Fic BTS In Relation... KookJin, VGa, MonHope

ตอนที่ 43 : Chapter 40

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,449
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    14 ม.ค. 61

บทที่ 40

        “แล้วก็ขอบใจ ที่ทำให้พี่รู้ว่า พี่ชนะแล้ว

        ฮะ?

        อะไรคือชนะ??

        จองกุกผละออกมามองใบหน้าหวานของคนรักทันทีที่ได้ยินคำพูดแปลกๆ จากรุ่นพี่ในอ้อมแขน

        แต่พอได้สบตากับตากลมที่มองกลับมา ชายหนุ่มก็แทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง

        ตาคู่สวยสีเข้มนั้นดูเย็นชา แตกต่างจากในตอนแรกที่ดูเจ็บปวดเหลือเกิน ก่อนที่มือบางจะยกขึ้นมาปาดน้ำตาของตัวเองออกด้วยสีหน้าเรียบเฉย

        ยิ่งมองก็ยิ่งไม่เข้าใจ ท่าทางของคนตรงหน้า ไม่ใช่พี่จินที่เขาเคยรู้จักเลยสักนิด

        “ไม่คิดเลยนะ ว่ามันจะง่ายดายขนาดนี้ พี่ก็อุตส่าห์คิดว่าคนร้ายกาจอย่างนายจะต้องใช้แรงมากกว่านี้แท้ๆ”

        “พะ พูดอะไรของพี่น่ะ” ร่างสูงดูสับสนอย่างเห็นได้ชัด “นี่มันเรื่องอะไรกัน”

        “โถๆๆ มันก็ผ่านมาไม่นานนะ ลืมซะแล้วเหรอ” ร่างบางส่งยิ้มมุมปากให้แฟนหนุ่มของตนเอง “จำไม่ได้เหรอ ว่าก่อนหน้านี้เราเดิมพันอะไรกันไว้”

        ตาคมนั้นมองซอกจินอย่างไม่เข้าใจ ในหัวก็พยายามนึกตามที่เสียงหวานเอ่ยบอกไว้

        ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

        หรือว่าตอนนั้น!

 

        ที่ผมบอกว่าอยากให้พี่สอนว่า รักเป็นยังไง ผมไม่ได้ล้อเล่นหรอกนะ

 

        ถ้านายเลิกทำตัวเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย พี่จะยอมสอนในสิ่งที่นายต้องการ

 

        ถ้านายรู้จักมันแล้วและพี่ไม่ได้หลวมตัวไปกับมัน นายต้องปล่อยพี่ไป

 

        ต้องเป็นเรื่องนี้แน่ๆ

        “ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างนายจะตกหลุมพรางของฉันได้ง่ายขนาดนี้ ความรักนี่มันทำได้ทุกอย่างจริงๆ นะว่ามั้ย”

        “พี่จิน ทำไมพี่ทำแบบนี้” เสียงทุ้มนั้นสั่นเครืออย่างผิดหวัง “พี่ทำแบบนี้กับผมได้ยังไง”

        “...ไม่คิดเหรอ ว่าฉันก็เคยถามนายแบบนี้เหมือนกัน” ตากลมจ้องกลับอย่างเรียบเฉย “จริงๆ ฉันจะหยุดแล้วจองกุก ฉันจะหยุดทุกอย่างแล้วกลับไปหานายแล้ว แต่คนอย่างนายมันก็ไม่เคยพอ ถึงจะรู้จักความรักแล้ว แต่ก็ไม่เคยคิดจะหยุดที่ใครเลยสักนิด เรื่องของคยองรีบอกได้อย่างดี”

        “...แสดงว่าพี่เขา ก็เป็นหนึ่งในแผนของพี่...”

        “ไม่ใช่ ฉันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับยัยนั่น” ร่างบางส่ายหน้า “ฉันเพิ่งรู้เรื่องของนายกับคยองรี ก็วันที่นายไปกินเลี้ยงกับเมทแลปของนายนั่นแหละ”

        และสิ่งที่ร่างเพรียวบอกก็ทำให้จองกุกนั้นตกใจมากกว่าเดิม

        แปลว่าซอกจินรู้เรื่องเขากับคยองรีมาตั้งแต่วันแรกเลยงั้นเหรอ!

        “ฉันโกรธมากเลยนะวันนั้นน่ะ แต่ฉันก็ทำเป็นไม่รู้เรื่อง แกล้งทำเป็นหลับรอนายมา รอว่านายจะสารภาพความจริงมั้ย แต่นายก็ไม่ทำ” โทสะเริ่มปรากฏให้เห็นในดวงตาคู่สวย “ฉันก็อุตส่าห์รอ อุตส่าห์ให้โอกาสนาย อุตส่าห์กล่อมทุกๆ ทางเพื่อให้นายยอมสารภาพกับฉัน แต่นายก็ไม่ทำ”

        “...”

        “ในเมื่อนายไม่คิดจะแสดงความจริงใจ ฉันก็คงให้มันกลับไปไม่ได้เหมือนกัน” ซอกจินบอกแบบนั้น “เป็นไงล่ะ รู้สึกยังไงบ้าง การให้หัวใจเขาไป แต่เขากลับไม่เห็นค่ามัน เจ็บบ้างมั้ย ยังมีความรู้สึกเจ็บบ้างมั้ย!!

        “พี่มันร้ายกาจ” ร่างสูงกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก อยากจะด่า อยากจะทำร้ายอีกคนที่กล้าทำร้ายเขาอย่างนั้น “พี่แม่งโคตรร้ายเลย...”

        แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่าสิ่งที่รุ่นพี่หน้าหวานพูดมามันเป็นเรื่องจริง

        เพราะเขาเคยทำร้ายอีกฝ่ายมาหนักหนาเหลือเกิน แถมในตอนที่คบกันก็ยังไม่ยอมบอกความจริงจนทำให้ความอดทนนั้นสิ้นสุด

        อยากจะเถียงอะไรสักอย่าง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลย

        “ฉันบอกนายหลายรอบแล้ว ว่าฉันไม่ใช่คนเดิมที่นายรู้จัก” ร่างเพรียวยักไหล่ “ฉันไม่เอาเรื่องใครก็จริง แต่ถ้ารู้ว่าใครคิดจะทำร้ายฉัน ฉันก็ต้องปกป้องตัวเอง”

        “แต่ผมไม่ได้คิดอย่างที่พี่เข้าใจนะ ผมแค่ไม่อยากให้พี่ไม่สบายใจ...”

        “มันก็แค่ข้ออ้างของคนไม่รู้จักพออย่างนายก็เท่านั้นแหละ!” เสียงหวานตวาดใส่หน้าอีกฝ่ายก่อนจะผลักรุ่นน้องให้ล้มลง จากนั้น ซอกจินก็นั่งลงแล้วใช้มือข้างเดียวจับคางของร่างสูงขึ้นมาให้สบตาตัวเอง “คนอย่างนายน่ะ สอนแบบธรรมดาๆ มันไม่จำหรอก มันต้องให้จำลึก จำไปจนตายเลยว่าความรักมันเป็นยังไง มันมีความสุขแค่ไหนในเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน และมันเจ็บแค่ไหนที่โดนแบบนี้!

        “พี่จิน...”

        “ถึงเวลาที่นายต้องชดใช้ และถึงเวลาที่นายจะต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดเหมือนที่ฉันเคยเจ็บเพราะนาย!” ว่าพร้อมกับสะบัดใบหน้าหล่ออย่างแรง ก่อนจะลุกขึ้น ตากลมหันมามองร่างสูงที่นั่งอยู่กับพื้นเป็นครั้งสุดท้าย แล้วเดินจากไป

        แต่คำถามที่ออกมาจากร่างสูง ก็ทำให้ร่างเพรียวชะงัก

        “แล้วพี่ไม่รักผมเลยเหรอ” เสียงทุ้มถามแผ่วเบาราวกับคนหมดแรง “ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมา พี่ไม่เคยรักผมเลยเหรอ”

        เดือนปีสามหันมากลับมามองคนที่อยู่บนพื้นอีกครั้ง เสียงหวานไม่ได้ตอบทันที แต่สุดท้ายก็เอ่ยออกมา “ตั้งแต่ที่เรากลับมาคบกัน ฉันเคยบอกรักนายหรือไง”

        “...” ได้แต่เงียบ เพราะพอนึกย้อนไป ก็มีแต่อีกฝ่ายที่ถามหาความรักจากเขา

        ไม่มีสักครั้ง ที่พี่เขาจะบอกรักกลับมา...

        เพื่อเช็คสินะ ว่าเขารักตัวเองจริงๆ หรือเปล่า จะได้หาเวลาแก้แค้นที่เหมาะสมสินะ

        “ถ้าไม่เคย ก็น่าจะรู้ดีแล้วนะว่ามันหมายความว่ายังไง” ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะเดินจากไปราวกับไม่อยากอยู่ตรง

        ทิ้งให้จองกุกนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น

        ร่างสูงอยากจะลุกขึ้นแล้วตามไปรั้งคนรักของตัวเองไว้ แต่ก็ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำแบบนั้นเลย

        ความเจ็บปวดมันแล่นพล่านไปทั่วจนเขาไม่อยากทำอะไรเลย

        มือหนายกมือขึ้นเสยผมระบายอารมณ์ของตนเองก่อนจะปิดหน้าของตัวเอง

        นอกจากซอกจินแล้ว เขาก็ไม่อยากให้ใครเห็น น้ำตาของเขา

        อยากจะรั้งอีกฝ่ายไว้ แต่เขาก็ไม่มีความกล้าพอในการจะรั้งรุ่นพี่หน้าหวานไว้ได้เลย

        เหตุผลที่หนึ่ง เขารู้ว่าพี่จินของเขาไม่ใช่คนที่จะทำอะไรใครก่อน และไม่ใช่คนที่จะแก้แค้นใครแบบนี้ ที่ร่างเพรียวทำแบบนี้ มันก็มาจากการกระทำของเขาเอง

        และอีกเหตุผล เขาก็เลวจริงๆ อย่างที่รุ่นพี่ได้บอกไว้ ถึงจะตามไป แต่ก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะยอมให้อภัยเขาหรือเปล่า

        ภาพเมื่อก่อนที่เขาเคยทำร้ายรุ่นพี่หนุ่มทั้งร่างกายและจิตใจนั้นขึ้นมาเป็นฉากๆ ทั้งน้ำตา ทั้งสีหน้าที่แสดงความเจ็บปวด ทั้งเสียงหวานที่เอื้อนเอ่ยให้เขาเลิกยุ่งกับตนเอง ทุกอย่างมันชัดจนทำให้ความรู้สึกผิดมันมากขึ้นกว่าเดิม

        น้ำตาของร่างสูงไหลออกมาอย่างสุดกลั้น มาสำนึกตอนนี้มันก็คงไม่ได้อะไรแล้วใช่มั้ย

        ยังไงความรู้สึกของซอกจิน ก็ไม่กลับมา

        แม้ตอนนี้เขาจะรักอีกฝ่ายจริงๆ แล้ว แต่การกระทำเก่าๆ บวกกับความคึกคะนองที่ทำให้เขาเผลอนอกกายรุ่นพี่ไป คงทำให้คนที่คอยมองพฤติกรรมนั้นหมดรักเขาไปแล้ว

        การผิดหวังจากความรัก มันเจ็บปวดอย่างนี้นี่เอง

        ว่าแต่ ซอกจินรู้เรื่องของเขากับคยองรีได้ยังไง ในเมื่อความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนก็จบตั้งแต่วันนั้น เพิ่งจะได้มาเจอกันวันนี้เพราะฝ่ายสาวเจ้าเป็นคนนัดมาเคลียร์

        แถมรู้ตั้งแต่วันนั้นด้วย

        แปะ! แปะ! แปะ!

        เสียงปรบมือจากใครบางคนทำให้จองกุกเงยหน้าจากมือของตนเองอย่างรวดเร็ว ก่อนที่คนที่เข้ามา จะทำให้นัยน์ตาคมนั้นฉายแววแห่งโทสะออกมาทันที

        “ว้าว ละครบทเมื่อกี้มันสนุกชะมัดเลยนะ ถึงจะสั้นไปหน่อยก็เถอะ J

        “ไอ้โบกอม...” เสียงทุ้มคำราม “มึงใช่มั้ย ที่บอกเรื่องกูกับพี่คยองรีให้พี่จินฟัง”

        “จะว่าไงดีล่ะ พี่เขาก็ไม่ได้รู้จากกูเสียทีเดียว” โบกอมยิ้มมุมปาก “แต่นั่นก็โทษความไม่รู้จักพอของมึงเถอะ ถ้ามึงรักพี่ซอกจินมากจริงๆ พี่คยองรีก็ทำอะไรมึงไม่ได้”

        “มึงไม่ต้องพูดมาก!!” ชายหนุ่มลุกขึ้นไปกระชากคอเสื้อคนที่ยืนอยู่ทันที “มึงส่งพี่คยองรีมาใช่มั้ย!! มึงจงใจให้พี่จินโกรธกูจนวางแผนแบบนี้ใช่มั้ย!!!

        “ถูกต้อง” แต่เดือนมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้สะทกสะท้าน ยังคงส่งยิ้มกวนประสาทไปให้คนที่โกรธจัดตรงหน้า “อ้อ แต่กูจะบอกอะไรให้อย่างนะ เผื่อมึงจะรู้สึกผิดน้อยลง”

        “อะไร จะบอกอะไรกู”

        “มึงกับพี่คยองรีไม่ได้มีอะไรกัน” เสียงทุ้มบอกพร้อมกับแสยะยิ้ม “มึงน่ะโดนยานอนหลับตั้งแต่ถึงห้องของพี่เขาแล้ว ที่เหลือพวกกูก็แค่จัดฉากให้ดูเหมือนว่าว่ามึงกับพี่คยองรีได้กันแล้วก็เท่านั้น”

        โอ้พระเจ้า...

        จองกุกจ้องหน้าคนที่ตัวเองกระชากคอเสื้ออยู่อย่างคาดไม่ถึง ความรู้สึกผิดลดลงก็จริงเพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้มีอะไรกับรุ่นพี่สาวอย่างที่ตนเองเข้าใจ

        แต่ความโกรธน่ะเพิ่มขึ้นแน่ๆ

        “เชี่ยเอ๊ย พวกมึงเล่นบ้าอะไรวะ!!!” ตวาดพร้อมกับกระชากคอเสื้อของโบกอมแน่นกว่าเดิม “มึงมีความสุขมากมั้ยฮะ!! สนุกนักเหรอที่ทำให้คนอื่นเขาเลิกกันน่ะ!!!

        “แล้วตอนที่มึงทำกับกูแบบนั้น มึงสนุกมั้ยล่ะไอ้สัส!!” โบกอมเริ่มเสียงดังบ้างพร้อมกับปัดมือที่กระชากคอเสื้อตัวเองออก “มึงจำไม่ได้เหรอ ว่ามึงก็เคยทำกับกูแบบนี้น่ะ!!

        และเพราะเสียงทุ้มที่โต้ตอบมาแบบนั้น ทำให้จองกุกนั้นนึกขึ้นอะไรขึ้นมาได้

        จริงสิ ตอน ม.ปลาย ที่เขายังไม่เชื่อในเรื่องความรัก

        เขากับโบกอมเคยอยู่กลุ่มเดียวกัน เพราะมีความคิดที่ไม่ศรัทธาในเรื่องความรักเหมือนๆ กัน เกมที่จองกุกเคยเล่น โบกอมก็ชอบเล่นเหมือนกัน

        จนกระทั่ง ที่พวกเขาเลือกเหยื่อให้โบกอมเป็น จูฮยอนหรือก็คือดาวปีสองของคณะวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันนั่นเอง

        ในตอนแรกก็เหมือนจะไม่มีอะไร แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่าชายหนุ่มนั้นตกหลุมรัก ของเล่นของตัวเองเสียอย่างนั้น

        โบกอมตัดสินใจออกมาจากเกมนั่น แล้วเริ่มต้นความสัมพันธ์กับรุ่นพี่สาวอย่างมีความสุข

        แต่ความสุขนั้นก็อยู่ไม่ได้นาน เพราะกลุ่มที่เขาเคยอยู่ ก็มีแต่พวกที่เห็นคำว่ารักเป็นแค่ของเล่นเท่านั้น

        พวกเด็กหนุ่มที่รักสนุกนัดชวนกันมาปาร์ตี้กันที่คอนโดของจองกุก พวกเขาดื่มกันอย่างไม่มีลิมิตจนเริ่มเมามาย หลับกันไปทีละคนสองคน

        หนึ่งในนั้นก็มีโบกอมด้วยเช่นกัน

        แต่พอตื่นมาอีกที แทนที่เขาจะนอนอยู่ที่ห้องจองกุก แต่กลับกลายว่าเขามานอนอยู่บนเตียงของตนเองด้วยสภาพเปลือยเปล่า

        และมีเด็กสาวคนหนึ่งที่นอนอยู่ข้างๆ ด้วยสภาพไม่ต่างกัน!

        จากที่งัวเงียอยู่ก็ตื่นขึ้นเต็มตา ร่างสูงก็รีบผุดลุกขึ้นมาจากเตียงอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็ทำให้เธอตื่นตาม

        และนั่นก็ทำให้โบกอมรู้ ว่าคือคิมซอลฮยอนรุ่นน้องคนสนิทของจูฮยอนและก็เป็นคนที่แอบชอบเขาด้วย

        แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร ประตูก็เปิดออกพร้อมร่างของแฟนสาวรุ่นพี่ที่เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว

        ทั้งคู่ทะเลาะกันใหญ่โต จูฮยอนเชื่อในสิ่งที่เธอเห็นมากกว่าสิ่งที่แฟนหนุ่มพยายามจะอธิบาย เธอบอกเลิกเด็กหนุ่มทันทีแล้วจากออกไป ทิ้งให้โบกอมจนอยู่กับความเจ็บปวดอย่างนั้น

        หลังจากไล่รุ่นน้องสาวออกไปเรียบร้อยแล้ว เขาก็พยายามนึกว่าตัวเองพารุ่นน้องสาวมาที่ห้องตอนไหน แถมยังมีอะไรกันด้วยแบบนี้

        และเฉลยก็มาแทบจะทันทีเมื่อกลุ่มของเขาเดินเข้ามาหาพร้อมกับเสียงหัวเราะ และเฉลยเป็นการจัดฉากแกล้งเล่นสนุกๆ เท่านั้น

        โบกอมไม่เคยคิดว่าการที่เขามีความรักจริงๆ จะทำให้เขาโดนเล่นงานจากเพื่อน มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย มันทำให้ความรักของเขาพังลง และมันก็ทำให้เขาโกรธแค้นเพื่อนเก่าของตนเองมาก

        แต่คนที่เขาเลือกเล่นงานก็คือจองกุก คนต้นคิดแผนเลวๆ นี่ขึ้นมา และเป็นคนที่คิดว่าน่าจะง่ายที่สุด เพราะในตอนนั้น ไอ้เลวนั่นก็ดูจะแคร์พี่ซอกจินไม่น้อยเลยทีเดียว

        แต่ยังไม่ทันได้เริ่มแผน จองกุกก็บอกเลิกซอกจินไปเสียก่อน เขาพยายามหาโอกาสที่จะเล่นงานจองกุก แต่ไม่ว่าแฟนคนไหนที่คบหลังจากรุ่นพี่หน้าหวานก็ไม่สามารถจะเอามาเป็นเครื่องมือของเขาได้เลย

        เพราะจองกุกไม่ได้แคร์พวกหล่อนเลยสักนิด

        ตอนแรกโบกอมละความพยายามที่จะแก้แค้นและตัดสินใจจะหนีเรื่องร้ายๆ ไปเรียนที่ต่างประเทศ แต่พอรู้ว่าจองกุกนั้นจะเข้ามหาวิทยาลัยนี้ที่มีทั้งซอกจินและจูฮยอนเรียนอยู่ เขาก็เลยทิ้งแผนการเรียนนั้นแล้วสอบเข้าที่นี่แทน

        เพื่อแก้แค้น และเพื่อจะได้ปรับความเข้าใจกับคนที่เขายังรักอยู่

        ไม่คิดเลยแฮะ ที่พอเห็นจองกุกเจ็บปวดแบบนี้ มันถึงสะใจอย่างน่าประหลาด J

        “มึงยังแค้นเรื่องนี้ไม่หายเหรอวะ” เสียงของจองกุกนั้นอ่อนลง “กูขอโทษ กูไม่คิดว่ามึงจะแคร์พี่จูฮยอนขนาดนี้...”

        “ขอโทษตอนนี้มันไม่สายไปหน่อยเหรอวะ!!” และเดือนมหาวิทยาลัยก็เป็นฝ่ายกระชากคอเสื้อของเดือนวิทยาศาสตร์แทน “ไม่ว่ากูจะแคร์พี่เขามากน้อยแค่ไหน มึงก็ไม่ควรทำกับกูแบบนี้!

        “กูขอโทษ...”

        “ช้าไปแล้วจองกุก รับผลจากการกระทำของมึงไปซะ กูไม่มีทางไปบอกความจริงกับพี่ซอกจินหรอกว่ามึงกับพี่คยองรีไม่ได้มีอะไรกัน” มือหนาปล่อยคอเสื้อของจองกุก ก่อนจะแสยะยิ้มออกมา “แต่เรื่องนี้กูไม่ได้ทำคนเดียวหรอกนะ มีคนที่แค้นมึงไม่ต่างจากกูหรอกนะ เขาอาจจะแค้นมากกว่ากูด้วย”

        “ใคร...”

        “พี่ว่านายไม่ควรถามเลยนะ ว่าอย่างนั้นมั้ย” เสียงหวานดังขึ้นมาจากอีกทางทำให้สองหนุ่มหันไปมองตามทันที

        และคนที่มาใหม่ก็ทำให้จองกุกเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง

        “ไม่เจอกันนานเลยนะ จอนจองกุก J

        “พี่กึมโจ...” เสียงทุ้มเอ่ยเสียงแผ่ว ยิ่งเห็นร่างบอบบางที่เดินเข้ามาใกล้ เขาก็ยิ่งไม่เชื่อสายตาตนเอง “พี่จริงๆ ด้วย”

        “ขอบใจที่ยังจำกันได้ ฉันล่ะดีใจจริงๆ” เธอเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเยาะ “นายทำหน้าเหมือนไม่รู้ว่าพี่อยู่ที่มอนี้เลยนะ เสียชื่อจริงๆ ทั้งๆ ที่แอบสืบข้อมูลพี่มาตั้งเยอะเพื่อเอามาแบล็คเมล์ฮยอนอา แต่เรื่องง่ายๆ แค่นี้ยังไม่รู้เรื่อง”

        “...พี่สบายดีมั้ย” ราวกับไม่รู้จะถามอะไรถึงได้เอ่ยถามโง่ๆ ไปแบบนั้น

        เพราะเขารู้สึกผิดกับรุ่นพี่สาวคนนี้มานานเหลือเกิน ถึงแม้ช่วงก่อนที่เขาจะร้ายแค่ไหนก็ตาม เขาก็ยังรู้สึกผิดมาตลอด

        เพราะสิ่งที่เขาทำไว้กับกึมโจ มันมากกว่าคนอื่นๆ หลายเท่านัก

        “ก็ดี เทียบกับตอนนั้นก็ดีขึ้นเยอะ” เธอยังคงแสดงสีหน้าไม่เป็นมิตรแม้จะยังมีรอยยิ้มอยู่ก็ตาม “แล้วนายล่ะ เป็นยังไงบ้าง”

        “ผม...”

        “ชอบสิ่งที่พี่กับโบกอมเตรียมให้มั้ยล่ะ” รอยยิ้มบนใบหน้าสวยนั้นราวกับจะเย้ยหยันในความโง่ของคนเด็กกว่าตรงหน้า “สนุกจริงๆ ที่เห็นอะไรแบบนี้ พี่ไม่ได้มีความสุขขนาดนี้มานานแล้วนะ ขนาดตอนคบกับจีมิน พี่ยังไม่รู้สึกสนุกขนาดนี้เลย

        “พี่เคยคบกับจีมินด้วยเหรอ” ร่างสูงขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา เขาก็รู้ว่าผู้หญิงทุกคนของจีมินคือใครบ้าง แต่ไม่ยักจะนึกออกว่าพี่ชายตัวเองจะเคยคบกับกึมโจด้วย

        “ใช่ ก็ความสัมพันธ์แบบเซ็กส์เฟรนด์ที่พี่ชายนายชอบนั่นแหละ”

        “แล้วพี่รู้ได้ยังไงว่าจีมินเป็นพี่ชายผม”

        “นักสืบไง” เธอยักไหล่ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา “เพื่อจะทำร้ายนาย พี่ทำได้ทุกอย่างแหละ นายจะต้องเจ็บปวดที่สุด นี่คือจุดประสงค์ของพี่”

        “...ผมขอโทษ”

        “ขอโทษนี่หวังจะให้พวกเราช่วยเรื่องซอกจินเหรอ คิดผิดแล้ว ฉันไม่ทำ...”

        “ไม่ใช่ ผมขอโทษเพราะผมรู้สึกผิดจริงๆ” จองกุกขัดรุ่นพี่สาว “ผมขอโทษจริงๆ นะครับพี่กึมโจ ผมรู้ว่าผมมันแย่มาก นึกย้อนไปผมยังเกลียดตัวเองเลย ผมรู้ว่ายังไงพี่ก็เกลียดผม แต่ผมรู้สึกผิดมากนะ ผมอยากให้พี่รับคำขอโทษ...”

        “แล้วทำไมฉันต้องรับวะ!!” เหมือนหญิงสาวจะเริ่มฟิวส์ขาดแล้ว มือเรียวเข้ากระชากคอเสื้อของร่างสูงพร้อมกับสบตาคู่กรณีอย่างเกรี้ยวกราด “คำขอโทษของนายมันช่วยอะไรได้! ในเมื่อมันก็ย้อนอะไรไปไม่ได้เลยสักอย่าง! ที่นายเจ็บอยู่ตอนนี้ มันเทียบกับสิ่งที่ฉันเจอไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!!

        “...”

        “ถ้าอยากให้ฉันรับคำขอโทษของนาย คืนสิ่งที่ฉันเสียไปเพราะนายได้มั้ย! เอาเวลาที่ฉันเสียไปคืนมาสิ!!

        “...”

        “เอาลูกของฉันคืนมาได้มั้ย...” พอพูดถึงตอนนี้ เธอก็ทรุดลงนั่งกับพื้นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา ในขณะที่จองกุกก็ได้แต่หันหน้าหนีกับภาพสะเทือนใจตรงหน้า

        ใช่แล้ว นี่เป็นสิ่งที่ทำให้เดือนวิทยาศาสตร์รู้สึกผิดกับเธอคนนี้มากที่สุด

        เขาทำให้เธอเสียลูกของพวกเขาไป

        ใช่ ลูกของพวกเขา...

        กึมโจเคยเป็นหนึ่งใน ของเล่นของจอนจองกุก และมาก่อนคิมซอกจินด้วย

        จริงๆ ไม่ว่ากี่คน เวลามีอะไรกันเขาก็จะป้องกันตลอด แต่วันนั้นอาจจะเพราะเมาด้วยกันทั้งคู่เลยเป็นครั้งเดียวที่ไม่ได้มีการเซฟอะไรทั้งนั้น

        และดันจังหวะเหมาะเสียด้วย ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว ก่อให้เกิด เลือดเนื้อของพวกเขาขึ้นมา

        แต่เพราะยังเป็นแค่เด็กมัธยมด้วยกันทั้งคู่ ไม่ได้มีความรับผิดชอบมากพอจะดูแลเด็กคนหนึ่งได้ ทางเลือกเดียวที่ร่างสูงเลือกให้รุ่นพี่สาวก็คือ การทำแท้งไม่อย่างนั้นก็เลิกกันไป

        ซึ่งกึมโจในตอนนั้นก็เป็นแค่เด็กสาวคนหนึ่งที่หวังจะมีความรักและชีวิตที่สดใส เธอเสียใจที่จองกุกไม่ได้แคร์เธอกับลูกเลยแม้แต่นิดเดียว

        แต่เธอก็ใจเด็ดพอที่จะเลิกกับเด็กหนุ่ม

        นั่นก็หมายความว่า เธอตั้งใจจะเก็บลูกของเธอไว้ และเอาความรักทั้งหมดที่เคยมอบให้ร่างสูงมามอบให้ลูกของเธอแต่เพียงผู้เดียว

        เธอตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้ครอบครัวของเธอ ในตอนแรกพ่อแม่ของเธอจะไปเอาเรื่องจองกุก แต่เด็กสาวก็ขอไว้โดยให้เหตุผลว่า เธอยอมเลี้ยงเด็กคนนี้คนเดียวดีกว่าให้ผู้ชายสารเลวแบบนั้นมาเป็นพ่อของลูกเธอ

        ถึงเธอจะรู้ว่าท่านทั้งสองเสียใจแค่ไหนที่ลูกสาวคนเดียวท้องในวัยเรียน แต่เธอก็เชื่อว่าพ่อแม่ของเธอนั้นก็ยังรู้สึกดีที่เธอไม่ได้คิดจะฆ่าเด็กคนนี้

        แต่ลูกของเธอ ก็อยู่กับเธอมาได้แค่สามเดือนเท่านั้น

        เพราะพ่อของจองกุกดันรู้ว่าเธอท้องกับลูกชายของตนเอง อาจจะเพราะกลัวว่าหล่อนจะไปถามหาความรับผิดชอบจากจองกุกทีหลัง เลยชิงส่งคนมาทำร้ายเสียก่อน

        แน่นอน ว่าเธอสู้คนที่กำลังเล่นงานเธอราวกับเธอเป็นกระสอบทรายไม่ได้หรอก

        และความรู้สึกสุดท้ายก่อนเธอจะสลบไป คืออาการปวดท้องอย่างหนักพร้อมกับเลือดที่มาตามเรียวขา

        กึมโจฟื้นมาอีกทีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว และเธอก็ได้พบกับข่าวร้ายว่าเธอได้เสียลูกของเธอไปแล้ว

        ความเสียใจทำให้เธอกรีดร้องและอาละวาดราวกับคนเสียสติจนหมอและพยาบาลต้องจับเธอฉีดยานอนหลับ หลังจากฟื้นมาอีกครั้ง เธอก็ต้องสู้กับอาการซึมเศร้าที่ทำให้เธออยากจะตายตามลูกของตัวเองไปทุกๆ วัน เธอได้แต่ตัดพ้อกับพระเจ้าว่าเธอทำอะไรร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ ชีวิตของเธอถึงต้องมาเจออะไรแบบนี้

        แม้แต่ความสุขเดียวที่เธอเหลืออยู่ เธอยังต้องเสียมันไป

        แต่วันหนึ่งเธอก็คิดได้

        สิ่งที่เธอต้องโทษ ไม่ใช่โชคชะตาของตัวเอง แต่เป็นเด็กชั่วๆ อย่างจอนจองกุกต่างหาก

        มันต้องเจ็บปวด ไม่มากก็น้อย แต่มันต้องได้รับความเจ็บปวดจากการเล่นสารเลวของมัน!

        และวันนี้เธอก็ทำได้ แม้มันจะเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เธอต้องเจอ

        “...ผมก็เสียใจครับพี่กึมโจ ผมพูดได้แค่นี้จริงๆ” จองกุกนั่งลงแตะไหล่ของเธอ แต่กึมโจก็ปัดมือเขาออกอย่างรวดเร็ว

        “อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!” เสียงหวานตวาดก่อนจะเช็ดน้ำตาตัวเองออกอย่างลวกๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน “สิ่งที่นายต้องทำตอนนี้คือสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำกับฉันและของเล่นคนอื่นๆ ไว้ซะ จดจำไว้ว่าอย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก อ้อ แล้วอีกอย่างนะ”

        “...”

        “ฉันรู้มาว่าคิมซอกจินให้โอกาสนายครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายนี่นา” เธอส่งยิ้มมุมปากไปให้ร่างสูง “เสียใจด้วยนะ และโอกาสง้อของนายคงหมดแล้วด้วย ก็คงรู้นิสัยซอกจินดีนะว่าเป็นยังไง ถึงเขาจะใจดีแต่เขาก็เด็ดขาดพอได้เลย”

        “...”

        “และฉันคิดว่าเรื่องนี้นายยังไม่รู้นะ” เธอยังพูดด้วยเสียงระรื่น “ซอกจินได้ทุนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศจนจบปีสี่ ซึ่งเขาจะไปเทอมหน้าแล้ว”

        “...!

        “เสียใจด้วยอีกครั้งนะ แต่จมกับการสูญเสียความรักนี้ไว้ แล้วจะได้รู้ว่านายทำคนอื่นๆ เสียใจแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว” พูดจบ เธอกับโบกอมก็เดินจากออกไป ทิ้งจองกุกให้นั่งจมกับความรู้สึกหลากหลายอยู่แบบนั้น

        เขารู้สึกผิดกับกึมโจจริงๆ แต่ในตอนนี้เขารู้สึกตกใจมากกว่า

        พี่จิน...กำลังจะไปเรียนต่อ

        พี่จินกำลังจะทิ้งเขาไปจริงๆ

        ไม่ เขาไม่ยอมให้เกิดขึ้นแน่ๆ

 

        หลายวันผ่านมาแล้ว แต่ซอกจินก็ยังไม่กลับร่าเริงเหมือนเดิม

        พอจบเรื่องวันนั้น ร่างเพรียวก็หนีกลับบ้านต่างจังหวัดของตัวเองทันที แถมยังทั้งตัดขาดการติดต่อจากจองกุกทุกๆ ทาง

        ไม่ใช่เพราะยังโกรธ แต่เพราะเจ็บปวดมากต่างหาก

        สิ่งที่เขาทำกับร่างสูงไป มันไม่ใช่ความจริงทุกอย่างหรอก

        เพราะความจริงนั้นก็คือ เมื่อก่อนเขารักเดือนปีหนึ่งของตัวเองยังไง ตอนนี้ก็ยังรักเหมือนเดิม

        เพียงแต่ที่ทำลงไป เขาต้องการดัดนิสัยของจองกุกว่าอย่าทำร้ายความรู้สึกของใครอีก

        จริงอยู่ที่จองกุกจริงจังกับเขาแล้ว แต่ใช่ว่าร่างสูงจะไปมีสัมพันธ์แบบรักสนุกกับใครได้อีก เพราะความรู้สึกมันไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาเล่นได้เลย

        แต่ถ้าถามความรู้สึกเขาน่ะเหรอ ก็อยากจะกอดปลอบตั้งแต่ที่เห็นความเสียใจออกมาจากสายตาของร่างสูงแล้ว

        แต่ซอกจินทำไม่ได้ ถ้าเขาใจอ่อน คนอย่างจองกุกจะต้องทำแบบเดิมไปเรื่อยๆ และสุดท้าย เขาก็คงเป็นแค่ของตายหรือแค่ของประดับข้างกายของเดือนปีหนึ่งคณะตัวเองเท่านั้น

        แต่แลกกับการที่เขาต้องมานั่งร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลังแบบนี้น่ะเหรอ

        “ฉันทำถูกแล้วใช่มั้ยเจ ฮึก ฉันทำถูกแล้วใช่มั้ย” เสียงหวานสะอื้นถามกระต่ายน้อยของตนเองที่พากลับมาด้วย “ฉันรักเขามากเหลือเกิน แต่ฉันต้องทิ้งเขาไป มันดูไม่เมคเซ้นส์เลยใช่มั้ย แต่ฉันไม่อยากเป็นของเล่นให้จองกุกอีกแล้ว ฉันรับมันไม่ไหวอีกแล้ว”

        เจหันมามองหน้าปะป๊าของตนเอง ก่อนจะกระโดดเข้ามาเลียที่มือเรียวราวกับจะปลอบโยนเจ้าของตัวเอง

        “นายไม่อยากให้ฉันทำแบบนี้ใช่มั้ย แต่ถ้าฉันไม่สั่งสอนจองกุกบ้าง ฉันก็คงจะต้องกลายเป็นของตายที่เอาแต่โง่งมอยู่กับเขาแน่เลย”

        “...”

        “แต่ฉันก็เจ็บมากเลย มันทรมานมากๆ เลยนะ ฉันจะทนได้ยังไง”

        ก๊อกๆๆ

        “จิน เพื่อนมาหาน่ะลูก”

        เสียงเคาะประตูและเสียงแม่ที่ดังขึ้นทำเอาคนผมชมพูชะงัก มือบางรีบปาดน้ำตาของตนเองออกก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องนอนของตนเอง

        “ใครเหรอครับแม่”

        “ฮเยมินน่ะ เห็นว่าจินไม่ได้ติดต่อไป เธอก็เลยมาหา”

        “ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมลงไปนะ”

        “จิน...” หญิงสาววัยกลางคนเรียกลูกชายของเธอไว้ ก่อนจะดึงร่างเพรียวเข้ามากอดไว้ “จินเป็นอะไรน่ะลูก ตั้งแต่กลับมาก็ไม่ร่าเริงเลยนะ มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า”

        “ไม่มีหรอกครับแม่ ผมก็แค่เหนื่อยๆ เท่านั้นเอง” พยายามตอบด้วยน้ำเสียงปกติ แต่เหมือนแม่ของเขาจะไม่เชื่อเลย

        “จิน อย่าคิดว่าพ่อกับแม่ไม่ได้ยินที่ลูกร้องไห้ทุกวันนะ”

        “...”

        “หรือเพราะจองกุกอีกแล้ว”

        “...มันไม่ใช่เพราะเขาเสียทีเดียวหรอกครับแม่” เสียงหวานตอบแค่นั้น ก่อนจะผละออกมาแล้วส่งยิ้มบางๆ ให้แม่ของตนเอง “ไม่ต้องห่วงนะครับ มันเป็นสิ่งที่ผมตัดสินใจเอง ตอนนี้ผมอาจจะเสียใจ แต่ผมเชื่อว่าอีกไม่นานผมจะดีขึ้น เชื่อผมนะครับ”

        “...ถ้าจินบอกอย่างนี้ แม่ก็จะเชื่อนะลูก” เธอก็ได้แต่ส่งยิ้มให้อีกฝ่ายเท่านั้น เธอรู้ว่าลูกชายตัวเองเป็นอย่างไรจึงไม่ได้ซักไซ้ต่อ “งั้นลงไปข้างล่างกันเถอะ หนูฮเยมินมารอนานแล้ว”

        “ได้ครับ ^^” ชายหนุ่มส่งยิ้มให้แม่อีกรอบ ก่อนทั้งสองจะพากันลงมาที่ห้องรับแขกของบ้านที่มีเพื่อนสนิทของซอกจินรออยู่

        “ไงซอกจิน ไม่เจอกันนานเลย ^o^

        “ไม่กี่วันเหอะ อย่าเวอร์เลย”

        “เด็กๆ ตามสบายนะ เดี๋ยวแม่ขอตัวไปช่วยพ่อดูงานในเรือนเพาะชำก่อน”

        “ได้ค่า ฝากความคิดถึงถึงคุณลุงด้วยนะคะ” หญิงสาวหันไปตอบแม่ของเพื่อนสนิทอย่างร่าเริง

        “ได้จ้า” ตอบรับด้วยรอยยิ้มเสร็จ เธอก็เดินออกไป ทิ้งให้ลูกชายได้ใช้เวลากับเพื่อนของตนเอง

        “ว่าไง มาหาฉันถึงบ้านนี่มีอะไรหรือเปล่าอีริน” ถามพร้อมกับนั่งลงตรงข้ามกับเพื่อนสาว

        “คิดถึงไง เลยมาหา ^o^

        “เอาดีๆ เพื่อน = =

        “โหย อะไรอ่ะ นายนี่มันไม่โรแมนติกเลย” ฮเยมินตัดพ้อเล็กน้อย “วันนั้นจองกุกมาถามหานายน่ะ”

        ร่างเพรียวกลืนน้ำลายเล็กน้อยที่ได้ยินแบบนั้น แต่ก็ยังถามกลับไป “แล้วเธอตอบเขาว่าไง”

        “ก็อย่างที่นายขอไว้ นายไม่ให้บอก ฉันก็ไม่บอก” เธอยักไหล่เล็กน้อย “แต่เขาน่าสงสารพอได้เลยนะ ขนาดฉันเกลียดเขาจะตาย ฉันยังอดเห็นใจเขาไม่ได้เลย”

        “...”

        “เขาดูรักนายมากเลยนะจิน”

        “...ฉันรู้” ซอกจินพยักหน้ารับ “ฉันก็รักเขามากเลย”

        “แล้วทำไมนาย...”

        “เพราะเขามีความสัมพันธ์กับคยองรีไง” เสียงหวานตอบ “กึมโจเอาคลิปในผับหลังมอให้ฉันดู ถ้าเขาดูลังเลสักนิดในตอนก่อนจะจูบกับเพื่อนเธอ ฉันจะไม่อะไรเลย”

        “...”

        “แต่นี่เขาดูพร้อมจะปล่อยใจไปกับสัมผัสของคยองรี ฉัน...ฉันไม่อยากเป็นคนที่เขาไม่เห็นค่าอีกแล้ว ถ้าฉันปล่อยให้เขาทำแบบนั้นไปเรื่อยๆ เขาต้องติดนิสัย และไม่เห็นค่าฉันในที่สุด”

        “...”

        “มันอาจจะดูไร้เหตุผลไปหน่อย แต่สำหรับฉัน เรื่องนี้มันสำคัญนะ”

        “เอ่อ ฉันอยากจะคั่นอะไรนิดหน่อยน่ะ” หญิงสาวขัดขึ้นมา “จองกุกไม่ได้มีอะไรกับคยองรี”

        “...ฮะ?” เดือนปีสามถามขึ้นมาอย่างงงๆ แล้วสิ่งที่เขาเห็นมันคืออะไรล่ะ

        “กึมโจไม่ยอมให้เพื่อนเราเปลืองตัวไปมากกว่านี้หรอกนะ ทั้งหมดก็แค่จัดฉาก เธอต้องการให้นายสองคนเลิกกัน”

        “แล้ว...เธอทำแบบนั้นไปทำไม”

        “เธอ มีความแค้นส่วนตัวกับจองกุกน่ะ เรื่องมันค่อนข้างแย่” เธอละไว้แค่นั้นเป็นสัญญาณว่าเธอคงเล่าไม่ได้ “ฮยอนอาพยายามห้ามเธอหลายรอบเลยนะ เพราะการแก้แค้นจองกุกก็ทำให้กึมโจเจ็บปวดกับอดีตมากขึ้น แต่มันก็ไม่สำเร็จ”

        “...แต่ยังไง การจูบกันของพวกเขามันก็เป็นเรื่องจริงใช่มั้ย” เสียงหวานว่าแบบนั้น “ถึงจะไม่ได้มีอะไรกันจริง แต่ถ้าไม่ใช่แผน ยังไงเรื่องนี้ก็ต้องเกิด”

        “...”

        “ช่างเถอะอีริน ฉันไม่เปลี่ยนใจหรอก”

        “...แล้วนายจะให้โอกาสจองกุกอีกมั้ย”

        “ไม่รู้สิ” ซอกจินถอนหายใจ “มันไม่ใช่แค่เขาทำร้ายฉันอีกแล้วนะอีริน แต่ฉันก็ทำร้ายเขาด้วย เราต่างทำร้ายกันและกัน และมันก็คงยากที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว”

        “...”

        “คงต้องอาศัยเวลาเท่านั้นแหละ”

        “...เฮ้อ แล้วฉันจะพานายเครียดทำไมเนี่ย” หญิงสาวหัวเราะเบาๆ “แล้วนายจะไปฝรั่งเศสเมื่อไหร่น่ะ”

        ใช่แล้ว ทุนต่างประเทศที่ซอกจินได้คือที่ประเทศฝรั่งเศสนั่นแหละ

        “ก็คงจะประมาณอาทิตย์หน้าแหละ เขาเปิดเทอมไวกว่าเรา”

        “ฉันต้องคิดถึงนายแน่ๆ เลย ToT” ฮเยมินเล่นใหญ่อีกครั้ง “นายตัดสินใจดีแล้วแน่นะ ที่จะไปแบบนี้”

        “ฉันตอบรับทุนไปแล้วนะ มาถามอะไรตอนนี้ล่ะ”

        “อย่างน้อยก็ควรจะบอกจองกุก...”

        “ไม่ดีกว่า” ซอกจินขัดทันที “ให้ฉันจากไปเงียบๆ แบบนี้แหละ ฉันยังไม่อยากให้เขาตามมาเจอ อย่างน้อยก็ไม่ใช่เร็วๆ นี้”

        “...โอเค ถ้านายว่าอย่างนั้นนะ” เธอตอบรับอย่างยอมแพ้ “เดี๋ยวฉันต้องกลับโซลแล้ว ต้องไปเคลียร์เรื่องในกลุ่มก่อน คงไม่ได้ไปส่งนาย”

        “อื้อ ไม่เป็นไรหรอก แค่เธอมาหาอย่างนี้ก็ดีแล้ว” ร่างเพรียวส่งยิ้มไปให้เพื่อนสนิท “นี่อีริน...”

        “ว่า?”

        “ขอบคุณสำหรับทุกๆ อย่าง แล้วก็ขอโทษด้วย”

        “อย่าพูดเหมือนนายจะจากฉันไปตลอดชีวิตสิ” หญิงสาวหัวเราะ “แล้วขอโทษเรื่องอะไร นายทำอะไรฉันเหรอ”

        “ขอโทษ...ที่ฉันไม่เคยตอบรับความรู้สึกเธอได้เลย”

        เพียงเพื่อนสนิทบอกแบบนั้น ฮเยมินก็ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะหันไปมองใบหน้าหวานของเดือนปีสามทันที “นายรู้?”

        “อื้อ รู้มานานแล้วล่ะ แต่ฉันไม่อยากเสียเธอไปเพราะเธอเป็นเพื่อนที่ฉันรักมาก” ตอบพร้อมกับหลบตาไปทางอื่น “ขอโทษนะที่ทำให้เธอต้องเจ็บปวด แต่ฉันรักเธอแบบนั้นไม่ได้จริงๆ ตั้งแต่เขาเข้ามา จองกุกก็ยังเป็นคนเดียวที่อยู่ในใจฉันเสมอ”

        “...”

        “...”

        “...ก็รู้อยู่แล้วน่า ว่านายไม่มีทางมองกันแบบนั้นน่ะ” หญิงสาวแค่นยิ้ม “ขนาดทำใจแล้ว ก็ยังเจ็บเหมือนกันแฮะ”

        “ขอโทษนะ...”

        “นี่ ไม่ต้องขอโทษแล้วนะ ความผิดนายที่ไหนล่ะ” เธอส่งยิ้มร่าเริงกลับมาให้ “ได้ยินอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ตัดใจง่ายด้วย”

        “...”

        “เฮ้ อย่าทำหน้าซีเรียสอย่างนั้นสิ ฉันไม่เป็นไรจริงๆ” ฮเยมินหัวเราะ “ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันน่ะไม่ได้หวังอะไรมากมายอยู่แล้ว แค่ได้เป็นเพื่อนกับนายแบบนี้ก็ดีที่สุดแล้ว”

        “...”

        “มาเรื่องนายดีกว่า จะเดินทางแล้วก็เดินทางปลอดภัยนะ ^^

        “...ขอบใจนะ ^^” ซอกจินส่งยิ้มกลับ “เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลยนะ อีริน”

        “นายก็เหมือนกันจิน นายก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันและยุนกิเลย”

--------------------------------------------------------------------

        เฮ้อ เหนื่อยจัง 5555 สวัสดีค่ะทุกคน จะบอกว่า ตอนหน้าก็ตอนจบแล้วนะคะสำหรับเรื่องนี้ ก่อนจบมันก็จะหนักๆ หน่อย ปมมันเยอะค่ะ 555555 ตอนนี้เราหายไปนานเพราะเราเพิ่งเปิดเทอม ค่อนข้างจะยุ่งๆ และอีกอย่าง เนื้อหาตอนนี้ค่อนข้างหนักหน่วงจนเราไม่สามารถมาอัพไวๆ ได้ ตอนนี้ก็ถือว่ากรรมตามสนองจองกุกแล้วนะคะ สำหรับคู่อื่นๆ จะเป็นยังไง แล้วกุกจินจะไปในทิศทางไหนต่อไป ต้องติดตามตอนหน้านะคะ วันนี้ไรท์ต้องไปแล้ว เจอกันในตอนสุดท้ายนะคะ ^o^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

552 ความคิดเห็น

  1. #485 tchr (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 12:13
    เจ็บไปอีกกกกกก เอาใก้กระอักเลือดตายไปเลยยยย
    #485
    0
  2. #484 Atalljin (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 17:48
    แค่คิดว่าจะจบก้อใจหายเหมือนกันเลยค่ะ ติดตามอ่านกันมากนานมาก สงสารทุกคนในเรื่องนี้เรื่อง ต่างคนต่างมีปมของตัวเอง สีเทาหม่นๆไปหมดเลย เดาใจไรท์ไม่ถูกเลยค่ะจะแบดเอน หรือจองกุกจะได้โอกาสอีกครั้งจากพี่จิน นี่ลุ้นให้เป็นอย่างหลังนะคะ
    #484
    0
  3. #483 Nurse Karnsinee (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 09:43
    แงงงสงสมรห่างหายกลับมาพร้อมกับดราม่าและเจ็บปวด
    #483
    0
  4. #482 ปงจี้ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 10:39
    แก๊ ฉันช็อกวีรกรรมจองกุกมาก สงสารก็สงสารไม่สุดจริงๆ เพราะมันก็เคยเป็นการกระทำของจองกุกเหมือนกัน แต่จองกุกไม่มีใครคอยปลอบเลยไง เฮ้อ
    #482
    0
  5. #480 Love-Julia- (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 09:38
    จองกุกเอ้ยยยยรับผลของการกระทำของตัวเองไปซะนะ เฮ้อ!!สงสารก็แต่ยัยพี่ คงจะเจ็บปวดมากเลยสินะ
    #480
    0
  6. #479 NCSJK (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 12:28
    สงสารยัยอ่าา รู้ทุกเรื่องแต่ก็เก็บมาตลอดดด ฮื่อออ จองกุกนะจองกุก ทำตัวเองทั้งนั้นนนน ทำไมถึงได้เป็นคนไม่ดีขนาดนี้กันนะ พี่จินทำอย่างนี้ก็ดีแล้ว จองกุกจะได้เจ็บซะบ้าง
    #479
    0
  7. #478 MBz1 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 10:22
    ฮืออออออ สงสารทั้งพี่จินและก็จองกุก ทำไมมันหน่วงแบบนี้ (╥﹏╥)
    #478
    0
  8. #477 k_922 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 09:31
    เฮ้อออออออ อ่านไปเครีนดไปปปปแ
    #477
    0
  9. #476 Planeteers (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 08:38
    ฮือออออออออออไรท์TTTTT สงสารจองกุก แต่ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะตัวแกเองนะ ฮือสู้ๆ
    #476
    0
  10. #475 9ppp (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 07:31
    ฮือออ ไรท์จ๋าา กินมาม่าจนอิ่มแล้ว ไม่เอาแล้ววT T
    #475
    0
  11. #474 Reaniar (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 07:26
    หนูต้องได้รับบทเรียนค่ะน้องจองกุก มันสมควรแล้ว ส่วนคุณพ่อของน้องก็ควรได้รับเหมือนกัน เป็นคุณพ่อที่เอาแต่ใจตัวเองเกินไปแล้วนะคะ
    #474
    0
  12. #473 Jung Tien-In (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 07:04
    จริงอย่างที่จินบอกต่อให้ไม่ใช่จัดฉากแต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันคือเรื่องจริงจองกุกกอดจูบพากันขึ้นห้อง เฮ้อออออออ จองกุกแต่ก่อนแกเล่นสนุกไม่รู้จักคิดจริงๆ ตอนนี้สำนึกผิดไปก่อนแล้วกันนะ แล้วก็หาทางไปหาจินด้วยอันนี้คงไม่น่าจะยากสำหรับจองกุกหรอก
    #473
    0