SF//OS// ชั่ ว วู บ #Nielong #เนียลอง

ตอนที่ 19 : SF: 'โชคัง' 06 200%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,768
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    28 ม.ค. 61

B
E
R
L
I
N
คำเตือน No.2 : แวะอ่านทอล์กกันนิดนึงเด้อออ  
คำเตือน: ตอนนี้เมากว่าตอนอื่นๆ ตั้งใจอ่านกันห่อยนะคะ Y^Y 50%แรกสั้นอะเกน 







'โชคัง'
06





At the same time, I wanna hug you

I wanna wrap my hands around your neck

You're an x but I love you

And you make me so mad I ask myself

True love - Pink





             ไม่เห็น..ไม่เห็นอะไรเลยสักนิด




              ซองอูรู้ว่าเขารู้สึกตัว และเขาเองกำลังลืมตาอยู่ แต่ให้ตายเถอะ..มันมองไม่เห็นอะไรเลย ไม่เห็นอะไรเลยจริงๆ เขาสัมผัสได้เพียงกลิ่นสาปคล้ายกลิ่นดินฉุนแตะจมูกเท่านั้น ความเจ็บแสบของเชือกที่รัดที่ข้อมือกับรอยแผลบนใบหน้าก็ยังมีอยู่ไม่หาย ถ้าขืนเขายังมองอะไรไม่เห็นอยู่อย่างนี้มีหวังไม่รอดแน่






              องซองอูมาที่นี่ได้ยัง? .. เขาสลบไปตอนไหน แม้แต่ตอนนี้เขาเองก็ยังให้คำตอบตัวเองไม่ได้..




              คิดว่าการสุ่มคลำหาทางเผื่อจะเจอลูกบิดคงไม่ใช่เรื่องที่สมควรทำในห้องที่มืดมิดขนาดนี้ แต่จะให้นั่งอยู่เฉยๆรอชะตากรรมชีวิตอย่างเดียวดายซองอูคงทำไม่ได้ พลันเสียงย่างเท้าของใครบางคนก็เข้ามาใกล้





              มันเปิดประตูเบาๆ เบามากจนประตูขึ้นสนิมแทบไม่ส่งเสียงใดใดออกมา




              แม้แต่แสงข้างนอกก็ยังสลัว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมห้องที่ชายหนุ่มอยู่ถึงมืดมิดขนาดนี้ คนที่เข้ามาเป็นผู้ชาย เพราะว่าแสงที่มีอยู่มันน้อยมากแต่ก็ใช่ว่าซองอูจะมองไม่เห็นมัน




              ปั่ก


              มันดีดนิ้วหนึ่งทีเหมือนส่งสัญญาณอะไรสักอย่าง ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นไฟในห้องที่เขาอยู่ก็สว่างขึ้น




              ซองอูกระพริบตาเพื่อปรับโฟกัสกับภาพตรงหน้า บอกตรงๆว่าตอนนี้แทบไม่รู้สึกอะไรแล้ว มันชาไปหมดราวกับว่ามีใครมาดึงอวัยวะเล็กๆตรงอกข้างซ้ายที่เรียกว่าหัวใจของเขาไป




              ดึงออกไปแล้วเหยียบซ้ำ..




              มันคงไม่แปลกอะไรหรอกใช่ไหม? หากว่าซองอูจะไม่รู้สึกกับอะไรที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตของเขาต่อจากนี้อีกแล้ว มันคงไม่แปลกใช่ไหม? หากเสี้ยวหนึ่งในความคิดของเขาที่ผุดขึ้นมา คือตายน่าจะเจ็บปวดน้อยกว่าการอยู่




              ซองอูคิดว่าตอนนี้เขาก็ไม่ต่างอะไรกับตายทั้งเป็นแล้ว




              “ดูไม่จืดเลยว่ะ” ไอ้หน้าโหดพูดด้วยสายตาเรียบนิ่ง ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมา องซองอูไม่รู้จักเขา..ไม่รู้ว่าเขาคือใครและต้องการอะไร ทั้งด้านซ้ายและขวาของเขามีบอดี้การ์ดราวห้าถึงหกคน..คงไม่ใช่แค่ลูกน้องมันแน่ๆ




              ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นหัวหน้ามันเลยก็ได้



              รอยสักเสือขาวที่หลังแขน..คังดงโฮ



              “ต้องการอะไร” ในเมื่อมันเลือกที่จะไม่แสดงสีหน้า ซองอูเองก็เลือกที่จะทำแบบนั้นได้เหมือนกัน เขารู้ว่าสิ่งที่คนพวกนี้เกลียดที่สุดคือการท้าทาย และใช่..อะไรที่มันเกลียด เขาก็จะทำ




              “ต้องการอะไร? ถามฉันว่าฉันต้องการอะไร?”




              “เออ” คังดงโฮย้อนถาม เขาทำหน้าเหมือนว่ากลั้นขำแล้วหัวเราะออกมาราวกับว่าตลกเสียเต็มประดา หึ ไม่เห็นมีอะไรน่าตลกเลยสักนิด..




              “ฮ่าๆ พวกมึงดูมันถามดิ่ ฮ่าๆๆ”




              “...”




              “ถามกูใช่ไหม? ว่ากูต้องการอะไร” มันหยุดหัวเราะ แววตาจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดเนื้อก่อนที่มือหยาบกร้านคู่นั้นจะบีบเข้าที่คางของซองอูจนรู้สึกปวด




               “...” มันไม่ได้พูดอะไรต่อเขาเองก็ด้วย มันมองเข้ามาในแววตาของเขาเหมือนต้องการจะค้นหาอะไรสักอย่าง และแน่นอนว่าองซองอูจะไม่หลบตามัน




               บนโลกนี้คงไม่มีใครที่ทำให้ซองอูรู้สึกเกรงกลัวได้เท่านายน้อยอีกแล้ว




               “หึ..ชอบว่ะ” พูดจบมันก็ผลักหน้าของเขาออกอย่างแรง แสยะยิ้มเหมือนคนโรคจิตที่มีความสุขเวลาเห็นคนอื่นเจ็บปวด “แบบนี้สิ..ถึงสมกับเป็นคนของโชคัง”




               “งั้น..เมื่อไรจะรู้สักที”




               “หือ?”




               “ฉันบอกว่า..เมื่อไรแกจะรู้สักที”




               “...”




               “ว่าแกน่ะ..ไม่มีทางล้มโชคังได้..” ไม่มีทางเลยสักนิด..ทั้งจิตใจ อำนาจและความคิด .. เทียบนายท่านไม่ติดเลยสักนิด




               แม้แต่นายน้อย..คนพวกนี้ก็เทียบไม่ติดเลย




                หึ...ฮ่าๆๆๆๆ ไอเหี้ยเอ๊ย! ชอบชิบหายเลยว่ะ” ซองอูถอนหายใจ มองไปรอบๆตัวนอกจากผนังห้องทึบๆกับลูกน้องของคังดงโฮที่หน้าตาไม่ต่างอะไรกับผู้ร้ายฆ่าข่มขืนแหกคุกที่ยืนจ้องเขาอยู่ก็ไม่มีอะไรอีกเลย ห้องมันทึบมากเสียจนไม้รู้ว่าจะหาทางออกตรงไหนดี




                “จับฉันมา..ทำไม” ดงโฮยักไหล่กระตุกยิ้มมุมปากพร้อมกับเดินไปนั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่งตรงมุมห้อง สองมือล้วงเข้าไปในกระเป๋า หยิบมาโบโล่สีดำออกมาจุดจนควันคละคลุ้งไปทั่วห้อง




                “เป็นคำถามที่ดี”




                “...”




                “แต่มึงก็ได้ยินแล้วนิ่..ที่เจ้านายมึงพูด”




                “...”




                “กูจะเอามึง...มาทำอะไรก็ได้” นายใหญ่ของเสือขาวฉีกยิ้มกว้าง ซองอูขบกรามแน่นจนรู้สึกเจ็บไปหมด รังเกียจก็รังเกียจ แค้นใจก็แค้นใจ แต่มันทำอะไรไม่ได้เพราะที่มันพูดล้วนแล้วแต่เป็นความจริง..




                “..ผู้หญิงคนนั้น”




                “อือหึ๊”




                “น้องสาวของแก..”




                “หูยยยย รู้ด้วยว่ะ เก่งๆ ปรบมือๆ เห้ย! ปรบมือดิ่วะพวกมึง” คังดงโฮฉีกยื้มกว้างพร้อมกับตะโกนให้ลูกน้องของตนปรบมือไปพร้อมกันราวกับคนไร้สติ บอกตรงๆว่าตั้งแต่นายน้อยเข้ามาควบคุมโชคังเขาเองก็ไม่ค่อยมีสิทธิ์ในการล่วงรู้ข้อมูลเท่าไรนัก ปกติซองอูไม่เคยพลาดท่าให้พวกหน้าไหนมาก่อนจนกระทั่งวันนี้ ที่รู้ว่าเธอคนนั้นเป็นน้องสาวของคังดงโฮเพราะใบหน้าที่คล้ายคลึงกันเกินกว่าจะเป็นคนอื่น แต่เขาก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเพราะอะไร..เพราะอะไรนายน้อยถึงไม่เลือกเขา




                ก็เพราะเขาเกลียดมึงไงซองอู ถามอะไรบ่อยๆวะ เหอะ





                “ชอบสายตามึงว่ะ หึๆ”




                “...”




                “นี่..จะบอกอะไรให้เอาบุญนะองซองอู” สองขาแข็งแรงหยัดตัวขึ้น มันยกมือที่ถือมวนบุหรี่ขึ้นสูบเข้าเต็มปอดก่อนจะโยนทิ้งพร้อมกับขยี้จนไฟดับมอด สองเท้าย่างเข้ามาใกล้จนกลิ่นมิ้นท์อ่อนๆตีเข้าจมูก “กูเสียเวลากับคนของพวกมึงไปมากเลยนะรู้ไหม” คังดงโฮย่อตัวลง ปลายนิ้วมือหยาบกร้านเชยคางซองอูที่ก้มหน้าอยู่ให้เงยขึ้น หึ แววตาแข็งกระด้างชิบหาย สมแล้วจริงๆที่เป็นคนของโชคัง




                “คังอึยจินเป็นเหมือนกำแพง..กำแพงเหล็กสูงยี่สิบฟุตที่ยากจะก้าวข้ามและยากจะเจาะทะลุ”




                “...”




                “แต่ไม่ว่ามันจะแข็งแกร่งเพียงใด หากได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์ ก็ต้องมีสักเรื่องหนึ่งที่อ่อนแอน่ะ จริงไหม?” มันหยั่งเชิงถาม ปลายนิ้วหยาบกร้านยังคงลูบไล้ไปมาไม่หยุดจนซองอูรู้สึกจะอ้วกกับสัมผัสที่ได้รับ




                “...”




                “ในตอนแรก กูคิดว่าจุดอ่อนของมันคือมงกุฎเพชรของโชคัง...วางแผนกันอยู่นานมาก เลยนะมึงรู้ไหม? ทั้งคิดสารพัดแผนว่าจะทำให้ยังไงให้ราชสีห์รู้สึกเจ็บปวดกับการโดนมดตัวเล็กๆตัวเดียวกัดโดยที่มันระบุไม่ได้ว่าเป็นมดตัวไหน..แต่พอทำจริงๆมันกลับง่ายกว่าที่คิด แบบว่า..โป้ง”




                 “แก..” ร่างบางกัดฟันกรอด มงกุฎเพชร..เป็นชื่อเรียกคนรักของนายใหญ่ตระกูลคัง และใช่ เธอคนนั้นคือนายหญิง




                คือแม่ของคังแดเนียล




                “จุ๊ๆๆ อย่าก้าวร้าวสิเด็กดี” เขาสะบัดหน้าหนีการลุกล้ำของไอ้คนน่ารังเกียจตรงหน้า พูดตรงๆว่าแค่มองหน้าเฉยๆซองอูก็แทบจะสำลอกทุกอย่างออกมาแล้วพอรู้ว่าไอ้เลวตรงหน้านี่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง   



            

                “แล้วพอมันง่ายขนาดนี้..มันก็ทำให้กูรู้ว่าจุดอ่อนที่แท้จริงของคังอึยจินไม่ใช่มงกุฎเพชร”




               “...”




               “แต่เป็นนายน้อยของมึง...ทายาทโชคังที่ถ้าปล่อยไว้ก็จะกลายเป็นเสี้ยนหนามพวกกูอีกในอนาคต ยิ่งพอรู้ว่ามันยิ่งโตก็ยิ่งเก่งขึ้น แข็งแกร่งขึ้นมันก็ยิ่งทำให้พวกกูไม่สบายใจเอาม๊ากมาก”




               “...”




              “กูพยายามหาวิถีทางกำจัดมัน.. แล้วพอวันหนึ่งกูก็ได้รู้ข่าวที่มันจะไปเรียนต่างประเทศแล้วก็ โป๊ะเช๊ะ! เข้าล็อคสุดๆ..เพราะน้องสาวสุดที่รักของกูก็อายุเท่าๆกับมัน”




              “...”




              “มึงอาจจะคิดว่า เอ๊~ มันเสี่ยงเกินไปหรือเปล่าน้าที่กูกล้าเอาน้องสาวไปเสี่ยงแล้วยังต้องใช้เวลานานน๊านนาน แต่ว่านะ...มึงก็เห็นชัดแล้วนิ่ว่าผลลัพธ์ที่ได้มันคุ้มค่าขนาดไหน”




              “...”




              “ชื่นชมให้กับความชาญฉลาดของกูหน่อยสิ ตอนนั้นกูเพิ่งสิบเจ็ดเองนะ”




              “หึ..ทุเรศดีจริงๆ”




              “...”




              “แผนของแก..แผนตื้นๆขนาดนี้คิดว่าพวกฉันไม่รู้เลยจริงๆงั้นเหรอ?”




              “ถึงจะรู้มึงก็ใช้เวลาถึงสิบสองปีองซองอู หรือมึงจะปฎิเสธ หืม?”




              “...” ซองอูกัดฟันกรอด เขามองไอ้โรคจิตที่หยัดตัวขึ้นทั้งที่แววตาของเราไม่ได้ละออกจากกันเลย มันอมยิ้มในขณะที่ถ้าหากสามารถลุกขึ้นไปบีบคอมันได้ซองอูคงทำไปแล้ว




              “มึงได้รับเมล็ดพันธุ์ชนิดหนึ่งมา มึงไม่มีทางรู้ว่าเมล็ดพันธุ์ที่อยู่ในมือของมึงจะเป็นต้นไม้ชนิดไหนดอกไม้ชนิดไหน บางที..ต้นไม้ที่มึงรักและดูแลอย่างดีอาจจะเป็นต้นไม้ที่มีหนามแหลมคมที่สุดในโลกก็ได้ใครจะไปรู้”




              “...”




              “ฝังความรู้สึกยังไงล่ะซองอู..ง่ายดีนะ.. กับสภาพจิตใจของเด็กวัยสิบสองขวบที่เพิ่งผ่านการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่มา”




              “แก..”




              “โป้ง! มงกุฎเพชร แล้วก็ โป้ง!...




              “...”




              “มึงไง




              “..แกพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ” ไม่เข้าใจเลยสักนิด คำพูดที่แฝงความนัยกับสายตาที่ยากจะอ่านออกนั่นก็ไม่ได้ช่วยให้เข้าใจอะไรได้ง่ายๆเลย




              “ก็..อยากรู้เหรอ?”




              “...”




              “ของฟรีมันไม่มีในโลกรู้ใช่หรือเปล่า? เห้ย! จองชาน”




              “เคยเอาผู้ชายปะวะ?” ลมหายใจของเขาสะดุดกึกหลังจากที่ไอ้คังดงโฮพูดจบ สองมือของเขาเย็นเฉียบทันทีที่มองไปรอบๆตัวแล้วเห็นใบหน้าๆทุเรศๆของลูกน้องมันที่มองมา




              “คิดจะทำอะไร..”




              “...”




              “เสียดายว่ะ..”




              “...”




              “ผิวพรรณดีขนาดนี้...ไอ้อึยจินคงเลี้ยงดูมึงมาดีมากๆ”




              “หุบปากเน่าๆของแกไปซะคังดงโฮ”




              “หึย! มึงนี่มันน่ารักดีจริงๆว่ะ! ถ้าไม่ติดที่กูไม่มีรสนิยมชอบเพศเดียวกันนะ ป่านนี้มึงไม่รอดแล้ว!




              “ไอ้โรคจิต!




              “ฮ่าๆๆ คิดว่าอะไรในตัวมึงที่มีค่าบ้างล่ะองซองอู?”




              “...”




              “ถามจริงๆว่าที่ยืนปากดีปาวๆโดยที่ยังไม่ได้ไปเฝ้ายมบาลอยู่เนี่ย...มีอะไรมีค่าที่ติดตัวมึงมาบ้าง”




             “...”




             “เพราะว่ามันไม่มีไง...”




             “...”




             “ก็คงต้องใช้ตัวแลกกันหน่อย...อย่างน้อยก็ขัดดอกให้ลูกน้องกูได้นิดนึงเนอะ ฮ่าๆๆๆ




             “เห้ย! ออกไปนะ!! มึง!! ไอ้เลว!! ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรวะ!!




             “เขาเรียกว่า..แลกเปลี่ยนยังไงล่ะ ฮ่าๆๆๆ”




             “ไอ้..ทุเรศ ไอ้ ไอ้เลว ไอ้ระยำเอ๊ย! ไอชั่ว!! ไอ้—อื้อ!” ฝ่ามือแข็งกระด้างของคังดงโฮรวบปิดปากองซองอูอย่างรุนแรงแจนเสียงตะโกนแผดร้องของเขาแทบไม่เล็ดรอดออกมา ซองอูดิ้นพล่านพยายามใช้สองมือที่เป็นอิสระดึงรั้งแขนของไอ้เลวนี่ออกแต่ก็เปล่าประโยชน์ในเมื่อแรงของเขาก็ไม่อาจสู้บรรดาลูกน้องของมันได้ ซองอูมองแผ่นหลังคังดงโฮที่ค่อยๆเดินออกไปด้วยความคับแค้นหัวใจ




               ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจมากนักแต่เพียงแค่ซองอูรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในโชคังตลอดมามีไอ้ปลวกตัวเล็กๆคอยกัดกินและอยู่เบื้องหลังมาโดยตลอด




                เขาก็อยากฆ่าคังดงโฮให้ตายทั้งเป็นด้วยมือเปล่าแล้ว





               “เห้ย! พวกมึง! ตามสบายนะเว้ย!




               “จะทำอะไรวะ!” ซองอูมองรอบตัวเลิ่กลั่ก ..ทางออก ไม่มี..ไม่มีเลย มันมืดมิดไปหมด หน้าตาของไอ้พวกเลวที่เดินเข้าหาเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับปีศาจในนรกเลยสักนิด




               เขากำลังหวาดกลัว..หวาดกลัวกว่าครั้งไหนๆ




               รังเกียจ รังเกียจเหลือเกิน




               “หึหึ ไอ้พวกหน้าตาดีดีมันต้องเจออย่างงี้นี่แหละ//ฮ่าๆๆๆ”




               “เห้ย!! จะทำอะไรวะ!” สองมือของเขาปัดป่ายไปมาผลักไสมือสกปรกๆที่ยื่นมาล่วงเกินเขาออก พยายามถอยหลังออกห่างแต่ไอ้พวกชั่วนี่ก็อยู่ทุกที่ ไม่มี ไม่มีทางออกเลย




               บ้า คังดงโฮต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ การจับซองอูมาทารุณกรรมมันไม่มีผลประโยชน์อะไรต่อตัวมันเลยสักนิด แล้วทำไมล่ะ?




               “ไอ้! ปล่อยนะเว้ย!! ดงโฮ คังดงโฮ!! ทำแบบนี้มันไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยนะ!




               “หืมมม? ไม่ได้ประโยชน์อะไรล่ะ” มันพูดพร้อมกับพิงแผ่นหลังบนกรอบประตู ซองอูใช้แรงที่มีทั้งหมดผลักไอ้พวกเวรนี่ออก สองขารีบวิ่งเข้าหานายใหญ่ของพวกมันแต่ก็ไม่ทัน..เขาโดนกระชากกลับมาอีกครั้ง




               “ปล่อยนะเว้ย ไอ้เลว!! แล้วมันทำไมวะ จับกูมาทำแบบนี้ทำไม!!




               “ก็เพราะมึงมีประโยชน์ไง!! หุบปากแล้วชดใช้กรรมไปซะ!!




               “อื้อ! อ่อย!! ไอ้เวรคนหนึ่งปิดปากของเขา กระชากซองอูให้ล้มลงอย่างไม่ใยดี เขาพยายามวิ่งหนี ทำได้ยังไง? คังดงโฮทำเรื่องแบบนี้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มได้ยังไง? ต้องจิตใจอำมหิตขนาดไหนกัน ... ขยะแขยงเหลือเกิน




               “ปล่อยดิ่วะ! ไอ้เลวเอ๊ย!! สู้ไม่ได้เลย .. ขนาดนายน้อยแค่คนเดียวองซองอูยังไม่สามารถต่อกรได้นับประสาอะไรกับผู้ชายตัวใหญ่ๆสี่ห้าคน เขาโดนผลักจนล้มลงไปกองกับพื้นแข็งๆอีกครั้ง สองมือและสองขาถูกตรึงไว้ทันทีที่พลาดท่า พอรู้สึกว่าตัวเองหมดสิ้นหนทางน้ำตาเจ้ากรรมก็คลออยู่เต็มหน่วย




               โถ่เว๊ย!! อ่อนแออีกแล้ว! ฝ่ามือมากกว่าสี่คู่ที่ปัดป่ายอยู่บนร่างกายมันทำให้เขารู้สึกจะอ้วก หากสามารถกัดลิ้นตายตรงนี้ได้เขาคงทำไปแล้ว




              ทั้งที่ชีวิตตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากขนาดนี้..ทั้งที่..ทั้งที่มันเลวร้ายขนาดนี้ แต่ใบหน้าของคนเพียงคนเดียวที่ซองอูคิดถึง




              คือนายน้อยคังแดเนียล



              คนที่เป็นต้นเหตุให้ซองอูต้องมาอยู่ที่นี่ ต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้..



              คนที่ดึงหัวใจของซองอูออกไปแล้วเหยียบย่ำมันจนแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี





              คนที่ซองอูรัก




              ฮือออ ปล่อยนะเว้ย! ฮึก.. เอามือสกปรกๆของพวกมึงออกไป ไอ้เลวเอ๊ย!!




               “เห้ย! ขาวชิบหายเลยว่ะ! // ร้องเลยๆ ฮ่าๆๆๆๆ”




              “ฮือออ ออกไป!” ไม่ไหวแล้ว มันน่ารังเกียจไปหมด มือหยาบกร้านที่สอดเข้ามาภายเสื้อเชิ้ตที่ยังไม่แห้งสนิทดี มันน่ากลัวและเหน็บหนาว มันหนาวลึกไปจนถึงหัวใจ หนาวมากจนร่างกายที่พยายามดิ้นพล่านเอาตัวรอดอ่อนแรงลง




               ขอแค่ได้เจอหน้าแดเนียลอีกสักครั้ง คือคำขอขององซองอูเมื่อสิบสองปีที่แล้ว...และตอนนี้มันก็สำเร็จแล้ว




               และถ้าหากว่าซองอูจะต้องตายในวันนี้...มันก็น่าจะดีแล้วล่ะ


               เป็นการตายที่ยังรู้ว่าแดเนียลมีชีวิตที่สุขสบาย



               เป็นการตาย..ที่แดเนียลเลือกมันให้กับเขาเอง



               ดีแล้ว..มันดีแล้วซองอู  





               “แดเนียล ฮือ..ฮึก แดเนียล”

 

 

 






               “ฮือออ ปล่อยนะเว้ย! ฮึก.. เอามือสกปรกๆของพวกมึงออกไป ไอ้เลวเอ๊ย!!




               “นายน้อยครับ”




               “หือ?”




               “คือ..ผมว่า..” ไอน้ำจากลมหายใจที่เป่ารดกระจกเกิดฝ้าจางๆขนาดเล็ก หายใจออกและมันก็ขึ้นฝ้า และหายใจออก มันก็ยังคงขึ้นฝ้าเหมือนเดิม




               ผมเหลือบมองไปยังเงาสะท้อนด้านหลังของหน้าต่างรถ เห็นลูกน้องคนสนิทมองตรงมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก็พาลทำให้อยากถอนหายใจอีกสักหลายๆที...สอนไปตั้งกี่ครั้งทำไมไม่คิดจะจำเลยดงกอนนา..




              “นายน้อยครับ..ผมว่า”




              “เดี๋ยวก่อนดงก—“




             “แดเนียล ฮือ..ฮึก แดเนียล”




             “...”




             “...” ผมนิ่งชะงัก เสียงที่ออกมาจากเครื่องดักฟังเป็นเสียงแหบพร่าราวกับคนใกล้จะหมดเรี่ยวแรงเต็มทน ได้ยินเสียงหัวเราะร่วนตามมาไม่กี่ทีผมจึงตัดสินใจปิดอุปกรณ์ทุกอย่างในรถพร้อมกับจัดสูทให้เข้าที่




              เหลือบมองดงกอนที่ยืนจ้องอยู่ราวกับรู้งานอยู่แล้ว เราพยักหน้าให้กันก่อนที่ผมจะดึงวิทยุสื่อสารออกมาจากกระเป๋





              คงได้เวลาแล้วสินะ




               “อื้อ! อ่อย!




               “ชู่ว..มันยังไม่ใช่คิวของเธอที่รัก” ผมอมยิ้มมองแววตาสวยคมคายที่จ้องมาราวกับจะฆ่าแกงกันให้ตายไปข้างให้ได้ คังชินอาคือต้นแบบของคำว่าสวยใสแต่ไร้สมองอย่างสมบูรณ์แบบ




               และใช่..พี่ชายของหล่อนเองก็ไม่ได้ต่างกันนัก




               ผมเดินลงมาจากรถคันหรู ก้าวผ่นเศษซากสวะที่ไอ้ดงโอมั่นใจเหลือเกินว่าเป็นมือดีระดับพระกาฬของมันอย่างนึกเห็นใจที่มันหาได้ดีสุดแค่นี้ เห้อออ ไม่สนุกเอาเสียเลย




               “ออลเคลียร์ครับ” ผมพยักหน้าให้กับคำรายงานของดงกอนก่อนจะเดินล้วงกระเป๋าเข้ามายังตัวโกดังขนาดใหญ่ของบริษัท ‘HM Group’ ชื่อคุ้นๆไหม? อ้ะ ปล่อยให้เดากันไปก่อนละกันนะ จะได้สนุกๆไง ^_^




               “ห้องนี้ครับนายน้อย”




               “อือ..เปิดเลย”




               “ครับ”




               “เดี๋ยวดงกอน”




               “...”




              “ระวัง”




              “ครับ..”




              “อย่าให้..โดนซองอูโดยเด็ดขาด”




              “...”




             “ที่เหลือ..Up to you : )”




               ปัง!




             “Hey...






              The show must go on right? ^_^

 

 

 



50%

         






              พี่ซองอูแปลกไป..แปลกไปมากๆเลย

 

 

             ก็พอจะรู้ว่าเขาเป็นคนที่ขยันและตั้งใจอยู่เสมอ พี่ซองอูเคยบอกผมว่าความใฝ่ฝันสูงสุดในชีวิตของเขาคือการทำให้พ่อภาคภูมิใจ แม้ว่าผมจะคอยบอกเขาอยู่เสมอว่ามันไม่เป็นไรหรอก สิ่งที่พี่กำลังทำอยู่ทุกวันนี้มันก็มากเกินกว่าเด็กผู้ชายคนหนึ่งพึงจะทำในวัยนี้แล้ว

 

 

             พี่ซองอูเพิ่งสิบหกเองนะ โอเค..มันอาจจะเป็นเรื่องที่เข้าใจยากไปสักหน่อยสำหรับเด็กอายุสิบเอ็ดอย่างผม และไม่ใช่ว่าผมไม่พยายามจะเข้าใจมันนะ ผมไม่เคยห้ามพี่ซองอูแม้ว่าจะงอแงไปบ้าง ผมรู้ว่าผมก็เห็นแก่ตัวที่คอยทำลายสมาธิพี่เขาอยู่เสมอตอนที่พี่เขาตั้งใจทำงาน แต่นั่นก็เพราะผมไม่อยากให้พี่เขาต้องมาจมอยู่กับอะไรที่ไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองควรทำนี่

 

 

 

 

              พี่ซองอูควรมีช่วงวัยเด็กที่เป็นวัยเด็กจริงๆสิ

 

 

 

              ผมไม่รู้หรอกว่าพี่ซองอูผ่านความเจ็บปวดมามากมายแค่ไหนและผมคงจะเข้าใจมันได้ยากด้วยตราบใดที่ผมไม่ได้โดนเองมันก็เป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจ แต่ถึงแม้ว่าผมจะไม่เข้าใจผมก็อยากเป็นกำลังใจให้พี่เขาอยู่ตรงนี้ พี่ซองอูผ่านช่วงเวลาเลวร้ายมามากแล้ว ควรจะมีความสุขสักครั้งก็ไม่ได้เหรอ?

 

 

 

              แค่วัยเด็กที่พี่เขาสมควรได้รับก็ยังไม่ได้เหรอ?

 

 

 

              ผมเกลียดพ่อ..แม่และพี่ซองอูคอยบอกผมอยู่เสมอว่าที่พ่อทำทุกวันนี้ก็เพื่อผม เพราะผม พ่อรักผม..แต่ผมว่ามันไม่ใช่ และผมไม่พยายามที่จะเข้าใจมันด้วย สิ่งที่พ่อกำลังทำอยู่มันก็เพื่อตัวเองทั้งนั้น เอาแต่ทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ แม้จะอยู่บ้านเดียวกันจำนวนครั้งที่เจอหน้ากันก็ยังนับได้เลย แถมยังไม่เคยพอใจอะไรในตัวผมเลยสักนิด

 

 

 

             หวังดี? กล้าพูดได้ยังไงว่านี่คือความหวังดีทั้งที่แม้แต่คำพูดให้กำลังใจกันสักคำยังไม่เคยมีให้

 

 

 

              ทั้งที่บอกว่ารักพี่ซองอูเหมือนลูกแท้ๆแต่ก็ใช้งานหนักไม่ต่างอะไรกับเครื่องจักร

 

 

 

             แค่นี้ยังทำไม่ได้ แล้วผมจะรักคนพรรค์นี้ไปเพื่ออะไร

 

 

 

            แต่พักหลังมานี้..พี่ซองอูแปลกไปจริงๆ หลังจากวันเกิดอายุครบสิบเอ็ดปีของผมพี่ซองอูก็เริ่มห่างเหินมากขึ้น ทำงานหนักมากขึ้น แล้วก็มีเวลาให้ผมน้อยลง ย้ายที่ทำงานจากที่บ้านไปที่บริษัท...แถมยังสนิทกับพี่มินฮยอนมากๆ

 

 

 

 

             เหมือนเดิมที่ผมรู้ตัวว่าตัวเองเห็นแก่ตัว..แต่ผมไม่ชอบพี่มินฮยอน

 

 

 

             พี่มินฮยอนเป็นเพื่อนสนิทที่น่าจะเป็นคนแรกและคนเดียวของพี่ซองอู ตอนเด็กๆเราเคยวิ่งเล่นด้วยกันอยู่บ่อยครั้งแต่พอโตขึ้นเราก็เริ่มห่างกันมากขึ้น..พอโตขึ้น ความรู้สึกของเราก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน

 

 

 

             ช่วงนี้พี่มินฮยอนมาที่บ้านบ่อยๆเหมือนเมื่อก่อนแต่เราแทบไม่ได้คุยกันเลยด้วยซ้ำ และถ้าเลือกได้ผมเองก็ไม่อยากคุย...ผมไม่ชอบสายตาของพี่มินฮยอนเลย ไม่รู้ว่าพอเราโตขึ้นแล้วมันจะทำให้อารมณ์ของเราร้อนขึ้นหรือเปล่า แต่ผมรู้สึกว่ามันเกิดขึ้นกับผม

 

 

 

              ก็สายตาของพี่มินฮยอนที่มองพี่ซองอู...มันไม่ต่างอะไรกับสายตาที่ผมมองพี่ซองอูเลยสักนิด

 

 

              คุณคงไม่รู้หรอกว่ามันเป็นเรื่องยากแค่ไหนสำหรับเด็กอายุสิบเอ็ดขวบที่ต้องค้นหาคำตอบให้กับคำถามที่ตัวเองไม่เข้าใจ

 

 

              ผมรู้ว่ามันรู้สึกยังไง มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครเพียงแต่ผมแค่ไม่เข้าใจมันเท่านั้นว่ามันคือความรู้สึกอะไร ผมรักแม่มากเลยนะ รักป้านม แล้วก็รักพี่ซองอูมากเลยด้วย

 

 

              แปลกเหลือเกินที่ผมรู้ว่าตัวเองรักพี่เขา..แต่ผมกลับไม่รู้ว่าความแตกต่างที่เกิดขึ้นแค่กับพี่ซองอูมันคืออะไร มันเป็นความแตกต่างที่ผมไม่รู้สึกเกลียดมันหนำซ้ำยังชอบใจที่ตัวเองมีความรู้สึกแบบนี้ แต่ผมก็ยังให้คำตอบมันไม่ได้

 

 

              ผมค้นหามันอยู่นาน..นานมากเลยล่ะ ทุกครั้งที่พยายามหาคำตอบก็นึกน้อยใจตัวเองว่าทำไมถึงได้อายุแค่นี้...แค่คิดว่าถ้าหากผมอายุมากกว่านี้..ผมจะเข้าใจมันขึ้นมาบ้างหรือเปล่านะ?

 

 

 

              แต่แล้ววันหนึ่งพี่ซองอูก็ทำให้ผมเข้าใจ..

 

 

              วันนั้นเป็นวันที่ฝนตก..มันไม่ได้หนักมาก มันเป็นหยาดฝนที่โปรยปรายลงมาคล้ายหยดน้ำค้าง ผมกลับบ้านมาด้วยหัวใจที่พองโต เพราะว่านั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตของผมที่ผมชนะการแข่งขันฟันดาบระดับประเทศ ผมจำได้ดีในตอนที่ตัวเองกำเหรียญทองเอาไว้แน่นพร้อมกับวิ่งเข้าบ้านโดยที่ไม่รอให้ใครเอาร่มมารับทั้งนั้น สิ่งแรกที่ผมจะทำคือการวิ่งไปที่ห้องของพี่ซองอู

 

 

 

              ว่างเปล่า..พี่ซองอูไม่ได้อยู่บนนั้น

 

 

              อะไรกัน..นี่มันวันเสาร์นะ

 

 

              ผมคิดว่าผมควรจะต้องถอดใจจริงๆแล้วเพราะไม่ว่าเดินไปที่ไหนก็ไม่เจอกับพี่ซองอูเลย

 

 

             “คุณไม่เข้าใจอะไรฉันเลย!!

 

 

             “ใครกันแน่ที่ไม่เข้าใจอะไรเลย!! เสียงโหวกเหวกโวยวายดังมาจากห้องห้องหนึ่งที่ผมคุ้นเคย ผมถอนหายใจโดยไม่คิดที่จะหยุดยืนฟังเลยสักนิด ตัดสินใจเดินผ่านอย่างรวดเร็วเพื่อจะได้ไม่ต้องฟังอะไรที่มันบั่นทอนจิตใจ

 

 

              เป็นแบบนี้ตลอด..ทั้งที่อยู่บ้านเดียวกันแต่แม้แต่การกินข้าวเย็นด้วยกันซึ่งเป็นเรื่องง่ายๆก็ไม่เคยเกิดขึ้น..ขนาดเรื่องง่ายๆแค่นี้ยังไม่เคยเกิด คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะทะเลาะกันบ่อยแค่ไหน

 

 

              “อยู่ทางนั้นค่ะ” ป้านมยังคงเป็นคนที่ผมรัก และเป็นนางฟ้าของผมอยู่เสมอ.. เธอชี้ไปยังนอกบ้าน พี่ซองอูนั่งหลบอยู่บนศาลากลางสวน ท่านั่งคุดคู้แบบนั้นคงกำลังอ่านหนังสืออยู่เป็นแน่

 

 

              “ทำไมมานั่งตรงนี้ครับ” ผมเอ่ยถาม สองมือหุบร่มสีใสพิงเสาของศาลาเอาไว้ พี่ซองอูเงยหน้าขึ้นจากตำรากฎหมาย ดวงตากลมโตที่ผมชอบมองเบิกกว้างเพียงชั่ววูบก่อนที่เขาจะหลบสายตาผมไป

 

 

 

              แปลก...แปลกอีกแล้ว

 

 

             “พี่ซองอู”

 

 

             “หืม” เขาส่งเสียมฮึมฮัมในลำคอ สายตาไม่ได้ละออกจากหนังสือในมือ แม้แต่การที่ผมทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเขา เขาก็ขยับออก จะให้ผมไม่คิดมาได้อย่างไร?

 

 

             “อ่านหนังสืออยู่เหรอครับ?”

 

 

             “อือ”

 

 

            “ว่างคุยหรือเปล่าครับ”  

 

 

            “...” ไม่รอให้พี่ซองอูตอบอะไรออกมา สองมือของผมล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วชูเหรียญทองที่สลักชื่อคังแดเนียลตัวใหญ่ๆเอาไว้ด้านล่างด้วยรอยยิ้มกว้าง แว๊บนึงที่ดวงตาของพี่ซองอูเปล่งประกาย มันสุกสกาวราวกับดาวบนท้องฟ้า เป็นดวงตาที่ผมปรารถนา...

 

 

 

             ความใฝ่ฝันของพี่ซองอูคือการทำให้พ่อมีความสุข..ส่วนความใฝ่ฝันของผม..

 

 

 

             คือการทำให้พี่ซองอูมีความสุข

 

 

             ทุกครั้งที่ผมทำมันได้ดี ใบหน้าน่ารักๆของพี่ซองอูก็จะสดใสยิ่งกว่าดอกไม้ที่ต้องแดดหลังฝนตก ผมไม่เคยมีแรงบันดาลใจอะไรในชีวิต ครอบครัวร่ำรวยจนไม่รู้ว่าอีกกี่ชาติกว่าจะใช้เงินที่มีทั้งหมดหมดดั่งที่คนอื่นใฝ่ฝันจะมีก็ไม่เคยทำให้ผมรู้สึกมีความสุขเลยสักนิด ชีวิตของผมเคว้างคว้างเหมือนฝุ่นละอองในอากาศ

 

 

 

              โลกของผมมันเป็นสีดำ..ต้นไม้ ดอกไม้ ผู้คน ล้วนแล้วแต่เป็นสีดำ..แล้ววันหนึ่งสีสันเพียงสีเดียวในโลกของผมก็ก้าวเข้ามาอยู่ในชีวิต เขาคือสีสันที่ผมพูดได้ไม่เต็มปาก

 

 

 

             เพราะเขาเป็นสีขาว

 

 

             พี่ซองอูใสสะอาดกว่าใครทั้งหมดที่ผมเคยพบเจอ เขาเป็นเหมือนดอกกุหลาบสีขาว เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยชอบ..แต่เพราะนั่นเป็นเขา ผมเลยชอบ

 

 

             ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายที่วันนี้มีวิทยากรคนหนึ่งมาบรรยายที่โรงเรียนของผม จริงๆแล้วมันน่าเบื่อมากๆ แต่มีอยู่ประโยคหนึ่งที่ผมฟังแล้วจำขึ้นใจ ..

 

 

              ถ้าใจเต้นแรงครั้งแรกคือตกใจ ครั้งที่สองคือโกรธ ครั้งที่สามคือตื่นเต้น ครั้งที่สี่คือร้องไห้ ครั้งที่ห้าคือดีใจ ครั้งที่หกคือความชอบ และถ้านับไม่ถ้วน..คือความรัก

 

 

 

             อืม..ผมคิดว่าผมคงจะมีความรักเข้าแล้วจริงๆ

 

 

 

            “เก่งแล้ว”

 

 

            “...” แต่ก็คงเป็นความรักที่..

 

 

            “...”

 

 

            “เงยหน้ามาคุยกันสักนิดไม่ได้เหรอครับ?”

 

 

            “...”

 

 

            “พี่ซองอู!

 

 

           “แดเนียล..อย่าก้าวร้าว” ผมอาจจะคิดอยู่เพียงแค่ฝ่ายเดียว...

 

 

          “แล้วพี่เป็นอะไรครับ?” ผมพยายามอ่อนลง วางหนังสือที่แย่งชิงมาจากอีกคนลงข้างตัวเบาๆ พี่ซองอูไม่ตอบมือขาวพยายามจะแย่งชิงกลับไปแต่ก็เปล่าประโยชน์ถ้าหากว่าผมไม่ยอมให้เสียอย่าง

 

 

           “แดน!

 

 

           “พี่ก็ตอบผมมาสิ!!

 

 

           “ไม่! พี่จะไม่ตอบอะไรทั้งนั้น!! มันไม่มากเกินไปหน่อยเหรอ? พี่ซองอูไม่เคยเป็นแบบนี้ ทำไม? ผมไม่เข้าใจ ทั้งที่ผม..ทั้งที่ในที่สุดผมก็รู้ใจตัวเองสักที..ทั้งที่ในที่สุดผมก็รู้สักทีว่าความรู้สึกที่ผมมีต่อพี่มันคืออะไร..

 

 

             ผมเริ่มไม่ไหวกับการกระทำที่แปลกประหลาดและดูเหมือนไม่ใช่พี่ซองอูนี้แล้ว ขอบคุณในความโตไวและมีพละกำลังมากของตัวเองที่สามารถทำให้การฉุดรั้งมือของผู้ชายคนหนึ่งเข้าหาตัวเองเป็นเรื่องง่ายดาย

 

 

              ผมไม่รู้ว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือผิด แต่ไม่ว่าผมจะตัดสินใจออกมาแบบไหน..ผมก็จะยอมรับทุกผลของการกระทำที่จะเกิดขึ้น

 

 

             “จะทำอะไร?” ผมวางมือขาวลงบนที่อกข้างซ้ายของตัวเอง หัวใจของผมมันเต้นเร็วแรงมากเพราะความรู้สึกโกรธเคืองในจิตใจ แต่ผมก็รู้ดีว่ามันมีความรู้สึกอื่นที่มากกว่านั้น ผมจ้องเข้าไปในดวงตาใสแจ๋วที่มองมาอย่างไม่เข้าใจ

 

             “รับรู้ถึงมันหรือเปล่าครับ?”

 

 

             “แดนกำลัง...โกรธ?”

 

 

             “ผมไม่ได้กำลังโกรธ” ผมตอบยิ้มๆ พี่ซองอูนิ่งชะงักไปพักใหญ่ๆก่อนสองมือเล็กจะพยายามฉุดรั้งออกไป “พี่ซองอูครับ..ผม”

 

 

             “หยุด! พี่จะไม่ฟังอะไรทั้งนั้น!!

 

 

            “แต่..พี่ต้องฟัง..

 

 

            “อย่าพูด! ห้ามพูดมันออกมา..แดนยังไม่เข้าใจหรอก แดนยังเด็ก” ผมยังเด็กหรือว่าพี่ไม่ต้องการจะรับรู้ความจริงกันแน่?

 

 

           “พี่ต้อง—“

 

 

           “ออกไป! พี่จะไม่คุยกับแดนแล้ว! ถ้าแดนไม่ไปเราก็ไม่ต้องมาคุยกันอีก! สองมือขาวพยายามดันหลังผมให้ออกห่างโดยไม่ลืมที่จะคว้าเอาร่มมายัดใส่มือของผมไว้ ผมขมวดคิ้ว..ใครก็ได้อธิบายที ผมไม่เข้าใจมันเลยสักนิด

 

 

          ผมตัดสินใจเลือกที่จะเดินออกมาโดยไม่พยายามเข้าไปตื๊อหรือทำให้พี่ซองอูรู้สึกไม่สบายใจ

 

 

          เขาผลักไส..นั่นก็แสดงว่าเขาไม่ต้องการ ..

 

 

 

          คิดว่าผมรู้สึกดีเหรอ? คิดว่าผมไม่โกรธเหรอ? มันตรงกันข้ามกันเลย ..

 

 

          ผมทั้งโกรธและไม่เข้าใจ..ผมไม่รู้ว่าการอกหักมันเจ็บขนาดไหนแต่ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนมีใครล้วงเข้ามาบีบหัวใจของผมเอาไว้โดยที่ไม่มีทีท่าเหมือนว่าจะคลายมันออกเลยสักนิด

 

 

 

           แต่ผมกลัว..กลัวมากว่าพี่ซองอูจะเกลียดผม

 

 

           ผมรู้ว่ามันยาก...ผมรู้ว่ามันเป็นความรู้สึกที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น แต่คนเราต้องซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองสิ! ถ้าขนาดกับตัวเองยังโกหกได้ แล้วจะเติบโตเป็นคนที่แข็งแกร่งได้อย่างไร?

 

 

 

           หรือมันจะเป็นแค่ความคิดของเด็กๆผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน

 

 

            ผมกลับเข้ามาในบ้าน เลือกที่จะยืนมองพี่ซองอูผ่านกระจกหน้าต่างในห้องของตัวเอง..อยากรู้เหลือเกินว่าพี่ซองอูจะเป็นอย่างไร จะกระวนกระวายและไม่สบายใจเหมือนกับผมไหม..

 

 

            และบอกแล้ว...ว่าทุกครั้งที่ไม่เข้าใจ พี่ซองอูจะทำให้ผมเข้าใจ

 

 

            ผมเข้าใจได้ทันที ในตอนที่ผู้ชายคนนั้นเดินเข้ามา..

 

 

            ผมเข้าใจได้ทันที ในตอนที่พี่ซองอูโผเข้ากอดเขา..

 

 

 

            และผมเข้าใจได้ทันที ในตอนที่ทั้งคู่กำลังจูบกัน..

 

 

 

            เข้าใจได้ในทันที..ว่าเหตุผลทุกอย่างที่ทำให้พี่ซองอูเปลี่ยนไปและเลือกที่จะผลักไสผม

 

 

 

 

            เพราะว่าเขารักฮวังมินฮยอน..รักคนที่ไม่ใช่คังแดเนียล

 

 

 

 

            ผมละสายตาตัวเองออกจากภาพตรงหน้า ตัดสินใจเดินออกจากห้องมาด้วยความรู้สึกที่เลื่อนลอย..ทำไมผมถึงรู้ตัวว่ารักในวันเดียวกับที่ผมอกหักด้วยนะ

 

 

           และมันไม่ใช่แค่รักธรรมดาด้วย..ผมไม่รู้ว่ามันเป็นความรักที่มากขนาดไหนเพราะความรู้สึกมันไม่มีหน่วยวัด แต่ผมรู้ว่ามันเจ็บปวดขนาดไหน..อาจจะเจ็บน้อยกว่าเอาปืนมายิงกลางหัวใจนิดนึงละมั้ง..

 

 

           ผมเหนื่อยจัง..เหนื่อยกับทุกสิ่งในชีวิต ผมอยากมีใครสักคนคอยอยู่เคียงข้าง คอยกอดผมยามที่ผมร้องไห้ ต่อให้ทั้งโลกนี้ไม่มีใครที่อยู่ข้างผมอีกแล้ว มีเพียงคนคนเดียวที่อยู่เคียงข้างผม นั่นมันก็เพียงพอแล้ว

 

 

            เคยคิดและเคยหวังว่ามันจะเป็นพี่ซองอู..แต่ผมก็คงทำได้ความหวัง..เพราะมันไม่มีทางเป็นจริงได้

 

 

 

            เคยเจอเรื่องอะไรที่มันอาฟเตอร์ช็อคหรือเปล่า?

 

 

           “นายน้อยคะ!! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!!

 

           “แม่แก..ประสบอุบัติเหตุ” เป็นครั้งแรกเลยที่ผมเข้าใจถึงคำว่าอาฟเตอร์ช็อค..ตอนนั้นผมจำได้ดีว่าไม่มีคำใดมาบรรยายความรู้สึกของผมได้...พ่อพูดทุกอย่างออกมาด้วยหน้าตาเรียบเฉย เรียบมากจนผมรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ

 

 

 

          ไม่นานก็มีสายโทรเข้ามาบอกว่าแม่ได้จากพวกเราไปแล้ว..ตลอดกาล

 

 

          มันเป็นความรู้สึกที่ผมบรรยายออกมาไม่ถูกจริงๆ วินาทีนั้นผมทำเพียงแค่ด่าพ่อด้วยถ้อยคำหยาบคายเพียงคำเดียว ผมรู้ว่าพ่อโกรธและผมจะไม่ห้ามถ้าหากพ่อจะเดินมาตี แต่ผมคงไม่อยู่รอให้เขาได้ทำมันหรอก

 

 

          ผมทำเพียงแค่หาห้องมืดๆห้องหนึ่ง ห้องที่ผมสามารถร้องไห้ได้อย่างอิสระโดยที่ไม่มีถ้อยคำเสียดสีว่าเป็นทายาทของโชคังแท้ๆทำไมถึงได้อ่อนแอขนาดนี้เข้ามาแตะหู

 

 

 

           คังแดเนียลในวัยสิบเอ็ดขวดไม่สามารถแยกแยะทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตออกจากกันได้ เวลาที่พ่อกับแม่ทะเลากันแม่มักจะเป็นคนที่เลือกจะขับรถออกไปในทุกๆครั้ง เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่แม่ประสบอุบัติเหตุแต่มันไม่ร้ายแรงมาก พี่ซองอูเลยตกลงกันกับผมว่าหากวันใดที่พ่อกับแม่ทะเลาะกันเราจะมาช่วยห้ามแม่ เพราะลำพังผมคงเดียวคงรั้งไว้ไม่อยู่

 

 

 

 

            ทุกอย่างมันเป็นความผิดพี่ซองอู..คังแดเนียลวัยสิบเอ็ดขวบคิดอย่างนั้น

 

 

            ที่พ่อกับแม่ทะเลาะกันนั่นเพราะแม่ของพี่ซองอูที่เป็นต้นเหตุ ถ้าพี่ซองอูไม่มัวแต่ไปอยู่กับแฟนของตัวเองและมาช่วยห้ามเรื่องพวกนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น ... และถ้าไม่ใช่พี่ซองอูแดเนียลก็คงไม่เจ็บปวดขนาดนี้

 

 

 

 

             แดเนียลเกลียดซองอู...ทุกอย่างเป็นเพราะซองอู เพราะแม่ของซองอู..

 

 

             ความมืดและความเงียบไม่เคยให้คำตอบอะไรได้เลย มีเพียงเสียงจากจิตใต้สำนึกเท่านั้นที่คอยพร่ำถามหาคำถามซึ่งไร้คนตอบ

 

 

             คุณไม่มีทางจินตนาการออกได้เลยว่าความรู้สึกของเด็กคนหนึ่งที่พานพบเรื่องเลวร้ายในชีวิตในวันวันเดียวจะรู้สึกอย่างไร..ทั้งที่คิดว่ามันเป็นวันที่ดี

 

 

             คงมีเพียงเสียงฝนกับความมืดที่คอยอยู่เคียงข้าง..เคียงข้างคนที่ไม่มีอะไรเลยแม้แต่คนที่รักเขา..เขาที่เป็นคังแดเนียลจริงๆ

 

 

 

 

 

 

            ซองอูสลบไป..เขาตื่นมาพร้อมกับความอุ่นและกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟ เขากระชับกอดตัวเองแน่น สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆจากผ้าที่ห่มตนเอง และมันช่างคล้ายคลึงกับใครบางคนเหลือเกิน

 

 

 

            นายน้อย..

 

 

 

            “นายน้อย!! ซองอูสะดุ้งตื่นด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง และเขามั่นใจมากว่าตัวเองมองไม่ผิด

 

 

 

           นี่มัน..เสื้อสูทของนายน้อย...และคนที่ขับรถอยู่ข้างๆของเขาก็คือนายน้อย!!

 

 

           นี่มันอะไรกัน? เขาจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูกแล้ว พระเจ้ากำลังเล่นตลกกับเขาอยู่อย่างนั้นเหรอ..เขาจำได้ว่าเหตุการณ์ก่อนที่เขาจะสลบคือ..เขากำลังจะโดนข่มขืน!!

 

 

            ว่าจบซองอูก็สังเกตรอบตัว เสื้อไหมพรมตัวใหญ่ที่เขาสวมใส่อยู่มาจากไหน? เสื้อสูทนี้..ของนายน้อย? แต่ว่า..นอกจากตามใบหน้าและลำตัวก็ไม่รู้สึกว่าเจ็บปวดอะไรตรงไหนเลย หรือแม้แต่ตรงนั้นก็ไม่รู้สึกว่าเจ็บ..เขารอดมาได้ยังไง?

 

 

            ซองอูรู้สึกได้ว่าช่วงนี้เขาอ่อนแอเกินไป ด้วยสภาพจิตใจที่พบเจอแต่เรื่องเลวร้ายมาตลอดหลายวันในช่วงนี้มันยิ่งพาลทำให้เขาไม่ทันได้คิดถึงเรื่องอื่นและระวังตัวเองให้มากกว่านี้ ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นความผิดเขา เขารู้ดี

 

 

             “ตกใจอะไรนักหนา?” ร่างบางชะงักกึก เขาตวัดสายตามองคนที่นั่งจับพวงมาลัยทำท่าสบายๆอยู่ข้างๆ..เพียงแค่มองหน้าแค่นี้ความรู้สึกหลายอย่างก็ตีรวนเข้ามาจุกที่อก เขาอยากจะอ้วก..อยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ

 

 

              ความรู้สึกหวาดกลัวและเจ็บปวดยังคงมีอยู่ มันไม่ได้ลดน้อยลงเลยสักนิด..หวาดกลัวเรื่องราวที่เกิดขึ้นและเจ็บปวด..เพราะนายน้อย

 

 

              “น้ำไหม?” มือหน้ายื่นขวดน้ำที่ใส่หลอดดูดเอาไว้มาให้เสร็จสรรพ เขาแสบคอนะ..แต่เลือกที่จะไม่ดื่มดีกว่า เพราะไม่ว่าอะไรที่มาจากนายน้อย...ซองอูก็ไม่อยากรับมันไว้ทั้งนั้น

 

 

              แดเนียลยักไหล่ เขาวางขวดน้ำลงในช่องข้างตัวก่อนจะหยิบมวนบุหรี่ขึ้นมาจุด ทำทีเป็นเหลือบมองกระจกมองข้างแต่จริงๆแล้วเขาก็แค่อยากรู้ว่าองซองอูเป็นอย่างไรบ้าง

 

 

              และเขาคงลืมข้อสำคัญข้อหนึ่งไป

 

 

 

              ซองอูเกลียดบุหรี่

 

 

 

              และถามว่าแดเนียลจะยอมดับมันเพื่อองซองอูไหม?

 

 

              ...ก็ดับสิ

 

 

             เอี๊ยด!!

 

 

             “จะร้องทำไม!!!

 

 

            “อย่า..ฮึก อย่ามาสนใจ อึ่ก ผม” แดเนียลถอนหายใจ เขาขยี้หัวตัวเองด้วยความรู้สึกยุ่งเหยิงภายในจิตใจ ไม่เข้าใจว่าจะร้องไห้ทำไม! ตื่นมาก็ร้องไห้! เป็นบ้าเหรอวะ!!

 

 

            กูเนี่ย! เป็นบ้าเหรอ! จะหยุดรถทำเหี้ยอะไร! จะใส่ใจทำไม! ทั้งที่คนที่ทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้...ก็คือมึงไม่ใช่เหรอวะ คังแดเนียล

 

 

           แดเนียลเลือกที่จะนั่งอยู่เงียบๆราวห้านาที คิดว่าองซองอูคงต้องการเวลาอยู่กับตัวเอง ทั้งที่เขาเองกำลังพยายามจะเข้าใจซองอูแท้ๆ แต่ไม่ว่าจะทำยังไงเขาก็ดูเหมือนไอ้เหี้ยคนหนึ่งที่จ้องจะทร้ายความรู้สึกของใครอีกคนให้แหลกละเอียดทุกครั้งที่เอ่ยปากพูดอยู่ดี

 

 

           แต่ต่อให้เงียบมันก็ไม่ดีขึ้น ไหล่บางที่มีเสื้อสูทของเขาคลุมอยู่นั้นสั่นสะท้านหนักกว่าเดิม แล้วนั่นมันยิ่งทำให้เขาหัวเสีย..

 

 

           ซองอูไม่รู้ว่าจะต้องจัดการกับตัวเองยังไงดี เขารู้ตัวว่าทำให้นายน้อยรู้สึกหัวเสียขึ้นมาแล้วแต่ก็ห้ามน้ำตาตัวเองไม่ให้ไหลไม่ได้ ตลอดชีวิตเขาไม่เคยอ่อนแอขนาดนี้ ไม่ว่าจะกับใคร องซองอูในสายตาของทุกคนไม่เคยมีภาพอย่างนี้ปรากฏตัวขึ้น แต่เพราะนายน้อย เพราะว่าคังแดเนียลกลับมา...คนที่มีอิทธิพลต่อหัวใจของเขามากที่สุดกลับมา นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมซองอูถึงได้อ่อนแอลงขนาดนี้

 

 

           อ่อนแอ..อ่อนแออีกแล้ว             

 

 

           ปัง!

 

           นายน้อยลงจากรถไปแล้ว ...และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นายน้อยจะทำอะไรเขาอีก เขาก็คิดว่ามันคงจะไม่เจ็บปวดอีกต่อไปแล้วล่ะ..คงไม่มีอะไรที่เจ็บปวดได้มากขนาดนี้อีกแล้ว

 

 

 

           ตายคงจะง่ายกว่าอยู่จริงๆ

 

 

 

           พลั่ก!

 

           นายน้อยเปิดประตูฝั่งของเขาออกอย่างแรง ซองอูสะดุ้งเฮือก ใบหน้าเย็นชาและหยิ่งยโสของนายน้อยประดับไปด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่นเหมือนทุกครั้งที่จะเข้ามาทำร้ายซองอู

 

 

           ใช่..มันคงไม่มีอะไรเจ็บปวดมากขนาดนี้อีกแล้ว

 

 

           ซองอูพร้อมรับมือกับทุกความเจ็บปวดแล้วจริงๆ..แต่สิ่งที่เขาได้รับมันกลับไม่ใช่ส่งที่เขาคิด..ไม่ใกล้เคียงเลยสักนิด

 

 

           สองมือหนาถูกสอดเข้ามาใต้วงแขนของเขา นายน้อยโน้มตัวลงก่อนจะฉุดรั้งร่างกายอันแสนปวกเปียกของซองอูให้จมหายเข้าไปในอก

 

 

           ไม่..มันไม่ใกล้เคียงเลย

 

 

           “ฮือออ แดเนียล ฮืออออ แดน ฮืออ”

 

 

           “ชู่...ฉันอยู่ตรงนี้”  คิดว่าใครหลายคนคงเข้าใจความรู้สึกเวลาที่เสียใจมากๆและมีคนคอยกอดปลอบ..วินาทีนั้นน้ำตาไม่ต่างอะไรกับเขื่อนแตก

 

 

          แดเนียลลูบหัวของเขา..เสียงทุ้มแหบพร่ำบอกแต่คำว่า ไม่เป็นไรแล้ว’ ‘ผมอยู่ตรงนี้ มันเกินคาดมาก.. และซองอูไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้รับมันอีกแล้ว ... เด็กน้อยคังแดเนียลยังอยู่ เขาไม่ได้ตายไปจากแดเนียลเลย เขายังอยู่..

 

 

         “ฮือออ มันเจ็บปวดมากเลยรู้ไหม ฮือออ มันเหมือนจะตายเลย มันทรมานเกินไป ฮือออ”

 

 

         “ชู่ๆ..ฉันเข้าใจ ฉันอยู่ตรงนี้”

 

 

         “ฮือออ ขอโทษ พี่ทรมานแล้ว ไม่เอาแล้วได้ไหม ฮือออ”

 

 

         “อย่าร้องครับ อย่าร้อง..ไม่เอาแล้ว ฉันไม่ทำแล้ว ชู่ๆไม่ร้องนะ” คังแดเนียลรั้งตัวของเขาออก สองมือเปลี่ยนจากโอบหลังมาโอบใบหน้าพร้อมกับใช้นิ้วเกลี่ยน้ำตาที่เปรอะเปื้อนหน้าอีกคนออกให้ บัดนี้ดวงตาสีดำขลับที่เขาชื่นชอบเต็มไปด้วยคราบน้ำตา

 

 

 

            เขาเคยคิดว่าการทำให้ซองอูร้องไห้ได้คือความสำเร็จอย่างหนึ่ง

 

 

 

           แต่จริงๆแล้วมันตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงเพราะทุกครั้งที่ซองอูร้องไห้..หัวใจของเขามันก็เจ็บปวดเหมือนจะตายไม่ต่างกัน

 

 

 

           ใช่..แดเนียลเกลียดซองอู...น่าแปลกที่คังแดเนียลวัยสิบเอ็ดขวบพร่ำบอกกับตัวเองว่าจงซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก แต่คังแดเนียลวัยยี่สิบสี่ปีกลับโกหกความรู้สึกของตัวเองได้หน้าด้านๆ

 

 

 

           เขาไม่สามารถทนมันได้อีกต่อไปแล้ว..เขารักซองอู รักมาโดยตลอดและไม่เคยทำใจให้ตัวเองไปรักใครได้อีกแล้ว

 

 

 

           “ฮึก..ฮือออ แดน ฮึก พี่ขอโทษจริงๆนะ ฮือออ พี่ไม่ควรรู้สึกแบบนี้เลยจริงๆ ไม่ควรเลย มันเป็นความผิดของพี่”

 

 

           “...”

 

 

           “ฮือออ พี่รักแดนมากเลยนะรู้ไหม? ฮึก ไม่ใช่รักแบบพี่น้องธรรมดาด้วย พี่รู้ว่ามันไม่ควรแต่พี่รักนายมากจริงๆ ฮือออ รักมานานมากแล้ว”

 

 

           “...”

 

 

           “ขอโทษที่รู้สึกแบบนี้ พี่นี่มันโคตรเหี้ยเลยเนอะ ฮือออ” แดเนียลไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาหยุดเพื่อรอให้ซองอูพูดทุกสิ่งทุกอย่างที่อยากพูดจนจบก่อนที่ริมฝีปากหนาจะฉกฉวยริมฝีปากแดงปรั่งของอีกคนทันทีที่พูดจบ

 

 

            “อึ่ก” เขาสัมผัสลงเบาๆ เบามากราวกับว่าถ้าหากรุนแรงกว่านี้คนในอ้อมกอดจะต้องแหลกสลาย และเพียงไม่นานเขาก็รีบถอนริมฝีปากออกเพราะกลัวว่าซองอูจะขาดลมหายใจ

 

 

            “ฮึก..”

 

 

            “ซองอู..ผม--” เป็นครั้งแรกที่ซองอูเป็นฝ่ายจู่โจมก่อน เขาจูบรุนแรงมากราวกับว่ากระหายและโหยหามัน สองมือฉุดเน็คไทต์ของนายน้อยคังแดเนียลเอาไว้ไม่ให้ออกห่างจากตัว

 

 

           ซองอูไม่รู้ว่าตอนนี้เขากำลังทำบ้าอะไรอยู่ เขารู้แค่ว่าเขาโหยหามัน เขาไม่สามารถแยกออกได้ว่ามันคือความจริงไหม ไม่รู้เลยว่ามันเป็นสิ่งที่นายน้อยทำจริงๆหรือแค่ชั่ววูบ แต่เขาโหยหามันเหลือเกิน...แม้ว่าจะเป็นเวลาเพียงแค่ไม่กี่วิ เขาก็อยากตักตวงช่วงเวลานี้ไว้ให้นานที่สุด..

 

 

 

            ช่วงเวลาที่นายน้อยคังแดเนียลกับเด็กน้อยคังแดเนียลเป็นคนเดียวกัน

 

 

 

            ไม่ปล่อยทิ้งเวลาให้รอนาน นายน้อยที่ถึงแม้ว่าจะชะงักไปพักหนึ่งก็สามารถดึงสติกลับมาและจูบตอบเขาด้วยความรุนแรงไม่แพ้กัน สองมือหนาสอดเข้ามาใต้แขนของเขา ใช้พละกำลังที่มีมากราวกับเป็นพรสวรรค์ยกตัวเขาให้ลอยขึ้นแล้วสอดตัวของตัวเองเข้ามาโดยให้ซองอูนั่งคร่อมตกของเขาแทนทั้งที่ปากของเรายังเชื่อมกันและกันอยู่

 

 

            เมื่ออยู่ในท่าที่ถนัด สองแขนของเขาก็คล้องไปที่ลำคอแกร่งโดยอัตโนมัติ ในขณะที่นายน้อยก็สอดแขนเข้ามาลูบไล้แผ่นหลังของเขา

 

 

           ซองอูไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน เขารู้แต่ว่าร่างกายมันสั่งให้ทำและเขาต้องทำมาก็เท่านั้น

 

 

            น่าแปลกที่ทั้งที่มันไม่มีนาฬิกาจับเวลา ซองอูก็อยากที่จะรีบทำตอนนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถทำได้

 

 

             เสียงถอนจูบออกจากกันฟังดูน่าเกลียด.. และซองอูก็คิดว่าใบหน้าของเขาตอนนี้มันต้องดูน่าเกลียดมากแน่ๆ ริมฝีปากของเขาชุ่มไปด้วยน้ำลาย หน้าของเราใกล้กันมากจนหอบหายใจรดกันได้เลย

 

 

            ไม่อยากจะเชื่อ..ซองอูกำลังฝันอยู่ใช่ไหม..นายน้อยอยู่ตรงหน้าเขา..ห่างกับเขาเพียงไม่กี่คืบเท่านั้น อีกทั้งไม่ได้พูดจาเลวร้ายใส่ ไม่ได้ทำร้ายร่างกาย อ่อนโยน แล้วก็ทะนุถนอม

 

 

 

             ฝันไปแน่ๆ เขาต้องฝันไป

 

 

            “ซองอู”

 

 

            “...”

           “..ฉัน”

 

           “...”

 

           “ผม..

 

 

           “ผมขอโทษ” เขาเบิกตากว้างทันทีที่นายน้อยพูดคำคำนี้ออกมา ไม่รอให้ซองอูได้คิดอะไรนายน้อยก็ช่วงชิงความเป็นตัวเขาออกไปอีกครั้ง สมองของเขาขาวโพลนไปหมดแล้ว

 

 

             นี่มันเรื่องจริงใช่ไหม?

 

 

             นายน้อยพูดว่าขอโทษ..มันคือความจริงใช่ไหม?

 

 

 

             ใครก็ได้ ตอบผมที

 

 



TBC



Talk 02 : หายไปอาทิตย์นึงเราจะถือว่าไม่นานนะคะทุกคน 5555 และแน่นอนว่าครึ่งแรกก็ยังคงยาวกว่าครึ่งหลังเซม ไม่มีตอนไหนที่ครึ่งหลังสั้นกว่าครึ่งแรกเลย 555 จริงๆปมยังแก้ไม่หมดเลย แต่อยากให้เรื่องจบภายในตอนหน้าเพราะฉะนั้นเนื้อหาตอนหน้าอาจจะยาวหน่อยนะคะ(ก็ยาวทุกตอนปะวะ?) อย่าเพิ่งด่านายน้อยกันนะคะทุกคน จริงๆเรื่องความเจ็บปวดของนายน้อยยังมีมากกว่านี้นะคะ ไรท์ยังไม่ได้เจาะรายละเอียดมาก

ส่วนใครที่คาดหวังNC หึหึ..นุยังเด็ก นุแต่งไม่ได้ค่ะพรี่ๆนุขอโทษ 

เอ้อออ แล้วก็ทุกคนรู้กันแล้วใช่ไหมคะ ว่าบรรเลงหวานได้มีโอกาสร่วมงานกับไรท์เตอร์คลังฟิคเนียลอง 9 ท่าน ในโปรเจคที่มีชื่อว่า "ชอบกลโปรเจค" ซึ่งบอกเลยว่ามันเริ่ดมาก มันดีงามเวอร์วังอลังการแบบขนาดที่คนแต่งอยากได้เล่มเอง 555

ใครสนใจก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ทวิตเตอร์ @NielOngPJTH  พลาดแล้วจะเสียใจอ่ะพูดตรงนี้ สปอยล์ของไรท์ก็ลงแล้วนะคะ ไปตามอ่านกันได้ตามทวิตเตอร์นี้เลย 

อ้อ! ก่อนจากมีอีกอย่างค่ะ เค้ามี Ask.fm แล้วเด้อออ ask.fm/SynBeryaGoguma ไปตามด่าตามชมตามทวงตามบอกรัก(แอร๊ย) กันได้นะคะทุกคนนน

เจอกันตอนหน้า The Last โชคัง นะค้าาา แล้วหลังจากโชคังอยากได้สเปบอสคังหรือนายน้อยก่อนก็ลองคอมเมนท์มาดูเด้ออออ 

ฝากคอมเมนท์เป็นกำลังใจ ติดแท็ก #ชั่ววูบ101 ให้เก๊าด้วยนะ เป็นแรงใจในการแต่งฟิคมั่กๆ

รัก♥



Talk 01 : พิมพ์ทั้งที่ที่ตายังปิดอยู่เลยค่ะ 5555 หายไปสองอาทิตย์คิดถึงกันไหมคะะะ รอบนี้มีเรื่องจะแก้ตัวค่ะเพราะอาทิตย์แรกไรท์สอบมิดเทอมอาทิตย์ที่สองไปค่ายหนึ่งสัปดาห์ ยาวๆเลยจ้าาาาา เลยได้มาแต่งเอาทีเดียววันนี้ลงวันนี้ นี่ก็ยังไม่ได้พักเลยค่ะจิเปนลม

ตอนนี้เป็นตอนที่ไม่โอเคกับภาษาที่สุดค่ะ 555 ครึ่งแรกอาจจะขัดหูขัดตาไปเสียหน่อยต้องขออภัยไว้ก่อนเลยนะคะ เดี๋ยวครึ่งหลังจะแต่งให้ดีขึ้นค่ะ อันดับแรกคือต้องได้นอนยาวๆสักตื่น 5555

ครึ่งหลังมีเฉลยปมใหญ่ๆแน่นอนเพราะว่าตอนหน้าจบเเล้ว เลยกะจะยัดเนื้อหาหลักๆไว้ครึ่งหลังหมดเลยค่ะ ส่วนใครที่คิดว่ามันยาวกว่าครึ่งแรก...ใช่ค่ะคุณคิดถูกแล้ว 5555555 รอกันหน่อยนะคะะะ ไม่เกินวันศุกร์นี้จะมาลงให้เร็วๆเลย 

แจ้งอีกเรื่องนึงว่าเร็วๆนี้จะมีกิจกรรมบางอย่างเกิดขึ้นค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามไรท์มาตั้งแต่ความไม่ลับตั้งแต่ปะดิ้วเดือนหกและขอบคุณทุกคนที่ชื่นชอบผลงานของบรรเลงหวานนะคะ อยากรู้ว่าเป็นอะไรได้โปรดรอติดตามด้วยน้าาา รับรองเซอร์ไพรส์ (หรือเปล่านะ) 

ฝากคอมเมนท์เป็นกำลังใจ หรือ ติดแท็ก #ชั่ววูบ101 ถ้าเมนท์เยอะ สกรีมเยอะ ว่างปุ๊ปก็จะแต่งปั๊ปเลยค่ะ เพราะมีคนติดตามถึงอยากแต่งนะรู้ไหมมมม รักนะคะะะะ 

ขอให้ 2018 เป็นปีที่ดีของทุกคนค่ะ  ♥

             

 

 

 

 

 

 

 

 

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

649 ความคิดเห็น

  1. #646 Nielong (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 12:48

    ฮืออพอได้อ่านพาทของทั้งสองคนก็เก็ทฟิคทั้งคู่เลยอะแงงงสงสารนายน้อยด้วยและก็สงสารพี่องเหมือนกันน

    #646
    0
  2. #643 kimkarin26 (@kimkarin26) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 23:23
    ไม่เลย ไม่ดีเลยสักนิด ไม่เห็นจะรู้สึกว่านี่มันคือความรัก มันไม่ใช่ทั้งความรัก หรือความแค้น สิ่งที่แดนทำ มันเกินไปมาก ไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายดีๆ ไม่จำเป็นต้องบอกความรู้สึก มันไม่จำเป็นเลยแดเนียล แม้แต่คำขอโทษ ยังกล้าพูดออกมาได้ยังไง
    #643
    0
  3. #627 crazy_girl (@june2000) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 00:52
    นายน้อยแง ใจเราเหลว้มากๆตอนนายน้อยเขาอ่อนโยน คุณไรท์เก่งมากๆเลยนะคะ ถึงคุณจะว่าสำนวนแปลกๆแต่เราชอบน้า แง อ่านแล้วเพลินดีมาก
    #627
    0
  4. #620 kopai0901 (@kopai0901) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 13:07
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-02.png รััััักไรท์ที่ฉุดดดดกไรกไก
    #620
    0
  5. #619 kopai0901 (@kopai0901) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 13:06

    มีความภูมิใจสูงงงงง????????????https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-02.png

    #619
    0
  6. วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 21:37
    เท่าที่อ่าตตอนนี้ เหมือนเฉลยปมทุกอย่างแล้วนี่นา แต่คุณไรต์บอกยังเหลืออีก ก็ไปอ่านกันต่อครับ
    ตอนนี้นี่แบบสารภาพความในใจ 20 ปีสินะคะ ถึงจะเพิ่งผ่านเหตุการณ์ให้ขวัญเสียมา แต่เราก็แอบยิ้มนะ คุณแดนตอนนี้ก็อบอุ่นมากเลย จอดรถแล้วลงมาปลอบพี่ซองอู แอบขำนิวแดน ซองอูไม่ชอบบุหรี่ แล้วคิดว่าจะดับมั้ย ถามเหมือนไม่แคร์ แต่ ดับสิ ทำเอาหลุดขำเลยค่ะ
    #542
    0
  7. #535 อาร์ดิน่า (@Rrisea) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 09:19
    ใจบางมาก ฮืออ น้องงงง โอ้ย
    #535
    0
  8. #436 IngHO~ (@number-ing) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:17
    ดีต่อใจ อยากได้สเปทั้งนายน้อยทั้งคุณบอสสส ฮือออ
    #436
    0
  9. #430 appita oputcha (@exoxoxobaby) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:52
    เรายังรอเธออยู่ตรงนี้
    #430
    0
  10. #418 KDKS (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 14:59
    สงสารซองอูมากแง้ ขอให้ต่อจากนี้ก็ถนอมๆกันหน่อยน้า งื้อ รออ่านตอนจบนะคะไรท์^^
    #418
    0
  11. #414 ϟ jn . (@jn-jenny) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 04:24
    พอเห็นอัพเลยไม่ได้นอนเลย ฮาา พี่ซองอูร้องไห้จนน่าสงสาร โอ๋พี่ tt ,คุณคังอ่อนโยนแล้วววว ใจบางงง ต่อไปกฌถนอมพี่ด้วยนะงือ // ไรท์บรรยายครส.ของตัวละครได้ดีมากเลย อ่านแล้วอินตาม เจ็บตามเลยฮือ รอตอนจบ+สเปของโชคังนะคะ (จะมีสเปใช่ไหม แฮ่ 55555) สู้ๆนะคะไรท์ ~
    #414
    0
  12. #410 ϟ jn . (@jn-jenny) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 17:56
    โอ้ยยยยรอต่อใจจะขาด ;—; บอสคังมาช่วยแล้ววว ซองอูเสียขวัญหมดแล้วฮือ ไรท์จะบอกในทอล์คบ่อยๆว่าไม่ชอบภาษา แต่เรากลับชอบสำนวนของไรท์มากๆเลย อ่านเพลินมาก ไฟท์ติ้งนะคะไรท์!!
    #410
    0
  13. #408 Danikniel (@Jupiterq) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 20:37
    บอสคังรีบจัดการให้เรียบร้อยซะที เสร็จแล้วก็มาปลอบซองอูด้วย ดูซิเสียขวัญหมดแล้ว ต่อจากนี้ก็ดูแลพี่เขาดีๆอย่าทำร้ายจิตใจไปมากกว่านี้เลย ชุ้นไว้ใจเธอนะแดเนียล! อย่าทำให้ผิดหวัง ฮื่ออ สู้ค่ะ ไรท์สู้ๆ
    #408
    0
  14. #407 HANAYUN (@xxxpebgot7) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 02:16
    รู้ว่าต้องเป็นแผนของแดนแน่ๆแต่ทำไมอ่านแล้วน้ำตาไหล ฮื่อออ
    #407
    0
  15. #406 Namwanorevyyy (@Namwanorevyyy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 06:04
    สงสารนุ้งอ่ะ แดนเป็นแผนที่น่าโกรธมาก
    #406
    0
  16. #405 pyds7774 (@pyds7774) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 21:39
    สงสารซองอูเหมือนเดิมTTไม่อยากให้เสียใจอีกแล้วอ่ะ
    #405
    0
  17. #404 warissara9397 (@warissara9397) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 14:39
    ซองอูลูกแม่โกรธแดนอ่ะถึงจะมาช่วยก็โกรธอยู่ดีชั้นจะเอาลูกคืน
    #404
    0
  18. #403 Wondering18 (@pooooo180920) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 04:48
    รู้ๆๆๆว่าเป็นแผนแดน แต่แบบโกรธๆๆๆๆๆ ทำไมชอบทำซองอูเสียใจนักนะ เมื่อไหร่จะพอใจ จะให้ทรมานแค่ไหน อยากให้ซองอูพออะ เหนื่อยกับทุกอย่างแทน
    #403
    0
  19. #401 mertesacker (@mertesacker) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 18:40
    ฮืออ วงสารพี่อง ไรท์มาต่อเบยเน้อๆๆ ><
    #401
    0
  20. #400 mertesacker (@mertesacker) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 18:40
    ฮืออ วงสารพี่อง ไรท์มาต่อเบยเน้อๆๆ >>
    #400
    0
  21. #399 ytym (@ytym) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 12:20
    ใจจะขาดมากตอนพิซองอูเรียกแดเนียล โอ๊ยฮื่อออยากเข้าไปหอมหัว นายน้อยก็เลิกใจร้ายกับพิซองอูได้แล้ว;;
    #399
    0
  22. #396 Nntm_L (@Nntm_L) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 21:02
    อิเวน ตอนแรกนี่จะขาดใจล้ะ สงสารซองอู ฮืออ
    #396
    0
  23. #395 dreamnotdhim (@dreamnotdhim) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 21:01
    คิดไว้แร้วว่านายน้อยจะไม่ปล่อยให้พิองเปงอันตราย สายเลือดพระเอกมันต้องอย่างงี้คับ!
    #395
    0
  24. #394 ZJ@DICT (@zjaii) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 18:36
    เห้อ เข้าใจละ แต่จะไม่คืนคำด่าที่ด่าไปตอนที่แล้ว แล้วของแล้ว แล้วของแล้วๆๆ แต่ซองอูอ่อนแอกว่าที่เราคิดไว้เยอะเลยนะ ทั้งๆที่ถูกเลี้ยงมาให้เป็นแขนขาแท้ๆ
    #394
    0
  25. #393 Cervidae (@uyoume) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 17:11
    สงสารซอวอูที่สุดเลย ทำไมค้องโดนแบบนี้ แดเนียลรีบง้อซองอูนะ // ไรท์สู้ๆนะ รอค่าาาาา
    #393
    0