end; ฝนสีเงิน | chanbaek

ตอนที่ 5 : CH.5 | 987

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,540
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    13 ม.ค. 60








CH.5 | 987 








 

ขออยู่ คู่ชิด ชอบใกล้

ขอยิ้ม แย้มละไม จับจ้อง

ขอได้ เดินเคียง เมียงมอง

ขอรัก ขอจอง สองเรา

...

 


เป็นอีกหนึ่งในสามร้อยหกสิบห้าวันของปีที่ชานยอลตื่นก่อนนาฬิกาปลุก


มันเป็นเรื่องของความหักเหเกี่ยวกับชีวิตประจำวันที่ผิดแผกไปจากปกตินิดหน่อย หนึ่งในเหตุผลยิบย่อยมาจากคุณครูฝ่ายปกครองเรียกพบเนื่องจากตำรวจได้แจ้งเรื่องที่เขาไปทะเลาะวิวาทเมื่อคืนก่อนให้ทางโรงเรียนทราบ และชานยอลคิดว่ามันไม่ควรจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร


ครั้งที่เท่าไหร่แล้วชานยอล .. ครั้งที่เท่าไหร่แล้ว


เขาก็อยากจะถามกลับไปเหมือนกันว่าครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่ครูพูดประโยคนี้


โตป่านนี้แล้วเมื่อไหร่จะเลิกก่อเรื่องเสียที หล่อนชี้นิ้วกราด พ่นลมหายใจ และกัดฟันกรอดเมื่อเด็กนักเรียนที่นั่งอยู่ตรงข้ามลอยหน้าลอยตาเสมองไปทางอื่น ครูไม่อยากรบกวนคุณแม่อธิการเสียเลย จดหมายเชิญผู้ปกครองคงจะเต็มโบสถ์แล้ว


หล่อนยังคงถากถางได้ดี ชานยอลเบะหน้า


จบยังครู ผมไปละนะ


ครูฝ่ายปกครองปัดมือคล้ายเหนื่อยหน่ายเต็มทน


ไปเถอะ เข้าเรียนด้วยไม่ใช่ไปเถลไถลที่ไหนอีก


เด็กหนุ่มไม่ได้ตอบกลับอะไรนอกจากการลุกขึ้นก้มหัวให้เป็นการบอกลา เขาเดินผิวปากออกมาจากห้องปกครองที่เข้าบ่อยกว่าห้องเรียน เมื่อเหลือบดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือก็นึกหยามใจ เลยคาบเช้ามาครึ่งชั่วโมงแล้วการจะเข้าห้องเพื่อนั่งตั้งอกตั้งใจเรียนก็ผิดวิสัยไปหน่อย


ห้องชมรมเงียบกริบเมื่อยังไม่ถึงคาบว่าง ชานยอลหยิบสเก็ตบอร์ดของตัวเองก่อนจะไถเล่นอยู่ในยิมเมื่อไม่รู้จะทำอะไรฆ่าเวลาดี เพลงที่ถูกเปิดจากโทรศัพท์ที่วางอยู่บนกระเป๋ายังคงบรรเลงซ้ำอยู่เพลงเดิม เขามักจะฟังมันทุกครั้งที่คิดถึงคุณป้า


 

I had a vision of love

And it was all that you’ve given to me


 

แต่ทุกครั้งที่คิดถึงนั้นกินเวลาเนิ่นนานเกินไป


นึกไว้แล้วว่ามึงต้องอยู่ที่นี่ ประตูยิมที่เปิดออกพร้อมเสียงทักทายไม่ได้เรียกให้คนที่กำลังทรงตัวอยู่บนบอร์ดนึกสนใจ ชานยอลยักคิ้วทักทายเพื่อนที่กำลังวางกระเป๋าเป้ลงบนพื้น อี แทยง หนีบบอร์ดของตัวเองไว้ข้างตัวก่อนจะถือวิสาสะหยิบโทรศัพท์ที่เปิดเพลงดังโหวกเหวกขึ้นมาดู


อย่ายุ่งกับมือถือกู


แต่เจ้าของกลับไถบอร์ดมาแย่งโทรศัพท์ของตัวเองได้อย่างรวดเร็วแล้วหายไปอยู่กลางโรงยิมอีกครั้ง


เป็นไรวะ ช่วงนี้ติดมือถือแปลกๆแทยงหรี่ตาถามใช่จะจริงจังนัก แต่คิดว่าได้คำตอบแล้วล่ะ แอบคุยกับสาวที่ไหนแล้วไม่บอกกูป่ะ


เรื่องของกูหน่า


นั่นแหน่


แหน่พ่อง เขาจะทำเป็นไม่สนใจสีหน้าท่าทีระรื่นของเพื่อนให้เสียเวลา ทั้งคู่ไถบอร์ดกันอยู่ในยิมเพื่อรอคนในชมรมอยู่พักหนึ่งก่อนจะพากันไปที่สนามหลังโรงเรียนซึ่งเป็นที่ซ้อมประจำ


แดดร้อนระอุลามเลียเหมาะกับการฝึกไม่น้อย อาทิตย์หน้าก็ถึงงานโรงเรียนที่เด็กในแต่ละชมรมจะได้โชว์ของแข่งกัน เพราะมันเป็นปีสุดท้ายก่อนจะจบออกไปหัวหน้าชมรมสเก็ตบอร์ดจึงจริงจังกว่าใครเพื่อน


พี่ เหนื่อยแล้วอ่ะ


ชานยอลไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าคนบ่นมันเป็นใคร เตนล์เกรดสิบทับสี่จอมงอแงที่กำลังวอแวกับทุกคนหลังจากซ้อมไปได้ไม่ถึงไหน


ออลลี่ไม่ได้มึงไม่ต้องพัก แทยงไปซ้อมให้น้องหน่อยหัวหน้าชมรมสั่งก่อนจะเหินหาวพาตัวเองไปชมวิวที่เนินข้างล่างแล้วหนีบบอร์ดวิ่งขึ้นมาอีกรอบ นั่นเป็นตอนเดียวกับที่เพื่อนรักปล่อยให้น้องพักกันหมดแล้ว


น้องมันเหนื่อยน่ะแทยงแก้ต่างก่อนจะเว้าวอนเพื่อนทางสายตาให้หันไปมองสภาพน้องกว่าสิบคนที่นั่งหอบแดดกันอยู่กลางสนาม วันนี้อากาศร้อนด้วยนา


ชานยอลพยักหน้ารับ สักสิบ, สิบห้านาทีไม่น่าจะเป็นอะไร


ชานยอล มีคนมาหาเสียงของคุณครูประจำชั้นที่ดังขึ้นเรียกให้สมาชิกชมรมสเก็ตบอร์ดทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว เจ้าของชื่อหรี่ตาคล้ายว่าจะแปลกใจหากไม่เห็นรอยยิ้มที่สดใสกว่าแสงแดดในวันนี้เสียก่อน


เจ้าโย้เย้


หญิงสาวยกมือทักทายเด็กหนุ่มที่ยิ้มรับอบอุ่นจนเธอรู้สึกเก้อเขินเองเสียอย่างนั้น เด็กนักเรียนหลายคนกำลังมองมาที่เธออย่างพร้อมเพรียง


ขอบคุณมากนะคะคุณครูแบคฮีหันไปโค้งขอบคุณคนที่พาเธอมาหาชานยอลในทันที หญิงวัยกลางคนตรงหน้ายิ้มรับก่อนจะขอตัวกลับไปห้องพักครูในเวลาต่อมา


ป้ามาได้ไงครับ?ร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ยืนงกๆ เงิ่นๆ อยู่ริมสนาม วันนี้คุณป้าของเขาแต่งตัวเรียบร้อยกว่าปกตินั่นคือกระโปรงสีขาวยาวถึงหน้าแข้งกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเดียวกัน


ฉันเจอคุณแม่อธิการที่วงเวียนท่าทีกำลังรีบร้อนจึงเข้าไปถามไถ่ ได้ข่าวว่าโรงเรียนเพิ่งโทรศัพท์ไปเชิญผู้ปกครองฉันเลยอาสามาแทน


คำตอบนั้นเรียกให้ดวงตากลมโตหลุบต่ำลงเมื่อนึกถึงคุณแม่อธิการ จะว่าเป็นเด็กนิสัยไม่ดีก็ได้เพราะทุกครั้งที่คิดถึงท่านเขาก็มักจะก่อเรื่องแล้วโดนเรียกผู้ปกครอง ยอมโดนดุด่าอย่างไรก็ได้เพียงเพื่อจะได้เจอใครสักคนจากโบสถ์


โง่เง่าใช้ได้เชียวล่ะ ก็ก่อนหน้านี้เขาไม่มีใครในชีวิตให้คิดถึงอีกเลยนี่


ขอโทษครับ


ฉันคุยกับครูเธอแล้ว เห็นเป็นเรื่องคืนนั้นเลยจะไม่ดุด่าเธออีกแบคฮีตอบพร้อมรอยยิ้มพลางยกมือขึ้นยีหัวคนที่กำลังก้มหน้างุดไม่ยอมสบตากัน


ผมทำให้ป้าวุ่นวายอีกแล้ว


เธอจะขอโทษเท่าไหร่ก็ได้ แต่ช่วยอย่าทำให้คุณแม่อธิการเป็นห่วงนักเลย


ชานยอลเม้มปากยอมรับแม้ว่าไม่ค่อยเชื่อตัวเองเท่าไหร่ว่าจะทำอย่างที่คุณป้าบอกได้ไหม แบคฮีเห็นว่าเด็กๆ กำลังเฝ้ามองอยู่เหมือนรออะไรบางอย่างจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง


ฉันกลับก่อนดีกว่า เพื่อนๆ เธอรอแล้วล่ะ


ชายหนุ่มหันไปมองคนที่นั่งเงี่ยหูฟังกันอย่างไม่เกรงอกเกรงใจก่อนจะเห็นสีหน้าอยากรู้อยากเห็นเต็มทนของเพื่อนและน้องๆ


มองอะไร ไปซ้อมดิวะ


ทุกคนทำเป็นไม่ได้ยินโดยการลอยหน้าลอยตานั่งคุยสัพเพเหระกลบเกลื่อนเรียกรอยยิ้มขำๆ ของคุณป้าได้ไม่ยาก ชานยอลแยกเขี้ยวใส่บอกจะเอาคืนคราวหน้าเพราะเขาไม่อยากแสดงท่าทีไม่ดีต่อหน้าหญิงสาวเท่าไรนัก


ชมรมสเก็ตบอร์ดที่เธอเคยบอกสินะ


ครับ พอดีใกล้จะถึงงานโรงเรียนแล้วเลยต้องซ้อมหนักหน่อย ว่าแต่คุณป้าจะกลับแล้วหรือครับ...


หืม?


ผมหมายถึง .. อยู่ต่ออีกสักนิดเถอะครับชานยอลพูดไปตามความจริงเมื่อคุณป้าเลิกคิ้วมองอย่างรู้ทันตั้งแต่ทีแรก


เธอซ้อมไปเถอะ ฉันไม่อยากรบกวน


อยู่ต่อเถอะนะครับป้า นี่ก็ใกล้หมดคาบชมรมแล้วเดี๋ยวพวกนี้ก็กลับห้องกันหมดแหละโปรดจงรู้ไว้ว่าที่พูดดังๆ นี่คือการไล่ทางอ้อม หญิงสาวขมวดคิ้วลังเลชานยอลจึงเอื้อมมือไปจับแขนเรียวเขย่าเหมือนเด็กๆ นะครับ เดี๋ยวผมสอนเล่นบอร์ดแล้วจะพาไปหาอะไรกิน แถวโรงเรียนผมนะขนมอร่อยๆ เยอะด้วย


แบคฮียิ้มกว้างกับท่าทางของเจ้าโย้เย้ที่ไม่ยอมโตเสียที สุดท้ายจึงต้องพยักหน้าตอบรับไปในที่สุด


ก็ได้


ชานยอลกระโดดเป็นลิงโลดก่อนจะกระแอมเบาๆ เมื่อเห็นสายตาคนในชมรมที่กำลังมองมาอย่างสงสัย ทางที่ดีคือไม่ควรให้คุณป้าไปยุ่งกับคนพวกนี้


สวัสดีจ้าเด็กๆ ฉันชื่อแบคฮีนะ บยอนแบคฮี


แต่เหมือนจะไม่ทันการจึงต้องปล่อยเลยตามเลย


หัวหน้าครับ มึงมานี่หน่อย แทยงถือโอกาสที่พี่สาวคนสวยหันไปทักทายคนอื่นๆ ในชมรมเพื่อเดินไปกระซิบกระซาบถามเพื่อนเสียงเบาๆ ใครวะ แฟนมึงเหรอ?


คนฟังหน้าร้อนอย่างไม่ทราบสาเหตุ หูของเขาอาจจะกำลังแดงระเรื่อเพียงแต่ว่าตอนนี้แทยงไม่ได้สนใจเท่าไรนัก


แต่กูเห็นมึงเรียกพี่เค้าว่าป้า


ก็แค่ .. เรียกขำๆ น่า ไม่น่ารักหรอกเหรอ?ชายหนุ่มพยายามหลีกเลี่ยงอย่างถึงที่สุดแต่เพื่อนสนิทก็ยังคงหรี่ตาอย่างจับผิดอยู่เรื่อย


ก็น่ารัก แต่พี่เค้าน่าจะแก่กว่ามึงหลายปีอยู่นี่


แล้วยังไง?


คบกับคนอายุเยอะกว่าขนาดนี้?


ชานยอลก็ไม่รู้จะอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนให้เพื่อนฟังอย่างไรดี สุดท้ายจึงต้องเลือกวิธีที่ลำบากใจที่สุด


โกหก


ไม่ได้เป็นแฟนกันเว่ย คุณป้า เอ่อ .. พี่แบคฮีเป็นญาติกูน่ะ เหมือนเป็นผู้ปกครองอะไรทำนองนั้น


ญาติ?


ญาติห่างๆเขาพยายามสบตาเพื่อนไปด้วยเพื่อให้เห็นว่าที่พูดไปคือความจริง แทยงเหมือนไม่อยากจะเชื่อเท่าไรนักเพราะเท่าที่รู้มาตลอดคือชานยอลไม่มีญาติคนไหนนอกจากคนที่โบสถ์แต่สุดท้ายก็ต้องยอมพยักหน้าส่งๆ เมื่อหญิงสาวที่ถูกพูดถึงเดินมาทางนี้พอดี


ชานยอล .. ห้องน้ำไปทางไหนหรือ?


จะเข้าห้องน้ำเหรอครับ เดี๋ยวผมพาไป


ไม่ต้องๆ เธอแค่บอกทางฉันมาแบคฮีพูดแค่นั้นเด็กหนุ่มก็จับไหล่เธอให้หันไปทางฝั่งที่จะพาเธอไปถึงห้องน้ำที่ใกล้ที่สุด


ป้าเดินไปจนถึงอาคารสีเหลืองนั่น จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายนะครับ ห้องน้ำอยู่ทางขวามือ


หญิงสาวพยักหน้ารับก่อนจะก้าวขาเดินไปตามทางนั้นทันทีโดยมีสายตากลมโตมองตามอยู่ตลอด มากกว่านั้นคงเป็นแทยงที่กำลังเฝ้ามองเหตุการณ์อย่างไม่เข้าใจนัก


ทำไมชานยอลถึงเชื่อฟังพี่แบคฮีขนาดนั้นทั้งๆ ที่ปกติก็ดื้อกับทุกคนไม่เว้นแม้แต่คุณครู


แปลก และ ปล่อยผ่านไม่ได้


หมดคาบชมรมพอดีในตอนที่แบคฮีเดินเข้ามาในสนามอีกครั้ง เด็กๆ คนอื่นกลับกันหมดแล้วเหลือแต่เจ้าโย้เย้ที่กำลังไถบอร์ดรออยู่ตรงถนนทางเดิน


หญิงสาวยืนมองร่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้แสงแดดยามเย็นจนเงาทะมึนทอดเป็นคลื่นอยู่บนพื้น ชานยอลดูผ่อนคลายราวกับสเก็ตบอร์ดตัวนั้นเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย


เด็กหนุ่มที่กำลังเติบโต และพร้อมจะเลื้อยหาทิศทางของดวงอาทิตย์เพื่อสังเคราะห์แสง เธออยากเป็นหยดน้ำที่รดให้ต้นไม้ต้นนี้เติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็ง


แต่เธอเป็นแค่ฝนหลงฤดูที่คาดเดาอะไรไม่ได้


ต้นไม้ต้นนี้อาจจะเหี่ยวเฉา, หรือไม่ก็เน่าตาย.


มานี่ครับชานยอลไถมาหมุนรอบร่างของหญิงสาวหนึ่งรอบก่อนจะประคองสองมือบางไว้ด้วยสองมือของเขาหลังจากเท้าแตะพื้นเรียบร้อยแล้ว แบคฮีถูกประคองให้ขึ้นไปยืนบนบอร์ดอย่างเก้ๆ กังๆ จนคนที่กำลังจับมืออยู่ตรงหน้าอดเป็นห่วงไม่ได้ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมจะจับมือป้าไว้


แบคฮีปล่อยให้ชานยอลเดินถอยหลังเพื่อพาเธอที่ยืนอยู่บนบอร์ดให้เคลื่อนไหวไปข้างหน้า หญิงสาวยิ้มอย่างชอบใจที่สามารถทรงตัวอยู่บนนี้ได้ในที่สุด


ผมจะพาป้าไปข้างล่างนะครับเด็กหนุ่มชี้นิ้วไปที่เนินตรงทางเดินก่อนจะหยิบบอร์ดอีกตัวมาวางข้างๆ กันแล้วขึ้นไปยืน แบคฮีพยักหน้ารับแม้จะแอบกังวลอยู่เล็กน้อยเพราะยังไม่คุ้นชินกับอุปกรณ์ใต้เท้านี่เลยแม้แต่น้อย ยืนอย่างนี้นะครับ เอียงตัวนิดหน่อย ไม่ต้องออกแรงอะไรแค่ตามผมมา


ชานยอลจับมือเธอไว้ข้างหนึ่งก่อนจะไถบอร์ดของตัวเอง ร่างของทั้งคู่ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อล้อกำลังลงสู่เนินที่จะพาไปยังถนนที่ลาดต่ำลงสู่หน้าโรงเรียน


ถ้าเป็นฉากหนึ่งในหนังสักเรื่องแบคฮีคิดว่ามันคือช่วงเวลาแห่งความสุข เธอเอาแต่หัวเราะสลับกับส่งเสียงโหวกเหวกเมื่อแรงโน้มถ่วงของโลกกำลังพาร่างให้ไถลลงไปด้วยความเร็วอย่างที่คนเพิ่งเคยเล่นครั้งแรกไม่คุ้นชิน


และก็...


ตุบ !


ร่างกายของเธอไม่รักดี มันกำลังหาเรื่องเพื่อพบความเจ็บปวดเมื่อความหวาดกลัวทำให้ต้องกระโดดลงจากบอร์ดอย่างรวดเร็ว


ฝนหลงฤดูกำลังตกลงสู่ผิวโลกพร้อมกับต้นไม้ที่กอบกุมมือเรียวเอาไว้ โอบอุ้มความอ่อนไหว ..เปราะบาง .. เย็นเยือก


เจ็บปวดไปด้วยกัน


หญิงสาวที่นอนนิ่งอยู่พักหนึ่งด้วยความตกใจลืมตามองหน้าของคนที่หลังกระแทกพื้นหญ้าข้างทางอย่างแรง แน่นอนว่ามือแกร่งคู่นั้นไม่เคยจากไปไหน มันยังคงโอบกอดร่างของเธอไว้ราวกับกลัวการตกกระทบครั้งนี้จะทำให้ใครบางคนแตกร้าว


กระจัดกระจาย


ไม่แน่ใจเท่าไหร่นักว่าเป็นเสียงของสายฝนหรือก้อนเนื้อตรงอกข้างซ้าย


ตุบ !


ตุบ ตุบ ...


เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ?สายตาที่มองมานั้นสื่อความหมายตรงกับคำพูด แบคฮีส่ายหน้าแทนคำตอบก่อนจะผละออกจากอกแกร่งเพื่อลุกขึ้นยืนและช่วยดึงร่างของคนที่นอนอยู่บนพื้นซึ่งกำลังทำตัวปวกเปียก


ตัวหนักจังเลย โตขึ้นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันหญิงสาวบ่นอิบก่อนจะได้รับรอยยิ้มกว้างอีกเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวัน ทั้งคู่เดินถือบอร์ดคนละตัวเพื่อย่างเท้าอย่างเชื่องช้าออกไปจากโรงเรียน


ไม่รู้หรอกว่าของอร่อยๆ ที่ชานยอลจะพาไปกินคืออะไร แต่เพราะแดดอ่อนๆ ของเย็นนี้กำลังทำให้รู้สึกอบอุ่นแบคฮีจึงเลือกที่จะเชื่อเด็กหนุ่มอย่างไม่มีข้อแม้


ถึงมันจะไม่อร่อยเธอก็จะบอกว่าอร่อย


รอบนี้ผมไม่ได้ขโมยมานะครับคนที่ทิ้งให้เธอรออยู่ในร้านเบเกอรี่คนเดียวเสียเนิ่นนานเดินเข้ามานั่งตรงข้ามพร้อมช่อดอกไม้สีม่วงเข้มที่มันสวยจนอดส่งเสียงล้อไม่ได้


หูว~ เจ้าโย้เย้ของฉันโตเป็นหนุ่มโรแมนติกเสียด้วยซีพูดพลางเอื้อมมือไปรับช่อดอกไม้อย่างเป็นทางการครั้งแรกมาถือไว้ก่อนจะวางลงบนโต๊ะข้างๆ กับจานเครมบูเล่ของตน เอาเงินจากไหนมาซื้อดอกไม้ช่อแพงๆ ขนาดนี้?


ผมก็ทำงานนะครับ พาร์ทไทม์น่ะเหมือนชานยอลจะชอบกินของหวานเพราะคนตรงหน้าเอาแต่ตักมันเข้าปากจนคนมองยังนึกเลี่ยนแทน


ได้ข่าวว่าจะมีคอนเสิร์ตกลางแจ้งจัดที่เมืองใกล้ๆ นี่


 ประโยคนั้นเรียกให้ใบหน้าที่ก้มอยู่กับจานเค้กเงยขึ้นมามองคนที่จิบกาแฟร้อนทันที คุณป้าปราดสายตาไปทางอื่นซึ่งนั่นแหละคือคำอธิบายเพิ่ม


ป้าชวนผมไปดูด้วยกันเหรอครับ


อาจจะต้องกางเต้นท์นอนที่นั่นสักคืนเพราะกว่าคอนเสิร์ตจะเลิกรถเที่ยวสุดท้ายคงหมดแล้วน่ะ


ชานยอลพยักหน้าหงึกหงัก ต่อให้เป็นดาวเคราะห์น้อยเขาก็จะไปกับคุณป้าอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น


ฉันตั้งใจจะโทรศัพท์บอกเธอเรื่องนี้ล่ะ จริงๆ ก็มีเรื่องจะคุยหลายครั้งเพียงแต่ว่า...


หญิงสาวตรงหน้ากัดริมฝีปากของตัวเองราวกับลังเลที่จะพูดมันออกมา เขาจ้องมองอยู่อย่างนั้นด้วยความอยากรู้


ชานยอลอ่า--”


“…”


เธอช่วยเลือกโทรศัพท์ให้แล้วก็ช่วยสอนฉันใช้ด้วยสิ ฉันต้องทำอย่างไรกับมันหลังจากเปิดเข้ามาหน้านี้ล่ะ?แบคฮีทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เพราะตลอดเวลาที่ได้โทรศัพท์เครื่องนี้มานั้นเธอก็ไม่ได้ใช้มันเลยสักครั้ง รู้แต่คนที่พาไปซื้อบอกว่าเมมเบอร์ของเขาให้แล้วเท่านั้นเอง


แต่เธอก็ต้องปั้นหน้าขึงขังเมื่อเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามหัวเราะร่วนราวกับเจอเรื่องตลกร้ายที่ยากจะควบคุมตัวเองได้ แบคฮีเอื้อมขาไปเตะหน้าแข้งคนตรงข้ามเบาๆ เมื่อชานยอลยังไม่หยุดขำ


ป้านี่ป้าจริงๆ นะครับเด็กหนุ่มพูดออกมาในที่สุดหลังจากปล่อยเสียงหัวเราะออกมาจนเหนื่อยหอบ เขามองโทรศัพท์มือถือที่โชว์ภาพหน้าจอหลังจากเพิ่งปลดล็อคเมื่อคุณป้าไม่สามารถทำอะไรกับมันได้อีกเลย


ถึงว่าทำไมไม่เคยโทรศัพท์หากัน


ตอนแรกก็อยากจะน้อยใจเหมือนกันนะแต่พอรู้อย่างนี้ก็ดีใจที่ป้าใช้มันไม่เป็น เพราะไม่อย่างนั้นคุณคงไม่มาหาผม


แบคฮีไม่ตอบรับอะไรไปมากกว่ามองหน้าเด็กหนุ่มอยู่อย่างนั้น


ความอบอุ่นที่มีให้กันไม่สามารถหาคำนิยามใดๆ ได้ ประโยคที่คล้ายที่สุดอาจจะเป็น เราสองคนคือบ้านของกันและกัน


แต่ไม่ใช่หรอก เธอเป็นบ้านให้ใครไม่ได้หรอก...


เจ้าโย้เย้--”


“…”


สัญญากับฉันได้ไหมว่าต่อไปเธอจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข


มีความสุขอย่างถึงที่สุด


และรักเท่าที่อยากจะรัก


แม้ถึงตอนนั้นฉันจะไม่ได้อยู่ข้างๆ เธอ


ผมจะมีความสุขได้อย่างไรถ้าไม่มีป้าล่ะครับคำตอบนั้นรวดเร็วจนน่ากังวลว่ามันฉาบฉวยหรือจริงใจ


ตอนนี้ชานยอลเป็นเพียงเด็กที่ไม่เคยรู้จักความสัมพันธ์ เด็กที่กำลังเข้าใจผิดว่าความผูกพันหาใช่ความรักไม่


ยังมีสิ่งใดสิ่งอื่นในจักรวาล หรือใครคนใดคนอื่นบนโลกที่เขาจะรักได้อีก


ได้มากกว่าฉันคนนี้เสียอีก

















 

 

ดอกไอรีส (Iris)

=

ผมมีอะไรจะบอกคุณ

 












เราเพิ่งปิดโหวตเรื่องปกไป

สรุปคือปกแข็งนะคะ

ตั้งใจจะเปิดโอนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ยังไงจะแจ้งรายละเอียดอีกทีค่ะ





#ฝนสีเงิน

















Tiny Hand
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

230 ความคิดเห็น

  1. #204 _tangkwajiya (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 10:27
    ทั้งอบอุ่นทั้งเศร้า ความสัมพันธ์ของสองคนนี้นี่มัน
    #204
    0
  2. #187 PINKLAND (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 18:19
    เพราะเวลาของป้าไม่เหมือนเจ้าโย้เย้
    #187
    0
  3. #170 gift_tyr (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 13:59
    หวานปนเศร้าเนอะ
    #170
    0
  4. #94 ffy97 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 09:13
    ความสัมพันธ์มักมาพร้อมความเจ็บปวดเสมอ :,)
    #94
    0
  5. #37 parks. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 13:43
    ไม่ให้ป้าไปไหนหรอกกกก
    ป้าจะต้องอยู่กับเจ้าโย้เย้นะ
    #37
    0
  6. #36 Lonelyyeolly (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 19:21
    ชอบตอนนี้จัง ทั้งสองคน ค่อยๆปรับตัวแล้วเรียนรู้กันไปทีละนิด แต่มีความรู้สึกเศร้าๆคลอๆไปตลอดเลย TT
    #36
    0
  7. วันที่ 14 มกราคม 2560 / 00:02
    อบอุ่นแต่ก็เหน็บหนาว :)
    #34
    0
  8. #33 ฉัตรนภา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 23:02
    น่ารักจังเลยค่ะ อุดหนุนแน่นอน ชอบในผลงานพี่ฝนมากๆเลยนะคะ :)
    #33
    0
  9. #32 อิ อิ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 21:02
    หวาน อบอุ่นแต่หน่วงเบาๆ ฮือออออ ไม่อยากนึกถึงอนาคตเลย
    #32
    0