end; ฝนสีเงิน | chanbaek

ตอนที่ 9 : CH.8 | 921

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    20 ก.พ. 60








CH.8 | 921 








พลัดพราก จากกัน ฉันสลาย

พลัดหลง งมงาย คล้ายความฝัน

พลัดห่าง ลางพบ บรรจบกัน

พลัดแล้ว พลัดพลัน เช่นนั้นฤๅ

...

 

 

หญิงสาวล้วงมือข้างหนึ่งกำผลเอคอร์นในกระเป๋าเสื้อโค้ทไว้แน่นจนห้อเลือด มืออีกข้างกำลังโบกลาเด็กหนุ่มที่ร่ำร้องอยู่ภายในรถไฟขบวนเช้าของวันหยุด หน้าต่างรถไฟฉายภาพหยดน้ำตาที่เธออยากเช็ดให้เหือดแห้งแต่ทำได้เพียงส่งยิ้มให้อย่างเบาบาง


ลาก่อน


แบคฮีกระซิบบอกผ่านสายลม ในตอนที่ฝนตกกระหน่ำแข่งกับน้ำตาของเจ้าโย้เย้เธอเลือกคว้ากระเป๋าลากของตัวเองก่อนจะเดินออกไป


เดินออกไปจากชีวิตใครบางคนที่เธอไม่อาจทำร้ายเขาได้มากกว่านี้ จำได้ไหม? กฎของเธอมีอยู่เพียงไม่กี่ข้อ หนึ่งในนั้นคือห้ามผูกพันกับใครสักคนหรืออะไรสักอย่าง ไม่ควรรู้จักมิตรภาพ(ในทางใดทางหนึ่ง) หลีกเลี่ยงการคุ้นเคยกับมนุษย์หรือสถานที่เลยเสียดีกว่า


ใช่แล้วล่ะ เธอเกือบจะฝ่าฝืนกฎเหล่านั้น กฎที่สร้างขึ้นปกป้องตัวเองและคนอื่นๆ เพราะฉะนั้นแล้ว .. แบคฮีไม่สามารถยอมรับความรู้สึกที่ท่วมท้นของเราสองคนได้


ไม่มีทางปล่อยให้เด็กคนนั้นสละตัวเองมานับถอยหลังด้วยกันหรอก


หญิงสาวเดินต่อไปในทิศที่สวนทางกับการเคลื่อนที่ของขบวนรถไฟ ฝนยังตกไม่ขาดสายแข่งกับเสียงเรียกเข้าที่เธอปล่อยให้มันดังต่อไปตลอดเช้าวันนั้น


โดยไม่รู้ว่ามันจะดังอีกนานแค่ไหนกัน


ส่วนความรู้สึกของเธอน่ะหรือ .. อาจจะหนักอึ้งเท่ามวลของโลกที่ชุ่มไปด้วยน้ำฝน


อ้าว คุณที่เจอในคอนเสิร์ตหรือเปล่า ใช่สิ ใช่เลยเสียงที่ดังขึ้นระหว่างเดินฝ่าฝนออกมาจากสถานีรถไฟเรียกให้แบคฮีหยุดกึก เธอหันไปเห็นคุณลุงคนเดิมที่เจอเมื่อคืนนี้ยืนคุดคู้ทำอะไรสักอย่างอยู่หน้าอาคารสองชั้น หญิงสาวยิ้มตอบทันทีแม้พายุจะยังเกาะกุมอยู่ในความรู้สึกไม่หาย


คุณลุงนี่เอง


ไปเดินตากฝนทำไมน่ะ เข้ามาก่อนชายวัยกลางคนกวักมือเรียกเมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังดื้อรั้นจึงกางร่มออกมาหาก่อนจะดึงร่างของเธอให้เข้าไปยืนอยู่ใต้ชายคาที่ฝนยังคงสาดกระเซ็นด้วยกัน


ทำอะไรอยู่หรือคะ?


ขุดทางน้ำน่ะ เห็นทีฝนตกหนักกลัวจะท่วมบ้านเอาเสีย ขุดทางน้ำให้ไหลลงท่อเพื่อความปลอดภัย ว่าแต่คุณเถอะ ทำไมถึงเดินตากฝนแบบนี้


ฉัน...แบคฮีเม้มปาก ไม่รู้จะตอบคำถามอย่างไรเมื่อสายตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความหวังดีที่เธอไม่อาจโกหกได้ลงคอ ไม่มีที่ไปน่ะค่ะ


ที่รัก, คุณคุยกับใครหรือคะ?เสียงที่ดังขึ้นจากข้างในเรียกให้ทั้งคู่หันไปมองพร้อมๆ กัน ผู้เป็นสามีเปิดประตูกระจกก่อนจะส่งเสียงตอบภรรยาทันที


คนที่ผมเล่าให้คุณฟังว่าเจอที่คอนเสิร์ตเมื่อคืนน่ะ


แบคฮียืนนิ่งอยู่กับที่มองคุณป้าที่ดูสาวกว่าที่คิดมากโข ใบหน้าของเธอขาวละเอียดน่ามอง รอยยิ้มอบอุ่นเข้ากันกับดวงตาสีน้ำตาลที่ถลึงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นหญิงสาวตัวเปียกม่อลอกม่อแลกยืนตัวสั่นเทิ้มอยู่หน้าบ้าน


ตายจริง พาเขาเข้าบ้านก่อนสิคุณเธอเห็นคุณป้าบอกอย่างเร่งรีบก่อนจะหายขึ้นไปชั้นบนทันที ระหว่างนั้นคุณลุงก็ช่วยลากกระเป๋าของเธอเข้าไปในบ้านเป็นการบังคับนัยหนึ่งว่าควรอยู่ที่นี่สักระยะหรือจนกว่าฝนจะหยุดตกเป็นอย่างต่ำ


นั่งตามสบาย อย่าเกรงใจ


แต่ฉันตัวเปียก โซฟาคุณลุงจะเปียก


ไม่ดีแน่ถ้าผมห่วงโซฟามากกว่ามนุษย์ นั่งรอก่อน ผมจะไปอุ่นโกโก้ร้อนมาให้ ไม่รอให้เธอปฏิเสธคุณลุงก็หายไปอีกคนทิ้งให้แบคฮีนั่งกอดอกด้วยความหนาวยะเยือกอยู่ในห้องกระจกขนาดเล็ก


"คุณเขาเล่าให้ฉันฟังว่าไปถูกชะตาคู่รักคู่หนึ่งที่คอนเสิร์ต ไม่นึกเหมือนกันว่าฉันจะได้เจอคุณวันนี้" คุณป้าพูดหลังจากเดินลงมาพร้อมผ้าขนหนูผืนหนาที่อุตส่าห์เอามาห่อร่างของเธอให้ด้วยตัวเอง แบคฮีก้มหัวขอบคุณด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ เพราะยังไม่เคยชินกับการถูกเอาใจใส่มากนัก


เมื่อคืนฉันเห็นคุณป้าไม่ชัด ดีใจที่ได้เจอนะคะ


ไปอาบน้ำก่อนเถอะคุณประเดี๋ยวจะไม่สบาย อยู่ที่นี่จนกว่าฝนจะหยุดตกถ้าไม่รังเกียจด้วยคำพูดนั้นเองเธอจึงไม่สามารถเลี่ยงอะไรได้ แบคฮีขึ้นไปอาบน้ำอย่างรวดเร็วด้วยเพราะไม่อยากรบกวนคุณลุงคุณป้ามากนักก่อนจะลงมานั่งบนโซฟาตัวเดิมที่เตาผิงถูกก่อไฟขึ้นเรียบร้อยแล้ว


โกโก้ร้อนครับ


ขอบคุณค่ะแบคฮีรับแก้วโกโก้มาจิบด้วยท่าทีเก้อเขินเมื่อถูกคู่สามีภรรยาจ้องอยู่ไม่วางตา


แล้วพ่อหนุ่มคนนั้นไปไหนเสียล่ะ?


คำถามของคุณลุงเรียกให้มือที่ประคองแก้วเซรามิกสั่นปร่าจนต้องวางมันลงไว้บนโต๊ะ พยายามอย่างถึงที่สุดในการฝืนยิ้มออกไป


เราจำเป็นต้อง .. ห่างกันน่ะค่ะ


ฉันจะไม่จู้จี้ถ้าคุณไม่สบายใจมือเรียวที่เอื้อมมาจับหลังมือของเธอพร้อมรอยยิ้มเรียกให้แบคฮีหลับตาแน่น ซึมซับความอบอุ่นที่อาจจะมากเกินไปด้วยซ้ำเมื่อเธอเป็นแค่มนุษย์ใจร้ายคนหนึ่งที่เพิ่งทำลายความรู้สึกเด็กอีกคนมาหมาดๆ


ฉันทิ้งเค้าเมื่อไหร่กันที่หญิงสาวร้องไห้ เธอผู้ที่เคยเฉยชากลับกำลังแสดงด้านอ่อนแอต่อหน้าคนที่เพิ่งรู้จักได้เพียงผิวเผิน แบคฮีไม่รู้ เธอแค่สะอื้น ฉันเสียใจ แต่ฉันจำเป็นต้องทำแบบนั้น .. ฉัน เสียใจ


ปลายเสียงนั้นเบาหวิวราวกระซิบ คุณป้าขยับมานั่งข้างๆ ก่อนจะประคองหญิงสาวเอาไว้ด้วยสองมือที่บอบบาง


ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร


และโลกทั้งใบที่กักเก็บฤดูฝนไว้เพียงลำพังก็ได้พังทลายลงมาจนท่วมท้นจักรวาล


ฉันตั้งใจจะหาที่พักในเมืองหลวงน่ะค่ะ อาจจะหางานทำที่นั่นหลังจากหยุดร้องไห้อีกทั้งยังปล่อยให้โกโก้เย็นชืดแบคฮีก็บอกแผนชีวิตของเธอให้คุณลุงคุณป้าทราบ อาจจะเป็นเพราะความอารมณ์ดีที่พยายามชวนเธอคุยของคุณป้านั่นเองที่ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นจนอยากให้ฝนตกต่อไปจนกว่าจะหมดเรื่องคุย


ทำไมล่ะ ทำไมต้องไกลขนาดนั้น?


แบคฮีลอบมองใบหน้าของหญิงวัยกลางคนโดยไม่สบสายตาระหว่างตอบคำถามนี้ มันไกลพอที่เขาไม่สามารถตามหาฉันเจอ


อยู่กับฉัน อยู่กับฉัน เมืองหลวงใหญ่โตจนคุณอาจจะลำบากหากหาที่อยู่ ฉันกับสามีเปิดร้านขายดอกไม้อยู่ที่นั่น ชั้นบนของเรายังว่างหากคุณสนใจหารค่าเช่า


ที่นี่เป็นบ้านของผมน่ะครับ ไม่ค่อยได้กลับมาเท่าไหร่นักเพราะปกติผมกับภรรยาก็ทำงานอยู่ที่เมืองหลวง อย่างที่กลับมาครั้งนี้เพราะอยากพาเธอมาดูคอนเสิร์ตคุณลุงอธิบายเพิ่มเมื่อเห็นหญิงสาวเลิกคิ้วราวกับมีคำถามมากมายอยู่ในแววตา เรามีบ้านอยู่อีกหลังที่เมืองหลวงซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านนัก ปกติจะเปิดชั้นบนให้เช่าอยู่แล้วแต่คนเช่ารายเก่าเพิ่งย้ายออกไป


ร้านของเราค่อนข้างเป็นย่านการค้า คุณจะไม่เหงาและฉันอยากให้คุณลองพิจารณาดูหน่อยเถอะคุณป้าคะยั้นคะยอพร้อมบีบมือของเธอแน่น แบคฮียิ้มรับหลังจากเงียบไปพักหนึ่งเพื่อตัดสินใจ


รบกวนด้วยนะคะ


เท่านั้นล่ะ รอยยิ้มที่สดใสที่สุดในเช้าวันขมุกขมัวก็เข้ามาทักทายไม่หยุดหย่อน


ว่าแต่คุณชื่ออะไรนะ เรามาแนะนำตัวกันดีไหมคุณป้าเปิดประเด็นหลังจากเราคุยกันมาเนิ่นนาน หญิงสาวหันไปมองคุณลุงที่เคยแนะนำตัวกับเธอแล้วครั้งหนึ่ง เธอจำได้ว่าเขาชื่อกูวอน


กูวอนที่เหมือนชื่อพ่อของเธอในใบสูติบัตรนั่นล่ะ


แต่ถึงอย่างนั้นแบคฮีก็ไม่ได้ตกอกตกใจแต่อย่างใด บนโลกใบนี้มีคนชื่อกูวอนน้อยเสียที่ไหน เธอเคยมีเพื่อนชื่อนี้ตั้งสองสามคน ถ้าเป็น บยอน กูวอน ค่อยว่ากันอีกที


ฉันชื่อแบคฮีค่ะ บยอน แบคฮี


อย่างนั้นหรือ อย่างนั้นหรือคุณป้ายกมือทาบอกอย่างประหลาดใจ เธอก็ประหลาดใจ


บังเอิญจริงๆ เลย เรานามสกุลเดียวกันแน่ะ เห็นทีต้องแนะนำตัวใหม่ ผม บยอน กูวอนคุณลุงยิ้มให้จนตามิด แต่แบคฮีไม่อาจยิ้มตอบ


ได้อย่างไรกัน?


จะ .. จริงเหรอคะหญิงสาวอ้ำอึ้ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากด่วนตัดสินใจอะไรไปก่อนหน้านั้น เธอหันไปมองคุณป้าที่กลับมายิ้มกว้างอย่างไม่ขี้เหนียวความสดใส


บยอน อึนบี นั่นคือชื่อของฉัน


แบคฮีทิ้งระยะสายตาไว้ที่ดวงตาอ่อนหวานราวกับน้ำตาลครึ่งแก้ว ไล่มองตั้งแต่เนินผมจวบจนปลายคาง ไรผมก็ไม่อาจละผ่านไปได้ในนาทีนี้


ไม่ผิดแน่ .. ความรู้สึกแรกที่ได้เจอกันทั้งกับคุณลุงและคุณป้า ความอบอุ่นที่ถ่ายทอดออกมาผ่านความห่วงใย หัวใจแบคฮีกำลังโลดโผน มันเต้นเป็นจังหวะรุนแรงและทำนบน้ำตาที่เหือดหายไปก็รื้นขึ้นมาอีกครั้ง


ร้องไห้หรือ ไม่เอาซีจ้ะเพราะไม่รู้เหตุผลอึนบีจึงหยิบทิชชู่ออกมาเช็ดให้เด็กสาวอย่างทะนุถนอม ร่างบางที่ดูจะร้องไห้หนักหน่วงกว่าในทีแรกกลับไม่น่ารำคาญ ความอ่อนไหวนี้ช่างเปราะบางจนอยากปกป้องให้สุดใจ


แต่แบคฮีรู้ .. รู้ว่าเธอไม่อาจหยุดก้อนความรู้สึกแห่งความหวังนี้ได้ สิ่งที่เธอเฝ้ารอและออกตามหามาตลอดชีวิตกำลังมีตัวตนอยู่ตรงหน้า และถึงแม้จะไม่อาจบอกไปก็สมควรแก่การร้องไห้แสดงความยินดีออกมาอย่างถึงที่สุด


วันนี้น้ำตาของเธอรวนเร มันไหลออกมาเพราะเจ็บปวด และไหลซ้ำซ้อนเพราะความสุข


พ่อจ๋า แม่จ๋า


หนูอยู่ตรงนี้

 


…………………………………………………………


 

ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำวางช่อดอกไม้ไว้หน้าหลุมศพหลังจากคนอื่นๆ ที่มาร่วมพิธีเดินออกไปจากบริเวณนี้หมดแล้ว เขาเอาแต่จ้องมองชื่อผู้ตายที่สลักอยู่ราวกับจะซึมซับห้วงสุดท้ายของชีวิต สองเท้าที่เคยวิ่งเพ่นพ่านจนโดนดุยืนสงบนิ่ง สองมือที่เคยถูกทำโทษให้ไปขัดปล่องไฟประสานกันไว้ราวกับปลอบโยนตัวเอง


ใบไม้ร่วงพลัดลงจากต้นย้ำเตือนให้เขารู้ว่าไม่มีอะไรเป็นนิรันดร์


ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับเสียงทุ้มดังขึ้นเป็นครั้งแรกของวัน เขากำมือตัวเองแน่นขึ้นขณะแย้มรอยยิ้มที่คนบนฟ้าคงจะรู้ว่ามันฝืดเฝื่อน ผมดูแลตัวเองได้


สายลมของฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านผิวแก้มราวกับปลอบประโลม ใบหน้าคมหลับตาแน่นตอบรับมัน หัวใจของเขาด้านชาเกินกว่าจะร้องไห้ออกมาเหมือนเด็กๆ


หลับให้สบายนะครับ


แต่ไม่มีใครชาชินกับความสูญเสีย


ผมเรียนจบแล้ว จะตั้งใจหางานทำอย่างดีเลยล่ะ


โดยเฉพาะการจากไปของคนที่รักสุดใจ


ผมจะดูแลโบสถ์และน้องๆ เองครับ .. คุณแม่อธิการ


เมื่อไหร่กันที่น้ำตาหยดแรกไหลออกมากระทบผืนดิน ฝังร่างที่พึ่งเดียวของชีวิตให้หลับใหลตลอดกาล ชานยอลกำมือของตัวเองแน่นขึ้นเพียงหวังให้ความเจ็บปวดหยุดความอ่อนแอของเขาลงเสียเดี๋ยวนี้


ทั้งที่ความจริงแล้วอยากจะร่ำร้องบอกว่า อย่าทิ้งผมไป อย่าทิ้งผมไป


แต่ชานยอลรู้ดี ต่อให้คร่ำครวญมากมายเพียงไร ก็ไม่มีใครกลับมา


ชายหนุ่มทุบหน้าอกตัวเองที่กำลังสะอึกสะอื้น ยืนไว้อาลัยอยู่หน้าหลุมศพของคุณแม่อธิการเสียเนิ่นนานจนกว่าน้ำตาหยดสุดท้ายจะหยุดลง ดอกหญ้าจากเนินเขาปลิวผ่านหน้าตามกระแสลม มันช่างไร้ค่า ชานยอลรู้ดีว่าดอกไม้รายทางคือสิ่งที่ไม่มีใครต้องการ


แต่ตอนนี้ นาทีนี้ ดอกหญ้าเพียงดอกเดียวคือสิ่งที่เขาเหลืออยู่


สองขาแกร่งก้าวออกไปในที่สุด ผ่านหอสมุดที่บรรณารักษ์คนเดิมกับแมวของเขากำลังฟุบหน้าขี้เซาอยู่ตรงโต๊ะมุมเดิม เขากำลังซึมซับทุกๆ การมีอยู่ของที่นี่ แน่นอนว่ามันไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแต่หลังจากนี้อาจจะเนิ่นนานกว่าที่จะได้กลับมาอีกครั้ง


พี่ลูน่าครับ


หญิงสาวเจ้าของชื่อเงยหน้าจากเคาน์เตอร์ที่มีหนังสือนิตยสารอยู่เล่มหนึ่ง เธอยังคงทำงานอยู่ในร้านเดิมด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากห่างจากบ้าน หลังจากเข้ามหาวิทยาลัยชานยอลก็ลาออกจากที่นี่แต่ก็ยังแวะเวียนมาหาเธอบ้างเป็นบางครั้ง


พี่ได้ข่าวเรื่องคุณแม่อธิการแล้ว เสียใจด้วยนะ


ครับชานยอลพยักหน้ารับก่อนจะพูดจุดประสงค์ที่แท้จริงในการมาที่นี่ให้พี่ลูน่าฟัง ผมจะมาลา


ลา? นายจะไปไหน?


หางานทำครับ


ลูน่าจ้องมองชายหนุ่มที่เติบโตขึ้นอย่างเหงาหงอย เธอไม่ได้ถามอะไรมากความนักหลังจากที่ชานยอลกลับมาที่นี่เพียงคนเดียวเมื่อสี่ปีก่อน


พร้อมการหายไปของผู้หญิงคนนั้น


ไปอยู่กับใครล่ะ มีเงินค่ารถมั้ย?


แทยงหาห้องพักไว้ให้แล้วน่ะครับ ผมมีเงินเก็บอยู่นิดหน่อยน่าจะพอตั้งตัวได้


ดีแล้ว มีเพื่อนไปด้วยพี่ก็สบายใจหญิงสาวถอนหายใจก่อนจะหันมองนาฬิกาแขวนที่ติดอยู่ตรงผนังร้าน นายจะไปไหนอีกหรือเปล่า?


ผมต้องไปที่ที่นึงน่ะครับ


พี่เลิกเวรพอดี เดี๋ยวพี่ไปเพื่อนโอเคไหม พี่อยากเลี้ยงอำลานายหน่อยน่ะ ไม่รู้จะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่กัน


ชานยอลพยักหน้ารับก่อนจะยืนรอพี่ลูน่าปิดร้านเพียงไม่นานก็เดินออกมาด้วยกัน ชายหนุ่มจับรถบัสเข้าไปในเมืองที่สี่ปีให้หลังเขาไปที่นั่นบ่อยเสียยิ่งกว่าอะไร ด้วยเพียงหวังว่าสักครั้งหนึ่งที่พระเจ้าเห็นใจ พระองค์อาจจะรับฟังคำร้องเรียนของเขาบ้าง


ขอให้คุณป้ากลับมา


วันนี้เอาอะไร?รุ่นพี่เซฮุนยังคงยืนประจำอยู่ตรงตำแหน่งเดิม บาร์ริสต้าหนุ่มมองหญิงสาวที่ชานยอลพามาด้วยอย่างแปลกใจเพราะปกติเจ้าเด็กนี่มาดื่มคนเดียวทุกครั้ง


พี่ลูน่าเป็นพี่ที่รู้จักน่ะครับ เราโตมาด้วยกันชานยอลแนะนำตัวเมื่อทั้งคู่เอาแต่มองกันไม่วางตา ส่วนพี่ลู่น่าครับ นี่พี่เซฮุนเป็นบาร์ริสต้าของที่นี่


อ่าห้ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ


เซฮุนพยักหน้าเล็กน้อยแต่ไม่ได้ตอบรับอะไรมากกว่านั้น ลูน่าที่ยิ้มกว้างให้ก่อนหน้านี้เลิกคิ้วหันไปทางอื่นเมื่อโดนเมินอย่างน่ารังเกียจ


พี่ลู่น่าจะดื่มอะไรหรือเปล่าครับ?


ไม่ล่ะ นายจะทำอะไรก็รีบทำเถอะ ฉันไม่ชอบที่นี่เอาเสียเลยหญิงสาวเท้าคางบนโต๊ะบาร์อย่างเบื่อหน่ายขณะรอเขาอยู่อย่างนั้น ชานยอลหันไปมองพี่เซฮุนที่ยังคงยืนเช็ดแก้วด้วยท่าทีสงบอยู่เช่นเดิม


ผมต้องไปหางานทำที่อื่นน่ะครับ เผื่อว่าบางทีเธอจะกลับมาที่นี่อีกครั้งพี่ช่วยเอานี่ให้เธอด้วยนะครับชานยอลหยิบผลเอคอร์นที่ถูกร้อยไว้ด้วยเชือกสีน้ำตาลเป็นสายข้อมือออกมาวางไว้บนโต๊ะ เซฮุนมองตามก่อนจะตั้งแก้วลงบนโต๊ะ ร่างสูงเช็ดมือจนสะอาดแล้วหยิบสิ่งเดียวกันที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของเขาออกมาวางไว้คู่กัน


เธอฝากไว้ให้นาย บอกว่าขอโทษและอย่าออกตามหา


ชายหนุ่มจ้องมองเอคอร์นสองผลที่วางอยู่ด้วยสายตาเรียบนิ่ง ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาอาจจะผลุนผลันออกไปจากร้านในทันที เพียงแต่ตอนนี้ชานยอลไม่ใช่เด็กประเภทนั้นอีกแล้ว


หรือทุกคนเติบโตขึ้นเพื่อแข็งกระด้าง


เธอมาเมื่อไหร่ครับ?


เมื่อเช้านี้เอง บอกว่าจะมาไหว้ศพใครสักคนนี่ล่ะ ไม่ได้ถาม


ชานยอลพยักหน้ารับก่อนจะเอาเอคอร์นทั้งสองผลมาผูกไว้ที่ข้อมือของตัวเองอย่างเชื่องช้า พี่ลูน่าที่นั่งอยู่ข้างๆ เลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ


ไม่ไปหาเธอเหรอ?


เธอบอกว่าไม่ต้องตามหานี่ครับ


เจ้าเด็กโง่พี่ลูน่าชกแขนเขาเบาๆ ก่อนจะพูดพร้อมรอยยิ้ม ผู้หญิงเขาฝากของมาให้ทั้งๆ ที่ไม่ได้เจอกันตั้งสี่ปีหมายความว่าอย่างไรรู้มั้ย?


ไม่รู้ครับ


เธอยังไม่ลืมนายน่ะสิ


ชานยอลเงียบลงเมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาว เขาหลุบตาต่ำอย่างครุ่นคิดเพราะไม่รู้เหมือนกันว่าหากออกไปตอนนี้จะเจอเธอหรือเปล่า และถ้าเจอแล้วคุณป้าจะหนีเขาอีกไหม


เธอเพิ่งออกไปไม่นาน ตอนนี้น่าจะเพิ่งถึงป้ายรถบัสที่สองเซฮุนสมทบเมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่นิ่งเงียบ ชานยอลเงยหน้ามองพี่ทั้งสองอีกครั้งเพื่อความแน่ใจก่อนจะพยักหน้ารับคำของพี่ลูน่าที่พูดส่งท้าย


รีบไปเถอะ ไว้โอกาสหน้ามาให้พี่เลี้ยงข้าวสักมื้อละกัน


เขาแยกกับพี่ลูน่าที่บาร์ ชานยอลวิ่งออกไปที่ป้ายรถบัสอย่างรวดเร็วขณะล้วงมือหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาถือไว้แน่น เบอร์ที่เขาจดจำได้ทุกตัวเลขเพราะโทรออกบ่อยในทุกๆ เช้าวันจันทร์ที่อยากร้องไห้ แม้คุณป้าจะไม่เคยรับสายมาตลอดสี่ปีเขาก็ยังโทรอยู่อย่างนั้น


ครั้งนี้ก็เช่นกัน


เสียงรอสายดังไม่หยุดตลอดระยะทางกลับไปที่ป้ายรถบัสที่เพิ่งจากมา ชายหนุ่มลงที่หอนาฬิกาก่อนจะวิ่งไปยังสุสานที่ตอนนี้ยังคงเงียบกริบเช่นเคย


มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาหลังจากวิ่งไม่หยุดหย่อน ปลายสายยังคงไม่ยอมกดรับเฉกเช่นทุกครั้งซึ่งเขาไม่อาจโทษใครได้เพราะบางที คือบางทีน่ะนะ คุณป้าอาจจะลืมวิธีรับโทรศัพท์ไปแล้วก็ได้


เส้นทางที่เต็มไปด้วยใบไม้แห้งและต้นหญ้าทอดยาวสุดลูกหูลูกตาเคียงข้างไปกับต้นไม้ยืนต้นต้องแสงแดด ผ่านหลุมฝังศพที่เรียงรายพาเขาไปยังตำแหน่งซึ่งทอดทิ้งหยดน้ำตาครั้งล่าสุดไว้ตรงนี้


และคุณป้ายังคงเล่นซ่อนหาเก่งเช่นเคย


ชานยอลลดมือที่ถือโทรศัพท์ลงข้างกายทั้งๆ ที่ยังปล่อยให้มันโทรออกหาเบอร์ของหญิงสาวอยู่อย่างนั้น ชายหนุ่มมองช่อดอกไม้อีกช่อที่วางอยู่ข้างๆ ช่อดอกไม้ของเขาอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียว กลีบดอกยังสดใหม่บ่งบอกว่าเขาเพิ่งคลาดจากเธอเพียงไม่นาน


 

And we’ll build this love from the ground up

Now ’til forever it’s all of me, all of you


 

เพลง From the Ground Up ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา มันยิ่งชัดเจนในประสาทสัมผัสเมื่อชานยอลยกโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่ยังคงต่อสายอยู่ขึ้นมาดู ตอนนั้นเองเขาถึงรับรู้การมีอยู่ของเสียงเรียกเข้าที่ดังห่างออกไปสิบสี่ก้าวเดิน ไม่เทียบเท่ากับสิบสี่ก้าวหน้าโรงเรียนเมื่อเขาสิบขวบ


แต่เป็นสิบสี่ก้าวของ ปาร์ค ชานยอล วัย 22 ปี


หญิงสาวในชุดเดรสสีน้ำตาลเข้มยืนกำโทรศัพท์มือถือของตัวเองมองเขาอยู่ตรงนั้น นัยน์ตาสีน้ำตาลคลอไปด้วยหยดน้ำที่จวนเจียนจะหยดแหมะสู่ยวงแก้มระเรื่อ ชานยอลเอาแต่ยืนนิ่งอยู่หน้าหลุมศพของคุณแม่อธิการด้วยไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรก่อนเป็นอันดับแรกระหว่างวางสายเพราะเจอตัวจริงแล้ว หรือวิ่งเข้าไปหาคุณป้าที่กลายเป็นหญิงสาวรุ่นเดียวกัน


 

Just take my hand

And I’ll be the man your dad hoped that I’d be


 

แต่ทว่า ก้าวเล็กๆ นั่นกลับเป็นฝ่ายขยับเขยื้อนมาหาเขาทีละน้อย ชานยอลจ้องมองหยดน้ำตาที่กำลังไหลอาบใบหน้าของเธอที่แสนคิดถึง


สิบก้าว .. ดอกหญ้าผลัดออกจากต้น


เขายังจำวันนั้นได้ วันที่ต้องนั่งรถไฟกลับมาคนเดียวพร้อมทั้งร่ำร้องจนแทบจะขาดใจ แม้จะกลับไปตามหาคุณป้าเสียเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ราวกับเธอได้หนีไปแล้วยังที่ไกลแสนไกล


ห้าก้าว .. ดอกหญ้าสับสนปลิวไสว


ที่ที่เขาไม่รู้ว่าคุณป้าเป็นอย่างไรบ้าง โดดเดี่ยวเหมือนเดิมไหม ยังร้องเพลงอยู่ในบาร์หรือเปล่า เป็นวังวนที่แสนปวดร้าวเมื่อคนหนึ่งออกตามหาขณะที่คนหนึ่งกลับวิ่งหนี


สามก้าว .. ดอกหญ้าผัดผ่านร่างทั้งสองไป


ไร้ซึ่งการติดต่อ ไร้ซึ่งเสียงหวานปลอบประโลม ไร้ซึ่งการตอบรับจากปลายสายที่ห่างหายไปกับหลุมดำของอวกาศ แต่เขาก็ยังเอื้อมมือไปหา โดยรู้ทั้งรู้ว่าหลุมดำหลุมนั้นจะดูดกลืนความหวังให้หมดไปเหลือแต่ความน้อยเนื้อต่ำใจ


สองก้าว .. ดอกหญ้าลูบไล้ใบหน้าเรา


และ...


เจ้าโย้เย้


ชานยอลยืนข่มน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาในตอนที่หญิงสาวโผกอดร่างของเขาไว้เต็มอ้อมแขน เสื้อของชายหนุ่มเปียกโชกด้วยเธอยังเอาแต่ร้องห่มร้องไห้


ไม่เป็นไรนะ ฉันอยู่ตรงนี้ ฉันอยู่ตรงนี้ .. คุณแม่อธิการหลับสบายแล้ว


และต่อให้เขาเติบโตหรือเฉยชาขึ้นเท่าไหร่


คิดถึง .. คิดถึงเธอเหลือเกิน


แต่ชานยอลก็ยังเป็นชานยอล เด็กขี้แยที่พร้อมจะละทิ้งความทระนงเพียงเพราะเชื่อในความรู้สึกของตัวเอง


ผมก็คิดถึงป้าครับ


เพราะในวันที่เขาไม่เหลือใคร เธอก็ยังกลับมา















 

 

ดอกหญ้า

=

ฉันรักเธอ แต่อย่าผูกมัดฉันเลย

 











มาดูความหมายชื่อพ่อกับแม่ของคุณป้ากันดีกว่า

กูวอน = นิรันดร

อึนบี = ฝนสีเงิน


นอกจากนั้นคงรู้แล้วเนอะว่าพี่ลูน่าคือใคร ^^



#ฝนสีเงิน

















Tiny Hand
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

230 ความคิดเห็น

  1. #207 _tangkwajiya (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 15:23
    อยู่ด้วยกันตลอดไปได้มั้ย
    #207
    0
  2. #190 PINKLAND (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 21:47
    หวังได้ไหม หวังที่จะให้เขาอยู่ด้วยกัน
    #190
    0
  3. #173 gift_tyr (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 14:57
    อยากให้เขาอยู่ด้วยกันตลอดไปจัง
    #173
    0
  4. #137 BN0412 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 16:13
    เจอกันแล้วอ่าาา
    #137
    0
  5. #107 aieyeaye (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 16:39
    รักกันและอย่าเจ็บปวดอีกเลย
    #107
    0
  6. #97 ffy97 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 11:55
    ถ้ามันจบด้วยความเจ็บปวด อย่างน้อยทั้งสองก็เคยได้สัมผัสความรักของกันและกันนะ
    #97
    0
  7. #59 อิ อิ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:13
    เศร้าใจจริงๆ
    #59
    0
  8. #58 ForFaii5 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:30
    ฮือออออ เราแค่หวัง แค่หวังน่ะนะ ว่าสองคนนี้จะได้รักกันโดยไม่เจ็บปวด ;___;
    #58
    0
  9. #56 Lonelyyeolly (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:44
    อะไรคือน้ำตาไหลอีกแล้ว โถ่คุณป้ากับเจ้าโย้เย้
    #56
    0
  10. #55 명령이 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:24
    ทั้งเศร้าและอบอุ่น
    #55
    0