Fic BTS In Relation... KookJin, VGa, MonHope

ตอนที่ 42 : Chapter 39

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,342
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    23 ธ.ค. 60

บทที่ 39

        “โอเค เรียบร้อยแล้ว” เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างพึงพอใจหลังจากที่จัดเนคไทด์ให้ร่างสูงเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่ใบหน้าสวยจะเงยหน้าไปส่งยิ้มหาแฟนหนุ่มของตนเอง “วันสอบวันสุดท้ายนี้ต้องแต่งตัวให้เรียบร้อยนะ เป็นปีหนึ่งด้วย อาจารย์จะได้รัก”

        “ครับๆ ขอบคุณนะครับพี่จิน” จองกุกส่งยิ้มให้คนหน้าหวานที่หันไปจัดชุดของตัวเองบ้าง “ว่าแต่ ถ้าทำตัวดีๆ แบบนี้ นอกจากอาจารย์จะรักแล้วนี่พี่จินยังรักด้วยมั้ยครับ ^o^

        “อะไรของนายเนี่ย ยังต้องถามอีกเหรอ” ซอกจินหัวเราะในขณะกำลังจัดผมของตนเอง “ไปเตรียมรถเลยนะ จะได้ไปสอบกัน ดีนะเราสอบบ่ายเลยมีเวลาทำอย่างอื่นน่ะ”

        “นั่นสินะครับ” เสียงทุ้มตอบรับ ก่อนจะเก็บข้าวของของตัวเอง “งั้นผมไปเตรียมรถให้นะ”

        “เอ้อเดี๋ยวจองกุก” ร่างเพรียวคว้าแว่นตามาสวมก่อนจะหันไปหาแฟนรุ่นน้องของตนเอง “เย็นนี้สอบเสร็จไปกินเนื้อย่างกัน”

        “หืม อารมณ์ไหนครับเนี่ย”

        “ก็ฉลองหลังสอบเสร็จไง ปกตินายไม่ทำหรือไง” คนพี่ทำหน้ามุ่ยใส่น้อง “แล้วก็ฉลองครบรอบที่เรากลับมาคบกันด้วยไง”

        จองกุกมองรอยยิ้มของคนตรงหน้าก่อนจะยิ้มตามออกมาอย่างเอ็นดูในความเด็กน้อยของแฟนรุ่นพี่

        เห็นแล้วอยากจะไปฟัดแก้มกลมๆ นั่นให้หายหมั่นเขี้ยวจริงๆ

        “ได้สิครับ ถ้าผมเสร็จธุระแล้วไปกัน” ธุระนั่นก็คือการไปพบรุ่นพี่สาวที่มีเคยมีความสัมพันธ์วันไนท์สแตนด์กับเขาไง “แต่จริงๆ ถ้าจะฉลองที่เราคบกันนี่ไม่ต้องไปกินเนื้อย่างกันข้างนอกหรอกนะครับ”

        “แล้วจะทำอะไรอ่ะ”

        “ก็ทำอาหารกินกันที่คอนโดก็ได้” พูดพร้อมกับส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ “แล้วก็ให้ผมกินพี่ต่อ แค่นี้ผมก็ว่ามันโอเคนะ J

        “ไอ้เด็กบ้า!” มือเรียวคว้าของแล้วขว้างใส่จองกุกที่หัวเราะออกมาเพราะแกล้งแฟนรุ่นพี่ “ไปเตรียมรถเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นนายโดนแน่”

        “ครับๆ งั้นผมไปรอข้างล่างนะครับคนสวย ^o^

        “รีบไปเลยนะจอนจองกุก” เสียงหวานแหวไล่หลังคนรักไปอีกครั้ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อร่างสูงเดินออกจากห้องไปแล้ว

        อยากให้ถึงตอนเย็นไวๆ จังเลยนะ J

 

        “ในที่สุดก็สอบหมดแล้วเว้ย!!!!” จีมินเอ่ยเสียงดังเมื่อพวกเขาออกมาจากห้องสอบ โฮซอกกับแทฮยองที่ออกมารอก่อนแล้วได้แต่หัวเราะเบาๆ กับท่าทางของเพื่อนตัวเอง ก่อนที่จะพากันลงมาจากอาคาร

        “โล่งก็โล่งได้แป๊บเดียวอ่ะ ข้อสอบแม่งยากชิบหาย เกรดจะเป็นยังไงวะเนี่ย -0-

        “ไม่ต้องมาบ่นเลยไอ้โฮซอก คนติวให้พวกกูอย่างมึงต้องทำได้แล้วล่ะ”

        “มึงเอาความมั่นใจขนาดนั้นมาจากไหนวะไอ้แทฮยอง กูเครียดมากเลยนะ T^Tร่างบางมองหน้าเพื่อนที่กอดคอตัวเองอยู่พร้อมกับเบะปาก ก่อนจะร้องออกมาเมื่อโดนอีกฝ่ายตีหน้าผาก “โอ๊ย! มันเจ็บนะไอ้สัส

        “มึงมันน่าหมั่นไส้นี่หว่าไอ้โฮซอก”

        “กูไม่มั่นใจ กูผิดตรงไหนล่ะ”

        “เออ เห็นพวกมึงสองคนกลับมาสนิทกันเหมือนเดิมแบบนี้กูก็ดีใจแฮะ” จีมินเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “เมื่อหลายเดือนก่อนพวกมึงน่ากลัวแค่ไหนรู้มั้ย กูนี่ไม่อยากให้พวกมึงอยู่ด้วยกันเลย บรรยากาศมาคุทุกที”

        “มึงก็เวอร์ไปจีมิน”

        “ไม่เวอร์ละ มึงถามเพื่อนคนอื่นได้เลย” ร่างหนาตอบ “ถึงพวกมึงจะทำเหมือนปกติแต่ใครก็ดูออกว่าพวกมึงสองคนไม่เหมือนเดิมอ่ะ ดีนะที่เคลียร์กันได้จนกลับมาสนิทกันแบบนี้”

        ทั้งโฮซอกและแทฮยองหันมามองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ พวกเขาก็ไม่ได้ทะเลาะกันมาตั้งแต่แรกสักหน่อย

        มันก็แค่ตั้งแง่กันเพราะเรื่องของรุ่นพี่ทั้งสองนี่แหละ

        “โฮซอก...”

        นั่นไง ตายยากชะมัด -0-

        ทั้งสามหนุ่มหันไปมองทิศของเสียงทุ้มที่คุ้นเคย นัมจุนที่เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ทำเอาร่างบางกลืนน้ำลายเล็กน้อย ในขณะที่คนผิวเข้มนั้นก็กอดคอเพื่อนแน่นกว่าเดิม

        “มีอะไรเหรอครับพี่นัมจุน”

        “พี่มีเรื่องจะคุยกับนายนิดหน่อยน่ะโฮซอก ไปคุยกับพี่หน่อยได้มั้ย”

        “ผมว่าเรื่องคุยของเรามันหมดแล้วนะครับ” เอ่ยพร้อมตากลมที่จ้องคนตรงหน้าอย่างไม่วางตา “พี่กลับไปเถอะครับ แล้วทุกอย่างมันจะดีขึ้น”

        “พี่เลิกกับยุนกิแล้ว” และประโยคนี้ ก็ทำให้รุ่นน้องชะงักทันที “เท่านี้มันทำให้นายไปคุยกับพี่ได้มั้ย”

        “พี่นัมจุน...”

        “มึงไปคุยกับพี่เขาเหอะ กูว่าพี่เขา...ต้องการกำลังใจนะ” และจีมินผู้ที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเขาก็เอ่ยออกมาแบบนั้น ทำให้ร่างบางถอนหายใจออกมาก่อนจะหันไปพยักหน้าให้เพื่อนที่กอดคอตัวเองว่าเขาจะไม่เป็นไร

        “จะคุยตรงไหน นำผมไปแล้วกัน”

 

        “พี่หมายความว่ายังไงที่เลิกกับพี่ผมแล้ว” เสียงหวานเอ่ยทำทันทีที่นัมจุนหยุดเดินนำแล้ว คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างคาใจ “นี่พี่บอกเลิกพี่ชายผมจริงๆ ใช่มั้ยครับ”

        “ไม่ใช่ ยุนกิต่างหากที่เป็นคนบอกเลิก”

        “ฮะ?” คิ้วเรียวยิ่งขมวดหนักเข้าไปใหญ่ “เป็นไปได้ยังไงครับ พี่ยุนกิรักพี่จะตาย เขาจะบอกเลิกทั้งที่ไม่มีอะไรได้ยังไง”

        ไอ้แทฮยองก็ยังไม่เริ่มแผนสักหน่อย

        อีกอย่าง ถ้าเป็นเรื่องที่เขาทะเลาะกับพี่นัมจุน นั่นก็น่าจะบอกเลิกเขานานแล้วสิ พี่ชายของเขาไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้อะไรมันคาใจขนาดนั้น

        แต่คำตอบที่ได้จากร่างสูง ก็ทำให้ร่างบางชะงักทันที

        “ยุนกิได้ยินที่เราสองคนทะเลาะกันวันนั้น ก็เลยบอกเลิกพี่” ถึงรุ่นพี่หนุ่มจะตามตื๊อโฮซอกแค่ไหน แต่พอนึกถึง เขาก็ใจหายเหมือนกัน “ยุนกิรักเราสองคนมากเลยนะ เขาเลยทำแบบนี้”

        พูดจบ ก็เริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้รุ่นน้องฟัง

 

        สามวันก่อนสอบปลายภาควันแรก

        “นี่นัมจุน ทำอะไรอยู่อ่ะ” เสียงห้าวถามขึ้นพร้อมกับแขนเรียวที่โอบรอบคอแกร่งจากด้านหลังเรียกให้นัมจุนหันไปมองทันที “พักแป๊บได้มั้ย มีเรื่องจะคุยด้วย”

        “ก็อ่านหนังสืออยู่ไง จะคุยอะไรอ่ะ” ว่าพร้อมกับปิดหนังสือแล้วหันมาหาแฟนตัวเล็กของตัวเอง “ว่าไงตัวเล็ก มีอะไรจะคุยกับกูงั้นเหรอ”

        “มึงมีอะไรปิดกูอยู่หรือเปล่า” ยุนกิเข้าประเด็นทันทีก่อนจะเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามของแฟนหนุ่มตัวเอง “เราเคยคุยกันใช่มั้ยว่าถ้าใครเปลี่ยนไปแล้วต้องบอกกันตรงๆ แล้วตอนนี้มึงมีอะไรปิดกูหรือเปล่า

        “อารมณ์ไหนน่ะมึง” เสียงทุ้มหัวเราะเบาๆ แต่ในใจก็เริ่มหนาวๆ ร้อนๆ เมื่อคิดตามที่อีกฝ่ายบอกมา

        ยุนกิไปรู้อะไรมางั้นเหรอ

        “กูว่าแล้วว่ามึงต้องตอบกูแบบนี้” เสียงห้าวแค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วยื่นโทรศัพท์ของตนเองให้ร่างสูง “มึงดูคลิปนี้ก่อน แล้วค่อยตอบคำถามกูใหม่นะ”

        นัมจุนรับโทรศัพท์ของคนรักมา ก่อนจะเปิดคลิปที่ร่างเล็กนั้นกดหยุดชั่วคราวไว้

        ก่อนที่นัยน์ตาคมจะเบิกกว้างอย่างคาดไม่ถึง

        “ยุนกิ นี่มึง...”

        “ใช่ ที่มึงทะเลาะกับน้องชายที่คณะบริหารไง” เสียงห้าวเอ่ยเสียงสั่น “กูได้ยินหมดทุกอย่างนั่นแหละ”

        “ยุนกิ...”

        “นัมจุน กูถามจริงๆ นะ” คนตัวขาวสูดจมูกราวกับต้องการระงับอารมณ์ “มึงยังรักกูอยู่มั้ย”

        “...”

        “มึงยังรักกูเหมือนเดิมมั้ย” สิ้นเสียงห้าว น้ำตาก็หยดลงมาจากดวงตาคู่สวยแต่ร่างเล็กก็ปาดมันออกอย่างรวดเร็ว ส่วนนัมจุนก็ได้แต่นิ่งอยู่อย่างนั้น

        ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงตอบคำถามนี้ได้อย่างไม่ลังเลแน่

        แต่ตอนนี้เขาไม่รู้

        ถามว่าเขายังแคร์ร่างเล็กตรงหน้ามั้ย ตอบได้เลยว่าแคร์มาก

        แต่ถามเขาว่าเขาต้องการใครอีกคนมั้ย เขาก็ต้องการ

        เขารู้ว่ามันเห็นแก่ตัว เขาก็ไม่อยากเป็นแบบนี้ แต่เขาก็เลือกไม่ได้จริงๆ

        เขาไม่รู้ว่าควรจะเลือกคนรักปัจจุบันที่อยู่เคียงข้างกันแบบนี้ หรือควรจะเลือกคนในอดีตที่ใจยังเรียกร้องหา

        “กูว่ากูรู้คำตอบแล้วล่ะ” เสียงห้าวพยายามระงับเสียงสะอื้นของตนเอง “มึงไปเถอะ”

        “ยุนกิ มึง...”

        “กูรู้ ถ้าไม่ติดว่ามึงยังแคร์ความรู้สึกของกู มึงก็ต้องเลือกโฮซอกอยู่แล้ว”

        “ยุนกิ...”

        “ถ้าให้เทียบกัน โฮซอกมาก่อนกู ถึงแม้ก่อนหน้านี้มึงจะรักกูแค่ไหน แต่ความรู้สึกของพวกมึงสองคนก็มาก่อนกูอยู่ดี” ถึงแม้น้ำใสๆ จะไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย แต่ใบหน้าหวานกลับมีรอยยิ้มขึ้นมาบางๆ “และกูก็ดูออก ว่าน้องกูก็รู้สึกดีกับมึงอยู่ แต่เพราะมันรักกูมาก มันเลยผลักไสมึงอย่างนั้นไง”

        “...”

        “เพราะฉะนั้น ทำตามหัวใจของมึงเถอะนัมจุน” ยุนกิเงยหน้ามาส่งยิ้มให้คนรักทั้งน้ำตา แต่รอยยิ้มนั้นก็เต็มไปด้วยความจริงใจ “ถ้ามึงรักน้องกูจริงๆ ช่วยดูแลมันด้วยนะ”

        “...”

        “ถ้ารักน้องกูจริงๆ มึงก็ไปเถอะ ไม่ต้องห่วงกู กูไม่เป็นไรหรอก”

        “...ถ้าไม่เป็นไรจริงมึงจะร้องไห้ทำไมล่ะ” ร่างสูงถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นไปกอดร่างเล็กไว้ทันที มือหนาลูบหัวคนที่สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดอย่างปลอบประโลม

        นั่นเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่านัมจุนยังแคร์ยุนกิอยู่จริงๆ

        “ให้เวลากูเสียใจหน่อยสิ เราคบกันมาตั้งนานนะ” เสียงห้าวว่ากลั้วหัวเราะเบาๆ แขนเรียวที่กอดเอวสอบนั้นรัดแน่นราวกับไม่อยากปล่อยร่างสูงให้ไปไหนเลย

        แต่เขารู้ นี่เป็นอ้อมกอดสุดท้าย

        เดี๋ยวเขาก็ต้องปล่อยคนคนนี้ไปแล้ว

        “ถ้าอยากไปก็ไปเถอะ ถ้ามึงยังใจดีกับกูแบบนี้ กูจะไม่ให้มึงไปแล้วนะ”

        “...กูขอโทษนะ”

        “อือ ไม่เป็นไรหรอก” คนตัวขาวส่งยิ้มให้ “ขอให้รักกับน้องกูนานๆ นะ ดูแลมันดีๆ ด้วย”

 

        พอร่างสูงเล่าจบ บรรยากาศทั้งหมดก็เต็มไปด้วยความเงียบ

        โฮซอกนั้นทรุดลงกับที่นั่งหินอ่อนราวกับคนหมดแรง น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยช้าๆ เมื่อรับรู้เรื่องราวทั้งหมด

        พี่ชายเขาต้องพยายามแค่ไหน ถึงปล่อยคนรักมาหาน้องชายของตัวเองได้แบบนี้

        พี่ชายเขาต้องเจ็บปวดแค่ไหน กับคนรักที่โลเลและน้องชายสารเลวอย่างเขา

        ใช่ ถึงแม้เขาจะโกรธ จะผลักไสนัมจุนแค่ไหน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขายังรักพี่นัมจุนมากเหลือเกิน

        เขาทนไม่ได้จริงๆ กับเรื่องแบบนี้

        “อย่าร้องไห้เลยโฮซอก พี่เข้าใจว่านายเสียใจ พี่ก็เสียใจเหมือนกันที่ทำร้ายยุนกิแบบนั้น” เสียงทุ้มนั้นฟังดูสั่นเครือ “แต่ในตอนนี้...”

        “เลิกยุ่งกับผมสักที” เสียงหวานขัดขึ้นทำให้นัมจุนเงียบทันที “ออกไปจากชีวิตได้มั้ยครับพี่นัมจุน ผมไม่ไหวแล้ว”

        “โฮซอก นาย...”

        “พอแล้ว ผมไม่อยากรับอะไรแบบนี้แล้ว มันเกินไปแล้ว มันเกินไปแล้วจริงๆ” ร่างบางฟูมฟายพร้อมกับกอดตัวเองอย่างต้องการที่พึ่ง ร่างสูงก็รีบเข้าไปกอดคนน้องไว้ทันที “เราทำผิดกันมามากเกินไปแล้วนะครับพี่นัมจุน ผมไม่ไหวแล้ว”

        “มันจะไม่ผิดอีกแล้ว ตอนนี้พี่เลิกกับยุนกิแล้วนะ...”

        “แต่พี่ยุนกิเป็นพี่ชายของผมนะครับ ผมรับมันไม่ไหวหรอก ผมเห็นแก่ตัวไม่ได้”

        “โฮซอก...”

        “เราเลิกยุ่งกันเถอะครับพี่นัมจุน ผมทำใจให้อยู่ข้างแฟนเก่าพี่ชายอย่างพี่ไม่ได้จริงๆ” มือเรียวดันอีกคนออกก่อนจะลุกหนีไปอีกทาง “เรื่องของเรามันผิดมานานแล้ว เพราะฉะนั้น อย่าให้มันเกิดขึ้นอีกเลยนะครับ”

        “แล้วนายไม่รักพี่แล้วเหรอโฮซอก”

        “...รัก ผมรักพี่ยังไงผมก็ยังรักเหมือนเดิม” เสียงหวานสะอื้นฮักเพราะร้องไห้อย่างหนัก “แต่พี่เป็นแฟนเก่าของพี่ยุนกิ พี่เป็นคนที่พี่ชายผมรักมากๆ ผมจะคบกับพี่ได้ยังไงในเมื่อเรื่องของเรามันทำให้พี่ชายผมเจ็บปวดขนาดนี้”

        “...”

        “เพราะฉะนั้น ปล่อยผมไปเถอะนะครับ เรื่องของเราสองคนมันมีแต่จะสร้างความเจ็บปวดให้เราเอง หยุดมันไว้เถอะนะครับ”

 

        ผ่านมาเกือบสองอาทิตย์แล้วที่เขาเลิกกับนัมจุนไป

        แต่ทำไม มันถึงว่างเปล่าขนาดนี้นะ

        คนตัวเล็กกำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียงของตนเอง รู้สึกไม่อยากขยับตัวไปไหนเลยแม้เวลาจะล่วงเลยมาถึงตอนบ่ายแล้วก็ตาม

        โชคดีที่เขาสอบติดกันตั้งแต่ห้าวันแรกที่การสอบปลายภาคเริ่มขึ้น เลยสอบเสร็จไว มันอาจจะเป็นข้อเสียที่มันต้องอ่านหนังสือแบบไม่ได้พักแต่มันก็ดีสำหรับเขา

        เพราะถ้าสอบนานกว่านั้น เขาคงจะฝืนยิ้มฝืนหัวเราะเป็นปกติไม่ไหวแน่

        ป่านนี้นัมจุนจะเป็นยังไงบ้างนะ

        คงจะ...มีความสุขแล้วใช่มั้ย ที่ได้อยู่กับคนที่รักแบบนั้น

        เพียงแค่คิดถึงอดีตคนรัก น้ำตาก็ไหลลงมาจากหางตาช้าๆ

        ยุนกิสูดจมูกก่อนจะปล่อยเสียงสะอื้นออกมาเบาๆ แม้ว่าจะผ่านมาหลายวันแล้วก็ตาม แต่ความเสียใจของเขามันก็ไม่ได้ลดลงเลย

        ยอมรับว่าคิดถึง

        ยอมรับว่าเสียใจมากๆ ที่อีกฝ่ายนั้นรักน้องชายของเขา

        แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมปล่อยให้สองคนนั้นได้รักกันอย่างที่ควรจะเป็น

        เขาไม่ใช่นางเอกนิยายน้ำเน่านะ แต่ว่าทั้งสองคนเป็นคนที่เขารักมากๆ เขาเลยอยากให้ทั้งคู่ได้มีความสุข

        ถึงเขาจะเจ็บ เขาก็ยอม

        กริ๊ง!

        เสียงกริ่งของห้องทำให้ร่างเล็กที่กำลังนอนร้องไห้อยู่บนเตียงนั้นชะงัก ก่อนที่ยุนกิจะลุกขึ้นมาช้าๆ พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

        ถึงจะสภาพไม่พร้อมแค่ไหน แต่ก็ไม่อยากอ่อนแอให้ใครเห็นหรอกนะ

        คนตัวขาวพาร่างสะโหลสะเหลเดินไปเปิดประตูห้องของตนเองเพื่อดูว่าแขกคนนั้นเป็นใคร และพอได้เผชิญหน้ากัน เดือนปีสามของวิศวะก็ชะงักไปชั่วขณะ

        “แทฮยอง...” เสียงห้าวนั้นช่างแหบแห้งเหลือเกิน “มึงมาทำไม”

        “ผมเพิ่งสอบเสร็จน่ะครับ หิวข้าวมากๆ ก็เลยหาคนทานข้าวด้วย ^^” คนผิวเข้มส่งยิ้มสดใสไปให้ร่างเล็ก ก่อนจะชูถุงกับข้าวขึ้นมา “มีแต่ของอร่อยๆ ทั้งนั้นเลยนะครับ พี่ยังอยู่ในชุดนอนแบบนี้แสดงว่าก็ยังไม่ได้กินข้าวใช่มั้ยครับ ผมกินด้วยนะ ^o^

        “...เข้ามาสิ” มือเรียวเปิดประตูออกกว้างเพื่อให้เดือนปีสองของบริหารเข้ามา ก่อนจะรับถุงกับข้าวไปใส่จาน ทั้งที่ในใจก็ยังคิดว่าทำไมตัวเองเปิดประตูให้อีกคนเข้ามาง่ายจัง

        โทษความอ่อนแอที่ต้องการใครสักคนอยู่ด้วยแล้วกัน

        “วันนี้พี่ไม่มีสอบเหรอครับ”

        “ไม่มีน่ะ กูสอบเสร็จตั้งแต่ห้าวันแรกแล้ว”

        “โห ดีจังเลยนะครับ” แทฮยองรีบเข้ามาช่วยคนพี่ยกจานมาตั้งบนโต๊ะ “พี่ยุนกิ ผมรู้เรื่องแล้วนะ”

        “...ก็คิดอยู่แล้วว่ารู้” มีอยู่เรื่องเดียวแหละถ้าร่างสูงมาหาแบบนี้น่ะนะ “แทฮยอง...”

        “ครับ?”

        “ขอกอดหน่อยได้มั้ย” เสียงห้าวเริ่มสั่นเครือพร้อมกับตาเรียวชื้นน้ำที่ช้อนขึ้นมองหน้าคนน้อง “กูไม่ไหวแล้ว กูเหนื่อย...”

        พอคนพี่เริ่มร้องไห้ออกมา ร่างสูงก็คว้าคนตัวเล็กมาในอ้อมแขน มือหนาลูบผมนุ่มอย่างปลอบประโลมโดยที่ไม่มีถ้อยคำใดเอื้อนเอ่ยออกไป

        ยุนกิไม่ค่อยชอบให้พูดปลอบ ชอบให้การกระทำเป็นตัวบ่งบอกมากกว่า

        และเขาก็จะใช้อ้อมกอดของเขานี่แหละ ปลอบรุ่นพี่คนนี้เอง

        รอจนร่างเล็กสงบลงจึงค่อยๆ ผละออกมา นิ้วโป้งใหญ่เช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าสวยช้าๆ พร้อมกับส่งยิ้มไปให้

        “พี่จำครั้งแรกที่เราเจอกันได้มั้ย ที่พี่ไปทำกิจกรรมที่โรงเรียนผมตอนอยู่เกรดสิบสอง”

        “จำได้สิ ตอนนั้นมึงโคตรเนิร์ดเลย”

        “แต่พี่ก็ยอมคุยกับผม” เสียงทุ้มบอกอย่างร่าเริง “เราเกือบได้เป็นแฟนกันแล้วนะ ถ้าพี่ไม่แอบชอบพี่นัมจุนเสียก่อน”

        “พูดถึงอีกทำไมเนี่ย” เสียงห้าวอ่อนแรงหัวเราะเล็กน้อย

        “ถ้าผมบอกว่าผมจะขอจีบพี่อีกครั้งหนึ่ง จะได้มั้ยครับ” คราวนี้แทฮยองพูดมันอย่างจริงจัง ตาคมสบกับตาเรียวสวยของคนในอ้อมแขนเพื่อแสดงความจริงใจ “ผมอาจจะร้ายกับพี่ แถมยังเคยปันใจไปให้เพื่อนสนิทพี่ด้วย แต่ตอนนี้ ความรู้สึกผมมันกลับมาหาพี่แล้วนะครับ”

        “...”

        “ผมรู้ว่าพี่ยังรักพี่นัมจุนอยู่ มันไม่ง่ายเลยที่จะลืมคนที่เรารัก แต่ให้ผมดูแลพี่ได้มั้ยครับพี่ยุนกิ”

        “...”

        “ความเจ็บปวดของพี่ ให้ผมดูแลมันนะครับ”

        “...”

        “...”

        “...งั้นช่วยดูแลหัวใจที่ยับเยินดวงนี้ให้กูด้วยนะ แทฮยอง”

 

        “มาสักทีนะคะน้องจองกุก พี่รอตั้งนานแน่ะ” เสียงหวานเอ่ยทักทันทีที่ร่างสูงของรองเดือนมหาวิทยาลัยเดินมาถึงที่นัดหมาย ซึ่งจองกุกก็แสดงท่าทีรำคาญออกมาอย่างเห็นได้ชัด

        “ผมบอกแล้วว่าวันนี้ผมมีสอบ จะมาช้า” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างเย็นชา “พี่คยองรีมีอะไรก็รีบพูดมาเถอะครับ เย็นนี้ผมมีนัดกับพี่จินต่อ”

        “โห รักกันพอได้เลยนะคะเนี่ย” หญิงสาวในเสื้อช็อปหัวเราะ ก่อนที่เธอจะเข้ามาประชิดตัวกับรุ่นน้องพร้อมกับแขนเรียวที่ยกขึ้นไปคล้องคอของคนตัวสูงกว่า “พี่ก็แค่คิดถึงน้องจองกุกก็เท่านั้นเอง J

        “ผมบอกแล้วไงครับ ว่าเรื่องของเรามันจะจบแค่คืนนั้น” ตาคมมองคนที่กอดตัวเองอย่างว่างเปล่า แต่ก็ยังไม่ผลักร่างบอบบางออกไป “เลิกยุ่งกับผมได้แล้ว หรือพี่อยากได้เงิน จะเอาเท่าไหร่ล่ะ”

        “แหม พี่ไม่ได้ขายตัวนะคะน้องจองกุก” เธอเอ่ยทั้งที่รอยยิ้มยังไม่เลือนหายไปจากใบหน้าสวย “พี่ก็แค่คิดถึง แล้วอยากรื้อฟื้นเรื่องของเราอีกสักคืนเท่านั้นเองค่ะ”

        “ติดใจผมอะไรขนาดนั้นเหรอครับพี่สาวคนสวย J” ชายหนุ่มส่งยิ้มร้ายกลับ “ผมคงไม่ใช่คนแรกของพี่หรอกนะครับ ไปหาคนอื่นไม่ดีกว่าเหรอ”

        “ก็พี่อยากอยู่กับน้องจองกุกนี่คะ ไม่ได้งั้นเหรอ” เธอตัดพ้อเล็กน้อย “พี่รู้น่า น้องจองกุกก็คิดถึงพี่ ไม่งั้นน้องก็คงผลักพี่ออกแล้ว”

        หึ ก็แค่จะรอดูว่าจะทำอะไรต่อไปต่างหาก

        และไม่ทันที่ร่างสูงจะตั้งตัว ริมฝีปากสีแดงสดนั่นก็เคลื่อนเข้ามาจุมพิตบนริมฝีปากหยักของคนตัวสูงกว่าทันที

        ตุ้บ!

        และเสียงอะไรบางอย่างที่กระทบกับพื้นก็ทำให้ทั้งสองหันไปสนใจทันที

        และนัยน์ตาคมก็เบิกกว้างขึ้นมาทันทีเช่นกัน

        พี่จิน!!

        “นี่เหรอ ธุระของนาย” ร่างเพรียวจ้องไปที่คนสองคนอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ในขณะที่น้ำตาก็ค่อยๆ ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย “จองกุก...คยองรี...”

        “พี่จินครับ ฟังผมก่อน...”

        “ไม่ต้องพูด ฉันไม่อยากฟัง!” ซอกจินเอ่ยสะอื้น ก่อนจะเก็บกระเป๋าที่ทำหลุดมือในตอนแรกแล้วรีบวิ่งออกไปโดยไม่ฟังแฟนหนุ่มที่ตะโกนไล่หลังไป

        “พี่จินครับ!! พี่จิน!!!” จองกุกเรียกตามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงร้อนรน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดเมื่อหันกลับมาหารุ่นพี่สาวที่ยืนแสยะยิ้มตรงหน้า “พี่จงใจใช่มั้ยพี่คยองรี!!

        “ไม่รู้สิคะ” เธอเอ่ยพร้อมรอยยิ้มมุมปาก “ถ้ารักซอกจินมากก็รีบตามไปสิคะ ง้อตอนนี้อาจจะยังทันอยู่ก็ได้นะ”

        “...”

        “แต่ถ้าง้อไม่สำเร็จ ก็ถือว่าเป็นกรรมที่ทำไว้กับคนอื่นแล้วกัน” พูดจบ หญิงสาวก็เดินหนีออกไปอีกทาง ทิ้งให้จองกุกยืนหงุดหงิดอย่างนั้น

        ยัยนั่นหมายความว่ายังไงวะ

        ช่างเถอะ เขาต้องไปตามหาพี่จินของเขาก่อน

        คิดอย่างนั้นก็วิ่งไปตามทางที่คนรักวิ่งออกไปทันที ในใจของเขานั้นมีแต่ความหวาดกลัวเต็มไปหมด

        แค่คิดว่าซอกจินจะทิ้งเขาไป เขาก็ทนไม่ไหวแล้ว

        นั่นไง พี่จินของเขานั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้นไง

        “พี่จิน!!” เพียงแค่ได้ยินเสียงทุ้มเรียก ร่างเพรียวก็ชะงัก ก่อนจะลุกขึ้นเตรียมเดินหนีไปถ้าร่างสูงไปเข้าไปกอดรั้งอีกฝ่ายไว้ก่อน “พี่จิน ฟังผมก่อนนะ...”

        “ฟังนาย ฮึก ฟังนายแล้วมันเปลี่ยนแปลงสิ่งที่พี่เห็นได้เหรอ” ซอกจินเอ่ยกลั้วเสียงสะอื้น “มันลบความจริงได้มั้ย ว่านาย ฮึก ว่านายไม่ได้มีความสัมพันธ์กับคยองรี”

        “พี่จิน...”

        “พี่บอกนายแล้วใช่มั้ยว่ามีอะไรให้บอก นายจะไปนอนกับผู้หญิงกี่คนก็ได้แค่นายบอกพี่ อย่าให้พี่ต้องมารู้เองแบบนี้”

        “...”

        “แล้วทำไมอ่ะจองกุก ทำไมถึงทำกับพี่แบบนี้”

        “...”

        “พี่เจ็บ ฮึก นายได้ยินมั้ยว่าพี่เจ็บ พี่เจ็บมากเลย”

        “ผมขอโทษครับ” เสียงทุ้มไม่สามารถเอ่ยอะไรออกไปได้นอกจากคำว่าขอโทษ “อย่าร้องเลยนะคนดี ผมขอโทษ”

        “พอ พี่ไม่อยากฟังแล้ว” มือเรียวแกะแขนแกร่งออกจากเอวของตัวเอง “พี่ถามจริงๆ นะจองกุก นายรักพี่จริงๆ ใช่มั้ย นายรักพี่บ้างมั้ย”

        “รักสิครับ ผมรักพี่จินมากเลยนะ”

        “รักแล้วทำไมมีคนอื่นล่ะ” และประโยคนี้ ก็ทำให้ร่างสูงไม่สามารถเอ่ยอะไรได้ “นายมันก็ได้แค่นี้แหละ พอสักที พี่ไม่ไหวแล้ว”

        “พี่จิน...”   

        “เราจบกันแค่นี้จอนจองกุก”

        “ไม่เอานะพี่จิน” มือหนาคว้าแขนเรียวทั้งสองคนแต่ก็ถูกสะบัดออกอย่างรวดเร็ว “พี่จินครับ ไม่เอาแบบนี้สิ”

        “ไม่ พี่พอแล้ว”

        “พี่จิน ผมรักพี่จริงๆ นะ พี่คยองรีก็แค่วันไนท์แสตนด์ ไม่ได้สำคัญอะไรกับผมเลยสักนิด” น้ำตาเริ่มไหลออกมาจากดวงตาคมบ้าง “พี่จิน ได้โปรด ฟังผมเถอะนะ”

        “นายคิดแบบนั้นกับคยองรีได้ ในอนาคตนายก็อาจจะคิดแบบนี้กับพี่ก็ได้!” ซอกจินสบตาคมอย่างเกรี้ยวกราด “ปล่อยสักที พี่จะไม่ฟังอะไรจากนายแล้ว”

        “พี่จิน ได้โปรด...”

        “ปล่อย!!!!” อาจจะเพราะรุ่นพี่สะบัดแรงเกินไป หรือจองกุกหมดแรงที่จะยื้ออีกฝ่ายไว้ ร่างเพรียวถึงหลุดจากการเกาะกุมของอีกคนมาอย่างง่ายดาย “ต่อจากนี้เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว!

        ดวงตาคู่สวยชุ่มน้ำนั้นมองหน้าคนน้องอย่างโกรธเคือง ก่อนจะเดินหนีออกไปอีกทาง

        ตุ้บ!

        แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง

        จองกุกที่ไม่เคยก้มหัวให้ใคร กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขา...

        “พี่จิน ได้โปรด” เสียงสะอื้นเจือมากับเสียงทุ้มที่เอ่ยออกมา “ผมรักพี่จริงๆ นะครับ”

        “จองกุก...”

        “ขอร้องนะครับ อย่าทิ้งผมไปเลยนะ ผมอยู่ไม่ไหวจริงๆ ถ้าไม่มีพี่”

        “...”

        “อย่าทิ้งผมไปเลยนะครับ ผมยอมแล้ว ให้ผมทำอะไรก็ได้ ผมยอมหมดแล้ว แต่พี่อย่าทิ้งผมไปเลยนะครับ ได้โปรด...”

        “นี่นาย...” เสียงหวานครางออกมาเบาๆ “นี่นาย...รักพี่ขนาดนั้นเลยเหรอ”

        “ผมรักพี่ ผมยอมได้ทุกอย่างเพื่อพี่” จองกุกเอ่ยทั้งที่ยังก้มหน้าคุกเข่าตรงหน้าร่างเพรียว “ขอร้อง อยู่กับผมนะครับพี่จิน”

        “...ลุกขึ้นเถอะ” ไม่ว่าเปล่า คนพี่ยังเข้าไปดึงรุ่นน้องขึ้นมาก่อนจะกอดร่างสูงไว้ “ไม่ต้องพูดอะไรแล้วนะ”

        “พี่จิน ผม...”

        “พี่รู้แล้ว ว่านายรักพี่แค่ไหน เพราะนายไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครเลย” เสียงหวานตอบพร้อมกับลูบหลังอีกคนอย่างปลอบประโลม “ขอบใจนะ ที่ทำให้พี่รู้ว่าพี่สำคัญกับนายแค่ไหน”

        “...”

        “ขอบใจนะที่รักกันขนาดนี้”

        “...”

        “แล้วก็ขอบใจ ที่ทำให้พี่รู้ว่า พี่ชนะแล้ว
--------------------------------------------------------------------
        โอ๊ะโอ ยัยซอกจินหมายความว่ายังไงเนี่ย 5555 สวัสดีค่ะทุกคน ไม่เจอกันนานมาก ยังรอกันอยู่มั้ยเอ่ย เรื่องนี้ใช้เวลานานค่ะ มีแต่ปมเลยต้องนานนิดนึง 55555 ตอนนี้ก็เช้าแล้วและเราก็โคตรง่วงเลย เพราะฉะนั้น เข้าเรื่องกันเลยเนอะ ทำไมคู่ที่มันทะเลาะกันมาทั้งเรื่องถึงลงเอยกันง่ายที่สุดคะ ช่วยเราหาคำตอบหน่อย 5555 แล้วทำไมคู่นิ่มๆ ยัยสวยโฮซอกถึงใจแข็งขนาดนี้ ส่วนคู่หลักนั้น เราบอกแล้วว่าพี่จินเราไม่ยอมง่ายๆ นะคะ 55555 เอาเป็นว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อนั้น ชนะของยัยพี่หมายความว่ายังไง และทุกอย่างจะลงเอยอย่างไร ต้องติดตามนะคะ ^_<
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

552 ความคิดเห็น

  1. #472 นิยายไก่กา (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 13:16
    ชนะอะไรอีกพี่จิน แง จะจบแบบไหนนี่
    #472
    0
  2. #471 tchr (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 09:30
    ทำไมร้ายยยยยยย นี่คือแผนของจินใช่ไหม? ร้ายยบบยยยย เอาคืนอย่างเจ็บแสบไปป่ะ
    #471
    0
  3. #469 Love-Julia- (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 10:55
    คืออะไร??ยังไง??ทุกอย่างเป็นแผนซอกจินเหรอ?????
    #469
    0
  4. #468 Nurse Karnsinee (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 03:57
    พี่จินหมายความว่าไง5555
    #468
    0
  5. #467 kk_jinnie (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 22:04
    เวววววววววหมายความว่าไง?????????????
    #467
    0
  6. #466 pontitanakhup (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 21:25
    ชนะแล้วนี้คือ?
    #466
    0
  7. #465 xxStill (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 12:40
    โว๊ยยยยยแทกิฮื่อออออออออ
    #465
    0
  8. #464 minitis (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 11:39
    เดี๋ยวววว ชนะแล้วคืออะไรนี่แผนยัยหรอ ว้อทททท
    #464
    0
  9. #463 k_922 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 09:40
    สงสารโฮซอกกับยุนกิ ฮื่อออ กว่าแทจะสมหวังในความรักเนอะ แต่จินนี่ยังไงอ่ะะะ
    #463
    0
  10. #462 P.SKS.723 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 08:13
    แทสู้ๆ สักวันต้อวได้ใจยุนกิเเน่นอน หรือตอนนี้จะได้เเล้ว???
    คู่โฮซอก นัมจุนต้องพยายามหน่อยนะ
    ส่วนพี่จิน คืออะไรอ่ะ ชนะอะไร พี่มาหลอกจองกุกเหรอ พี่ชนะอะไร ไปท้าเเข่งอะไรมาาา ขอเเค่พี่จินอย่าเล่นกับใจจองกุกก้พอ สงสารน้องอ่ะ
    #462
    0
  11. #461 atalljin (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 07:12
    กรี๊ดดด​ ยัยซอกจินจะแก้แค้นจองกุกแบบนี้จริงๆหร​อค่ะ​ ทำใจให้เค้าเลิกกันไม่ได้จริงๆๆ​ ยอมอภัยให้จองกุกเถอะ​ ชั้นอยากให้เค้ารักกัน​TT​ เอาใจช่วยแทๆ​นะคะ​ สงสารคุณยุนกิจัง​ เนื้อเรื่องสนุกมากค่ะ​ มีอะไรให้ติดตามทั้งสามคู่เลยขอบคุณไรท์ด้วยนะคะ
    #461
    0
  12. #460 Jung Tien-In (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 06:41
    นัมจุนนนนนนนนนน คือแบบถึงแม้ยุนกิจะยอมปลล่อยมาแล้วไงแกคิดว่าจะมาคบกับโฮซอกได้ง่ายๆหรอ โฮซอกรักยุนกิมากนะจะมองหน้ากันยังไงอ่ะ ต้องใช้เวลาอ่ะรอไปก่อนนะ
    แทแทกับยุนกิปบบนี้สินะนี่เคยเกือบได้เป็นแฟนกันด้วยอ่ะ ดูแลยุนกิด้วยนะแท
    ซอกจินนี่แผนหรอหรือยังไง จองกุกยอมทุกอย่างแล้วจริงๆ
    #460
    0