Fic BTS In Relation... KookJin, VGa, MonHope

ตอนที่ 48 : Special Part II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 889
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    8 มิ.ย. 61

Special Part II

 

การรอคอยมันทรมานมากกว่าที่คิด

 

ยิ่งการรอคอยให้คนมารักด้วย ยิ่งทรมานไปใหญ่

 

แต่มันก็คือความผิดของเขา ที่ทำให้ทุกอย่างพังแบบนี้

 

เพราะแบบนั้น เขาถึงต้องยอมรับกรรมที่เขาก่อไว้ล่ะนะ

 

        “เฮ้ย ไอ้นัมจุน เย็นนี้ไปไนต์คลับกันป่ะ” เสียงเฮฮาของคนในบริษัทดังขึ้นทักร่างสูงของ คิมนัมจุนที่กำลังเก็บของอยู่ที่โต๊ะทำงานของตนเอง ซึ่งชายหนุ่มก็หันมาปฏิเสธเพื่อนร่วมงานแทบจะทันที

        “ไม่ล่ะ วันนี้กูมีนัดแล้ว”

        “คนเดิมสินะ ถ้ากูเป็นยุนกิคงดีใจตาย ได้น้องเขยที่รักมั่นคงแบบมึงเนี่ย” อีกฝ่ายกล่าวถึงวิศวกรอีกคนในบริษัทพร้อมกับหัวเราะ ซึ่งนัมจุนก็หัวเราะออกมาเช่นกัน

        ในบริษัทนี้ไม่มีใครรู้หรอกว่าเขากับยุนกิเคยเป็นคู่รักที่รักกันมาก จนกระทั่งเกิดเรื่องมากมายและทำให้ใจของนัมจุนเปลี่ยนไปหาน้องชายของอีกฝ่ายแทน แต่ถึงอย่างนั้น คนตัวขาวและเขาก็ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอย่างนี้เสมอ

        ไม่รู้ว่ายุนกิใจดีหรือว่าได้แทฮยองช่วยเยียวยาจิตใจแล้วเลยทำให้สามารถเป็นเพื่อนกับเขาได้แบบนี้

        ก็เหลือแค่ใครอีกคนนี่แหละ ที่เขาต้องเอาชนะใจให้ได้

        ใครอีกคน ที่รักพี่ชายของตนเองยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

        “เมื่อกี้มีใครนินทากูหรือเปล่าวะ” เสียงห้าวเอ่ยทักขึ้นพร้อมรอยยิ้มเรียกความสนใจของทุกคนทันที “ใครอยากจะมีปัญหากับกูหรือเปล่าครับ”

        “แหม ใครจะกล้ามีปัญหากับท่านยุนกิ วิศวกรคนเก่งของบริษัทล่ะคร้าบ” เสียงเพื่อนร่วมงานแซวร่างเล็กขึ้นมา “ผมแค่แซวท่านวิศวกรใหญ่อย่างนัมจุนเท่านั้นเอง ว่าที่น้องเขยของท่านยุนกินี่มั่นคงเสียจริงนะ ห้าปีแล้วก็ยังรักน้องมึงอยู่แบบนี้”

        ตาเรียวหันกลับมามองอดีตคนรักของตนเอง ก่อนจะส่งยิ้มออกมาบางๆ “มันรักของมันมานานแล้ว จะเอาอะไรมาตัดใจเล่า ใช่มั้ยนัมจุน”

        “...อือ ก็ตามนั้นแหละ” นัมจุนยิ้มตอบ “งั้นกูไปแล้วนะทุกคน เจอกันอาทิตย์หน้า”

        “เคๆ ขอให้น้องไอ้ยุนกิใจอ่อนให้ได้นะเว้ย”

        “เออ ให้โฮซอกยอมให้มึงไวๆ นะ”

        “เออๆๆ ขอบใจพวกมึงนะ” ร่างสูงตอบรับ ก่อนจะคว้ากระเป๋าของตัวเองแล้วลงมาจากบริษัทของตนเอง

        ขอบอกอีกรอบแล้วกัน ว่าตอนนี้ทั้งนัมจุนและยุนกินั้นได้ทำงานเป็นวิศวกรใหญ่ของบริษัทเอกชนชื่อดังแห่งนี้ได้ห้าปีแล้ว

        ด้วยฝีมือที่แสดงเป็นที่ประจักษ์มาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาฝีกงานแล้ว แถมด้วยนิสัยอ่อนน้อมและเข้ากับคนอื่นง่าย ทำให้พวกเขาเป็นที่น่าเอ็นดูและสนิทกับคนในบริษัทได้ไวกว่าพนักงานใหม่คนอื่นๆ

        และทำให้คนอื่นๆ รับรู้เรื่องระหว่างนัมจุนกับโฮซอกได้ไวมาก

        แต่ก็นั่นแหละ อย่างที่บอกในตอนแรกว่าไม่มีใครรู้เรื่องของเขากับยุนกิ เพราะคนตัวเล็กกว่าที่ปิดเรื่องไว้ให้ เขาถึงได้คิดไงว่ายุนกิใจดีหรือได้แทฮยองช่วยไว้จนดีขึ้นกันแน่นะ

        แต่ก็ดีแล้ว แค่ยุนกิยอมเป็นเพื่อนกับเขาทั้งๆ ที่เขาทำร้ายอีกฝ่ายขนาดนี้

        ก็เหลือแต่ให้อีกคนยอมอภัยให้เขาเท่านั้นแหละ แต่ก็อย่างที่บอก โฮซอกรักยุนกิยิ่งกว่าอะไรนี่นา...

        “อ้าว พี่นัมจุน” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยทักขึ้นเรียกความสนใจของเจ้าของชื่อทันที อีกฝ่ายโค้งให้แล้ววิ่งเข้ามาหา “เลิกงานแล้วใช่มั้ยครับ พี่ยุนกิล่ะครับ”

        จะใครซะอีกล่ะที่มาถาม นอกจากแฟนหนุ่มของร่างเล็กอย่าง คิมแทฮยอง

        “อยู่ข้างบนน่ะ เดี๋ยวก็คงลงมา” นัมจุนตอบนิ่งๆ “มึงก็เลิกแล้วเหรอ”

        “ครับ ไอ้โฮซอกมันรอพี่อยู่ที่บริษัทน่ะครับ”

        “รอ? มึงใช้คำผิดหรือเปล่า” วิศวกรหนุ่มหัวเราะเบาๆ โฮซอกเกลียดเขาจะตาย จะมารอเขาทำไม

        “มันก็รอพี่ทุกวัน พี่ไม่รู้อีกเหรอครับ” แทฮยองหัวเราะบ้าง “มันก็ทิฐิไปงั้นแหละพี่ จริงๆ มันชอบพี่จะตาย”

        “แต่ยังไงเขาก็คงไม่ให้อภัยกูง่ายๆ หรอกถูกมั้ย” ร่างสูงถอนหายใจ “กูทำกับพวกเขาไว้เยอะนี่นา ทำไงได้”

        “ผมก็ทำกับพวกพี่ไว้เยอะเหมือนกัน พวกพี่ยังให้อภัยผมได้เลย” คนผิวเข้มถอนหายใจ “โฮซอกมันไม่ได้โกรธพี่ขนาดนั้นหรอกครับ มันแค่เป็นคนดีเกินไปนั่นแหละ ทั้งๆ ที่พี่ยุนกิก็ยกพี่ให้มันแท้ๆ”

        “ช่างเถอะ ยังไงก็ถือว่ากูทำผิดต่อสองคนนั้นอยู่ดีนั่นแหละ” นัมจุนแค่นยิ้ม “เอาเถอะ งั้นกูไปก่อนนะ มึงก็อย่าพาไอ้กิไปเถลไถลที่ไหนล่ะ”

 

        ตอนนี้นัมจุนมาอยู่ที่หน้าบริษัทของโฮซอกแล้ว

        ทั้งโฮซอกและแทฮยองนั้นได้ทำงานอยู่ที่บริษัทเกมชื่อดังแห่งหนึ่งของประเทศ โดยแทฮยองนั้นทำงานอยู่ฝ่ายการตลาดและโฮซอกอยู่ฝ่ายบัญชี ด้วยความสามารถที่การันตีด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งของทั้งคู่ บวกความขยันเข้าไปอีก ทำให้พวกเขาได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าของฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว

        และแน่นอน ว่าหัวหน้าฝ่ายบัญชีคนสวยผู้มากความสามารถก็เป็นที่หมายตาของใครหลายๆ คน

        แต่ก็นั่นแหละ โฮซอกไม่เคยยอมให้ใครเข้าใกล้หรอก และอีกอย่าง คนที่ตามตื๊อเขาอยู่ตลอดเวลาก็เป็นสัญญาณให้ชายคนอื่นยอมล่าถอยจากร่างบางไป

        ก็ดีเหมือนกัน แค่นี้เขาก็เอาชนะใจร่างบางยากอยู่แล้ว ถ้ามีคู่แข่งคนอื่นอีกเขาคงไม่มีโอกาสได้เริ่มใหม่กับโฮซอกแน่ๆ

        นั่นไง ตัวเล็กของเขาลงมาแล้ว

        แล้วมากับใครน่ะ?

        ร่างสูงขมวดคิ้วเมื่อเห็นรุ่นน้องลงมากับชายคนหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ท่าทางของทั้งคู่สนิทสนมกันมากจนนัมจุนได้แต่สงสัย

        หมอนั่นเป็นใคร ทำไมเขาไม่เคยเห็นหน้าเลย

        “บาย เจอกันวันพรุ่งนี้นะมึง” โฮซอกโบกมือลาเขาคนนั้น ก่อนจะชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าคนพี่ “เอ่อ สวัสดีครับพี่นัมจุน”

        พร้อมกับรอยยิ้มที่หายไปด้วย

        นัมจุนได้แต่เก็บความเจ็บปวดกับท่าทีแบบนั้นของรุ่นน้อง ก่อนจะส่งยิ้มบางๆ ร่างบาง “รอพี่นานมั้ย โทษที รถมันติดไปหน่อย”

        “ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่พี่มารับผมทุกวันแบบนี้ก็เกรงใจมากแล้ว” เสียงหวานตอบกลับเรียบๆ “ไปกันเถอะครับ เดี๋ยวพี่จะกลับคอนโดตัวเองดึกนะ”

        “โอเคครับ” ร่างสูงตอบรับ ก่อนจะเปิดประตูให้โฮซอกเข้าไปนั่ง จากนั้นเขาก็วิ่งไปที่ฝั่งคนขับแล้วขับรถออกไปทันที

        “ทำงานวันนี้เป็นยังไงบ้าง”

        “ก็ดีครับ อย่างที่เคยบอกว่าผมได้เพื่อนร่วมงานดี ทุกอย่างมันก็เลยโอเค”

        “คนเมื่อกี้ก็เพื่อนร่วมงานนายเหรอ พี่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย” เผลอถามออกมาด้วยความสงสัยเรียกให้ร่างบางเหลือบมองมา

        แต่เสียงหวานก็ยังคงตอบคำถามนั้นโดยที่ไม่คัดค้านอะไร

        “ใช่ครับ เพื่อนร่วมแผนกของผมเอง” พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “พี่มีอะไรหรือเปล่าครับ”

        “เปล่าๆ แค่สงสัยน่ะ ก็พี่ไม่เคยเห็นหน้าเขาเลยนี่” นัมจุนรีบปฏิเสธเมื่อสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจของรุ่นน้อง ก่อนจะเปลี่ยนไปอีกเรื่องหนึ่งแทน “เดี๋ยวพี่จะแวะซื้อของที่ห้างด้านหน้านี่ก่อนนะ น้องโฮซอกไม่รีบไปไหนใช่มั้ย

        ไม่ครับ

        “โอเคๆ งั้นไปเดินห้างแก้เครียดกันเถอะเนอะ ^^” ร่างสูงส่งยิ้มให้คนข้างๆ ก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปจอดในห้างที่เขากล่าวถึง เมื่อจอดรถเสร็จก็พากันเดินลงมาจากรถ

        ถึงจะยอมมาเดินด้วยแบบนี้ แต่โฮซอกก็ยังรักษาระยะห่างกับคนพี่ไม่ให้ใกล้เกินขอบเขตที่ตัวเองจำกัดไว้

        แม้ว่าร่างบางจะยอมให้คนพี่เข้าใกล้นั้น แต่ความรู้สึกหลายอย่างก็ยังทำให้หัวหน้าฝ่ายบัญชีคนนี้ยังปิดกั้น ไม่ยอมให้นัมจุนเข้ามามีผลต่อความรู้สึกของตัวเอง

        แต่ก็โทษใครไม่ได้แหละ มันก็เป็นเพราะร่างสูงเองนี่แหละที่ทำให้โฮซอกฝังใจขนาดนี้

        “อ้าว นั่นนัมจุนกับโฮซอกใช่มั้ย” เสียงหวานของใครบางคนเอ่ยทักเรียกความสนใจของคนสองคนทันที

        และคนคนนั้นก็ทำให้ทั้งคู่ตกใจได้ทันที

        “ซอกจิน!/พี่ซอกจิน!

        โฮซอกรีบวิ่งไปหาเพื่อนสนิทของพี่ชายที่เข้ามาทักทายทันที รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าสวยทันทีที่เห็นคนคุ้นเคย

        “พี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอครับ”

        “กลับมาได้อาทิตย์นึงแล้ว แทฮยองกับยุนกิไม่ได้บอกเหรอ”

        “ไม่เลยครับ ทั้งคู่ไม่ได้บอกอะไรผมเลย สงสัยเพราะไม่ค่อยได้เจอกันล่ะมั้งครับ” โฮซอกพูด “แล้วพี่มาคนเดียวเหรอครับ”

        “ไม่ๆ มากับจองกุกน่ะ นั่นไง มาพอดีเลย” ร่างเพรียวหันไปยิ้มให้กับร่างสูงที่เดินเข้ามาหา ซึ่งจองกุกที่เห็นว่าใครคุยกับคนพี่ก็โค้งให้ทันที

        “สวัสดีครับรุ่นพี่โฮซอก รุ่นพี่นัมจุน ไม่เจอกันนานเลย”

        “สวัสดีจองกุก” ร่างสูงหันไปยิ้มรับ “นี่มาด้วยกันได้ยังไงน่ะ”

        “แฟนกันจะมาด้วยกันก็ไม่แปลกนี่ครับ” จองกุกเอ่ยอย่างร่าเริงพร้อมกับโอบไหล่คนตัวเล็กกว่า “แล้วพี่ทั้งสองมาด้วยกันได้ยังไงครับ”

        “ก็คือ...”

        “พี่นัมจุนเขาจะซื้อของน่ะ เลยให้พี่มาด้วย” เสียงหวานตอบขัดร่างสูงขึ้นมาราวกับว่าไม่อยากให้อีกสองคนรู้อะไรมากกว่านี้ “ยินดีด้วยนะที่กลับมาคบกันแบบนี้อีกครั้งแล้ว แล้วอย่าทำให้พี่ซอกจินเสียใจอีกนะ”

        “ไม่แล้วครับพี่โฮซอก ผมเข็ดแล้ว” รุ่นน้องเอ่ยพร้อมกับหัวเราะ ซึ่งก็โดนรุ่นพี่หน้าหวานถองศอกกลับไปอย่างหมั่นไส้ “งั้นพวกเราสองคนขอตัวก่อนนะครับ เจอกันนะครับรุ่นพี่โฮซอก รุ่นพี่นัมจุน”

        “เจอกันนะทั้งคู่ ^^

        “ครับ เจอกันครับพี่ซอกจิน จองกุก” โฮซอกโบกมือลาทั้งคู่ ตาคู่สวยมองตามคนทั้งคู่พร้อมรอยยิ้ม

        ครั้งที่สามแล้วนะ ที่รุ่นพี่หน้าหวานกับเจ้าเด็กกระต่ายตัวแสบกลับมาคบกัน

        ถึงก่อนหน้านี้จะมีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นกับคู่นี้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างคงลงตัวแล้วล่ะมั้ง

        โคจรมาเจอกันซ้ำๆ แบบนี้ คงถึงเวลาที่จะรักกันสักทีแล้วนะ

        “สองคนนั้นน่ารักดีนะ ผ่านเรื่องราวมามากมาย คงถึงเวลาที่พวกนั้นควรจะรักกันสักทีเนอะ”

        “นั่นน่ะสิครับ” ร่างบางตอบรับ ก่อนที่ประโยคต่อไปที่เสียงทุ้มเอ่ยออกมาจะทำให้คนตัวเล็กกว่าหันไปมองทันที

        “แล้วเมื่อไหร่เราจะเลิกเป็นแบบนี้สักทีล่ะ”

        ร่างบางมองใบหน้าหล่อของคนตัวสูงกว่าด้วยสายตาเรียบเฉย ยังจะถามอีกเหรอว่าเมื่อไหร่เราจะเลิกเป็นแบบนี้

        ก็เพราะว่าเมื่อก่อนเราสองคนพยายามจะทำตัวเหมือนเดิมกันไม่ใช่เหรอ สุดท้าย ก็เผลอตัวเผลอใจให้กัน จนสุดท้ายก็ทำร้ายจิตใจพี่ชายของเขาที่ในตอนนั้นเป็นคนรักของนัมจุน

        แม้ว่ายุนกิจะเป็นคนหลีกทางให้พวกเขาและในตอนนี้ก็เปิดใจให้เพื่อนเขาแล้วก็เถอะ แต่โฮซอกก็ไม่มีวันลืมหรอกว่าเรื่องของพวกเขาทำให้พี่ชายเขาเจ็บแค่ไหน

        ตราบใดที่ยังลบความรู้สึกผิดนี้ไม่ได้ เขาจะไม่ยอมปล่อยตัวปล่อยใจเหมือนเมื่อก่อนแน่ๆ

        “...ผมว่าพี่รีบไปซื้อของดีกว่าครับ อย่าพูดเรื่องอื่นกันเลย” เสียงหวานพูดแค่นั้น ก่อนจะเดินออกไปอีกทาง แต่ยังไม่ได้ทันไปไหนไกล ข้อมือบอบบางก็ถูกคว้าไว้อย่างรวดเร็ว

        โฮซอกกำลังจะเอ่ยให้อีกฝ่ายปล่อยมือเขา แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นสายตาคมที่มองมา

        มันมีแต่ความเศร้าและความเจ็บปวดอยู่ในนั้นเต็มไปหมด

        ร่างบางหลบสายตาที่มองมาพร้อมกับกัดปากแน่น พยายามใจแข็งกับสายตาแบบนั้นของคนพี่แต่มือเรียวก็ยังไม่กล้าสะบัดมืออีกคนออก

        “เจ็ดปีแล้วนะโฮซอก เจ็ดปีแล้วนะที่เราอยู่แบบนี้ นายไม่ทรมานบ้างเหรอที่เราต้องอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้”

        “...”

        “นายยังลงโทษพวกเราไม่พอใจอีกเหรอ ตอนนี้ยุนกิไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องเก่าๆ แล้วนะ นายให้อภัยพี่ ให้อภัยตัวเองไม่ได้เหรอ”

        “...”

        “จะอีกนานแค่ไหนโฮซอก อีกนานแค่ไหนที่นายจะหายรู้สึกผิด นานแค่ไหนพี่ถึงจะรู้ว่าความสัมพันธ์ของเราจะเป็นยังไงต่อ”

        “...”

        “นายใจร้ายมากเลยนะ รู้ตัวมั้ย ไม่ใช่แค่กับพี่ แต่กับตัวนายเองด้วย...”

        “ผมไม่เคยขอให้พี่รอให้ผมชัดเจน” เสียงหวานที่เงียบไปนานตอบขัดขึ้น “ถ้าพี่ไม่อยากรอผมแล้ว ผมก็ไม่ได้ว่า ยังไงเรื่องของเรามันก็ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นอยู่แล้ว นอกจากความรู้สึกที่เผลอเกินเลยไปเท่านั้น”

        “โฮซอก...”

        “จริงๆ พี่ไม่มีความจำเป็นต้องรอผมแบบนี้เลย ทั้งๆ ที่พี่เองก็น่าจะรู้ พี่เป็นแฟนเก่าของพี่ชายผมนะ แถมเรื่องของเรายังทำให้พี่ผมเจ็บขนาดนั้น พี่จะให้ผมทำใจคบกับพี่ได้ยังไง”

        “...”

        “ที่ไม่พูดอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะว่าไม่อยากให้พี่เจ็บปวด ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ผมเคยบอกให้พี่เลิกยุ่งกับผมแล้วแท้ๆ แต่พี่ก็ดื้อเอง ผมพยายามออกห่างจากพี่ แต่พี่ก็เข้าหาผมตลอดแบบนี้ พี่จะให้ผมทำยังไง”

        “...”

        “ในเมื่อพี่อยากชัดเจน ได้ครับ ผมจะให้คำตอบตอนนี้เลย” ตาคู่สวยที่ตอนนี้ก็ฉายแววเจ็บปวดเหมือนกันเงยขึ้นสบกับตาคมที่มองลงมา “เลิกยุ่งกับผมสักที ผมขอร้องนะครับ พี่นัมจุน”

 

        หลายวันมาแล้ว นัมจุนก็หายไปอย่างที่ร่างบางต้องการจริงๆ

        โฮซอกนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาของตัวเอง กาแฟที่ชงมานั้นถูกทิ้งไว้จนเย็นชืด ดูเหมือนเช้าวันหยุดแบบนี้ จะไม่ทำให้เจ้าของบ้านรู้สึกสดชื่นเหมือนทุกๆ ครั้งเลย

        นี่ไง ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างที่เขาต้องการแล้วไง

        แล้วทำไมเขาถึงไม่ดีใจเลยนะ

        ทำไมมันว่างเปล่าแบบนี้นะ

        กริ๊ง!

        เสียงกริ่งหน้าบ้านปลุกให้ร่างบางตื่นจากความคิด ตากลมหันไปมองที่ประตูหน้าบ้านพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างสงสัย

        ใครมาหาเขาแต่เช้าเนี่ย

        โฮซอกลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินไปเปิดประตูบ้านเมื่อได้ยินเสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้ง และพอเห็นหน้าผู้มาใหม่ ร่างบางก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ

        “ไง พี่ไม่ได้มารบกวนเราใช่มั้ย”

        “พี่ยุนกิ...”

        ใช่ คนที่มาหาเขาแต่เช้าก็คือยุนกิ พี่ชายตัวขาวของเขานั่นเอง

        “จะนิ่งอีกนานมั้ย จะไม่ให้พี่เข้าบ้านแล้วเหรอ”

        “โอ๊ะ เชิญครับๆ พี่ยุนกิ” โฮซอกรีบเบี่ยงตัวเปิดทางให้พี่ชายตัวเล็กของตนเองเข้ามาในบ้านเมื่อเสียงห้าวกลั้วหัวเราะบอกมาแบบนั้น “เดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้นะ”

        “โอเคๆ ขอบใจนะ” พอคนพี่ตอบรับมาแบบนั้น ร่างบางก็เดินเข้าไปเตรียมน้ำให้พี่ชายแล้วเดินออกมา

        “ไปไงมาไงถึงมาหาผมได้ครับเนี่ย พี่ยุนกิ”

        “ก็วันนี้ว่างไง เลยมาหาน้องชายบ้าง” ยุนกิตอบพร้อมกับยกน้ำขึ้นมาดื่ม “หลายอาทิตย์อยู่นะที่พี่ไม่ได้เจอนาย”

        “ใช่สิครับ พี่ก็เลยไม่ได้บอกผมเรื่องพี่ซอกจินไง -0-

        “เออว่ะ ลืมไปเลย” คนตัวเล็กหัวเราะ “พี่ก็นึกว่าแทฮยองบอกนายแล้วนะ”

        “หมอนั่นจะบอกอะไรล่ะครับ หน้ายังไม่เจอเลย” ร่างบางหัวเราะบ้าง “แต่พี่คงไม่ได้มาเพื่อคุยเล่นกับผมหรอกนะ”

        “รู้ดีนักนะเจ้าน้องชาย” วิศวกรหนุ่มหัวเราะอีกครั้ง “พี่มาเรื่องนัมจุนนั่นแหละ”

        ว่าแล้ว ว่ามันต้องเป็นเรื่องนี้

        “พี่ไม่ต้องสนใจหรอกนะครับ ผมไม่คบกับเขาแน่ๆ เพราะเรื่องของเรา...”

        “นายจะบอกว่าเรื่องของนายกับนัมจุนมันผิดใช่มั้ย” เสียงห้าวขัดน้องชายขึ้นมา ก่อนจะถอนหายใจเมื่อเห็นสีหน้าของคนอายุน้อยกว่า “แล้วมันผิดเพราะอะไรล่ะ ในเมื่อตอนนี้เขาก็ไม่มีใคร นายก็ไม่มีใคร”

        “แต่ว่าเรื่องของผมเคยทำให้พี่เจ็บ” โฮซอกกัดปากแน่น “ผมทำไม่ได้หรอก ผมปล่อยให้เรื่องระหว่างเขากับผมเกิดขึ้นไม่ได้หรอก”

        “แล้วนายรักเขามั้ย”

        “พี่ยุนกิ...”

        “ไม่ต้องคิดอย่างอื่น ไม่ต้องคิดถึงพี่ คิดถึงแต่ความรู้สึกของนาย ตลอดเจ็ดปีที่นายตั้งกำแพงกีดกันเขาออกไป นายยังมีความรักให้นัมจุนอยู่มั้ย”

        ร่างบางได้แต่เงียบและคิดตามที่เสียงห้าวของพี่ชายบอกมา ถ้าถามว่าเขายังรักนัมจุนอยู่มั้ย มันก็ตอบไม่ยากเลย

        เขาไม่เคยลบผู้ชายออกจากหัวใจได้เลยสักครั้ง

        แต่อย่างที่บอกว่าเขาทำอย่างนั้นไม่ได้ ความรักของเขาเคยสร้างความเจ็บปวดให้กับพี่ชายของเขาเอง ถ้าเขาสานต่อความรักนั้น ทุกคนจะมีความสุขได้ยังไง

        “ช้อยส์แค่สองข้อเองโฮซอก รักหรือไม่รัก นายก็แค่ตอบพี่มาแค่นั้นเอง”

        “ผม...” อยากจะโกหก แต่ทำได้ยากเหลือเกิน “ผมไม่...”

        “นายรักนัมจุน อย่าปฏิเสธเลย” ยุนกิขัดน้องชายตัวเองพร้อมรอยยิ้ม น้องชายของเขานี่มันเหลือเกินจริงๆ “นายสองคนใจตรงกัน ไม่เห็นมีอะไรที่ต้องคิดมากเลย”

        “แต่ว่า...”

        “ตอนนี้พี่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับนัมจุนแล้ว โยนความรู้สึกผิดของนายทิ้งไปได้แล้วนะ” เสียงห้าวตอบพร้อมกับแตะไหล่ของโฮซอกเบาๆ “ตอนนี้ความรู้สึกของพี่อยู่ที่แทฮยองหมดแล้ว นายอย่าให้เรื่องของพี่มาทำลายสิ่งที่นายควรจะได้เลยนะ”

        “พี่ครับ...”

        “หัวใจนัมจุนเป็นของนาย ถึงมันจะเคยเป็นของพี่มาระยะหนึ่ง แต่ลึกๆ แล้ว ใจของเขาเป็นของนายมาตลอด”

        “...”

        “ทำตามหัวใจตัวเองเถอะโฮซอก นายจะได้มีความสุขเสียที”

        กริ๊ง!

        เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นอีกครั้งเรียกความสนใจของคนทั้งคู่ โฮซอกขมวดคิ้วอย่างสงสัยว่าใครมาบ้านเขาตอนเช้านักหนา แต่ยุนกินั้นยิ้มมุมปากราวกับรู้ว่าคนที่ที่อยู่อีกฝั่งประตูเป็นใคร

        “มาได้จังหวะพอดีสินะ” เสียงห้าวหัวเราะเบาๆ “งั้นพี่กลับก่อนนะ นายคงมีเรื่องจะคุยกับแขกคนนี้เยอะเลยแหละ”

        “ครับ?” ร่างบางขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ตากลมก็มองตามพี่ชายตัวเล็กออกไปจนเขาเดินไปถึงประตู

        และพอประตูเปิดออก โฮซอกก็เบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง

        “กูเคลียร์ให้มึงแล้ว” ยุนกิบอกพร้อมกับตบไหล่หนาของผู้มาใหม่เบาๆ “จากนี้ไปก็อยู่ที่พวกมึงสองคนแล้วล่ะว่าจะเอายังไงกันต่อ”

        และร่างเล็กก็จากไป ทิ้งเจ้าของบ้านไว้กับแขกคนใหม่อย่างนั้น

        “พี่นัมจุน...”

        ใช่ แขกคนนั้นก็คือนัมจุนนั่นแหละ

        “ขอโทษที่ต้องให้ยุนกิมาช่วยแบบนี้นะ นายคงไม่โกรธใช่มั้ย” ร่างสูงตอบพร้อมกับเดินเข้ามาหาร่างบาง “แต่พี่ไม่ได้บังคับยุนกินะ หมอนั่นอยากช่วยจริงๆ เลยมาหานายแบบนี้”

        ปึ่ก!

        “โฮซอก...” เสียงทุ้มเอ่ยเสียงเบาอย่างคาดไม่ถึง เมื่อจู่ๆ คนน้องก็พุ่งมากอดเขาอย่างแรง นัมจุนได้แต่นิ่งค้าง ก่อนจะค่อยๆ กอดตอบโฮซอกเบาๆ “โฮซอก นาย...”

        “ฮึก ผมขอโทษ” เสียงหวานสะอื้นฮักอย่างกลั้นไม่อยู่ “ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมคงทำให้พี่เจ็บมากเลยใช่มั้ยครับ ฮึก ผมขอโทษนะ”

        “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรเลยโฮซอก” นัมจุนเอ่ยอย่างปลอบโยน “มันก็เป็นเพราะพี่เองที่ทำร้ายนายกับยุนกิก่อน ถ้านายจะทำแบบนี้ก็ไม่แปลก”

        “แต่พี่ก็ไม่ควรทรมานมาตลอดเจ็ดปีแบบนี้เลย พี่ควรจะได้เจอใครที่ดีที่เหมาะสมกับพี่ ไม่ใช่รอคนที่จมกับความรู้สึกผิดอย่างผมเลย”

        “เพราะพี่เลือกแล้วไง ว่าจะรักนาย” มือหนาดันร่างบางออกเล็กน้อยพร้อมกับเช็ดน้ำตาบนใบหน้าหวานอย่างแผ่วเบา “แล้วนายล่ะ ว่ายังไง ยังรักพี่อยู่มั้ย”

        “รักครับ ผมรักยังไง ผมก็รักเหมือนเดิม” โฮซอกส่งยิ้มบางๆ ให้คนตัวสูงกว่า “ขอโทษนะครับสำหรับที่ผ่านมา ผมจะไม่หนีใจตัวเองอีกแล้วล่ะ”

        “งั้นเป็นแฟนกันนะ”

        “...ครับ ผมตกลง” เสียงหวานตอบรับพร้อมกับทั้งคู่ที่ส่งยิ้มให้กัน ก่อนที่นัมจุนจะโน้มลงมามอบจูบแสนหวานให้กับคนในอ้อมแขนที่ก็เต็มใจตอบรับสัมผัสนั้นเหมือนกัน

        จากนี้ไปจะไม่มีความคลุมเครือในตอนแรกอีกแล้ว

        มันถึงเวลาที่พวกเขาควรจะได้รักกันอย่างที่ควรจะเป็นสักที

 

End Special Part II

Next Chapter : Special Part III

พี่ยังไม่ลืมพี่นัมจุนใช่มั้ย!! แล้วพี่มาตกลงคบกับผมทำไมวะ!!!’

ถ้าหากการที่กูออกไปหานัมจุนคือกูยังชอบมัน งั้นวันนั้นที่มึงอาสาไปรับจินกับกูแปลว่ามึงก็ยังชอบจินใช่มั้ย!’


-------------------------------------------------------------------

        ความรักของคู่นี้จบสวยแล้วนะคะ 555555 สวัสดีค่ะทุกคน ไม่เจอกันนานมากกกกกก พอดีเราป่วยนิดหน่อยน่ะค่ะ อย่างที่แจ้งไปในทวิตเตอร์ 5555 พออาการเริ่มดีขึ้นเราก็มาอัพเลยนะคะ เพราะเราก็คิดถึงรีดเดอร์ทุกคนมากๆ เลย >< เข้าเรื่องกันดีกว่า ไทม์ไลน์ตอนนี้ก็จะเป็นปัจจุบันที่ยัยพี่กลับมาจากฝรั่งเศสแล้วนะคะ อีกสองตอนที่เหลือก็จะไทม์ไลน์ใกล้ๆ กันนี่แหละค่ะ พาร์ทหน้าจะเป็นพาร์ทของวีก้านะคะ จะเดือดแค่ไหน(?) ต้องติดตามนะคะ ><

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

552 ความคิดเห็น

  1. #532 Kim_SeokJin1992 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 07:20
    อยากให้จองกุกกับจินกลับมารักกันแล้ว
    #532
    0
  2. #531 Love-Julia- (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 11:37
    ยอมใจให้ความรักความอดทนของนัมจุนเลย ไม่เจ็บปวดกันแล้วเนอะทั้งสองคน
    #531
    0
  3. #530 k_922 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 07:30
    7 ปี!!!! ต้องมีความอดทนแค่ไหน แต่ตอนนี้ก็ไม่ต้องทนแล้วเนอะ
    #530
    0
  4. #529 Jung Tien-In (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 22:33
    ดีแล้วโฮป 7 ปีอ่ะ ถึงเวลาซักทีนะ แทกิจะดราม่าอีกหรอออ
    #529
    0
  5. #527 MBz1 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 08:35
    แฮปปี้ไปแล้ว2คู่เหลืออีก1คู่ ไม่ม่านะคะ พลีสสสส//รอนะคะ ไฟท์ติ้ง
    #527
    0
  6. #526 hihimark (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 02:07
    รอตอนต่อไปนะคะะะ
    #526
    0