Fic BTS In Relation... KookJin, VGa, MonHope

ตอนที่ 41 : Chapter 38

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,366
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    7 ธ.ค. 60

บทที่ 38

        เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะถึงวัยสอบปลายภาควันแรกแล้ว

        และเวลาแบบนี้ นักศึกษาทุกคนก็ต้องเตรียมตัวให้หนักกว่าเดิม

        รวมถึงทั้งสามหนุ่มแห่งบริหารนี่ด้วย

        “โฮซอก กูไม่เข้าใจตรงนี้อ่ะ อธิบายให้กูฟังหน่อย”

        “ไหนๆ ตรงไหน อ้อ อันนี้มึงอ่านแค่ย่อหน้าแรกพอ ไม่ต้องอ่านบรรทัดอื่น หนังสืออาจารย์แม่งงงชิบหาย”

        “อ้าวเหรอ โอเคๆ”

        พอจีมินพยักหน้ารับแล้วก้มลงอ่านต่อ โฮซอกก็ขยับแว่นสายตาของตนเองแล้วก้มอ่านหนังสือต่อ

        แต่ท่าทางของเพื่อนอีกคนนั้นทำเอาร่างบางนั้นหงุดหงิดใจไม่น้อย

        “ถ้าจะเอาแต่แชทแบบนั้นก็กลับไปเล่นโทรศัพท์ที่บ้านนะแทฮยอง กูกับจีมินจะอ่านหนังสือ”

        “โอ้ แม่ด่าแล้วว่ะ” แต่คนผิวเข้มก็ไม่ได้สะทกสะท้าน กลับหัวเราะออกมาเบาๆ แล้ววางโทรศัพท์ลงข้างหนังสือของตนเอง “โทษทีๆ พอดีธุระด่วนนิดหน่อยว่ะ”

        “ธุระอะไรยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว ได้สาวใหม่แทนพี่ซอกจินแล้วหรือไงมึง”

        “ไม่”

        “ไม่ได้หญิง?”

        “ไม่เสือกดิจีมิน” เสียงทุ้มตอบเพื่อน ก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นใบหน้าหล่อของเพื่อนนั่นมุ่ยลงอย่างไม่พอใจ

        “เออ ใช่สิ เดี๋ยวนี้พวกมึงมีความลับกันเยอะนี่ กูมันไม่ต้องรู้อะไรเกี่ยวกับพวกมึงหรอก”

        “อ้าว ลามมาหากูได้ยังไงเนี่ย” ร่างบางหัวเราะกลบเกลื่อนทันทีเมื่อรู้ว่างานกำลังจะเปลี่ยนมาทางเขาเอง “กูจะมีความลับมึงได้ยังไงจีมิน กูก็อยู่กับเมียมึงตลอด เมียมึงน่าจะเล่าให้มึงฟังทุกเรื่องสิ

        “มึงสนิทกับซึลกิขนาดที่เล่าให้ฟังทุกอย่างเลยหรือไง -0- ไม่ต้องมาพูดดีเลยไอ้โฮซอก ขนาดกูมึงยังมีความลับ กับเมียกูก็ไม่ต้องพูดถึงเลย”

        “โอ๋ๆ ไม่งอนนะนักกล้ามของกู” เสียงหวานว่าพร้อมกับเข้าไปกอดแขนที่กล้ามเป็นมัดๆ ของเพื่อนอย่างหยอกล้อ (ซึ่งก็โดนผลักหัวออกมาอย่างรวดเร็ว) โฮซอกหัวเราะออกมาที่ทำให้เพื่อนขนลุกกับการอ้อนของตัวเองได้

        ก่อนสีหน้าจะเผลอเปลี่ยนไปวูบหนึ่งเมื่อดันบังเอิญไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของเพื่อนที่สว่างเพราะการแจ้งเตือนจากแอพพลิเคชั่นยอดฮิตสีเขียวนั่น

        นั่นมัน ชื่อไลน์ของพี่ชายเขานี่นา

        คิ้วเรียวเผลอขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย ก่อนที่ตากลมจะเหลือบมองใบหน้าคมของเจ้าของโทรศัพท์ ร่างบางผละออกมาจากแขนแกร่งของเพื่อนร่างหนาทั้งยังมองหน้าของแทฮยองไว้

        รอยยิ้มแบบนั้นมันยังไงกันน่ะ

        ไปญาติดีกับพี่ยุนกิตอนไหนน่ะ

        “แทฮยอง” เสียงหวานเรียก ซึ่งผู้เป็นเพื่อนที่กำลังพิมพ์ตอบอีกฝ่ายก็เงยหน้ามามองเพื่อนตัวบางของกลุ่มทันที “กูคุยด้วยหน่อยสิ”

 

        “มีอะไรเหรอโฮซอก” เสียงทุ้มถามทันทีที่ทั้งสองคนเดินมาไกลจากจีมินแล้ว โฮซอกหันกลับมามองหน้าเพื่อนสนิทที่ตอนนี้ก็ไม่ค่อยจะได้คุยกันเหมือนเมื่อก่อนเพราะเรื่องรุ่นพี่ตัวขาว

        แต่ตอนนี้ต้องคุย เพราะมันมีบางอย่างผิดปกติ

        “มึง สนิทกับพี่กูตอนไหนวะ”

        “หืม? กูกับพี่ยุนกิน่ะเหรอ” แทฮยองถามกลับพร้อมกับเลิกคิ้ว “ก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงสักหน่อย

        “แสดงว่าเมื่อก่อนมึงก็คุยแชทกับพี่กูแบบนี้หรือไง” ร่างบางกลอกตาเล็กน้อย “อย่าคิดว่ากูมองไม่ทันนะ ว่าพี่กูเป็นคนที่ส่งข้อความมาหามึงน่ะ”

        “...แล้วยังไงเหรอ ถ้าช่วงนี้กูจะสนิทกับพี่เขามากขึ้น” ร่างสูงยังคงไม่ตอบคำถามเพื่อนตามตรง “มึงจะเอาไปบอกพี่นัมจุนหรือไง”

        “...กูไม่ได้ตั้งใจจะมารวนนะแทฮยอง กูก็แค่อยากรู้เท่านั้น” เสียงหวานนั้นอ่อนแรงลงราวกับคนที่ไม่อยากต่อสู้กับอะไรแล้ว “เมื่อไหร่เราจะเลิกเป็นแบบนี้กันเหรอแทฮยอง เราสองคนก็ไม่ได้โกรธอะไรกันนี่ ทำไมต้องมาตั้งแง่กันแบบนี้ด้วย”

        “...”

        “กูไม่รู้ว่ามึงลืมพี่ซอกจินหรือยัง กูไม่รู้ด้วยว่าในตอนนี้มึงต้องการหรือรู้สึกอะไรกับพี่กู แต่ในส่วนของกู มึงรู้มาตลอดว่ากูไม่เคยคิดอยากให้เขากลับมาหากูเลยแม้แต่นิดเดียว”

        “...”

        “กูรู้ว่าเขาเป็นใคร กูรู้ว่ากูเป็นใคร และกูก็รู้ว่ากูควรต้องทำยังไง แต่มันไม่ได้ง่ายๆ เลยมึงก็รู้”

        “...”

        “ใช่ กูยอมรับว่ากูผิดมาตั้งแต่แรกที่ไม่เคยรู้ว่าตัวเองไม่เคยตัดใจจากเขาได้เลย กูผิดที่ปล่อยให้เรื่องของเขากับกูมันถลำลึกจนเขาต้องมาเรียกร้องแบบนี้ แต่ตอนนี้กูกำลังพยายามทำให้เรื่องมันถูกต้องอยู่ไง กูจะไม่มีวันให้พี่เขาทิ้งพี่ชายกูเด็ดขาด และกูก็จะไม่มีทางทำให้พี่กูต้องเสียใจ...”

        “มันไม่ทันแล้วโฮซอก” และเสียงทุ้มที่เอ่ยออกมาก็หยุดเพื่อนสนิทที่กำลังอธิบายเหตุผลของตนเองอยู่ได้ทันที ตากลมโศกหันมามองหน้าเพื่อนอย่างสงสัย

        “ไม่ทันอะไรวะแทฮยอง”

        “...”

        “แทฮยอง มึงรู้อะไรมา มึงบอกกูสิวะ”

        “พี่ยุนกิรู้เรื่องของมึงกับพี่นัมจุนแล้ว” แทฮยองตอบในขณะที่ตาคมยังสังเกตท่าทางของเพื่อน “เมื่ออาทิตย์ที่แล้วกูเจอพี่เขานั่งร้องไห้อยู่ที่แม่น้ำฮัน กูไม่รู้หรอกว่าพี่เขาไปเห็นอะไรมา แต่พี่เขาก็ดูจะฟูมฟายเรื่องพี่นัมจุนกับมึงอยู่”

        “อาทิตย์ที่แล้ว...” ร่างบางพยายามนึกตามที่เพื่อนสนิทเล่า ก่อนตากลมจะเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก “หรือว่าตอนนั้น!

        ต้องใช่แน่ๆ

        ตอนที่เขาทะเลาะกับพี่นัมจุน

        อย่าบอกว่าพี่เขามาได้ยินน่ะ

        แปลว่าพี่เขาต้องได้ยินคำพูดร้ายกาจของนัมจุนแน่ๆ

        “เชี่ย ไม่จริง ไม่จริงน่ะ...”

        “เฮ้ย โฮซอก มึงเป็นอะไร” มือหนารีบคว้าเข้าที่ไหล่บอบบางอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทเริ่มไม่มีสติแล้ว “โฮซอก มึงใจเย็นๆ นะ”

        “โอ้พระเจ้า กูจะทำยังไงดีแทฮยอง” ร่างบางทรุดลงกับพื้นโดยมีแขนแกร่งตามลงไปประคอง น้ำใสๆ ไหลออกมาจากตากลมสวยอย่างห้ามไม่ได้ “กูจะทำยังไงดีแทฮยอง ฮึก พี่เขาต้องได้ยินมันใช่มั้ย ต้องใช่แน่ๆ เลย”

        “พูดอะไรน่ะโฮซอก ได้ยินอะไร แล้วมึงร้องไห้ทำไม”

        “มันเป็นความผิดของกูเอง กูเองที่ทำทุกอย่างพัง ทุกอย่างเลย” ใบหน้าหวานมุดเข้าหาต้นแขนแข็งแรงอย่างหาที่พึ่ง เสียงหวานสะอื้นฮักอย่างไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป “กูเริ่มมันทุกอย่างเอง ฮึก กูจะทำยังไงดีแทฮยอง พี่ยุนกิไม่ควรมาได้ยิน ฮึก ไม่ควรเลย”

        “ใจเย็นๆ โฮซอก...”

        “มึงบอกกูทีว่ากูควรทำยังไง กูควรทำยังไงให้พี่ชายกูรู้สึกดีขึ้น และกูควรทำยังไงเพื่อให้หายรู้สึกผิดแบบนี้”

        แทฮยองได้แต่กอดปลอบเพื่อนสนิทอยู่อย่างนั้น แม้จะยังงงๆ กับสิ่งที่โฮซอกฟูมฟายออกมา แต่ก็พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวตั้งแต่คราวที่ไปนั่งปลอบรุ่นพี่ตัวขาว

        แสดงว่าคนที่ทำอะไรไม่ดีไว้คือนัมจุนแน่ๆ

        รอจนเพื่อนสนิทดีขึ้นก็ผละออกมา มือหนาปาดคราบน้ำตาออกให้เพื่อนอย่างแผ่วเบาก่อนจะเอ่ยถามออกไป “ดีขึ้นหรือยังมึง”

        “อือ” เสียงหวานนั้นฟังดูแหบแห้งอย่างน่าสงสาร “แทฮยอง กูถามอะไรหน่อยสิ”

        “ว่า?”

        “ที่มึงติดต่อกับพี่ชายกูแบบนี้ มึงคิดอะไรกับพี่ชายกูหรือเปล่า”

        “...”

        “...”

        “...”

        “...มึงไม่ตอบกูก็ไม่เป็นไร แต่มึงช่วยอะไรกูหน่อยได้มั้ย”

        “...ช่วยอะไรล่ะ”

        “แย่งพี่ยุนกิไปจากพี่นัมจุนที” และคำขอของเพื่อนก็ทำเอาแทฮยองก้มมองคนในอ้อมแขนทันที “ผู้ชายคนนั้นไม่ได้เหมาะกับพี่กูอีกแล้ว ถึงเมื่อก่อนมึงจะเคยทำร้ายพี่เขา แต่มันเทียบกับสิ่งที่กูกับพี่นัมจุนทำไม่ได้เลยสักนิด”

        “โฮซอก กูฟังมานานแล้ว ทำไมมึงถึงโทษตัวเอง...”

        “มันคือความจริง ถึงกูจะผลักไสเขาแค่ไหน แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจุดเริ่มต้นมันมาจากกู” ตากลมแข็งกร้าวขึ้นมาอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน “กูจะแก้ไขมัน แต่ต้องทำให้พี่กูเลิกกับพี่นัมจุนก่อน”

        “...แล้วถ้าพวกเขาเลิกกัน มึงจะทำยังไงต่อ มึงจะคบกับพี่นัมจุนหรือยังไง” ยังไงแทฮยองก็ยังไม่เข้าใจว่าเพื่อนของเขาคิดจะทำอะไรอยู่ดี

        “ไม่” เสียงหวานตอบเสียงแข็ง “ผู้ชายคนนั้นจะต้องไม่เหลือใคร ผู้ชายคนนั้นต้องรับรู้ว่าผลจากการคิดจะจับปลาสองมือมันเป็นยังไง และกูก็ต้องการคนที่จะพอดูแลพี่ยุนกิหลังจากนี้ ซึ่งกูก็นึกออกแค่ชื่อมึงคนเดียว”

        “...”

        “แต่ถ้ามึงไม่ได้คิดอะไรกับพี่กูอย่างที่กูสงสัย ก็ไม่ต้องสนใจแผนนี้หรอก กูจะจัดการเอง...”

        “กูจะช่วยมึงเอง” เสียงทุ้มตอบขัดเพื่อนทันที “กูทนเห็นมึงกับพี่ยุนกิเจ็บปวดเพราะคนคนเดียวกันไม่ไหวแล้วว่ะ พี่มึงก็เจ็บเพราะเขา มึงก็เหมือนกัน และกูก็ไม่อยากให้พี่น้องที่รักกันมากอย่างพวกมึงมาทะเลาะกันเพราะผู้ชายคนเดียวหรอกนะ”

        “...”

        “และอีกอย่างนะ...” ร่างสูงถอนหายใจ ก่อนจะตัดสินใจตอบความจริงในสิ่งที่ไม่เคยบอกกับใครมาก่อน “กูน่ะ ชอบพี่มึงมาก่อนที่จะชอบพี่จินเสียอีก”

 

        แทฮยองเงียบไปแล้ว

        สงสัยคงกำลังตั้งใจอ่านหนังสืออยู่สินะ

        ยุนกิคิดแบบนั้นก่อนจะละความสนใจจากโทรศัพท์ของตนเอง มือขาวยกขึ้นขยับแว่นสายตาของตนเองก่อนจะก้มอ่านหนังสือของตนเองต่อ

        เวลาใกล้สอบไฟนอลก็แบบนี้แหละ ใครๆ ก็อ่านหนังสือกันทั้งนั้นแหละ

        เขากับแฟนหนุ่มก็เช่นกัน

        ใช่ ตอนนี้เขากำลังนั่งอ่านหนังสือกับนัมจุนอยู่

        ตาเรียวเหลือบมองใบหน้าหล่อของคนรักที่นั่งอยู่ตรงข้าม ใบหน้าหล่อที่ดูตั้งอกตั้งใจนั้นทำให้คนตัวเล็กยิ้มออกมาบางๆ

        พร้อมกับรู้สึกหน่วงในใจไปด้วย

        จนป่านนี้เขาก็ยังไม่ได้บอกนัมจุนว่าในวันนั้น เขาเห็นทุกอย่างและรับรู้ทุกคำพูดที่คนรักหนุ่มเอ่ยกับน้องชายของเขา

        เขาไม่ใจแข็งพอ

        เอาตรงๆ ก็คือเขาไม่เข้มแข็งพอที่ยอมรับผลที่จะเกิดต่อไป

        เขาไม่รู้ว่าถ้านัมจุนรู้ว่าเขาได้ยินเรื่องพวกนั้น แฟนของเขาจะทำอย่างไร

        จะขอโทษและบอกว่าไม่ตั้งใจที่จะพูดแบบนั้น

        หรือจะบอกเลิกเขาไปเลย เพราะเขาก็รับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายทุกอย่างแล้ว

        ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลังจริงๆ เขาคงรับมันไม่ไหวแน่ๆ

        ก็เขารักนัมจุนมากๆ เลยนี่ ต่อให้อีกฝ่ายจะไม่รักเขาเหมือนเดิมเลย เขาก็ไม่อยากเลิกรากับอีกฝ่ายหรอกนะ

        ขอหลอกตัวเองไปอีกสักพักแล้วกัน

        “มองแบบนี้ต้องการอะไรฮะไอ้ตัวเล็ก” เสียงทุ้มทักขึ้นทำเอายุนกิตื่นจากความคิดทันที ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มให้แฟนหนุ่ม

        “ปะ เปล่า ไม่มีอะไร ^^;;

        “แล้วจ้องกูอย่างกับจะกินกูเข้าไปเลยนะ หรือว่างงตรงไหน อยากให้อธิบายหรือเปล่า”

        “ไม่ๆๆ ไม่มีอะไรจริงๆ”

        “จริงอ่ะ”

        “ก็จริงน่ะสิ มึงจะเซ้าซี้ทำไมเนี่ย” ยุนกิเบะปากเล็กน้อยอย่างไม่พอใจที่อีกฝ่ายเอาแต่ไล่ต้อนแบบนั้น เรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากร่างสูงทันที

        “โอ๋ๆ แค่นี้หงุดหงิดแล้วเหรอยุนกิของกู” ร่างสูงยิ้มอย่างอารมณ์ดี “ว่าแต่ ไม่คุยกับเพื่อนมึงแล้วเหรอ เมื่อกี้ยังเห็นกดโทรศัพท์อยู่เลย”

        “มันคงไปอ่านหนังสือแล้วล่ะ” เสียงห้าวตอบ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเขาคุยกับใคร

        ตั้งแต่ที่รุ่นน้องผิวเข้มเริ่มหาทางเล่นงานเขา คนรักของเขาไม่ถูกกับแทฮยองสักเท่าไหร่

        แต่ตอนนี้ถ้ารู้ว่าแทฮยองพยายาม เข้าหา เขา นัมจุนจะรู้สึกดีใจแทนหรือเปล่า

        คิดแบบนี้อีกแล้วนะมินยุนกิ

        “เที่ยงแล้วนะยุนกิ มึงหิวหรือยัง”

        “...ยังอ่ะ มึงหิวแล้วเหรอ”

        “แหะๆ ก็นิดหน่อยน่ะ อ่านหนังสือมันใช้พลังงานเยอะนะเว้ย มึงไม่รู้สึกเหรอ” นัมจุนหัวเราะก่อนจะลุกมาดึงมือของร่างเล็กให้ลุกขึ้น “ป่ะ ไปหาข้าวกินก่อนแล้วค่อยมาอ่านต่อ ห้องมึงคงไม่มีของสดให้ทำอะไรกินได้หรอกใช่มั้ย”

        “ก็น่าจะรู้อยู่แล้วนะ” ยุนกิหัวเราะตาม “แดกไหนดีอ่ะ กูจะได้รู้ว่าควรจะเปลี่ยนชุดดีมั้ย”

        “ร้านข้างล่างคอนโดมึงนี่ มึงจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนชุดหลายรอบ ลำบากเปล่าๆ”

        “เคๆ งั้นเก็บของแป๊บ” ร่างบางพยักหน้ารับรู้พร้อมกับถอดแว่นสายตาของตัวเองไว้บนหนังสือ พอทั้งคู่เก็บของบนโต๊ะเสร็จและดูความเรียบร้อยในห้องแล้ว ก็พากันออกมาจากห้องของคนตัวเล็กกว่า

        หลังจากที่เถียงกันอยู่นานว่าจะกินข้าวร้านไหน (รอบคอนโดของยุนกิก็ของกินน้อยที่ไหน ร้านเยอะจนเลือกไม่ถูกเลย) จนสุดท้าย ก็ได้เป็นร้านอาหารตามสั่งข้างทางที่เป็นร้านโปรดของพวกเขา

        นัมจุนจัดการเขียนสั่งอาหารให้แฟนตัวเล็กเรียบร้อยโดยที่ยุนกิไม่ต้องร้องขอ ร่างสูงรู้ใจคนรักของตัวเองทุกอย่างจนทำให้คนตัวขาวต้องเอ่ยแซวออกมาพร้อมรอยยิ้ม

        “อะไรกัน กูยังไม่ได้บอกเลยนะว่าจะสั่งอะไร”

        “มึงเคยกินอย่างอื่นด้วยเหรอ มาทีไรก็สั่งแบบเดิมตลอด”

        “วันนี้กูอาจจะอยากกินอย่างอื่นก็ได้”

        “กูรู้ใจมึงเสมอแหละไอ้ตัวเล็ก ^_<” ว่าพร้อมขยิบตาให้แฟนตัวขาวเรียกให้เสียงห้าวหัวเราะออกมา

        หัวเราะในความทะเล้นของแฟนตัวเอง และในความน่าสมเพชของตัวเองด้วย

        แล้วกูจะรู้ใจมึงบ้างมั้ย ว่าตอนนี้มึงคิดอะไรกับกูอยู่ คิมนัมจุน...

        “...กิ ไอ้ยุนกิ!

        “ฮะ ฮะ?” ยุนกิรีบตอบรับทันทีเมื่อได้ยินเสียงแฟนหนุ่มที่กึ่งตะโกน ตาเรียวสวยกะพริบปริบๆ มองใบหน้าหล่อที่จ้องเขาอย่างสงสัย “เอ่อ มีอะไรเหรอนัมจุน”

        “ก็มึงนั่นแหละ เหม่ออะไร กูเรียกตั้งนานแล้ว” สายตาคมมีแววเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด “ช่วงนี้เป็นอะไรยุนกิ มึงดูมึนๆ เหม่อๆ มาเป็นอาทิตย์แล้วนะ”

        “เอ่อ กูก็แค่เครียดสอบนิดหน่อย ไม่มีอะไรหรอก” พยายามส่งรอยยิ้มให้อีกคนสบายใจ แต่นัมจุนก็ดูเหมือนจะไม่เชื่อท่าทางแบบนั้นแต่อย่างใด

        “ยุนกิ มีอะไรก็บอกดิวะ” มือหนาจับมือขาวที่วางอยู่บนโต๊ะไว้อย่างแผ่วเบา “กูเป็นแฟนมึงนะ มีอะไรก็บอกกันสิ”

        มึงเป็นแฟนกู แล้วกูยังเป็นแฟนมึงอยู่มั้ย...

        เป็นคำถามที่ถามได้แค่ในใจ แต่เบื้องหน้าได้แต่ส่งยิ้มให้แฟนหนุ่มสบายใจ

        “ไม่มีอะไรหรอก มึงอ่ะคิดมาก” หัวเราะเบาๆ พร้อมกับยื่นมืออีกข้างไปวางบนมือใหญ่ที่จับมือเขาไว้อยู่ “มึงก็รู้ว่าเทอมนี้ตัวเรียนเรายากจะตาย กูก็แค่เครียดเรื่องสอบเท่านั้นเอง”

        “...แน่ใจนะ”

        “อื้อ ^^

        “เฮ้อ กูเชื่อมึงก็ได้” นัมจุนยอมแพ้ที่คาดคั้นคนตัวเล็กกว่า ชายหนุ่มผละออกไปก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คอะไรในโซเชี่ยลตามปกติ

        ยุนกิได้แต่มองหน้าแฟนหนุ่มอย่างนั้น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของตนเองขึ้นมาบ้าง

 

        Taehyung : ไม่ไหวก็ทักมาหาผมได้เสมอนะพี่ ไม่ต้องเกรงใจหรอก ผมอยู่ข้างพี่เสมอนะครับ

 

        ถึงมันจะอ้างว่าชดใช้ความผิดที่มันเคยทำร้ายเขาก็เถอะ แต่เขาเองก็ไม่ใช่เด็กมอต้น ทำไมจะไม่รู้ว่ารุ่นน้องหนุ่มคิดจะทำอะไร

        ไม่รู้ว่ามันตัดใจจากเพื่อนสนิทของเขาได้ตอนไหน ถึงได้รุกหาเขาขนาดนี้

        แต่คนที่อยู่ในใจเขาตอนนี้ก็มีแค่คนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนหนุ่มคนเดียวเท่านั้น

        ขอหลอกตัวเองอีกสักพักแล้วกันนะ

        และเมื่อทำใจได้ เขาจะเดินออกมา ให้นัมจุนได้ไปหาคนที่รักจริงๆ อย่าง น้องชายของเขา

        และเขาจะลองเปิดใจให้รุ่นน้องผิวเข้ม อีกครั้งหนึ่ง

 

        “นี่จองกุก เอาคืนมานะ” เสียงหวานเอ่ยหอบในขณะที่กำลังวิ่งไล่แฟนหนุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย ใบหน้าสวยแดงก่ำเพราะความเหนื่อยหรือความโกรธก็ไม่สามารถบอกได้ รู้แต่ว่าเขาต้องจับไอ้กระต่ายยักษ์ที่ขโมยสรุปเนื้อหาสอบของเขาไปก่อน

        จองกุกมันเป็นเด็กนิสัยไม่ดี L

        “ก็บอกแล้วไงครับว่าให้พักก่อน ถ้าพี่ละจากหนังสือได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ผมไม่คืนให้หรอกนะ”

        “จองกุก มันจะสอบในอีกไม่กี่วันแล้วนะ ให้พี่อ่านต่อเถอะ”

        “พี่อ่านมาเยอะแล้วนะ อีกอย่างผมก็ไม่ได้ไม่ให้พี่อ่านสักหน่อย ก็อ่านได้ แต่ให้พักก่อนไง”

        “จองกุก อย่าให้พี่โมโหนะ เอาคืนมา” ร่างเพรียวบอกอย่างเกรี้ยวกราด ก่อนจะตัดสินใจพุ่งเข้าไปร่างสูงอย่างไม่ให้ชายหนุ่มได้ตั้งตัว แขนเรียวกอดคอคนตัวสูงกว่าแล้วเขย่งไปหยิบสมุดที่ร่างสูงชูไว้สุดแขน มือเรียวก็พยายามคว้าของของตัวเองแต่ก็ทำยังไงก็ยืดแขนให้สูงเท่าจองกุกไม่ได้

        แต่เจ้าตัวจะรู้มั้ย ว่าตัวเองเปิดโอกาสในรุ่นน้องหนุ่มแค่ไหน

        แขนแกร่งฉวยโอกาสโอบรอบเอวบางของคนที่ยังกอดคอเขาอยู่ ใบหน้าหล่อนั้นตรงกับซอกคอขาวพอดีทำให้จองกุกได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของแฟนรุ่นพี่อย่างชัดเจน

        พี่เขาไม่เคยรู้ตัวหรอก ว่าการกระทำบางอย่างของตัวเองนั้นยั่วยวนคนอื่นมากแค่ไหน

        “เย่ ได้คืนแล้ว...” เสียงหวานร้องออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะเงียบหายไปทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองกับแฟนรุ่นน้องอยู่ในอิริยาบถแบบไหน “จะ จองกุก...”

        “ครับ” ถึงจะเอ่ยตอบกลับมา แต่ตาโตคมกลับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวานและริมฝีปากอิ่มด้วยสายตาคมกริบจนทำให้คนถูกจ้องนั้นใบหน้าขึ้นสีทันที

        “นี่ ปละ ปล่อยได้แล้วน่า”

        “ไม่ปล่อย” จองกุกตอบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “จะลงโทษแม่กระต่ายดื้อ”

        “ดื้ออะไร... อื้อ!เสียงหวานหายไปทันทีเมื่อริมฝีปากหยักทาบลงมาปิดปากสวยที่กำลังเอ่ยเถียงอย่างรวดเร็ว ลิ้นหนาสอดเข้าไปในโพรงปากกวาดต้อนความหวานอย่างร้อนแรงจนซอกจินไม่อาจห้ามอะไรได้

        มือที่ถือสมุดอยู่นั้นอ่อนแรงจนประคองสิ่งของในมือไว้ไม่อยู่ มือเรียวปล่อยสมุดร่วงลงไปบนพื้นก่อนจะคล้องคอจองกุกแล้วรั้งให้รุ่นน้องหนุ่มนั้นกดสัมผัสลึกซึ้งกว่าเดิม

        เนิ่นนานที่ทั้งแลกจูบกัน ก่อนที่จองกุกจะยอมผละออกไปช้าๆ ทั้งสองคนหอบหายใจเล็กน้อยในขณะที่ปลายจมูกยังแตะกันอยู่

        “สงสัยโดนจูบบ่อย จูบเก่งขึ้นเยอะเลยนะครับ”

        “ก็ใครกันล่ะที่มันชอบปล้ำจูบพี่น่ะ” พูดพร้อมเสมองไปทางอื่นอย่างขัดเขิน ใบหน้าสวยที่ขึ้นสีจัดทำเอาร่างสูงหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู

        “ทำไมพูดเหมือนพี่ไม่เต็มใจล่ะครับ เห็นจูบทีไรก็เคลิ้มทุกที”

        “เด็กบ้า!!” ซอกจินทุบไหล่แกร่งของคนที่พูดจาน่าไม่อายออกมาแล้วหลบตาไปอีกรอบ เด็กนี่จะทำให้เขาเขินไปถึงไหนเนี่ย ไม่เข้าใจเลย

        “นี่ พี่จินครับ”

        “ว่า?”

        “ถ้าผมทำอะไรผิดมา พี่จะโกรธมั้ย” คำถามของร่างสูงเรียกให้ใบหน้าสวยหันกลับมาหาทันที คิ้วเรียวขมวดหากันอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่

        จองกุกก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงเอ่ยออกมา ทั้งที่ตอนแรกจะปิดแฟนรุ่นพี่ไว้แท้ๆ

        สงสัยเพราะเรื่องเมื่อคืนแน่ๆ

        เมื่อคือรุ่นพี่คยองรีโทรมาหาเขา

        ไม่ทราบว่าหล่อนไปเอาเบอร์เขามาจากไหน แต่หล่อนโทรมาบอกให้เขาไปพบหล่อนที่ภาควิศวกรรมไฟฟ้าของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ไม่อย่างนั้นหล่อนจะบอกเรื่องของพวกเขาให้ซอกจินฟัง

        ถึงเขาจะไม่กล้าบอกเอง ก็ไม่ได้แปลว่าอยากให้คนอื่นไปบอกแทน

        กลุ่มเทพธิดานี่แสบกันทุกคนจริงๆ

        “หมายความว่ายังไงอ่ะ ไปทำอะไรผิดมาเหรอ”

        “เปล่าครับ” ปฏิเสธพัลวัน แล้วเอ่ยต่อ “ผมแค่สงสัยเท่านั้นเอง สมมติถ้าผมทำอะไรผิดมา พี่จะโกรธผมมั้ย”

        “...ก็ถ้าไม่ได้ร้ายแรงมาก พี่ก็คงจะโกรธแป๊บเดียว” ซอกจินตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย “แต่ถ้าร้ายแรงอย่างเช่น โกหกหรือว่ามีคนอื่น พี่จะโคตรโกรธเลย”

        จองกุกรู้สึกได้ว่าสายตาของร่างเพรียวที่สบตาเขานั้นแข็งกร้าวขึ้นมานิดหน่อยจนน่าขนลุก “เพราะพี่เกลียดคนโกหกมากๆ นายรู้ใช่มั้ย”

        “...”

        “และอีกอย่าง พี่บอกนายตลอดว่าถ้าทำอะไรที่มันเกี่ยวกับความรักของเรา ให้บอกทุกอย่าง พี่อาจจะโกรธนายนานแต่อย่างน้อยพี่ก็ไม่เกลียดนายเพราะไม่ยอมบอกความจริงแล้วให้พี่มารู้เองทีหลัง”

        “...”

        “แต่นายคงไม่ได้ทำอะไรผิดหรอกใช่มั้ย พ่อกระต่ายของพี่ J

        คำถามปลายปิดมากเลย -0-

        “...เปล่าครับ” จองกุกส่งยิ้มกลับให้รอยยิ้มใสซื่อที่คนพี่ส่งมาให้ ก่อนจะปล่อยคนตัวเล็กกว่าให้เป็นอิสระแล้วก้มหยิบสมุดส่งคืนให้แฟนหน้าหวาน “อ่านหนังสือต่อกันเถอะ ผมก่อกวนพี่มาเกินชั่วโมงแล้ว”
--------------------------------------------------------------------
        ดราม่าเอ๋ย ซับซ้อนขึ้นไปอีก 55555 นี่คือใกล้ตอนจบแล้วนะคะ ทำไมเราหาทางจบไม่ลง 55555 สวัสดีค่ะทุกคน มาอัพฉลองสอบวิชาสุดท้าย อีกไม่กี่ชั่วโมงเราต้องไปสอบวิชาตัวบอสของเราแล้ว ขออัพคลายเครียดหน่อย ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้หายเครียดแต่อย่างใด 555555 โอเคค่ะ ไม่พูดมากแล้วกันเนอะ เราจะร่วงแล้ว อ่านก็ยังไม่จบ ค่อยคุยกันยาวๆ ตอนหน้านะคะ เราต้องไปแล้ว เจอกันค่ะทุกคน ^o^
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

552 ความคิดเห็น

  1. #481 ปงจี้ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 10:09
    ทำไมจองโฮซอกต้องเป็นผู้เสียสละแบบนี้ ฮืออออ
    #481
    0
  2. #459 pontitanakhup (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 18:09
    นึกว่าไม่ต่อแล้วอ่า
    #459
    0
  3. #458 minitis (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 17:55
    โอ้ยกุกกกกกก บอกไปซิจะให้ความผิดมันมากดอยู่ทำไมมมม
    #458
    0
  4. #457 Jung Tien-In (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 11:43
    หืมมมมม. แทชอบยุนกิก่อน ละยุนกิจะเปิดใจอีกครั้ง หมายความว่าเคยชอบแทเหมือนกันหรอออออออออ.
    จองกุกมีโอกาสน่าจะบอกจินนะ. ยิ่งถ้าจินรู้จากคนอื่นมันจะยิ่งแย่นะ
    #457
    0
  5. #456 k_922 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 08:49
    แทกิดูมีเบื้องหลังงง กุกจินเหมือนจะหวานแต่หน่วงงงงมากอ่ะ
    #456
    0
  6. #455 gift-rigale (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 08:05
    เอ็งตายแน่จกุก *เอานิ้วปาดคอ*

    สองคู่ก็อยู่ในช่วงดราม่าขาลง คู่หลักก็วิ่งระริกระรี้อแย่งหนังสือกันคาดว่าอีกไม่นานจะดราม่าไปตามๆกัน TT
    #455
    0