[YAOI]#สายจิ้น จิ้นสายมโน

ตอนที่ 13 : จิ้นสายมโน LAVEL 11 อิฐงอนได้ปิ่นก็งอนได้เหมือนกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,569
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 129 ครั้ง
    28 พ.ค. 60

จิ้นสายมโน LAVEL 11
อิฐงอนได้ปิ่นก็งอนได้เหมือนกัน



         เมื่อคืนนั้น หลังจากที่ผมคุยกับน้องเสร็จไอ้อิฐมันก็เข้ามาพอดีครับ มันไม่ได้พูดอะไรนอกจากจะเดินไปอาบน้ำแล้วกลับมานอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงข้างๆผม ความเงียบจากมันเป็นการส่งญาณได้อย่างดีว่ามันน่าจะไม่พอใจอะไรสักอย่าง แต่ผมก็ไม่ได้ถามอะไรมันไป เพราะขี้เกียจ
          เช้ามามันก็ยังทำหน้าตูมเหมือนเดิม ผมเองก็ยังคงทำเฉยนะ เราแยกย้ายกันทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย กะว่าจะไปหาอะไรกินที่มหาลัยแทน
          “อิฐ เดี๋ยววันนี้กูอยู่ดูน้องอีกหน่อยนะ มึงจะกลับไปก่อนหรือจะรออยู่ด้วยกัน?”
          “รอ!”
          จ้ะ อารมณ์ไม่ดีกูเข้าใจ
          “นานนะ”
          “กูรอได้”
          หน้าหล่อๆของมันเริ่มขมวดบึ้งขึ้นมาอีกรอบ ผมเลยเลิกถามเซ้าซี้แล้วกวนเส้นก๋วยเตี๋ยวในถ้วยแทน…อาหารในแคนทีนคณะวิศวะนี่อร่อยดีแหะ หรือเพราะกูมากินบ่อยๆวะถึงได้ติดใจเนี่ย?
          “ตักถนัดหรือเปล่า? ให้กูป้อนมึงไหม”
          “เพิ่งคิดได้เหรอว่าต้องทำน่ะ”
          อูย…
          “เป็นไร? หงุดหงิดอะไรกูเหรอ?”
          ผมพยายามถามเสียงขรึมๆ…ก็มันจริงป่ะ ผมเองก็ยังไม่รู้เลยนะว่ามันโมโหหงุดหงิดอะไรของมัน ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ตอนแรกหลังจากไปหาผมที่คณะเราก็ยังดีๆอยู่ พอเดี๋ยวเดียวมันก็กลับมาหงุดหงิดแบบไร้สาเหตุอีก จริงๆมันต้องเป็นปิ่นนะโว้ยที่งอนอ่ะ!
          แล้วทำไมผมต้องเป็นฝ่ายง้อด้วยล่ะ!
          “มึงไม่บอกกูก็จะไม่ถาม ไม่ง้อด้วย”
          ผมเองก็หงุดหงิดเป็นเหมือนกันนะเฟ้ย!
          “…”
          มันก็ยังนั่งหน้าบูดอยู่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสายตาสังหารที่คมกริบจนผมแอบสั่นไปแป๊บนึง…
          ฟึ่บ
          แล้วจู่ๆไอ้อิฐมันก็ลุกขึ้นแบบไม่บอกไม่กล่าว ผมตกใจเงยหน้าขึ้นมองมัน แต่ไอ้อิฐมันไม่ได้พูดอะไรเลยนอกจากจะเดินออกไปจากแคนทีน เรียกเท่าไหร่ก็ไม่หันแถมข้าวก็ไม่แตะสักคำ…




          “เฮ้ยปิ่น”
          “เออ”
          “อะไรวะ หงุดหงิดอะไรของมึง”ไอ้ตงเดินเข้ามาตบไหล่ผมป้าบๆก่อนจะทรุดตัวนั่งลงข้างๆผม ในมือของมันมีนมกับขนมปังอยู่ห่อนึง ซึ่งมันก็ไม่ได้เอามาให้ผมหรอกครับ…
          มันเอามาแดกเองน่ะสิ!
          “ทะเลาะกับไอ้อิฐเหรอวะ?”พูดไปแถมแดกไปไม่ได้มีความเกรงใจเพื่อนที่ได้กลิ่นแซนวิชทูน่าของมันเลยสักนิด
          “ไม่ได้ทะเลาะกัน”
          “ตอแหลละ”
          “อ้าวไอ้ห่า มึงมาด่ากูทำไมเนี่ย”
          “กูเห็นมาจากในเฟสอ่ะ อะไรก็ไม่รู้จำไม่ได้รู้แค่ว่าคนโพสแคปชั่นมึงกะไอ้อิฐทะเลาะกันกลางแคนทีน”
          อือ หมดแล้วล่ะความเป็นส่วนตัวของกู
          “อยากดูปะ?”
          “ไม่อ่ะ”ดูแล้วเจ็บปวดเหลือเกิน
          “แล้วทะเลาะอะไรกัน ไม่พูดกันดีๆวะ”
          “กูอ่ะไม่ได้ทะเลาะ แต่มันนั่นแหละที่โมโหอะไรของมันก็ไม่รู้หงุดหงิดมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”
          ผมเล่าให้ไอ้ตงฟังก่อนจะเบ้ปากด้วยความหงุดหงิด ข้าวเช้าผมก็ยังไม่ได้กินเหมือนๆมันนั่นแหละ มัวแต่โมโหมันจนลุกออกมาทั้งๆที่ยังไม่ทันได้สาวเส้นสักคำ เบื่อ!
          “มึงไปทำอะไรให้มันหงุดหงิดอ่ะ เอาฟันหน้าไปเฉาะหัวมันมาเหรอ”
          “เออมั้ง! ไอ้ควายนี่!”
          “ด่ากูอีก…แล้วนี่ไม่คิดง้อหน่อยเหรอวะ”
          “ทำไมกูต้องง้อมันด้วย กูยังไม่รู้เลยว่ากูทำอะไรผิดไป!”
          “มันงอนให้มึงง้ออยู่เปล่า”
          “งอนเรื่องอะไรวะ”
          “ทุกเรื่องอ่ะ ปกติมันก็หงุดหงิดอยู่ประจำ แล้วมึงเคยง้อมันมั่งเปล่าล่ะ มันอาจจะรอให้มึงถามมันก็ได้นา”
          “กูถามแล้วปะเถอะ”
          “แล้วถามมันดีๆไหมล่ะ”
          เปล่าอ่ะ
          “มันคงมีเรื่องไม่พอใจอะไรสักอย่างนั่นแหละ มึงคงไม่รู้ตัวแต่อาจจะทำให้มันหึงก็ได้นะ”
          “เหอะ! คนอย่างมันอ่ะนะจะมาหึงกู มึงเอาอะไรมาพูดวะไอ้ตง”
          “เอาท่าทีที่มันแสดงออกกับมึงมาพูดนั่นแหล่ะ”
          “…”
          ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร ทำไมถึงได้พูดไม่ออกเมื่อได้ฟังประโยคที่ไอ้ตงมันพูด…มันวูบๆอยู่แถวๆแก้ม เหมือนจะร้อนๆหน่อยนะ…
          แล้วที่มันต้องการจะสื่อกับผมเนี่ย มันต้องการให้ผมไปง้อไอ้อิฐใช่ไหม…แต่ผมเนี่ยนะ! นี่ผมผิดงั้นเหรอวะเนี่ย!
          ตลอดทั้งสามชั่วโมงช่วงเช้าที่ผมนั่งเรียนไป เชื่อไหมว่าผมเรียนไม่รู้เรื่องเลยครับ ก็จะอะไรซะอีกเล่า ก็ไอ้พวกเพื่อนบ้านี่น่ะสิ กรอกหูผมอยู่ได้ว่าผมผิดอย่างโน้นอย่างนี้ กูไม่ได้ทำอะไรผิดนะโว้ย! ขนมกูก็ไม่ได้กิน อยู่ๆแม่งก็มาโมโหใส่ กูยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย! แล้วพอถามแม่งก็ไม่ยอมพูด!
          มึงต้องการอะไรจากกูวะ!
          “ไปดิ ไปถามมันให้รู้เรื่องเลย”
          ไอ้เหี้ยฌอร์ณแม่งก็ยุจังเลย!
          ผมสบถคำด่าในใจอย่างหงุดหงิด อะไรๆมันก็ไม่ได้ดั่งใจผมเลยสักอย่าง แล้วพอหมดคาบเช้าลงพวกมันก็ลากผมมาที่คณะเจ้าประจำอีกตามเคย ก็จะคณะอะไรซะอีกล่ะนอกจากคณะวิศวะเนี่ย
          “ซีน”
          “อ้าวปิ่น เลิกเรียนแล้วเหรอ?”
          ผมเดินเข้าไปสะกิดหลังของซีนซึ่งกำลังนั่งคุยอยู่กับกลุ่มเพื่อน ใบหน้าหล่อๆที่หันมาทำให้ผมตกใจนิดหน่อย เพราะมันเต็มไปด้วยรอยแผลและพลาสเตอร์บางจุด แต่ก็นั่นหล่ะ ความหล่อทำให้รอยแผลต่างๆที่มีกลับกลายเป็นร่องรอยแห่งความเท่ในบัลดล…
          ตอนแรกผมก็ว่าจะถามอยู่นะว่าไปได้ไอ้รอยแบบนี้มาได้ยังไงเยอะแยะ แต่ในตอนนี้ความหงุดหงิดมันมีมากกว่าไงครับ เลยทำให้ผมลืมเลือนคำถามไปในทันใดแล้วมุ่งเอาแต่ถามเรื่องของตัวเอง
          “เห็นไอ้อิฐไหม”
          “อิฐ…อ้อ มันออกไปไหนไม่รู้เมื่อกี้อ่ะ นั่งรอก่อนดิเดี๋ยวมันก็มา”
          “ไม่เป็นไรเดี๋ยวโทรถามมัน”
          ผมบอกก่อนจะล้วงโทรศัพท์ออกมากดโทรหามัน แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาใดๆทั้งสิ้น…
มันไปอยู่ไหนของมันเนี่ย หรือจะเจ็บแขนจนขยับมือไม่ถนัดกันนะ?
          “ไม่รับอ่ะ”
          “นั่งรอก่อนดิ”ไอ้แต๊งค์ชวนผมก่อนจะตบๆลงบนเก้าอี้ข้างๆตัว ผมถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งข้างๆมัน พวกไอ้ตงก็นั่งอยู่ด้วยกันนี่แหละ แต่ตอนนี้แยกย้ายกันไปซื้อข้าว
          “ปิ่นมึงเอาเหมือนเดิมใช่ไหม”ไอ้ตงถาม
          “อือ”
          ผมพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะก้มลงเล่นโทรศัพท์ในมือตัวเอง
          ‘โมเม้นต์พี่ปิ่น’
          ผมกดดูรูปที่แอดมินเพจมหาประลัยคนหนึ่งเอาลง มันก็รูปผมแหล่ะ แต่มันเป็นการแอบถ่าย…สวยนะ ผมหมายถึงรูปอ่ะไม่ใช่หน้าผมที่สวย อย่างผมต้องหล่ออย่างเดียวเท่านั้นเหอะ
          ‘โมเม้นต์พี่อิฐ’
          ส่วนอันนี้รูปไอ้อิฐ…นี่ขนาดว่ามันใส่เฝือกเอาไว้ข้างนึงนะ ผมยังยอมรับอ่ะว่ามันหล่อ คนห่าอะไรขนาดที่อยู่ในสภาพแผลเต็มหน้าแม่งก็ยังดูดี แถมยังกลายเป็นเทรนด์ได้อย่างหน้าตาเฉย ลองผมมีแผลบนหน้าสักกะผีกสิ ไม่แคล้วคงได้กลายเป็นตัวอะไรสักอย่างที่น่าเกลียดมากแน่ๆ
          เห็นแก่ความหล่อและแผลของมัน ปิ่นจะกดไลค์ให้สักที…
          ติ๊ง…
          ติ๊งแจ้งเตือนที่ไหนดังวะ…
          ขอดูคอมเม้นต์หน่อย แหม…เสล่อเยอะกว่าของกูนะมึง


           ‘พี่อิฐหล่อม๊าก>///<’
           ‘พ่อของลูก กรี๊ซซซ’
          ‘ขนาดใส่เฝือกยังหล่ออ่ะ ถามจริงชาติที่แล้วทำบุญด้วยอะไรคะ?!’
          ‘อิจพี่ปิ่น><’
          ‘ไม่มีตังค์ค่าเทอมมาเคาะประตูเรียกพี่นะคะ’


          แหวะ! เห็นแล้วหมั่นไส้!
          เม้นต์มั่งดีกว่า…
          ‘ไอ้คนไม่หล่อเอ๊ย’
          ‘เกลียดมึง แบร่’
          มันจะมุ้งมิ้งไปป่ะวะเนี่ย ไม่มั้ง…หรือจะเอาอันนี้ดี
          ‘ไอ้ฟวย’
          โอ๊ยยย เดี๋ยวคงได้โดนประชาทัณฑ์กันพอดี เม้นต์ว่าอะไรดีวะ
          ติ๊ง
          หืม?
          ผมขมวดคิ้วหน่อยๆก่อนจะกดเข้าไปดูแจ้งเตือนที่เด้งเข้ามาเมื่อครู่…และนั่น ก็แทบทำให้ผมมือไม้อ่อนขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุในทันที…ก็จะอะไรซะอีกเล่า นอกจากมีการแท็กรูปของลูกเพจคนนึงสู่เพจจิ้นแฟมิลี่
          รูปไอ้อิฐ…กับ…ใครก็ไม่รู้
          หมายความว่ายังไงกันเนี่ย…


          ‘อิฐแก้ม โมเม้นต์หวานๆค่า คู่นี้เขายังมีความหวานกันอยู่น้า’
          ยังมีความหวานกันอยู่…หมายความว่ายังไงเนี่ย
          ‘โหยยยย นานๆทีอ่ะ ดีใจๆๆๆ’
          ‘กรี๊ดดดดดดเขายังมีเยื่อใยกันอยู่ใช่ไหมคะ!’
          ‘ตัวจริงมาแล้ว!’
          ‘ตัวจริงมาแล้วค่ะตัวปลอมหลบไป!’
          ‘ยังไงเนี่ยๆๆๆ’
          ‘อ้าว แล้วปิ่นอ่ะ’




          นั่นสิ แล้วกูอ่ะ…
          เดี๋ยว…แล้วทำไมผมต้องมาเดือดร้อนฟะ สมองกลับแล้วนะมึงอ่ะไอ้ปิ่น เดี๋ยวว่างๆต้องไปขอสแกนสมองหน่อยแล้วนะเนี่ย คิดอะไรแปลกๆไปได้นะ
          ผมสะบัดหัวตัวเองไปมาสองสามทีก่อนจะก้มลงมองดูรูปอีกครั้ง เป็นรูปไอ้อิฐครับ กำลังนั่งกินข้าวอยู่กับผู้หญิงคนนึงที่สวยมากๆอยู่ในมหาลัยนี่แหละ…ผู้หญิงคนนี้ดูๆไปก็คุ้นมากๆ แต่ผมคิดไม่ออกว่าเคยเจอเธอที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า ทั้งคู่ไม่รู้ตัวหรอกครับว่าถูกแอบถ่าย แต่กิริยาที่แสดงออกต่อกันในภาพก็ดูสนิทสนมกันอยู่ระดับหนึ่งด้วย
          เป็นแฟนกันหรือเปล่าวะ
          ชื่อแก้ม…
          ด้วยเพราะอะไรสักอย่างที่มาสะกิดจนทำให้ผมอยู่ไม่ค่อยสุข นิ้วผมกดโทรออกเบอร์เดิมอีกครั้ง รอแล้วรอเล่า แต่มันก็ยังไม่ยอมรับสายเสียที…โทรไปอีกเป็นครั้งที่สอง ปรากฏว่ามันตัดสายทิ้ง…
         ผมเลยเลิกโทร และวางโทรศัพท์ลงตรงหน้าแทน…
         “ซีน”
         “หือ?”
         “รู้จักคนชื่อแก้มไหม?”
          “…”
          “ว่าไง? รู้จักไหม”
          “…รู้จักสิ ใครๆก็รู้จักเธอกันทั้งนั้นแหล่ะปิ่น”
          ใจผมเต้นตึกตัก รู้สึกร้อนรุ่มอยู่ในอกแปลกๆทั้งๆที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซีนทำหน้าอึดอัดนิดหน่อยก่อนจะทำเป็นเฉไฉไม่รู้ไม่ชี้ ยิ่งผมมอง เพื่อนๆไอ้อิฐที่นั่งอยู่ด้วยกันก็ยิ่งทำหน้าแปลกๆเข้าไปกันใหญ่ ก่อนจะใช้เสียงดังๆคุยกันกลบเกลื่อน ไม่เว้นแม้แต่พวกไอ้ตง
          “แก้มที่เป็นดาวมนุษย์ปีที่แล้วไงปิ่น อะไร นี่นายไม่รู้จักเหรอ?”
          “ไม่”
          “ว๊ายๆๆๆ เชยอ่ะปิ่น”ไอ้โมแซวยิ้มๆ
          “พวกนายรู้จักเหรอ”
          “ใครๆก็รู้จักเหอะปิ่น”
          “ไอ้อิฐก็รู้จักใช่ไหม แบบส่วนตัวอ่ะ”
          “…”ปรากฏว่าพวกมันพากันเงียบแบบทั้งโต๊ะ อะไรล่ะ คำถามผมมันยากขนาดนั้นเลยเหรอ? งั้นเอาใหม่
          “อิฐมันไปกินข้าวกับคนที่ชื่อแก้มเหรอ”
          “…”
          “ตอบดิ ปิ่นไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”
          “…ปิ่น คือ”
          “งั้นกินข้าวกันไปเลยนะ เดี๋ยวปิ่นว่าจะไปซื้อของที่มินิมาร์ทหน่อย”
          ผมตัดบทก่อนจะผุดลุกขึ้นแล้วเดินเร็วๆออกจากแคนทีนไป แม้จะมีเสียงเรียกตามมาจากข้างหลังแต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรนอกจากจะรีบสับเท้าวิ่งให้เร็วที่สุด วิ่งไปยังที่ๆหนึ่ง อยากไปดูให้เห็นกับตา อยากไปดูด้วยตัวเองมากกว่าจะมานั่งคิดไม่ตกอยู่อย่างนี้ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร…แต่ผมไม่ชอบใจเลยจริงๆ
          และเมื่อผมวิ่งมาถึงแคนทีนกลางของมหาลัยได้สำเร็จ ผมก็รีบเดินไปยังจุดที่เหมือนกันกับสถานที่ในภาพถ่ายทันที…มันอยู่ตรงหัวมุมนี่เอง
          !!!
          “จะกินอะไรอีกป่ะ”
          “ไม่เอาแล้ว อิ่ม”
          “แหงล่ะค่ะ! ก็เล่นซัดเรียบขนาดนี้ ถามจริงไม่ได้กินข้าวเช้ามาเหรอไง”
          “ถ้าได้กินจะหิวขนาดนี้เหรอ”
          “ก็กินสิคะ จะได้ไม่ต้องโทรมาตามเราบ่อยๆ”
          “กินไม่ลง”
          “ทำไมอ่ะ?”
          “หงุดหงิดไอ้ปิ่น”
          !!!
          ในตอนที่ได้เห็นภาพการคุยกันอย่างสนิทสนมของชายหญิงทั้งคู่…ในอกผมมันเต้นเร็วจนนึกเจ็บและอึดอัดไปหมด ผมกลั้นใจแล้วนั่งลงที่โต๊ะข้างหลังของพวกเขา ผมนั่งหันหลังให้ไอ้อิฐและฟังทุกประโยคที่พวกเขาคุยกันด้วยความรู้สึกที่เจ็บไปหมด…
          ผมกดโทรออกเบอร์เดิมอีกครั้ง…
          ครืดดดด ครืดดดดดด
          “ไม่รับเหรออิฐ?”
          “ไม่ล่ะ”
          “ทำไมล่ะ?”
          “แล้วทำไมฉันต้องบอกเธอด้วยล่ะ”
          “แหมมมม ก็ฉันเห็นเขาโทรมาตั้งหลายสายแล้วนี่นา”
          “ช่างเถอะ”
          อืม…ช่างมันเถอะ
          ขนาดกูโทรมาก็คือช่างมันใช่ไหม…
          บ้าเอ๊ย แล้วทำไมผมต้องแสบตาขนาดนี้ด้วยวะ
          “ตักทับทิมกรอบมาให้กินหน่อย”เสียงไอ้อิฐดังขึ้นอยู่ข้างหลัง
          “ไหนบอกอิ่มแล้วไง”
          “อยากกิน”
          “อ้าปากเดี๋ยวป้อน”
          “…”
          เชื่อไหม…ว่าตอนนี้ผมอยากร้องไห้ชะมัด แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมต้องมานั่งอยู่ข้างหลังมันด้วย ทำไมไม่สะกิดมันแล้วชวนออกไปกินข้าวด้วยกันซะ ทำไมต้องหันกลับไปนั่งมองแผ่นหลังมันด้วย ทำไม
          “เอาอีกคำ”
          “ค่า”
          ผมมองไม่เห็นแก้ม…มองไม่เห็นเธอเลยสักนิดเพราะแผ่นหลังของไอ้อิฐบดบังเอาไว้เสียมองไม่เห็น ส่วนเธอนั้นมองเห็นผมหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่คงจะไม่เห็นเหมือนกัน หรือถ้าเห็น…เธอก็คงไม่รู้จักผมหรอก…
          ครืดดดด ครืดดดดดด
          “ฮัลโหล…อะไรวะ?...อืม กินข้าวอยู่กับแก้ม มึงมีไร…ไม่ได้เปิดดูเลย ทำไมล่ะในเฟสมันมีอะไร…ไม่หรอกมั้ง มันคงไม่คิดอะไรหรอก…อืม เดี๋ยวไป”
          มันวางสายไปและเลื่อนโทรศัพท์ให้ออกห่างๆตัว น่าจะเป็นซีน หรือไม่ก็เพื่อนคนอื่นที่โทรมารายงานความเคลื่อนไหวให้มันฟัง…ไม่รู้สิ มันจุกๆดีเหมือนกัน เหมือนผมเป็นไอ้โง่ยังไงก็ไม่รู้ เหมือนเป็นตัวตลกที่แม้แต่เพื่อนของมันก็รุมแกล้งรุมปิดบังไม่ให้ผมรู้ เหมือนถูกหลอก…
          จริงๆผมควรจะดีใจด้วยซ้ำไปนะ ถ้ามันจะมีแฟนเป็นเรื่องเป็นราวไปซะ จะได้ไม่ต้องมายุ่งกับผมอีก…แต่พอเอาเข้าจริงๆ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรผมถึงได้รู้สึกขัดแย้งกันอย่างประหลาดอยู่ในอก มันเป็นความรู้สึกที่ประหลาดสิ้นดี
          เอาเถอะ…ผมจะทำตัวเป็นคนฉลาด จะยอมถอยออกมาเองก็ได้
          ครืดดดด ครืดดดดดด
          “รับเหอะอิฐ เราเริ่มรำคาญแล้วนะ”
          “ไม่อยากรับ”
          “ทำไมไม่อยากรับล่ะ”
          !!
          “รำคาญกูเหรอ”
          ผมพูดออกไปเสียงแผ่วหลังจากที่มันตกใจกับเสียงของผมที่ดังขึ้นจากข้างหลังมันเองและหันกลับมามอง…
          “ปิ่น…”
          “อือ กูเอง”
          ผมฉีกยิ้มให้มันนิดๆขณะที่ลดโทรศัพท์ในมือตัวเองลง ไอ้อิฐหน้าซีด เหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่มันก็ไม่พูด ผมรอ…รอว่ามันจะพูดอะไรแก้ตัวหรือเปล่า แต่ก็ไม่ มันไม่พูดอะไรเลย…
          “ถามจริงๆเถอะอิฐ”
          “…”
          “ที่มึงเข้ามาสนิทกับกูเนี่ย มึงตั้งใจหรือเปล่าวะ…หรือจริงๆแล้วมึงก็แค่รู้สึกสนุกกันแน่”
          ผมพูด ขณะที่มองหน้ามันด้วยความรู้สึกที่อยากร้องไห้เต็มแก่ เหมือนน้อยใจ เหมือนถูกอะไรหนักๆสักอย่างทุ่มลงมาบนหัว มันแย่ไปหมดเลย…
          “ปิ่น…มึงฟัง…”
          “ไม่อยากฟังแล้วอิฐ”ผมพูดสวนขึ้นก่อนจะผุดลุกขึ้นด้วยความรู้สึกร้อนๆที่ดวงตา
          “ถ้ามึงรำคาญมากมึงก็ไม่ควรเข้ามายุ่งกับกูตั้งแต่แรกป่ะวะ ถ้ากูน่าหงุดหงิดมากแล้วมึงจะเข้าหากูทำไมตั้งแต่แรกวะ กูถามมึงจริงๆเถอะอิฐ มึงเป็นอะไรของมึงกันแน่ กูทำอะไรให้มึงนักหนาวะมึงถึงได้หงุดหงิดใส่กูบ่อยๆ อย่างน้อยกูถามก็ตอบกูหน่อยเถอะ! กูทำอะไรให้มึงวะ!”
          “ปิ่น!”
          “อย่ามาจับ!”ผมสะบัดมือมันออกด้วยความโมโห ไอ้อิฐเองก็ดูตกใจนิดหน่อย เรามองตาด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง ขาผมค่อยๆก้าวถอยหลังออกมาช้าๆ มองมันที มองคนที่ชื่อแก้มทีด้วยดวงตาที่พล่าเลือนไปหมด…
          “เอ่อ อิฐ…แก้มว่าเราออกไปกันก่อนดีกว่าไหม”
          ผู้หญิงที่ชื่อแก้มพูดขึ้นก่อนจะดึงๆมือไอ้อิฐพยายามจะให้มันเดินตาม ผมมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกโมโหอย่างไม่มีสาเหตุ มองจ้องไปที่เธอด้วยใบหน้าบึ้งตึงจนผมเองก็อดแปลกใจในตัวเองไม่ได้
          “นี่กุญแจรถมึง เดี๋ยวหนังสือเรียนกับเสื้อผ้ากูเดี๋ยวจะให้ไอ้ตงมันเข้าไปเอามาให้ กูฝากเอาไว้ก่อน”
          “มึงจะไปไหนวะ!”
          “กลับห้องกู ส่วนใครจะดูแลมึงต่อก็เลือกเอาเองแล้วกัน”
          “กูไม่ให้มึงกลับ! ปิ่น! มาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน! ปิ่น!”
           ผมหันหลังกลับหลังจากที่ยัดกุญแจรถใส่มือมันเรียบร้อย เสียงไอ้อิฐแว่วๆมาตามหลัง แต่ผมก็ไม่ได้สนใจจะฟัง เอาแต่วิ่งหนีอย่างเดียว นักศึกษาที่เห็น เหตุการณ์ต่างซุบซิบกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เสียงของมันดังพอและมีบางคนที่ชี้นิ้วมายังผม มันน่าอึดอัดเสียจนผมก้มหน้าก้มตาวิ่งหนีไม่ยอมหยุด เมื่อเจอรถแท็กซี่ ผมจึงรีบโบกและจ้างให้ไปส่งที่คอนโดตัวเองทันที
          “ฮัลโหล…ปิ๊ง”ผมกดรับโทรศัพท์เมื่อพบว่าหน้าจอปรากฏชื่อไอ้ปิ๊ง พี่ชายของผม
           [อะไรของมึงปิ่น อยู่ไหนเนี่ย!]
           “อยู่บนรถ”
          [เกิดอะไรขึ้นวะ! ในเฟสทำไมมันพากันแชร์รูปมึงเต็มไปหมด!]
          “ฮึกๆ ฮือๆๆ ปิ๊ง…”
          [ไอ้อิฐมันทำเหี้ยอะไรมึง! โว๊ย! มึงก็หยุดร้องก่อนสิวะ! ตอบมา มันต่อยมึงเหรอ หรือมันไปเอากับนังผู้หญิงนั่น ไหนมึงเล่าให้กูฟังซิ!?]
          “ฮืออออออ ปิ๊ง…”
          […]
          “ฮืออออๆๆๆ”
          ผมไม่เคยร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อนเลยสักครั้ง ครั้งสุดท้ายที่ร้องจำได้ว่าไอ้เผือก หมาตัวแรกที่ป๊าซื้อให้ถูกรถชนตาย ผมร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรและไม่เคยเลี้ยงสัตว์ตัวไหนอีกเลยเพราะกลัวว่าจะดูแลมันได้ไม่ดีจนตายอีก แต่มาครั้งนี้…ผมกลับร้องไห้เพราะผู้ชายคนหนึ่ง…ถ้าใครรู้เข้าจะว่ายังไง
          [เดี๋ยวกูจะรีบกลับเดี๋ยวนี้]
          “ฮึกๆ…”
           เสียงกระปิ๊งดังขึ้นในสายหลังจากที่ผมสงบสติลง ผมปาดน้ำตาแรงๆจนเจ็บไปหมดทั้งแก้ม ล้วงเงินในกระเป๋าตังค์มาส่งให้ลุงขับแท็กซี่ที่ทำหน้ากระอักกระอ่วนก่อนจะลงจากรถแล้ววิ่งขึ้นห้องของตัวเอง และปล่อยให้น้ำตามันร่วงลงมาอีกครั้งอย่างเสียใจ
          ไอ้อิฐมันต้องการอะไรจากผมกันแน่ มันจะเข้ามาทำตัวสนิทสนมกับผมทำไม หรือเพราะมันรู้สึกสนุกที่สามารถแกล้งผมได้กันนะ…
          ครืดดดด ครืดดดดดดด
          เสียงสั่นของโทรศัพท์ทำให้ผมก้มลงไปมอง ไอ้อิฐโทรหาผมเป็นสิบๆครั้ง แต่ผมไม่เคยรับสักครั้ง…มันจะโทรมาแก้ตัวอะไรอีกล่ะ ไหนๆก็ผมก็อยากแยกออกมาแล้วก็ให้มันแยกเด็ดขาดไปเลยเซ่!
          ผมนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ในห้องนอนของตัวเองอยู่นานพอสมควร ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนที่ไอ้ปิ๊งมันมาเขย่าตัวให้ลุกนั่นแหล่ะ
          “ลุกขึ้นมากินยา เร็ว”มันออกคำสั่งกับผมเสียงขรึมแบบนานๆทีจะใช้กับผม แต่ด้วยความที่ผมปวดหัวและเวียนศีรษะไปหมดเลยหันหน้าหนีอย่างรำคาญและปัดมือมันออกอย่างหงุดหงิด ไอ้ปิ๊งเลยส่งเสียงด่านิดหน่อยก่อนจะยัดยาเข้าปากผมและจับกรอกน้ำตาม
          “ปิ๊ง…หน้ามึงเป็นไร”หน้าไอ้ปิ๊งเยินมากครับ สภาพอย่างกับไปฟัดกับหมามาอย่างนั้นแหล่ะ คิ้วแตกปากเจ่อ สภาพทุเรศชิบหายเลยพี่กู
          “เดี๋ยวเล่าให้ฟัง ตอนนี้มึงนอนก่อนเถอะ”
          “อื้อ”
           ผมเชื่อฟังมันและหลับตาลง เข้านอนไปอย่างรวดเร็วพร้อมพิษไข้ที่เข้ามาจู่โจมอย่างกะทันหัน…

..........................

             เชิญปารองเท้าได้ตามบายยยยย~ จะปาอิฐหรือปาปิ่นเลือกเอาตามสบาย~ ห้าปาเรานะ5555
          ตอนนี้มีทะเลาะเบาะแว้งกันนิดนึง ถ้าพวกเราเป็นปิ่นเจอแบบนี้จะทำยังไงกันดี? ร้องไห้ไหม? พุ่งเข้าไปถีบเลยดีไหม? หรือจะรีเฟชตัวเองหายไปเงียบๆดี?
       เป็นเราคงทำอะไรไม่ถูก55555 ไอ้อิฐก็น่าไหมล่ะ มัวแต่งอนเรียกร้องความสนใจเนอะ งอนมากไม่ดีนะอิฐ เดี๋ยวเจอตีนพี่ไอ้ปื่นจะงอนไม่ออกนะนาย เราเตือนนายแล้วนะ
          แล้วนี่พี่ปิ๊งคนดีไปทำอะไรมาคะ หน้ามีแต่แผล? ตอนหน้าเราจะพาไปดูความน่ารักของพี่ปิ๊งกัน^^
          ปล.ฉันยังเปลี่ยนสีไม่ได้อ่ะT T สงสัยจะเพราะว่าอัพในแทปด้วยล่ะมัเงเนอะขอบคุณมากสำหรับคำตอบกับกำลังใจค่ะ มีกำลังใจขึ้นเยอะเลยจริงๆ^^

            วันนี้มาอย่างดึก ไม่รู้คนจะอ่านกันไหมน้อ...
           ใครอ่านแสดงตัวเร็วเข้า! มาอยู่เป็นเพื่อนกันนะตัวเอง เราจะอ่ายนไปจิ้นไปพร้อมๆกัยเนอะ^^
ใครอ่านแล้วเม้นตอบกลับให้อ่านมั่งนะ!
ย้ำหนักๆเลย ไม่งั้นเราจะหายไปหลายๆวัน....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 129 ครั้ง

1,916 ความคิดเห็น

  1. #1898 ninewnn10 (@ninewnn10) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 22:54
    น้ำตาลไหลอ่ะ
    #1898
    0
  2. #1851 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 10:42

    อินังแก้มมมมมมมม

    #1851
    0
  3. #1839 soulEaster (@dumbell-easter) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 12:53
    ถ้าเป็นปิ่นเราจะโกรธอิฐมากเลยนะ ทีตัวเองชอบงอน ชอบหงุดหงิด แต่พอปิ่นถามก็ไม่ตอบ
    #1839
    0
  4. #1830 fonlbol (@fonlbol) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 22:01

    สละเรืออิฐละ อัศวินน่าจะดีกว่า 555

    #1830
    0
  5. #1820 foreverafter (@krathi) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 13:00
    ถ้าเราเป็นปิ่นคงทำแบบเดียวกันเลย ก็ในเมื่อถามแล้ว คุยแล้ว ไม่พูดไม่บอกจะรู้ไหม ถึงบางทีน้ำเสียงที่ถามอาจจะไม่ดีเท่าไรก็เหอะ ขอบคุค่ะ
    #1820
    0
  6. #1818 THE DO (@tabbydororo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 14:15
    งง อิฐงอนอะไรของมัน ปิ่นมันทำอะไรให้เนี่ย ไม่เหตุผลเลย ไม่ชอบผู้ชายแบบนี้
    #1818
    0
  7. #1815 ilee2 (@ilee) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 18:53
    ก็ยัง งง อิฐงอนอะไร ปิ่นถามแต่ก็ไม่ตอบลุกหนีงี้
    #1815
    0
  8. #1802 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 02:57
    อิฐมันงอนไรของมันวะ เรื่องขนม? ปิ่นไม่ง้อมันหรือยังไง แล้วดูที่ทำดิไปกินข้าวกับสาวไม่รับโทรศัพท์รำคาญปิ่น จนปิ่นร้องไห้ใช่เรื่องหรอวะ ถามจริง!?
    #1802
    0
  9. #1676 Husky 'Baby (@srichisan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 16:47
    อิฐนี่นะ งอนไม่เข้าเรื่อง งอนแล้วมาหาผู้หญิงคือออออออ โกรธให้นานๆ เลยปิ่น ส่งเฮียทามากิไปจัดการเลย ว่าแต่..... น้ำเย็นหายไปไหน
    #1676
    0
  10. #1594 rilinagiva (@rilinagiva) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 23:18
    คือแล้ว..........................น้ำเย็นข้าพเจ้าหายไปหนายยยยยยยยยยย
    #1594
    0
  11. #1593 rilinagiva (@rilinagiva) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 23:17
    ใครปาใส่ปิ่นเอ็งคิดได้งายยยยยยยปาใส่-อิฐหินปูนทรายเซ้~
    #1593
    0
  12. #1503 hh_9094 (@9094_hh) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 01:32
    อิฐไม่ตลกนะคะ
    #1503
    0
  13. #1421 turtle (@papha555) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 04:53
    ขอปารองเท้าใส่อิฐได้ไหมค่ะ โอ้ยยยสงสารนุ้งปิ่น
    #1421
    0
  14. #1369 Corona_Borealis (@Corona_Borealis) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 18:18
    ปาใส่อิฐสิปาใส่น้องปิ่นทำไม เอาให้ช้ำ55545
    #1369
    0
  15. วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 03:12
    ปารองเท้าใสอีอิฐ เฟดตัวออกมาโลด อัศวินจะปกป้องนุ้งปิ่นเองงงง
    #1343
    0
  16. #1292 Dearcb (@Dearcb) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 16:21
    ปิ่นจะไปง้อแต่อิฐก็ทำให้ปิ่นง้อนสะงั้น
    #1292
    0
  17. #1270 paechpeach♡、 (@inspirit-yeol) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 23:08
    ใช่! อิฐงานได้ปิ่นก็งอนได้เหมือนกัน อิฐน่าจะพูดอะไรบ้างหน่าว่าเป็นอะไร ใครเขาจะไปตรัสรู้เล่า แถมไปนั่งกินข้าวกับคนอื่นนี่ก็ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ งอนไปนานๆเลยปิ่น เชอะ
    #1270
    0
  18. #1088 Fukii03 (@netnapannl2003) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 17:57
    เอ่อ...น้ำเย็น หนูหายไปไหนลูก😂
    #1088
    0
  19. #950 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 22:26
    โอ๊ยยยยย เกลียดที่สุดคือพวกโกรธอะไรแล้วไม่พูดนี่แหละ คือไม่ใช่พระพุทธเจ้าเว้ยยยย ตรัสรู้เองไม่ได้ มีอะไรก็บอกสิ อมไว้ทำไม ผิดไม่ผิดจะได้ง้อถูก เขาสนใจแล้วก็ทำเล่นตัว ไม่ต้องไปง้อมันลูกปิ่น ช่างแม่งงง
    #950
    0
  20. #892 Parkjimin19 (@panjawanbunkam71) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 13:56
    คือตอนนี้โมโหอิฐมากอ่ะ ไม่ได้เข้าข้างปิ่นนะ แต่คือนางก็โมโหไม่มีเหตุผลเลยอ่ะ แบบ หสปาดนกกส
    #892
    0
  21. #881 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 07:53
    อิฐนี่โคตะระงี่เง่าค่ะ งอนทั้งที่ไม้ได้เป็นอะไรกันพอเขาพยายามง้อก็ดันเมินและไปซบอกชะนี แต่ป้าสัมผัสได้นะคะว่าแม่นี่ไม่ใช่ชะนี่ท่าทางนางจะเป็นแรด
    #881
    0
  22. #500 mothergod (@mothergod) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 17:44
    ทำดี หมั่น!!! เอาตัวเองเป็นใหญ่ไง สมควรโดน
    #500
    0
  23. #420 Hello noey (@2873) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 23:38
    ถ้าเราเป็นปิ่นคงเดินไปหาอ้ะเเล้วพูดๆ เเล้วบอกว่าต้องการอะใรเเบบทีี่ปิ่นพูดอ้ะ ร้องให้ด้วย????
    #420
    0
  24. #411 ROSALENE (@faketheway) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 11:58
    เป็นเราคงจะแสดงตัวไปเลยว่าเห็นนะ แล้วเดินออกมาแบบสวยๆ แกจะทำอะไรก็ทำไป อย่ามายุ่งกับฉันละกัน555
    #411
    0
  25. #378 RhongTood (@marklmsg7) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 15:36
    ไม่ปารองเท้า จะปาหัวใจใส่ปิ๊ง 5555555
    #378
    0