配角 แค่ตัวประกอบข้ายังไม่ได้เป็น

ตอนที่ 3 : บทที่2 : เว่ยอิงกับประมุขแห่งซูโจว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,073
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 126 ครั้ง
    29 พ.ค. 63

 

บทที่2

เว่ยอิงกับประมุขแห่งซูโจว

 

 

ตลอดทางไปบ้านตระกูลหลานมันช่างหนาวจับใจสำหรับอดีตเด็กไทยเมืองร้อนนัก หลังจากออกจากป่ามาฉันก็เจอแต่หิมะ หิมะ และก็หิมะ

 

 

นี่มันเมืองหิมะของเอลซ่ารึเปล่าเนี้ย

 

 

ถึงจะชอบอาการเย็นมากกว่าอากาศร้อยเกือบ40 องศาของประเทศไทยก็เถอะ แต่นี่มันจะไม่หนาวไปหน่อยหรอถามจริง

 

 

ส่วนหลานหลี่จวินดูจะชิวกับอากาศหนาวเย็นแบบนี้อยู่ไม่น้อย ดูสิเดินลิ่วๆ นำเธอไม่หันกลับมาสนใจสักนิด

 

 

ให้ตายเถอะ

 

 

“ที่นี่เมืองซูโจว มีอากาศหนาวเย็นเป็นปกติเช่นนี้ตลอดทั้งปี ไม่เหมือนทางเขาเพลิงเมฆา ที่นั่นจะมีอากาศที่ร้อนชื้นกว่ามากทำให้พืชพันธุ์เติมโตได้ดีเมื่ออยู่ที่นั่น” หลานหลี่จวินเอ่ยอธิบายความสงสัยได้ตรงประเด็นที่เธอคิดอย่างแม่นยำ

 

 

อย่าบอกนะว่าอ่านความคิดกันได้น่ะ

 

 

“ข้าไม่ได้ยินความคิดเจ้าหรอก”

 

 

ไม่ได้ยินกับผีน่ะสิ!

 

 

รู้สึกเสียเปรียบยังไงไม่รู้แหะ เอาเป็นว่าจะแอบคิดไม่ให้หมอนี่จับได้แล้วกัน คิดเป็นภาษาไทยได้มั้ยนะเผื่อจะแปลไม่ออกปล่อยให้งงไป

 

 

คิกคิก

 

 

“ภายในสำนักประมุขหลานได้ร่ายวิชาอุ่นกายเอาไว้ เจ้าไม่ต้องห่วงว่าจะหนาวตายเพราะข้าก็ไม่พร้อมจะทำพิธีศพให้เจ้าเช่นกัน” เป็นผู้ชายที่ปากร้ายจริงๆนะหลานหลี่จวิน

 

 

เดินมาจนถึงหน้าประตูก็เจอเข้ากับเด็กผู้ชายวัยรุ่นตัวสูงกำลังยืนรออยู่ไม่ไกล แต่ที่แอบแปลกใจคือฉันเจอคนหล่ออีกแล้วน่ะสิ

 

 

คนตระกูลหลานนี่มีแต่คนหล่อๆรึไง

 

 

“หวังเหยาเคารพคุณชายตระกูลหลาน”

 

 

“ท่านประมุขอยู่ที่ไหน”

 

 

“ท่านประมุขกำลังดื่มชาชมดอกเหมยที่กำลังเบ่งบานอยู่ที่หน้าเรือนเหมันต์ขอรับ” หวังเหยาเอ่ยอย่างนอบน้อม “แล้วเด็กคนนี้…”

 

 

“ข้าพบนางอยู่ทางขึ้นเขาป่าเพลิงเมฆา”

 

 

“เป็นไปได้ยากที่จะมีเด็กหลงเข้าไป”

 

 

“ข้าก็คิดเช่นนั้น”

 

 

ฉันมองการสนทนาของหลานหลี่จวินและเด็กหนุ่มคนใหม่ที่ชื่อหวังเหยา ในนิยายหวังเหยาเป็นศิษย์พี่ของหลานหลี่จวินเพราะมีอายุมากกว่าสามปี ทำให้ตอนนี้เจ้าตัวดูเป็นหนุ่มมาก ในนิยายเขาเป็นถึงพี่ชายร่วมสาบานของจินหนิงเหอเลยนะ ไหนจะความหล่อเหลาที่เป็นที่ล่ำลืออีกแต่เสียดายที่ดันมาตายตอนจบเพราะเข้าไปช่วยจินหนิงเหอที่กำลังโดนลอบแทงข้างหลัง

 

 

หวังเหยาที่เห็นว่าเด็กน้อยมีอาการสั่นจากความกลัวก็ย่อเข่าลงพร้อมกับมือหนายกมือมาลูบหัวเด็กหญิงอย่างเอ็นดู

 

 

“เจ้าชื่ออะไรรึ” เสียงแตกหนุ่มเอ่ยขึ้น

 

 

เขาเห็นว่าเด็กหญิงตรงหน้ามีอาการสั่นหนักยิ่งกว่าเดิมก็ตกใจไม่น้อย เด็กคนนี้กลัวเขาขนาดนั้นเลยหรือนี่

 

 

“ค-คือ…” เว่ยอิงถามด้วยน้ำเสียงสั่นกว่าปกติ“ต-ตรงนี้…ม-มัน หนะ-หนาวค่ะ” จะหนาวก็ไม่แปลกมั้ย ก็ตอนนี้เธอยืนอยู่หน้าประตูจะเดินขึ้นไปอีกก็ไม่ได้เพราะกลัวหลานหลี่จวินจ้วกท้องทีเผลอ

 

 

หวังเหยามองเด็กหญิงด้วยสีหน้าประหลาดใจก่อนจะปล่อยขำออกมากับท่าทางที่นางแสดงออก นางไม่ได้กลัวเขา แต่แค่หนาวเองหรอกหรอ

 

 

เด็กคนนี้ตลกเสียจริง

 

 

“เว่ยอิง” เสียงทุ้มเย็นที่ยังไม่แตกหนุ่มเอ่ยตอบ

 

 

“ตระกูลเว่ยงั้นรึ” หวังเหยายืนขึ้นเต็มตัวเอ่ยคุยกับบุตรชายของตระกูลหลาน

 

 

“นางกำพร้า ไม่มีตระกูล”

 

 

หวังเหยาทอดมองเด็กหญิงอย่างเห็นใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกับหลานหลี่จวินต่อ เขาเดินนำไปยังเรือนที่ตอนนี้ท่านประมุขอยู่ในทันที

 

.

 

.

 

ข้างในนี้ไม่หนาวเท่าข้างนอกอย่างที่หลานหลี่จวินบอกจริงๆด้วย แต่ก็ยังหนาวอยู่ดีสงสัยยังไม่ชินล่ะมั้ง ตอนนี้เธอกับเด็กผู้ชายทั้งสองกำลังเดินผ่านลานประลองอะไรสักอย่างที่เป็นสนามหินกว้างๆอยู่ เธอเห็นคนใส่เสื้อสีขาวฟ้าคล้ายกับของหลานหลี่จวินกำลังฟันดาบกันอย่างเมามันอีกด้วยด้วย

 

 

คนพวกนี้ถึกกันจริง

 

 

ระหว่างทางมีบ้านทรงจีนโบราณตั้งเรียงรายกันสวยงาม บ้านทรงจีนสีขาวสะอาดตากับเมืองหิมะเอลซ่าดูเข้ากันดีไม่น้อยเลยนะเนี้ย

 

 

ตอนอ่านก็พอรู้มาอยู่หรอกว่าบ้านตระกูลหลานเป็นเมืองหนาว มีหิมะ แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะสวยและหนาวขนาดนี้เหมือนกัน

 

 

เดินมาสักพักก็เจอเข้ากับบ้านสีขาวที่ใหญ่กว่าปกติกับชายสูงวัยคนหนึ่งกำลังยืนลูบเคราตัวเองเหมอมองอะไรบางอย่างอยู่ สงสัยจะเป็นดอกเหมยอย่างที่หวังเหยาเคยบอก

 

 

“หลี่จวินเคารพท่านพ่อขอรับ” หลานหวี่จวินก้มโค้งเคารพผู้อาวุโสสูงสุดประจำตระกูล ตามด้วยหวังเหยาที่โค้งเคารพเช่นกัน

 

 

ฉันที่เห็นเด็กหนุ่มสองคนทำก็ทำตามบ้าง ถึงจะทำไม่เป็นแต่เรื่องไหลตามน้ำแบบนี้เธอถนัดนะบอกไว้ก่อน ไม่งั้นจะเป็นหัวขโมยหนีตำรวจมาได้ไงล่ะ

 

 

หลานหลี่เฉียงมองบุตรชายและศิษย์เอกอย่างอ่อนโยนแต่ยังแฝงไปด้วยความองอาจและหยิ่งทระนงอยู่ไม่น้อย แต่ก็เหลือบไปเห็นเด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่หลังบุตรชายก็อดนึกแปลกใจและสงสัยในตัวเด็กคนนี้ไม่ได้

 

 

“หลี่จวินเจอเด็กคนนี้อยู่กลางเขาเพลิงเมฆา นางกำพร้าจึงได้พานางมาฝากตัวเป็นศิษย์ในตระกูลขอรับ” คำพูดยาวเยียดที่นานครั้งจะได้ยินจากบุตรชายทำให้หลานหลี่เฉียงลอบยิ้มออกมาบางเบาแทบจะจับสังเกตไม่ได้

 

 

“เจ้าชื่ออะไร” คำถามเดิมๆที่เคยเจอก่อนหน้านี้ออกจากปากท่านประมุขหลานอีกครั้งทำให้เว่ยอิงแทบจะกรอกตาอย่างเบื่อหน่าย นี่ไม่ใช่ว่าเธอเจอคนอื่นก็ต้องแนะนำชื่อตัวเองซ้ำๆแบบนี้อีกใช่มั้ย

 

 

“ว-เว่ยอิง...แต่ไม่ใช่คนตระกูลเว่ยนะคะ แค่ชื่อเว่ยอิงเฉยๆ” น้ำเสียงลุกลนกับภาษาประหลาดสร้างความตลกให้กับท่านประมุขหลานไม่น้อย

 

 

มุมปากเผยยิ้มเอ็นดูขึ้นมาให้กับเด็กหญิงตัวน้อยที่ชื่อเว่ยอิงอย่างไม่ปกปิด ทำให้หลานหลี่จวินและหวังเหยาเริ่มทำตัวไม่ถูกกับบรรยากาศที่พึ่งได้พบเจอ

 

 

ท่านประมุขยิ้ม…

 

 

หาได้ยากนักสำหรับคนตระกูลหลาน

 

 

ฉันมองคนที่มีอำนาจสูงสุดกำลังลอบยิ้มสังหารมาให้ แอบกลัวอยู่ไม่น้อยเพราะหลานหลี่เฉียงค่อนข้างเหมือนครูฝ่ายปกครองสมัยประถมของเธอ

 

 

ก็นะมันฝังใจนี่ ตอนเด็กๆเธอเข้าฝ่ายปกครองบ่อยยิ่งกว่าห้องเรียนอีกเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมแถมยังไม่ยอมเข้าเรียนและแต่งตัวผิดระเบียบบ่อยๆ จะให้ทำยังไงได้ล่ะก็ญาติที่เธออยู่ด้วยเขาไม่ยอมจ่ายค่าเทอมให้น่ะสิ

 

 

รู้มั้ยการที่ต้องไปล้างจานเป็นกะละมังกับค่าแรงงานวันละสี่สิบบาท มันลำบากแค่ไหนสำหรับเด็กอายุไม่ถึงสิบขวบ

 

 

แต่ก็นะมันก็ผ่านมาแล้ว ตอนนี้เธอมาอยู่ในโลกในนิยายนี่เนอะ

 

 

“อาภรณ์สีเขียวนวลประหลาดของนาง หลี่จวินไม่เคยพบว่าตระกูลเซียนคนใดสวมใส่อาภรณ์เช่นนี้ขอรับ” หลานหลี่จวินเอ่ยขัดบรรยากาศประหลาดที่เกิดขึ้นรอบตัวเขาอย่างช่วยไม่ได้

 

 

“ไม่แปลกที่เจ้าจะไม่เคยเห็น” หลานหลี่เฉียงเอ่ยตอบ

 

 

อาภรณ์ที่เด็กหญิงผู้นี้สวมใส่อยู่นั่นไม่มีที่โลกแห่งเซียน ชิ้นผ้าสีเขียวนวลที่พลิ้วไหวงดงามกับลายเป็นเอกลักษณ์เช่นนี้เขารู้ดีว่ามีเพียงเทพชั้นสูงเท่านั้นที่จะสวมใส่ได้ จะกล่าวหาว่านางไปขโมยก็ย่อมไม่ได้เพราะหากไม่ใช่คนที่มีสายเลือดอาภรณ์งดงามเช่นนี้ก็เปรียบเสมือนอากาศที่สามารถหายไปจากร่างกายได้ทุกเมื่อ

 

 

เรื่องนี้ไม่น่าแปลกใจเท่าเหตุใดบุตรแห่งเทพจึงมาอยู่ที่พื้นโลกเช่นนี้หรือนางจะเป็นบุคคลดั่งคำทำนายที่ว่า…

 

 

“เจ้ากำพร้ารึ” หลานหลี่เฉียงเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้น้ำเสียงค่อนข้างนุ่มนวลกว่าปกติไม่น้อยทำให้เว่ยอิงรู้สึกเบาใจขึ้นมานิดหน่อยก่อนจะพยักหน้าตอบกลับท่านประมุขไป

 

 

“แล้วเจ้าอยากมีครอบครัวหรือไม่”

 

 

คำถามนี้ค่อนข้างสร้างความตกใจให้กับเด็กทั้งสามเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเว่ยอิงที่แทบจะโดนคำถามนี้แทงเข้าไปในจิตใจ

 

 

ตลอดชีวิตเธอไม่เคยมีครอบครัวแบบที่บ้านอื่นมีกัน เธอมีเพียงญาติที่รับเลี้ยงไว้เพราะเงินประกันบางอย่างที่พ่อแม่เธอทำ การเอาตัวรอดก็มีแค่งานล้างจานที่ได้วันละสี่สิบบาทที่แทบจะไม่พอจ่ายค่าเทอมสำหรับเด็กประถม พอโตขึ้นมาหน่อยก็ไม่ได้เรียนต่อแต่ก็แอบเข้าไปนั่งเรียนกับพวกที่เรียนพิเศษอยู่บ้าง โดนจับได้บ้างเป็นบางครั้งแต่ก็ถือได้ว่าเธอได้เรียน

 

 

พอโตขึ้นเงินประกันหมดญาติเธอก็ติดหนี้ติดสินเขาไว้ แล้วเอาตัวเธอไปขายขัดดอกจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนแทบเอาตัวไม่รอด จนมาตายเอาตอนไหนเธอก็ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

 

 

คำว่าครอบครัวหรอ?

 

 

อยากสัมผัสมันดูสักครั้งเหมือนกันนะ

 

 

ฉันพยักหน้าตอบกลับท่านประมุขอีกครั้งเป็นการให้คำตอบ เขาอาจจะหาครอบครัวดีๆให้เธอไปอยู่ด้วยก็ได้จริงมั้ย แอบตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน

 

 

หลานหลี่เฉียงยกยิ้มทันทีเมื่อคำตอบของเด็กหญิงเป็นไปตามที่เขาคิดไว้ ก่อนจะเอ่ยวาจาที่หนักแน่นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจของผู้นำตระกูล

 

 

“ต่อจากนี้ไปเด็กหญิงผู้นี้มีชื่อว่า หลานเว่ยอิง บุตรสาวคนเล็กของตระกูลหลานแห่งซูโจว”

 

 

น้ำเสียงกึกก้องดังไปทั่วสำนัก สร้างความตกใจให้กับศิษย์ที่ได้ยินเป็นอย่างมาก รวมถึงเด็กชายสองคนที่ทำตัวไม่ถูกอีกครั้งเมื่อท่านประมุขเอ่ยออกมาเช่นนี้

 

 

หลานหลี่จวินที่มองไปยังพ่อของตัวเองสลับกับเด็กหญิงที่ไปเจออยู่ในป่าอย่างงุดงงเพราะมันผิดคาดไปจากที่เขาคิดไว้ในตอนแรกเป็นอย่างมาก

 

 

หวังเหยาที่แทบจะตกใจไปแล้วหลายรอบของวันนี้ก็พยายามคุมสติตัวเองไม่ให้เตลิด ท่านประมุขหลานยิ้มยังไม่น่าเข้าใจยากกว่าการที่ท่านประมุขจะยอมรับเด็กแปลกหน้ามาเป็นบุตรง่ายๆเช่นนี้

 

 

ส่วนเว่ยอิงน่ะหรอ

 

 

ช็อคจนกู่ไม่กลับแล้ว

 

 

หลานหลี่เฉียงลูบเคราตัวเองลอบมองเด็กทั้งสามที่แสดงสีหน้าแตกต่างกัน แต่ความหมายของมันคงไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก ใครมันจะกล้าให้บุตรสาวของเทพชั้นสูงมาเป็นเพียงศิษย์ในสำนักกัน ขืนทำเช่นนั้นมีหวังตระกูลหลานคงสิ้นชื่อในตระกูลเซียนเป็นแน่ แถมเด็กคนนี้ยังน่ารักน่าเอ็นดูเสียขนาดนี้

 

 

ถือว่าเลี้ยงดูไว้ก็ไม่เสียหายอะไร

 

.

 

.

 

.

 

ใครรอฉากพ่อหวงลูกสาว มีแน่นอนค่ะ

ปล.ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายของวันแล้วนะคะ ฝนตกดูแลสุขภาพกันด้วยนะทุกคน พรุ่งนี้เราจะมาอัพต่ออีกนะคะ เราขอหลบหนีฟ้าร้องก่อน55555

 

 

แก้ไขเมื่อ 29/05/2563

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 126 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #77 Maoyu-i (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 14:46
    น่าติดตามค่ะ

    ว่าแต่เป็นลูกสาวซะแล้ว งี้จะจับจิ้นกับพี่ชายไม่ได้แล้วสิเนี่ย
    #77
    0
  2. #26 Supriya (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 20:37
    คำว่า ซื่อสัตว์>>ซื่อสัตย์ กับตรงคำนาย ต้องเป็นคำทำนายรึเปล่าคะ สนุกดีค่ะไรท์ น่าติดตาม น้องงงมาก และมีครอบครัวแบบงงๆ555 ขอบคุณนะคะ
    #26
    1