配角 แค่ตัวประกอบข้ายังไม่ได้เป็น

ตอนที่ 2 : บทที่1 : แค่ตัวประกอบข้ายังไม่ได้เป็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,284
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 114 ครั้ง
    29 พ.ค. 63

 

 

บทที่1

แค่ตัวประกอบข้ายังไม่ได้เป็น (2)

 

 

ฉันมองเด็กชายเจ้าของถิ่นที่แท้จริงสลับกับเจ้าลิงน้อย…ที่ตอนนี้หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ทีเรื่องแบบนี้เร็วเชียวนะ ตอนขอกล้วยน่ะลีลาอยู่ได้ ฝากไว้ก่อนเถอะ

 

 

“หรือเจ้าจะมาขโมยหญ้าฟื้นฟูของตระกูลข้า”

 

 

“แล้วฉันจะขโมยหญ้าไปทำไมเล่า!” หญ้าชื่อประหลาดนั้นฉันจะเอาไปทำไมก่อน ไม่ใช่ควายนะถึงจะกินหญ้าอ่ะ

 

 

“เขาเพลิงเมฆาเป็นถิ่นต้องห้าม เจ้าเข้ามารุกรานย่อมมีความผิด” เด็กชายมองด้วยสายตาที่เรียบนิ่ง

 

 

“ไม่ได้รุกรานสักนิด ก็แค่หลงเดินเข้ามา”

 

 

“คิดว่าข้าจะเชื่อคำพูดเจ้างั้นรึ?”

 

 

เขาเพลิงเมฆาเป็นเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ในบริเวณเขตการปกครองของตระกูลหลานแห่งซูโจว เป็นเขาที่มีพืชพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์หายากมากมาย จึงได้มีเหล่าคนชั่วบางกลุ่มที่ลักลอบเข้ามาขโมยเพื่อนำออกไปขายเพราะพืชเหล่านี้ในตลาดมืดนั้นมีราคาที่สูงลิ่ว

 

 

แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีใครที่สามารถนำพืชเหล่านี้ออกจากเขาเพลิงเมฆาแห่งนี้ได้ เพราะที่นี่มีอสูรกายนามว่า โหวจื่อหลาน คอยปกป้องคุ้มครองอยู่

 

 

ราชาลิงยักษ์ที่มักจะอยู่ในร่างของลิงตัวน้อยแสนซุกซนที่มักปีนไปปีนมาตามต้นไม้ให้คนในตระกูลหลานเห็นอยู่บ่อยครั้งนั่นแหละ แต่เมื่อมีคนที่ไม่ใช่คนของตระกูลหลานที่ทำพันธสัญญาเดินวนเวียนในบริเวณถิ่นคุ้มครองของมัน ร่างอสูรกายยักษ์ก็ไม่รอช้าที่จะพรากชีวิตของคนเหล่านั้นให้กลับลงไปยังขุมนรก

 

 

“ไม่เชื่อก็เรื่องของนายแล้วกัน”

 

 

“เจ้าเป็นคนบ้ารึ?”

 

 

“ห้ะ…” ฉันมองเด็กชายตรงหน้าอย่างตกใจ คำถามที่อยู่ๆก็ถูกพูดขึ้นมาทำเอาเธอแทบไปต่อไม่ถูก นึกไม่ถึงว่าตัวเองจะกลายเป็นคนบ้าในสายตาเด็กผู้ชายไปได้

 

 

เล่นละครตามน้ำไปเลยดีไหมนะ

 

 

“ถ้าอยากให้ฉันเป็นล่ะก็…” สายตาวิบวับของเด็กหญิงสร้างความสยดสยองให้กับเขาไม่น้อย เด็กชายตัวสูงถอยหลังออกห่างจากนางในทันทีเมื่อการกระทำดูแปลกไป กระบี่ที่พกติดตัวอยู่ข้างกายชักด้ามออกมาเล็กน้อยเป็นการขู่

 

 

“อ-เออ…ล้อเล่นน่ะ”

 

 

การล้อเล่นกับเด็กคนนี้ดูท่าจะไม่เล่นแล้ว

 

 

แต่เด็กบ้าที่ไหนถือดาบแกว่งไปมาแบบนี้ล่ะเห้ย!

 

 

ฉันยกมือสองข้างขึ้นมาบังหน้าเป็นการบอกเจ้าตัวเป็นนัยว่าค่อยๆคุยกันนะ แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่สนใจแถมยังชักดาบออกมาหวังฟันเธอในทันทีอีก

 

 

ฟิ้ว

 

 

ฉันเอนตัวหลบตามสัญชาตญาณทันทีเมือเห็นสิ่งเงาวับกำลังปะทะกับตัวเอง พอหลบพ้นก็แอบเอามือกุมอกที่ตอนนี้หัวใจเต้นแรงแทบทะลักออกมาจากการที่ดาบนี่เกือบฆ่าเธอให้ตาย

 

 

เห็นหน้านิ่งๆนี่หวังฆ่ากันเลยรึไง

 

 

ฟิ้ว

 

 

ไม่ปล่อยให้คิดอะไรเพลินดาบนั่นก็เตรียมฟาดลงมาที่เธออีกครั้ง แต่เหมือนว่าชาติก่อนหนีกระสุนปืนเก่งไปหน่อยเลยหลบได้อีกครั้ง แต่ก็แอบโดนคมเล็กๆเฉียดไปที่แขนอยู่เหมือนกัน

 

 

เจ็บอ่ะ

 

 

“เดี๋ยวสิเห้ย! จะฆ่ากันเลยรึไง” ฉันพูดหลังจากได้ตอไม้ที่เคยนั่งอยู่กับเจ้าลิงน้อยเป็นที่หลบภัย

 

 

เด็กชายไม่ตอบอะไรกลับเพียงแค่มองนิ่งๆไปยังเด็กหญิงที่หลบคมอาวุธของเขาได้อย่างนึกสนุก กระบี่เสวี่ยผิงที่ไม่เคยพลาดเมื่อถูกชักออกจากฝัก แต่กลับพลาดให้กับเด็กหญิงตัวเล็กนางนี้ถึงสองครั้งสองครา ถึงเขาไม่ได้หวังจะฆ่านางก็จริงแต่การที่นางหลบคมได้อย่างแม่นยำขนาดนี้

 

 

น่าสงสัยยิ่งกว่าตอนแรกเสียอีก

 

 

“ข้าชื่อหลานหลี่จวิน…” จู่ๆเด็กชายที่ยืนเงียบหลังจากเก็บดาบก็เอ่ยพูดชื่อตัวเองขึ้นมา จะว่าไปชื่อเขาก็คุ้นๆอยู่นะ “…บุตรชายคนเดียวของประมุขหลานแห่งซูโจว”

 

 

หลานหลี่จวินมองดูเด็กสาวที่ขมวดคิ้วเป็นปมเหมือนกำลังใช้ความคิด นางอาจจะคิดหาทางหนีไปจากเขาหรือยังไงก็เรื่องของนาง เพราะที่เขาบอกชื่อนางก็เพราะให้นางสำนึกเสียทีว่ากำลังพูดอยู่กับผู้ใด

 

 

หลานหลี่จวินในวัยสิบสองปี กำลังใช้ชื่อเสียงของตระกูลข่มขู่เด็กหญิงนางนี้อยู่

 

 

ฉันที่พยายามคิดว่าไปคุ้นชื่อของเด็กชายคนนี้มาจากไหนอยู่นานสองนานนั้นก็แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเองเท่าไหร่เพราะไอ้ชื่อหลานหลี่จวินของเด็กผู้ชายที่ไล่เอาดาบฟันเธอเมื่อกี้

 

 

คือชื่อของตัวละครตัวหนึ่งในนิยายที่เธอเคยอ่าน!

 

 

หลานหลี่จวินคือตัวประกอบในนิยายเรื่อง ข้ามันก็แค่ตัวประกอบ นิยายแปลจีนชื่อดังเรื่องเดียวที่ฉันเคยอ่านตอนอยู่กับญาติชั่วนั่น ถ้าจำไม่ผิดล่ะก็เขาเป็นหัวหน้าทัพปราบมารฝีมือดีในเรื่องและยังเป็นเพื่อนสนิทซี้ปึกกับจินหนิงเหอพระเอกของเรื่องนั้นอีก

 

 

ตอกย้ำความคิดที่ว่าฉันทะลุมาอยู่ในนิยายเรื่องนี้ได้ดีเลยก็คือ เขาเพลิงเมฆา ที่เขาพูดถึงตั้งแต่เจอฉันครั้งแรกมันก็คือเขาที่มักจะเกิดเรื่องอยู่ตลอด แถมยังเป็นไอเทมฮิตที่พระนางมักจะมาพลอดรักกันอีก

 

 

ก็เริ่มพอประติประต่อเรื่องได้นิดหน่อยอยู่หรอกนะ แต่ไอ้การที่หัวหน้าทัพปราบมารที่ยังอยู่วัยระอ่อนนี่เอาดาบไล่ฟันเธอแทบเอาตัวไม่รอดมันหมายความว่ายังไง

 

 

“รู้อยู่หรอกนะว่าเป็นใครแต่การเอาดาบมาไล่ฟันกันแบบนี้มันใช่เรื่องหรอ”

 

 

“ศัตรูต้องกำจัด” คำตอบของเด็กชายทำเอาเธอแทบไปต่อไม่ถูกอีกครั้ง

 

 

เขาเห็นเธอเป็นศัตรูไปแล้วใช่มั้ยเนี้ย

 

 

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ฉันก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงนะ” หลานหลี่จวินกระตุกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกลับไปทำสีหน้าเรียบนิ่งดังเดิม

 

 

“เจ้าเป็นใคร” คำถามที่เหมือนจะเคยได้ยินถูกพูดขึ้นมาอีกครั้ง

 

 

“คนที่หลงเข้ามาไง”

 

 

“ชื่อ”

 

 

“ชื่อ?” ฉันย่นคิ้วด้วยความสงสัย

 

 

เหมือนว่าที่หัวหน้าทัพวัยระอ่อนจะอยากรู้ชื่อเธอขึ้นมา แต่จะว่าไปเธอก็เป็นคนไทยมาก่อนแถมชื่อเก่าที่เคยใช้มาก็ไทยจ๋ามากด้วยสิ ถ้านี่เป็นนิยายจีนโบราณมีหวังพูดชื่อนั้นออกไปก็คงไม่พ้นไอ้ดาบที่เจ้าตัวถืออยู่ฟาดลงมาอีกแน่

 

 

ชื่อจีนนี่มีชื่ออะไรนอกจากตี๋กับหมวยมั้ยนะ จะให้จิ๊กชื่อตัวละครจีนสักตัวมากก็เคยอ่านแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวด้วยสิหรือจะเอาเป็นซีรีส์จีนดี

 

 

เคยจำชื่อใครได้ที่ไหนล่ะ!

 

 

แต่เดียวนะมีช่วงหนึ่งที่มีซีรีส์จีนดังมากๆเข้าไทยไม่ใช่หรอ จำได้ว่าตอนหลบอยู่ข้างตึกมีเด็กวัยรุ่นพูดถึงเรื่องนี้อยู่ อะไรนะชื่อที่ว่า

 

 

กึก

 

 

เสียงดาบออกจากฝักดังขึ้นอีกครั้ง เด็กนี่ก็จะฆ่ากันอย่างเดียวเลยรึไงกัน

 

 

ให้เวลาคนแก่ในร่างเด็กแบบฉันคิดหน่อยสิเห้ย!

 

 

ไม่นานเสียงดาบที่หลุดออกจากฝักก็ดังขึ้นกระแทกหูฉันพอดี๊พอดีกับที่ฉันนึกชื่อตัวละครตัวนั้นออก

 

 

“เว้ยอิง!” เสียงที่เพี้ยนจากการตกใจกลัวดังขึ้น“ช-ชื่อ ว-เว่ยอิง บอกชื่อแล้วก็เก็บดาบนายลงด้วย”

 

 

หลานหลี่จวินมองอย่างเรียบนิ่งก่อนจะเก็บกระบี่ของตนเขาฝักไปตามเดิม

 

 

ฟู้ว…เกือบตาย

 

 

เกิดมาตลอดยี่สิบปี เสี่ยงตายมาก็ไม่น้อยแต่ก็ไม่เคยเสี่ยงในระยะประชิดขนาดนี้ กระสุนปืนน่ะลูกเล็กๆเองนะ ยิงมาก็หาอะไรกั้นไว้ก็รอดแล้ว แต่นี่ดาบใหญ่เบ้อเร่อหลบพ้นยากจะตาย ไม่แน่ฟันตอไม้นี่ขาดกระจุยไปพร้อมๆกับหัวฉันด้วยซ้ำ

 

 

ถามว่าชื่อเว่ยอิงมาจากไหน ก็มาจากเด็กวัยรุ่นที่เคยพูดชื่อนี้มากระทบหูนั่นแหละ ที่จริงมีอีกคนนะเหมือนจะชื่อหลานจ้าน แต่จะให้ชื่อหลานจ้านก็กลัวว่าเด็กนี่คงไม่ยั้งดาบเก็บแบบนี้แน่แถมน่าจะฟันซ้ำๆเพราะฉันดันเอาชื่อตระกูลเขามาแอบอ้าง

 

 

“ตระกูลเว่ย?” ฉันเบิกตาทันทีเหมือนพึ่งนึกอะไรขึ้นมาได้

 

 

จริงสิ ตระกูลเว่ยในนิยายเรื่องข้ามันก็แค่ตัวประกอบที่เธอทะลุมาอยู่มันก็มีนี่ แถมยังเป็นตระกูลของคุณหนูเว่ยตัวร้ายของเรื่องอีกด้วย

 

 

แถไปคงเนียนอยู่หรอกมั้ง

 

 

ใช่มั้ย

 

 

“ไม่ใช่คนตระกูลเว่ยหรอก แค่ชื่อเว่ยอิงน่ะ”

 

 

“งั้นรึ” หลานหลี่จวินเอ่ยเสียงเบา “แล้วเจ้าเป็นคนของตระกูลใด ข้าจะได้ให้คนตระกูลหลานไปส่งที่เมืองของเจ้าถูก”

 

 

นั่นสิ ฉันเป็นคนของตระกูลไหนกัน เสื้อผ้าที่ใส่ตอนนี้เป็นสีเขียวสีที่ไม่มีปรากฏในนิยายเลยแม้แต่ฉากเดียวและฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าทำไมตัวเองถึงได้มาโผล่ในที่แบบนี้แทนที่จะเป็นนรกหรือสวรรค์อย่างที่เข้าใจ จะว่าโผล่มาเป็นนางเอกก็ไม่น่าจะใช่ เพราะนางเอกเป็นคนตระกูลเจียงที่มีเสื้อสีแดงที่มีลายเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล

 

 

แล้วฉันเป็นใครในโลกนี้กันล่ะ…

 

 

“ไม่มีตระกูลหรอก ดูจากสีเสื้อสิไม่มีใครใส่แบบนี้ให้เห็นใช่มั้ยล่ะ พ่อแม่ก็ไม่น่าจะมีหรอก…มั้ง ที่รู้คือตอนนี้คือฉันมาโผล่ที่นี่แล้ว มายังไงก็ไม่รู้ด้วยหรอกนะ แต่ถ้ามันผิดมากจะฆ่าฉันเลยก็ได้ ดูเหมือนนายก็อยากฆ่าฉันเต็มทนแล้ว สัญญาว่าจะไม่เป็นผีไปหลอกให้กลัว แต่เซ่นของกินมาให้หน่อยก็ดีนะ”

 

 

หลานหลี่จวินที่ยินฟังคำพูดประหลาดๆที่พ่นออกจากปากของเด็กหญิงคนนี้ น้ำเสียงที่โศกเศร้าที่เหมือนพยายามเก็บเอาไว้ทำให้เขาเริ่มที่จะใจอ่อนมาเล็กน้อย แววตาที่เรียบเฉยที่แผ่จิตสังหารออกมาในตอนแรกเปลี่ยนเป็นแววตาที่นิ่งเฉยปกติ

 

 

เด็กหญิงคนนี้ไม่มีตระกูลคงจะหมายถึงตระกูลของนางถูกทำลายลง พ่อแม่นางอาจจะเสียชีวิตไปกับศึกนั้น อาภรณ์แปลกตาเช่นนี้คงจะเป็นอาภรณ์ประจำตระกูลและที่ไม่เหมือนผู้ใดก็หมายถึงว่านางคือผู้รอดคนสุดท้าย การที่นางถูกนำมาทิ้งไว้ที่ปากเขาเพลิงเมฆาเช่นนี้ คนที่ทำลายครอบครัวนางคงต้องการใส่ร้ายป้ายสีให้กับตระกูลหลานเป็นแน่

 

 

พวกชั่วนั่นช่างกล้ายิ่งนัก

 

 

ฉันมองเด็กชายที่กำดาบในมือเเน่นกว่าเดิมแต่ก็มีทีท่าทางเปลี่ยนไปเล็กน้อยก็แอบขนลุกอยู่เหมือนกัน ก็รู้อยู่หรอกนะว่าหล่อเพราะตอนอ่านนิยายก็แอบหวีดอยู่เหมือนกัน แต่ภาพตอนโดนไล่ฟันยังติดตาอยู่เลยนี่สิ

 

 

ถึงจะหล่อแต่โหดขนาดนี้เว่ยอิงก็ไม่ไหวเหมือนกันค่ะ

 

 

“ตามข้ามา ข้าจะพาเจ้าไปพบกับท่านประมุข” ว่าจบหลานหลี่จวินก็เดินนำข้าไปในป่า

 

 

ฉันมองอย่างไม่เข้าใจอะไรเท่าไหร่ แต่ก็ยอมเดินตามออกไปเพราะไม่รู้ว่าอยู่ที่นี่เธอจะรอดหรือจะอดตายในป่าก่อน

 

 

แต่ก็แอบหวั่นใจอยู่เหมือนกันที่จะได้เจอกับประมุขของตระกูลหลานที่ในนิยายบรรยายไว้จนเธอแทบจะแต่งตั้งเขาเป็นศาสดาคนใหม่ของโลก

 

 

ขนาดหลานหลี่จวินที่เป็นลูกยังไล่เอาดาบฟาดเธอขนาดนี้

 

 

คนพ่อไม่ใช่ว่าพอเธอก้าวเข้าบ้านปุ๊ปสาปเธอตายเลยนะเห้ย

 

.

 

.

 

.

 

หลานหลี่จวินดุนะ เว่ยอิงไหวหรอ?

 

 

แก้ไขเมื่อ29/05/2563

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 114 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #76 tal_1912 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 14:36
    น้องมีฮาเร็มมั้ย
    #76
    0
  2. #2 usimanas (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 11:14

    ขออนุญาต แนะนิดนึงค่ะ เว่ยอิง...อายุไม่ถึง 5 ขวบ น่าจะใช้คำว่าเด็กหญิง มากกว่า เด็กสาวนะคะ 🙂

    #2
    1