SF//OS// ชั่ ว วู บ #Nielong #เนียลอง

ตอนที่ 12 : SF: ไม่มีอะไร มึงอ่ะคิดมาก! 1/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,775
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    18 พ.ย. 60

B
E
R
L
I
N
 


ไม่มีอะไร มึงอ่ะคิดมาก! 
01


- 그대만 나의 전부인걸요 -


คุณเพียงเท่านั้นที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน

Closer - Taeyeon




            “อ๊ะ..อ..ไอแดน..อ๊ะ อย่า”



            “อือ..” เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าความร้อนของเตาไมโครเวฟคงเทียบไม่ได้กับผิวเนื้อที่กำลังสัมผัสกันและกัน เสียงเนื้อกระทบเนื้อและเสียงน้ำที่ชื้นแฉะพอได้ตั้งใจฟังก็พาลทำให้เขิน



           “ไอแดน..อือ..อย่า.ด..ดิ”



           “อือ..อะไร” ร่างหนาขมวดคิ้ว มือเรียวของคนใต้ร่างที่วางอยู่บนแผงอกเปลือยเปล่าของเขาพยายามจะดันตัวเขาให้ออกห่างแม้ว่าร่างกายเราจะเชื่อมกันแทบทุกส่วนแล้วก็ตาม..



            คนข้างล่างเริ่มชักสีหน้าไม่พอใจเหงื่อไหลซึมที่ขมับทำให้เขาตัดสินใจละมือที่เค้นคลึงหน้าอกแบนราบของอีกคนอย่างมันส์มือออก ปาดเหงื่อที่ไหลลงมาบนโครงหน้าคมอย่างแผ่วเบาเพราะเกรงว่ามันจะเข้าตาอีกคนเข้า



            “อ๊ะ..ไอแดน..ไอเหี้ย..ก..กูบอกว่า อย๊า!



            “อย่าอะไร..”




            “แรงไปแล..แล้ว!.อ..ไอเหี้ย”



            “อะไรนะ?” คังแดเนียลยักไหล่ เขาประคองใบหน้าบูดบึ้งของอีกคนที่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหงุดหงิดที่โดนเขาแกล้งกระแทกแรงๆหรือเพราะตัวเองจะไปก่อนเขากันแน่





             ทำไมจะไม่รู้..ว่ามันเกลียดการที่ตัวเองไปก่อนที่สุด




             ด้วยเหตุผลที่ว่าคนที่ไปก่อนแม่งไม่แมน ไม่ลูกผู้ชายไม้ตะพตพอ อดทนอดกลั้นแค่นี้ก็ไม่ได้!! ไอกากเอ๊ย!


 

             โถ่ไอฟาย...มึงไม่แมนตั้งแต่นอนอ้าขาให้กูเอาแล้ว งั่งเอ๊ย!



            “ไอ้เหี้ย! อ๊า!





            หน่ะ..แล้วก็มาด่ากูอีก

 

            ..

 



          ห้องคอนโดที่หรูเกินกว่านักศึกษามหาวิทยาลัยจะครอบครองไว้ได้เพราะราคาค่าเช่ารายปีแพงขนาดที่ถ้าแดเนียลแคะกระปุกหมีที่สะสมมาตั้งแต่อนุบาลสองก็คงจ่ายได้เพียงแค่คืนเดียว ตอนนี้มันเงียบสงัดจนได้ยินเพียงลมหายใจของเราทั้งคู่



          อ๋อ ถึงจะพูดไปอย่างนั้นแต่เจ้าของคอนโดก็เป็นนักศึกษาน่ะนะ ก็ไม่รู้จะพูดไปเพื่ออะไรเพราะถึงยังไงคนคนนี้ก็รวยขนาดจ้างนักร้องดังๆสักคนมาเปิดคอนเสริ์ตเล่นๆในห้องส่วนตัวยังได้เลย



         เสียงหอบหายใจสม่ำเสมอข้างๆกายบ่งบอกให้รู้ว่าอีกคนหลับสนิทมากแค่ไหน ใบหน้าอิดโรยของผู้เป็นเจ้าของห้องที่เพิ่งเก็บหน่วยกิตสำหรับเทอมนี้หมดไปอย่างเอาเป็นเอาตายไม่ยอมหลับไม่ยอมนอนมันทำให้แดเนียลนึกสงสัยว่าทั้งที่เหนื่อยขนาดนี้แท้ๆ แต่ทำไมมันถึงดูมีความสุขนักนะ





          ให้ตายสิ..คงเพราะห้องมันเงียบมากถึงได้ยินเสียงความคิดของตัวเองดังชัดขนาดนี้





          รวมถึงเสียงหัวใจที่เต้นแรงมาตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้มันก็ยังเต้นแรงในจังหวะเดิมไม่เปลี่ยนแปลง




          ปล่อยไว้แบบนี้ตัวเองคงได้ฟุ้งซ่านตายกันไปข้าง เจ้าของส่วนสูง 180 เซนติเมตรลุกขึ้นออกจากเตียงไปอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้คนข้างกายที่กำลังมีความสุขกับการเฝ้าพระอินทร์ตื่นขึ้นมาในอารมณ์ที่ THE HULK ยังต้องหลั่งน้ำตาให้



          ผมจัดการใส่เสื้อผ้าให้กับตัวเองเสร็จสรรพ เหลือบมองดูเพื่อความแน่ใจว่าอีกคนยังหลับสบายดีก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ แล้วจึงหยิบแก้วน้ำและยาแก้ปวดเข้ามาในห้อง



         ถึงจะเกรงกลัวร่างTHE HULKของมันมากแค่ไหนแต่ด้วยความเป็นคนดี(หวังผลด้วย)ถึงได้ใจกล้าหน้าด้านเดินมาปลุกมันแบบนี้ ยังไงซะก็คงดีกว่าไอตัวดื้อเจ็บไข้ได้ป่วยไป



         ถ้าถามถึงเหตุผลที่มันต้องนอนซมขดตัวอยู่ในผ้าห่มเป็นกุ้งแช่น้ำปลาแบบนี้ก็คงไม่มีเหตุผลอะไรมาก เมื่อวานเราทั้งคู่ไปกินเลี้ยงส่งรุ่นพี่ในแกงค์ที่ทยอยกันแก่ ทยอยกันออกจากรั้วมหาลัยไปใช้ชีวิตแบบที่เรียกว่าผู้ใหญ่ได้เต็มปาก ไอพี่แบคโฮที่เป็นพ่องานเลยจัดหนักจัดเต็มเลี้ยงทุกคนไม่อั้น และไอเชี่ยลูกคุณหนูจอมปลอมนี่ก็ดันเห็นแก่ของฟรีมากกว่าสิ่งใดในโลกใบนี้ ซัดเอาซัดเอาแล้วเป็นไงล่ะ?




          แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลหลัก..



          เพราะเหตุผลที่ต้องบังคับมันตื่นมากินยาเนี่ย





          คือแม่งเล่นเอากันตั้งแต่สามทุ่มยันตีหนึ่งครึ่ง!!




          สี่ชั่วโมง เชี่ย! โด๊ปอะไรมาวะกูถึงได้กลายเป็นผู้รอดชีวิตแบบนี้ จะว่าเพราะไม่ใช่คนโดนเสียบก็คงพูดได้ไม่เต็มปากนัก..





          หรือเพราะมีความสุขมากเกินไปวะ?




          ฟุ้งซ่านอีกละกู





          “ไอนี่ก็อีกคน ไหนบ่นว่าตัวเองเหนื่อยวะ” ก็ได้แต่บ่นไปแบบนั้น รู้ทั้งรู้ว่าไอคนขี้เซามันคงไม่ได้ยินหรอก ผมวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะหัวเตียงในมือถือยาแก้ปวดสองเม็ดพาร่างกายที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วขึ้นไปบนเตียง เขย่าก้อนสีขาวที่นอนขดอยู่ใต้ผ้าห่มเพราะมีเพียงเสื้อยืดตัวเดียวปกปิดร่างกายของมันเพียงเท่านั้น



           “อง”



           “..”



          “ไออง”



          “...”



          “อง ตื่นมากินยา”



          “อือออ” ไอแมวขี้เซาไม่ยอมลุกขึ้นมาง่ายๆ ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่วางยาลงบนโต๊ะแล้วดึงผ้าห่มออกจากตัวมัน ไอตัวดื้อขดตัวเป็นกิ้งกือโดนน้ำร้อนลวกมันขมวดคิ้วมุ่นควานหาผ้าห่มทั้งที่ตายังปิด ปากก็บ่นออกมาแทบไม่ได้ศัพท์



           “อือออ ไอแดนนนนน”



           “ลุกมากินยาก่อนค่อยนอน” ผมเอ่ยเสียงแข็ง ให้เวลามันปรับสภาพสมองของตัวเองแป๊ปนึง(ซึ่งก็ราว5นาทีที่กูต้องยืนแช่อยู่ตรงนี้) ก่อนร่างผอมๆจะลุกขึ้นนั่งทั้งที่ตายังปิดอยู่



           “อือ..เกลียดยา” ดู..ดูมันพูดได้หน้าตาย ผมถอนหายใจถือน้ำถือยาคลานเข่าขึ้นไปบนเตียงอีกครั้ง จะให้มันคลานมารับยาเองน่ะเหรอ? เหอะ..ฝันไปเถอะ ไอคนขี้เกียจตัวเป็นขนอย่างมันแค่ลุกขึ้นนั่งได้แบบไม่กลายร่างเป็นไอ้ตัวเขียวก็บุญโขแล้ว



           “แดกเข้าไป..ความผิดใครกันที่ต้องเป็นแบบนี้”



           “อือ..มืงอ้วยอั่นแอ่ะ”  ปากบางยังบ่นอู้อี้ไม่หยุดทั้งที่กำลังกระดกน้ำอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากยัดยาสองเม็ดเข้าปากไป ผมถอนหายใจส่ายหัวให้กับความไม่ยอมอะไรเลยเพียงเล็กน้อยก็ขอให้ได้บ่นของมันก่อนจะรับแก้วที่ส่งคืนให้



           ไอตัวดื้อทิ้งตัวลงนอนทันทีอย่างไม่ต้องสงสัย ผมเดินเอาแก้วไปวางที่ครัว เปิดตู้เย็นหาวัตถุดิบที่พอจะเป็นอาหารเช้าให้เจ้าของห้องมันได้ก็เจอไข่อยู่สองสามใบกับไส้กรอกและขนมปังที่ไม่รู้มันคิดยังไงถึงเอามาแช่ตู้เย็นให้ขนมปังแข็งเล่นแบบนี้



           เวลาล่วงเลยมาจนถึงเจ็ดโมงเช้า จะว่าไปผมเองก็มีคลาสเช้าเข้าเรียนเก้าโมง โชคดีที่ร่างกายของผมมันยังพอไหวถึงได้ลุกขึ้นมาทำอะไรแบบนี้ได้ ไม่งั้นวันนี้คงไปเรียนไม่รอดแน่ๆ



           และก็โชคดีอีกเช่นเคยที่ไอตัวขนในห้องนอนมันไม่มีเรียนแล้วเพราะเพิ่งเก็บหน่วยกิตหมดไปเหลือแต่ทำวิทยานิพนธ์ส่วนผมเหลือแค่เก็บอีกตัวกับวิทยานิพนธ์ก็จบสิ้นชีวิตปีสี่อย่างสมบูรณ์แบบ



           เสียงโทรศัพท์เรียกเข้าดังขึ้นซึ่งต้นเสียงไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลนอกจากห้องนอนที่มีคนนอนหลับเป็นตายอยู่ ใช้คำว่านอนหลับเป็นตายคงไม่ต้องทายเลยว่ามันจะลุกขึ้นมารับไหม ผมเดินเข้าไปในห้องนอนกว้าง หยิบสมาร์ทโฟนราคาแพงของอีกฝ่ายขึ้นมาดู




            และปลายสายก็เป็นคนที่ผมไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร




           ผมถอนหายใจ จ้องมองสายเรียกเข้าที่ยังคงสั่นอย่างบ้าคลั่งจากการกระหน่ำโทรไม่หยุดของเจ้าของชื่อ มินฮยอนนี่ ที่โชว์เด่นหราอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ด้วยสายตาว่างเปล่า ไม่นานโทรศัพท์ที่กำลังคลุ้มคลั่งก็เงียบสงบลง





           ไม่แปลกใจเลยสักนิด ไม่โทรมาน่ะสิแปลก..



           เสียงขยับกายมาพร้อมใบหน้าบูดบึ้งยามหลับของอีกคนเรียกให้ผมสนใจหลังจากที่ตัวผมจมปรักอยู่กับความเงียบอยู่หลายนาที




           คงจะเหนียวตัวล่ะสิ..ก็นอนทั้งๆที่ยังคาอยู่นี่นะ..



           เหลือบมองนาฬิกาก็พบว่ามันกินเวลามาพอสมควรแล้ว แต่ด้วยใจที่ยังคงพะว้าพะวงกลัวว่ามันจะไม่สบายตัวทำให้ผมตัดสินใจเดินไปหยิบผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆมาเช็ดหน้ากับตัวให้มันแบบลวกๆเพื่อที่มันจะได้สบายตัวขึ้นมาบ้างแล้วจัดการหาเสื้อผ้าหลวมๆใส่สบายตัวมาสวมให้มัน ถึงจะต้องการให้ตัวเย็นขึ้นก็จริงแต่พอเปิดควบคู่ไปกับแอร์อุณหภูมิ 23 องศาด้วยสภาพร่างกายเปลือยเปล่า เห็นคงได้เป็นหวัดอย่างที่กังวลไว้ตั้งแต่แรกกันพอดี



            ไอตัวดีครางหงิงตามประสาคนขี้เซาแต่ก็อย่างที่บอก ต่อให้ฟ้าจะถล่มหรือดินจะทลายมันก็คงไม่ยอมตื่นง่ายๆแน่ๆ ผมจ้องใบหน้าหลับพริ้มของมันอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจประทับรอยจูบลงบนดาวสามดวงบนใบหน้าใสนั่น



            “กูไปแล้วนะ” กระซิบข้างหูมันด้วยเสียงแผ่วเบาแล้วค่อยๆเดินออกมาด้วยความเงียบที่สุด รู้อยู่แล้วว่าถึงทำไปมันก็ไม่มีทางรู้..ไม่มีทางรู้อะไรทั้งนั้น



            อีกเดี๋ยวก็คงมีคนมาดูแลมัน และก็เป็นไปตามอีหรอบเดิม



            มันแค่โหมทำงานจนหนักเลยไม่ค่อยสบายตัวเหมือนทุกทีเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นนอกเหนือจากนี้



           และผมก็จะเป็นเพียงคังแดเนียลเพื่อนปากหมาที่ถามองซองอูว่าไปโดนใครรุมโทรมมาถึงได้หน้าเหมือนศพเดินได้ขนาดนี้เหมือนเช่นทุกครั้ง



            เหมือนเช่นทุกคนเห็น




            เหมือนที่มันเห็น





            แต่ผมรู้ดีอยู่แก่ใจ...ว่าผมมันก็แค่คนเหี้ยที่เอากับแฟนคนอื่นลับหลัง




            แถมแฟนคนอื่นคนนั้นยังเป็น






            เพื่อนสนิทของตัวเอง

           

 




          ...


               




            “แดน”



            “...”



            “ไอแดน!!



            “ห..ห้ะ? มึงว่าไงนะไอแจ้”



            “เหม่อเหี้ยไรนักหนา? ทดลองเข้าฌาน? ให้กูนิมนต์พระมาเทศนาด้วยเลยไหมล่ะซั๊ซ!!



            “โทษทีๆ กูเบลอๆนิดหน่อยเมื่อเช้ากูตั้งนาฬิกาปลุกผิดอ่ะเลยตื่นเช้าไปนิด” ไอแจฮวานถอนหายใจ มันชักสีหน้าจ้องหน้าผมเขม็งแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรมาก .. ทำไมรอบตัวผมถึงมีแต่คนขี้หงุดหงิดนะ



            “กูก็แค่บอกว่าวันนี้น้องโดยอนเขาอัพเตตัสว่าจะพาพี่ปีสี่ในชมรมไปเลี้ยงที่ร้านหมูกระทะตอนทุ่มนึงว่ะ เห็นบอกว่าให้กำลังใจก่อนไฟนอล”



            “อ่อ..เหรอ”



            “สัส! ช่วยดีใจกับกูหน่อยได้ไหม” ไอแจฮวานว่าพลางพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์ของตัวเองด้วยความมันส์มือ ให้ทายคงจะกำลังคอมเมนท์ม่อน้องในไอจีอยู่เป็นแน่



            สายลมเย็นๆที่เข้ามาเป็นพักๆปะทะหน้าเบาๆ โชคดีที่วันนี้อากาศไม่ได้ร้อนนักแถมต้นไม้ที่พวกผมนั่งอยู่ใต้มันก็ทำหน้าที่บังแดดได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง



           สายตาของผมกำลังว่างเปล่า ผมรู้สึกได้อย่างเห็นได้ชัดเพราะไม่ว่าจะมองไปตรงไหนก็ไม่มีอะไรน่าสนใจพอที่จะยึดสายตาของผมเอาไว้ได้ ขยับแว่น(แว่นแฟชั่นธรรมดานี่แหละ)ที่ไหลลงมาให้ขึ้นไปกองอยู่บนสันดั้งก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาที่บอกว่ามันเลยบ่ายโมงมาแล้วผมถึงได้รู้ว่าเสียเวลาไปกับการนั่งแช่อยู่ตรงนี้นานเกือบสองชั่วโมง




           เสียเวลาไปกับความคิดฟุ้งซ่านที่ลอยอยู่เต็มหัว



            “ไปร้านหมูกระทะเป็นเพื่อนกูหน่อย!



            “ขี้เกียจ”



            “อะไรว้า” จู่ๆไอแจฮวานก็ลุกขึ้นมากระชากแขนผมที่กำลังเท้าคางออก มันทำหน้าบู้บี้ที่ถ้าคนอื่นมองก็คงจะคิดว่าน่ารักอยู่หรอก แต่สำหรับผมก็มีแค่ความรู้สึกอยากจะถีบยอดหน้ามันให้หายหมั่นไส้เท่านั้น “ไหนมึงบอกมึงชอบน้องโดยอนวะ? วันนี้ได้โอกาสดีเลยนะเว้ย! ปกติไม่มีนะเว้ยที่น้องจะมาพูดคุยแบบใกล้ชิดขนาดนี้ แล้วแบบเออ วันนี้ไอองก็ไม่มาอ่ะ ตัวพูดมากน่ารำคาญตัวขัดบรรยากาศมึงกับน้องก็ไม่มีแล้วนะเว้ย มีโอกาสทำไมไม่คว้าวะ?”



            “...” ผมไม่ได้ตอบอะไรทำหน้านิ่งเหมือนที่ทำเป็นประจำ



            “เหี้ยนี่นิ่ โอกาสดีแท้ๆ” ไอแจฮวานฟึดฟัด มันทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ดังปึงตามมาด้วยเสียงซี๊ดปาก แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมันมาก ไอโง่! ทิ้งตัวลงเต็มๆอย่างงั้นก็เจ็บตูดไปเองละกัน



              ก็พอจะรู้หรอกว่าที่ดี๊ด๊าอยากไปไม่ใช่เพราะน้องโดยอน แต่เป็นน้องแชยอนเพื่อนสนิทน้องโดยอนต่างหากที่ไอแจ้อยากเจอเลยใช้โอกาสที่ผมเคยบอกมันว่าชอบน้องโดยอนมาล่อให้ไปด้วยกัน



               ปกติพวกน้องๆที่สวยและรวยมากแห่งชมรมเทนนิสไม่ค่อยจะมาคลุกคลีอะไรกับพวกชนชั้นกลางอย่างพวกผมมากนักหรอก ไอแจฮวานที่ทีแรกตั้งใจจะเข้าชมรมเทนนิสเพื่อตามน้องแชยอนก็เป็นอันต้องนกไป แถมยังโดนโค้ชด่ากลับมาเพราะเสือกไม่มีทักษะในการเล่นเทนนิสเลย



               และความซวยความผีสางอะไรของมันไม่รู้ถึงได้ฉุดกระชากไอองให้ไปสมัครชมรมด้วยกัน นั่นทำให้ผมต้องเฝ้าพวกมันที่ชมรมทุกครั้งที่มีคลาสเพราะชมรมของผมเป็นชมรมค้นคว้าด้วยตัวเอง เขาจะให้โจทย์กลับไปทำที่บ้านไม่ต้องทำอะไรมากนักทำให้ต้องมาใช้เวลากับชมรมพวกมันเสียส่วนใหญ่



               และด้วยความซวยอะไรของผมอีกไม่รู้(ซวยซ้ำซวยซ้อนซวยสัสๆ)ที่คนที่ได้ฉายาหน้าศพเดินได้อย่างผมถึงหลุดยิ้มออกมาในตอนที่ไอองโดนลูกเทนนิสของโค้ชพุ่งใส่หลังจังๆแล้วมันดันเผลอโวยวาย(หงุดหงิดรวดเร็วกว่าเดอะแฟลช)ด่าโค้ชจนโค้ชถึงกับพนมมือไหว้กราบแบบเบญจางคประดิษฐ์พอเห็นแล้วมันก็ตลกดี




               เพราะผมน่ะ..ชอบใบหน้าของมันตอนหงุดหงิดที่สุด..



               และเพราะความไม่ได้ตั้งใจแสดงสีหน้าออกมา แต่มันดันออกมาอย่างลืมตัวนั้น ก็ไม่สามารถรอดพ้นดวงตาสุดแสนจะขี้เสือกของคิมแจฮวานไปได้ มันวิ่งเข้ามาทักว่าสีหน้าของผมดูมีความสุขเหมือนกำลังตกหลุมรัก



             กะจะด่าพ่อมันแล้วถ้าไม่ติดว่าไอตัวต้นเหตุที่ทำให้ผมรู้สึกอย่างนี้ก็เข้ามาร่วมแจมกับเขาด้วย เอาละเว้ย! โป๊ะตอนไหนไม่โป๊ะโป๊ะตอนตาไอองฝึกพอดี บังเอิญว่าสายตาอันแหลมคม(ตรงไหนวะ)ของผมมันเหลือบไปเห็นน้องโดยอนที่ยืนเล่นอยู่อีกสนามนึง ก็เลยต้องตอแหลออกไปว่าชอบน้องโดยอนและพวกควายก็เสือกเชื่ออีก



             อย่างไอแจฮวานไม่รู้ไม่เป็นไรหรอกเพราะควายมาตั้งแต่เกิด



            แต่ไอตัวต้นเหตุของรอยยิ้มไร้เหคุผลของผมเนี่ยสิ..เมื่อไรจะรู้สักที





            ว่ากูชอบมึงจนจะบ้าตายอยู่แล้ว





 

             “นะ นะมึงน้า”



             “ขี้เกียจ” ไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วที่ผมพูดคำนี้ออกมา อยากจะด่ามันว่ามึงก็ไปหาเขาเองคนเดียวสิไอควายอย่าป๊อด แต่ก็กระดากปากเกินกว่าจะพูดเพราะตัวเองเองก็คงไม่ต่างกันกับมันเท่าไรนัก



              “เนี่ย กูทักไปชวนไอองแล้วบอกว่าให้มันออกมาด้วยกัน” ผมชะงักดึงแขนของตัวเองที่โดนไอปลิงแจ้เกาะเอาไว้ออก ทำเป็นปัดไหล่ด้วยสีหน้ารังเกียจเพื่อให้มันโมโหเล่นและก็เป็นไปตามคาด ไอแจฮวานดิ้นพล่านเป็นหนอนโดนน้ำร้อนลวก



             “พอเลย เลิกตื๊อ อีกอย่างมึงทักไปชวนมันมันก็ไม่มาหรอก เก็บหน่วยกิตเสร็จแล้วจะมาให้เหนื่อยทำพระแสงอะไร” มันจะมาไหวหรือเปล่าเถอะ และต่อให้มาไหว..ก็ไม่รู้ใครคนนั้นจะปล่อยให้มันมาไหม



             “มึงแน่ใจ?” ไอแจฮวานชูโทรศัพท์ของมันใส่หน้าผม ตัวอักษรว่า เดี๋ยวกูออกไป เด่นหราอยู่เต็มหน้าจอโทรศัพท์ ผมไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรเหมือนอย่างเคยเพียงแค่ส่งเสียงอือในลำคอ เท่านั้นไอแจฮวานก็กระโดดโลดเต้นเหมือนคนบ้าได้แว่น




          ถ้ามาได้งั้นก็แสดงว่า..ใครคนนั้นของมันไม่ได้ไปหาที่ห้องสินะ




          รู้ว่าผิดบาป..แต่ให้ตายเถอะ





          ทำไม่ถึงเป็นคนชั่วที่ทำความชั่วแล้วมีความสุขแบบนี้นะ




 

 

          ...

                     




         “พี่ปีสี่อยากทานอะไรก็ไปตักได้เลยนะคะ เดี๋ยววันนี้โดยอนจะเลี้ยงเอง จัดให้เต็มที่เลย!” สิ้นเสียงใสแจ๋วของเด็กสาวทุกคนก็เฮออกมาด้วยความครึกครื้น ผมวางแก้วเบียร์ลงหลังจากที่ยกขึ้นเชียร์ตามมารยาท สาดสายตาหาคนที่เฝ้ามองหาตลอดแต่ก็ไม่มีวี่แววเลยสักนิด นึกสาปแช่งไอแจฮวานที่นั่งหน้าบานข้างๆผมอยู่ในใจเพราะมันได้นั่งตรงข้ามกับน้องแชยอนส่วนผมได้นั่งตรงข้ามกับน้องโดยอน



            ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้อยู่ชมรมนี้ แต่ก็เป็นเพราะผมมาขลุกตัวที่ชมรมนี้บ่อยจนสนิทกับคนในชมรมเกือบทั้งหมดทำให้ไม่ค่อยอึดอัดใจกับเพื่อนๆร่วมโต๊ะเท่าไรนัก รวมถึงน้องโดยอนที่เคยคุยด้วยเป็นครั้งคราทั้งโดยตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ



             “พี่แดเนียลคะ”



             “?” ผมเลิกคิ้ว เนื้อหมูที่ย่างสุกพอดีเหมือนว่าเจ้าของมันตั้งใจย่างอยู่ชิ้นเดียวถูกยื่นมาให้         


       

             “ครับ?”



             “คือ..เห็นพี่ยังไม่ได้แตะเลยก็เลย..ย่างให้ค่ะ” ผมพยักหน้าและอมยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะยื่นจานของตัวเองไปให้เธอวาง ผมรู้ว่าเธอคงจะผิดหวังไม่น้อยที่ผมไม่ยอมรับหมูของเธอด้วยปากของผมแต่ถึงอย่างไรผมก็อยากเป็นคนมีมารยาทที่ไม่ให้ความหวังเธอจนเกินไป



            อือ..ผมรู้ว่าเธอชอบผม



           ไม่รู้ว่าไอตี๋อย่างผมมันมีอะไรดีกันผู้หญิงที่เป็นเสมือนดอกฟ้าอย่างน้องเขาถึงมาสนใจผม ผู้หญิงที่สวย นิสัยดี น่ารักและมีฐานะทางบ้านที่ดี ดูยังไงก็ยากเกินกว่าจะเอื้อมถึง..และผมคงไม่ยอมให้เธอลดตัวลงมาหรอก



             ว่าแต่น้องโดยอนนี่คุ้นๆนะ




             อือ..ไม่แปลกหรอกที่จะคุ้น




             ก็คุณสมบัติของน้องโดยอนกับไอคนที่ครอบครองพื้นที่สี่ห้องหัวใจของผมดันเหมือนกันหมดทุกอย่างเหลือไว้เพียงอย่างเดียวก็คือเพศสภาพ..ซึ่งผมไม่ติดใจอะไรแถมยังชอบเหี้ยๆอีกต่างหาก



             แต่ผมกลับดึงเทวดาอย่างมันลงมาย่ำยีไปเสียแล้ว ย่ำยีอย่างไม่เหลือชิ้นดี..แถมผมไม่รู้สำนึกกับการกระทำนั้นและยังอยากจะย่ำยีต่อไปเรื่อยๆแม้ว่าเขาจะมีเจ้าของอยู่แล้วก็ตามอีกด้วย





             อือ..ผมมันเหี้ย ไม่เถียง





             “พี่แดเนียลคะ..” เหม่อลอยอยู่หลายนาทีก่อนจะเพิ่งรู้ว่าน้องย่างหมูจ่อปากผมอีกแล้ว แต่รอบนี้แตกต่างจากเดิมนิดหน่อยตรงที่คนทั้งโต๊ะหันมาให้ความสนใจผมกับน้อง




             ถ้าไม่รับ...ผมจะโดนกระทืบไหมนะ




            “ขอบคุณครับ” อือ..ไม่ต้องถามหรอกว่ากลัวให้ความหวังน้องหรือกลัวโดนกระทืบมากกว่า หึ คนอย่างไอแดนอ่ะนะ





             มันก็ต้องกลัวโดนกระทืบสิวะปัดโถ่!




            “น่อววววววไอแดนนนนนนนนนนนน”



            “ไม่ทำดานาจา”



             “เพื่อนกูเองทุกคน กูเทรนด์มันมากับมือ” ไอหน้าหนังหมาแจฮวานพูดด้วยท่าทางภาคภูมิใจ ผมจัดการตบหัวไอแจฮวานไปทีนึงโทษฐานแส่ไม่เข้าเรื่องไอฟายเอ๊ย! ก็ได้รับเสียงหัวเราะจากทุกคนบนโต๊ะเป็นอย่างดี  





 


             “สนุกสนานอะไรกันทุกคนนนนนนนนนนนน” เหมือนใจตกลงไปยังตาตุ่ม เสียงพูดแหลมๆของใครอีกคนทำให้หัวใจอันห่อเหี่ยวของผมพองตัวเองขึ้นอีกครั้ง



              ผมทำเหมือนไม่ได้เจอมันมาหลายปีทั้งที่ความเป็นจริงเราเพิ่งเจอกันเมื่อเช้านี้ เราเจอหน้ากันเกือบทุกวัน..



              แต่มันคงเป็นความโชคร้ายหรือฟ้าที่กำลังกลั่นแกล้ง ถึงได้บันดาลให้ผมใจเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่กับมันตลอด 4 ปี ที่ผ่านมา





              ทุกครั้งจริงๆไม่ว่าจะครั้งไหนๆ



               “พี่มินฮยอน พี่ซองอู!



              “ไอตัวเล็กของพี่” แล้วหัวใจของผมก็เหมือนลูกโป่งที่โดนเจาะลมออก มันกลับมาห่อเหี่ยวอีกครั้งทันทีที่เห็นใบหน้าของคนที่ผมไม่อยากเห็นที่สุด



              ฮวังมินฮยอน แฟนคนปัจจุบันขององซองอูที่คบกันมาเกือบห้าเดือนแล้ว



              ไอซองอูยืนยิ้มขณะที่มองแฟนมันกำลังกอดน้องสาวคนสนิท แว๊บเดียวที่เราสบตากันหัวใจผมก็เต้นไม่เป็นจังหวะ และทุกอย่างก็เป็นไปตามเสต็ปเดิม



               “ไอเชี่ยอง”



                “ไรมึงไอหมา”



                “ไปทำไรมาวะ หน้าตาเหมือนคนเพิ่งโดนรุมโทรมสัสๆ มานั่งข้างกูนี่มา!” รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมของออสการ์ปีนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน ได้แก่คังแดเนียลผู้รับบทเพื่อนสนิทสุดเหี้ยขององซองอูคนนี้นี่เอง



               ผมตบเก้าอี้ข้างตัวปุๆ ไอซองอูแยกเขี้ยวใส่ผมหนึ่งทีก่อนมันจะโดนมานั่งข้างๆแต่โดยดี ส่วนแฟนมันก็ยังคงคุยกับคิมโดยอนต่อไป ไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าจะมีคนเหี้ยบางคนพยายามแยกคู่รักให้ห่างกัน



              “เออ รอบนี้เหมือนคนโดนรุมโทรมจริงๆนั่นแหละ” กลายเป็นไอแจฮวานที่พูดขึ้นมาบ้าง ไอซองอูเอื้อมมือข้ามหัวผมไปตบหัวไอแจฮวานที่นั่งจ้องน้องแชยอนตาหวาน เรียกเสียงหัวเราะจากคนรอบข้างได้อีกระลอกใหญ่



              “ไรวะ!! ทีกับไอแดนล่ะทำไมไม่ตบมันบ้างอ่ะ!!



              “ได้ไง นี่ผัวน้อยกูเลยนะ” ว่าจบมันก็เอาหัวทุยๆของมันที่ไม่ได้เซ็ทผมเป็นทรงคอมม่าเหมือนทุกวันแต่ปล่อยไปตามธรรมชาติมานัวเนียหัวไหล่ของผม สองมือที่ดูคล้ายอุ้งมือแมวก็คล้องแขนผมไว้





               ภาวนาให้เสียงดนตรีและเสียงพูดคุยในร้านดังมากพอ





               มากพอที่มันจะไม่ได้ยินเสียหัวใจของผม




              “พ่องสิ”



              “อ้ะอ้ะ เขินกูเหรอน้องแดน” มันว่าพลางชี้หน้าผม ผมถอนหายใจทำทีเป็นว่าจะฟาดหัวมันแต่ก็ทำเพียงแค่ปัดผมมันเท่านั้น



              “ดื้อว่ะ!” ไอซองอูเบ้ปาก ผมเอื้อมมือไปหยิบชุดจานกับตะเกียบที่ตั้งเผื่อไว้แล้วส่งให้มันอย่างเป็นธรรมชาติ หลังจากได้ตะเกียบไอแมวผอมก็ไม่สนอะไรอีกเลยนอกจากหมูบนกระทะ




              สาบานได้เลยว่าผมแทบไม่ได้แตะอาหารบนโต๊ะเลยแต่ให้ตายเถอะ..






              ทำไมผมถึงอิ่มแบบนี้นะ





              ผมตกหลุมรักมัน



              เพื่อนสนิทที่หน้าตาโคตรหล่อตัวสูงแถมผอม ดุยังไงก็ไม่มีทางใช่เสป็คผมเลยสักนิด ผมชอบอะไรที่มันเล็กๆดูน่ารักๆ ข้อเท้าเล็ก ข้อมือเล็ก ปากเล็กๆ จมูกรั้นเล็กๆ เวลาทำอะไรก็น่าเอ็นดูไปหมดต้องมีคนคอยช่วยเหลือคอยดูแล ตอนโกรธตอนมีความสุขตอนร้องไห้ เป็นคนที่ไม่ว่าตอนไหนผมก็อยากอยู่เคียงข้าง





              ชิบหาย..ดันบรรยายสิ่งที่ชอบในตัวองซองอูไปซะได้..



              ใช่ มันมีทุกอย่างที่ผมปรารถนาจะครอบครอง มันมีทุกอย่างที่ทำให้ผมใจเต้นแรงได้ มันมีคุณสมบัติมากพอ..มากพอที่จะขโมยหัวใจจากคนธรรมดาไม่มีอะไรดีอย่างผมไปทั้งดวง





              มากพอที่จะทำให้คนอย่างผมยอมตกนรกปีนต้นงิ้วได้ หากว่ามันแลกกับการที่ผมจะได้รักมัน




              “ซองอู.. ปาก”



              “เลอะเหรอ?”



              “อือ”



               “อ่า..ทิชชู่อยู่ข้างพี่น่ะครับ ช่วยส่งมาให้หน่อยได้ไหม?”



               “ยื่นหน้ามาเลยไอดื้อ เดี๋ยวพี่เช็ดให้” การกระทำทั้งหมดนั้นอยู่ในสายตาของผม มือขาวที่แม้จะเป็นเพียงแค่ฝ่ามือ แต่มันก็ดูดีกว่าทุกส่วนบนรางกายของผมเสียอีก ฮวังมินฮยอนใช้มือนั่นปาดรอยน้ำจิ้มตรงปากบางๆของคนรักออกอย่างแผ่วเบา ปากก็ยังบ่นอู้อี้จนคนบนโต๊ะถึงกับเอ่ยแซวเพราะทนความเหม็นของความรักนี้ไม่ไหว



               แล้วไม่รู้ว่าด้วยความรู้สึกฝั่งไหนมือข้างซ้ายของผมที่พาดเก้าอี้ที่ซองอูนั่งอยู่จึงเลื่อนไปสะกิดมันอย่างลืมตัวจนมันสะดุ้ง



               มันเหลือบมองผมแล้วหันไปบอกฮวังมินฮยอนที่จ้องอยู่ด้วยความเป็นห่วงว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมันแค่คิดไปเองก่อนที่มันจะทิ้งตัวนั่งลงกับที่




              “พี่แดเนียลคิดว่าไงคะ?”



              “ครับ? ก็ดีครับ” ได้แต่ชื่นชมความแสดงละครเก่งสัสๆของตัวเองอยู่ในใจ เพราะผมเอาแต่สนใจว่าไอซองอูมันจะทำอะไรอยู่ นั่นทำให้ผมไม่ได้สนใจเรื่องที่คนบนโต๊ะรวมถึงน้องโดยอนพูดเลยทั้งนั้น



               ผมอมยิ้มให้น้องตามมารยาท น้องก้มหน้างุดด้วยความเขินเล็กน้อยก่อนจะแสร้งหันไปพูดจ้อกับฮัวงมินฮยอน และดูเหมือนการที่ผมทำแบบนี้คงจะสร้างความไม่พอใจให้ใครบางคนเท่าไรนัก



              เสียงถอนหายในหนักๆหลายทีของคนที่เอาแต่จ้วงหมูใส่จานนั้นฟังดูหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดแต่ผมก็ทำทีท่าว่าไม่สนใจอะไร ยังคงอมยิ้มให้กับเรื่องที่น้องโดยอนกำลังพูดให้คนบนโต๊ะฟังทั้งที่ความเป็นจริงน้องไม่ได้มองไปที่ใครเลยนอกจากผม




                จริงๆคือผมฟังอะไรไม่รู้เรื่องเลย เพราะทันทีที่ละแขนออกจากการพาดเก้าอี้มาทิ้งลงข้างตัวนั้น




               ปากเล็กๆของคนที่เอาแต่ถอนหายใจแรงๆนั่นก็หยุดเขมือบทุกสิ่งทุกอย่าง วางตะเกียบลง แสร้งใช้มือซ้ายยกแก้วค็อกเทลขึ้นมาจิบ




              และมือขวาที่เคยเอาแต่จับตะเกียบนั่นก็ทิ้งลงข้างตัว






              แล้วเลื่อนมาประสานมือของผมช้าๆ





              โคตรรักโต๊ะร้านนี้เลยที่มีช่องกั้นระหว่างสองฝั่งเอาไว้..



              โคตรรักร้านนี้เลยที่เขาเปิดเพลงคลอเสียงดัง..






              ไม่งั้นผมคงไม่รู้ว่าจะจัดการยังไงกับเสียงหัวใจตัวเองตอนนี้ดี







TBC


อันยองค่ะทุกคน เรื่องนี้มาแบบไม่อารัมใดใดทั้งนั้น จู่ๆก็อยากแต่งกามๆ(?)แนวรักไม่ได้ก็อยากจะรักบ้างเลยสนองมาก่อนค่ะ ส่วนใครที่รอจันอับกับไต้ฝุ่นก็รอสักพักนะคะ เพราะน่าจะเป็นเรื่องที่เขียนตอนยาวกว่าความไม่ลับที่มี 5 ตอน อาจจะมี 6-7 ตอนค่ะ ไรท์ชอบหน้านิยายที่มันสวยๆเลยอยากอัพเรียงกันไม่มีเรื่องอื่นแทรกก็เลยจะอัพแต่ละเรื่องแบบต่อกันไปเลย หรือตอนหน้าใครอยากให้เป็นจะรักหรือจะร้ายก็บอกได้นะคะ ให้เลือก

1.จะรักหรือจะร้าย ch.01

2.ไม่มีอะไร มึงอ่ะคิดมาก! ch.2

3.สเปบอสและเมียของเขา 

 

ใครอยากได้อันไหนก่อนก็ช่วยคอมเมนท์บอกทีนะคะ ไรท์อัพช้าหน่อยก็อย่าถือสาเลยT^Tเพราะงานรัดตัวจริงๆจ้า ตอนนี้มีพล็อต(ตลาดเหมือนเดิม)ในหัวล้านแปดพันเรื่องเลยค่ะ แต่จะเคลียร์มมอรมอคมกับพี่จันอับน้องไต้ฝุ่นก่อน


ฝากคอมเมนท์เป็นกำลังใจให้ไรท์หรือสกรีมในแท็ก #ชั่ววูบ101 ด้วยนะคะ คุณอาจไม่รู้ว่ามันทำให้เรามีกำลังใจในการแต่งต่อมากแค่ไหน T^T รักนะคะ   

 

                         


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

649 ความคิดเห็น

  1. #562 noonafy (@noonafy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 23:49
    ขอตอนต่อดั่ยไหมคะ
    #562
    0
  2. #549 อาร์ดิน่า (@Rrisea) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 11:44
    ยังรอสเปอยู่นะคะ
    #549
    0
  3. #537 PRaiisw89 (@PRaiisw89) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 22:08
    ฮืออออพึ่งเห็น ชอบค่ะ อยากปีนต้นงิ้วเป็นเพื่อนคุณแดน555 มาต่อไวๆนะคะ
    #537
    0
  4. #162 redlavender (@redlavender) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 16:04
    กิสสส ไรท์ มาต่อเรื่องนี้ได้มั้ยยยยย โฮฮฮ อยากอ่านนน
    #162
    0
  5. #150 Snowflake_Star (@Snowflake_Star) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 14:08
    ฮือออออออ คุณเนียลลลลสู้เค้าค่ะะะะ
    #150
    0
  6. #149 Am_s (@Am_s) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 02:12
    ว่าคุณแดนร้ายแล้ว คุณองร้ายกว่าอี้กกกกก เลิกกับมินฮยอนเดี๋ยวนี้นะคุณอง
    #149
    0
  7. #147 tawann_614 (@tawann_614) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 01:45
    33333 เค้าคิดถึงบอสกับเมียของเขา55555
    #147
    0
  8. #146 ♣ NEEDYOU ♣ (@queenza45) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 21:43
    3ค่ะะ ชอบนังตัวเดเมียบอสมากๆค่ะะ ฮืออ หนูทำไมไม่บอกแดน! สนุกมากหรอที่โกหกแดนว่าไปนอนย้านแม่อะะ!
    #146
    0
  9. #145 ♣ NEEDYOU ♣ (@queenza45) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 21:42
    3ค่ะะ ชอบนังตัวเดเมียบอสมากๆค่ะะ ฮืออ หนูทำไมไม่บอกแดน! สนุกมากหรอที่โกหกแดนว่าไปนอนย้านแม่อะะ!
    #145
    0
  10. #144 Ms.Y (@itun197) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 21:34
    อมก สงสารแดนอ่า งืออออ ตลกแจฮวานเบาๆ เลือก3ค่ะ คิดถึงบอสกับเมียของเขาจริงๆ
    #144
    0
  11. #143 BangUmi (@numon1998) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 20:21
    3ด้วยค่ะ? คิสถึงง
    #143
    0
  12. #141 PPBoonticha (@PPBoonticha) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 17:10
    อยากอ่าน 3 คิดถึงหนูกับแดนนนนนนค่าาาา
    #141
    0
  13. #138 dreamnotdhim (@dreamnotdhim) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 12:24
    เลือก3ด้วยค้าบบบ เรื่องนี้ดูท่าจะเจ่บปวด555
    #138
    0
  14. #137 chickenkyung (@chickenkyung) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 12:07
    3รัวๆๆๆๆค่าาา
    #137
    0
  15. #136 prapawabe (@meisbaitoey) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 10:39
    เลือก 3 ค่ะ 555555 แด้นน เจ็บมั้ยน่ะ สงสาร TT
    #136
    0
  16. #135 rikear_lope (@bill-lion) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 10:32
    หน่วงๆที่ใจแทนแดนอ่ะ อยากได้จนไม่สนบุญบาป เลือกสามค่ะ
    #135
    0
  17. #133 Alittletira (@patpattira) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 01:53
    เลือกสามมมมมม ทำไมรู้สึกสงสารแดนยังไงก็ไม่รู้ เฟรนโซนที่แท้ทรูTT
    #133
    0
  18. #131 chernym (@chernym) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 00:31
    เลือกสามก่อนเลยค่าาา 555555555 สู้ๆงับ
    #131
    0