนกิยังไง แล้วหลังจากนั้นกูจะยอมให้มึงด่าจนกว่าจะสะใจเลยไอ้จองกุก”

        ใช่ ปลายสายก็คือจอนจองกุก อริเก่าของเขานั่นแหละ

        แต่พออะไรๆ เริ่มลงตัว เขาที่หันมาจีบยุนกิและจองกุกที่ยังตามซอกจินอยู่ก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันอย่างง่ายดาย

        “(มันน่าด่ามั้ยล่ะ มึงนี่ใจร้อนไม่เคยเปลี่ยน ตั้งแต่สมัยจีบพี่จินยันเป็นแฟนกับพี่ยุนกิ)”

        “เออ รู้ แต่มึงจะให้กูทำยังไง พี่นัมจุนเป็นแฟนเก่าพี่ยุนกินะเว้ย เป็นมึงไม่ฟิวส์ขาดเหรอ ถ้าเจอพี่จินกอดกับกูอ่ะ”

        “(ไอ้โมโหน่ะโมโหแน่ แต่อย่างน้อยกูก็ไม่มีทางบึ้มใส่พี่จินแบบที่มึงทำแน่)”

        “แล้วกูควรทำยังไง”

        “(ก็ไปง้อตรงๆ นั่นแหละ ขอโทษแล้วก็อธิบายนิดๆ หน่อยๆ แค่นี้พี่ยุนกิก็เข้าใจแล้ว)”

        “เฮ้อ ทำไมกูต้องขอโทษก่อนวะ ทั้งๆ ที่คนที่ผิดก่อนคือพี่ยุนกิ”

        “(แล้วมึงรักพี่เขามั้ยล่ะ)” พอปลายสายบอกมาแบบนั้น แทฮยองก็ชะงักทันที “(เขาผิดก่อน แต่เขาเจ็บกว่าอยู่แล้ว โดนมึงใส่ไปขนาดนั้นน่ะ)”

        “...”

        “(ถ้ารักพี่เขาอยู่ก็ทำตามที่กูบอกซะ คำพูดของมึงก็ทำร้ายพี่เขามากพออยู่แล้ว อย่าให้อีโก้ไร้สาระของมึงทำลายความรักของมึงเลย)”

 

        สุดท้าย แทฮยองก็มาอยู่ที่หน้าคอนโดของยุนกิจนได้

        ร่างสูงถอนหายใจเล็กน้อยอย่างไม่รู้จะทำตัวอย่างไร ถึงจะเตรียมคำพูดมาแล้วก็เถอะ แต่เขาก็ทำตัวไม่ถูกอยู่ดี

        จะยังโกรธอยู่มั้ยนะ

        แล้วจะร้องไห้มั้ยเนี่ย ยิ่งชอบเก็บไปคิดคนเดียวด้วย

        “แทฮยอง...” เสียงห้าวสั่นๆ เอ่ยขึ้นเรียกความสนใจของคนที่กำลังทำใจอยู่หน้าห้องทันที “มาทำไม...”

        ไม่ชอบเลยแฮะ สีหน้าเจ็บปวดแบบนั้น

        “มาหาพี่ครับ” เสียงทุ้มตอบ “พี่ไปไหนมาเหรอ”

        “...ไปช่วยคุยกับโฮซอกให้นัมจุนมันน่ะ” พูดพร้อมกับเม้มปากเล็กน้อย “แล้วมาหากูทำไม วันนี้น้องกูได้สมหวังแล้ว กูไม่พร้อมทะเลาะให้มันเสียอารมณ์หรอกนะ”

        “ผมมาขอโทษ” และพอแทฮยองบอกแบบนั้น ร่างเล็กก็เงียบลงทันที “ขอโทษนะครับที่ใจร้อน จนเผลอพูดจาทำร้ายจิตใจพี่ไปแบบนั้น”

        “...”

        “ขอโทษนะครับที่ไม่ไว้ใจ แต่อย่างที่บอก พี่กับพี่นัมจุนเป็นแฟนเก่ากัน เป็นใครก็ทำใจไม่ไหวหรอกที่เห็นแฟนตัวเองไปกอดกับคนรักเก่าแบบนั้น”

        “...”

        “ให้อภัยผมนะ ผมรักพี่...”

        ฟุ่บ~

        “อ๊ะ พี่ยุนกิ” เสียงทุ้มร้องออกมาเบาๆ เมื่อคนพี่เข้ามากอดเขาไว้แน่น พร้อมกับสัมผัสชื้นที่เกิดขึ้นบนอกกว้าง “ไม่ร้องนะคนดี ผมขอโทษ”

        “ไม่ใช่แค่มึงหรอกที่ต้องขอโทษ ฮึก กูก็ด้วย” เสียงห้าวสะอื้นฮัก “ขอโทษนะที่คิดน้อยเกินไป กูแค่เห็นมันกำลังเสียศูนย์เลยตั้งใจจะปลอบแค่นั้นเอง ไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านั้นเลย”

        “...”

        “ถึงกู ฮึก ถึงกูจะไม่ค่อยแสดงออก แต่กูไม่ได้รักนัมจุนแล้วจริงๆ นะ”

        “...”

        “กูแค่มึงนะตอนนี้ ฮึก กูรักแค่มึงคนเดียวนะแทฮยอง”

        “ครับ รู้แล้วนะ” ร่างสูงอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาบางๆ เมื่อได้ยินคำบอกรักจากคนขี้แยในอ้อมแขนพร้อมกับกอดร่างเล็กให้แน่นขึ้น “ผมก็รักพี่นะ ขอโทษที่หึงเกินไป แต่เพราะผมรักพี่จริงๆ”

        คู่ของพวกเขาก็เหมือนไฟกับน้ำมัน เวลาทะเลาะกันนี่ไม่มีหรอกที่จะทำให้อีกฝ่ายเย็นลง มีแต่จะแผดเผากันให้วอดวายกันไปข้าง

        แต่รู้มั้ย ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่ไฟกับน้ำมันก็เป็นสิ่งที่เข้ากันได้ดีที่สุดแล้ว

        เหมือนกับพวกเขาที่เข้าใจกันที่สุดยังไงล่ะ ^^

 

End Special Part III

Next Chapter : Special Part IV

ไอ้หมอนั่นมันเป็นใคร ทำไมพี่ต้องให้มันมาส่งที่คอนโดของเราด้วย!’

นายหรือพี่กันแน่ ที่ควรจะเป็นฝ่ายไม่ไว้ใจน่ะ


-------------------------------------------------------------------

        คู่นี้ก็จะเดือดๆ หน่อยนะคะ 555555 สวัสดีค่ะทุกคน ไม่เจอกันนานเลยยยยย ช่วงนี้เราลุ้นกับข่าวทีมหมูป่าจนแทบไม่มีอารมณ์แต่งเลยค่ะ 55555 เป็นห่วงเขาอ่ะ ยังไงก็ขอให้พวกเขาปลอดภัยนะคะ ตามความรู้ชีววิทยาที่เรามีก็ยังมีความหวังค่ะว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่ ยังไงไรท์ก็ขอให้พวกเขากลับมาอย่างปลอดภัยและครบทั้งทีมนะคะ ^^ มาๆ เข้าเรื่องของเราดีกว่า เผื่อใครงงไทม์ไลน์ พาร์ทวีก้าจะเป็นเวลาที่คาบเกี่ยวกับพาร์ทม่อนโฮปนะคะ แล้วทั้งสองพาร์ทนี้จะเป็นพาร์ทที่พี่จินกลับมาจากฝรั่งเศสแล้วตกลงคบกับจองกุกอีกรอบแล้วนะคะ (ตามในตอนที่ 41 เลยจ้า ^o^) ตอนหน้าก็จะเป็นไทม์ไลน์หลังสเปวีก้านิดหน่อยและจะเป็นของคู่กุกจินแล้วนะคะ และพอถึงตอนนั้นก็จะจบเรื่องนี้อย่างเป็นทางการจริงๆ แล้ว 55555 ยังไงเราก็ฝากทุกคนติดตามตอนสุดท้ายที่เหลือด้วยนะคะ แล้วเจอนกันตอนหน้านะคะรีดเดอร์ทุกคน ^o^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

552 ความคิดเห็น

  1. #537 k_922 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 08:35
    คู่รักคู่กัดตริงๆ
    #537
    0
  2. #535 3009 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 00:02
    เข้าใจคนซึนไหม รักแต่ไม่พูดอ่ะเข้าใจไหมแทททท555555
    #535
    0
  3. #534 Jung Tien-In (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 23:29
    พี่เค้ารักแกคนเดียวแล้วตอนนี้ ไม่อารมณ์ร้อนแล้วนะแท
    #534
    0
  4. #533 nnuueeii. (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 23:26
    จากคู่อริกลายเป็นคนคอยให้คำปรึกษากันซะแล้ว 555555 คิดถึงไรท์เสมอนะคะ
    #533
    0