คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [JUNSEOP] SF: Postcard

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แนะนำตัวละคร / ทักทายผู้อ่าน / เขียนตามใจชอบ พิมพ์ตรงนี้ได้เลย...
b
e
r
l
i
n
?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 11 มิ.ย. 61 / 20:49


Short Fiction: Postcard

Couple: Junhyung x Yoseop

Rating: PG-16

.

.

.

Dec 27, 20xx

08.23 PM, Seoul, South Korea.

เสื้อโค้ทตัวยาวสีขาวพร้อมกับผ้าพันคอถูกถอดออกแล้วแขวนเอาไว้กับราวแขวนหมวกและเสื้อโค้ท จัดการกดเปิดฮีทเตอร์ในทันทีที่หยิบรีโมตขึ้นมาได้ กระเป๋าเดินทางใบเล็กวางลงที่ข้างๆกับโซฟากำมะหยี่สีดำสนิท ซองจดหมายสาม-สี่ซองวางลงบนโต๊ะด้วยฝีมือของเจ้าของบ้านหลังน้อย ร่างเล็กทรุดตัวลงนั่งที่โซฟา ทุบไหล่ของตัวเองเบาๆเพื่อขับไล่ความเมื่อยล้าแม้จะรู้ตัวดีว่ามันไม่ช่วยอะไรมากนัก

 

“ให้ตายเหอะ การนั่งรถสองชั่วโมงมันเหนื่อยขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ไม่น่าไปนั่งเล่นที่ร้านกาแฟเป็นชั่วโมงเลยแฮะ”เอนหลังพิงที่พนัก เหลือบตามองนาฬิกาแขวนผนังที่ห่างไปไม่ไกลนักบอกเวลาสองทุ่มสามสิบสองนาที ถอนหายใจเบาๆก่อนจะดันตัวให้ลุกขึ้นยืน เดินตรงเข้าไปในครัวแล้วกลับออกมาที่โซฟาตัวเดิมพร้อมด้วยขนมปังสองแผ่นและนมวานิลาร้อนๆที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอีกหนึ่งแก้วในมือ ดวงตาเหลือบมองไปที่กองจดหมายเล็กๆบนโต๊ะรับแขก เขาวางแก้วนมแล้วหยิบซองจดหมายขึ้นดู

 

“อ่า ค่าบัตรเครดิตเดือนนี้หือออ มาเร็วแฮะเดือนนี้ ถึงเวลาจ่ายค่าบ้านแล้วหรือเนี่ย”ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะโยนซองจดหมายในมือทั้งหมดกลับไปที่โต๊ะ ทว่ากลับมีจดหายฉบับหนึ่งไถลไปร่วงหล่นอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะ เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มขมวดคิ้วแล้วลุกขึ้นไปหยิบมัน

ดวงตาคู่กลมโตเบิกกว้าง หัวใจเต้นระรัวไร้ซึ่งจังหวะเมื่อเห็นชื่อที่ระบุผู้ส่งและจ่าหน้ามาถึงเขา ร่างเล็กรีบพลิกซองก่อนจะเปิดมันออกด้วยความตื่นเต้น ภายในซองจดหมายมีโปสการ์ดสอดอยู่ในนั้นพร้อมกับสร้อยเส้นเล็กความยาวถึงกลางอกของเขาและจี้รูปดวงดาวที่ถูกสลักเอาไว้ด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษสองตัว ‘YS’ แน่นอนว่ามันคงมาจากชื่อของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย มือเรียวหยิบเอาสร้อยคอและจี้รูปดาวมาประกอบกันแล้วจัดการสวมมันด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหยิบโปสการ์ดออกมา ขาทั้งสองข้างพาร่างของตัวเองและนมร้อนกับขนมปังอีกหนึ่งแผ่นที่เหลือตรงไปยังชิงช้าที่ตั้งอยู่ตรงสนามเล็กๆหลังบ้านของเขาตามคำขอร้องบนบรรทัดแรกของเนื้อความ

 

Dec 09, 20xx

From…me (*ถ้าจะให้ดี ช่วยออกไปนั่งที่ชิงช้าตรงสนามหลังบ้านหน่อยนะ)

สุขสันต์วันคริสมาสต์นะ ไง ไม่ได้ส่งมันไปให้นายนานเลยนะ ขอโทษนะครับที่หายไปไม่บอกไม่กล่าว ฉันติดธุระสำคัญนิดหน่อย ช่วงนี้ฉันยุ่งมากๆเลยอ่ะ แต่ว่าฉันสบายดีนะ ไม่ต้องห่วง แล้วนายล่ะ สบายดีหรือเปล่า ถ้าสบายดี เงยหน้ามองท้องฟ้าหน่อยสิ

 

กลีบปากสีซีดกรีดออกเป็นรอยยิ้มบางๆก่อจะหัวเราะออกมาเบาๆจากในลำคอ จักษุสีดำสนิทช้อนขึ้นมองผืนฟ้าน้ำเงินเข้มพร้อมด้วยใบหน้าที่เริดขึ้นมองตาม รอยยิ้มบางๆจากกลีบปากคู่นั้นกว้างขึ้นจนกลายเป็นรอยยิ้มกว้าง ชายหนุ่มร่างเล็กในเสื้อไหมพรมสีขาวและกางเกงผ้าเนื้อหนาสีเดียวกันหัวเราะออกมาอีกครั้งแล้วก้มลงอ่านข้อความบน โปสการ์ด ใบเดิมในมือของตัวเองอีกครั้ง

 

Dec 09, 20xx

From…me (*ถ้าจะให้ดี ช่วยออกไปนั่งที่ชิงช้าตรงสนามหลังบ้านหน่อยนะ)

สุขสันต์วันคริสมาสต์นะ ไง ไม่ได้ส่งมันไปให้นายนานเลยนะ ขอโทษนะครับที่หายไปไม่บอกไม่กล่าว ฉันติดธุระสำคัญนิดหน่อย ช่วงนี้ฉันยุ่งมากๆเลยอ่ะ แต่ว่าฉันสบายดีนะ ไม่ต้องห่วง แล้วนายล่ะ สบายดีหรือเปล่า ถ้าสบายดี เงยหน้ามองท้องฟ้าหน่อยสิเฮ้ นายทำจริงๆล่ะสิ 5555 เห็นมันใช่ไหมล่ะ ดวงดาวพวกนั้นน่ะ…’

 

อืมมม เห็นชัดเลยล่ะ

ดวงดาว ที่เราเคยมองมันด้วยกันน่ะ

 

มือเรียวข้างหนึ่งกำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเลือดที่ปูดโปน น้ำใสๆเอ่อคลออยู่บนหน่วยตา ท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มกำลังส่องสว่างประกายวาบวับไปด้วยดวงดาวดวงเล็ก ทว่าภาพที่สวยงามเหล่านั้นช่างน่าเสียดายที่เขากลับไม่สามารถเห็นมันได้ชัดเจน

 

“คนใจร้ายฮึกๆ ฮืออ”มือคู่เรียวสั่นระริก น้ำใสๆหยดลงที่ด้านหลังของแผ่นโปสการ์ดรูปเรือใบสีแดงลำเล็กและชายหาดแคลิฟอร์เนีย เขากอดโปสการ์ดในมือทาบมันเอาไว้บนอกก่อนที่เสียงสะอื้นจะหนักขึ้น หยดน้ำมากมายที่ไหลรินจากดวงตากลับไม่ได้ลดหลั่นความรู้สึกที่อัดแน่นภายในใจ

 

Dec 09, 20xx

From…me (*ถ้าจะให้ดี ช่วยออกไปนั่งที่ชิงช้าตรงสนามหลังบ้านหน่อยนะ)

สุขสันต์วันคริสมาสต์นะ ไง ไม่ได้ส่งมันไปให้นายนานเลยนะขอโทษนะครับที่หายไปไม่บอกไม่กล่าว ฉันติดธุระสำคัญนิดหน่อย ช่วงนี้ฉันยุ่งมากๆเลยอ่ะ แต่ว่าฉันสบายดีนะ ไม่ต้องห่วง แล้วนายล่ะ สบายดีหรือเปล่า ถ้าสบายดีเงยหน้ามองท้องฟ้าหน่อยสิเฮ้ นายทำจริงๆล่ะสิ 5555 เห็นมันใช่ไหมล่ะ ดวงดาวพวกนั้นน่ะ ที่นี่ดาวสวยมากเลยนะ อยากให้นายได้มาเห็นมากๆเลยล่ะ…’

ฉันคิดถึงนายนะโยซอบ

To: You

PS. ยังมีอีกแผ่นนะ ฉันไม่สามารถจบมันได้ในแผ่นเดียว ช่วยอ่านให้จบด้วยล่ะ

 

“คิดถึง ฮึก...ฉันก็คิดถึงนาย จุนฮยอง”เขาปาดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนไปทั่วใบหน้าแม้จะดูไม่ได้ช่วยอะไรมากมายนัก มือเล็กคว้าซองจดหมายที่ถูกใส่โปสการ์ดทั้งสองฉบับเอาไว้ ในซองจดหมายสีน้ำตาลอ่อนมีโปสการ์ดอีกใบที่ใส่เอาไว้ตั้งแต่ทีแรก ไม่ลังเลที่จะหยิบมันออกมา โยซอบคลี่ริมฝีปากออกเป็นรอยยิ้มกว้างก่อนจะ หลุบตามองสร้อยที่เขาเพิ่งจะสวมไปเมื่อครู่

 

Dec 11, 20xx

From…me (*ถ้าจะให้ดี ช่วยออกไปนั่งที่ชิงช้าตรงสนามหลังบ้านหน่อยนะ)

โทษทีนะ ไม่รู้เหมือนกันว่ามีอะไรเยอะแยะที่อยากจะเขียน แต่พื้นที่มันน้อยอ่ะ รู้งี้น่าจะเขียนจดหมายตั้งแต่แรก…’

 

“จุนฮยองคนบ้า ฮ่าๆจดหมายมันเขียนได้เยอะกว่านี้แน่อยู่แล้วล่ะ อึก ฮึกๆ”หยดน้ำตาที่โยซอบไม่รู้ว่ามันไหลลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่หยดลงบนโปสการ์ดใบใหม่ เขาสะอื้นเบาๆแล้วยกมือปาดน้ำตาออกจากผิวแก้มอีกครั้ง โยซอบรู้ดีว่ามันไม่ใช่ความเศร้าหรือความเจ็บปวด แต่มันคือความคิดถึงหลังจากที่อีกฝ่ายเดินทางไปเรียนต่อที่รัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐอเมริกา การได้อ่านโปสการ์ดหรือจดหมายที่จุนฮยอง คนรักของเขาส่งมาให้ในแต่ละครั้งยิ่งเพิ่มความคิดถึงที่มีต่ออีกฝ่ายมากขึ้นกว่าเดิม กลับกลายเป็นว่าเขามักจะใช้เวลาชีวิตส่วนใหญ่ในช่วงสองปีที่ผ่านมาไปกับการรอคอยการมาถึงของไปรษณีย์อยู่เสมอ

 

Dec 11, 20xx

From…me (*ถ้าจะให้ดี ช่วยออกไปนั่งที่ชิงช้าตรงสนามหลังบ้านหน่อยนะ)

โทษทีนะ ไม่รู้เหมือนกันว่ามีอะไรเยอะแยะที่อยากจะเขียน แต่พื้นที่มันน้อยอ่ะ รู้งี้น่าจะเขียนจดหมายตั้งแต่แรก ฉันไปเจอร้านขายเครื่องประดับร้านนึง มันอยู่ใกล้ๆกับมหาลัยน่ะ จี้รูปดวงดาวเส้นนั้น นายอย่าลืมใส่มันนะ เห็นแล้วนึกถึงนาย ก็เลยซื้อมาให้ หวังว่านายจะชอบมันนะ

อยากดูดาวกับนายจัง ดวงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับบนท้องฟ้าพวกนี้เห็นแล้วยิ่งทำให้ฉันคิดถึงนายมากขึ้นเรื่อยๆเลยนะโยซอบ นายล่ะ เป็นเหมือนกันกับฉันหรือเปล่าโยซอบ รอกันหน่อยนะ อีกไม่นานฉันจะไปหานายแล้ว

   ALWAYS US

Junhyung Y.

 

“ไอ้บ้าจุนฮยอง! ฮึก! คิดถึงสิ ฉันน่ะอึก ฉันน่ะคิดถึงนายจะบ้าตายอยู่แล้ว ตาบ้า!...รีบกลับมาสักทีเถอะน่า!!”เขากอดโปสการ์ดในมือเอาไว้ ปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลรินออกมาราวกับเขื่อนแตก บางส่วนหยดลงบนโปสการ์ดจากอีกฝ่ายจนมันเริ่มชื้น โยซอบดึงโปสการ์ดออกห่างจากตัว แล้วเริ่มมันใหม่อีกครั้งด้วยรอยยิ้มกว้างทั้งที่น้ำตายังคงไหลอยู่อย่างนั้น ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อมีบางสิ่งบนโปสการ์ดที่เขามองไม่เห็นมันเมื่อครู่นี้ที่ท้ายสุดของเนื้อความ ตัวอักษรตัวเล็กๆที่เขามองข้ามมันไปเมื่อครู่นี้

 

Dec 11, 20xx

From…me (*ถ้าจะให้ดี ช่วยออกไปนั่งที่ชิงช้าตรงสนามหลังบ้านหน่อยนะ)

โทษทีนะ ไม่รู้เหมือนกันว่ามีอะไรเยอะแยะที่อยากจะเขียน แต่พื้นที่มันน้อยอ่ะ รู้งี้น่าจะเขียนจดหมายตั้งแต่แรก ฉันไปเจอร้านขายเครื่องประดับร้านนึง มันอยู่ใกล้ๆกับมหาลัยน่ะ จี้รูปดวงดาวเส้นนั้น นายอย่าลืมใส่มันนะ เห็นแล้วนึกถึงนาย ก็เลยซื้อมาให้ หวังว่านายจะชอบมันนะ

อยากดูดาวกับนายจัง ดวงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับบนท้องฟ้าพวกนี้เห็นแล้วยิ่งทำให้ฉันคิดถึงนายมากขึ้นเรื่อยๆเลยนะโยซอบ นายล่ะ เป็นเหมือนกันกับฉันหรือเปล่าโยซอบ รอกันหน่อยนะ อีกไม่นานฉันจะไปหานายแล้ว

   ALWAYS US

Junhyung Y.

PS. อยากดูดาวด้วยกันหรือเปล่า ถ้าอยากช่วยออกมานอกบ้านหน่อยสิ

 

“หน้าบ้าน?...หน้าบ้านอย่างนั้นหรือ!!?”จักษุสีดำคู่กลมเบิกกว้างอีกครั้ง น้ำตาที่เปรอะเปื้อนใบหน้าถูกเช็ดออกด้วยกระดาษทิชชูในทันทีที่เขาเดินกลับเข้าไปในบ้าน เงยหน้าดูเวลาจากนาฬิกาที่ติดอยู่บนฝาผนัง นับตั้งแต่เขากลับมาถึงบ้านก็ผ่านมากว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่ใช้เวลาดื่มด่ำกับความคิดถึงที่มีต่อคนรักแม้จะต้องเสียน้ำตาไปมากมายก็ตามที

เรียวขาทั้งสองข้างตรงดิ่งไปที่ลานจอดรถหน้าบ้านพร้อมกับโปสการ์ด ในทันทีที่เลื่อนประตูให้เปิดออกลมเย็นก็พัดผ่านร่างกายจนต้องยกมือขึ้นกอดตัวเองอาไว้ด้วยความหนาว ริมฝีปากสีซีดเม้มเข้าหากัน มือข้าวที่ว่างกำแน่น หยดน้ำตาร่วงหล่นอีกครั้งจนภาพตรงหน้าของเขาพร่าเบลอไปจนหมด ความหวังภายในใจว่าอีกฝ่ายจะยืนอยู่ตรงหน้าของเขากลับกลายเป็นพังทลาย ทรุดลงนั่งคุกเข่าพลางยันมือเอาไว้กับพื้นซีเมนต์ที่เย็นเฉียบ

 

“ถ้าไม่ออกมานอกบ้าน แล้วเราจะดูดาวด้วยกันได้ยังไงล่ะโยซอบ”เจ้าของชื่อชะงัก เขาหันมองไปยังต้นเสียงทุ้มนุ่มที่ดังจากบริเวณประตูรั้วหลังจากมันถูกเปิดออก ร่างสูงของชายหนุ่มที่เขาคุ้นเคยในเสื้อโค้ทสีกรมท่าค่อยๆก้าวเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้มตามแบบฉบับของเจ้าตัว โยซอบรู้จักคนๆนี้ดีและเขาก็มั่นใจว่ารู้จักดีมากกว่าใครจากที่ทั้งเขาและอีกฝ่ายผ่านอะไรมาด้วยกันมามากมาย ร่างของเขาสั่นไปทั่วทั้งร่าง แม้แต่ตัวเองก็ยังรับรู้ได้

มันราวกับว่าโลกทั้งใบหยุดหมุน ดวงตาที่สั่นไหวทั้งสองคู่สบกันอยู่อย่างนั้น โยซอบไม่รู้ว่ามันนานแค่ไหนที่พวกเขาสบตากันเพราะสติของเขาหลุดหายไปที่ใดก็ไม่อาจทราบได้ตั้งแต่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย แม้หัวใจที่เต้นระรัวของเขาจะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ยังรับรู้อยู่ก็ตามที เจ้าของเรือนผมสีดำสนิทค่อยๆเดินเข้ามาหาเขาก่อนจะทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าและดึงร่างของเข้าไปกอดอย่างแน่นหนา

...กอดคือของจริง

คนตรงหน้าเขา คือคนจริงๆ

คนที่เขากำลังคิดถึงจริงๆ

 

“ฮึก จุนอึก จุนฮยอง ฮึกๆ ฮื่อออ”ใบหน้าซุกลงบนลาดไหล่ของอีกฝ่าย โปสการ์ดถูกวางทิ้งไว้ที่พื้นในขณะที่แขนทั้งสองข้างยกขึ้นเพื่อกอดจุนฮยองตอบ ได้ยินเสียงครางตอบรับเบาๆจากคนรัก โยซอบยิ้มทั้งน้ำตา เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นราวกับกลัวว่าถ้าเขาปล่อยอีกฝ่ายจะหายไปอีกครั้ง จุนฮยองหัวเราะน้อยๆแล้วจูบลงบนศีรษะของคนในอ้อมกอดก่อนจะไล่จูบไปทั่วใบหน้า

 

“จุนฮยองกลับมาแล้วกลับมาดูดาวกับโยซอบแล้วนะครับคนดี”

.

.

.

Special “My Only One Star”

“กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมไม่บอกกันบ้างเลย”โยซอบเงยหน้าขึ้นเอ่ยถามคนที่นั่งซ้อนอยู่ข้างหลัง จุนฮยองอมยิ้มพลางหัวเราะออกมาเล็กน้อย เขาหยิบโปสการ์ดทั้งสองใบที่เป็นคนส่งมาให้อีกฝ่ายกับมือของตัวเองขึ้นมาส่งให้ร่างในอ้อมกอด

 

“กลับมาได้สามวันแล้วครับ ตั้งแต่วันคริสมาสต์แล้วล่ะ”ร่างเล็กขมวดคิ้วก่อนจะเบิกตากว้าง ดันตัวขึ้นเพื่อหันไปพูดคุยกับอีกฝ่ายได้สะดวกขึ้น ใบหน้าน่ารักงอง้ำระคนไปด้วยความสงสัยจนคนมองอดไม่ได้ที่จะก้มหน้าลงไปหอมแก้มนุ่มๆทั้งสองข้างของคนรัก

กะว่าจะมาเซอร์ไพร์สโยอ่ะ แต่เจ้าของดันไม่อยู่บ้านสะอย่างนั้น”เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มหัวเราะในลำคอ อย่างที่จุนฮยองพูด เขาไม่อยู่บ้านตั้งแต่ช่วงอาทิตย์ก่อนเพราะคุณแม่ของเขากำลังป่วยและต้องการคนมาช่วยดูแลร้านอาหารเล็กๆที่เป็นธุรกิจของครอบครัวในตอนนี้ที่ย้ายไปอยู่ที่แดกูกันทั้งครอบครัว ยกเว้นตัวเขาที่ได้งานอยู่ในโซล

 

“ก็เลยโดนเซอร์ไพร์สสะเอง ฮ่าๆๆ ขอโทษนะที่ทำให้ไม่เป็นไปตามแผน แล้วนี่มารอโยซอบที่นี่สามวันเลยหรือไง”คนถูกถามพยักหน้าเบาๆ แขนแกร่งโอบรัดร่างเล็กเอาไว้อีกครั้ง กลุ่มผมนุ่มสีน้ำตาลเข้มของของอีกฝ่ายทำให้จุนฮยองอดไม่ได้ที่จะก้มลงจูบเบาๆอีกครั้ง

งื่ออ จุนฮยองอ่า พอแล้วน่า เราเดินทางเหนื่อยนะวันนี้อ่ะ”

 

“ขอโทษครับๆ ก็คิดถึงโยซอบนี่นา ไม่ได้กอด ไม่ได้หอมมาตั้งสองปีกว่าแล้วนะ โยไม่คิดถึงกันบ้างหรือไง”ร่างสูงหรี่ตา โยซอบเบะปาก น้ำเสียงติดจะล้อเลียนของจุนฮยองทำเอาใบหน้าของคนฟังเห่อร้อนอย่างช่วยไม่ได้ คนตัวเล็กส่ายหน้าไปมาพร้มกับรอยยิ้ม

ไม่คิดถึงจุนฮยองเลยสักนิดหรือครับ แต่ว่านะเมื่อกี้จุนยังได้ยินใครบางก็ไม่รู้ ตะโกนดั๊งดังว่า ไอ้บ้าจุนฮยอง! คิดถึงสิ ฉันน่ะฉันน่ะคิดถึงนายจะบ้าตายอยู่แล้ว ตาบ้า!...รีบกลับมาสักทีเถอะน่า!! จนข้างบ้านแทบออกมาปากะละมังใส่โอ๊ยยย! ตีทำไมล่ะครับ ฮ่าๆ มันเจ็บนะ”

 

“ก็จุนฮยองล้อโยอ่ะ! เข้าบ้านแล้วดีกว่า ข้างนอกหนาวอ่ะ”โยซอบว่าก่อนจะแลบลิ้นใส่อีกฝ่าย ขาเรียวเล็กวิ่งพาตัวเองกลับเข้าไปในบ้านทว่าก็ยังช้ากว่าอีกคน เอวเล็กถูกเกี่ยวเอาไว้ได้ทันก่อนที่เจ้าของบ้านจะได้ก้าวผ่านประตูเลื่อน โยซอบหัวเราะร่าเมื่อถูกยกตัวขึ้นพาดกับบ่ากว้าง ขาคู่ยาวพาทั้งตัวเองและเจ้าของบ้านกลับเข้าไปด้านใน เลื่อนประตูปิดแล้วลงกลอนเป็นอันเรียบร้อย เขาวางร่างของอีกฝ่ายลงบนเตียงอย่างนุ่มนวลก่อนจะตามขึ้นไปคร่อม

 

“สองปีครึ่งที่ผ่านมาจำได้ไหมโยซอบ จำคำสัญญาที่ผมเคยบอกกับคุณก่อนจะไปได้หรือเปล่า”ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันหลังจากที่คำพูดของจุนฮยองจบลง โยซอบคลี่ยิ้มบางๆ พยักหน้าเล็กน้อยแล้วยกแขนข้างหนึ่งขึ้นคล้องรอบคอของคนด้านบนเอาไว้ มืออีกข้างลูบแก้มของจุนฮยองไปมา

 

“จำได้สิ ก็โยซอบรออยู่นี่ รอวันนี้มาตลอดวันที่จุนฮยองจะกลับมาหา กลับมาทำตามสัญญาไง”

 

“ขอบคุณนะครับที่ยังรอกันอยู่ ขอบคุณที่ยังเชื่อในคำสัญญา ขอบคุณที่ไม่เคยไปไหนเลย”เขาโน้มตัวลง จูบเบาๆที่หน้าผากของโยซอบ ถ่ายทอดความรักและความคิดถึงให้กับอีกฝ่ายได้รับรู้อย่างนุ่มนวล

ผมกลับมาทำตามคำสัญญาที่เคยบอกคุณ คุณคือดวงดาวของผมโยซอ คือคนๆเดียวที่ผมจะรัก คนเดียวที่ผมพร้อมจะปกป้อง คนเดียวที่ผมจะยอมให้เดินข้างๆผมไปตลอดชีวิต”ริมฝีปากอุ่นบรรจงจูบลงบนเปลือกตาทั้งสองข้างก่อนจะไล่ระดับลงไปที่ผิวแก้มเนียนนุ่ม แล้วหยุดลงที่กลีบปากสีซีด

 

“โยซอบก็รักจุนฮยองรัก จากนี้และตลอดไป”

.

.

.

.

.

.

ทักทายผู้อ่านทุกท่านค่า>O< แฮะๆ เราเองงง ไม่รู้ว่าแม่ยกจุนซอบจะยังจำกันได้บ้างหรือเปล่าเพราะ (รู้ตัว) ว่าหายไปนาน 5555 ยังไม่ถือว่าคัมแบ็คแล้วกันเนอะ เพราะว่านี่เป็นเพียงฟิคแก้บนเรื่องบัตรแฟนมีต #2018HIGHLIGHTShowinBKK ^o^* มีโปรแกรมแค่จะรีไรท์เรื่อง Bridal #ฟิคจยแต่งงาน (มีใครยังรออ่านอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ 5555TT5555) หายไปนานเกินกับการแต่งฟิค ถ้ามีข้อผิดพลาดใดๆก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ เหมือนได้ย้อนกลับไปช่วงแรกๆที่เริ่มแต่งฟิคเลยอ่ะ 5555

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับกำลังใจละกันเนอะ ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเม้นท์ด้วยเช่นกันค่ะ ^O^




ผลงานอื่นๆ ของ Yangyopare

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 21:57
    อยากอ่านค่ะ
    #4
    0
  2. #3 caffeine_jh
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 15:07
    แรกๆแอบเศร้า แต่ตอนกลับมาเจอกันแล้ว ฮือออออละมุนชวนเขินเลยค่ะ >////<
    #3
    0
  3. #2 haeseobsuk
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 14:16

    บรรยากาศเหงาๆเศร้าๆ


    อ่านแล้วเศร้าตามเลย


    แต่พอบอกให้ออกมานอกบ้าน


    ใจลิงโลดเลย


    พิยงมาใช่ไหม


    เย้ แฮปปี้ตอนจบ น่ารักมากเลยค่ะ

    #2
    0
  4. วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 22:23

    ขอบคุณที่แต่งนะคะ ส่วนฟิคเค้ารออ่านอยู่น้า สู้ๆ

    #1
    0