ตอนที่ 8 : หมั้นหมาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 263 ครั้ง
    28 พ.ค. 62

วูบบบบ

ประตูมิติเปิดขึ้นบริเวณมุมห้องอาหาร แล้วมีคนสองคนก้าวออกมา เหล่าองค์รักษ์เตรียมสู่โจมทันที. องค์รักษ์คนนึงปฏิกิริยารวดเร็ว ชักดาบบุกโจมตีบริเวณลำคอ เจตยกมือหยุดดาบ แล้วผลักองค์รักษ์คนนั้นลอยถอยออกไปเบาๆ

" ใจเย็นๆสหาย. ศัตรูยังไม่ได้มา. และท่านยังไม่ต้องใช้ดาบในตอนนนี้..." เจตพูดออกมายิ้มๆ

เมื่อเห็นชัดว่าเป็นเจต ราชาอีริค ก็โบกให้องค์รักษ์วางอาวุธลง.

" ท่านเจตกลับแล้ว...พอดีเลยเรากำลังทานอาหารกันพอดี...มาทานด้วยกันสิ.."ราชาอีริคกล่าวพร้อมผายมือเชิญนั่ง

" แล้ว..นั้นใครหรือท่านเจต.."ราชาอีริค

" นี่คือเซ็ทเป็นผู้ติดตามข้าเอง.ท่านอีริค" เจตบอกความจริงออกไป

" เช่นนั่นก็เชิญรับประทานร่วมกันเถอะ"ราชาอีริคกล่าวอย่างเป็นกันเอง

เจตหันไปพยักหน้าให้เซ็ทที่อยู่ข้างๆให้นั่งลง

" ขอบคุณขอรับนายท่าน..ยินดีที่ได้พบองค์ราชา" เซ็ทกล่าวทักทายราชาอีริคเล็กน้อยก่อนนั่งลง

" เอลี่...ข้ากลับมาแล้ว.."เจตหันไปกล่าวทักทายเจ้าหญิงเพราะสัมผัสถึงสายตาที่นางมองมา

" อื้ม..ยินดีต้อนรับกลับค่ะเจต.."เจ้าหญิงกล่างพร้อมแก้มแดงระเรื่อเล็กน้อย

ราชาและราชินี. ได้ยินสิ่งที่ทั้งสองคุยกัน ก็หันมามองหน้ากันและพยักหน้าให้ สื่อความหมายถึงอะไรบางอย่าง

" เอาละทานกันเถอะ....อ่อท่านเจตหลังทานอาหารเสร็จ. ข้าขอคุยด้วยสักครู่ได้หรือไม่"ราชาอีริคกล่าวถามเจตอย่างมีนัยะ

" ยินดี..เป็นอย่างยิ่ง.."เจตตอบอย่างยิ้มแย้ม



     หลังรับทานอาหารเสร็จเสร็จ.  ราชาอีริคก็ชักชวนเจตไปเดินเล่นในสวน..


" ท่านเจต...ถ้าข้ายกเอลีเซียให้แต่งกับท่าน....ท่านจะขัดข้องหรือไม่..."ราชาอีริคพูดขึ้นหลังเดินเงียบๆมาพักหนึ่ง

 

" ข้าไม่ขัดข้องสิ่งใดหรอก...เพียงแต่เจ้าหญิงจะยินยอมแต่งกับข้าหรือไม่..เราเพียงรู้จักกันแค่ไม่กี่วันเอง.."  เจตกล่าวอย่างใคร่ครวญ


" ข้า..ไม่อยากบังคับใจใครหรอกนะท่านอีริค...ถึงแม้ข้าจะหลงรักนางตั้งแต่...ครั้งแรกที่เจอหน้ากันก็เถอะ..."เจตกล่าวอย่างกังกล...เรื่องพวกนี้สมควรยอมรับทั้งสองฝ่ายและเกิดจากความรักเท่าน้ันเจตคิด


" 555555ท่านอาจยังไม่ทราบ..ตามประเพณีเผ่าเรา..ถ้าชายใดมอบชื่อที่ใช้เรียกเฉพาะให้แก่หญิงสาวนางใด  แล้วหญิงสาวนางนั้นยอมรับให้เรียกหา

เท่ากับเป็นการขอหมั้นและยอมรับการหมั้นหมายนั้นกลายๆ "ราชาอีริคหัวเราะชอบใจและบอกความจริงบางอย่างออกมา.  


    เจตถึงกับอ้าปากค้าง  ไม่อยากเชื่อว่าจะมีประเพเพณีเช่นนี้.....


" การที่ท่านมอบชื่อให้เอลีเซีย...แล้วนางยอมรับเท่ากับ..นางตอบรับหมั้นท่านแล้ว..ฉนั้นการแต่งานเอลีเซียต้องไม่ขัดข้องแน่นอน.."ราชาอีริคกล่าวอย่างมั่นใจ


" ถึงอย่างนั้นข้าก็อยากได้ยินจากปากเอลี่ครับ..."เจตกล่าวเพื่อจะได้สบายใจที่ไม่เป็นการบังคับนาง


" ได้..งั้นเราไปสอบถามเอลีเซียกัน"ราชาอีริคกล่าวชักชวนแล้วหันไปบออกองค์ให้ไปตามราชินีและเจ้าหญิงไปพบที่ห้องหนังสือ 

   

   หลังจากเจตและราชาอีริคมาถึงห้องหนังสือและนั่งรอครู่ใหญ่  ราชีนีเซียร่ากับเจ้าหญิงก็เข้ามาในห้อง

    

  " ท่านพี่ให้ไปตามมีอะไรหรือค่ะ.."ราชีนีเอ่ยถามราชาอีริคเมื่อมาถึง


" นั่งก่อนสิเซีย เจ้าด้วยเอลีเซีย"ราชาอีริคบอกให้ทั้งสองนั่งลง


" ค่ะท่านพ่อ.."เจ้าหญิงยิ้มเย็นแล้วนั้งลงและหันไปยิ้มให้เจต 


" ที่เรียกทั้งสองคนมาเพราะ..อยากบอกว่า..ข้าจะยกเอลีเซียให้ท่านเจต..พวกเจ้าคิดยังไง. ขัดข้องหรือเปล่า "ราชาอีริคเอ่ยถามเมื่อทั้งสองนั่งเรียบร้อยแล้ว


  " ข้าไม่มีความเห็นเป็นอื่นหรอกท่านพี่"ราชีนีเซียร่า


" ข้ายินดีค่ะ..ท่านพ่อ "เจ้าหญิงพูดพร้อมหันไปมองเจต.    และก้มหน้างุดอย่างเขินอาย.     ใบหน้าแดงจรดใบหู

  " ได้ยินแล้วนะท่านเจต...ท่านคงมั่นใจได้ว่าเราไม่ได้บังคับเอลีเซียแต่อย่างใด.." ราชาอีริค


"ได้ยินเช่นนี้ข้าก็เบาใจและยินดีอย่างยิ่ง.."เจต


" เอาเป็นว่างานแต่จะจัดขึ้นในอีก3เดือนข้างหน้า..ตรงกับวันงานฉลองก่อตั้งเมือง..ท่านเห็นว่าไงท่านเจต. " ราชาอีริคสอบถามเจตถึงวัรแต่ง


" ไม่มีปัญหาครับ.."เจตตอบอย่างยินดี


" เอาตามนั้น...พรุ่งนี้จะประกาศให้เหล่าขุนนางทราบที่ท้องพระโรง เพื่อเตรียมงาน "  ราชอีริค


" งั้นเราไปกันเถอะเซีย..ให้หนุ่มสาวเขาคุยกัน. "ราชาอีริคเอ่ยชวนองค์ราชินีแล้วลุกออกไป


" ค่ะท่านพี่..."ราชีนีตอบรับแล้วลุกตามไป


เมื่อราชาอีริคและราชีนีออกจากห้องไปแล้ว. เจตจึงหันมาสบตากับเจ้าหญิงเอลีเซียเนิ่นนานนน.


" เอลี่..ท่านยินดีจะแต่งงานกับข้าจริงหรือไม่..ถ้าท่านไม่.."เจตพูดได้แค่นั้น...เจ้าหญิงได้เอานิ้วชี้มือขวามาแตะที่ปากของเจต ในว่าห้ามพูดต่อ..พร้อมส่ายหน้าไปมา


" ไม่....เอลี่..ยินดีแล้วเต็มใจอย่างยิ่งที่จะแต่งให้แก่ท่าน...ท่านพ่อไม่ได้บังคับเอลี่แต่อย่างใด..นอกจากว่าท่านจะรังเกลียดเอลี่......ว่าเอลี่ไม่งดงามมากพอ..." เจ้าหญิงเอลีเซียบอกความในใจพร้อมตัดพ้อในที


" ไม่ๆข้าไม่มีทางรังเกลียดท่าน..ท่านงดงามกว่าหญิงใดที่เคยพบ..ท่านงดงามที่สุด...ข้ารักท่านตั้งแต่วันแรกที่เราพบกัน...รักมาตลอด..และจะรักตลอดไป..."เจตคว้ามือเจ้าหญิงมากุมไว้..พร้อมเอ่ยความในใจออกมา..เขากลัวที่จะทำให้หญิงสาวตรงต้องเสียใจ


" เอลี่..ก็รักท่าน..รักมากกว่าสิ่งใด.." ทั่งจ้องตากันเนิ่นนาน เจตโน้มหน้าเข้าใกล้..สัมผัสกับริมฝีปากนุ่มนั้นอย่างโหยหา  เจ้าหญิงหลับตามพริ้มดื่มด่ำกับความรับที่ชายตรงหน้ามอบให้  สองมือโอบกอดรอบคอเขาไว้..ลิ้นทั้งสองตวัดเกี่ยวรัดกัน..แขนทั้งสองเจต. โอบกอดร่างบางนั้นไว้  ดังสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต..ที่เขารอมานาน...ตลอด 2000 กว่าปีหลังจากเขาเฝ้ามองภรรยา. แก่ชราและตายจากต่อหน้า เจตก็ไม่กล้าจะเปิดใจให้ใครอีก..เขากลัวการสูญเสีย..สิ่งสำคัญตรงหน้าโดยช่วยอะไรไม่ได้มันช่างทรมาน....แต่ตอนนี้ไม่แล้ว..เขามีพลังมากพอจะทำให้นางได้อยู่ข้างกายเขาได้ตลอดกาล.......


   เนิ่นนานกว่าที่ริมฝีปากทั้งสองจะแยกจากกัน. แต่แววตาที่สองยังจ้องมองไม่วางตา  ทั่งสองต่างแสดงความรู้สึกทั้งหมดผ่านดวงตา คู่นั้น..


" เอลี่..เราไปเดินเล่นกัน...ข้ามีของจะให้ท่านด้วย" เจตกล่าว


" ค่ะ..."เจ้าหญิงตอบรับอย่างยินดี


   เจตกุมมือเจ้าหญิงไว้แล้วเดินมั่งหน้าไปบริเวณสวนหลวง....


" เจตมีอะไรจะให้เอลี่หรอ.." เจ้าหญิงถามเอียงคอมองเจตอย่างสงสัย กริยาน่ารักยิ่ง


" หลับตาสิ..."เจตพูดพร้อมหยุดเดินและหันหน้าเข้าหาเจ้าหญิง  ทำให้เจ้าหญิงต้องหยุดตาม  และหลับตาลงอย่างว่าง่าย  

    เจตจับมือเจ้าหญิงแบมือออก  และหยิบกำไลคู่นึงจากมิติเก็บของออกมาวางบนมือ


" ลืมตาได้"เจตพูดยิ้มๆ


  เมื่อเจ้าหญิงลืมตาขึ้นตามขึ้น ก็ต้องตกตลึง  เมื่อพบกำไลคู่นึงลวดฟ้าดำ.     ลวดลายคล้ายขนนกสวยงาม   พร้อมฝังอัญมณีสีฟ้าเม็ดใหญ่หนึ่งเม็ดและ  สีเขียวอีก สี่เม็ด. สวยงาม


" มันคือธนูวายุทะลวงฟ้า"  เจตบอกชื่อของกำไลบนมือ


" ธนู...." เจ้าหญิงทำหน้างสงสัย..


" ลองหยดเลือดลงไปดูสิ..."


   เมื่อได้ยินเช่นนั้นเจ้าหญิงจึงนำกริซ ขนาดเล็กที่พกติดตัวอยู่มากรีดตรงปลายนิ้ว และหยดเลือดลงไป. เมื่อกำไลได้รับเลือดเจ้าหญิงก็ปรากฏลมพัดหมุนวนรอบๆคนทั้งสอง  พร้อมกำไรเรืองแสงและปรากฏข้อความ 'ข้าคือสายลมที่พัดพาไปสุดขอบฟ้า" วายุทะลวงฟ้า"  เจ้าหญิงเห็นถึงกับอึ้ง....


   เมื่อเสร็จเรียบร้อย เจตจึงหยิบกำไลขึ้นมา และสวมใส่ข้อมือให้กับเจ้าหญิงทั้งสองข้าง  และลมกับสายลมก็หายไป 


  "เอลี่....ลองถ่ายพลังเวทเข้าไปและนึกถึงคันธนูดูสิ"  


 เจ้าหญิงหลับตาถ่ายพลังเวทเข้าไปในกำไล. และนึกถึงภาพธนูในมือ. กำไลเปล่งแสงประกายพร้อมคันธนูคล้ายปีกนก สีฟ้าใส สวยงามกางออกมา ส่วนข้างขวาปรากฏถุงมือสีดำ ที่สวมเฉพาะนิ้วชี้กับนิ้วกลาง ขึ้นมา  เจ้าหญิงถึงกับตลึงในความสวยงามของมัน

  

" เอลี่...ลองเหนี่ยวสายยิงดูสิ...ถ้าเอลี่เหนี่ยวสายนานสามนาที...ศรที่ปล่อยไปอาจทำลาย. เมืองขนาดเล็กได้เลยนะ."เจตอธิบาย


" ถ้ายิงปกติจะไม่มีพลังทำลายนักแต่ก็แหลมคมทะลวงได้ทุกสิ่ง  และธนูนี้ยังส่งเสริมให้คนมีธาตุลม เคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น พลิ้้วไหวขึ้น. "เจตอธิบายจนจบ ยิ่งทำให้เจ้าหญิงทึ่งในคุณสมบัติ เจ้าหญิงจึงลองเหนียวสายยิงไปที่ตเนไม้ต้นนึงในสวน  เมื่อปล่อยออกไปถูกต้นไม้มันก็ทะลุไปถูกหินประดับด้านหลังและยังทะลุเข้าไปในเนินดินอีก. เมื่อเห็นเช่นนั้นเจ้าหญิงยิ่งอึ้งถึงพลังทะลุทะลวง  


" เอลี่ชอบมากเลย..ขอบคุณนะ"  เจ้าหญิงพูดพร้อมเขย่งเท้าขึ้นหอมแก้มเจตอย่างรักใคร่  เจตถึงกับยิ้มแก้มปริ


" และมันเก็บยังไงหรอ.."เจ้าหญิงยิ้มแหยๆออกมาเพราะไม่รู้วิธีเก็บ


" เอลี่แค่ถ่ายเวทเข้าไปและนึกถึงกำไล..."เจตยิ้มขำออกมา

  

   เมื่อได้ฟังวิธีเจ้าหญิงก็ทำตาม  แล้วก็เก็บได้สำเร็จ


" เอลี่หิวแล้ว...ไปกินเนื้อย่างกันเถอะ "เจ้าหญิงเอ่ยชวนเพราะเที่ยงพอดี


" ไปครับผมก็หิวเหมือนกัน..."


แล้วทั้งสองก็เดินทางเข้าไปในเมือง......

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 263 ครั้ง

143 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 12:51
    มาถึงเมืองแรกก็ได้เมียแล้วโว้ยย สงสัยจะจัดทุกเมือง ฮ่าๆๆๆๆ
    #18
    1
    • #18-1 mOa3jung (@yanaphat01) (จากตอนที่ 8)
      3 มิถุนายน 2562 / 13:04
      อาจจะไม่ก็ได้นา
      #18-1