Fic BTS In Relation... KookJin, VGa, MonHope

ตอนที่ 3 : Chapter 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,832
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    18 มิ.ย. 59

บทที่ 2

         กิจกรรมรับน้องของแต่ละคณะก็ยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ทุกวันตามปกติ

         แต่ที่จะเริ่มไม่ปกติ คงจะเป็นชีวิตของเดือนคณะวิทย์คนนี้ล่ะมั้ง

         ตั้งแต่จองกุกเข้ามาเป็นรุ่นน้องในคณะ จากการเป็นเดือนคณะที่มีข่าวกับเดือนปีสองบริหารอย่างแทฮยองก็ทำลายชีวิตส่วนตัวเขาจะแย่อยู่แล้ว ตอนนี้กลับยิ่งไปที่พูดถึงเข้าใหญ่

         เพราะตอนนี้มีข่าวที่เขาลือกันไปทั่วมหาลัย ว่าเด็กใหม่สุดฮอตคนนี้กำลังจะเข้ามาเป็นศัตรูหัวใจของเดือนปีสองที่ตามจีบร่างเพรียวมานาน

         เอาง่ายๆ ก็คือมีข่าวลือว่าจองกุกกำลังตามจีบซอกจินอยู่

         และดูเหมือนว่ามันจะเป็นความจริงด้วย เพราะหลายๆ ครั้งที่เดือนหน้าหวานอยู่คนเดียว เด็กหนุ่มก็มักจะเข้าไปคุยด้วยเสมอ

         ในสายตาของคนอื่นคงจะเป็นเช่นนั้น แต่สำหรับซอกจินแล้ว เขารู้สึกว่าจองกุกกำลังปั่นประสาทเขาอยู่มากกว่า

         ไม่มีใครรู้ว่าตอนที่คุยกัน แม้เจ้าเด็กหน้าซื่อเหมือนกระต่ายนั้นจะดูร่าเริงสดใสแค่ไหน แต่คำพูดกลับร้ายกาจ ผิดกับอารมณ์ที่แสดงออกมาทางสีหน้าอย่างลิบลับ

         และไม่มีใครรู้หรอกว่า เจ้าเด็กนี่กำลังใช้สังคมเป็นเครื่องมือในการกดดันเขา เพราะจองกุกที่ทุกคนเห็นคือเด็กน่ารักน่าเอ็นดูคนหนึ่ง ถ้าเดือนหน้าหวานเผลอมีทีท่าอะไรออกไป อาจจะมีข้อกังขาให้ทุกคนไปขุดคุ้ยเรื่องของเขากับเจ้าเด็กเจ้าเล่ห์นี่ จนทำให้ชีวิตเขาวุ่นวายไปมากกว่านี้แน่ๆ

         ถึงได้ทนอยู่จนถึงทุกวันนี้ไง เพราะบอกไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอกว่าเจ้าเด็กตัวสูงนั้น ตีสองหน้าเก่งแค่ไหน

         คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย นอกจากชีวิตจะวุ่นวายขึ้นจนทำให้คนรักสงบอย่างซอกจินเริ่มรำคาญแล้ว การปรากฏตัวของจองกุกที่นี่ทำให้เพื่อนสนิทตอน ม.ปลาย ที่รู้เรื่องราวทุกอย่างอย่างยุนกิและฮเยมินเริ่มเป็นห่วงเขาด้วย เพราะการที่มีคนรักเก่ามาเป็นรุ่นน้องในคณะและสาขาเดียวกันแบบนี้ มันคงจะทำให้เขาไม่สบายใจอย่างมาก

         ยิ่งเป็นคนที่จบกันไม่สวยซะด้วย

         และการที่จองกุกออกตัวแรงขนาดนี้ ยิ่งทำให้สองคนนั้นกังวลเข้าไปใหญ่ เพราะกลัวว่าเด็กหนุ่มจะทำร้ายเขาอีกครั้ง

         แต่ซอกจินก็เชื่อว่าเขาแข็งแกร่งพอจะต่อกรกับเด็กนี่ได้ ถึงแม้การที่เขายังฝังใจกับอดีต มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะอ่อนแอจนเดินไปตามเกมของจองกุกหรอกนะ

         มั้ง...

         ช่างเถอะ ตราบใดที่จองกุกยังมีความคิดแบบนี้อยู่ เขาก็ไม่มีวันกลับไปหาเด็กคนนั้นแน่ๆ

         “ซอกจิน ^o^” เสียงร่าเริงที่คุ้นเคยทักขึ้นพร้อมกับแขนเรียวบางของใครบางคนที่พาดเข้าที่คอทำเอาร่างเพรียวตื่นจากความคิด เขาหันไปมองคนที่มากอดคอเขาเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมา

         “ตกใจหมดเลยอีริน”

         “ก็เห็นเหม่ออยู่ก็เลยมาแกล้งไง ^o^ ว่าแต่เดือนวิทยาศาสตร์คนสวยกำลังคิดอะไรอยู่เหรอคะ”

         “สวยอะไร ฉันเป็นผู้ชายนะ = = ก็คิดหลายๆ เรื่องนี่แหละ ทั้งเรื่องเรียน เรื่องรับน้อง...”

         “มีเรื่องจองกุกด้วยใช่มั้ย”

         ร่างเพรียวชะงักไปเล็กน้อย ซอกจินหันไปมองเพื่อนคนสวยของตัวเอง แววตาของเธอไม่ได้มีแววล้อเล่นเหมือนในทีแรกอีกต่อไป เดือนหน้าหวานถอนหายใจออกมาแล้วหันหน้าไปทางอื่นอย่างไม่ต้องการตอบ เพียงแค่นั้นฮเยมินก็รู้ได้ทันที หญิงสาวเปลี่ยนที่นั่งมานั่งข้างหน้าเพื่อนสนิทพร้อมกับเอ่ยอย่างไม่พอใจ

         “ฉันไม่เข้าใจเด็กนั่นจริงๆ นะ นี่เขายังทำร้ายนายไม่สะใจอีกหรอ ทำกันขนาดนี้ควรจะเลิกยุ่งกันได้แล้วนะ”

         “คิดว่าฉันเข้าใจเขาหรือไง” ร่างเพรียวถอนหายใจอีกครั้ง “ครั้งนี้ฉันเดาเขาไม่ออกเลยจริงๆ”

         “ฉันจะช่วยนายยังไงดีเนี่ย ฉันรู้ว่านายไม่ค่อยชอบให้ใครมาคิดหรือห่วงเรื่องนายนะ แต่บอกตรงๆ ว่าฉันกับยุนกิเป็นห่วงนายจริงๆ ยังไงจองกุกก็ดูไม่น่าไว้ใจสำหรับฉันเลยสักนิด”

         “ช่างเขาเถอะ ถ้าฉันไม่ทำตามที่เขาต้องการ มันก็คงไม่มีอะไรหรอกใช่มั้ยล่ะ” ซอกจินส่งยิ้มชืดๆ ให้เพื่อน ฮเยมินได้แต่ถอนหายใจ ก็เป็นอย่างนี้ทุกทีสิน่า

         “ช่างเรื่องเครียดๆ เถอะ ว่าแต่ๆๆๆ นายกับน้องแทฮยองนี่ไปถึงไหนแล้วอ่ะ อยากรู้ๆๆๆ >w<

         เปลี่ยนอารมณ์ได้ไวดีแท้ -0-

         เดือนหน้าหวานมองเพื่อนของเขาอย่างเอือมๆ แต่ยังไม่ทันที่จะตอบอะไรไป เสียงหวานร่าเริงที่แตกต่างจากฮเยมินก็ดังขึ้นพร้อมร่างบางของใครบางคนที่วิ่งเข้ามาหาเพื่อนสาวของเขาอย่างรวดเร็ว

         “อีริน!! ><

         “อ้าว คยองรีมาทำไมเนี่ย วิศวะจะรับน้องในห้านาทีนี่แล้วไม่ใช่หรอ” ฮเยมินทัก ปาร์คคยองรีเพื่อนสาวหนึ่งในกลุ่มเทพธิดาที่เรียนในคณะที่ขัดกับนิสัยน่ารักเซ็กซี่อย่างวิศวะของเธอที่เข้ามานั่งข้างๆ (เพราะปกติวิศวะจะรับน้องไวกว่าคณะอื่นๆ นิดหน่อย) คยองรีส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ

         “ยังอ่ะ พอดีตกลงกันใหม่ว่าจะรับน้องพร้อมๆ กับคณะอื่นเพราะน้องมันมาไม่ทันน่ะ” หญิงสาวตาคมตอบด้วยเสียงสดใส ก่อนจะหันไปหาซอกจินที่นั่งอยู่ตรงข้าม “สวัสดีซอกจิน ^^

         “อ่า สวัสดีคยองรี” คนหน้าหวานยิ้มกลับ “มาคนเดียวหรอ”

         “อื้อ แต่เดี๋ยวนัมจุนกับยุนกิจะตามมาน่ะ เห็นบอกว่าจะไปซื้อของกินให้นายเพราะว่าไม่เห็นนายไปกินข้าวกลางวันกับพวกนั้นเลย”

         “แสดงว่านายยังไม่ได้กินข้าวใช่มั้ยเนี่ย” ฮเยมินขัดเพื่อนสาวขึ้นมาทันที เมื่อเห็นว่าเพื่อนหน้าหวานส่งยิ้มแหยๆ กลับมาเธอก็บ่นออกมา “จริงๆ เลยนะคิมซอกจิน อีกครึ่งชั่วโมงก็จะเริ่มกิจกรรมแล้วนะ นายเป็นพี่พยาบาล เกิดนายเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมาใครจะดูแลน้อง พี่พยาบาลยิ่งชอบถูกดึงตัวไปช่วยหน่วยอื่นอยู่ด้วย”

         “ก็ฉันไม่หิวนี่นา”

         “ไม่หิวมึงก็ต้องแดก” เสียงห้าวที่คุ้นเคยดังขึ้นก่อนที่มือขาวของยุนกิจะวางถุงที่มีแซนด์วิชและนมกล่องตรงหน้าของเพื่อนหน้าหวาน “กูกับนัมจุนซื้อมาให้”

         “ขอบใจนะ” ซอกจินเปิดถุงดู “แต่กูไม่...”

         “กินไปเถอะจิน” นัมจุนเอ่ยขัดเสียงหวานที่กำลังจะปฏิเสธ “ยุนกิเป็นห่วงนายนะ อย่างน้อยให้มีอะไรในท้องหน่อยก็ดี เดี๋ยวต้องใช้พลังงาน เกิดนายเป็นอะไรไปทุกคนคงเป็นห่วงแย่”

         ร่างเพรียวมองสายตาของทุกคนที่มองมาด้วยความเป็นห่วง เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับคำของนัมจุนแล้วหยิบแซนด์วิชที่เพื่อนตัวเล็กซื้อมาให้ขึ้นมาแกะกิน ยุนกิยิ้มบางๆ แล้วนั่งลงข้างแฟนหนุ่มของตัวเอง

         “ว่าแต่ เมื่อกี้คุยอะไรกันอยู่หรอ เธอดูหัวเสียมากเลยนะอีริน”

         “ฉันกำลังว่าจินเรื่องไม่กินข้าวกลางวันน่ะ แต่เรื่องอื่นก็ยังไม่ทันได้เปิดประเด็นอะไรหรอก”

         “อ่อๆ เอ้อ จิน เมื่อกี้กูเจอแทฮยอง มันบอกว่าวันเสาร์นี้ไปช่วยมันเลือกของหน่อย มันจะซื้อของให้คนสำคัญของมันน่ะ”

         “อ่า ได้ๆ”

         “คนสำคัญนี่ใช่เพื่อนเราหรือเปล่านะยุนกิ” ฮเยมินเอ่ยแซว เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากทุกคนในกลุ่มได้ทันที

         “ฉันว่าอาจจะใช่ก็ได้นะ ^^

         “พอเลย พวกนายนี่” ร่างเพรียวถอนหายใจ “ก็รู้กันอยู่ว่าฉันไม่ได้รู้สึกกับแทฮยองแบบนั้น จะชงกันอยู่ได้”

         “นานๆ ไปก็ไม่แน่ ใช่มั้ยนัมจุน”

         “ไม่รู้สิ ก็คงตามนั้นแหละมั้ง” คนหน้าดุรับมุกฮเยมิน “ดูอย่างฉันกับยุนกิสิ ตอนแรกหมอนี่ก็ปฏิเสธฉันจะตาย สุดท้ายเป็นยังไงล่ะ ก็คบกับฉันจนได้ ^o^

         “เกี่ยวอะไรกับกูวะ” คนตัวขาวหันไปมองแฟนตัวเองอย่างเอาเรื่อง นัมจุนหัวเราะอย่างเอ็นดูก่อนจะวางมือหนาลงบนกลุ่มผมสีบลอนด์เทาแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนร่างเล็กประหม่า

         “กูยกตัวอย่างให้จินรู้เรื่องไง”

         “คะ แค่พูดธรรมดาๆ จินมันก็รู้เรื่องแล้วน่า ละ แล้วจะยื่นหน้าเข้ามาทำไม ถอยออกไปเลยนะ” มือเรียวยกขึ้นดันไหล่กว้างที่ขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ นัมจุนยิ้มมุมปากพร้อมกับเกี่ยวเอวเล็กเข้ามาแนบชิด ริมฝีปากหนาเริ่มเข้าใกล้ริมฝีปากของยุนกิไปเรื่อยๆ...

         “เอ่อ ไม่อยากจะขัดจังหวะนะ แต่ช่วยเกรงใจคนโสดที่นั่งอยู่ตรงนี้ด้วย” เสียงหวานของเดือนวิทยาศาสตร์ทำเอายุนกิรีบผลักแฟนหนุ่มออกเต็มแรงจนหลุดออกมาจากแขนแกร่งได้ คนตัวขาวที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำเสมองไปทางอื่นเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากนัมจุนและเสียงหัวเราะเบาๆ จากเพื่อนอีกสามคนในกลุ่ม

         “ว่าแต่เขานะซอกจิน นายก็จะไม่โสดแล้วนี่” คยองรีที่เงียบไปนานก็เอ่ยแซวขึ้นมาบ้าง “นายนี่เสน่ห์แรงเป็นบ้าเลย มีทั้งเดือนปีสองสุดหล่อของบริหารอย่างแทฮยองและเฟรชชี่น่ารักๆ ที่ชื่อจองกุกนั่น ฉันล่ะอิจฉานายจริงๆ เลยนะ >w<

         คนแซวและแฟนหนุ่มของยุนกิก็ยังคงยิ้มอย่างไม่รู้สึกอะไร

         และไม่รู้ด้วยว่าคนในประเด็นมีแววตาวูบไหวไปนิดนึงเมื่อคยองรีพูดจบ

         เพื่อนสนิททั้งสองที่สังเกตเห็นได้ก็มองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนที่ฮเยมินจะเป็นคนทำลายบรรยากาศที่เริ่มมาคุ

         “อย่าไปชงกับคนอื่นสิยัยคยองรี” เธอกอดคอเพื่อนตัวเองพร้อมกับเอ่ยอย่างร่าเริง “อย่าลืมสิ สำหรับกลุ่มเราต้องแทจินเท่านั้น ^o^

         “แหม แต่น้องจองกุกก็งานดีเหมือนกันนะ หน้าตาก็หล่อ แถมยังดูใสซื่ออีก น่ารักจะ...”

         “ฉันว่าเรากลับคณะกันเถอะ” ยุนกิพูดขัดคยองรีขึ้นมา “ใกล้จะได้เวลาเริ่มกิจกรรมแล้ว”

         “หืม?? อีกตั้งสิบห้านาทีนะ กลับตอนนี้เดี๋ยวมึงก็บ่นว่าไม่มีอะไรทำอีก” นัมจุนท้วงแฟนตัวเล็กขึ้นมา

         “ก็กูอยากกลับแล้วอ่ะ อ๋อ ที่มึงไม่กลับนี่จะส่องสาวคณะวิทย์ใช่ป่ะ? โอเค งั้นกูไปก่อนก็ได้ เชิญมึงม่อสาวตามสบายเลย”

         “เฮ้ย ไม่ใช่แบบนั้นนะยุนกิ รอกูก่อน” คนตัวสูงรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งตามแฟนของตัวเองที่ (แกล้ง) ประชดไปทันที คยองรีมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างงงๆ ก่อนจะหันมายิ้มแหยๆ

         “งั้นฉันคงต้องไปแล้วล่ะ เจ้าพ่อเดือนคณะองค์ลงขนาดนี้แล้ว ^^;;

         “โอเคๆ พวกฉันก็ต้องไปแล้วเหมือนกัน ยัยเจ๊ใหญ่ไลน์มาเรียกเมื่อกี้” ฮเยมินตอบพลางยกโทรศัพท์ที่แจ้งเตือนว่าฮยอนอาส่งข้อความมาหาขึ้นมาให้เพื่อนสาวดู สาวตาคมพยักหน้าก่อนจะบอกลาพวกเขาเล็กน้อยแล้วเดินจากไป เมื่อคยองรีเดินไปลับตา สาวขี้เล่นก็ถอนหายใจออกมาทันที

         “เฮ้อ ยัยคยองรีนะยัยคยองรี พูดอะไรไม่ได้ปรึกษากันก่อนเลย”

         “เอาน่า เธอก็พูดตามที่เธอเข้าใจ ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรหรอก”

         จ้า สีหน้าท่าทางไม่ได้ออกมาเลยค่ะคุณเพื่อน -0-

         ฮเยมินมองเพื่อนสนิทอย่างเอือมๆ คงคิดสินะว่าตัวเองจะกลบเกลื่อนทันจนไม่มีใครสังเกต แต่หญิงสาวก็ไม่อยากจะพูดอะไรมาก เธอลุกขึ้นคว้ากระเป๋าสะพายของตัวเองขึ้นมาถือแล้วเอ่ยกับเพื่อน

         “งั้นฉันไปก่อนนะ พอดีฮยอนอาเรียกฝ่ายสันฯ ประชุม นายก็รีบกินแล้วรีบตามมาล่ะ”

         “โอเคๆ” คนหน้าหวานตอบรับ รอจนเพื่อนสาวเดินไปจนลับตาก็ยัดแซนด์วิชที่กินไปได้แค่ครึ่งเดียวใส่ในถุงตามเดิม

         ขอโทษนะยุนกิ แต่เขาไม่หิวจริงๆ

         ร่างเพรียวหยิบนมกล่องขึ้นมาดื่มเพื่อไม่ให้รู้สึกผิดต่อเพื่อนไปมากกว่านี้ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ซอกจินก็หยิบทุกอย่างไปทิ้งถังขยะที่อยู่ไม่ไกลแล้วเดินเลาะตึกที่เป็นทางลัดไปลานกิจกรรมที่อยู่หลังตึกคณะ

         “เป็นพี่แต่เข้ากิจกรรมช้านี่เขาไม่ว่าหรอครับ” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากอีกทางหนึ่งเรียกความสนใจของเดือนคณะได้ทันที จองกุกที่ยืนล้วงกระเป๋าและพิงผนังตึกอยู่ส่งยิ้มมุมปากมาให้ ซอกจินถอนหายใจเล็กน้อยแล้วเอ่ยออกมา

         “อีกไม่กี่นาทีจะบ่ายโมงแล้วนะ ทำไมยังไม่ไปรวมกับเพื่อนอีก”

         “ผมมาตามพี่” ร่างสูงตอบแล้วเข้ามาหาคนหน้าหวาน “ถ้ารับน้องไม่มีพี่ก็คงไม่สนุกหรอกเนอะ ^^

         “งั้นก็รีบไปกันเถอะ ถ้าเราไปช้า นายแย่แน่ๆ” ร่างเพรียวตัดบทแล้วเดินนำ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อข้อมือบางโดนมือหนาคว้าไว้

         “เดี๋ยวสิครับ คุยกันก่อนไปดีกว่านะ”

         “ที่มาหาเรื่องพี่ทุกวันนี่ยังไม่หมดเรื่องจะคุยอีกหรอ แล้วก็ปล่อยมือพี่ด้วย” ที่กล้าว่าคนตัวสูงกว่าขนาดนี้ก็เพราะว่าคนเริ่มทยอยกันไปที่ลานกิจกรรมกันหมดแล้ว ทำให้เส้นทางแคบข้างตึกที่ปกติก็เปลี่ยวอยู่แล้วเพราะคนไม่ค่อยใช้ในตอนนี้กลับเงียบขึ้นไปใหญ่ ซอกจินจึงไม่กลัวว่าใครจะมาได้ยินในสิ่งที่เขาพูด

         เช่นเดียวกับจองกุกที่สามารถแสดงท่าทีร้ายกาจออกมาได้ชัดเจนขนาดนี้

         “ผมไม่ปล่อย และเราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง” พูดจบก็กระชากร่างเพรียวเข้ามาแล้วผลักคนเป็นพี่เข้าหาผนังตึกอย่างแรงก่อนจะตามไปกักตัวคนตัวเล็กกว่าให้อยู่ในพันธนาการของตัวเอง

         “ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย ผลักมาแบบนี้มันเจ็บนะ!!” ซอกจินโวยวายพลางทุบอกคนตัวสูงอย่างแรงเพื่อให้คนเด็กกว่าปล่อยเขา แต่มันกลับไม่ได้ทำให้ร่างสูงสะเทือนเลยแม้แต่นิด หนำซ้ำ ข้อมือบางยังถูกมือใหญ่ของเด็กหนุ่มจับตรึงไว้กับผนังตัดความรำคาญอีกต่างหาก “โอ๊ย!! พี่เจ็บนะจองกุก ปล่อยพี่!

         “ไอ้หมอนั่นเป็นใคร”

         “หมอนั่น? นายพูดถึงใคร”

         “เดือนบริหารที่ชื่อแทฮยอง ไอ้หมอนั่นเกี่ยวข้องอะไรกับพี่” ไม่ว่าเปล่า ยังออกแรงบีบข้อมือของร่างเพรียวแรงขึ้นจนซอกจินนิ่วหน้า คนหน้าหวานพยายามบิดข้อมือออกจากพันธนาการแต่ก็ทำไม่ได้

         ท่าทีคุกคามยิ่งกว่าวันแรกที่เจอกันทำให้เขายิ่งทั้งกลัวและหงุดหงิดคนตรงหน้ามากกว่าเดิม

         “ละ แล้วนายจะอยากรู้ไปทำไม”

         “ผมไม่ได้ให้พี่มาถามกลับ!!” เสียงทุ้มตวาด “ผมสงสัยมาหลายวันแล้ว ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใคร ทำไมเพื่อนพี่ต้องแซวพี่กับหมอนั่นด้วย”

         “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายล่ะ!!” ร่างเพรียวเสียงดังบ้าง แม้จะรู้สึกกลัวแต่ความหงุดหงิดที่อยู่ๆ ก็โดนซักไซ้อย่างไร้สาเหตุมีมากกว่า “ฉันจะรู้จักกับใคร จะสนิทกับใคร นายมายุ่งอะไรด้วย!!

         “ก็บอกแล้วไง พี่เป็นของของผม อ้อ มันคงมาจีบพี่สินะ ถึงได้บ่ายเบี่ยงขนาดนี้”

         “เออ ก็ถ้าใช่แล้วจะทำไม อ้อ ขอแก้นิดนึง พี่ไม่ใช่ของของนาย คิมซอกจินคนนั้นมันตายจากไปแล้ว รู้ไว้ซะด้วย!!” ความหงุดหงิดนำพาให้ร่างเพรียวเอ่ยกับจองกุกไปแบบนั้น

         และประโยคนั้น ก็กำลังจะนำพาหายนะมาให้ตัวผู้พูดเอง

         “พูดแบบนี้ จะให้ผมต้องรื้อฟื้นมั้ย” ใบหน้าหล่อก้มลงมากระซิบข้างหูเสียงเย็น ทำเอาซอกจินถึงกับขนลุกวาบ “สถานที่ไม่ค่อยอำนวยเท่าไหร่ จริงๆ ผมก็ไม่แคร์เท่าไหร่หรอก แต่เห็นแก่ที่พี่เป็นเดือนคณะ เพราะฉะนั้นแค่สั่งสอนนิดหน่อยก็พอ”

         “พะ พูดอะไรของนาย อื้อ!!” ยังไม่ทันที่จะพูดจบ ริมฝีปากบางของคนเด็กกว่าก็ทาบทับลงมาที่ริมฝีปากอิ่ม ร่างเพรียวเบิกตากว้างอย่างตกใจ เพราะซอกจินที่กำลังเอ่ยถามอยู่ทำให้จองกุกรุกล้ำเข้าไปได้อย่างง่ายดาย สัมผัสที่แสนดุดันและจาบจ้วงเกินไปทำให้คนหน้าหวานถึงกลับน้ำตาเอ่อคลอด้วยความหวาดกลัว ร่างสูงกัดริมฝีปากล่างของคนเป็นพี่จนได้เลือดก่อนจะส่งสัมผัสเข้าไปแนบแน่นกว่าเดิมเพื่อบ่งบอกอารมณ์ของเขา

         เขาโกรธ...ที่ของเล่นเก่าทำตัวพยศได้มากถึงเพียงนี้

         เขาโกรธ...ที่ของเล่นเก่ากล้าต่อปากต่อคำเขา

         และเขาโกรธ...ที่ของเล่นเก่ากำลังจะไปเป็นของคนอื่น

         “อื้อ! อื้อ!!” เสียงหวานครางประท้วงเมื่อเริ่มจะหมดลมหายใจ ร่างสูงจึงถอยออกไปอย่างอ้อยอิ่ง จองกุกมองใบหน้าสวยของคนที่กำลังหอบหายใจอย่างหนัก ดวงตาหวานที่มีน้ำใสปริ่มออกมาทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับชะงักไปเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร คนตัวสูงก็ถูกผลักออกจากร่างเพรียวก่อนที่มือบางจะฟาดเข้าที่ใบหน้าหล่อจนหน้าหัน

         เพียะ!!

         “นาย ฮึก นายไม่มีสิทธิทำกับฉันแบบนี้ จอนจองกุก” ซอกจินพูดนิ่งๆ อย่างต้องการระงับอารมณ์ มือข้างที่ตบหน้าร่างสูงยกขึ้นมาปาดน้ำตาของตัวเองทิ้งอย่างลวกๆ “เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว และตราบใดที่นายยังเป็นแบบนี้ ก็อย่าหวังเลยว่าฉันจะกลับไปหานาย”

         “...”

         “เพราะอย่างที่ฉันบอก คนโง่ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้นายกลับมามันไม่มีอีกแล้ว”

         “...มาลองดูกันมั้ยล่ะ” ร่างสูงยิ้มมุมปาก “ระหว่างพี่กับผม ใครกันแน่ที่จะชนะในเกมนี้”

         “นายไม่มีทางชนะ ถ้ายังเห็นทุกอย่างเป็นเกมแบบนี้”

         “ก็ถึงบอกไงว่ามาลองดูกัน”

         “...”

         “พี่อาจจะไม่รู้ แต่ผมน่ะ ดูพี่ออกหมดทุกอย่างเลยนะ” พูดจบก็วางมือลงบนอกบางของอีกคน “พี่โกหกผมได้ แต่พี่โกหกใจตัวเองไม่ได้หรอก”

         “นาย...”

         “ไอ้จิน” เสียงห้าวของผู้มาใหม่ดังขัดขึ้นเรียกความสนใจของทั้งสองคนที่กำลังปะทะฝีปากกันอยู่ ยุนกิกับแทฮยองวิ่งเข้ามาหาก่อนจะหยุดชะงักที่เห็นจองกุกอยู่กับร่างเพรียวด้วย

         แทฮยองชะงัก เพราะเขาไม่คุ้นหน้าร่างสูงที่ยืนอยู่กับรุ่นพี่สุดที่รักเลยแม้แต่นิดเดียว

         ส่วนยุนกิชะงัก เพราะรู้ว่าเขาคือจองกุก

         “โอ๊ะ สวัสดีครับรุ่นพี่ยุนกิ”

         “...เออ” คนตัวขาวตอบรับพลางเหลือบมองอาการผิดปกติของเพื่อน ปากกำลังจะเอ่ยบอกให้แทฮยองเข้าไปดูเพื่อนสนิทของเขา

         แต่เดือนผิวเข้มก็วิ่งเข้าไปหาซอกจินเสียแล้ว

         “พี่จิน นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมมาอยู่กันที่นี่ พี่อีรินเป็นห่วงนะครับ แล้วทำไมพี่ตาแดงแบบนี้” หลังจากรัวคำพูดเสร็จก็หันไปคนที่ตัวสูงเท่าๆ กันอย่างเอาเรื่อง “นายทำอะไรพี่จิน”

         “เป็นห่วงกันขนาดนี้ นายก็คงคือแทฮยอง เดือนบริหารที่เขาลือกันว่าจีบพี่จินอยู่สินะ” จองกุกไม่ตอบ แต่กลับถามออกมาแทนพร้อมกับยิ้มมุมปากส่งไปให้ ท่าทางของคนที่เด็กกว่าเรียกอารมณ์หงุดหงิดของแทฮยองได้เป็นอย่างดี

         กวนประสาทชะมัด!!

         “เออ ฉันคือคิมแทฮยอง นายมีอะไร”

         “ก็ไม่มีอะไร แค่จะบอกว่า...” คนเด็กสุดแกล้งลากเสียง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อเห็นท่าทีของเดือนปีสองของบริหาร “อยากรู้ขนาดนั้นเลยหรอ”

         “อย่ามาเล่นลิ้นให้มาก อยากพูดอะไรก็พูดมา ฉันจะได้ซักนายต่อว่านายทำอะไรพี่จิน”

         “หึ จะตอบให้เลยก็ได้ แฟนเก่าเขากำลังคุยกันอยู่น่ะ แต่พวกนายก็ดันมาจังหวะเสียก่อน”

         “!!

         “จะบอกอะไรให้นะ คิมแทฮยอง ต่อให้นายจะตามจีบพี่จินไปอีกนานแค่ไหน ยังไงเขาก็ไม่มีทางเลือกนาย เพราะเขาเป็นของของฉัน”

         “แก...”

         “ถ้าอยากได้นัก ก็รอของเหลือจากฉันก่อนแล้วกันนะ แล้วจะส่งต่อให้”

         “ไอ้เวร พูดอย่างนี้ได้ยังไงวะ!!” แทฮยองทำท่าจะเข้าไปเอาเรื่องคนที่มาพูดพล่อยๆ ถึงคนที่เขารักแบบนี้ แต่เดือนหน้าหวานก็ดึงแขนเขาไว้ก่อน

         “อย่านะแทฮยอง”

         “ได้ไงล่ะพี่จิน ไอ้นี่มันกล้าพูดแบบนี้กับพี่ได้ยังไง พี่ไม่ใช่สิ่งของนะ ผมไม่ยอมให้ใครมาดูถูกพี่หรอก”

         “ไม่เป็นไรหรอก ช่างเขาเถอะ อย่ายุ่งกับเขาเลย”

         “แต่ว่า...”

         “ทำตามที่จินบอกเถอะ” ยุนกิที่มองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ เอ่ยขึ้นมาบ้าง “มึงพาจินกลับไปก่อนเถอะแทฮยอง เดี๋ยวตรงนี้กูจัดการเอง”

         “แต่พี่...”

         “มึงอยู่ปีสองแล้วนะ แถมไอ้นี่ก็เด็กกว่า เอาอารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผลแบบนี้มันไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกหรอก”

         “...”

         “ไปเถอะ อีรินมันลาที่คณะให้แล้ว มึงพาจินกลับไปพักผ่อนเถอะ มันไม่น่าจะรับน้องไหวแล้ว ส่วนมึงก็ไปสงบสติอารมณ์ด้วยล่ะ”

         แทฮยองได้แต่สบถอย่างขัดใจ แต่ที่รุ่นพี่ตัวขาวพูดมันก็ถูก ร่างสูงจึงทำได้แต่มองใบหน้าของรุ่นน้องที่ยังคงส่งยิ้มกวนๆ มาให้อย่างขัดใจ ก่อนจะพาร่างเพรียวออกมาจากตรงนั้นทันที จองกุกมองภาพนั้นไปจนลับตาก่อนจะเดาะลิ้นเบาๆ เหมือนกับว่าเรื่องนี้มันสนุกมาก

         “โห ขี้หวงไม่เบาเลยนะเนี่ย”

         “คิดจะทำอะไรกันแน่จองกุก” ยุนกิถามเรียบๆ เรียกความสนใจให้ร่างสูงหันกลับมาหาตน “นายทำแบบนี้กับไอ้จินทำไม”

         “อย่างที่ผมบอก ผมอยากได้ของของผมคืน”

         “ไอ้จินไม่ใช่สิ่งของ” คนตัวขาวถอนหายใจ “และมันก็ไม่ใช่คนของนายตั้งแต่วันนั้นที่พวกนายเลิกกันแล้ว”

         “...”

         “ถ้าอยากให้ไอ้จินกลับไปหานายจริงๆ ใช่วิธีที่มันดีกว่านี้หน่อยได้มั้ย ไม่รู้เลยหรอว่าวิธีบังคับข่มขู่แบบนี้มันโคตรทุเรศ”

         “...”

         “เป็นห่วงความรู้สึกมันหน่อยเถอะ นายทำกับมันไว้เยอะแล้วนะ กลับมาครั้งนี้ยังจะทำร้ายมันอีกหรือยังไง”

         “...ผมก็ไม่ได้สนอยู่แล้วนี่ ว่าพี่จินเขาจะเป็นยังไง” จองกุกเอ่ยขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มร้าย “ตราบใดที่พี่จินจะไม่ไปไหน ตราบใดที่พี่จินยังคิดเรื่องผม ต่อให้พี่จินจะต้องเจ็บปวดกว่านี้อีกร้อยเท่าพันเท่า ถ้ามันทำให้พี่จินอยู่กับผมได้ ผมก็พร้อมจะทำทุกวิธี”

         “นายเลวขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” ยุนกิถามเสียงขุ่น “รู้สึกดีหรือไงที่เห็นไอ้จินมันร้องไห้เพราะนาย”

         “...ผมน่ะสนใจแค่ผลลัพธ์เท่านั้นแหละ ก็อย่างที่บอก ต่อให้พี่จินต้องเสียน้ำตาไปมากแค่ไหน แต่ถ้าผลลัพธ์คือเขาอยู่กับผม ผมก็พอใจถ้าพี่จินจะต้องเสียใจ”

         “...”

         “อย่าคิดจะมาหยุดผมเลย ยังไงผมก็ไม่มีทางหยุด และไม่มีทางให้พี่จินไปเป็นของใครด้วย” พูดจบ ร่างสูงก็เดินจากไป ทิ้งยุนกิให้มองตาม ก่อนที่ร่างเล็กจะพิงผนังและเสยผมอย่างเหนื่อยใจ

         คิดว่าไม่มีใครรู้จริงๆ สินะ

 

         หลังจากที่ซอกจินกลับไปพักผ่อนแล้ว ยุนกิและแทฮยองก็เข้าไปร่วมกิจกรรมของคณะตัวเองตามปกติ

         ฮเยมินจัดการลาป่วยให้ร่างเพรียวเรียบร้อย หญิงสาวพยายามซักไซ้ทั้งยุนกิและแทฮยองว่าไปเจอซอกจินที่ไหนอะไรยังไง แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้เล่าให้ฟัง เพราะส่วนหนึ่งก็ไม่อยากให้ฮเยมินเป็นห่วงเดือนคณะวิทย์ไปมากกว่านี้

         และโชคดีที่หญิงสาวไม่ใช่คนเซ้าซี้อะไรมาก ประกอบกับกำลังทำกิจกรรมกันด้วย ทำให้ไม่สามารถคุยกันได้นาน

         เวลาดำเนินมาเรื่อยๆ จนตอนนี้ก็เสร็จกิจกรรมของวันนี้แล้ว

         นัมจุนกับยุนกิกำลังขับรถไปที่คณะบริหารเพื่อรอรับน้องชายของคนตัวเล็กตามปกติ ทั้งคู่ก็คุยเล่นหยอกล้อกันตามประสาคนรักก่อนสารถีคนหล่อจะนึกขึ้นมาได้

         “เอ้อ เมื่อตอนกลางวันมึงหายไปไหนกับแทฮยองวะ”

         “อีรินให้กูกับมันไปช่วยตามหาไอ้จินน่ะ แม่งจู่ๆ ก็ป่วยกะทันหัน หนีกลับคอนโดโดยไม่บอกใคร ทำเอายัยบ๊องนั่นตกใจหมด” คนตัวขาวโกหกคำโตพลางหัวเราะเบาๆ กลบเกลื่อน “ทำไม หึงหรอ”

         “เออ” คู่พวกเขาก็อย่างนี้แหละ ไม่มีการพูดอ้อมค้อมให้เสียเวลา “อีกอย่าง เป็นห่วงด้วย มึงไม่ได้หายไปแค่ห้าหรือสิบนาทีนะเว้ย วันหลังก็บอกกูก่อน กูจะได้ไม่ต้องห่วงมาก และจะได้ไม่ต้องระแวงน้องมันด้วย”

         “น้องมันจีบไอ้จินอยู่นะเว้ย มึงจะระแวงทำไม แล้วอีกอย่างนะ...”

         “...?”

         “ตอนนี้กูก็มีแค่มึงแหละ ไม่ต้องห่วงหรอก” พูดจบก็หยิกแก้มแฟนหนุ่มเบาๆ นัมจุนยิ้มออกมาก่อนจะจอดรถที่ลานจอดรถของคณะบริหารแล้วหันมามองแฟนตัวเล็ก

         “พูดจาแบบนี้ อยากโดนจูบกลางคณะบริหารหรอครับที่รัก ^^

         “มึงหยุดเลย เมื่อตอนกลางวันที่คณะวิทย์กูยังไม่ได้เคลียร์นะ” ร่างเล็กชี้หน้าคาดโทษอย่างไม่จริงจัง ทำเอาร่างสูงถึงกับยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู แต่ยังไม่ทันที่จะพูดอะไรกันต่อ เสียงเคาะกระจกฝั่งยุนกิก็เรียกความสนใจของทั้งสองคนทันที ร่างโปร่งของน้องชายคนตัวขาวที่เคาะเรียกทำเอาทั้งสองถึงกับขมวดคิ้ว

         ปกติมันก็ไม่เคยเคาะบอกนี่นา

         ยุนกิเลื่อนกระจกรถลงแล้วถามออกไปทันที “มีอะไรโฮซอก ทำไมไม่ขึ้นมาล่ะ”

         “พี่ยุนกิ ไอ้แทมันอยากคุยด้วยน่ะ”

         “ฮะ? คุยกับฉันเนี่ยนะ”

         “อื้อ มันรออยู่ตรงนู้นน่ะ เห็นบอกว่าเรื่องสำคัญที่จะคุยกับพี่แค่สองคน ให้ผมกับพี่นัมจุนรอก่อน”

         ยิ่งน้องบอกแบบนี้ ยิ่งทำให้คิ้วของร่างเล็กขมวดกันเข้าไปใหญ่ เขามองหน้าคนรักที่ก็ส่งสายตาสงสัยมาเช่นกัน

         คนตัวขาวถอนหายใจ ก็คงต้องลงไปถามสินะถึงจะรู้เรื่อง

         “งั้นรอกูแป๊บนะ” พูดจบก็เดินลงจากรถ ในขณะที่โฮซอกก็เดินขึ้นรถทางด้านเบาะหลัง นัมจุนมองตามจนคนตัวขาวหายไปในความมืดก่อนจะหันมาหาน้องชายของยุนกิที่เล่นโทรศัพท์อยู่

         “โฮซอกรู้มั้ยว่าแทฮยองจะคุยอะไรกับพี่เรา”

         “ไม่รู้อ่ะครับ หมอนั่นไม่ยอมบอกอะไรเลยสักนิด แถมทำหน้าจริงจังจนผมไม่กล้าถามเลย” ร่างโปร่งตอบ ก่อนจะถามกลับ “อย่าบอกว่าพี่ไม่ไว้ใจมันอ่ะ”

         “ไม่เชิงหรอก แต่วันนี้พี่เห็นแทฮยองไปกับยุนกิตั้งนาน พี่เลยสงสัย”

         “ไม่มีอะไรหรอกพี่ ผมว่าก็คงเป็นเรื่องพี่จินนั่นแหละ พี่ไม่ต้องคิดมากหรอกนะ” พูดจบก็หันกลับมาสนใจเกมตัวเองต่อ ปล่อยให้แฟนพี่ชายนั่งคิดอะไรต่อไป

         หวังว่าจะเป็นอย่างที่โฮซอกพูดนะ

 

         “มึงมีอะไร” เสียงห้าวเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นแผ่นหลังของเพื่อนสนิทน้องชายที่นั่งหันหลังให้ “รีบๆ หน่อยล่ะ กูอยากกลับไปพักแล้ว”

         “ไอ้เด็กนั่นเป็นใคร”

         “เด็ก?”

         “ที่อยู่กับพี่จินเมื่อกลางวัน” ร่างสูงพูด ก่อนจะหันมาสบตาคนเป็นพี่ “เขาเป็นใครหรอครับพี่ยุนกิ”

         “...จอนจองกุก แฟนเก่าไอ้จิน” ในเมื่อกล้าถามตรงๆ เขาก็กล้าตอบ “ที่ตอนนี้มีข่าวว่ากำลังจีบจินแข่งกับมึง”

         “อ้อ หมอนั่นเองน่ะเหรอ” แทฮยองพึมพำ “แล้วเขาจบกันไม่ดีเหรอครับ ทำไมเด็กนั่นต้องว่าพี่จินขนาดนี้”

         “ก็ ไม่สวยเท่าไหร่หรอก ไม่สิ ต้องเรียกว่าจบได้เลวเลยต่างหาก”

         “...”

         “ตอนนี้มันอยากได้ไอ้จินคืน แต่มึงไม่ต้องห่วงหรอก จินมันเจ็บแล้วจำ ถ้ามันกลับไปแล้วมันรู้ว่ามันต้องเจ็บอีก มันก็ไม่มีทางอ่อนให้หรอก”

         “...หมายความว่าผมมีโอกาสอยู่ใช่มั้ย”

         “อันนี้กูก็ตอบไม่ได้ คงต้องแล้วแต่หัวใจของจินมันเอง” คนเป็นพี่ยังพูดต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ราวกับไม่รับรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองพูดบั่นทอนกำลังใจของเดือนบริหารมากแค่ไหน “ระหว่างนี้มึงก็ทำตัวปกติไป รักไอ้จินแค่ไหนก็แสดงออกมาเหมือนที่เป็นมา แต่กูขอเตือนไว้หน่อย”

         “อะไรเหรอครับ”

         “มึงจะจีบไอ้จินยังไงก็ได้ แต่ห้ามเข้าไปยุ่งกับความสัมพันธ์ของจองกุกและจินเด็ดขาด”

         “ผมจะไม่ยุ่งได้ไง ถ้าเด็กนั่นทำให้พี่จินเจ็บ ผมก็มีสิทธิที่จะ...”

         “มึงอย่าลืมว่ามึงไม่ได้เป็น แฟนแต่เป็นแค่ คนที่มาจีบเพื่อนกู” เสียงห้าวขัดทำเอาคนผิวเข้มพูดไม่ออก เพราะคนเป็นพี่ก็พูดถูก “มึงไม่ได้มีสิทธิที่จะห้ามไอ้จินในเรื่องนี้หรอกนะ”

         “...”

         “ทำในส่วนของมึงให้ดีที่สุดก็พอ คนอย่างไอ้จินน่ะ ถ้ามันจะชอบมันก็จะชอบเอง มึงเป็นคนดีนะแทฮยอง ถ้าไม่มีอะไร กูว่าคนอย่างมึงก็ชนะจองกุกมันได้แน่ๆ”

         “...”

         “จำคำกูไว้ก็พอ ทำในส่วนของมึงให้ดี ไม่ต้องไปก้าวก่ายเรื่องระหว่างไอ้จินกับจองกุก ถ้ามึงไม่อยากให้เรื่องมันแย่ลง”

--------------------------------------------------------------------

         เล่นใหญ่ไม่มีใครเกินอีกแล้วเรา 5555 สวัสดีค่ะ รีดเดอร์ที่น่ารัก วันนี้ได้ฤกษ์มาอัพสักหน่อย จริงๆ อยากจะอัพตั้งหลายวันแล้วแต่เราติดภารกิจนิดหน่อย >< (รีบมาอัพเรื่องนี้ก่อนเลยนะ ยังเหลือดองอีกเรื่องและมีที่รอเปิดอีก 5555) มาในส่วนของเนื้อเรื่องเนอะ ตากระต่ายของเราก็ยังแผลงฤทธิ์ออกมาเรื่อยๆ นาจา และคาดว่าจะมีมาเรื่อยๆ เพราะที่พี่ยุนกิพูดไปก็ไม่ได้เตือนสติเท่าไหร่ 5555 ส่วนยุนกิ นางเป็นผู้รู้ค่ะ รู้ทุกอย่างเลยในเรื่องนี้ บอกได้แค่นี้แหละ 555555 อ้อๆๆ ไม่รู้หลายคนจะคิดหรือเปล่าแต่เราบอกไว้ก่อนเนอะ นิยายเรื่องนี้จะมีฉากนั้นมั้ย (ฉากนั้นนั่นแหละ 555) ก็บอกไว้ก่อนว่าไม่มั่นใจ เพราะไรท์ไม่เคยแต่งและตัวไรท์น่ะ แค่ตัวคิสซีนไรท์ยังเขินเลย 55555 แต่ถ้าเนื้อเรื่องพาไปก็ต้องดูกันอีกทีเนอะ อ่านแล้วเป็นยังไงเม้นบอกกันด้วยนะ ><

         ปล.ใครไปคอนฯ ขอให้ไม่นกนะคะ จองบัตรได้กันทุกคน และส่องโอป้าเผื่อไรท์ด้วย เพราะไรท์ไม่ได้ไป T^T

           CR.SHL
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

552 ความคิดเห็น

  1. #544 Kwankwan100338 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 11:45
    จองกุกปากแข็งรึป่าวนะ รักเค้าชัดๆแต่ปากดีขอหั้ยพี่จินเส็ดแทแท เชอะ!!
    #544
    0
  2. #487 RainniaR_1988 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:31
    นัมกิรักกันขนาดนี้จะเป็นแทกิยังไงกันนะ
    #487
    0
  3. #411 koy_incle (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 13:24
    นัมจุนยุนกิน่ารัก แต่ขี้หึงใช่เล่นนะนัมจุน
    #411
    0
  4. #373 Sptfon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 01:22
    นัมจุนหวงแฟนมากกกกก สงสารพี่จินสุดละ กุกช่วยทำให้พี่จินดูมีค่าหน่อยจะยกให้แทจริงๆละนะ
    #373
    0
  5. #290 ปงจี้ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 22:23
    ไม่รู้จะมาบรรจบกันยังไงจริงๆทั้ง3คู่เลย ฮืออออออออออ
    #290
    0
  6. #280 TNT&NY (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 06:07
    โอ้ย!! หนักใจจริงๆเล้ยย จะอยู่ทีมไหนดี แทแทก็เทพบุตรเหลือเกิ๊นนน ส่วนอีกุกกี้รายนั้นก็เล๊วเลววว .... แต่ใจเราก็ชอบแบดๆนิดๆนะ (มั้ง) 55+
    #280
    0
  7. #247 Bismarck (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 22:08
    คิดว่าไม่มีใครรู้จริง ๆ สินะของยุนกิหมายความว่าไง O_O แอบเห็นด้วยนะว่าไม่อยากให้แทฮยองไปยุ่งกับสองคนนั้น คิดว่าถ้าสอดมือเข้าไปเมื่อไหร่เรื่องมันน่าจะแย่ลงจริงแน่ ๆ
    #247
    1
    • #247-1 ILovePCY(จากตอนที่ 3)
      29 เมษายน 2560 / 15:30
      นั่นสิคะ พี่ยุนกิหมายความว่ายังไงนะ
      #247-1
  8. #211 PP.Pongpang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 12:54
    คือแบบกุกที่อยากได้คืนนี่อยากแกล้งจินหรือจริงๆแล้วรักจินเลยอยากได้คืนห้ะะ ตอนนี้บอกเลยอยู่ข้างแทถึงแม้จะเป็นไปไม่ได้ก็เถอะหึ้ยยโมโหพระเอก5555555
    #211
    1
    • #211-1 ILovePCY(จากตอนที่ 3)
      5 เมษายน 2560 / 23:10
      ทำไมทีมแทเยอะจังงง นี่กุกจินนนน 5555
      #211-1
  9. #75 ohmopy02 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 16:02
    จองกุกร้ายได้อีก เอาไปเลย10 คะแนนเต็ม555  เหมือนพี่ก้าอยู่ทีมกูเลย???
    #75
    1
    • #75-1 ILovePCY(จากตอนที่ 3)
      3 กันยายน 2559 / 18:25
      จะพิมพ์ว่าทีมกุกหรือเปล่า ไรท์อ่านแล้วตกใจเล็กๆ 5555
      #75-1
  10. #53 Jung Tien-In (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 07:38
    ยุนกิยังเตือนจองกุกอ่ะ แสดงว่ารู้อะไรแน่ๆ แต่จองกุกไม่คิดว่าจะมีใครรู้ จองกุกแกหวงจินนี่จากใจใช่มะ หวังอยู่นะว่าจะเป็นแบบนั้น นัมจุนแอบคิดมากแฮะ ทำไมต้องคิดมากล่ะยุนกิกับแทมีซัมติงอะไรก่อนหน้านี้หรอ
    #53
    1
    • #53-1 ILovePCY(จากตอนที่ 3)
      11 สิงหาคม 2559 / 23:39
      พี่กินางเป็นผู้รู้ค่ะ ที่ไม่รู้ก็คือคนอื่น 55555 นัมจุนมีความคิดมาก ใครจะอยากให้แฟนมีความลับล่ะคะ ยิ่งกับคนอื่นด้วยยิ่งไม่ชอบใจ จริงมั้ย ><
      #53-1
  11. #47 อี้เอินของหม่ามี๊ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 12:35
    ทำไมรู้สึกจอนดูจะพยายามทำร้ายๆใส่จินอะ รึว่าจอนเป็นแบบนี้จริงๆอะ คือมีความสับสนในตัวจอนค่ะ เพลงของหายอยากได้คืนแว้บเข้ามาในหัวเลยอะ แบบหวงก้างมากเว่อร์อะแก หึงสุดไรสุด แน่ใจว่าแค่ของเล่น คนอะไรหึงของเล่นก็ได้หรอ
    #47
    1
    • #47-1 ILovePCY(จากตอนที่ 3)
      21 กรกฎาคม 2559 / 20:44
      นั่นสิๆ ตาจอนเป็นคนยังไงนะ??
      ต้องตามกันต่อไปค่ะ ^o^
      #47-1
  12. #19 KOOKJIN (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 17:19
    แอบคิดเบาๆว่ากาตุ้ยรักพี่จินแน่ๆเลยอ่ะ แต่ปากแข็งทำตัวไม่ตรงกับใจแน่ๆเลยย อ้ายเขินนนน
    #19
    1
    • #19-1 ILovePCY(จากตอนที่ 3)
      18 มิถุนายน 2559 / 17:56
      อันนี้ก็ไม่รู้สิ 5555 ไรท์รู้สึกดีนะที่มีคนเดาเรื่องราวแบบนี้ ^^
      #19-1
  13. #18 k_922 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 15:11
    อิจอน ทำไมใจร้ายได้ขนาดนั้น
    #18
    1
    • #18-1 ILovePCY(จากตอนที่ 3)
      18 มิถุนายน 2559 / 17:13
      จอนอยากได้ของคืนค่ะ เราก็บอกไม่ได้ว่าน้องคิดอะไรอยู่ 5555
      #18-1
  14. #17 princessJIN (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 08:33
    หวายยยยย หน่องจอน เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรคะ ก็แค่ของเล่นที่เคยเป็นของตัวเอง เป็นที่สนใจของคนอื่น
    หน่องจอนก็เลยเกรี้ยวกราดขนาดนั้น โอ้ย สงสารพี่จินโว้ย สะใจตอนหน่องจอนโดนตบมากกก ????
    แล้วดูสิ ทำความสัมพันธ์ยุนกิกับนัมจุนสั่นคลอนไปด้วยเลย
    บวี บวีต้องทำตามคำแนะนำของพี่ยุนกินะคะ เอาให้หน่องจอนเจ็บปวดมากๆเข้าไว้
    หึ หน่องจอนนนน 5555 ????

    ปล. ไรท์คะ เราก็ไม่ได้ไปคอนค่ะ ร้องไห้~~~ เรามากอดคอร้องไห้ไปด้วยกันเตอะ ????
    สู้ๆนะคะไรท์
    #17
    2
    • #17-1 ILovePCY(จากตอนที่ 3)
      18 มิถุนายน 2559 / 10:29
      ทำไมเราชอบคำว่าหน่องจอน 55555 ตากุกเขาเป็นโรคหวงของค่ะ แต่ความคิดแบบนี้โดนแม่นางจินตบไปบ้างก็ดี 55555
      เรื่องนัมจุนกับยุนกิ คู่นี้เขามั่นคงในระดับหนึ่งค่ะ ถ้าไม่มีอะไรมากระตุ้นมากกว่าทำอะไรเขาไม่ได้หรอก 5555
      คำแนะนำของพี่กินี่แหละที่เราอยากให้จับตามอง 5555 ดูสิ ตาแทจะทำตามมั้ย
      ปล.มาๆ กอดคอกันค่ะที่รัก เราก็โซนหน้าคอมส่องทวิตเตอร์ไปเนอะ 5555
      #17-1
    • #17-2 princessJIN(จากตอนที่ 3)
      23 มิถุนายน 2559 / 20:51
      หน่องจอนนนน คิคิ
      โอเคค่ะ เราจะจับตามองแทฮยอง
      ก็สงสารแทฮยองเหมือนกันนะคะ
      #17-2
  15. #16 EAGLE_EYE (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 07:18
    จอนจองกุกกกกก//พ่นไฟ >[]<
    ทำไมทำแบบนี้หะ!!!? เดี๋ยวก็จิ้นแทจินมันซะเลย
    ปล.1 สรุปเรื่องนี้จองกุกไม่ใช่พระเอกใช่ไหมคะเนี่ยยยยยย โหดร้ายรุนแรงกับซอกจินซะเหลือเกินนนน ปล.2ไม่เป็นไรค่ะไรท์ไม่ได้ไปคอนก็ไม่เป็นไร... เพราะเราก็ไม่ได้ไปเหมือนกัน 5555555
    #16
    1
    • #16-1 ILovePCY(จากตอนที่ 3)
      18 มิถุนายน 2559 / 10:23
      ใจเย็นค่ะ จองกุกเป็นพระเอกกกก 5555 แต่นางกำลังเลียนแบบนายหัวจำเลยรักอยู่ เจ็บแค้นเคืองโกรธโทษฉันใย~ 5555 (เนื้อถูกมั้ยเนี่ย)
      มาๆ กอดคอกันค่ะที่รัก โซนหน้าคอมนะพวกเรานะ 55555
      #16-1