SF//OS// ชั่ ว วู บ #Nielong #เนียลอง

ตอนที่ 17 : SF: 'โชคัง' 04 120%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,878
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 130 ครั้ง
    26 ธ.ค. 60

B
E
R
L
I
N

คำเตือน เตื่อน เตื้อน เตื๊อน เตื๋อน : แวะอ่านทอล์กสองกันด้วยนะนักอ่านผู้น่ารักทุกคน แน่นอนว่าครึ่งหลังยาวกว่าครึ่งแรกแบบ..


 'โชคัง'
04


Well I found a woman, stronger than anyone I know
She shares my dreams, I hope that someday I’ll share her home

Perfect - Ed Sheeran








                “ฮืออออออ” เสียงร้องไห้คร่ำครวญของเด็กชายคนหนึ่งดังแว่วอยู่ไม่ไกล ซองอูหันมองบริเวณรอบข้างในใจก็นึกสงสัยว่าห้องมืดๆแบบนี้ทำไมถึงมีเด็กเข้ามาอยู่กันนะ..




                 เขาเดินตามเสียงร้องไห้แผ่วๆคลับคล้ายคลับคลาใครบางคนที่เขาเคยรู้จัก ยกนาฬิการุ่นใหม่ที่มีไฟฉายกดส่องหาต้นทางของเสียง แผ่นหลังเล็กๆของเด็กน้อยในเสื้อตัวเก่งที่เขาคุ้นตาสั่นสะท้าน ซองอูเดินเข้าใกล้ด้วยใจกล้าๆกลัวๆ สัมผัสแผ่นหลังเล็กๆนั่นเบาๆจนเด็กน้อยสะดุ้ง




                 ใบหน้าเล็กๆที่ซองอูเคยบอกว่ามันเป็นใบหน้าที่น่ารักที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ซองอูเดินเข้าไปใกล้มากขึ้นตอนนี้เด็กน้อยตรงหน้าไม่รู้ถึงการมีอยู่ของเขาด้วยซ้ำ




                 “ยะ..อย่าเข้ามา!! เด็กชายคังแดเนียลวัยสิบเอ็ดขวบแผดเสียงดังลั่น ซองอูตกใจ เขาหายใจเข้าลึกๆก่อนที่จะยกมือขึ้นประโลมน้องชายที่ดูเหมือนคนที่ร้องไห้จนเสียสติไปแล้ว ถึงแม้เขาจะไม่เข้าใจเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นแต่เขาก็เกลียดน้ำตาของคังแดเนียลที่สุด




                 “จ..ใจเย็นนะ แดนเป็นอะไร—“




                 “เพราะแก!! องซองอูเบ้ปาก เขายกมือขึ้นกุมสะโพกที่โดนผลักจนกระแทกอย่างไม่ทันตั้งตัว คังแดเนียลวัยสิบเอ็ดขวบมีแรงมากมายถึงขนาดนี้เชียวหรือ..




                 “เพราะแกที่ทำให้เรื่องบ้าๆนี่มันเกิดขึ้น! เพราะแก! ฮือออ เพราะแม่ของแกด้วยฮือออ”




                 “ต..แต่ทำไม? พ..พี่ไม่เข้าใจเล—“




                 “อย่ามา..อึ่ก..แตะตัวฉัน!!




                 “แดเนียล...พี่--”




                 “ฉันเกลียดแก!!




                 !!!!




                 “พรุ่งนี้ มะรืนนี้ สิบปี ยี่สิบปี หรืออีกเป็นชาติ ฉันก็จะเกลียดแก!!




                 “...”




                 “แกไม่ใช่พี่ฉันและจะไม่มีวัน อย่ามายุ่งกับฉันอีก! ไอ้เลือดโสโครก!




                 “...” คังแดเนียลเดินออกไปแล้ว ... เด็กนั่นเอาแต่พูด..พูด..แล้วก็พูดเรื่องที่ต้องการจะพูด ไม่ถามไม่สนใจไม่อะไรกับเขาเลยทั้งนั้น..เขาเพียงแค่ด่า เพียงแค่บอกว่าเกลียด เพียงแค่..ทิ้งให้ซองอูจ่อมจมอยู่กับความรู้สึกดิ่งลึกที่หาเหตุผลไม่ได้





                  ซองอูไม่รู้อะไรเลย..เขาไม่เข้าใจอะไรเลยสักนิด เขามืดแปดด้าน..





                 เขารู้แค่ว่า..





                มันช่างเป็นความรู้สึกที่ทรมานเหลือเกิน





...






 

 

                 ก็อกๆ


                 “คุณหนูคะ ตื่นหรือยังคะ?”




                 “เฮือก!! ซองอูสะดุ้งตื่นเขาหอบหายใจแรงราวกับว่าเพิ่งวิ่งทางไกลจากที่ไหนสักแห่งมาหมาดๆ เหลือบมองรอบๆตัว.. ผนังขึ้นรา แสงแดดจ้าผ่านผ้าม่านสีขาว .. ห้องรูหนูห้องเดิมที่เขาต้องทนอยู่กับมันมามากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว




                 อา..เขาแค่ฝันไปสินะ




                 “คุณหนูคะ! เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”




                “ป..เปล่าครับนม!




                “ยังไม่ตื่นเหรอคะ?”




                “ครับ สักครู่นะครับ ผมตื่นแล้ว” เขาตะโกนบอกเสียงดัง ได้ยินเสียงของป้านมไม่ใกล้ไม่ไกล น้ำเสียงของป้าแฝงไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใยอย่างปิดไม่มิด มือขาวดึงผ้าห่มออกจากร่างกายยันตัวลุกขึ้นจากพื้นแข็งๆที่เขาทนนอนอยู่สองคืนติดต่อกันแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าที่ข้อเท้าของเขามัน...





                มันไม่มีโซ่แล้วนี่..



                ซองอูเลิกคิ้ว นึกแปลกใจว่ามันหายไปตั้งแต่ตอนไหน เขาจำได้ว่าเมื่อคืนหลังจากที่..นั่นแหละ หลังจากที่นายน้อยที่น่าจะกำลังโดนผีเข้าออกไปจากห้องเขาก็ผล็อยหลับไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้..แล้วพอตื่นเช้ามามันกลับไม่มีโซ่ล่ามข้อเท้าของเขาอีกแล้ว..




                 แต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่สำคัญ แอบนึกว่าคนเลวนั่นจะขังเขาไว้นานกว่านี้เสียอีก แต่ซองอูก็ไม่อยากไปคิดอะไรแทนคนโรคจิตคนนั้นมากกว่านี้อีกแล้ว เดี๋ยวผีเข้าผีออกแบบนี้จู่ๆจับเขาขังขึ้นมาอีกจะทำยังไง ถ้าเอาแต่ทำตัวสบายๆก็ตั้งรับกันไม่ทันพอดี เพราะฉะนั้นระหว่างที่เป็นอิสระเขาก็ต้องมีมาตรการป้องกันตัวเองไว้บ้าง




                 “อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณหนู”




                 “อรุณสวัสดิ์ครับ” คุณหนูตระกูลคังอมยิ้มตอบ




                 “หน้าตาสดใสขึ้นเยอะเลยนะคะ..ดีจังเลย”




                 “งั้นเหรอครับ” เขาพูดยิ้มๆ เห็นป้านมหายห่วงแบบนี้เขาก็เบาใจไปเปราะหนึ่ง ป้านมเป็นเสมือนแม่คนที่สองของเขา การทำให้แม่ไม่สบายใจไม่ว่าใครก็คงไม่ชอบ “แล้วนี่...”




                 “อ๋ออ วันนี้ไม่ได้ยกอาหารมาให้นะคะ นายน้อยท่านสั่งว่าให้คุณหนูอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วอีกครึ่งชั่วโมงให้ลงไปทานข้าวเช้าที่ห้องอาหารน่ะค่ะ” เขาหุบยิ้มฉับเมื่อได้ยินคำว่า นายน้อยคำที่ช่วงนี้เขาไม่ค่อยอยากที่จะได้ยินมันเท่าไรนัก แล้วก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจเข้าไปใหญ่ตอนที่ป้านมบอกว่านายน้อยเชิญให้เขาไปรับประทานอาหารที่ห้องอาหาร




                 ปกติถ้าไล่ให้เขาไปกินข้าวกับหมาได้ก็คงทำไปแล้วด้วยซ้ำ แล้วไหงวันนี้ถึงให้นมมาเชิญเขาไปกินข้าวด้วย..



                 นายน้อยต้องป่วยทางจิตจริงๆแน่ๆ..แหม ก็น่าจะป่วยตั้งแต่จับผู้ชายไร้ทางสู้อย่างเขาขังเหมือนหมูเหมือนหมาแล้วแหละ   



                 แต่ถึงยังไงก็เถอะ.. ซองอูก็ไม่อยากร่วมโต๊ะอาหารกับคนพรรค์นั้น กินข้าวกับหมาคงหน้าอภิรมย์กว่ากินข้าวร่วมโต๊ะอาหารกับคนเลวๆอย่างนายน้อยเป็นไหนไหน




                 “คือผม..”




                 “ถือว่าป้าขอร้องนะคะ”




                 “...”




                 “วันนี้นายน้อย..เธอค่อนข้างอารมณ์ดีค่ะ..คือป้าไม่อยากให้ใครไปพังอารมณ์ของเธอ”




                 “...”




                 “คือ..ป้าไม่อยากให้คุณหนูต้องเจ็บตัวอีกแล้ว ทราบใช่ไหมคะ?”




                 “ครับ..”




                 “เพราะฉะนั้น...”




                 เพราะฉะนั้นอะไรล่ะ..เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องไปอาบน้ำแต่งตัวขัดสีฉวีวรรณแถมยังต้องใส่เสื้อผ้าตามที่นายน้อยสั่งให้ป้านมเอามาให้ คือนอกจากจะเรื่องมากก็ยังมากเรื่องอีก แล้วเขาก็ต้องเดินลงบันไดมาด้วยความเกร็ง ทั้งเกร็งเพราะจะต้องไปนั่งกินข้าวกับคนที่เดาใจได้ยากลำบาก ทั้งเกร็งเพราะความเจ็บปวดทั่วร่างกายที่ถึงแม้จะทุเลาลงไปบ้างแต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะต้องใช้เวลามากกว่าที่คิดไว้




               แต่แล้วคนตัวผอมก็ต้องหยุดชะงักลงกลางอากาศทันทีที่ได้ยินเสียงคล้ายว่าจะเป็นกีตาร์ดังคลอเบาๆไม่ใกล้ไม่ไกล




               ซองอูเดินตามเสียงนั้นไป ในใจก็นึกสงสัยว่าใครนึกครึ้มมาเล่นกีตาร์ในบ้านที่มีเจ้าของดุยิ่งกว่าหมาขนาดนี้




               และไม่น่าเชื่อว่ามันจะดังออกมาจากห้องอาหาร




               เขาหลบหลังกำแพงสีขาวราคาแพงที่ปูด้วยผ้ากำมะหยี่ตลอดทาง ชะโงกหน้ามองเข้าไปข้างในเล็กน้อยก็เห็นว่าเป็นแผ่นหลังหนาๆของใครบางคนในเสื้อคลุมคาร์ดิแกนสีน้ำตาล ในมือขาวคู่นั้นจับกีต้าร์ตัวโตไว้ในมือพร้อมกับเกาเบาๆจนเกิดเสียงไพเราะน่าฟังออกมา




                เป็นกีต้าร์ที่ดูคุ้นตาเหมือนมันติดอยู่ในความทรงจำของเขา เป็นความทรงจำที่ยากที่จะจดจำและยากที่จะลืมเลือน




               “มาแล้วก็เข้ามาสิ” ร่างบางสะดุ้งตกใจ ในระหว่างที่เขากำลังฟังเสียงดนตรีนั้นเพลินๆพร้อมกับคิดอะไรไปเรื่อยคนตัวหนาก็หยุดเล่นพร้อมกับเอ่ยเรียกชื่อเขา




               ซองอูขมวดคิ้ว เขาจำยอมต้องเดินเข้าไปอย่างว่าง่ายทั้งที่ใจจริงอยากวิ่งหนีออกไปให้ไกลแสนไกลจากคนเอาแต่ใจคนนี้เหลือเกิน พยายามเดินอ้อมโต๊ะตัวยาวเพื่อหาที่นั่งที่ห่างไกลนายน้อยที่สุด




                “มานั่งตรงนี้” แต่นายน้อยคังก็คือคือนายน้อยคัง คนที่บ้าอำนาจที่สุดในตระกูลคังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง




                ซองอูถอนหายใจ เขาจำใจเดินไปนั่งบนเก้าอี้ที่นายน้อยชี้ซึ่งก็เป็นเก้าอี้ข้างๆเจ้าตัวนั่นแหละ




                “เห้ย! แต่ไม่ทันที่เขาจะอ้อมไปนั่งได้ดี ร่างทั้งร่างก็ถูกมือหนานั่นฉุดดึงจนล้มลงทับกับหน้าตักแข็งแรงนั่น




                ซองอูตกใจจนแทบช็อค แต่แดเนียลไม่ปล่อยเวลาให้เขาได้คิดอะไรเลย แขนหนาแข็งแรงที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดนั้นยกกีต้าร์ขึ้นมาวางบนหน้าตักของเขา คางเรียววางอยู่บนลาดไหล่..ใกล้จนได้ยินเสียงหายใจสม่ำเสมอ




                คนตัวผอมแทบหยุดหายใจ เขาพยายามผินหน้าไปทางอื่นพร้อมกับควบคุมลมหายใจของตัวเองไม่ให้มันหนักเกินจนคนที่เขานั่งทับอยู่ได้ยิน.. วันนี้นายน้อยแปลกไปมาก ทั้งการกระทำการแต่งตัวที่ดูแปลกตา ไม่ใช่ชุดสีดำหรือเสื้อผ้าดูเป็นทางการที่มักจะใส่อยู่เสมอแต่เป็นเสือยืดธรรมดาที่สวมทับด้วยเสื้อคลุมธรรมดา ใบหน้าก็ยังประดับไปด้วยแว่นแฟชั่นดูแปลกตานั่นอีก




                แปลก..แปลกจริงๆ




               “เล่นให้ฟังหน่อย..ฉันเจ็บมือแล้ว” เสียงทุ้มแหบพร่านั่นดังใกล้ใบหูจนซองอูขนลุกซู่ “เนี่ย นิ้วแดงหมดแล้ว” ว่าพลางนายน้อยของโชคังก็ปล่อยมือออกจากกีต้าร์พร้อมกับชูนิ้วทั้งห้าให้เขาดู ซองอูตกใจรีบคว้ากีต้าร์ที่เจ้าของมันไม่รู้ว่านึกบ้าอะไรถึงปล่อยขึ้นมาเสียดื้อๆ




                “เธอจับแล้ว..เล่นสิ”




                “...”




                “อย่าดื้อกับฉันซองอู เธอจะปฎิเสธว่าเล่นไม่เป็นไม่ได้...”




                “...”




                “เพราะว่าฉันจำได้” เป็นครั้งแรกที่องซองอูรู้สึกว่า การมีชีวิตมันเป็นอย่างไร หัวใจของเขามันเต้นรัวเร็วมากจนเขาเองก็ก็กลัวว่าจะหลุดออกมา กลัวว่าแดเนียลจะได้ยินมัน..อยากจะดีดกีต้าร์ให้เสียงดังที่สุดเท่าที่จะทำได้..เผื่อว่าแดเนียลจะไม่ได้ยินมัน เสียงหัวใจที่ไร้ค่าของเขา




                “..ลืมไปแล้ว”




                “ลืมเหรอ?”




                 “อือ..” เขาตอบเสียงเรียบ อยากรู้เหมือนกันว่านายน้อยจะทำสีหน้าแบบไหนกันในตอนนี้แต่ซองอูยอมรับว่าเขาเองไม่มีความกล้ามากพอที่จะหันไปมองใบหน้าคนใจร้ายได้ตรงๆ




                  นายน้อยคังไม่ได้พูดอะไร ชายหนุ่มถอนหายใจหนักกระทบใบหูของเขา คางเรียวขยับปรับตำแหน่งวางจนเข้ารู้สึกจั๊กจี้




                  “นิ้วนางวางตรงนี้..คอร์ดซี”ไม่ว่าเปล่ามือใหญ่ก็กุมมือเขา สัมผัสเบาๆยกนิ้วนางของเขาให้วางบนตำแหน่งของคอร์ดซี มือของนายน้อยเย็นมากๆเหมือนคนที่..เพิ่งลุยหิมะมา เหมือนคนที่ไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากแสงไฟชนิดไหนบนโลกใบนี้ แต่มันน่าแปลก..ที่ซองอูกลับรู้สึกอบอุ่นภายในใจของเขา




                  “ลองดีดดูสิ” คนตัวผอมทำตามอย่างว่าง่าย เสียงกีต้าร์ไม่ได้ไพเราะมากนักเพราะความที่ยังเป็นมือใหม่อยู่ทำให้อาจจะกดคอร์ดบอดไปบ้าง..จริงๆเขาก็ไม่ใช่มือใหม่หรอก เหมือนเดิมอีกแล้วที่รู้สึกว่าเคยทำแต่ก็พยายามลืมมันไปเมื่อนานมาแล้ว




                  “มัน..บอด”  




                  “เก่งแล้ว” เป็นอีกครั้งที่หัวใจขององซองอูกระตุกวาบ ไม่ว่าจะยังไงเขาก็ไม่เคยชินกับนายน้อยคังแดเนียลในโหมดนี้ มันจะเป็นไปได้เหรอที่เสียงแหบพร่าแสนเกรี้ยวกราดในทุกๆครั้งที่เจอหน้าเขามันจะอ่อนนุ่มลงกลายเป็นเสียงทุ้มนุ่มด้วยระยะเวลาเพียงแค่คืนเดียว





                  ยากเหลือเกิน..ทำไมการจะตามคังแดเนียลให้ทันมันถึงเป็นเรื่องยากขนาดนี้




                  “จริงๆแล้วฉันไม่ค่อยชอบเสียงเพลงเท่าไร..มันค่อนข้างจะน่ารำคาญ”




                  “...”




                  “รู้จักเพลง Perfect หรือเปล่า?” ซองอูพยักหน้า คุ้นๆว่าจะเป็นเพลงของศิลปินเพลงป๊อปของต่างประเทศคนหนึ่งที่นายท่านโปรดปราณ แต่ก็ไม่ยักรู้ว่านายน้อยจะชอบคนคนเดียวกันกับนายท่านด้วย




                  นายน้อยพยักหน้าเขาละคางเรียวที่วางอยู่บนลาดไหล่ของซองอูออก ยึดกีต้าร์โปร่งราคาแพงเข้าหาตัวแล้วเริ่มเกาเพลงเพอร์เฟคออกมา นั่นทำให้ซองอูต้องหดตัวลงพิงกับไหล่และอกแข็งแรงราวกับคนที่ออกกำลังกายทุกวันนั่นแบบเสียไม่ได้





                  ดีจัง..หัวใจของนายน้อยเต้นสม่ำเสมอมาก แตกต่างกับหัวใจของเขาเหลือเกิน




                  “เธอว่า..ดอกกุหลาบสีขาวกับดอกกุหลาบไร้หนาม..อะไรดีกว่ากัน” นายน้อยไม่ได้ร้องเพลง ไม่แม้แต่จะฮัมเพลง..เขาแค่เกากีต้าร์เบาๆเป็นทำนางเพลง นั่งเงียบสักพักให้เสียงเพลงขับกล่อมจิตใจของเราทั้งคู่ แล้วจู่ๆก็ถามคำถามแปลกประหลาดออกมา




                  “ตอบสิ”




                  “..ผม..ไม่ชอบดอกไม้”




                  “เหรอ..ฉันคิดว่าเธอจะชอบดอกซาเนียเสียอีก”




                  “ทำไมผมต้องชอบดอกซาเนีย?” ซองอูเลิกคิ้ว เขาย้อนถามด้วยความแปลกใจ นายน้อยเอาแต่ถามถึงชนิดของดอกไม้ก็ว่าแปลกแล้ว ไม่รู้นึกอะไรถึงมาเดาความชอบของเขาว่าน่าจะชอบดอกบาเย็น เขาดูเป็นคนอย่างนั้นเหรอ? แปลกคนเกินไปหรือเปล่านะ..




                  “เปล่า..”




                  “...”




                 “ฉันน่ะชอบทั้งสองอย่างเลย..ทั้งดอกกุหลาบสีขาวแล้วก็ดอกกุหลาบไร้หนาม”




                 “...”




                 “คนอย่างฉันคงดูไม่เหมาะกับดอกไม้เท่าไร..แต่เธอรู้หรือเปล่าว่าฉันเคยปลูกดอกกุหลาบสีขาวไร้หนาม.. ทั้งที่ฉันเป็นคนที่ไม่ชอบดอกไม้เอามากๆ แต่ฉันกลับชอบดอกกุหลาบสีขาวกระถางนี้”




                 “...”




                 “ในทุกๆวันตอนเย็น ฉันกลับจากโรงเรียนมาก็จะรดน้ำให้มันก่อนเป็นอันดับแรก ฉันใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับมัน คุยกับมัน เปิดเพลงให้มันฟัง ระบายเรื่องน่าอัดอั้นตันใจ..และมันก็เป็นผู้ฟังชั้นดีคนนึงเลยล่ะ”




                “...”




                “น่าแปลกที่ในกระถางดอกกุหลาบที่ฉันรักก็มีดอกไม้ชนิดอื่นๆงอกงามออกมาด้วย  มันคือดอกเดซี่สีขาวและดอกดอกโครคัสสีขาว” เสียงพูดทุ้มลึกนั่นยังคงดังคลอกับเสียงดนตรีไม่มีท่าว่าจะหยุด นายน้อยพูดด้วยเสียงเรียบนิ่งไม่แสดงความรู้สึกเหมือนอย่างเคยแต่ซองอูกลับรู้สึกได้ถึงอารมณ์บางอย่างที่แฝงมากับคำพูดเหล่านั้น..ในทุกๆประโยค




                “...”




                “ฉันไม่ได้ถอนมันออกหรอกนะเพราะฉันคิดว่ามันก็สวยงามดี บางทีมันอาจเป็นความตั้งใจของเจ้ากุหลาบของฉันก็ได้”




                “...”




                “ฉันปล่อยให้มันเป็นไปแบบนั้น ฉันยังคอยดูแลดอกกุหลาบสีขาวของฉันอย่างสม่ำเสมอพร้อมกับเจ้าโครคัสและเดซี่ที่ได้รับผลประโยชน์ไปด้วย กระถางดอกไม้ของฉันมันสง่างามแล้วก็ดูขาวสะอาดมากๆเลยล่ะ.. แต่แล้ววันหนึ่งมันก็มีดอกไม้สีอื่นปนเข้ามาด้วย.. มันเป็นดอกไม้ดอกเล็กๆ เล็กมากจริงๆ..แต่มันกลับเบ่งบานและเติบโตโดดเด่นกว่าดอกกุหลาบขาวของฉัน..เธอรู้ไหมมันคือดอกอะไร?”




               “...” พูดจบสองมือของนายน้อยก็หยุดบรรเลงดนตรีลง เสียงลมหายใจดังชัดข้างใบหูของเขาแล้วนายน้อยก็กระซิบมันออกมาเบาๆแต่ดังชัดไปถึงหัวใจ




               มันคือดอกกุหลาบเหมือนกัน..ดอกกุหลาบสีแดง”




               “...”




               “น่าแปลกที่มันเป็นดอกไม้ชนิดเดียวกันแต่ฉันกลับให้ความสนใจมันยิ่งกว่าดอกกุหลาบสีขาวของฉันเสียอีก”




               “...”




              “หลังจากนั้นทุกๆคืนที่ฉันนอน ฉันก็จะเห็นดอกป๊อปปี้สีม่วงแล้วฉันก็เพิ่งรู้ว่าดอกโรสแมรี่นั้นน่ารักขนาดไหน”



               “...”




               “แล้วเธอล่ะซองอู..ไม่มีดอกไม้ชนิดไหนที่เธอรู้สึกชอบมันเลยเหรอ?”




               “...”




               “...”




               “มีสิครับ..ผมเองก็เคยชอบกุหลาบไร้หนาม แต่ว่าตอนนี้รสนิยมของผมมันก็เปลี่ยนไปนิดหน่อย”




              “...”




              “..อาจจะฟังดูไร้ค่าแต่ว่านะ..ผมน่ะ..ชอบดอกผักกาดหอมที่สุด..”




               “...”






               “นายน้อยก็ชอบมันใช่ไหมครับ?”

 



55.55%









               เรื่องที่ทำให้เขารู้สึกมีความสุขมีอยู่ไม่กี่อย่างในชีวิตขององซองอู ถ้าเป็นเมื่อก่อนการทำให้นายท่านมีความสุขและยิ้มออกมาได้ถือเป็นความสุขที่สุดในชีวิตของเขา แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว ความสุขเพียงอย่างเดียวในชีวิตของซองอูคือใครสักคนที่เป็นที่ให้เขาพักพิงจิตใจ เป็นที่ซุกหน้าร้องไห้ตอนเสียใจ เป็นที่รักษาดูแลร่างกายยามเมื่อบาดเจ็บ





               เป็นบ้าน..บ้านที่เขาจำใจที่จะต้องจากในทุกๆเช้าและโหยหาที่จะกลับมาในทุกๆเย็น



               เขาปรารถนา..แค่เพียงคนเดียวบนโลกใบนี้ ไม่ต้องมีเพื่อนฝูงหรือผู้คนมากมายคอยอยู่เคียงข้างเขา .. ขอแค่บ้าน บ้านหลังเดียวที่เขาจะพึ่งพิงไปตลอดชีวิต




               แต่ถึงอย่างไรก็ช่างมันเถอะ..ยังไงตอนนี้มันก็เป็นแค่ความใฝ่ฝันลมๆแร้งๆของคนๆหนึ่งที่ไม่มีแม้แต่สิทธิเสรีภาพในการใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง




               เกือบหนึ่งเดือนแล้วที่นายน้อยคังแดเนียลเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้และดำรงตำแหน่งฐานะนายน้อยและผู้กุมอำนาจของโชคัง มันเป็นความจริงที่ว่านายน้อยไม่ได้ทารุณกรรมเขาเหมือนแต่ก่อน เรียกได้ว่าตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาเราแทบจะไม่ได้เจอหน้ากันด้วยซ้ำ




               งานที่โชคังคงจะหนักมาก อาจเพราะเรื่องของหยางเสี่ยวเมิ้งยังไม่ได้เคลียร์ไหนจะพิธีรับมอบอำนาจนายใหญ่ของโชคังที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้าอีก...คิดว่าอย่างนั้นนะ




               ช่วงนี้ซองอูต้องรับการรักษาอยู่ที่บ้านเท่านั้น แม้ว่าเขาจะเถียงแทบตายว่าตัวเองหายดีแล้วแต่นายน้อยก็ยังยึดคำสั่งขั้นเด็ดขาดว่าห้ามให้เขาออกไปไหนทั้งนั้นนอกจากในคฤหาสน์  แถมยังยึดเครื่องมือสื่อสารจากเขาทุกชนิดไปจนหมด มีเพียงป้านมเท่านั้นที่เป็นเครื่องมือสื่อสารเพียงคนเดียวของเขา




               ถึงไม่ได้ล่ามก็เหมือนกับล่าม ไม่ต่างอะไรกันเลยสักนิด




               คิดถึงมินฮยอน..อยากเจอ อยากกอด อยากร้องไห้ให้ฟัง อยากบอกให้เขารู้ว่าซองอูทรมานมากแค่ไหน




               ไม่ชอบเลย..เกลียดการอยู่ที่นี่ที่สุด ซองอูเคยรักที่นี่ เคยคิดว่าตัวเองรักโชคังมากกว่าชีวิต แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาก็ได้รู้ว่าจริงๆแล้วเขารักนายท่าน ที่ไหนที่มีนายท่านมันก็ดีไปเสียหมด




               แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว และมันไม่มีวันที่จะกลับมาเหมือนเดิมอีก




              เขาเกลียด..เกลียดนายน้อยที่แสนงานยุ่ง..






              แต่ก็ชอบพาผู้หญิงเข้ามาไม่ซ้ำหน้าทุกคืน




              เกลียดที่นายน้อยไม่ยอมพาเธอเข้าห้องของตัวเองแต่กลับใช้ห้องนอนแขกที่อยู่ติดๆกับห้องรังหนูของเขา เกลียดความกระหายที่ไม่รู้จักเวลาของนายน้อยที่ถึงแม้ว่าจะมีคนงานอยู่เต็มบ้านไปหมด แต่ถ้าตอนไหนที่ตัวเองอยากก็จะไล่คนงานออกไปจนหมด




              เหลือเพียงแค่มนุษย์เพียงคนเดียวที่นายน้อยคงไม่เคยมองว่าเขาเป็นมนุษย์ .. คิดว่าเขาเป็นตุ๊กตากระดาษเหรอ? ที่จะไม่รู้สึกอะไรกับเสียงน่ารังเกียจจนอยากจะอ้วกที่ผ่านกำแพงไม่เก็บเสียงนั่นมา คิดว่าการที่ต้องทนฟังทั้งคืนมันรู้สึกยังไงงั้นเหรอ?




              ไม่ได้ถูกฝึกให้มานั่งฟังใครเอากันทั้งคืนสักหน่อย





               นายน้อยพาผู้หญิงเข้าบ้านไม่ซ้ำหน้า จริงๆแล้วมันผิดกฎครอบครัวของตระกูลคังที่ห้ามนำหญิงสาวใดเข้ามาในบ้านประจำตระกูลนอกเสียจากนางอันเป็นที่รัก แต่ให้ทำยังไงได้...ในเมื่อตอนนี้ตระกูลคังก็เหลืออยู่แค่คนเดียวแล้ว




               แต่ช่วงนี้เหมือนว่านายน้อยจะพาเธอคนหนึ่งเข้ามาบ่อยมากๆ เป็นคนที่เขารู้สึกคุ้นหน้า คุ้นตาคล้ายๆกับหญิงสาวในรถสีดำคันหรูที่นายน้อยแลกลิ้นแบบไม่อายฟ้าดินวันนั้น




               ซองอูกระโดดขึ้นเตียง หยิบหูฟังและเครื่องเล่นMP3จับยัดใส่หูทันทีทีได้ยินเสียงปึงปังจากห้องข้างๆ...สามทุ่มเวลาเดิมเป๊ะๆ




               แม้ว่าเสียงเพลงจะดังสักเท่าไร แต่เสียงหยาบโลนจากห้องข้างๆก็ยังรอดเข้ามาไม่ขาด สองมือของเขาอุดหูฟังเข้ากับหูแน่น พยายามไม่จดจ่อสนใจกับเสียงแต่มันก็เป็นเรื่องยากเหลือเกิน ดวงตาคมเหลือบเห็นลิ้นชักข้างเตียงช่องล่างสุดที่เปิดแง้มไว้อยู่ เขาโน้มตัวค้นบางสิ่งออกมาจากช่อง จดจ้องมันอยู่นานสองนาน




                จนรู้สึกถึงน้ำตาที่ไหลคลอเบ้าตาเอ่อล้นออกมาเปื้อนของตรงหน้า ซองอูตกใจรีบยกมือปาดน้ำตาที่จู่ๆก็ไหลมาออก แต่มันช่างเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะห้ามน้ำตาตัวเองไม่ให้ไหล





               อีกแล้ว...อ่อนแออีกแล้ว ทำไมต้องเป็นแบบนี้ตลอดเลยเขาไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิด

 


Like the taste of your smile

I miss the way we breathe

 


               เรียวปากบางอมยิ้มเบาๆพยายามให้กำลังใจตัวเองพร้อมกับนิ้วมือก็พยายามๆเช็ดคราบน้ำตาที่เปรอะเปื้อนสิ่งของสำคัญ...หนึ่งในสิ่งของสำคัญที่ซองอูรักและหวงแหนที่สุดในชีวิต




              ไม่อยากจะนึกถึงเลยสักนิด แต่ทุกครั้งที่มองมันซองอูก็รู้สึกเหมือนได้ย้อนอดีตกลับไป...รู้สึกว่าเขาได้พบเจอกับบ้านหลังเล็กๆที่อยากอยู่ไปตลอดชีวิต




              และพอยิ่งคิดน้ำตามันก็ยิ่งไหลออกมา ไหล่ของเขาสั่นสะท้านสมองตอนนี้อื้ออึงมากจนไม่รับรู้สึกถึงอะไรแล้ว ตอนนี้ห้องข้างๆเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้  



 

But I never told you

What I should have said

No, I never told you

I just held it in

 


            อาจฟังดูไร้ค่าและไม่สำคัญ เพราะสิ่งของที่เขากำลังตระกองกอดและร้องไห้ไปกับมันไม่ใช่อะไรที่มีค่าเลยสักนิด...มันเป็นเพียงแค่รูปภาพใบเดียว




            รูปภาพใบเดียวที่เขาเก็บมาตลอดยี่สิบปี เป็นรูปภาพใบเดียวที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนเขาจะพกมันไปด้วยเสมอ มันเป็นเสมือนว่าเขาได้พกบ้านหลังหนึ่งไปด้วย





             รูปของคนที่เขารักมากที่สุดอีกคนในชีวิต



             ดอกกุหลาบไร้หนามสีขาวบริสุทธิ์ที่ซองอูรักและหวงแหนมันมากที่สุด รักมากชนิดที่ว่ามันคือการตกลงไปในหลุมขนาดใหญ่หลุมหนึ่ง



             ยากจะดึงตัวออกมา




             เคยคิดว่าเวลาจะช่วยเยียวยารักษาทุกสิ่งทุกอย่าง ดินที่ถูกขุดก็จะมีดินใหม่ๆถมทับลงเรื่อยๆจนมันเรียบสนิท..เหมือนความรู้สึกของเขาที่จะต้องถูกถมและฝังลงส่วนลึกของหัวใจตลอดไป




             แต่ซองอูกลับพบว่า เวลา ไม่เคยช่วยอะไรเขาได้เลย ทั้งตอนที่แม่ตายจนถึงตอนนี้ ตอนที่นายท่านตาย..ใช่ มันช่วยให้เขาไม่รู้สึกเจ็บแสบบาดแผลจนทรมานเจียนตาย แต่สุดท้ายแล้วแผลนั้นก็กลายเป็นแผลเป็น




             ตราบใดที่เจ้าของรอยแผลไม่มากรีดซ้ำทุกอย่างก็จะดีขึ้น .. แต่รอยแผลขนาดใหญ่ที่บาดลึกในหัวใจของซองอูรอยนี้มันไม่เคยหาย เมื่อสิบสองปีที่แล้วมันดูเหมือนว่าจะหาย...






             แต่สิบสองปีถัดมา ซองอูก็ได้รู้ว่ามันไม่เคยหายเลยสักนิด

                    

And now,

I miss everything about you

Can't believe that I still want you

 


              เขาเคยตกหลุมรักคนในรูปขนาดไหนเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว...ยี่สิบปีถัดมามันก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

 


And after all the things we've been through

I miss everything about you

Without you

 


              คังแดเนียลวัยห้าขวบ คือเด็กน้อยที่น่ารักที่สุดในโลก


              คังแดเนียลวัยเจ็ดขวบ คือเด็กน้อยที่เรียนเก่งที่สุดในโลก


               คังแดเนียลวัยสิบขวบ คือเด็กน้อยที่รักพี่ซองอูที่สุดในโลก




               และไม่ว่าคังแดเนียลจะอายุเท่าไร นิสัยเปลี่ยนไปมากสักแค่ไหน หรือแม้ว่าจะไม่ใช่คนเดิมที่เขารู้จัก.. ไม่มีแม้แต่เศษซากความเป็นเด็กน้อยคังแดเนียลที่รักเขาหลงเหลืออยู่






               องซองอูก็ยังคงเป็นคนที่รักคังแดเนียลมากที่สุดในโลกเหมือนเดิมและจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไป






               เคยหวังว่าความรู้สึกไม่รักดีนี่จะหายไป แต่จริงๆแล้วมันไม่เคยหายไปเลย..ไม่เคยเลยสักนิด



               

               ใช่..เขาเกลียด..เกลียดคังแดเนียล..





               เกลียดมากกว่าคังแดเนียลคือเกลียดที่ตัวเองโกหกว่าเกลียดคังแดเนียล



               เขาเกลียดที่สุดเลย





 

               พลั่ก!


               “เฮือก! ร่างบางสะดุ้งตกใจจนเผลอโยนภาพถ่ายใบสำคัญของตัวเองหล่นหายเข้าไปในซอกเตียง ซองอูตกใจลุกลี้ลุกลนทำอะไรไม่ถูก อยากจะลุกขึ้นไปค้นหาภาพถ่ายใบนั้นจนแทบบ้า..ถ้าไม่ติดว่าภาพนั่นเป็นภาพของคนที่ยืนพิงกรอบประตูมองเขาด้วยสายตาเย็นชาอยู่ตรงหน้าคนนี้ล่ะก็นะ




               “เสียงร้องไห้ของเธอ..มันดังไปถึงห้องฉัน”




               “...” ชายหนุ่มรีบปาดน้ำตาที่ไหลข้างแก้มออก เขาพยายามก้มหน้าหลบสายตานายน้อยคังที่จ้องเขาตาไม่กระพริบ




              แค่เขาร้องไห้แค่นี้ตัวเองยังได้ยินเลย แล้วทำไมไม่คิดมั่งวะว่าคนอื่นจะได้ยินหรือเปล่า ถ้าไม่คิดจะแคร์กันทำไมถึงไม่ปล่อยเขาไปล่ะ? ทั้งที่วันแรกที่เจอกันไล่เขาเกือบตาย แต่วันนี้กลับมากักขังลิดรอนอิสรภาพเขาเสียแบบนี้




              ไม่เข้าใจเลยจริงๆ



              ไม่เข้าใจว่าตัวเขาเองเสียใจเพราะโดนลิดรอนอิสรภาพ





               หรือเสียใจเพราะรักคังแดเนียลมากกันแน่




               “เสียใจขนาดนั้นเลยเหรอ..”




               “...” เสียใจสิ




               “ตอบฉันซองอู..” นายน้อยคังแดเนียลกดเสียงต่ำเริ่มที่จะแฝงความรู้สึกไม่พอใจมากับน้ำเสียงนั่น




               ซองอูกำลังกลัว..นายน้อยเป็นแบบนี้อีกแล้ว ... เขาทั้งกลัวและเสียใจ มันปะปนกันจนไม่รู้ว่าจะต้องจัดการกับความรู้สึกไหนก่อนดี




                ซองอูเลือกที่จะเมินคำถามของนายน้อย เรียวตาคมไม่คิดที่จะตวัดมองร่างสูงแม้แปลายตา เขายัดหูฟังใส่หูเปิดเพลงเสียงดัง เลือกที่จะเมินนายน้อยแบบโคตรตั้งใจ ทั้งที่ในใจเองก็รู้สึกหวาดกลัวเหลือเกิน




                กลัวใจตัวเอง กลัวว่าจะข่มความเสียใจไม่อยู่แล้วสารภาพทุกอย่างออกไป กลัวความรุนแรงที่จะมากับความโกรธจัดของคนคนนี้.. กลัวไปหมด




                “องซองอู..ฉันถามทำไมไม่ตอบ” เขาปิดหูแน่น ถ้ากัดลิ้นตัวเองตายตรงนี้ได้คงทำไปแล้ว ไม่อยากใช้ชีวิตอยู่แบบนี้อีกแล้ว มันทรมานเกินไป คิดว่าถ้ามันยังคงเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆสักวันเขาคงต้องตายทั้งที่ยังหายใจอยู่เข้าจริงๆ




                “เธอเมินฉันเหรอ?” ได้โปรดนายน้อย เมตตาผมทีเถอะ ช่วยออกไปที




                “...”




                “เธอคิดว่าฉันไม่เห็นจดหมายที่เธอส่งไปให้ผู้ชายของเธอหรือไง? เธอคิดว่าฉันโง่เหรอ?”




                “...” แล้วคุณมาบอกผมทำไม ผมจะคิดถึงใคร รักใครแล้วมาสนทำไม คิดว่าไม่รู้สึกอะไรหรือไง คิดว่าไม่หวั่นไหวกับการกระทำที่ในใจก็รู้ว่าอาจจะเกิดจากความจิตไม่ปกติของคุณ แต่ผมก็โหยหามันเหลือเกิน..ความอ่อนโยนแสนหวานของคุณ



                ใช่..คุณมันโง่มาก เป็นไอ้เฮงซวยที่โง่ที่สุดในชีวิต




                “อย่า..ให้ฉันโมโหนะองซองอู..เธอไม่มีสิทธิ์ขัดคำสั่งฉัน” แม้แต่สิทธิ์ความเป็นคนผมยังไม่มีเลย




                 “...”



                 และเหมือนว่าเส้นความอดทนของนายน้อยได้ขาดลงแบบสมบูรณ์แบบ เสียงย่างเท้าหนักๆของมัจจุราชเดินดินปลุกความหวาดกลัวในใจขององซองอูมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว




                ปึ่ก! “โอ๊ย!! สองมือแข็งแรงดึงผ้าห่มที่คลุมร่างกายของเขาออกพร้อมกับฉุดกระชากข้อเท้าของเขาจนตัวไถลลงมา นายน้อยจับข้อมือทั้งสองข้างของเขาตรึงไว้เหนือหัว เป็นท่าเดียวกับความรุนแรงที่ซองอูไม่เคยลืมในวันนั้น




                “เธอรักมันมากหรือไง อยากจะหนีตามมันไปมากนักใช่ไหม?!




                “พูดบ้าอะไรของคุณ โอ๊ย!” สองมือแกร่งกำข้อมือของเขาแน่น ไม่มีท่าว่าจะลดกำลังลงเลยแม้แต่น้อย




                ตอนนี้นายน้อยคงแดเนียลเหมือนคนเสียสติ ร่างสูงรวบข้อมือของเขาเอาไว้ด้วยฝ่ามือเพียงข้างเดียวก่อนจะล้วงอะไรบางอย่างในกระเป๋ากางเกงออกมาปาใส่หน้าเขา




                “จดหมายนี่! ถ้าฉันไม่เห็นป้านมทำลับๆล่อๆฉันจะได้รู้หรือเปล่าว่าเธอติดต่อหาชายอื่นทุกวัน..ทำไมถึงทุเรศแบบนี้”




                “ทุเรศเหรอ? นายน้อยกล้าพูดคำนี้ได้ยังไง” เขากัดฟันกรอด ตัดสินใจหันใบหน้ากลับมาจ้องหน้าของนายน้อยแบบไม่คิดจะหลบตา ... ทนไม่ไหวแล้ว ยิ่งเห็นใบหน้าของนายน้อยใกล้ๆแบบนี้ความคิดถึงที่มีต่อเด็กน้อยคังแดเนียลก็ตีรวนเข้ามาในจิตใจของเขา




                ถ้า..ถ้านายน้อยทำร้ายเขาแบบนี้ไปตลอด เป็นคนเลว ทำร้ายร่างกายเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าไร้ซึ่งความปราณี...มันคงดีกว่าการที่นายน้อยอ่อนลง ดีกว่าการที่นายน้อยเมตตาเขา ทำตัวอ่อนโยนเหมือนคนสองอารมณ์แต่เขากลับคิดไปเองเป็นตุเป็นตะว่านายน้อยอยากปลอบประโลมเขา





                ถ้านายนายไม่อ่อนโยน..เขาจะไม่อ่อนแอแบบนี้เลยสักนิด      


 

                แม้ว่าเขาจะรักคังแดเนียลแค่ไหนแต่เขาก็พร้อมจะที่จะเกลียดคังแดเนียลแสนใจร้ายคนนี้ได้เสมอ ความรักที่เคยมีให้ก็จะเก็บไว้ในส่วนลึกของจิตใจ ..




                “เธอหมายความว่ายังไง?” นายน้อยกัดฟันดังกรอดจนกรามนูนขึ้นเป็นสัน ซองอูอยากตอบโต้ อยากด่าทอให้มากที่สุดเพราะในเมื่อตอนนี้เขาก็มีความกล้าที่จะเผชิญหน้าแล้ว แต่พอได้มองหน้าคนใจร้ายคนนี้ ใจเขามันก็กลับไปกากเหมือนเดิม กลับไปเป็นหัวใจที่ไม่กล้าจะเรียกร้องอะไร




                แล้วพอทำอะไรไม่ได้..น้ำตาไม่รักดีมันก็กลับมาคลอเบ้าอีกแล้ว




                “...ซองอู..อย่าเงียบใส่ฉัน”




                “นายมัน..ทุเรศที่สุดเลย” เขาพูดน้ำเสียงเลื่อนลอย ตามองเลยไปยังเพดานสีขาวผุพัง .. จู่ๆฝนก็ตกหนัก หนักมากเหมือนฝนในจิตใจของเขา




                “เธอว่ายังไงนะ?”




                “นายมันทุเรศ!! ได้ยินไหมว่านายมันทุเรศ!! เลวที่สุด! ใจร้าย! อำมหิต! นายมันไม่ใช่มนุษย์ นายมัน!!




               “แล้วฉันทำอะไร!! เธออยากไปหามันมากขนาดนั้นเลยหรือไง? อยากสมสู่กับมันมากใช่ไหม? มันทรมานมากขนาดนั้นเลยเหรอ!!




               “เออ!! ผมคิดถึงมินฮยอน! ผมอยากไปสมสู่กับเขา! ทำไมผมจะอยากมีอะไรกับใครไม่ได้ในเมื่อคุณก็ทำ! เป็นครั้งแรกที่ซองอูรู้สึกว่าเขาควบคุมอะไรตัวเองไม่ได้เลย คำพูดที่ไม่คิดว่าตัวเองจะกล้าพูดหลุดออกมาจากปากของเขาเรื่อยๆ น้ำตาบดบังทุกสิ่งจนเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่านายน้อยกำลังทำสีหน้าแบบไหน เขารู้แค่ว่าแรงบีบของนายน้อยมันแรงขึ้น เขาเจ็บเหลือเกิน..




              “ทำไม? เธออยากมากนักหรือไง?”





              “เออ! อยาก! ผมอยากไปหามินฮยอน อยากกอดเขา อยากจูบเขา อยากมีอะไรกับเขา นายน้อยได้ยินไหมว่าผม—อื้อ!” คนตัวสูงตะโบมจูบลงมาแบบไม่ยั้งแรง ทั้งกัด ทั้งดึง ทั้งกระทบ แม้จะรู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดแดเนียลก็ไม่คิดที่จะหยุดการกระทำอันต่ำช้าของตัวเองเลยสักนิด ซองอูพยายามขัดขืน เขาใช้ทุกวิถีทางที่ตัวเองจะทำได้ทั้งพยายามดิ้น ทั้งใช้แรงเตะแต่มันก็ไร้ประโยชน์...นายน้อยดักเขาทุกวิธีทาง




               รุนแรงมาก รุนแรงหรือเกิน ซองอูเจ็บไปหมด เขารู้สึกได้เลยว่าปากของเขาคงแตกอีกแล้ว แม้แต่ลิ้นที่กระหวัดพันกันก็โดนกัด นายน้อยกัดแรงมาก รุนแรงมากกว่าครั้งที่แล้ว รุนแรงมากจนเขารู้สึกกลัว




                “อื้อ” นายน้อยไม่ยอมถอนจูบ องซองอูรู้สึกว่าตัวเองหมดแรงลงไปทุกที เขาพยายามทำทุกวิถีทางแล้ว ใช้แรงที่ผู้ชายขี้โรคคนหนึ่งพึงจะมีแต่มันก็เปล่าประโยชน์และสิ้นหวัง




               “ฮึก..อื้อ! ปล่อยผม! นายน้อยละริมฝีปากออก สันจมูกโด่งหายใจหนักหน่วง ไม่ปล่อยเวลาให้ซองอูได้ตั้งสติความรู้สึกเจ็บจี๊ดตรงต้นคอก็ดึงสติเขาออกไปอีกครั้ง “โอ๊ย!




              “นายน้อย! หยุดนะ! จะทำอะไร ผมเป็นผู้ชายนะ!




              “ฉันไม่สน! จะผู้ชายจะผู้หญิงมันก็เหมือนกัน! ส่วนเธอก็คงชินแล้วนิ่! สัมผัสหยาบโลนของผู้ชายด้วยกัน!




             “โอ๊ย!! ปล่อยผมนะ ฮือออ” นายน้อยไม่ปราณีเลย ไม่ลดแรงลง ไม่คิดที่จะหยุดเลยสักนิด ฟันคมกัดฝังตามลำคอระหงส์จนซองอูหรือสึกเจ็บจนแทบบ้า ทั้งดูดทั้งดึงทั้งกัดจนเลือดไหล ฉุดรั้งเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาออกจนกระดุมเม็ดเล็กกระจายไปไม่เหลือชิ้นดี ฟันคมฝังกัดตรงหน้าอกและหัวไหล่ของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า




             เจ็บมาก เจ็บจนทนไม่ไหว เจ็บจนร้องไห้ เจ็บเหมือนจะตาย




             “ฮืออออ ปล่อยผมเถอะนายน้อยฮืออออ”




             “ทำไม! หรือเพราะฉันไม่ถึงใจเธอเท่าคนอื่น แรงกว่านี้ไหม? เอาไหม!




             “ฮืออออ ไม่เอา ไม่เอาแล้ว” เขาส่ายหัวหนักจนผมสีดำที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อสะบัดไปมา เขาชาไปหมดทั้งร่าง ชาข้อมือและขาที่ถูกนายน้อยตรึงเอาไว้ ชารอยขบกัดรุนแรงที่นายน้อยสร้าง ชาที่สุดตรงที่หัวใจ




              มันทรมานมาก มันเป็นความหวาดกลัวที่ทรมานที่สุด ทนไม่ไหวแล้ว มันเจ็บไปหมด เจ็บเหมือนจะตาย




              “อยากไม่ใช่หรือไง! ก็นี่ไงฉันจัดให้แล้ว!! หรือมันไม่ได้! มันต้องเป็นไอ้มินฮยอนใช่ไหม เธอถึงจะพอใจ!มันไม่ใช่ มันไม่ใช่เลยสักนิด มันไม่เกี่ยวกันเลย มันไม่เกี่ยวว่าเป็นมินฮยอนไหม




               มันเกี่ยวว่าเป็นคุณ




              “ฮือออ ปล่อยผมเถอะนายน้อย ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว ฮือออออออ”




              “...”




              “ปล่อยพี่เถอะนะแดน..ทรมานมาก ยอมแพ้แล้ว พี่เจ็บ..ไม่ไหวแล้ว ฮือออออ” ไม่ไหวแล้วจริงๆ เขาร้องไห้หนักมาก ร้องไห้หนักพอพอกับตอนที่แม่ทิ้งเขาไป ร้องไห้จนตัวสั่น ซองอูอธิบายความรู้สึกที่เขากำลังเผชิญตอนนี้ไม่ถูกแต่เขารู้แค่ว่ามันทรมานมาก มันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ความเจ็บปวด..ความรักที่มีต่อแดเนียล




              ทำไมไม่หายไป เขาทำถึงขนาดนี้แล้วทำไมยังอยู่ ต้องให้แดเนียลข่มขืนเขา ฆ่าเขาให้ตายเหรอมันถึงจะหายไป?





              ไม่ว่าคังแดเนียลจะอายุเท่าไร นิสัยเปลี่ยนไปมากสักแค่ไหน หรือแม้ว่าจะไม่ใช่คนเดิมที่เขารู้จัก.. ไม่มีแม้แต่เศษซากความเป็นเด็กน้อยคังแดเนียลที่รักเขาหลงเหลืออยู่


               องซองอูก็ยังคงเป็นคนที่รักคังแดเนียลมากที่สุดในโลกเหมือนเดิมและจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไป






                นายน้อยตระกูลคังถอนหายใจหนักพร้อมกับปล่อยคนที่ร้องไห้จนตัวโยนให้เป็นอิสระ กัดฟันตัวเองจนกรามขึ้นเป็นสัน โมโห โมโหเหลือเกิน...โมโหที่ตัวเองไม่ยอมทำมันให้ถึงที่สุด




                ไม่ยอมใจร้ายกับซองอูให้ถึงที่สุด...ไม่ยอมทำเหมือนที่เขาตั้งใจจะให้มันเป็น




                แดเนียลละตัวมานั่งข้างเตียง เขาปล่อยให้คนที่ร้องไห้อย่างหนักเป็นอิสระด้วยความไม่เต็มใจเท่าไรนัก เหลือบมององซองอูที่ยังไม่ยอมขยับร่างกายไปไหนแต่กลับนอนร้องไห้จนตัวโยนก็นึกโมโหตัวเองในใจ




               เห็นหรือยังว่ามันทรมานแล้ว ได้ยินไหม คำพูดว่ายอมแพ้แล้ว คำที่บอกว่าทรมาน คำพูดที่บอกว่าไม่ไหว คำที่บอกว่าขอโทษ ได้ยินหรือเปล่า?




               ดีใจไหมแดเนียล? แกต้องดีใจดิ่วะ..ไม่ใช่มานั่งโมโหตัวเองแบบนี้ มันไม่ใช่ความผิดแกเลยเว้ย..แกทำถูกแล้ว องซองอูกล้าพูดคำว่ายอมแพ้แล้ว





               จะมานั่งเสียใจทำไมวะ






               “เธอไม่เคยรู้จักโชคัง...ไม่เคยรู้จักตระกูลคัง..ไม่เคยรู้จักฉันเลย..”




               “...”




               “ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น โปรดรู้ไว้ว่ามันเป็นความผิดของเธอซองอู..จำใส่หัวของเธอไว้ว่ามันเป็นความผิดของเธอ”





               “...”




               “มันเป็นความผิด..ที่เธอร้องไห้..ผิดที่ฉันได้ยินมันไม่ได้...ผิดที่เธอร้องดังมากจนฉันได้ยิน..ผิดที่เสียงร้องไห้ของเธอมันทำให้ฉันต้องวิ่งมาหาเธอแบบไม่คิดชีวิต





               “...”




               “เป็นความผิดของเธอที่เธอต้องทำให้ฉันเป็นแบบนี้ ผิดที่ทำให้ฉันต้องกลายเป็นคนใจอำมหิตและเลือดเย็น ผิดที่ทำให้ฉันอยากทำร้ายเธอให้เจ็บปวดทรมานที่สุด”




                “...”




               “เป็นความผิดของเธอที่เธอร้องไห้น่าสงสาร ผิดที่เธอทำให้ฉันใจร้ายกับเธอได้ไม่เท่าที่ฉันต้องการจะทำ”





                “...”




                 “เป็นเพราะเธอ ความผิดของเธอที่ทำให้ฉัน..ทำให้ฉันแคร์เธอ ความผิดของเธอที่ทำให้ฉันรู้สึกเป็นไอ้เหี้ยไร้หัวใจคนหนึ่ง เป็นความผิดของเธอที่ทำให้ฉันรู้สึกเสียใจกับทุกการกระทำของตัวเอง”




                 “...”





                 “เป็นความผิดของเธอที่เข้ามามีอิทธิพลกับหัวใจของฉันมากมายขนาดนี้”





                “...”






                “อดทนหน่อย..เธอจะได้เติบโตในป่าที่สวยงาม ในดินที่อุดมสมบูรณมากกว่ากระถางใบเล็กๆที่ให้พื้นที่แก่เธอได้แค่นี้..รอหน่อยนะ”




100000000000000%

TBC


                 Talk01; ไม่ได้เจอกันนานเลยค่ะครั้งนี้T^T ช่วงนี้ไรท์สอบงานเลยอลังการงานสร้างมาก ไม่มีเวลามาต่อเลยค่ะ 55.55% นี่คือแต่งสดไม่ได้แต่งค้างแต่อย่างใด อยากแต่งให้ครบร้อยแต่หนักตาน้องไม่ไหวจริงๆค่ะพี่ตาเลยเอามาลงแค่นี้ก่อนกลัวคิดถึงกันมากกว่านี้(มีคนคิดถึงใช่ไหมคะ555)พรุ่งนี้สัญญาว่าจะมาต่ออีกครึ่งที่เหลือให้และแน่นอนค่ะว่ามันต้องยาวกว่าครึ่งแรกแน่ๆมีแววว่า 55555 ช่วงสองตอนมานี้เราก็จะได้เห็นถึงความไบโพล่าร์ของนายน้อยอยู่หน่อยๆค่ะ 5555 ตอนหน้าอาจต้องมีฉากใจร้ายๆกันบ้างหลังจากให้ซีนใจดีกับนายน้อยไปเยอะแล้ว แต่คงไม่รุนแรงมากหรอกนะคะสำหรับใครที่คาดหวังฉากรุนแรงสำหรับฟิคเรื่องนี้ไม่น่าจะมีเยอะค่ะ เชื่อใจได้ว่าฟิคเรท PG16 (มีหรือเปล่าวะ555) เจอกันพรุ่งนี้นะคะ นี่ขนาดทอล์กแรกนะเนี่ย


Talk02: เมื่อวานสัญญาว่าจะมาต่อให้แต่สุดท้ายก็ไม่ได้มา ขออภัยทุกคนที่รอด้วยนะคะแง๊งงงง เป็นความผิดของไรท์เองที่หนังตาไม่รักดีมันไม่ยอมถ่างรอ ทั้งที่ตอนนี้สัญญาว่าจะให้พี่มินออกแต่ดูแล้วคงต้องย้ายพี่เขาไปตอนหน้าเลยค่ะ 555555555555 โอเคตอนนี้เฉลยปมอีกปมหนึ่ง คิดว่าทุกคนคงจะเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกที่แดเนียลกับซองอูมีให้กันมันเป็นยังไงตอนนี้ภาษาจะวนๆหน่อยต้องตั้งใจอ่านกันหน่อยนะคะ จริงๆอยากใส่ฉากที่มันรุนแรงกว่านี้(แบบข่มขืนไปเลยเอาให้อีนายน้อยมันเลวที่สุด) แต่ก็ทำใจให้มันเป็นแบบนั้นไม่ได้ค่ะเพราะส่วนตัวเป็นคนอิ๊กนอร์และรักนายน้อยมาก ซองอูทรมานได้แต่นายน้อยห้ามทรมาน(เอ๊ะ!เมนแดเนียลเหรอ? เปล่าจ้าเมนซองอู555) คิดว่าเท่านี้ก็น่าจะเลวพอแล้วค่ะ อยากให้ทุกคนเกลียดนายน้อย แต่ทุกคนจะกล้าเกลียดลงจริงๆหรือเปล่าอันนี้ต้องแล้วแต่พิจารณา *กระพริบตา อีกประมาณสามตอนก็จะจบแล้วนะคะทุกคน ตอนหน้าได้เจอพี่ฝ่าแน่นอนและสำหรับใครที่คิดว่านายน้อยจะไม่ทำร้ายน้ององแล้ว...รอตอนหน้านะคะ นายน้อยยังเลวได้กว่านี้นิดนึง(วรั๊ยๆ) ตอนหน้าเราคงมีบู๊ๆกันหน่อยๆ นายน้อยของเราจะได้เป็นนายใหญ่แล้วนะทุกคนนนน 


(จะบอกว่า55.55%แค่ 2800 คำเองค่ะ 5555555)

ฝากคอมเมนท์ ติดแท็ก #ชั่ววูบ101เพื่อให้กำลังใจน้องด้วยนะคะพี่ตา ต้องขอบอกว่าทุกคอมเมนท์ของพี่ตานั้นผลักดันให้น้องเขียนจริงๆ สำหรับใครท่คอมเมนท์ให้ตลอดเค้าเห็นนะไม่ใช่ไม่เห็น น่ารักมากกกกกกก รัก♥

แล้วเจอกันเร็วๆนี้ค่ะ    


สำหรับคนที่อ่านทอล์กจนจบนี่คือรางวัลค่ะ

ความหมายของดอกไม้

ดอกกุหลาบขาว White Rose = คุณมีค่าสำหรับผม 

ดอกกุหลาบไร้หนาม Thornless Rose = ความรักครั้งแรก

ดอกโครคัส Crocus = ไม่มีพิษ ไม่มีภัย 

ดอกเดซี่สีขาว White Daisy = ไร้เดียงสา ใสซื่อบริสุทธิ์

ดอกป๊อปปี้สีม่วง Scarlet Poppy = ผมฝันเห็นหน้าคุณทุกคืน

ดอกโรสแมรี่ Rosemary = การที่คุณเดินเข้ามาในชีวิตของผม มันทำให้ผมรู้สึกมีชีวิต

ดอกกุหลาบสีแดง Red Rose = ตกหลุมรักเข้าอย่างจัง

ดอกผักกาดหอม Lettuce = ได้โปรดอย่าเย็นชากันผมเลย  

ดอกบานเย็น Zania = เพื่อนเก่า



                       

     

 

 

                 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 130 ครั้ง

649 ความคิดเห็น

  1. #642 kimkarin26 (@kimkarin26) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 22:16
    ไม่อยากให้คู่กันเลย
    #642
    0
  2. #634 Kawaiimm (@panda1343) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 07:54
    หืออออ แปลว่าต่างคนต่างชอบกันใช่ไหม แล้วอะไรทำให้เป็นแบบนี้เนี่ย;-;
    #634
    0
  3. #625 crazy_girl (@june2000) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 23:40
    โอ้ยกรี๊ดดด อ่านแล้วสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดของทั้งคู่ เราชอบที่คุณใส่ความหมายแฝงในดอกไม้จังเลย มันลึกซึ้งมากๆ
    #625
    0
  4. #611 thisisjimmy (@heeminkim) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:17
    ทรมานหัวใจจริงๆ ทั้งที่ก็รู้สึกเหมือนกันแท้ๆ ฮืออออออออ
    #611
    0
  5. #579 Namsomyuri (@namsomyuri) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 16:58
    ความหมายลึกซึ้งมากแล้วก็แต่งดีมากเลยค่ะ
    #579
    0
  6. วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 20:41
    ตอนนี้คือต่างฝ่ายต่างรับรู้ความรู้สึกของกันและกัน แต่อะไรที่ผลักดันให้เรื่องราวมันเป็นแบบนี้นะ ถ้าคิดตามแบบที่เราคิด ไม่ได้เดาความคิดแดเนียลนะ คือเพราะแดนรู้ว่าทางเดินชีวิตตัวเองจะเป็นอย่างไร เลยไม่อยากให้คนที่ตัวเองรักอย่างซองอูต้องมาเดินร่วมทางที่อันตรายแบบนี้หรือเปล่า รู้ว่าซองอูคิดอย่างไรกับตัวเอง เลยทำทุกอย่างให้ซองอูเกลียด จะได้ไปจากชีวิตตัวเองงี้ คือจริง ๆ มาอ่านตอนที่เขียนจบแล้ว ไม่ต้องเดาก็ได้แต่อยากลอง ถึงจะหน้าแหกก็เถอะ
    ขอบคุณค่ะ
    #540
    0
  7. #491 The Liar (@moi-poi) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 23:47
    พอรู้ภาษาดอกไม้ก็เข้าใจทันทีว่าเขาคุยอะไรกัน ลึกล้ำเว่อร์
    #491
    0
  8. #435 IngHO~ (@number-ing) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:44
    รู้สึกถึงคำว่ารัก
    #435
    0
  9. #409 ϟ jn . (@jn-jenny) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 17:06
    โหตอนนี้เจ็บปวดใจจจจ แต่ก็ชอบมากๆด้วยเช่นกัน ภาษาการเปรียบเทียบของไรท์ดีอ่ะ ชอบๆๆ คุณคังเลวได้ใจละเกิน 55555
    #409
    0
  10. #358 Oum Sirilak (@oum-ka143) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 03:04
    อ่านมาร้องไห้ทุกตอนเลย ไรท์คะ หัวใจเราเจ็บปวดไปหมด แล้วซองอูจะขนาดนั้น เกลียดก็เกลียดไม่ได้ รักไปตั้งแต่นายน้อยยังเด็ก ยังเป็นคังแดเนียล ฮือออ ไม่อยากให้ซองอูรักแล้ว ไปหามินเถอะ
    #358
    0
  11. #357 Oum Sirilak (@oum-ka143) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 03:03
    อ่านมาร้องไห้ทุกตอนเลย ไรท์คะ หัวใจเราเจ็บปวดไปหมด แล้วซองอูจะขนาดนั้น เกลียดก็เกลียดไม่ได้ รักไปตั้งแต่นายน้อยยังเด็ก ยังเป็นคังแดเนียล ฮือออ ไม่อยากให้ซองอูรักแล้ว ไปหามินเถอะ
    #357
    0
  12. #352 jackyit (@jackyit) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 11:44
    จัลลร้องง
    #352
    0
  13. #320 JinnyJr. (@krisloveyeol) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 13:19
    กลัวใจเลย ต่างคนต่างเจ็บปวด จะโกรธแดเนียลแล้วนะ แต่ถึงประโยคที่บอกว่ามีอิธิพลต่อใจแล้วบั่บ ฮื่ออออออออออ ในเมื่อรักเขาทำไมต้องใจร้ายล่ะแดเนียล จะร้องงง TT
    #320
    0
  14. วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 23:53
    เจ็บปวดจริงๆ
    #319
    0
  15. #318 Bminepoy (@Poyb2uty) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 17:30
    ก็เจ็บปวดไม่ต่างกันทั้งคู่อะ
    #318
    0
  16. #317 Snowflake_Star (@Snowflake_Star) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 15:02
    นายน้อยก็รักคุณองใช่มั้ยยย อย่าทำร้ายกันอีกเลยนะฮืออออออ
    #317
    0
  17. #316 Juji_Han (@Juji_Han) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 11:52
    นายน้อยใจร้าย ก็ยังรักเขาอยู่ใช่มั้ย อย่าใยร้ายกับพี่เขานักสิ
    #316
    0
  18. #315 jeromex (@arratae0812) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 08:13
    นายน้อยเผยความรู้สึกแล้ว ใจบางไปหมดเลย หน่วงเว่อออ
    #315
    0
  19. #314 tomudanny (@tomudanny) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 01:23
    โกรธนายน้อยแล้ววววว ทำร้ายพี่องได้ยังไงคะ ฮึ่มๆๆๆ
    #314
    0
  20. #313 Danikniel (@Jupiterq) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 22:15
    โอ้ยยยกลัวใจ อย่าทำน้องงง ㅠㅠ ไรท์ช่วยปรานีซองอูด้วยนะคะ แพ้น้ามตาเขา ฮื่อออ อยากเกลียดนายน้อยแต่คงทำไม่ลงจริงๆนั่นแหละ แต่ถ้าทำคุณองเจ็บอีกเลาจะจุดไฟเผาบ้านเทอ!! คอยดู้!!!
    #313
    0
  21. #312 ikeing (@ikeing) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 22:06
    ฮือออออออออ สงสาร อย่าใจร้ายกับ อ๋งอ๋ง สิ ฮืออออออ
    #312
    0
  22. #311 doctorfire (@doctorfire) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 22:00
    สงสารซองอูอ่ะ ร้องไห้หนักเลยอ่ะ คือตอนแดนพูดเหมือนสารภาพรักอยู่เลยอ่ะแดน55+
    #311
    0
  23. #310 december sonyeo (@071295) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 21:11
    ความหมายของดอกไม้ลึกซึ้งมาก จริงๆแล้วนายน้อยก็รักซองอูอะ อย่าใจร้ายกับซองอูนักเลย สงสารจะแย่อยู่แล้ว
    #310
    0
  24. #309 KDKS (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 20:43
    เง้ออย่าใจร้ายกับยัยอ๋งนักเลยค่ะคู้นนนนน ชอบเรื่องนี้มากรอตอนตาอไปนะคะ
    #309
    0
  25. #308 Nntm_L (@Nntm_L) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 20:29
    ฮรือออ นายน้อยแม่งง
    #308
    0