คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #1 : I'll see you again...
ฐานทัพมิลฟีโอเล่แฟมิลี่
ก๊อกๆๆ
“ท่านอิริเอะคะ ตื่นได้แล้วค่ะ”
แอ๊ดดด
“ท่านอิริเอะคะ สายแล้วนะคะ”
“อืมมม ขออีกสิบนาทีนะ”
ร่างบอบบางของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นถึงรองหัวหน้ามิลฟีโอเล่แฟมิลี่ยังคงนอนสลบสะไหลอยู่บนโซฟาห้องทำงานส่วนตัวของตนเองไม่แม้จะสนใจเสียงปลุกของผู้ช่วยสาวอดีตแห่งเชลเบคโลเลยสักนิด ส่วนบนหัวก็สวมเฮดท์โฟนไว้อย่างเช่นเคย
“ขอเสียมารยาทนะคะ”
เครื่องเฮดท์โฟนถูกทอดออกด้วยมือของผู้ช่วยสาวแห่งไวท์สเปล ร่างบางบนเตียงค่อยๆ ลืมตาอย่างสะลึมสะลือพรางหาวหวอดๆ ก่อนจะหยิบเสื้อแขนยาวสีขาวที่แสดงถึงการเป็นไวท์สเปลมาใส่ ร่างบางเบ้ปากอย่างไม่ชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกอึดอัดตลอดเวลาที่ใส่เข้าทำงาน
“ท่านอิริเอะพยายามอย่า...”
“ถอดเสื้อออกห่างจากตัวใช่มั้ย รู้แล้วๆ” โชอิจิพูดตัดหน้าก่อนอย่างรู้ทัน ผู้ช่วยสองสาวชอบย้ำนักย้ำหนาว่าอย่าถอดวางเสื้อไวท์สเปลออกห่างจากตัว แต่เขาก็ไม่สนหรอก แค่เสื้อจะวางไว้ตรงไหนก็สิทธิของเขานี่
“ตารางวันนี้มีอะไรบ้าง” โชอิจิถามผู้ช่วยสาว
“วันนี้มีประชุมตอนเช้ากับแบล็คสเปล หน่วย 3 ที่ห้องโถงใหญ่ค่ะ”
“อืม เดี๋ยวฉันไป พวกเธอออกไปรอข้างนอกเถอะ”
“ค่ะ/ค่ะ”
ปึง
“เฮ้อ ทำไมงานเยอะอย่างงี้นะ”
(โชจัง สายเข้าเซอร์ไพท์ ^^)
“คุณเบียคุรัน!” ร่างบางลุกขึ้นยืนอย่างตกใจ ตาก็มองไปที่จอโน๊ตบุ๊คที่ตอนนี้มีใบหน้าบอสแห่งมิลฟีโอเล่โชร์เด่นหราอยู่
(ตกใจขนาดนั้นเลยเหรอโชจัง)
“คุยกันแบบนี้เดี๋ยวก็ถูกดักฟังหรอกครับ”
(ไม่เป็นไรๆ เพราะคนที่จะต้องแก้ปัญหาเวลาเกิดเรื่องก็คือโชจัง ไม่ใช่ฉันสักหน่อย ^^)
“คุณนี่มัน - -”
(เอาล่ะๆ ว่าแต่โชจังได้ของที่ฉันส่งไปรึยัง)
“ของ?”
(ใช่ ฉันส่งของไปให้โชจัง โชจังต้องชอบมากแน่ๆ)
“ทุกครั้งคุณก็ส่งดอกแอเนโมเน่สีขาวมาให้ และคราวนี้ก็คงจะดอกแอเนโมเน่สีขาวเหมือนเดิม ผมรู้ว่าคุณคาดหวังกับงานของผม แต่ส่งมาติดต่อกันขนาดนี้ กะจะกดดันกันให้ตายเลยใช่ไหมครับ”
(โถ่ โชจัง...ไม่ใช่เรื่องงานอย่างเดียวที่ฉันคาดหวังให้มันสำเร็จ)
“แล้วเรื่องอะไรอีกล่ะครับ”
(ถ้าฉันบอกโชจังตอนนี้ก็ไม่สนุกน่ะสิ)
“งั้นคุณก็ไม่ต้องบอกผม เพราะผมจะไปแล้ว...มีประชุมตอนเช้าน่ะคัรบ”
(อ้าวเหรอ ขยันดีจังนะ ^^)
“ก็คุณไม่ใช่เหรอที่ทำให้ผมต้องเป็นอย่างนี้น่ะ”
(ดีแล้ว เพราะถ้างานเสร็จเมื่อไหร่ โชจังก็จะได้กลับมาทำงานที่ศูนย์กองบัญชาการใหญ่มิลฟีโอเล่ที่อิตาลี่ที่ที่ฉันอยู่ เวลาเกิดเรื่องอะไรจะได้มีโชจังคอยช่วยอยู่ใกล้ๆ)
“ครับๆ” ร่างบางพูดอย่างขอไปที ให้จบบทสนทนาเร็วๆ จะได้รีบไปประชุม
(อ้อ! ถ้ามานี่ก็อย่าลืมซื้อมาร์ชเมลโล่มาฝากด้วยนะโชจัง)
“ครับๆ”
ติ๊ด!
หลังจากตัดสายการติดต่อ โชอิจิก็หันไปมองถุงขนมขนาดใหญ่ที่ซื้อสะสมไว้ทุกวันจนตอนนี้ถุงขนมที่ทับกองกันมีขนาดใหญ่แทบจะท้วมหัวเขาอยู่แล้ว
ร่างบางเดินไปยังกองถุงขนมกองใหญ่ แล้วหยิบขึ้นมาดูหนึ่งถุง ก่อนจะมองซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเริ่มงงกับตัวเองว่าเป็นบ้าอะไรถึงต้องมายืนจ้องถุงมาร์ชเมลโล่
“ท่าจะบ้าแฮะเรา
มันก็แค่ถุงขนม”
เวลาที่บอสแห่งมิลฟีโอเล่ติดต่อมาทีไรก็บอกตลอดว่าอย่าลืมซื้อมาร์ชเมลโล่มาฝากด้วย ทำให้ร่างบางรู้สึกหงุดหงิดไม่เบา เลยสั่งให้ลูกน้องไปซื้อมาให้ทุกๆ วัน จนมีขนาดที่ใหญ่เท่ากับลูกอุกาบาตรนี่แหละ กะประชดเต็มที่...แต่ก็ไม่ได้ประชดอย่างเดียวหรอก ในใจร่างบางก็คิดอยากซื้อไปฝากเยอะๆ อยู่แล้ว ถ้าบอสแห่งมิลฟีโอเล่เห็นซื้อมาเยอะขนาดนี้คงจะดีใจใช่น้อย
2 อาทิตย์ต่อมา
*โลกอนาคต อิตาลี่ 08:10 PM.
ร่างบางในชุดนอกเวลาทำงานยืนอยู่กลางสนามบินที่มีคนเดินพลุกพล่านไปมาจนมองไม่ออกว่าใครเป็นใครหลังจากเพิ่งลงมาจากเครื่องหมาดๆ พรางหันซ้ายหันขวามองหาใครบางคน
“โชจัง ทางนี้ๆ”
เสียงเรียกจากทางด้านหลังทำให้โชอิจิหันไปมอง แล้วก็เห็นใครคนนั้นที่เขาบอกว่าไม่ต้องมารับแต่เจ้าตัวก็ดื้อที่จะมา ร่างสูงของเบียคุรันยืนโบกไม้โบกมืออยู่ไม่ไกล ก่อนที่จะวิ่งมาหาเขา
“ผมบอกแล้วใช่ไหมครับว่าไม่ต้องมา กะแล้วว่าคุณต้องไม่ฟัง”
“เอาน่าๆ โชจังมาอิตาลี่ทั้งทีถ้าฉันไม่มารับก็ดูจะใจร้ายไปหน่อย”
“ผมจะรู้สึกดีกว่านี้ถ้าคุณไม่มารับ - -”
“ทำไมล่ะ ไม่ดีใจรึไงที่ฉันมารับ เสียใจนะ”
ร่างบางมองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อ คำพูดกับหน้าตานี่คนละเรื่องเลย เสียใจแต่ไหงถึงได้ยิ้มร่าหน้าบานเป็นจานดาวเทียมอย่างนั้นกัน
“แล้วนี่มาทั้งๆ ชุดทำงานเลยเหรอครับ” โชอิจิพูดพรางมองร่างสูงตั้งแต่หัวจรดเท้าที่ยังคงใส่เครื่องแบบของไวท์สเปลอยู่
“อ่าฮะ จริงๆ ก็ไม่ได้งานเยอะขนาดไม่มีเวลาเปลี่ยนชุด แต่ขี้เกียจเปลี่ยนเฉยๆ น่ะ” ร่างสูงพูดด้วยท่าทางสบายๆ
ร่างบางมองร่างสูงอย่างเหลือเชื่อ เป็นถึงบอสมิลฟีโอเล่แฟมิลี่แต่ขี้เกียจเปลี่ยนเสื้อผ้า? ให้ได้อย่างนี้สิ
ขณะที่ร่างบางกำลังนินทาร่างสูงอยู่ในใจเพลินๆ มารู้ตัวอีกทีก็เห็นร่างสูงของเบียคุรันถือกระเป๋าเดินทางของตัวเองเดินนำไปนู้นแล้ว โชอิจิได้แต่ยืนงงปนอึ้งว่าร่างสูงเอากระเป๋าตัวเองไปถือตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ร่างบางก็ไม่รีรอชักช้าก่อนจะรีบวิ่งตามแผ่นหลังนั้นไป
*โลกอนาคต ศูนย์กองบัญชาการใหญ่มิลฟีโอเล่ อิตาลี่
“อ๊ะ ท่านอิริเอะสวัสดีค่ะ มาถึงนานยังคะ”
“เพิ่งมาถึงน่ะ ว่าจะเอาของไปเก็บที่ห้องก่อน แล้วค่อยลงมาบอกทุกคนเรื่องที่ฉันกลับมาจากญี่ปุ่น” โชอิจิหันไปตอบกับสาวไวท์สเปลคนหนึ่งที่เข้ามาทักขณะเดินสวนกันระหว่างทาง
“อ๋อค่ะ แล้วได้เจอกับท่านเบียคุรันยังคะ”
“เจอแล้วเมื่อกี้ แต่เห็นบอกว่าจะไปเอาของ” ร่างบางตอบไปทั้งๆ ที่ในใจก็คิดอยากจะบอกจริงๆ เลยว่าเจอทันทีที่ลงจากเครื่อง แต่ก็ทำได้แค่คิดในใจ
“เฮ้อ ฉันมีเรื่องจะรายงานท่านอิริเอะด้วยค่ะ ตั้งแต่ที่ท่านอิริเอะไปประจำการอยู่ที่ญี่ปุ่น สปาน่าเขาก็ทำงานไม่ค่อยสะดวกเลยค่ะ มีผู้ช่วยหลายคนไปช่วยแต่ก็ถูกไล่กลับมาตลอด เขาบอกว่ามีก็เหมือนไม่มี ผู้ช่วยที่เราส่งไปช่วยอะไรไม่ได้สักอย่าง จับอุปกรณ์ก็ผิด ทำให้มีผลกระทบต่อระบบไอทีค่อนข้างมากเลยล่ะค่ะ”
ไวท์สเปลสาวรายงานโชอิจิด้วยใบหน้าที่เศร้านิดๆ เพราะระบบไอทีถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดของมิลฟีโอเล่แฟมิลี่ ถ้าระบบไอทีไม่ดีก็ส่งผลกระทบต่อหลายๆ ด้าน แต่ก่อนตอนที่เขายังไม่ได้ไปประจำการอยู่ที่ญี่ปุ่น เขากับสปาน่าจะทำงานร่วมกัน ใครๆ ก็รู้ว่าเขากับสปาน่าเก่งด้านนี้ทั้งคู่ ทำให้ระบบไอทีตอนนั้นอยู่ระดับที่ดีเยี่ยมจนศัตรูก็บุกเข้ามาในนี้ไม่ได้ ใครๆ ก็รู้ว่ามิลฟีโอเล่แข็งแกร่งที่สุดในเรื่องไอที
“หืม งั้นเหรอ ไม่เห็นรู้มาก่อนเลยว่าสปาน่ามีปัญหาอยู่”
ประโยคเมื่อกี้ถึงกับทำให้ร่างบางสะดุ้ง เพราะคนที่พูดไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเบียคุรันบอสแห่งมิลฟีโอเล่ ไม่รู้ว่าร่างสูงเดินมาอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แค่ว่าสาเหตุที่ทำให้ร่างบางสะดุ้งไม่ใช่ตกใจที่จู่ๆ เขาก็โผล่มาอย่างเดียว แต่เป็นเพราะ...ริมฝีปากของร่างสูงที่พูดอยู่ข้างๆ หูเขาอีกด้วย
“คะ...คุณเบียคุรัน”
“ไง ^^”
“สะ...สวัสดีค่ะ”
“ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้”
“ค่ะ”
“มีอะไรกับโชจังอีกรึเปล่า”
“อ๋อ ไม่มีค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” เธอพูดก่อนจะรีบวิ่งออกมาจากบริเวณนั้น
“คุณเบียคุรันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย”
“ทำไมเหรอ”
“เปล่าครับ”
ขณะที่ร่างบางจะก้าวเดินไปข้างหน้าก็ถูกท่อนแขนแกร่งของคนข้างหลังคว้าตัวไว้ก่อน ร่างบางตกใจจนทำ
กระเป๋าเดินทางตกลงพื้นก่อนจะดิ้นขลุกขลักไปมาให้พ้นจากการเกาะกุมของร่างสูง ใบหน้าของคนในอ้อมแขนเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อรู้สึกถึงอ้อมแขนที่รัดแน่นขึ้น
“โชจังจะไปไหน”
“ผม...จะเอากระเป๋าไปเก็บที่ห้อง”
“แล้วต่อจากนั้นล่ะ”
“ก็ว่าจะไป...ดูสปาน่าหน่อยน่ะครับ”
“งั้นเหรอ”
“อะ...เอ่อ...คุณเบียคุรัน”
ร่างบางเริ่มอึกอักทำตัวไม่ถูก เพราะตอนนี้ร่างสูงก้มซบไหล่ร่างบางใบหน้าก็ซุกแถวๆ ลำคอขาว ร่างบางใบหน้าเริ่มแดงจัดขึ้นเรื่อยๆ เพราะยิ่งพยายามดิ้นเท่าไหร่ก็รู้สึกถึงใบหน้าและเส้นผมของร่างสูงที่สัมผัสต้นคอมากเท่านั้น
“คุณเบียคุรัน ปล่อยผมเถอะ...ครับ”
“ทำไมล่ะโชจัง”
เพราะใบหน้าที่ซุกอยู่แถวๆ ซอกคอ ทำให้ลมร้อนเวลาร่างสูงพูดกระทบเข้ากับลำคอเต็มๆ เรียกความรู้สึกร้อนพล่านไปทั้งตัว แม้แต่แรงยืนก็แทบจะไม่มี
“ขะ...ขอร้อง ปล่อยผมเถอะ ถ้า...มีใครมาเห็นมันจะดูไม่ดีนะครับ” ร่างบางพูดด้วยน้ำเสียงเว้าวอน
แต่เหมือนคำพูดของร่างบางไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย เพราะทันทีที่พูดจบก็รู้สึกถึงริมฝีปากที่ประทับจูบลงเบาๆ ที่ซอกคอ ก่อนจะใช้ปลายจมูกลากไปมา
“คุณเบียคุรัน!”
“ไม่เอาน่าโชจัง อย่าขึ้นเสียงสิ”
“ตะ...แต่...ผม”
“แค่นี้ก็เสียงสั่นแล้วเหรอ หืม”
ร่างบางของโชอิจิทรุดฮวบลงพื้น แต่ยังไม่ทันที่ร่างนั้นจะถึงพื้นก็ถูกร่างสูงของเบียคุรันประคองรั้งไว้ก่อน เบียคุรันได้แต่ยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นใบหน้าของร่างบางชัดๆ แดงซะยิ่งกว่ามะเขือเทศสุกซะอีก แสดงว่า...ยังไม่เคยสินะ
“ไม่อยากเชื่อ อยู่นู่นนึกว่าจะเสร็จใครแล้วซะอีก”
“พูดอะไรของคุณ” โชอิจิพยายามบังคับตัวเองไม่ให้เสียงสั่น เพราะไม่อยากเสียฟอร์มแม้ตอนนี้มันแทบจะไม่มีแล้วก็ตาม
“โอเคๆ ฉันไม่แกล้งโชจังแล้วก็ได้”
“นี่คุณ!” ร่างบางรีบผลักคนตรงหน้าออกห่าง แล้วจ้องอย่างโมโห เพราะแกล้งอะไรไม่เข้าท่าทำให้ร่างบางฟิวขาดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นานๆ ทีในรอบร้อยปีก็ว่าได้ที่ร่างบางจะเกิดอาการแบบนี้
“โอ๊ะโอ ฉันทำให้โชจังฟิวขาดแล้วเหรอเนี่ย” ร่างสูงพูดทีเล่นทีจริง ก่อนจะผงะเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของคนตรงหน้าไม่ได้มีแววจะเล่นด้วยเลย
“คุณจะเล่นแบบนี้กับใครผมไม่ว่า แต่อย่ามาเล่นกับผม...ผมไม่ชอบ! อยู่ที่ญี่ปุ่นผมเอาแต่ทำงาน มานี่ขอให้ผมได้พักบ้างเถอะ หวังว่าคุณเบียคุรันจะเข้าใจนะครับ ผมไม่ได้ว่างตลอดเวลาเหมือนกับคุณตลอดนะครับ” ว่าจบร่างบางก็รีบถือกระเป๋าและสาวเท้าออกมาจากบริเวณนั้นอย่างเร็ว
ไอ้การกระทำเมื่อกี้ถึงจะบอกไม่ชอบก็เฮอะ...แต่ทำไมในใจถึงรู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้แฮะ ไม่เข้าใจตัวเองเลย ตั้งแต่วันที่ยืนจ้องถุงมาร์ชเมลโล่แล้ว แต่...ไม่ว่ายังไง ก็ต้องทำแผนนี้ให้สำเร็จ...เพื่อวองโกเล่!
ความคิดเห็น