SF//OS// ชั่ ว วู บ #Nielong #เนียลอง

ตอนที่ 10 : SF: HELLO! 'My President' 2/2 {END}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,849
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 241 ครั้ง
    17 พ.ย. 60

B
E
R
L
I
N
 

HELLO! 'My President' 

"02"






           “ไม่ไปได้ไหม?”


           “ไม่ไปพี่ก็โดนหักเงินเดือนดิ่”


           “ใคร ใครหัก?”


           “ก็...ท่านประธานที่ตวาดผมเมื่อกี้ยังไงล่ะครับ”


           “อ๋ออออออออ แล้วที่นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ไม่ใช่ประธานว่างั้นครับ?”


           “ก็เพราะเป็นท่านประธานไงครับ..”


           “แดนพอแล้ว อย่างี่เง่าน่า”


           “หนู..แดนร้องนะ”


           “แดน” เด็กฝึกงานหน้าใหม่กดเสียงต่ำ ประธานหน้าหมีเบ้ปากหนักกว่าเดิม...มันน่าหยิกนักคนอะไร นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นประธานมาก่อนผมคงคิดว่านี่คือลูกของผม อะไรมันจะง๊องแง๊งขนาดนั้นล่ะพ่อคู๊ณณ


           “หนูอย่าว่าแดนงี่เง่าดิ่”


           “โอเคๆ พี่ยังเหลือเอกสารให้พิมพ์อีกครึ่งพันเลยนะแดน เพราะงั้นไว้ค่อยคุยกันนะ”


           “ก็ให้คนอื่นทำไปดิ่”


           “เขาก็ฆ่าพี่ตายดิ่ ปล่อยพี่น่า”


           “ไม่! ใครคิดจะฆ่าหนู แดนจะทำให้มันทรมานยิ่งกว่า!!


            “แดน”


           “...จะไม่กลับจริงๆง่ะ”


           “ถ้าไปกลับด้วยเดี๋ยวไม่เนียนนะ หยุดเลย! ไม่ต้องเถียง ..เอาเป็นว่าถ้าแดนอยากประกาศให้โลกรู้สักทีว่าพี่เป็นอะไรกับแดน แดนก็ต้องยอม เข้าใจไหม?”


           “...หนู..ทำไมต้องยกเรื่องนี้มาขู่อ่ะ อ่อนไหวนะ” ซองอูถอนหายใจ เขายืนขึ้นเต็มตัว ฝ่ามือประคองใบหน้าของคนที่เรียกได้เต็มปากว่าเป็นสามีของเขาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย..ที่กำลังบึ้งตึงเสียจนหมดคราบท่านประธานหน้าโหด


           “ไม่ได้ขู่..”


           “...”


           “คิดว่าเป็นอยู่คนเดียวหรือไง? ไอการที่อยากประกาศให้โลกรู้ว่าเป็นอะไรกันอ่ะ”


           “...”




           “เพราะอยากประกาศจนจะบ้าตายอยู่แล้วต่างหาก ถึงได้ทำ..”




           “หนู..พอเถอะ”


           “...”


           “จับกดตรงนี้ คนที่จะแย่คือหนูนะ”


           “หึหึ ไอบ้า! พอแล้วๆ” ซองอูอมยิ้ม ผลักหน้าทะเล้นของท่านประธานคังจนแทบหงายหลัง แต่ไอหมีบ้ากลับตอบโต้ด้วยการหัวเราะลั่น “หัวเราะอะไร! ไอหมี!


           “ก็หนูหน้าแดงมากเลยอ่ะฮ่าๆ โอเคๆ ยอมแล้วครับๆ”


           “ตลกมากเลยที่รักเหอะๆ..” เด็กฝึกงานหนุ่มผลักหน้าผากประธานหน้าหมีแก้เก้อ แต่ก็โดนอีกคนคว้ามือไปกุมเอาไว้


           “แม่เหรอ?”


           “ห้ะ? อะไร ไม่มี๊!


            “เพราะแม่แดนบังคับให้ทำใช่ไหม?”


            “คิดมากอ่ะ ขมวดคิ้วบ่อยๆหน้าแก่เร็วนะ”


            “หนู..อย่าโกหกแดน”


            “ไม่มีอะไรน่า”


            “จริงเหรอ?”


            “นี่แฟนนะ! ไม่เชื่อใจกันใช่ปะ!” ซองอูเบ้ปาก เขาจ้องหน้าประธานคังจิวกรุ๊ปที่กำลังจ้องหน้าขาแถมยังเลิกคิ้วอย่างจับผิดแต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือของเขาที่เจ้าตัวกำลังคลอเคลียอยู่ที่ริมฝีปากสักที



             คนบ้าอะไรชอบทำให้ใจเต้นอยู่ตลอดวะ



             “เชื่อใจก็ได้ครับ”


             “ก็ได้?”


             “เชื่อใจหนูจริงๆนะ..แต่ไม่เชื่อใจคุณคังชีรา”


             “แม่แดนนะ”


             “ก็เหตุผลมันฟังไม่ขึ้นอ่ะ หนูจะบอกว่าที่มาแกล้งปลอมตัวก็เพียงเพราะอยากเรียนรู้งานเนี่ยนะ? ถ้าเป็นเพราะแม่แดนคิดเล่นแผลงๆ ส่งลูกสะใภ้มาทำให้แดนตกใจเล่นก็ว่าไปอย่าง”


             “บ้าเถอะ! คุณแม่ออกจะน่ารัก”


             “น่ารักอ่ะไม่เถียง ไม่งั้นคงไม่มีลูกออกมาหล่อแบบแดนหรอก”


             “มั่นหน้า” คังแดเนียลอมยิ้ม เขาบีบแก้มทั้งสองข้างของภรรยาด้วยความเอ็นดู


             “คิดถึงมากรู้ใช่ไหม?”


             “อือรู้..”


             “เพราะงั้น..เวลาทำอะไรคิดไว้เสมอเลยนะ”


             “...”


             “มีผัวแล้ว..ผัวหวงและห่วงมากด้วย”


             “ไอบ้า ดูพูดเข้า”


             “หึหึ”


             “แต่ว่า..พี่ขอแล้วนะว่าห้ามทำแผนแตก”


             “ถ้าทำแตกขึ้นมาล่ะ?”


             “จะ..จะ”


             “จะอะไรครับ หืม?”


             “...มะ..ไม่ต้องมีอะไรกัน..ปีนึง!” ชิบหาย..เขาว่าหน้าเขาคงแดงมากจนไอหมีบ้าสังเกตุได้ ถึงได้แกล้งเขาไม่หยุดมือขนาดนี้..ผัวเลว!


             “หืม? ปีนึงเลยเหรอ..”


             “..ชะ..ใช่”


             “..แน่ใจเหรอครับ?..แน่ใจเหรอว่าเป็นแดนที่ทนไม่ได้?”




             “...”



             “...”




             “เดือนนึงก็ได้ พอ จบ! ห้ามพูดอะไรทั้งนั้น!



             “ฮ่าๆ โอเคครับๆโอเคๆ แต่ว่านะ..”


              “...”


              “ถ้าจะอนุญาตให้หนูไปเล่นสนุกเฉยๆ โดยปล่อยให้แดนทุกข์ใจฟรีๆแบบนี้คงไม่ได้”


              “...”


              “ขอร้องอย่างเดียว..ข้อแม้เดียวจริงๆ”


              “ว่า..ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับหนู หรือมีใครมาทำให้หนูเป็นอะไร..แม้แต่ปลายเล็บ”


              “...”


              “ข้อตกลงถือเป็นโมฆะทันที และหนูไม่สิทธิ์มาโกรธแดนไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดโอเคไหม?”


              “เหตุผล..ใด?”


              “ครับ..ไม่ว่าใครหน้าไหนที่มาทำองเจ็บ...แดนจะทำให้เจ็บยิ่งกว่า”


              “โหหหห ท่านประธานคร้าบบบบ มันจะอะไรขนาดนั้นล่ะพ่อคู๊ณณ”


              “ตอบมาก่อนว่าตกลง นี่จริงจังนะอง”


              “ครับบบ โอเคครับ โอเค..โหดยิ่งกว่าพ่ออีก”


              “ทำไงได้”


              “ห้ะ?”




              “ภรรยามีคนเดียวนิ่..โอ๊ย! หนู! ทำไมเขินแล้วต้องรุนแรง โอ๊ยๆ”

  

 

 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



              “ซองอู! ซองอู เดี๋ยวๆๆๆๆๆ”


              “คะ..ครับ พี่เซจอง” ซองอูเลิกคิ้วชี้หน้าตัวเอง ชิบหาย..หรือว่าหน้าจะยังไม่หายแดงวะ ไม่ดิ่..ตอแหลเก่งขนาดนี้จะมาล่มเอาตอนนี้ได้เหรอ


              “มานี่ๆ มานั่งตรงนี้ก่อน” เลขาสาวผายมือลงตรงโซฟาที่คุ้นเคย เธอรีบวิ่งมาลากแขนซองอูแล้วจับตัวเขากดลงกับโซฟาทันทีที่เห็นว่าน้องชายจอมบื้อยังคงยืนเด๋ออยู่กับที่ “เป็นไงบ้าง! เรื่องนี้ต้องขยายความ!!


              “ห้ะ? ครับ?”


              “ก็แบบว่า..ท่านประธานอ่ะ เขาทำอะไรนายไหม? พี่ขอโทษนะที่ช่วยอะไรไม่ได้ ดูสิ..หน้าแดงแบบนี้ต้องโดนท่านประธานดุมาแน่เลยใช่ปะ?” เออสิ จะไม่ให้แดงก็บ้าแล้วแม่งเล่นฟัดแก้มกูเป็นฟัดตุ๊กตาเลยกว่าจะได้ออกไอชิบผาย


              “ก็..โดนติพอสมควรเลยครับ” ไม่ตอแหลเราไม่นอน ฮุยเลฮุย


              “แล้ว..เขาไล่ออกไหม?”


              “ครับ?”


              “โดนไล่ออกหรือเปล่า?”


              “ก็..ไม่นะครับ” โดนบังคับให้ออกนี่ถือว่านับไหมอ่ะ..


              “เฮ่อออออ ค่อยยังชั่วหน่อย นึกว่าจะโดนไล่ออกซะแล้ว..”


              “ทำไมเหรอครับ?”


              “ก็..แต่ซองอูเพิ่งเข้ามาแค่สองวันเองนะ พี่ไม่เคยเห็นท่านประธานหัวร้อนขนาดเรียกเข้าพบเร็วขนาดนี้มาก่อน เราเนี่ยที่เข้ามาแปปเดียวก็โดนเรียกคนแรกเลยนะ”


              “จริงเหรอครับ? ผมเป็นรายแรกเลยเหรอ?” เรื่องล้วงลับตับแตกผัวนี่ขอให้บอก ข้อมูลจากแหล่งเดิมซึ่งขอบอกว่าน่าเชื่อถือไม่หยอก


              “ใช่ คือครั้งนี้มันเป็นความผิดพี่ด้วย พี่ต้องขอโทษจริงๆนะซองอู นายโดนไล่ออกเพราะพี่พี่คงเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ ฮือออ”


              “ไม่เป็นไรครับพี่ อย่าร้องสิครับๆ”


              “จริงๆเขาควรเรียกพี่ไปด่าสิ ไม่ใช่เรียกนาย แต่ถ้าเรียกนายไปก็แสดงว่าต้องมีปัญหาอะไรสักอย่างกับนายจริงๆ”


             “ยังไงเหรอครับ..”


             “คือปกติคนที่โดนเรียกมาท่านประธานคงเหลืออดมากแล้วอ่ะ จนรุ่งขึ้นก็ไม่มีใครเห็นพนักงานคนนั้นแล้ว เก็บของบนโต๊ะไปตอนไหนยังไม่รู้เลย”


             “โหหห โคตรโหด”


             “พี่ว่าไม่หรอก..ถ้าโดนเรียกส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่มันรุนแรงมากเช่นกดขี่ข่มเหงพนักงานคนอื่นหรือว่าทำให้บริษัทเสื่อมเสียงทั้งทางตรงและทางอ้อมอ่ะ แต่กรณีหลังสุดนี่จะไม่เรียกมาเตือนแต่จะให้การ์ดโยนออกนอกตึกเลย”


             “ขนาดนั้นเลยเหรอครับ..” เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก็ว่าทำไมตอนที่เดินขึ้นลิฟท์มาพวกพนักงานแผนกการตลาดถึงได้มองมาที่ซองอูด้วยสายตาที่ว่ามึงไม่รอดแน่ๆ รวมถึงคำพูดสุดให้กำลังใจจากพี่แจฮวานนั่นด้วย


             “ใช่..แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยเจอเหตุการณ์แบบข่มขู่เท่าไรแล้ว พี่คิดว่ามันคงไม่มีแล้วแหละ” หราๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่มีจริงเหรอจ๊ะ


             “แล้วนี่เราไปทำอะไรผิดเนี่ย ท่านถึงได้หัวเสียขนาดนั้น”


             “ผมทำเครื่องถ่ายเอกสารพังมั้งครับ..”


              “ก็ไม่พังนะ ผู้จัดการฮวังโทรมาบอกพี่ตะกี้ว่าตามช่างมาซ่อมเรียบร้อยแล้ว และอีกอย่างนะ..ท่านประธานรวยขนาดซื้อบริษัทผลิตเครื่องถ่ายเอกสารได้ ทำไมจะต้องเรียกพนักงานมาพราะเรื่องแค่นี้ด้วย?”


              “...เอ่อออ” เชี่ย..หมดมุก กะจะล้วงลับตับแตกคนอื่นเสือกโดนล้วงเองเฉยเลยจ้า


              “ซองอูมีอะไรปิดบังพี่หรือเปล่า?”


              “ปิดบัง? บ้าเหรอครับพี่..ผมเพิ่งโดนประธานใหญ่ดุมานะ ร้องได้ร้องแล้วเนี่ย”


              “แต่พี่เห็นนะ...”


              “เห็น...” ชิบหายยยยยยยยยยยยยยย เห็นอะไรของพี่วะ เห้ย! แผนจะแตกก่อนไม่ได้นะเว้ย!! เนี่ย อุตส่าห์เตือนสามีบ้ากามแล้วว่าอย่าเยอะ..เข้าไปนานจนเขาสงสัยแล้วก็เป็นเรื่องเลยไง



              “เห็น..”



              “...”



              “เห็นนายเข้าบริษัทกับภรรยาท่านประธาน!!



              “...ห้ะ?”



              “พี่ก็ว่าแล้วว่าทำไมคุ้นหน้านาย ผู้ชายที่ใส่ฮู้ดปิดบังใบหน้าตอนพาผู้หญิงที่พี่คิดว่าเป็นภรรยาท่านประธานมาที่นี่คือนาย!


              “...”


              “แท้จริงแล้วนายคือ..”



              “...”



              “บอดี้การ์ดภรรยาท่านประธานที่มาสืบว่าท่านประธานมีเมียน้อยหรือเปล่าใช่ไหม!!



              “...” วอทเดอะ!! ผมนี่อึ้งไปเลยย้ง



              “..”



              “ผมบอกแล้ว..ว่าพี่ดูการ์ตูนเยอะไป”



              “หา!!” จะว่าไปก็แอบรู้สึกโล่งใจหน่อยๆที่พี่เซจองคิดแบบนั้น..ถ้าพี่ได้รู้ว่าผู้หญิงที่มากับผมคือพี่สาวของผมเองพี่ช็อคไปเลยนะพี่เซจอง น่าขำดีที่ภรรยาท่านประธานนั่งอยู่ตรงหน้าพี่แต่พี่กลับพูดนินทาท่านประธานและภรรยาได้อย่างออกรส...หวังว่าพอรู้ความจริงพี่จะไม่ช็อคถึงขนาดลาออกจากงานนะครับ ถ้าเป็นแบบนั้นผมคงเสียใจแย่



              “น่าเสียใจว่าไหมครับที่ผมต้องออกมาเห็นภาพพนักงานในบริษัทอู้งานกันอย่างขะมักเขม้น”       

                    


              “ท่านประธาน//แด..เอ๊ย!! ประธาน!!” เสียงคำว่าชิบหายลอยเข้าหูทั้งคู่แม้ว่ะไม่มีใครพูดมันออกมา ซองอูมองหน้าท่านประธานคังจิวกรุ๊ปและเลขาสาวที่เหงื่อตกเป็นน้ำตกไนแองการ่าเลิกลั่ก


              “แล้วเจอกันเมื่อชาติต้องการไอน้องเอ๊ย!


              “หวังว่าเราจะได้เจอกันนะครับพี่” แม้จะไม่ได้เอ่ยออกมาแต่เราก็รับรู้กันได้ด้วยสายตา คิมเซจองรีบก้มหน้าก้มตาเดินผ่านท่านประธานไปยังโต๊ะทำงานของเธอ ส่วนองซองอูก็เลือกที่จะไม่สบตาคังแดเนียลแล้วเดินตรงไปที่ลิฟท์ทันที


              “เดี๋ยวครับ! คุณองซองอู” เขาสะดุ้งโหยง รวมถึงเลขาสาวที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในประโยคนั้นก็สะดุ้งหนักไม่แพ้กัน


              แหม..ก็ทั้งชั้นมีอยู่แค่ 3 คน ผีบ้า


              “คะ..ครับ”


              “จะลงไปทำงานใช่ไหมครับ..ผมก็จะลงไปข้างล่างเหมือนกัน”


              “...”


              “ไปด้วยกันสิครับ จะได้ไม่เปลือง” แหม..พูดเป็นโครงการช่วยโลกร้อนบ้านทางเดียวกลับรถคันเดียวกันยังไงอย่างงั้นเลยนะพ่อคุณ


              “ครับ” เราเดินเข้ามาในลิฟท์พร้อมกัน พี่เซจองชูสองนิ้วให้กำลังใจอย่างที่เธอชอบทำก่อนที่ประตูลิฟท์จะปิดลง




              “ทานอะไรหรือยัง”




              “ห้ะ?..” ประธานคังพูดหน้านิ่ง ซองอูเลิกคิ้วก่อนที่จะเหลือบเห็นกล้องวงจรปิดที่อยู่เหนือศีรษะเราทั้งคู่...รักษาสัญญาดีจังแฟนใครเนี่ย


              “..แล้ว”


              “โกหก..ลิฟท์มันเงียบนะหนู” แดเนียลหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมา ทำท่าเป็นว่ากำลังสไลด์มือถือเล่น ...แหม..เล่นเนียนกว่ากูอี๊กกก


              “หยาบคายจัง”


              “เป็นห่วงนิ่”


              “ว่าแต่คนอื่น ตัวเองอ่ะกินหรือยัง”


              “กำลังครับ..ถ้าไม่กินก็จะโดนคนแถวนี้บ่น”


              “ลองให้รู้ว่าไม่กินสิ”


              “กลัวแล้ว” ซองอูอมยิ้ม เขาทำเป็นเบือนหน้าไปทางอื่นเพื่อไม่ให้กล้องวงจรปิดจับได้ ขืนผู้ดูแลความปลอดภัยรู้ว่าเขาหัวเราะใส่ท่านประธานอันเป็นที่รักของทุกคนจะหัวหลุดจากบ่าเอาได้


              “กินอะไรไหม”


              “ไม่เอา”


              “จะกลับบ้านแม่ตอนไหน”


              “จนกว่าจะพิมพ์เสร็จ”


              “เยอะขนาดนั้นไหวเหรอ”


              “ไหว”


              “งั้นก็ต้องกิน”


              “ไม่!




               ติ๊ง!!


              “ไอซองอู มาแล้วเหรอ! ..ท่านประธานสวัสดีครับ”  พนักงานหน้าใหม่อมยิ้มให้พี่ชายคนสนิท คิมแจฮวานทำหน้าเลิ่กลั่กเมื่อเห็นว่าคนที่ลงมาพร้อมน้องรักคือท่านประธานบริษัทคังจิวกรุ๊ป


              “สวัสดีครับ//ค่ะ ท่านประธาน!!” ทุกคนในแผนกการตลาดที่ถึงแม้จะมีงานหรือเอกสารเต็มมือต่างก็รีบหันมาทำความเคารพคนในลิฟท์ ประธานคังจิวกรุ๊ปอมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกดลิฟท์เพื่อลงชั้นล่าง ก่อนประตูจะปิดเขาก็ไม่ลืมที่จะหันมาขยิบตาให้กับองซองอู


              เจ้าเด็กนี่มันบ้าจริงๆเลยน้า


              ซองอูอมยิ้มอยู่ในภวังค์ของตัวเองสักพัก จนเพิ่งรับรู้ได้ว่าตอนนี้ห้องฝ่ายการตลาดเงียบกริบไปแล้ว เขาเลิกคิ้วมองไปทั่วห้อง ข้างหลังของเขาเป็นจอนซอนมีที่ยืนอยู่ไม่ห่าง


              “เมื่อกี้...ท่านประธานยิ้มใช่ไหม” พี่แจฮวานว่าพลางอ้าปากค้าง ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นท่านประธานร่าเริงขนาดนั้น


              “ใช่! แถมขยิบตาให้ซอนมีด้วย” เพื่อนสาวผู้ที่ตัวติดกันอย่างกับฝาแฝดเอ่ยขึ้นเรียกความสนใจจากทุกคน พวกพนักงานที่ทำงานใกล้เสร็จแล้วต่างพากันกรูมาที่จอนซอนมี ส่วนคนที่กำลังใกล้ทำเสร็จก็เร่งมือเสียเร็วกว่าจรวด


            “โอ๊ย! โอ๊ะ! เดินดีดีสิครับมีคนอยู่นะ”


            “มาขวางทำไมล่ะ//ไปอยู่ในที่ของนายนู่นไป!พนักงานน้องใหม่โดนผลักไปมาราวกับลูกฟุตบอล ซองอูกัดฟันกรอด ถ้าไม่ติดว่าพี่แจฮวานมากระชากเขาออกไปล่ะก็ คงต้องมีใครแถวนี้หน้าแหกกันไปข้างอย่างแน่นอน


            “พี่อ่ะ! ห้ามผมอีกแล้วนะ”


            “เชื่อกูเถอะน่า..ยอมไปก่อน” คิมแจฮวานลูบหลังรุ่นน้องให้ใจเย็นลง เขาลากซองอูที่กำลังหัวร้อนให้ถอยห่างจากฝูงชนหลายสิบคนที่กองอยู่กันที่โต๊ะของจอนซอนมี


            “คือซอนมีไม่มีอะไรจริงๆนะคะ เชื่อได้เลย” หญิงสาวทำท่าทางเหนียมอาย พยายามเสมองไปทางอื่นเพื่อบอกรู้ว่าเธอไม่ได้รู้เห็นอะไรกับเรื่องนี้ ทั้งที่ใจจริงคงอยากประกาศให้โลกรู้จะตายแย่แล้ว


            “แต่เราเห็นจริงๆนะว่าท่านประธานขยิบตาให้เธอ”


            “ใช่ๆ//จังๆเลย”


            “พวกพี่อาจจะตาฝาดไปก็ได้นะคะ”


            “ไม่ฝาดหรอก เราเห็นจริงๆ” ไอลุงจอมเบ่งเจ้าเดิมพูดขึ้น ทุกคนพยักหน้าเป็นเสียงเดียวกันว่าท่านประธานขยิบตาให้จอนซอนมีจริงๆ




            ไม่น่าไปยืนตรงนั้นเลยกู..เป็นเรื่องแล้วไหมล่ะ



            “มันมีอะไรในกอไผ่หรือเปล่า?”


            “ใช่ๆ พี่เห็นน้องซอนมีใช้หลุยส์ พนักงานบริษัทอย่างเรากว่าจะได้ของแพงๆขนาดนั้นไม่ได้ง่ายเลยนะ”


            “พี่คะ..ซอนมีไม่ได้ใจง่ายขนาดนั้นนะคะ”


            “เออใช่ๆ น้องซอนมีเขาไม่เอาตัวเข้าแลกหรอก//ใช่ๆ คนอย่างซอนมีไม่ทำแบบนั้นแน่ๆ” แหมมม อีพวกผู้ชายยยย สมาคมแฟนคลับซอนมีแห่งชาติปะนิ อวยไส้แตกจริงๆ


            “..จริงๆซอนมีไม่ได้อยากให้มันเลยเถิด..พยายามบอกท่านประธานแล้วแต่ก็ดูเหมือนท่านจะไม่เข้าใจ” โอ๊ยยย โล่มามงมาจ้า แสดงดีกว่านี้ไม่มีอีก



             ถ้าไม่ติดว่ามีผัวแล้วและต้องมีเมีย ขอสาบานเลยว่าจะไม่เอาผู้หญิงแบบนี้มาเป็นแฟนแน่นอน


             “เรื่องมันเป็นมายังไงช่วยเล่าได้ไหม//ใช่ๆพวกเราก็อยากรู้”


             “อย่ากดดันซอนมีเลยนะคะ หนูสงสารเพื่อนอ่ะค่ะซอนมีดูจะอึดอัดนะคะทุกคน” หน้าตาอึดอัดดูมีความสุขจังนะครับ


             “ไม่เป็นไรแก เราโอเค”


             “ถ้าไม่โอเคก็บอกพวกพี่นะซอนมี//พวกพี่แค่อยากรู้เอง//ใช่ๆ สงเคราะห์คนอยากรู้หน่อยเถอะ”


             “ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะทุกคน ซอนมีจะพยายามบอกท่านประธานนะคะว่าไม่ควรเกิดเหตุกา---“




             “อ๋อหรออออออออออออออออออออออออออออออ”




             “...”



             “...” ทุกสายตาหันมาจ้องพนักงานใหม่ที่เพิ่งโดนเรียกไปปรับทัศนคติเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา แถมมันยังทำหน้านิ่งไม่รู้สึกอะไรกับคำพูดที่เพิ่งพูดออกไปเลยสักนิด


             “ไอซองอู..กูบอกแล้วว่าอย่าหาเรื่องใส่ตัว!!” พี่แจฮวานกระซิบอยู่ข้างๆเขา ซองอูถอนหายใจหนักๆก่อนที่เขาจะใส่กระดาษเซทต่อไปในเครื่องถ่ายเอกสาร โดยเลือกที่จะเมินสายตาจากคนอื่นและคำบ่นข้างหูของพี่แจฮวาน


             “เมื่อตะกี้มึงว่าไงนะเด็กใหม่” ไอลุงโหงวเฮ้งใกล้ตายเจ้าเดิมเอ่ยขึ้น  ซองอูหยุดถ่ายเอกสาร เขามองไปยังกลุ่มพนักงานที่หันมองมาที่เขาเป็นตาเดียว


             “ก็..พี่แจฮวาน”


             “อย่าเชียวนะ..อย่าแม้แต่จะคิด” เขาทำหน้าเหยเก พี่แจฮวานหยิกเขารอบที่ 300 ของวันได้แล้วมั้งเนี่ย



             แต่เขาก็ต้องยอมทำตาม ให้ตายสิ


             “เปล่าครับ”


             “หึ..นึกว่าจะแน่” กูแน่กว่าที่มึงคิดอีก ไอแก่ใกล้ตายเอ๊ย!


             “แล้วนี่ไม่เก็บของไปสักทีเหรอวะ? ได้ข่าวเพิ่งโดนท่านประธานเรียกไปไม่ใช่เหรอไง” พนักงานชายคนหนึ่งพูดขึ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มสมาคมสรรเสริญจอนซอนมี เขามองซองอูตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยท่าทางเหยียดๆก่อนจะหันมาทำตาวิ้งวับใส่จอนซอนมีต่อ


             “ให้พี่ช่วยเก็บของไหมคะซองอู?” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย ซองอูแอบหันไปเบะปาก ไม่เคยพะอืดพะอมกับอะไรขนาดนี้มาก่อนเลยให้ตายเถอะ


             “ขอบคุณที่เป็นห่วงครับพี่ซอนมี..แต่เชิญพี่เป็นห่วงเรื่องของตัวเองไปเถอะครับ ผมไม่รีบออกขนาดนั้นหรอกครับเสียใจด้วย”


             “ห้ะ! นี่ไม่โดนไล่ออกเหรอวะซองอู?”


             “ครับพี่” กลายเป็นว่าทุกคนให้ความสนใจกับการไม่โดนไล่ออกขององซองอูมากกว่าเสียแล้ว มันจะเป็นไปได้ไงวะก็ท่านประธานหัวเสยขนาดนั้น ไอแก่อาจินขมวดคิ้วมุ่น


             “ได้ไงวะ?”


             “ถามท่านประธานเองดิ่”


             “นี่มึงย้อนกูเหรอ?”


             “เออ”


             “ไอซองอู อย่าเชียว” เด็กเชี่ยนี่ กูอุตส่าห์เตือนแล้วก็วอนหาตีนให้จนได้ดิ่วะ


             “ผมไม่ไหวแล้วพี่!” สักหมัดได้ไหม กูหมั่นหน้ามานานแล้วโว๊ยยยยยยยยยยยยยย


             “ผู้จัดการไม่อยู่ จัดได้เลยลูกพี่” ซองอูสลัดแขนพี่แจฮวานที่เกาะอยู่ออก เขาหันไปพยักหน้าบอกอีกฝ่ายว่าไม่เป็นไร..ถ้าจะหน้าแหกก็ต้องแหกทั้งคู่แหละวะ มันจะไม่ใช่เขาคนเดียวที่แหกหรอกโว๊ยยย



             ขออนุญาตลืมคำสั่งผัวสักแปปนะ



             “เข้ามาเลย!!


             “ไอปีนเกลียวเอ๊ย!! ราวกับสนามรบ ทุกคนถอยออกจากอาณาบริเวณโดยไม่ได้นัดหมาย ต่างคนต่างไปอยู่ฝั่งฝ่ายที่ตัวเองเชียร์ บางคนรีบกลับไปที่โต๊ะเพื่อเก็บของ จะได้เตรียมหนีออกจากที่นี่หลังจากสงครามๆบ้านี่เสร็จ



              ติ๊ง!


              และก็กลายเป็นว่า...สงครามโดนขัดอีกจนได้


              ทุกคนรีบแยกย้ายกลับไปที่โต๊ะเตรียมเก็บของ สงสัยวันนี้มวยคงต้องพักไปก่อน พนักงานเดลิเวอรี่ร้านอาหารชื่อดังเดินตรงมายังกลางห้อง แม้ว่าจะเป็นเพียงพนักงานส่งของแต่ก็มาดเนี๊ยบสมกับเป็นพนักงานร้านอาหารระดับไฮคลาส


              “คุณองซองอูครับ”


              “ครับ?” เขาชี้ไปที่ตัวเองเลิกคิ้วหน่อยๆก่อนที่จะเดินมารับของพร้อมกับคิมแจฮวานที่เดินตามไม่ห่าง


              “มีของมาส่งครับ และนี่การ์ดครับ..ขอให้ทานให้อร่อยนะครับ” พนักงานหนุ่มเดินออกไปแล้ว แต่ความงุนงงก็ยังไม่คลายให้กับพนักงานที่เหลือในห้อง ตาแก่อาจินและจอนซอนมียังคงจ้องมาที่เขาไม่ห่าง ซองอูยักไหล่ เขาเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ แกะกล่องสีขาวขนาดใหญ่ออกมา


              “โอ้ มาย ก็อด!


              “ชู่วๆ” พนักงานหน้าใหม่ส่งเสียงเพื่อบอกให้รุ่นพี่คนสนิทเงียบเข้าไว้


              “ฝากไว้ก่อนนะมึงไอเด็กใหม่” อาจินพูด ไอแก่จ้องเขาอยู่ชั่วครู่ก่อนมันจะเดินลงลิฟท์ไป ซองอูถอนหายใจ ขอบคุณที่ม็อบจำเป็นได้สลายหายไปแล้ว เหลือแต่เพียงพนักงานทำโอทีไม่กี่คนเพียงเท่านั้น


              ซองอูจ้องซูชิพรีเมี่ยมเต็มกล่อง ‘Your love..แหม เขียนการ์ดมาแบบนี้ไม่รู้เลยนะครับว่าใครเนี่ย...ดื้อเอ๊ย!


              “พี่แจฮวานทานด้วยกันนะ ผมว่าผมคงทานไม่หมดอ่ะ”


              “จะดีเหรอวะ..แฟนมึงส่งมาให้ไม่ใช่เหรอ”


              “พี่รู้ได้ไงอ่ะ”


              “ก็มึงยกการ์ดมาดูตะกี้อ่ะ”


              “เอาเถอะพี่ เยอะขนาดนี้ผมกินไม่หมดหรอก อีกอย่างกินเสร็จพี่จะได้กลับบ้านเลยไง เดี๋ยวเอกสารพี่ผมส่งให้พรุ่งนี้นะ”


              “เอางั้นเหรอ..แต่คนจะหมดแผนกแล้วนะ อยู่คนเดียวได้เหรอ?”


              “ชิวๆพี่” พี่แจฮวานพยักหน้า เราพากันเอาอาหารไปนั่งรับประทานด้วยกันที่โต๊ะในห้องครัวเพิ่งรู้ว่าพี่แจฮวานขี้เมาท์ขนาดนี้ก็วันนี้ เขาพูดถึงบริษัทในหลายๆเรื่อง รวมถึงเรื่องจอนซอนมีว่าเธอนิสัยไม่ดีกับเรื่องภรรยาท่านประธาน



              เงียบๆแบบนี้ล่ะรู้เยอะจริงๆนะพี่



------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

             อาหารจากร้านอาหารระดับพรีเมี่ยมทั่วทั้งประเทศถูกส่งมาให้องซองอูในแต่ละวันจนทุกคนเห็นเป็นภาพชินตา แต่ก็ยังไม่รู้สึกชินสักที


             ในใจต่างมีคำถามมากมายแต่ก็ไม่ได้สนิทกับเด็กใหม่ขนาดเข้าไปถามมันได้ว่าใครกันที่ส่งมา เห็นจะมีก็แต่คิมแจฮวานที่ลาภปากในทุกๆครั้ง



             นอกจากอาหารที่มาส่งบ่อยแล้ว...การโดนแกล้งของเขาก็หนักข้อขึ้นทุกวัน


             ไอแก่อาจินไม่ค่อยมาหาเรื่องต่อหน้าตรงๆแล้วในช่วงนี้ อาจเพราะโดนคุณมินฮยอนเรียกไปเตือนเพราะจับได้จังๆในครั้งนั้น ไหนจะในกล้องวงจรปิดที่ซองอูเองก็ต้องขอโทษด้วยที่เคยด่าไปว่าไม่มีทั้งที่จริงๆมันมีอยู่ทั่วทั้งห้อง


            ทำให้พวกนั้นล่อเล่นงานเขาในที่มุมอับกล้อง ใครหัวครัว หรือทีเผลอบ่อยเช่นแกล้งจัดฉากว่าเขาทำเครื่องถ่ายเอกสารพัง และตามเคย เขาโดนผู้จัดการเรียกไปเตือนเรื่องเครื่องถ่ายเอกสาร 3 ครั้งแล้วในสัปดาห์นี้


             ยังไม่หมด ช่วงนี้เขารู้สึกได้ว่ากำลังมีคนไม่ชอบขี้หน้าเขาอย่างแรง เพราะเสื้อผ้าที่เขาใส่มาทำงานมักจะมีรอยโดนกรีดเมื่อกลับไปถึงที่บ้านเสมอ ไม่รู้ว่าโดนกรีดเมื่อไรหรือตอนไหน แต่ขอคาดเดาไว้ก่อนว่าต้องว่าตอนที่เขาเดินผ่านกลุ่มของพวกอาจินแน่ๆ


             ไม่ใช่ว่าไม่พยายามหลีกเลี่ยง แต่เขาต้องไปที่ห้องครัวอยู่บ่อยครั้ง และมันก็โชคร้ายที่โต๊ะของพวกนี้อยู่ใกล้ห้องครัว


             อย่างสุดท้ายคือ...เขาคิดว่าจอนซอนมีไม่ชอบขี้หน้าเขาอย่างแรง




             เป็นการมาทำงานแค่สองอาทิตย์ที่เหนื่อยราวกับสองปีจริงๆ



             “ซองอู!!


             “ครับพี่แจฮวาน!


             “ว่างไหม! ชงกาแฟให้หน่อย!! พี่จะตายแล้วเว้ยยยย”


             “อย่าเพิ่งตายนะครับพี่เดี๋ยวผมไปชงให้ ขอผมใส่กระดาษตรงนี้แปปนึง” ชายหนุ่มรีบใส่กระดาษให้เสร็จดังที่เขาว่า ก่อนจะพยายามวิ่งหน้าตั้งมาที่ห้องครัว


              และความดวงดีอะไรกันถึงทำให้เขาได้อยู่กับจอนซอนมีในห้องครัวเพียงสองต่อสองล่ะวะเนี่ย!!


              ใจเย็นไว้นะองซองอู มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นถ้ามึงใจเย็นเด้อออ


              “คิดว่าจะทำอะไรได้”


              “หะ..ห้ะ” ซองอูสะดุ้ง เขาหันมามองหญิงสาวที่ในมือของเธอถือแก้วน้ำร้อนเอาไว้ นัยตาสีน้ำตาลจดจ้องมาที่เขาไม่ไหวติงจ้องหนักมากจนขนลุก


              “คิดว่ากำลังทำอะไรอยู่?”


              “พี่พูดอะไร?”


              “อย่ามาเสแสร้ง” หญิงสาวพูดเสียงเรียบ เธอเดินมาที่เขา จดจ้องตั้งแต่หัวจรดเท้า


              “...”


              “นายไม่น่ามาแส่เรื่องของฉันเลยเด็กน้อย” เธอวางแก้วน้ำร้อนเอาไว้บนเคาท์เตอร์ข้างตัวและเอื้อมมือขาวซีดที่มีเล็บสีแดงประดับไว้มากุมมือทั้งสองข้างของเขาเอาไว้


              “มือนายสวยดีนิ่”


              “...”


              “ได้ยินแล้วใช่ไหม..วันนั้น”


              “...”


              “พูดอะไรผมไม่—“


              “ตอแหล! ฉันเห็น”


              “...” ซอนมีปล่อยมือของเขาลง เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทของเธอด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “รู้ใช่ไหมว่าห้องครัวไม่มีกล้อง”


              “...”


              “คุ้นหรือเปล่า” มันคือคัดเตอร์...เธอพกคัตเตอร์!


              “...พี่คิดจะทำอะไร”


              “อะไร? ฉันไม่ได้คิดจะทำอะไร”  ซองอูพยายามถอยหลัง แต่ถอยเท่าไรเขาก็ติดซิงค์ล้างจาน จะให้ผลักเธอแล้วรีบเดินหนีก็ทำไม่ได้ไม่อย่างนั้นเขาจะเป็นคนผิดทันที โถ่เว๊ย! กูเป็นผู้ชายแต่ป้องกันอะไรตัวเองไม่ได้เลยสักอย่างเหรอวะ!


              “...”


              “นายกำลังทำตัวน่ารำคาญมากเลยรู้ใช่ไหม? นายเย้ยหยันฉัน มายุ่งเรื่องของฉัน ขวางหูขวางตาที่สุด”


              “...”


              “รู้อะไรไหม..ฉันเตรียมแผนการพวกนี้มานานแค่ไหน พยายามให้ทุกคนมองว่าฉันเป็นคนดี”


              “...”


              “แล้วดูนายสิ แส่ไม่เข้าเรื่อง! ไม่มีใครเคยสั่งสอนเหรอว่าเรื่องของคนอื่นอย่าเสือกน่ะ!


              “พี่..พี่จะทำอะไรน่ะ”


              “ทำอะไรน่ะเหรอ?”


              “...”




              “กำจัดจุดอ่อนไง”



              “พี่! พี่กรีดมือตัวเองทำไม!!” ชายหนุ่มเบิกตากว้าง เลือดสีแดงสดไหลผ่านซอกมือขาว เธอเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้กับเขา ใบหน้าไม่มีความเจ็บปวดประดับอยู่เลยสักนิด...เดี๋ยวนะ..นี่มันเข้าข่ายโรคจิตแล้ว จะบ้าเหรอวะ!


              “อะไรนะ..ไม่ได้ยินเลย” เธอเอื้อมมาจับมือซองอูอีกครั้ง เขารู้ได้ทันทีว่าฝ่ามือของเขาตอนนี้มันสั่นเทาแค่ไหน ไม่รู้ว่าเพราะรู้สึกอะไรเพราะตอนนี้มันชาไปหมดแล้ว


              “พี่บ้าไปแล้วเหรอ!


              “เจ็บเหรอ?..ไม่เจ็บเลย”


              “...”




              “เพราะคนที่เจ็บ..ไม่ใช่ฉัน!!



              “อ๊ากกกกก พี่ทำบ้าอะไรของพี่วะเนี่ย!!มันเกิดขึ้นเร็วมาก..ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วจริงๆ เร็วจนเขาไม่ทันได้ตั้งตัวไม่ทันได้คิดทำอะไรเลย ชีวิตนี้ไม่คาดคิดด้วยซ้ำว่าจะมาเจออะไรที่เหมือนฉากในละครขนาดนี้ นี่เขาเพิ่งจะโดนคนโรคจิตกรีดมือโชว์ต่อหน้าต่อตาและเพิ่งจะโดนสาดน้ำร้อนใส่มือเหรอวะเนี่ย!


              “โอ๊ยยยยยยย ช่วยด้วยค่ะ!! ช่วยด้วย” ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วจริงๆ จอนซอนมีรีบโยนคัดเตอร์ของเธอลงข้างตัว เธอทำทีเป็นล้มลงไปแล้วตะโกนหาคนอื่น บีบน้ำตาเตรียมพร้อมแสดง..โอ้มายก็อต บอกผมทีว่ามันคือความจริง


              “เกิดอะไรขึ้น!!//เห้ย!!//เห้ยยยยยยยยย ซอนมี”


              “ไอซองอู มึง!!


              ผลัวะ!!


             ความรู้สึกเจ็บปวดนี่มันอะไรกัน..ขอเวลาให้คิดหน่อยไม่ได้เหรอวะ รับมือไม่ทันนะเว้ย!!


             ผลัวะ! “ไอชั่ว!!” ยังไม่ทันจะได้เงยหน้ามามอง ซองอูก็โดนซัดเข้าให้อีกรอบ เขาล้มลงไปกองกับเพื่อนได้ยินเสียงตะโกนหลากหลายเสียงทั้งเสียงด่าเขา เสียงโหวกโวยวายจะเข้ามาข้างในให้ได้ของพี่แจฮวาน เสียงสะอึกสะอื้นของจอนซอนมี เสียงเชียร์ เสียงบอกให้พอ ...แต่เขาก็ได้ยินอะไรไม่ชัดสักอย่าง


             ผลัวะ! ซองอูโดนซัดเข้าอีกหมัดทั้งที่สมองยังไม่ได้ตั้งรับดี เขาล้มลงไปอีกครั้ง ใบหน้าจุ่มกองน้ำร้อนที่ตอนนี้อุ่นไปแล้ว พยายามจะปรือตาเพื่อมองสถานการณ์แต่มันก็ยากลำบากเหลือเกิน


             “พอดิ่วะ! อย่าทำมันนะเว้ย!! ไออาจิน!!


             “หุบปากไอแจฮวาน! มึงอ่ะจะเป็นรายถัดไป ระวังตัวไว้เถอะ!!


             “บอกให้ปล่อยกูไงวะ! ปล่อย!! ซองอู ซองอูเว้ย!!” อาจินตวัดตามององซองอูที่ล้มนอนลงไปกับพื้น เขาลุกขึ้นเต็มตัวเดินมาหาหญิงสาวที่โดนเพื่อนนำผ้ามากดแผลหยุดเลือดให้แล้ว


             “ทุกคน ขยับออกไปหน่อย น้องซอนมีไม่มีที่จะหายใจแล้ว!” ทุกคนขยับออกไปอย่างว่าง่าย อาจินนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆจอนซอนมี เขาเหลือบมององซองอูอีกครั้ง เด็กนั่นพยายามยันตัวเองขึ้นนั่ง แก้มและมุมปากแตกๆบ่งบอกให้รู้ว่ามือของเขาหนักแค่ไหน


            แหม่..มองมันแล้วก็รู้สึกภูมิใจ



            “เป็นอะไรหรือเปล่า? มันทำอะไรเธอ?”


            “ฮึก..ซอนมี..ฮืออออ..”


            “ซอนมีอย่าร้องนะ//อย่าร้องนะๆ//มันทำอะไรซอนมีวะ!เสียงพูดดังระงมอีกครั้งหลังจากที่หญิงสาวปล่อยโฮออกมา เธอทำทีท่าเป็นฝืนยิ้มก่อนจะชี้ไปที่คัตเตอร์ข้างตัวองซองอูที่ตรงนี้ลุกขึ้นนั่งได้สำเร็จแล้ว



            โอ๊ยยยอีเหี้ย แรงหายไปไหนวะเนี่ย!



            “เขา..ใช้มันกรีดมือซอนมีค่ะ ฮืออออ”


            “โก...หก” เสียงพูดเบาๆออกมาจากริมฝีปากคนเจ็บ ซองอูหอบหายใจเขากำลังพยายามตั้งสติและทำความเข้าใจเหตุการณ์ที่กำลังเกิดกับเขาอยู่ตอนนี้


            “ฮือออ ดูสิคะฮือออ ทำซอนมีเป็นขนาดนี้แล้วยังหาว่าซอนมีโกหกอีก ฮืออออ ยังไม่พอนะคะ ผู้ชายคนนี้ยังสาดน้ำร้อนใส่ซอนมี ฮือออ ซอนมีผิดอะไรคะซองอู” เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกระลอกใหญ่ จอนซอนมีซบใบหน้าของเธอลงกับลาดไหล่เพื่อนสาวโดยเพื่อนสาวของเธอก็คอยปลอบประโลมเธอไม่ห่าง ซองอูเบะปาก เขาถ่มน้ำลายที่ปนไปด้วยเลือดลงข้างตัว


              “ถุย! เธอกล้าพูด..ไม่อายบ้างหรือไง”


              “เออ! ไอซองอูไม่มีทางทำแน่ๆ คนอย่างมันน่ะ เป็นไปไม่ได้!


              “กูบอกว่าหุบปากไงวะไอแจฮวาน!!” ซงอาจินตวาด ร่างสูงยืนขึ้นเต็มตัวเดินตรงมายังองซองอูที่จ้องหน้าเขาเขม็ง เขาย่อตัวลงจ้องใบหน้าหล่อที่ประดับไปด้วยรอยแผลจากฝีมือเขา


              “เห้ย! ไอแทยอง! ผู้จัดการฮวังเตือนเรามาว่ายังไงแล้วนะ?”


              “ครับพี่! ผู้จัดการบอกว่า ถ้าหากไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตก็ไม่ควรมีเรื่องครับพี่”


              “ใช้คัดเตอร์นี่เป็นอันตรายต่อชีวิตเปล่าวะ”


              ผลัวะ!ไปตามผู้จัดการฮวังมา! ดูซิว่าเขาจะติดสินให้ใครถูก” ซงอาจินหันหลังไปสั่งลูกน้องคนสนิทก่อนที่จับคางองซองอูให้หันกลับมา มุมปากทั้งสองข้างเต็มไปด้วยเลือด แต่แววตาที่ถึงแม้จะปรือเต็มทนก็ตามก็ยังคงมุ่งมั่นเช่นเดิม


               ผลัวะ!!


               “ปล่อยมันดิ่วะ ไออาจิน!!//พอได้แล้วมั้ง//จัดเลยอาจิน หมั่นหน้ามันมานานแล้วเว้ย!!


               “กูคันมือมานานแล้วโว้ยยย” กำปั้นหนายกขึ้นสูงเตรียมซัดอีกครั้ง ซองอูจ้องใบหน้าตาแก่ที่มีแต่ความชั่วร้ายประดับอยู่ เขาอมยิ้มมุมปาก “แล้วสักวันแกจะรู้..ว่าใครที่คิดผิด”


               “มึงว่ายังไงนะ?” คิมอาจินกระชากคอเสิ้อซองอูจนเขาลอยขึ้นมา ใบหน้าเปื้อนยิ้มของไอเด็กนี่มันทำให้ไฟร้อนในตัวเขาเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ


               เจ็บนะที่โดนต่อยหน้า ไม่ได้ต่อยกับใครมานานมากแล้วแต่พอถึงเวลาจริงกลับมีเรี่ยวแรงไม่มากพอ ไหนจะพวกคนหูเบาที่เอาแต่ยืนสาปแช่งอยู่ข้างหน้าทั้งที่ไม่รู้อะไรเลย..มันน่าขันเสียไม่มี


               แต่พอคิดถึงใบหน้าของคนหัวร้อนคนนั้นแล้วก็นึกอยากจะเห็นมันเร็วๆ ถึงจะแอบเสียดายที่จะไม่ได้เล่นละครต่อก็ตาม


               ไม่ได้เจอกันสองอาทิตย์คิดถึงจัง..คงต้องพอได้แล้วมั้งเนี่ย


               “คุณกำลังหัวร้อน ฮ่าๆ” เอาวะ ถ้าจะเล่นละครมันต้องเล่นกันให้สุดเห็นเวลาพวกพระเอกเก่งๆโดนกระทืบแล้วยังเสือกหัวเราะในหนังบ่อยก็อยากจะลองทำตามดู ไหนไหนก็หน้าแหกไปแล้วนี่นะ


               “มึง..ท้าทายกูเหรอวะ!!” เสมือนว่าความโกรธทั้งหมดไปกองอยู่ที่กำปั้น ซงอาจินไม่เคยรู้สึกว่าโดนเหยียดหยามขนาดนี้มาก่อนในชีวิต จนกระทั่งเขาเห็นรอยยิ้มเย้ยหยันของไอองซองอู



               “หมดหล่อไปเถอะมึ---“



               “หยุดนะครับ”



               “ใครมาขัดกูวะ--“ ราวกับว่าเวลาได้ได้หยุดชะงักลงซงอาจินรู้สึกเหมือนว่าหัวใจของเขาได้ตกไปอยู่ตรงตาตุ่มทันทีที่เขาได้มองหน้าคนที่ยั้งมือของเขาไว้ชัดๆ




               “ผู้จัดการฮวัง...” พนักงานรุ่นเก๋ารีบลุกขึ้นออกไปเขาไม่รู้จะวางมือไว้ตรงไหนดีภายในใจก็นึกขึ้นมาได้ว่าเป็นเขาเองที่ให้ลูกน้องไปตามผู้จัดการฮวัง


               “ผมทำตามหน้าที่ของผมครับผู้จัดการ ดูนี่สิครับ! ไอเด็กนี่มันทำร้ายร่างกายผู้หญิ--” ฝ่ามือขาวซีดยกขึ้นใส่หน้าซงอาจิน ไอแก่ที่ทำใจดีสู้เสือถึงกับกลืนน้ำลายลงคอลำบากเพราะไม่เคยมีใครเห็นผู้จัดการฮวังปฎิเสธแบบไร้เยื่อใยขนาดนี้มาก่อน


               ฮวังมินฮยอนก้มลงจับใบหน้าอิดโรยเต็มใบด้วยบาดแผลของคนที่น่าจะโดนซัดไปหลายหมัด เสียงนุ่มที่ถามว่าเป็นอะไรไหมครับดังก้องห้องครัวและดังชัดในโสตประสาทของพนักงานแผนกการตลาดแห่งบริษัทคังจิวกรุ๊ป


               “เดี๋ยวนะครับผู้จัดการ คนที่คุณควรจะมาสนใจดูแลมันก็คือคนที่โดนทำร้ายร่างกายโดยเจตนาไม่ใช่เหรอ ส่วนไอบ้านั่นมันก็สมควรโดนนิ่ครับ!” ซงอาจินไม่ยอมแพ้ ไอหนุ่มนี่คิดว่าว่าตัวเองเป็นผู้จัดการแล้วจะเมินคำพูดคนที่แก่กว่าอย่างเขายังไงก็ได้งั้นเหรอ แถมสายตาที่ดูเหมือนดูถูกตลอกเวลานั่นอีกล่ะ


               “ใช่ๆ//เกินไปหรือเปล่า?” และก็ดูเหมือนว่าคำพูดของซงอาจินจะปลุกใจพนักงานได้ เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นผู้จัดการทุกคนก็พร้อมที่จะเข้าข้างหญิงสาวผู้เป็นที่รักของแผนกอยู่ดี


               ฮวังมินฮยอนถอนหายใจเขาลุกขึ้นยืนเต็มตัว หันหน้าไปหาเหล่าพนักงานที่ยืนมุงอยู่ไม่ห่าง ฝ่ามือเรียวล้วงเข้าไปในกระเป๋าเพื่อหยิบสมาร์ทโฟนราคาแพงและต่อสายหาใครบางคนทันที


                “ฮัลโหล..อือ มึงอยู่ไหน”


                “...” ไม่รู้จะเรียกว่าคนในบริษัทนี้มีมารยาทดีไหม เพราะตอนฮวังมินฮยอนเริ่มพูดเสียงพูดคุยเจ๊าะแจ๊ะก็หยุดลง


                “อือ..อยู่ข้างบนเหรอ”


                “...”


                “ไม่ต้องบ่นเลยสัส รีบลงมาเลย”


                “...”



                “อือ..ไม่ใช่แค่แตะว่ะ ดอกไม้มึงโดนเด็ดเลยต่างหาก” ฮวังมินฮยอนพูดเสียงเรียบไม่นานสายก็ดับไป จอนซอนมีรู้สึกว่าตอนนี้คอของเธอเหนียวแปลกๆ เธอพยายามจะกลืนน้ำลายแต่เท่าไรก็ไม่ลงคอเสียที..เช่นเดียวกับที่เธอพยายามจะหาทางออก แต่เท่าไรก็ไม่เจอทางออกเสียทีนั่นแหละ..


            “คุณโอเคนะ” องซองอูพยักหน้าให้กับคำพูดของผู้จัดการฮวัง อยากจะบอกออกไปว่ากูโอเคมากจ้า แฮปปี้สุดๆแต่ก็ติดที่ว่ามันคงไม่เหมาะเท่าไรนัก


           เสียงคนวิ่งด้วยความเร็วเรียกความสนใจให้ทุกคน แม้แต่คนที่อยู่ในห้องครัวอย่างองซองอูยังได้ยิน พนักงานฝึกหัดมองไปที่ประตูห้องครัวพร้อมกับอมยิ้ม


           “มาช้าจังครับ..”เป็นอีกครั้งที่ทั้งห้องเงียบกริบ แม้ว่าจะมีคนกว่าร้อยชีวิตอยู่ก็ตาม แต่ครั้งนี้มันดันเงียบกริบจนแทบไม่มีเสียงลมหายใจ



            เว้นเสียแต่เสียงหอบหายใจหนักๆของท่านประธานคังจิวกรุ๊ปที่ชัดเจนในหูของทุกๆคน


            “ท่านประธาน” ซงอาจินอุทานขึ้นมาลอยๆ ร่างสูงสง่าเดินเข้ามาในห้องครัวด้วยความสุขุม แต่ถ้าใครได้สังเกตสักนิดจะเห็นว่าฝ่ามือของท่านประธานคังจิวกรุ๊ปนั้นกำแน่นเสียงยิ่งกว่าอะไรดี


            “กรี๊ดดดด ซองอู!!ตามมาด้วยเลขาคิมเซจองที่วิ่งตามหลังท่านประธานมา แว็บแรกที่เธอเห็นคือกลุ่มพนักงานที่มุงกันอยู่หน้าประตูห้องครัวและเมื่อวิ่งตามท่านประธานมา เธอก็ได้เห็นสภาพน้องชายคนสนิท เธอพยายามจะเข้ามาช่วยเหลือแต่ก็โดนผู้จัดการฮวังรั้งเอาไว้



             “...”




             “ใคร” เสียงทุ่มนุ่มลึกเอ่ยขึ้น ราวกับคำประกาศิต ทุกคนที่ได้ฟังรับรู้ได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แฝงออกมาจากน้ำเสียงนุ่มๆนั่น รวมถึงจอนซอนมีที่แทบจะอยู่ไม่ติดเก้าอี้แล้ว


             “กะ..ก็ไอนี่ไงครับ” ตาแก่อาจินชี้ไปยังองซองอูที่นอนหมดสภาพอยู่ ใบหน้าของคนที่นอนกองลงกับพื้นเปื้อนยิ้ม



             ชอบที่สุดเลย เวลาเห็นคังแดเนียลทำหน้าจริงจังแบบนี้



             “ใคร..ต่อยเขา”



             “อ้อ เรื่องนั้น ผมเองครั—“



             ผลัวะ!



            ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็อ้าปากค้างกันไปตามๆกัน ซงอาจินล้มลงไปกองกับพื้นด้วยหมัดเดียวของท่านประธาน หมัดเดียวจริงๆ


            ท่านประธานคังจิวกรุ๊ปเตรียมจะซัดลงที่ใบหน้าไอระยำที่มันทำกับดอกไม้ของเขาแบบนี้ แต่ก็โดนคนที่นอนหมดสภาพห้ามเอาไว้


            “พอแล้ว..เดี๋ยวก็ตายเอาหรอก” แดเนียลถอนหายใจ ใจจริงเขาอยากกระทืบมันให้ตายกันไปข้างด้วยซ้ำเพราะไม่ได้แคร์อยู่แล้วว่าใครจะมองว่าเขาเป็นอย่างไร


            ภาพขององซองอูที่เขาเห็นมันทำให้หัวใจเขาเกือบสลาย ภรรยาของเขาเป็นผู้ชายเขารู้ และก็รู้อีกด้วยว่าคนคนนี้ไม่เคยยอมอะไรใครแถมยังกร่างอีก


           แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าใครจะมาทำอะไรคนรักของเขาก็ได้ ตั้งแต่สมัยเรียนซองอูมีเรื่องคนที่เจ็บก็มักจะไม่ใช่ตัวซองอูเอง แต่เป็นคังแดเนียลที่ยอมเจ็บให้ทุกครั้ง


           แล้วนี่อะไร..เขาโดนพนักงานที่ไว้ใจรับมากับมือทำแบบนี้น่ะเหรอ? ทำกับคนที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมาตลอดเนี่ยนะ?  



           ก็บอกแล้วว่าฆ่าได้ฆ่าไปแล้ว แต่เขาดันแคร์ภรรยาตัวเองมากกว่าสิ่งใดนี่นา


            “หนู..”


            “อย่า..ร้อง..ร้องทำไม” องซองอูจับแก้มนิ่มๆของผู้เป็นสามีที่ตอนนี้น้ำตาคลอเบ้า เขาเข้าใจเลย..เข้าใจว่าจริงๆว่ามันรู้สึกยังไง


            “มือหนู..”


            “โดนน้ำร้อนนิดหน่อยเดี่ยวก็หายน่า”


            “หน้ามีแต่รอยแผลเต็มไปหมด โถ่เว๊ย!!” คังแดเนียลตะโกนเสียงดังลั่น แววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธตวัดมองพนักงานที่พากันมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่อย่างไม่เข้าใจ เขาโกรธตัวเอง โกรธคนพวกนี้ที่ไม่คิดจะห้ามแถมยังหูเบาเชื่ออะไรง่ายๆทั้งที่ไม่เห็น โกรธซองอูที่ไม่ดูแลตัวเอง โกรธทุกอย่างเลย



             แต่เสียใจมากกว่าที่ทำให้ดอกไม้แสนรักของตัวเองต้องเป็นแบบนี้



            “ทำไมผมไม่ได้เรื่องขนาดนี้นะ!” เขาซุกหน้าลงกับลาดไหล่บางขององซองอูพลางอุ้มอีกคนมาไว้บนตัก


            “ไม่ได้เรื่องจริงเหรอ? ต่อยคนล้มด้วยหมัดเดียวอ่ะนะ โอ๊ย! ตาหมีๆเบิกกว้าง เขารีบดึงมือขององซองอูที่พยายามจะสัมผัสกับรอยแผลออก “อย่าจับนะ! ยังเจ็บอยู่แท้ๆพูดมากอยู่ได้!


            “ดุเป็นพ่อเลยอ่ะ” แดเนียลถอนหายใจ เขากดใบหน้าของอีกคนให้ซบบนลาดไหล่เขาก่อนที่คนที่เขารักมากที่สุดจะค่อยๆปล่อยน้ำตาออกมา



            รู้ว่าอ่อนแอแต่แกล้งทำตลกไปงั้น



            “เซจอง!ไม่ใช่คิมเซจองเพียงเดียวที่สะดุ้งกลายเป็นว่าทุกคนสะดุ้งกันไปตามกันๆ น้ำเสียงเกรี้ยวกราดแบบนี้ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาได้ยินคือตอนที่ท่านประธานตวาดใส่ไอเด็กใหม่นี่ เด็กใหม่ที่ทุกคนก็เห็นเหมือนกันว่าตอนนี้มันอยู่ในอ้อมแขนของท่านประธาน


            “คะท่านประธาน!!” ท่านประธานคังจิวกรุ๊ปสอดมือเข้าไปใต้ข้อพับของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยา ก่อนจะหันหน้ามาหาคนกว่าหลายสิบคนที่จ้องมองพวกเขาอยู่


            “โทรเรียกรถโรงพยาบาล โทรหาคุณคังชีราด้วย บอกว่าให้ไปเจอผมที่โรงพยาบาล”


            “คะ..ค่ะ” ท่านประธานคังเอ่ยสั่งเลขาสาวหน้านิ่ง เขาเดินได้อย่างมั่นคงทั้งๆที่อุ้มคนทั้งคนในอ้อมแขนแท้ๆ


            “มินฮยอน”


            “อือ”


            “ฝากตรวจกล้องวงจรปิดในห้องครัวด้วย เจอภาพยืนยันเมื่อไรส่งตำรวจและเอาเรื่องให้ถึงที่สุด” จอนซอนมีล้มเข่าทรุดทันทีที่ประธานคังจิวกรุ๊ปพูดจบ องซองอูเหลือบมองเธอเพียงแว่บเดียวก่อนจะซุกหน้าลงกับไหล่ของคนรัก



             กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มและน้ำหอมที่เขาให้ตอนวันเกิด



             คิดแล้วก็อยากจะสูดหายใจเข้าไปแรงๆถ้าไม่ติดว่าตอนนี้สถานการณ์ภายนอกกำลังตึงเครียดอยู่



             งั้นขออนุญาติชัทอัพตัวเองแกล้งร้องไห้แปปนะทุกคน




             “ได้ครับท่านประธาน”


             “อ้อ! เลขาคิม”


             “คะ?”


             “ตรวจกล้องวงจรปิดในห้องทำงานด้วย ถ้าเจอใครที่เข้าข่ายรังแกภรรยาของผม ...ไล่ออกให้หมด ถ้าเกิดเข้าข่ายกันทั้งแผนกก็ไล่ออกให้หมดยกเว้นคิมแจฮวาน”


             “ค่ะ บุคคลที่เข้าข่ายรังแกภรรยาท่านนะคะ..” ประธานคังพยักหน้ารับ เขาเดินผ่านพนักงานที่ยืนมองกันตาค้างพนักงานคิมแจฮวานเหมือนจะมีคำถามแต่เจ้าตัวก็โดนผู้จัดการฮวังมาดึงตัวออกไปเสียก่อน


             “แต่เดี๋ยวค่ะท่านประธาน!


             “ครับ?”


             “ภรรยา?” ประธานคังหันกลับมา เขาจ้องไปที่ทุกคนที่ยืนจ้องอยู่แม้ว่าเขาจะเดินเข้าลิฟท์มาแล้ว ฮวังมินฮยอนจัดการกดลิฟท์หลังจากที่ผลักพนักงานคิมแจฮวานที่ส่งสายตาอยากรู้อยากเห็นให้ตลอดเวลาเข้ามาในลิฟท์ได้สำเร็จ




             “ครับ องซองอูเป็นภรรยาของผม สงสัยอะไรอีกก็เก็บของของพวกคุณขึ้นไปถามผมชั้นบนและออกจากบริษัทของผมไปได้เลยนะครับ”

 

 


-------------------------------------------------------------------------------------------

             


             “ไม่เข้าใจเลย ว่าทำไมเราต้องมางานแถลงข่าวอะไรพวกนี้ด้วย?” องซองอูบ่นระหว่างที่เขาพยามปลีกตัวออกมายังด้านหลังเวที คังแดเนียลอมยิ้ม เขาดึงมือของภรรยาสุดที่รักมากุมไว้ก่อนจะพาอีกคนหนีผู้คนวุ่นวายข้ามมายังถนนอีกฟากหนึ่งของที่แถลงข่าวที่ผู้คนน้อยกว่าถนนอีกด้านหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด



             “หนูอย่าลืมสิ ว่าแดนเป็นใครหืม?”


             “ก็ไม่ได้ลืม แต่บ่นบ้างไม่ได้เหรอ?”


             “ไม่ได้ครับ” องซองอูย่นหน้าใส่ มันน่ารักเสียจนเขาหมั่นเขี้ยวต้องหยิกจมูกอีกคนแรงๆสักที


             “โอ๊ยยยย เจ็บนะ!


             “ดื้อไง” เราเดินอยู่บนฟุตปาธที่ไม่ค่อยมีผู้คนมากนัก เพราะว่าห่างไกลจากที่แถลงข่าวมากแล้วข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้สีน้ำตาลที่เริ่มจะผลิใบ


             “ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีอ่ะ ทำไมต้องเปิดตัว ทำไมต้องแถลงข่าว”


             “เราใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่ตกเป็นจำเลยของผู้อื่นตลอดเวลามานานแล้ว ต่อให้แดนไม่ใช่ประธานบริษัทดังแบบนี้ ก็ต้องมีคนอยากรู้เรื่องชีวิตของเราอยู่ดี”


             “อือก็จริง..”


             “อีกอย่างนะ..เราอยากประกาศให้คนอื่นรู้จะตายไปไม่ใช่เหรอ?”


             “อือออ แต่ก็แลกมาด้วยการเจ็บตัวเยอะเลยอ่ะ ฮ่าๆ”


             “ทำเป็นตลกไปครับ” ซองอูอมยิ้มและแดเนียลก็อมยิ้มตอบ เรามองมือที่สอดประสานกันอยู่ก่อนจะมองไปยังทางข้างหน้า


             “จะไม่ไปเยี่ยมแม่จริงเหรอ?”


             “ถ้าท่านคิดถึงหนูท่านก็มาเองแหละ มันต้องลงโทษกันหน่อย คิดอะไรอยู่ถึงเอาหนูมาแกล้งแดนแล้วจะอนุญาตให้ประกาศความสัมพันธ์ แหม ถ้ารู้ว่าหนูอยากประกาศความสัมพันธ์ขนาดนี้ไม่จำเป็นต้องของอนุญาตคุณแม่ก็ได้” องซองอูหัวเราะ สีหน้าจริงจังของคังแดเนียลมันทำให้เขาอดไม่ไหวที่จะหัวเราะ นี่จะจริงจังกับทุกเรื่องเลยเหรอครับพ่อคุณ


             “ใจร้ายจริงๆ”


             “ต้องใจร้ายกันหน่อย ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดอีกแล้วรู้ใช่ไหม?”


             “อืออออ”



             “ใจเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยงๆให้ได้เลยรู้ไหม ตอนเห็นหนูนอนกองอยู่กับพื้น”



             “...”



              “สัญญานะว่าจะไม่เจ็บอีก”



              “ของแบบนี้มันสัญญากันได้ด้วยเหรอ?”


              “ได้สิ..บอกแล้วว่าให้จำไว้เสมอ”


              “...”


              “ทำอะไรคิดไว้เสมอเลย..มีผัวแล้ว”


               “ไอบ้าเอ๊ย!!


               “โอ๊ย! อย่าตีสิครับหนู! แดนเจ็บบบบ”


               “เจ็บสิดี!! เออ ว่าจะถามนานแล้ว เมื่อวันปีใหม่ได้ไปทำอะไรมาหรือเปล่า?”


               “หือ? ทำไมอยู่ดีดีก็ถาม?” ประธานคังเลิกคิ้ว เขาฉุดลากภรรยาของตัวเองเข้ามาในร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่งที่ไม่ค่อยมีผู้คนมากนัก ถามว่าที่ลากเข้ามานั่งในร้านนี่คือเอาใจภรรยาหรือเปล่า ก็ขอตอบได้เต็มปากเลยว่า...แน่นอนสิครับปัดโถ่ว!


               ซองอูยักไหล่ เขาไม่ได้ถามแฟนของตัวเองว่าจะลากเข้ามาในร้านทำไมเพราะก็รู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าเจ้าคนคนนี้เก่งเรื่องทำให้เขาใจเย็นลง คือก็ไม่ได้กะจะทะเลาะอะไรหรอกนะ แค่ถามเฉยๆแต่เจ้านี่ดันรู้มากกว่าเขาเสียได้


               “เอาชูครีมกับลาเต้เย็นสองแก้วครับ แก้วนึงหวานน้อยนะ”


               “ครับ” พนักงานหนุ่มยิ้มรับ ไม่ใช่ว่าแดเนียลไม่สังเกตุเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นนั่นหรอกนะ แต่เขาไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องอธิบายเรื่องของตัวเองและคนรักให้คนอื่นฟัง ถ้าอยากรู้ก็แค่เปิดทีวีดู เรื่องของเราทั้งคู่ดูเหมือนจะทอล์กออฟเดอะทาวน์น่าดู


               “ตอบมาเลยนะ”


               “ปีใหม่ไหน? ปีที่แล้ว ปีก่อนนู้น ปีไหน?”


               “เฉไฉอ่ะ” คังแดเนียลอมยิ้ม เขาเอื้อมไปกุมมือทั้งสองข้างของคนขี้งอนประสานไว้กลางโต๊ะทั้งที่ดวงตาก็ยังไม่ละออกจากใบหน้าคมๆที่เพื่อนสมัยมหาลัยให้ชื่อว่าใบหน้ารูปปั้นกรีก


               “สงสัยอะไรครับ? หืม?”


               “ก็เปล่า ไม่มีอะไร..ก็แค่ได้ยินเขาพูดมา ตอนงานเลี้ยงวันปีใหม่แดนหายไปไหนอะไรกับใคร”


               “เรื่องนี้หรอกเหรอ” เขาหลุดยิ้มขำ องซองอูทำท่าจะดึงมือที่โดนเขาครอบครองเอาไว้ออกเพราะรู้สึกหงุดหงิดกับใบหน้าทีเล่นทีจริงของหมียักษ์ แต่ก็เปล่าประโยชน์อยู่ดีตราบใดที่คังแดเนียลไม่ยอมที่จะปล่อยก็จะไม่มีทางหลุดพ้นได้วันยันค่ำ แม้กระทั้งตอนที่พนักงานนำของมาเสริ์ฟ เจ้าประธานบริษัทจอมบื้อก็ยังนั่งจ้องเขาด้วยแววตาหยาดเยิ้มโดยทำเพียงแค่ขอบคุณพนักงานเสริ์ฟเท่านั้น



               ไม่แปลกใจเลยถ้าพนักงานคนนั้นจะเดินหน้าแดงเป็นลูกมะเขือเทศออกไปแบบนั้น ไอบ้าเอ๊ย!


              “อยากรู้หรือเปล่าว่าหายไปไหน?”


              “ไม่!


              “อ้าว แล้วถามทำไมล่ะครับหืม?”


              “ไม่ต้องทำมาฉอเลาะเลยนะ!!


              “ใส่ร้ายจัง ตัวเองจำไม่ได้ก็โทษคนอื่นอีก”


              “จำอะไร?” ไม่ทันถามจบคำเขาก็นึกอยากจะตบเข้าไปที่ใบหน้าเจ้าเล่ห์นั่นสักที มีอย่างที่ไหนนั่งจ้องหน้าคนอื่นด้วยสีหน้าแบบนั้น



              เออ ลืมไปไม่ใช่คนอื่น โทษๆ


              “ถ้าอยากรู้...ก็เอาหูมาใกล้ๆสิครับ”


              “นี่ไง ว่าแล้วเชียว ไอหมีบ้า!!” บ่นไปแบบนั้นแต่ถามว่าทำตามที่แดเนียลบอกหรือเปล่า..มันก็แน่นอนอยู่แล้วสิวะ


               ซองอูยื่นหูไปหาอีกคนอย่างว่าง่ายพลันก็คิดได้ว่าบางทีเขาอาจจะกำลังคิดผิด..และก็คิดผิดจริงๆด้วย


               “ทำเป็นลืมได้นะครับ ฟอด!” นั่นไง..คิดผิดที่ไหน ว่าไอสามีคนนี้มันจะต้องฉวยโอกาสหอมแก้ม แต่ก็นะ..มันเป็นความผิดเขาเอง ฮืออออ ไม่น่าเลย ไม่น่าไปอยากรู้เลย


               “ไอบ้า!




               “พอคิดคิดดูแล้ว..หนูลองใส่ชุดนั้นไปงานเลี้ยงปีใหม่ที่บริษัทดีไหม?”




               “ไม่มีทางหรอกเว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”




                ก็จะให้ใส่ได้ไงล่ะ...



                ก็ไอชุดที่ว่ามันเป็นชุดซานตี้ที่เขาตั้งใจใส่เซอร์ไพรส์ไอคุณสามียังไงล่ะวะ! ถึงว่าแหละทำไมพวกผู้หญิงถึงบอกว่าท่านประธานรีบออกไป



                ไอบ้าเอ๊ย! เรื่องสำคัญขนาดนี้ลืมจนได้



                โอ๊ยยยยยยยอายยเว้ยยย อายคนอ่าน อายผัว โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย




                องซองอูขออนุญาตลาตายนะครับ บาย

 

 

END

                   ไรท์ก็ขออนุญาติลาตายนะคะ 5555   ยาวกว่าตอนแรกเกือบครึ่งนึงเลยอ่ะ แบ่งพาร์ทได้กากมาก 5555555 ขอบคุณทุกคนที่ติดตามหนูกับท่านประธานนะคะ รู้ว่าภาษาอ่อนมากแต่จะพยายามปรับปรุงไปเรื่อยๆ SF เรื่องหน้าจะเป็นเรื่องราวแบบไทยเวอร์ชั่นนะคะ เราจะให้พี่องไปจีบคุณแดนกัน พล็อตคลังฟิคนี้อาจตลาดไปหน่อยแต่ได้โปรดเห็นใจด้วยนะคะ...เพราะไรท์จะแต่งฟิคตามที่ตัวเองชอบค่ะ และก็ดันชอบฟิคพล็อตตลาดเสียด้วย มีใครอยากให้แต่งแนวไหนก็ลองคอมเมนท์มาดูนะคะเเล้วจะเก็บไปพิจจารณาเพราะตอนนี้ในสมองมีแต่ฟิคพล็อตตลาดจริงๆค่ะ 5555 ไรท์ชอบแต่งSFนะคะ ใครที่อยากอ่านOSบอกได้น้าจริงๆมีให้ลงอยู่แล้วแต่ชอบลงSFมากกว่า อย่าเพิ่งเบื่อSFกันเลยนะคะ

               ขอบคุณทุกคนที่ให้ความรักกับ #ชั่ววูบ101 ค่ะ ยังไงก็ฝากเล่นแท็กทวิตอันนี้ด้วยนะคะ ชอบอ่านคอมเมนท์ของทุกคนมากๆเลยด่าก็ได้ไม่เป็นไร 5555 ฝากคอมเมนท์ให้ด้วยนะคะ รักทุกคนมากๆเลยค่ะ♥

              

             

             

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 241 ครั้ง

649 ความคิดเห็น

  1. #637 EclairMerry (@EclairMerry) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 23:29
    น่ารักกกกแดนรักเมียมากเลยหลงหัวปักหัวปำชองอูก็น่ารักแอบร้ายนิดๆแต่ชอบมากกกกก
    #637
    0
  2. #630 crazy_girl (@june2000) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 00:08
    ตาอง5555555 ชอบคำศัพท์ที่ใช้แทนตัวเองจังแง แดนแทนองว่าหนู สัมผัสได้ถึงความเอ็นดูเมียตัวเอง
    #630
    0
  3. #613 PxW_waa (@PxW_waa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:46
    เราอ่านเรื่องนี้วนมาสามสี่รอบละ
    #613
    0
  4. #607 kaong (@kaong) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 12:44
    อ่านหลายรอบมากๆๆๆๆๆ
    #607
    0
  5. #603 KimKhemjira (@KimKhemjira) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 23:21
    อยากให้มีต่อ
    #603
    0
  6. #602 Am_s (@Am_s) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 12:21
    เง้อออ น่ารักมากเลยย
    #602
    0
  7. #596 'Jannp (@pannatee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 11:50
    มันส์มากกกกกกกกกกกก แต่ทำไมอาจินโดนต่อยแค่หมัดเดียว แดน ระดับนี้มันต้องโดนหนักหนักกกกกกกก
    #596
    0
  8. #593 Sherlyn (@siwaleepan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 23:43
    โอ๊ยยยยย อายมากมั้ยซองอู 5555555
    #593
    0
  9. #592 Aumi-kung (@AAumKanitta) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 00:43
    สนุกมากเลยค่ะแงง
    #592
    0
  10. #586 kp_kpkp (@kp_kpkp) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 21:54
    งื้อออน่ารักจังเลย แง้น่ารักมากๆ
    #586
    0
  11. #582 Sawaddeeda (@oomo101) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 15:37
    ชอบง่า แต่รู้สึกมันยังไม่เต็มที่เลย 55555 เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #582
    0
  12. #564 sandsandsandsand (@sandsandsandsand) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 22:32
    แงงงงงง ต่อเรื่องนี้ได้ไหม๊คะะ
    #564
    0
  13. #559 ilykdn (@phamjsplus13) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 13:16
    ชอบค่ะ55555555 ตอนวิ่งลงมาต่อยตาแก่นั่นคือสะ ใจ มาก!!!!!!
    #559
    0
  14. #552 Mememememe (@10942) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 00:24
    ชั้นชอบบบบ
    #552
    0
  15. #506 dlmn (@myminny43) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 01:00
    เงิบกันไปทั้งเเผนกก สาเเก่ใจอิช้อยนักก
    #506
    0
  16. #487 running (@smileynann) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 23:36
    โคตรตลก555555555555555555 ชอบๆๆๆๆๆ สมน้ำหน้า เงิบกันทั้งแผนก
    #487
    0
  17. #475 kangdaniel101296 (@kangdaniel101296) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 19:28
    ขอยาดขำค่ะ เงิบกันทั้งบ 5555555555 ชอบค่ะชอบๆๆๆ
    #475
    0
  18. #470 UnluvU (@PikaBee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 09:28
    ชอบแนวนี้~~~~~~แต่อยากเห็นการบรรยายพวกพนักงานอีกตี้ดตอนรู้ว่าซองอูคือคุณภรรยาของท่านประทานว่าจะเหวอแค่ไหน
    #470
    0
  19. #441 vaxxhan (@trytobe) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 09:00
    ดีมากอ่ะเรื่องนี้ ค่ดชอบบบบ ⁄(⁄ ⁄•⁄ω⁄•⁄ ⁄)⁄
    #441
    0
  20. #434 IngHO~ (@number-ing) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:33
    อยากให้เป็นฟิคเรื่องเต็มเลยอ่ะ
    #434
    0
  21. #426 XCIII (@pharunya) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:35
    เขินมากกกกกกก หนูอ่ะ เรียกหนูอย่างนั้นหนูอย่างนี้ น่ารักกกก
    #426
    0
  22. #412 ϟ jn . (@jn-jenny) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 19:01
    โอ้ยน่ารักกกกกก คุณแดนพระเอกมากกกกกกก เอะอะเรียกหนูๆๆแงงง
    #412
    0
  23. #397 hummingbird_13 (@nisarat-13) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 00:22
    เขินตรงเค้ทแทนชื่อกันแบบนี้อ่ะ หนูกับแดน โอ้ยยยเขินตัวบิดหมดแล้ว ใจบางงงง
    #397
    0
  24. #350 Miss.Park (@paremyoung) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 09:25
    กลับมาอ่านรอบที่สาม ก็ยังคงใจเต้นแรงตอนซองอูโดนต่อย เจ็บที่ทำอะไรไม่ได้ ปกป้องคนที่เรารักไม่ได้(เพราะอยู่นอกเรื่อง ฮ่า ๆ) นี่อยากจะระบายความรู้สึกผ่านกระสอบทรายมาก ๆ คืออารมณ์แบบแดเนียลอะ รู้ว่าใครนี่คงซัดเต็มแรงเหมือนกัน บังอาจมาทำแบบนี้กับดอกไม้ของเรา โมโหมาก ๆ มากจริง ๆ อินเบอร์นั้นแหละ นี่มโนภาพตัวเองซ้อมอาจินจนเละอยู่ ร้างจากกระสอบทรายมานาน อ่านตอนนี้แล้วอยากกลับไปอัดกระสอบเลย กรุ่นเลยอารมณ์

    ขอบคุณค่ะ
    #350
    0
  25. #233 Bq__ (@bitsbadx01) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 23:55
    น่ารักมากๆ หนูของแดน
    #233
    0