SF//OS// ชั่ ว วู บ #Nielong #เนียลอง

ตอนที่ 6 : SF: ความ(ไม่)ลับ 05 {END}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,589
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    17 พ.ย. 60

B
E
R
L
I
N
 


ความ(ไม่)ลับ : 03


          “ฮิปโป พร้อม!



          “พร้อม!



          “สาม สี่!” เสียงเชียร์จากคณะรัฐศาสตร์ดังกังวานลั่นสนามฟุตบอลที่เต็มไปด้วยผู้คน การแข่งบอลนัดคณะสัตวแพทยศาสตร์และคณะนิติศาสตร์กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือดไม่แพ้กัน



           เด็กปีสองคณะรัฐศาสตร์มากันแต่เช้าตรู่ มหาวิทยาลัยนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่ระบบกิจกรรมค่อนข้างแปลก เนื่องจากให้เด็กปีสองเป็นประธานคณะและรับผิดชอบกิจกรรมในปีนั้นทุกๆอย่างแทนที่จะเป็นเด็กปีสามและเด็กปีสี่ เหมือนหลายมหาวิทยาลัย เพราะอยากให้เด็กปีสาม และเด็กปีสี่ ตั้งใจเรียนมากกว่า แล้วเอากิจกรรมทั้งหมดมาโยนที่ปีสองแทน



           “แดนเว้ย! ตักน้ำให้ทีดิ!



           “เออๆ” ประธานคณะรัฐศาสตร์หลังจากที่วิ่งไปดูงานฝังเชียร์ลีดเดอร์และนักกีฬามาแล้วเพื่อตรวจความเรียบร้อยก่อนเริ่มแข่งก็รีบวิ่งกลับที่แสตน แต่ไม่ทันที่เขาจะได้นั่งพัก ไอดงโฮก็เรียกใช้เขาเสียแล้ว



             และเขาเองก็คงขัดอะไรมันไม่ได้ด้วยสิ



           “มากูช่วย”



           “ใจมากว่ะ” ชองฮา รองประธานนำเชียร์ผู้ซึ่งเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในหมู่ชายโฉดนำเชียร์ทั้งหลาย รีบวิ่งมาช่วยคังแดเนียล เธอเป็นคนสวยที่แมนตามประสาสวยโหดในหมู่ชายโฉด มันเป็นเพื่อนผู้หญิงที่เขาสนิทที่สุดแต่ไม่ค่อยได้ไปก๊งด้วยกันเท่าไรนักเพราะเอาแต่อ้างว่าติดเมียที่เพื่อนฝูงยังไม่เคยได้เห็นหน้าคร่าตา




             ครับ มันเป็นเบี้ยน




           “เอาตรงๆนะไอแดน”



           “ว่า”



           “...มึงถอดแว่นออกได้ไหม รำคาญลูกหูลูกตามาก บอกตรงๆ” เธอว่าพลางจะเอื้อมมือมาดึงแว่นตาดำบนใบหน้าของแดเนียล แต่คนร่างหมีก็รีบดึงตัวออกมาทัน



           “หยุดเลยมึงอ่ะ กูบอกแล้วว่ากูตาบวมเหี้ยๆ วันนี้กูไม่ใช่คังแดเนียลคนหล่อของทุกคนเหมือนวันอื่นๆ”



           “อีเดาะอวยตัวเองไปอีก ไม่ใช่อะไรไง กูคันไม้คันมือ เห็นใครใส่แว่นดำไม่ได้ เห็นแล้วมันแบบ..มันอยากจะตบสักเพลี้ยะให้แว่นหลุด”



           “เดี๋ยวได้โดนบาทากูก่อน”



           “กลัวตายล่ะ” ชองฮาแสยะยิ้ม เธอส่งแก้วอีกใบให้แดเนียลรินน้ำก่อนจะยกถาดขึ้นไปข้างบนโดยไม่ลืมที่จะเตะก้นคังแดเนียลข้อหาทำตัวน่าหมั่นไส้ไปหนึ่งที



             แดเนียลถอนหายใจ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูหน้าจอที่ว่างเปล่าไม่มีแม้แต่ข้อความหรือสายเรียกเข้าตั้งแต่เมื่อคืนจนตอนนี้ ก่อนจะล็อคหน้าจอด้วยใจที่ห่อเหี่ยวแล้วส่องกระจกมองตัวเองในคราบแว่นตาดำปิดบังดวงตาที่บวมเป่งเพราะไม่ได้นอนทั้งคืนบวกกับการผ่านการร้องไห้ที่เขาคิดว่าอาจจะหนักที่สุดในชีวิตเขาแล้วก็เป็นได้




             นั่นจึงทำให้เขาตัดสินใจสวมแว่นตาดำมาในวันที่ค่อนข้างสำคัญวันนี้แทนและให้เหตุผลเพื่อนๆว่าเมื่อคืนเครียดจนนอนไม่หลับ



               ทั้งที่จริงเขาเอาแต่นอนร้องไห้มองรูปคู่ของตัวเองกับใครอีกคนที่อยู่บนหัวเตียง



               จะว่าไป เขาก็ว่าเขาเป็นหนักจริงๆนั่นแหละนะ เขาเคยมีแฟนมาก็หลายคน ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะเป็นแฟนที่เป็นผู้ชายแถมแมนทั้งแท่ง แต่เขากลับอ่อนไหวกับเรื่องของผู้ชายคนนี้มากกว่าคนไหนๆ



                เขาได้แต่นอนคิดทั้งคืน แต่ไม่ว่าจะคิดไปทางไหน แดเนียลก็คิดได้แค่ว่าเขาดันรักองซองอูมากเกินที่จะถอยแล้ว



                นั่นจึงเป็นเหตุผลที่วันนี้คังแดเนียลพร้อมแล้วที่จะยอมรับความจริง พร้อมที่จะเผชิญหน้า




 




              หลังจากที่ชองฮาเอาน้ำขึ้นไปให้ดงโฮเสร็จ เธอก็ลงมาข้างล่างและเป็นจังหวะเดียวกับที่ไอมินฮยอนโทรมา เธอจึงอาสาจะไปตรวจเด็กเชียร์ลีดเดอร์ฝั่งมินฮยอนที่จะถึงเวลาออกมาแสดงเชียร์จึงต้องตรวจสอบเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยแทนเขาให้โดยบอกให้เขานั่งพักสักสิบนาทีก่อน เพราะกลัวว่าคังแดเนียลคนดีคนเดิมจะตายเสียก่อน



               แดเนียลหัวเราะ มองเพื่อนสาวที่เดินออกไปก่อนที่เขาจะพาตัวเองเดินออกมาจากที่พักข้างล่างแสตน ตอนนี้เกมส์การแข่งนัดของคณะสัตวแพทยศาสตร์และคณะนิติศาสตร์จบไปแล้ว โดยคณะที่ชนะเป็นคณะนิติศาสตร์และจะแข่งชิงกันในวันพรุ่งนี้กับคณะรัฐศาสตร์ที่แข่งเสร็จไปแล้ว



                เขามองขึ้นไปด้านบน เป็นคังดงโฮที่กำลังทำสีหน้าเคร่งเครียดบอกจังหวะกลองของแต่ละเพลงที่แก้ไขใหม่กับมือกลอง เพราะลำดับถัดไปจะเป็นการแข่งเชียร์แล้ว และคนที่มาดูการแข่งเชียร์ก็เพิ่มขึ้นทุกๆนาที




                ข้างๆคณะรัฐศาสตร์เป็นแสตนเชียร์ของคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ เขามองไปยังแสตนฝั่งนั้นตาละห้อย




                คังแดเนียลมองหาองซองอูมาทั้งวันแต่ก็ไม่พบเลยแม้แต่เงา ก็พอจะรู้นิสัยของแฟนตัวเอง(หรือเปล่านะ)ดี ว่าอีกคนไม่ชอบที่ที่คนเยอะ และการเป็นคนที่โดดเด่นก็เป็นเรื่องที่ซองอูเกลียดที่สุด



                แต่ภายในใจของเขามันก็อดไม่ได้ที่จะคิดว่าระหว่างที่เขากำลังวุ่นวายอยู่ฝั่งนี้ อีกฝ่ายอาจจะกำลังมีความสุขกับแฟนที่แท้จริงของเขาอยู่ก็เป็นได้





                 โอ๊ยยย พูดแล้วจะร้อง





                  ได้ยินเสียงโวยวายมาแว่วๆ เป็นฮวังมินฮยอนที่กำลังลำเลียงน้องๆเชียร์หลีดทั้งชายและหญิงเข้ายังที่พักล่างแสตน แดเนียลดึงสติกลับมาก่อนจะเดินมาหาเพื่อนที่สั่งช่างแต่งหน้าให้ซับหน้าเด็กๆอยู่



                  “เราแข่งเป็นคณะที่เท่าไรวะมึง”



                  “สามอ่ะคณะแรกเป็นคณะสัตวแพทย์ว่ะ”



                  “แล้วจะเริ่มเมื่อไรวะ”



                  “ก็..//กรี๊ดดดดดด” เสียงโหวกเหวกโวยวายดังมาจากข้างนอก แดเนียลมองตามก็พบเป็นภาพของผู้คนที่มุงอยู่หน้าแสตนเชียร์ของเขาเสียแล้ว และคงเป็นใครที่ไหนไปไม่ได้นอกจากพวกสตาฟที่อยู่ดีดีก็วิ่งมากองกันที่นี่



                   “เนี่ย เริ่มแล้ว” เสียงฮือฮายังคงมีเข้ามาไม่หยุดจนเขาเองก็รู้สึกแปลกใจ จึงเดินฝ่าฝูงชนออกไปดูแต่ก็ลำบากเหลือเกิน จนยอมถอยมายืนอยู่ข้างหลังแทน



                   “กรี๊ดอะไรกันนักหนาวะ”





                   “อ้าวแดเนียล! ใส่แว่นทำไมเนี่ย เกือบจำไม่ได้เลย”



                   “...อ่า นาอึนใช่ปะ”



                   “เยส!



                   “หลังจากประกวดดาวเดือนเสร็จก็ไม่ได้เจอกันเลยเนอะ ผอมลงปะเนี่ย”



                   “ทำมาเปงงงง แต่ก็ขอบใจนะ” แดเนียลยิ้มตอบ



                   “แล้วเรื่องแว่น...”



                   “อ๋อออ เรื่องมันยาวน่ะ เอาเป็นว่าเราขี้เหร่มากกเลยอ่ะตอนนี้ เลยไม่อยากถอด 555”



                   “แหมม คังแดเนียลคนดีคนเดิมของมหาลัยต่อให้หน้าบวมเพราะโดนต่อยเราว่าสาวก็กรี๊ดนายอยู่ดี”



                   “ทำเป็นพูดดด แล้วนี่อะไรอ่ะ นาอึนยังมากรี๊ดคนอื่นเลย”



                   “ก็มันน่ากรี๊ดจริงๆอ่ะ แล้วไม่อยากจะเชื่อเลยด้วย”



                   “ทำไมอ่ะ?” คังแดเนียลเลิกคิ้ว เขาพยายามเขย่งตัวเพื่อดูสถานการณ์ข้างนอกแต่ก็ดูเหมือนว่าส่วนสูง 180 ของเขามันค่อนข้างไร้ประโยชน์เมื่อต้องพบเจอกับฝูงผู้หญิงที่กำลังเกิดอาการคลุ้มคลั่งเพราะเจอผู้ชายหล่อ



                   “ก็...ให้ทาย”



                   “บอกมาเถอะน่า”



                   “อ้ะบอกก็ได้..”



                   “...”



                   “แดเนียลรู้จักซองอูคนขี้ยั้วะของมหาลัย เด็กคณะสัตวแพทย์ที่น่าจะคบแต่กับหมาคนนั้นปะ”



                    “...”



                    “นางเป็นหลีดด้วยอ่ะ แล้วโคตรหล่อเลย ไม่อยากจะเชื่อ”



                   “...”



                   “...”




                   “...ห้ะ”




                   “จริงๆ”

 






 

                   “ขอโทษนะครับ ขอทางหน่อยครับ” แดเนียลพยายามแหวกตัวเข้ามาในฝูงสตาฟชะนีที่ทำตัวเหมือนปลาสวาย เขากล่าวขอทางหญิงสาวข้างหน้าตัวเองอย่างสุภาพจนทุกคนยอมแหวกทางให้เขาเข้าไปอย่างเต็มใจ การแข่งขันเชียร์หลีดเดอร์คณะสัตวแพทยศาสตร์เริ่มขึ้นได้สักพักแล้ว



                     แดเนียลพยายามมองหาบุคคลที่ทั้งสมองและหัวใจของเขาอยากให้หา...และมันก็เป็นความจริงที่องซองอูเป็นเชียร์หลีดเดอร์ของคณะสัตวแพทยศาสตร์



                     องซองอูผู้ไม่เคยคิดที่จะทำกิจกรรมใดใดบนโลกนอกจากการนอน การกินเพราะเขาบังคับพาไป หรือแม้กระทั่งการดูหนังที่เขาเองก็บังคับพาไป



                    ชายหนุ่มอยู่ในชุดซีทรูสีดำ และยังดีที่มีเสื้อสูทตัวนอกปิดบังเอาไว้ ผมเซ็ทเป็นทรงยุ่งเหยิงแบบที่ช่วงนี้กำลังฮิตกันอยู่ ออร่าของเขาเด่นกระจายเสียจนบังเพื่อนผู้หญิงและเพื่อนผู้ชายในเชียร์ลีดเดอร์คณะสัตวแพทย์แทบมิด



                    แดเนียลมองดูการแสดงด้วยหัวใจที่กำลังเต้นระรัว ใบหน้าคมคายที่ถูกแต้มด้วยเครื่องสำอางของอีกคนนั้นน่ามอง แม้ว่าองซองอูยังทำสีหน้าที่แดเนียลเคยตั้งให้อีกคนว่าสีหน้าองซองอูก็ตาม



                    ภายในใจของเขาก็ได้แต่คิดว่า อาจจะเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นที่ทำให้ซองอูคนนี้ยอมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองและก้าวเข้าสู่การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นมากขึ้นหรือเปล่า





                    หรือเขาควรจะปล่อยให้ซองอูอยู่กับเธอดีนะ...บางทีเขาอาจจะมีความสุขกว่าอยู่กับคังแดเนียล..




                     คนที่ทักไปจีบเขาหน้าตาด้านๆทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าองซองอูเป็นผู้ชายแท้ๆ คนที่คอยแต่บังคับให้ซองอูกินข้าวเยอะๆ คนที่โทรหาซองอูทุกคืนจนบางคืนก็ทำให้อีกคนแทบไม่ได้นอน คนที่วอแวจะไปส่งทำให้อีกคนลำบากใจ คนที่เป็นห่วงอีกคนมากไปจนอาจทำให้เขารำคาญ




                      หรือว่าเขาควรปล่อยมือดีนะ





                     “โหยยยย สุดยอดอ่ะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าซองอูแม่งจะทำอะไรแบบนี้กับเขาได้ด้วย” เป็นไอดงโฮที่เดินลงมาจากแสตน สีหน้าของมันบ่งบอกได้ชัดว่ากำลังตื่นเต้นกับภาพที่เห็น มันเดินไปหามินฮยอนบอกเรื่องจังหวะกลองที่แก้ไขให้แล้วก่อนจะเดินขึ้นไปข้างบนโดยไม่ลืมที่จะทักทายแดเนียล



                      “อยากตบหน้ามึงให้แว่นหลุดจริงๆ” ประธานคณะหน้าหมีส่งนิ้วกลางให้เพื่อนเป็นการตอบแทน เสียงพิธีกรประกาศว่าการแสดงเชียร์ของคณะสัตวแพทย์ได้จบลงแล้วดังแว่วมา



                      “มึงดูไม่โอเคนะแดน พักก่อนปะ”



                     “ไม่เป็นไรมึง เดี๋ยวจบแข่งอันนี้ก็หมดแล้วกูทนได้”



                    “สัส ต่อให้มึงใส่แว่นตาดำสักสิบชั้นกูก็ดูออกคับว่าตามึงบวมอย่างกับโดนคนกระทืบมา”



                    “เอาเถอะ..กูทนได้” มินฮยอนถอนหายใจ มันยกหลังมืออังบนหน้าผากของเขาก่อนจะถอนหายใจรัวๆใส่หน้าจนแดเนียลต้องผลักหน้ามันให้ออกห่าง



                    “ทนได้กับผีมึงดิ่ ตัวร้อนอย่างกับเหล็กโดนไฟเผาขนาดนี้ ไปนอนไป!



                    “กูทนได้”



                    “แดน...” มินฮยอนจ้องเขม็ง แววตามันแสดงชัดว่ากำลังรู้สึกไม่พอใจและไม่ได้ล้อเล่น แดเนียลถอนหายใจ “เออ ยอมก็ยอม”



                    “ดี! เดินออกไปเลี้ยวขวา มันจะมีห้องพักนักกีฬาอยู่ ตอนนี้ไม่มีใครอยู่เพราะพวกแม่งไปดูเชียร์กันหมดแล้ว มึงนอนพักสักงีบละกันเดี๋ยวกูไปปลุก”



                     “ขอโทษที่ทำให้ลำบากนะมึง ฝากด้วยๆ”



                     “ลำบากเหวไร กูร่างกายแข็งแรง กินอาหารครบ 5 หมู่ แค่นี้ชิวๆ มึงอ่ะไปนอนเตรียมกระเพาะไว้ยัดเหล้าฉลองกันคืนนี้เหอะว่ะ” แดเนียลยิ้มตอบ มองไอมินฮยอนที่ผละตัวไปคุยกับช่างแต่งหน้าก่อนจะพาเด็กมันออกไปข้างนอกเพื่อเตรียมตัวแข่ง ประธานคณะหน้าหมีเดินเข้าไปยังห้องพักนักกีฬาที่ไม่มีคนอยู่ เขานอนคิดเรื่องราวที่เข้ามามากมายตลอดสองวันที่ผ่านมา รวมถึงเรื่องของใครอีกคนที่ภายในใจมันกำลังตีกันอยู่ ว่าเขาควรเชื่อสมองหรือหัวใจดี




                     และด้วยความเหนื่อยล้าทำให้เขาเผลอหลับไปและตื่นมาหลังจากได้ยินเสียงปิดประตูดังลั่น



                     ประธาณคณะรัฐศาสตร์สะดุ้ง เงาคนในชุดสีดำหายแว๊บอย่างรวดเร็วราวกับโดนผีหลอก เขาขยี้ตาแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะพบว่าเขานอนไปเกือบ 2 ชั่วโมง



                    เสียงดังเฮจากภายนอกยังคงมีอยู่ แดเนียลนั่งให้ร่างกายปรับสภาพสักพักก่อนที่โทรศัพท์ของเขาจะดังขึ้น





                    “เออว่าไงวะมึง ไอดงโฮ”



                    [มึงตื่นด่วนนนนนนจ้า แล้วรีบออกมาฟังข่าวจากพวกกูด่วนๆ] เสียงไอดงโฮดี๊ด๊าจนผิดแปลกไปจากเดิม เขาคงไม่ต้องทายเลยว่าเป็นเพราะเหตุใด



                    “ดี๊ด๊าขนาดนี้กูไม่รู้เลยมั้งเนี่ยว่าเราชนะ”



                   [เออ ถ้าจะเล่นตัวขนาดนี้ก็ไม่ต้องออกมา กลับบ้านไปแต่งตัวแล้วเจอกัน 5 ทุ่มร้านเรื่องเหล้าก็พอ]



                     “คิดดูก่อนนะมึง”



                  [ทำไมวะ?]



                  “ไอมินฮยอนยังไม่เล่ามึงหรือไง”



                  [เล่าอะไรมันวะ//ไอฟายเยอร์ดงโฮ เพื่อนไม่สบายอยู่เว้ย//อ้าวหรอ]



                  [เออแล้วเป็นไงบ้างวะ]



                  “ดีขึ้นละ แต่เรื่องไปก๊งนี่ขอคิดดูก่อน”



                   [เออๆเอาที่มึงไหว แต่งานนี้สำคัญว่ะ ไม่อยากให้มึงพลาด]



                   “เออน่า แล้วนี่มึงมีเรื่องแค่นี้ใช่ปะ”



                   [เออแค่นี้แหละ...เห้ย !ไอมิน//เดี๋ยว!]



                   “ไรของมึงอีกไอมิน”



                    [ตะกี้ไอเชี่ยองมาถามหามึงว่ะ กูบอกว่านอนตายไข้ขึ้นอยู่ห้องพักนักกีฬามันก็รีบวิ่งมาเนี่ย ได้เจอยังวะ]



                    “...”





                     หรือว่าเงานั่นจะเป็น...






 

                     “อง องอยู่ไหน! แฮ่กๆ” แดเนียลพยายามวิ่ง ตอนนี้มีอยู่เพียงแค่ที่เดียวเท่านั้นที่เขาคิดว่าซองอูจะไป เขายังเห็นว่าเด็กหลีดคณะสัตวแพทย์ยังอยู่ นั่นแสดงว่าคณะเพิ่งปล่อยเลิกไม่นาน และที่เดียวที่จะไปก็คงจะเป็นโรงรถ





                       และก็เป็นไปตามที่คาด ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสีดำกำลังเดินไปยังโรงรถ





                      ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนคนนี้เป็นองซองอูไม่มีผิด



                      “เดี๋ยวหยุดก่อน!” เป็นครั้งแรกที่คังแดเนียลคิดว่าส่วนสูง 180 ของเขามันมีประโยชน์ เพราะเขาสามารถรั้งร่างอีกคนจากด้านหลังไว้ได้ทัน และดูก็รู้ว่าอีกคนก็ไม่ได้ตั้งตัวเพราะแดเนียลรับรู้ได้ถึงแรงสะดุ้งจากคนข้างหน้า




                      กลิ่นสเปรย์ฉีดผมผสมกับกลิ่นยาสระผมที่อีกคนใช้ เขามั่นใจแน่ๆว่ากอดไม่ผิดคน



                     “หยุดก่อนได้ไหม”



                     “...” น่าแปลกที่คนข้างหน้าไม่ได้ดิ้นอะไรมากนัก แต่กลับยืนนิ่งจนน่าใจหาย และเมื่อแดเนียลพยายามพลิกตัวอีกคนให้หันกลับมา แต่เขากลับไม่ยอมหันมาง่ายๆ



                   “หันมาคุยกับแดน...หน่อยได้ไหม”



                  “...”



                  “...”



                  “...” เรานิ่งกันอยู่พักใหญ่ คังแดเนียลกอดองซองอูแน่นราวกับว่าหากปล่อยมือคนคนนี้จะสลายกลายเป็นผงไปต่อหน้าต่อตา



                   “อง..”



                   “...” น้ำตาคลอดวงตาของผู้ชายที่ร้องไห้นับครั้งในชีวิต แต่พอเป็นเรื่องของคนตรงหน้า เขากลับร้องไห้ออกมาได้ง่ายราวกับคนขี้แย




                   ประธานคณะรัฐศาสตร์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เขาพยายามให้กำลังใจตัวเองทั้งที่ภายในใจมันพังไปแล้วแทบทั้งดวง




                   เขาว่ากันว่าการไม่ตอบคือคำตอบที่ดีที่สุด




                    “..ได้..งั้นแดนเริ่มพูดเลยก็ได้.... แม้ว่าองไม่คิดที่จะหันมา อย่างน้อยแค่องฟังแดนก็เพียงพอแล้ว”



                    “...” นิ่ง...นิ่งเหลือเกิน



                     “อง..”



                    “...แดนขอโทษ...แดนขอโทษนะ”



                    “...”



                   “แดนไม่ได้ตั้งใจ ทุกอย่างมันเป็นเรื่องเข้าใจผิด แล้วแดนก็หึงองมาก หึงมากจนทำเรื่องที่เลวร้ายกับอง”



                   “...”



                 “แดนแม่งเป็นคนเลว เป็นคนโง่เอง ที่ทำอะไรก็ไม่นึกถึงใจอง”



                 “...”



                 “แต่แดนสาบานได้เลยว่ากับน้องเขามันไม่มีอะไรเลยสักนิด แดนผิดเองแดนรู้ เพราะถ้าคนตรงหน้าเป็นองที่เฟรนด์ลี่กับคนอื่นจนเกินไปทั้งที่มีแดนอยู่ แดนก็โกรธเหมือนกัน”



                  “...”



                  “แต่สาบานได้เลยว่าครั้งนี้แดนไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นความรับผิดชอบของแดนที่จำเป็นจะต้องทำ”



                  “...”



                  “แต่พอ...อึก พอเห็นองกอดกับใครคนอื่นปากมันก็ไปไวกว่าความคิด”



                  “...”



                   “แม่ง...ไม่เคยหึงใครเท่านี้มาก่อนเลยอ่ะ ไม่เคยรู้เลยว่าการอกหักมันเจ็บปวดแบบนี้ รู้ปะว่าเวลาหนึ่งคืนแม่งเจ็บปวดเหมือนกับหนึ่งปีเลยอ่ะพอไม่มีมึงอยู่ข้างกาย อะไรๆแม่งก็แย่ไปหมด หลับตาก็คิดแต่เรื่องมึงวนเวียนซ้ำๆ”



                  “พอ..” มือเรียวพยายามแกะมือที่กอดเอวเขาไว้ออก แต่คังแดเนียลกลับไม่ยอมแพ้



                   “มันไม่มีวันไหนที่กูหยุดชอบมึงเลยอ่ะ! ตั้งแต่วันที่กูเจอไอผู้ชายห่ามๆที่มีแต่รอยแผลเต็มหน้าเพราะไปบ้ายอมมีเรื่องกับคนอื่นเพื่อช่วยหมาที่กำลังโดนทำร้าย แม่งไม่มีใครบ้าเท่าคนคนนี้อีกแล้ว นอกจากกูที่บ้ารักแม่งเหี้ยๆ”



                   “พอ



                  “ไปขอจีบแล้วโดนต่อยก็ยิ่งชอบมากไปอีก ชอบมึงมากขึ้นทุกวันๆ จนกลายเป็นรัก”



                   “พอได้แล้ว..”



                   “รู้ปะ..อึ่ก ว่าชีวิตนี้ไม่เคยคิดเลยว่าจะชอบผู้ชายหรือแม้กระทั่งรักผู้ชายด้วยกันอ่ะ มีมึงนี่แหละ คนแรกและคนเดียวด้วย คนเหี้ยอะไรวะ แมนก็แมน ห่ามก็ห่าม ขี้หงุดหงิดชิบหาย แล้วยังทำให้กูเป็นบ้าได้ขนาดนี้อีก”



                   “...”



                  “รักมึงมากนะอง ไม่อยากเสียมึงไปอ่ะ ให้กูทำยังไงก็ได้ อย่าไปจากกูได้ไหม กูแม่งนอนคิดทั้งคืนเลยว่าจะทำยังไงไม่ให้เสียมึงไป คิดไปคิดมาก็คิดได้แค่ว่ากูแม่งรักมึงโคตรๆอ่ะ”



                   “...”



                   “กูยอมเป็นตัวสำรอง เป็นอะไรก็ได้ที่มึงยากให้เป็น ขอแค่มึงไม่ไปไหน ยอมไปกินข้าวกับกู....มื้อนึงต่อวันก็ได้ กูรู้ว่ายังไงมึงต้องเลือกเธอ เธอสวยและน่ารัก ผู้ชายก็คงจะเลือกคนแบบนั้นแทนที่จะเป็นคนเพศเดียวกันแถมร่างหมีและเอาแต่ใจแบบกู”



                    “พอ...”



                    “แต่ผู้ชายพวกนั้นไม่รวมกูว่ะ เพราะต่อให้มีผู้หญิงที่น่ารักที่สุดบนโลกมาอยู่ตรงหน้ากู”



                       “...”



                       “กูก็เลือกมึงอยู่ดี”



                       “...”



                       “...” ไม่มีปฎิกิริยาใดใดจากคนตรงหน้า มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกที่ยังบอกให้รู้ว่าอีกคนยังอยู่กับเขา คังแดเนียลใจหาย เขาค่อยๆคลายอ้อมกอดไม่ให้แน่นเกินไปเพราะกลัวว่าอีกคนจะหายใจลำบาก ไม่กล้าแม้แต่จะชะโงกหน้ามองว่าอีกคนกำลังทำสีหน้ายังไง รำคาญ? ขยะแขยง? รังเกียจ?




                      ที่รู้ตอนนี้คือเขาโคตรกลัวเลย



                       “...”



                       “...”



                       “...”



                       “พูดจบแล้วใช่ไหม?” แดเนียลสะดุ้ง เสียงเย็นชาจากอีกคนที่ตอบออกมาทำเอาเขาใจหาย



                       “...”



                      “ปล่อย”



                     “อง..”



                     “กูบอกให้ปล่อย!” องซองอูสะบัดตัว มือของคังแดเนียลถูกสลัดออกอย่างง่ายดาย ชายหนุ่มก้มมองพื้น ไม่แม้แต่จะมองแผ่นหลังของอีกคนที่เดินออกไป น้ำตาไหลหยดลงบนแว่นตาดำ เสียงเปิดประตูรถเป็นเหมือนเสียงสัญญาณบอกว่าเรื่องของเราได้จบลงแล้ว



                      “...”



                     น้ำตาของเขาไหลออกมาไม่หยุด...ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขากำลังจะสูญเสียรักที่ดีที่สุดในชีวิตไปเพราะความโง่ของตัวเอง



 

 

 


 

                      “...” เสียงฝีเท้าของใครบางคนใกล้เข้ามา แดเนียลไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นไปดูว่าเป็นใคร เขายังคงจมอยู่กับความเสียใจที่ยากที่จะดึงตัวเองกลับมา



                       จู่ๆภาพตรงหน้าก็กลายเป็นมือของใครบางคนกับกล่องสีขาวเล็กๆที่ยื่นมาตรงหน้า แดเนียลบีบน้ำตาที่คลอบนสองตาออกก่อนที่จะเงยขึ้นสบตากับคนตรงข้าม



                       “รับ”



                       “...”



                       “รับดิ่วะ”



                       “...”



                      “งั้นเอามือมึงมา” ไม่รอให้แดเนียลจัดการกับตัวเอง อีกคนก็กระชากแขนเขาไป จัดการหยิบนาฬิกาสีเงินออกจากกล่องแล้วใส่ให้เขาเสร็จสรรพ



                       “พอดีเด๊ะ” คนตรงข้ามยิ้มกว้าง เขามองประธานคณะรัฐศาสตร์ที่ยืนแน่นิ่งไม่ไหวติงราวกับโดนแช่แข็ง


                       “...”



                      “แล้วนี่อะไรใส่แว่นทำไม” ชายหนุ่มยื่นมือมาถอดแว่นของเขาออก ปรากฎใบหน้าหมีๆบวมๆของคนที่กำลังน้ำตาตก พาลทำเขาหลุดหัวเราะเบาๆก่อนฝ่ามือทั้งสองข้างจะประกบบนหน้าของคนที่กลายเป็นหินไปแล้ว



                      “...”








                      “...สุขสันต์วันครบรอบ 6 เดือนว่ะ”






                     “...”






                     “กูเองก็ขอโทษ มีหลายเรื่องที่อยากขอโทษมึง ทั้งเรื่องที่กูชอบเย็นชาใส่แถมยังปากแข็งบ่อยๆ รู้ทั้งรู้ว่ามึงไม่มีเวลาแต่ก็ยังไม่ยอมติดต่อไปหา” นิ้วมือทั้งสองข้างปาดน้ำตาบนใบหน้าที่ยังไหลมาไม่หยุดเหมือนเปิดก๊อกของรูปปั้นหมีที่กำลังแดงปลั่ง จมูกแดงราวกับกวางเรนเดียร์ทำให้คังแดเนียลดูเหมือนแฝดของสุนัขพันธุ์ซามอยด์ไม่มีผิดเพี้ยน



                       “....”



                       “เห็นมึงอยู่กับผู้หญิงที่สวยขนาดนั้นกูก็สติขาดไม่แพ้กันแหละ เลยทำอะไรแย่ๆใส่มึง”



                     “...”



                     “ผู้หญิงคนนั้นที่มึงว่าแม่งไม่มีหรอกนะ มันก็แค่เพื่อนผู้หญิงที่กูพาไปเลือกซื้อของขวัญวันครบรอบให้มึงแค่นั้นแหละ ชีวิตกูก็มีแค่มึงเหมือนกัน”



                     “...”



                     “อ้อ! มันเป็นนาฬิกาคู่นะมึงรู้ปะ รุ่นนี้หายากมากนะเว้ย! กว่ากูจะได้มา กูก็แลกกับทำงานในคลินิกหนักเหมือนกัน” ซองอูชูแขนข้างขวาที่ประดับไปด้วยนาฬิกาแบบเดียวกันให้รูปปั้นหมีดู มีข้างซ้ายยังประคองใบหน้าอีกคนไม่ห่าง



                    “...”



                  “มึงทุ่มเทให้กูหลายอย่างมาก มึงเอาใจใส่ มึงนับวันครบรอบของเราทุกเดือนและคอยให้ของขวัญกูอยู่เสมอ ... และกูไม่เคยรำคาญในทุกๆสิ่งที่มึงทำให้กู”



                  “....”






                   “ให้กูได้ตอบแทนมึงบ้างนะ...รักมึงมากๆเหมือนกันนะแดน”






                    “อง...”



                    “ว่า?”





                    “แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง” ไอหมียักษ์กระชากตัวเขาไปกอด มันรัดเขาแน่นเสียจนหายใจแทบไม่ออก อาการชื้นที่หัวไหล่บ่งบอกว่ามันร้องไห้หนักมากแค่ไหน





                    “พอแล้ววว มึงแม่งร้องไห้เป็นเด็กไปได้” เขาดึงไอหมียักษ์ออกจากตัว ค่อยๆกุมใบหน้าและเช็ดน้ำตาให้มัน แดเนียลร้องไห้ราวกับเด็กป.3 เลอะเทอะแค่ไหนจากสภาพแล้วมันไม่น่าจะสนใจแล้วอ่ะบอกเลย



                 “รักองมากอ่ะ รักมากนะเว้ยยย แงงงง”



                 “เออ รักมึงเหมือนกัน แต่หยุดร้องก่อนได้ไหมเนี่ย” ไอแดเนียลพยายามกลั้นน้ำตา มันดูตลกมากแต่ก็ปนน่าเอ็นดูไปด้วย ไม่ยักกะรู้ว่าเวลาหมีร้องไห้จะเป็นแบบนี้



                “อั่ก! แน่นเกินๆ”



               “รักมากอ่ะ รักมากนะ”



               “เอออออ รู้ พูดไรนักหนา กูเขินเป็นนะ”



               “รักองอ่ะ รักมาก แม่งงง แดกได้แดกแล้วเนี่ย”



               “ไอบ้า”



                “อยากแดกเว้ย!



                “เหอะๆ..เสียดายว่ะ”



               “...”



               “อุตส่าห์ว่าจะแข่งหลีดชนะแล้วเอามาอวดมึงแท้ๆ ว่ากูเองก็ทำได้ ว่าเป็นเพราะมึงที่ทำให้กูกล้าเปิดใจแบบนี้... แต่คณะมึงดันทำดีกว่า กูได้ที่สองแทนเลยอ่ะ..”



               “แต่ไม่เป็นไรใช่ไหมวะ ที่สองมึงจะภูมิใจไหมอ่ะ..”



               “...” แดเนียลดึงตัวของเขาออก มันจ้องหน้าเขา ตอนนี้น้ำตามันหยุดแล้วแต่ใบหน้าก็ยังดูเป็นคนที่พร้อมจะร้องไห้ได้ทุกเมื่อ

 




 

 

              “จูบนะ”




              “เห้ย! เดี๋ยว..” ไม่ทันได้พูดอะไรไอหมียักษ์ก็บดริมฝีปากลงมา ซองอูพยายามจะโวยวายแต่พอคิดดูอีกทีเขายอมมันดีกว่า



              ไม่ใช่อะไรนะ สงสารหรอกที่ทำให้ร้องไห้ขนาดนี้ ไม่ได้อยากจะจูบเลยยยยย



              “...” เสียงถอนจูบดังจนองซองอูอยากมุดแผ่นดินหนี แดเนียลจ้องหน้าเขาอยู่พักหนึ่งก่อนจะพยายามจูบอีกแต่ก็โดนเขาเบรคเสียก่อน




               “พอเลยๆ แค่นี้ก็พอแล้ว เยอะ”



              “รักมากนะเว้ยยยย”



             “เออออรักเหมือนกันเว้ยยยยยยยยย” ไอหน้าหมียิ้มแป้นแล้น องซองอูก็เช่นกัน แดเนียลไม่เคยคิดเลยว่าซองอูจะทุ่มเทให้เขาขนาดนี้และซองอูเองก็ไม่คิดว่าแดเนียลจะรักเขาได้มากขนาดนี้




               ความสัมพันธ์ของเราอาจจะไม่ได้ดีแบบนี้ไปตลอด อุปสรรคที่หนักหนาอาจจะมีเข้ามามากกว่านี้




               แต่พวกเขาเองก็เชื่อมั่น...ว่าแค่เรามีความเชื่อใจกันและให้เกียรติกัน แค่นั้นเรื่องยากๆก็จะกลายเป็นเรื่องง่าย




               แค่เข้าใจและรักกัน




.

.

.




               “โว๊ยยยย ไอแดนโว๊ยยยยยย เขาให้ประกาศความสัมพันธ์จากปากที่หมายถึงพูดไม่ใช่จูบโชว์โว๊ยยยยยยย”



                “แดกเหล้าก่อนเว้ยอย่าเพิ่งแดกกันเว้ยยยยย”



                “หมูกระทะกูววววววววววววว”



                “พี่ นี่มันเพิ่งสองทุ่มเองนะเว้ยยย”



                “เหม็นความรักกันทั้งมหาลัยแล้วเว้ยยยยยยยยยย”



                 “ไอเหี้ยยยโลกมึงไม่ได้มีกันแค่สองคนนะ”



 

                      มีงานเข้า มีงานเข้า มีงานเข้า

 





END

 เย้!! จบสักทีค่ะะะะ จบแบบงงๆด้วย 555 สัญญาว่าจะมาต่อวันนี้อัพตอน 5 ทุ่มถือว่าทันไหมคะ555 ตอนนี้ยาวเป็นพิเศษเลยค่ะเพราะยัดเนื้อหาให้จบภายในตอนเดียว 

ขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้ไรท์นะคะ ทุกข้อความของคุณเป็นหนึ่งแรงขับเคลื่อนในการปั่นฟิค รักแหละเด้อ

สัญญาว่าจะมีสเปเชี่ยลก็จะมีค่ะ ทั้งหมด 2 ตอน น่าจะเป็นตอนที่จีบกันแรกๆหนึ่งตอนเเละเหตุการณ์หลังจากตอนจบอีกหนึ่งตอนค่ะ ในอนาคตข้างหน้าอาจมีมาเพิ่มอีกถ้าทุกคนคิดถึงคู่นี้นะคะ 

ยังไงก็ขอดูก่อนว่าจะอัพสเปหรือเปิดเรื่องใหม่ ทุกคนมีความเห็นยังไงก็ฝากคอมเมนท์ให้กำลังใจกันด้วยน้าา

สกรีมฟิคทุกเรื่องได้ที่ #ชั่ววูบ101 ค่าาา 

สปอยล์ว่าเรื่องต่อไปพี่องจะเป็นฝ่ายตื๊อบ้าง อิอิ

 

 

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

649 ความคิดเห็น

  1. #614 amorycanopy (@amorycanopy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:57

    น่ารักๆมากเลย เจ้าหมีอ้วน

    #614
    0
  2. #479 meandering11 (@meandering11) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 22:31
    ตัวเองงง ใช้คำว่าเขาในเรื่องได้งงมากเลยอะ 5555555 คือแบบอ่านจากบริบทเรื่องมันก็เข้าใจแหละว่าเขาที่ไรท์พิมมันหมายถึงใคร แต่มันไม่เคลียร์ตั้งแต่แรกไง ต้องอ่านบรรทัดเดิมซ้ำถึงจะเข้าใจอ่ะค่ะ
    #479
    0
  3. #478 meandering11 (@meandering11) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 22:31
    ตัวเองงง ใช้คำว่าเขาในเรื่องได้งงมากเลยอะ 5555555 คือแบบอ่านจากบริบทเรื่องมันก็เข้าใจแหละว่าเขาที่ไรท์พิมมันหมายถึงใคร แต่มันไม่เคลียร์ตั้งแต่แรกไง ต้องอ่านบรรทัดเดิมซ้ำถึงจะเข้าใจอ่ะค่ะ
    #478
    0
  4. #431 IngHO~ (@number-ing) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:17
    งานเข้า55555555
    #431
    0
  5. #258 Yumajiharu (@Yunajiharu) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 07:33
    น่ารักมากเลยยย หมีงอแง แต่สงสารคุณแดนมาก ขอบค่ะ
    #258
    0
  6. #77 Bminepoy (@Poyb2uty) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 01:13
    ชอบบบบบ ชอบแบบชอบมากๆอะ โคตรน่ารัก
    #77
    0
  7. #74 Snowflake_Star (@Snowflake_Star) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 20:13
    กรี๊ดดดดดดดด น่ารักกกกกก งอนกันไปมาาาเข้าใจกันซักทีนะะะะ><
    #74
    0
  8. #72 blacknbird (@exowife) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 21:06
    โอ๊ย ตลกตรงร้องไห้ งอแงใหญ่เลย 555555555
    #72
    0
  9. #71 jyshjhsh (@jyshjhsh) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 12:48
    หื้มมมมมม คุณหมีร้องไห้ใหญ่เลย แง้งงงงงง
    #71
    0
  10. #70 rikear_lope (@bill-lion) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 12:28
    ชอบมากค่ะ เห็นคนขี้ยั้วะอย่างคุณองยอมไปเป็นหลีดเพื่อให้แดนภูมิใจก็เขินค่ะ ดีแล้วที่ไม่ทะเลาะกันืคุณแดนตอนร้องไห้นี่น่าสงสารชะมัดเลย *โอ๋นะลูก
    #70
    0
  11. #69 nynayan96 (@nynayan96) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 11:04
    ตอนสุขสันต์วันครบรอบน้ำตามาเลยTT รู้เลยรักกันมากขนาดไหนน
    #69
    0
  12. #67 SH.oneworld' (@bowinonly) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 01:22
    คุณหมีแดนร้องไห้หนักเลย น่าเอ็นดู
    #67
    0
  13. #66 foolstops (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 00:46
    ตอนแดนสาธยายความรู้สึกออกมาในตอนท้ายเรื่องนี่แบบ ผู้ชายแบบนี้มีจริงในโลกมั้ยนะ



    ทำไมองศองอูถึงโชคดีที่ได้ความรักจากแดนขนาดนี้เช่นเดียวกับแดนที่ได้รับความรักตอบกลับได้มากขนาดนี้



    อธิบายไม่ถูก แต่ชอบตอนจบมากๆค่ะ ประทับใจมาก



    แะขำมากที่แดนร้อง แงงงงงงงงงง ใส่ ประทับใจตรงนี้ด้วย



    ขอบคุณนะคะ
    #66
    0
  14. #65 lLadadee (@lLadadee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 00:18
    แต่งดีมากกกเลยค่ะ อินตามเลยอ่ะแบบน้ำตาไหลตามแดนอะแง้ ตอนแรกๆนี่บีบคั้นอารมณ์มาก ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ รออ่านตอนต่อไปน้า
    #65
    0
  15. #64 lvsj (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 00:05
    งืออออ คุณองมีเซอร์ไพร์สสสส น่าร้ากกกก สงสารคุณแดน ร้องไห้ซะ โอ๋เอ๋น้าาา ฟิคน่ารักมากเลยค่ะ ฮื่อออ ขอบคุณนะคะ
    #64
    0
  16. #63 mashmaylloww (@mashmaylloww) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 00:04
    ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้ให้อ่านนะคะ ชอบมากเลยย
    #63
    0
  17. #62 doctorfire (@doctorfire) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 00:04
    โห้ย คือแบบแดนโคตรรักองมากเลย องก็ดูซึนๆอ่ะ แต่ก็รักแดนมากเหมือนกัน ชอบตอนแดนบอกรักมากเลยอ่ะ อารมณ์แบบรักมากจริงๆ พูดครั้งเดียวไม่พอ ไรท์คือตอนนี้มันดีงามมากเลยอ่ะ ชอบตอนเค้าบอกรักกันมากเลย เหมือนมันสื่อถึงใจคนอ่านได้อ่ะ รอติดตามต่อไปนะค่ะ
    #62
    0
  18. #61 KIMKYUNG (@thather) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 23:55
    ไรท์คะ ขอบคุณที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้นะคะ รักเรื่องนี้มากกก อ่านไปน้ำตาไหล ฮือออ สร้างผลงานดีๆแบบนี้อีกนะคะ สู้ๆค่ะ
    #61
    0