end; ฝนสีเงิน | chanbaek

ตอนที่ 4 : CH.4 | 1474

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,091
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    3 ม.ค. 60








CH.4 | 1474 








 

เพราะห่วง จึ่งคิด สถิตหา

เพราะหวง จึ่งพา ใจผกผัน

เพราะคิดถึง จึ่งคะนึง ซึ้งรำพัน

เพราะรัก จึ่งลงทัณฑ์ ด้วยน้ำตา

...

 


ผ้าหนึ่งตะกร้าที่แยกไว้ตั้งแต่เย็นเพิ่งถูกยกออกจากบ้าน แขนเรียวกอดตะกร้าพลาสติกไว้แน่นขณะเดินทอดน่องไปร้านซักรีดที่อยู่ถัดไปอีก 2 หลังคาเรือน คืนนี้ฟ้าเปิดแต่กลับเห็นดาวกระจายตัวเพียงน้อยนิด หญิงสาวก้าวขาพาตัวเองเข้าไปในร้านที่ไร้ร้างผู้คน


หยิบผ้าใส่ถัง ตักผงซักฟอกสูตรผสมน้ำยาปรับผ้านุ่มตามไปอีกพอประมาณ เสร็จแล้วจึงหยอดเหรียญซึ่งแลกไว้สำหรับซักผ้าโดยเฉพาะ ร่างบางขึ้นไปนั่งบนเครื่องใช้ไฟฟ้าหลังจากปิดฝาลงจนแนบสนิทกับตัวเครื่อง มันค่อยๆ ทำงานแข่งกับความเงียบซึ่งไม่มีใครอื่นรวมถึงสิ่งใดสิ่งอื่นคิดจะทำลาย


เธอหยิบหนังสือ เบ๊บ หมูเลี้ยงแกะ [1]ติดมือมาด้วย ตั้งใจว่าระหว่างรอผ้าซักเสร็จจะอ่านมันพร้อมกับบุหรี่อีกสักมวน ความจริงเธอไม่ได้ติดบุหรี่แต่ในช่วงวัยที่จำเป็นต้องมีมันนั้นช่วยทำให้เธอไม่ต้องผิดแผกจากผู้คนมากนัก


แบคฮีสูบมันครั้งแรกตอนคบค้าสมาคมกับคนรุ่นเดียวกันเพื่อยืดระยะบทสนทนาให้ยาวขึ้น คราวนั้นเธอเป็นหญิงวัยสี่สิบปลายๆ ที่ค่อนข้างจะอยากเข้าสังคมไม่น้อยเสียทีเดียว การได้พบปะผู้คนจึงจำเป็นมากพอๆ กับย้ายที่อยู่


ตอนนี้เธออายุ 26 ปีจึงยังพอมีเวลาอยู่กับมันอีกเล็กน้อย หญิงสาวคิดว่าเมื่ออายุแตะสิบเก้าเธอควรเลิกสูบบุหรี่อย่างจริงจัง


เครื่องซักผ้ายังคงทำงานส่งให้ร่างที่นั่งอยู่ด้านบนสั่นไปด้วย แบคฮีอ่านหนังสือไปเกือบจบบท แต่ก่อนที่จะได้พลิกหน้ากระดาษด้วยมืออีกข้างที่คีบบุหรี่ซึ่งหมดไปครึ่งมวน เสียง แปลกปลอมก็ทำให้เธอต้องหยุดกึกเพื่อเงี่ยหูฟัง


มันเป็นเสียงที่ไม่ควรมีอยู่จากแหล่งกำเนิดเสียงใดๆ บนโลกเสียด้วยซ้ำ หญิงสาวนั่งมองรถตำรวจขับผ่านหน้าร้านซักรีดไปพร้อมกับเสียงสัญญาณที่ยังดังโหวกเหวก


ค่ำคืนกำลังตื่นตระหนก เธอรู้สึกอย่างนั้น


บุหรี่ถูกโยนลงที่พื้นก่อนเธอจะกระโดดลงไปบี้มันด้วยรองเท้าจนไฟมอด หญิงสาววางหนังสือไว้บนฝาเครื่องซักผ้า แบคฮีจดจำเลขหน้าไว้เรียบร้อยแล้วเมื่อดันลืมหยิบที่คั่นหนังสือมาด้วย เธอคิดว่าตอนถึงเวลาที่กลับมาอ่านอีกครั้งก็คงลืมเลขหน้านั้นไปแล้วและโง่งมกับการไล่อ่านใหม่ตั้งแต่แรก


หญิงสาวเดินออกไปหน้าร้านซักรีด นอกจากเก้าอี้ยาวที่วางขวางหูขวางตาแล้วยังมีตู้เครื่องดื่มหยอดเหรียญงกๆ เงิ่นๆ ซึ่งทำงานไม่อัตโนมัติเท่าไรนักเพราะไม่ค่อยมีคนอยากใช้บริการ นิ้วเรียวกำลังจะกดเลือกน้ำอัดลมกระป๋องจำเป็นต้องค้างเติ่งอยู่บนอากาศเมื่อได้ยินเสียงวิ่งทึกทักมาทางนี้


เป็นเสียงที่เร่งรีบเสียด้วยสิ แบคฮีไม่ทันได้หลบทางให้เมื่อร่างที่ปรากฏในระยะสายตานั้นไม่ใช่ใครอื่น


เจ้าโยเย้หนิ!”


ชานยอลสะดุ้งทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก เขายกนิ้วขึ้นมาจรดริมฝีปากบางของคุณป้าเพื่อไม่ให้เธอส่งเสียงในตอนนี้


เป็นอะไร หนีใครมา? แบคฮีกระซิบถามเสียงเบาเมื่อเด็กหนุ่มกำลังหันมองไปตามทางที่เพิ่งวิ่งมาอย่างระแวดระวัง มือหนาคว้าแขนเธอไว้ก่อนจะออกแรงพาเข้าไปในร้านซักรีดทันที


พวกนั้นจะจับผม เสียงห้วนพูดไม่เต็มปากเต็มคำเพราะความเหนื่อยหอบ หญิงสาวไม่ทันได้ถามอะไรมากความก็ได้ยินเสียงวิ่งโหวกเหวกของตำรวจในเครื่องแบบสามนายกำลังตรงมาทางนี้ เธอรีบกดหัวให้ชานยอลนั่งลงไปแอบกับมุมร้านซึ่งมีเครื่องซักผ้าขนาดใหญ่บังอยู่ พอดิบพอดีกับที่ตำรวจนายหนึ่งผ่านมาเจอเธอเข้า


คุณผู้หญิง ..ห็นเด็กเกเรผ่านมาทางนี้บ้างไหม?


ผู้ชายตัวสูงๆ น่ะหรือ? เธอแสร้งถามกลับพร้อมเดินไปที่หน้าร้านอีกครั้ง เมื่อนายตำรวจพยักหน้ารับจึงชี้มือไปอีกฟากถนนทันที ฉันเห็นเขาวิ่งไปทางนั้น


เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจะไปตามทางที่เธอบอกแต่มือเรียวกลับคว้าแขนข้างหนึ่งไว้พร้อมส่งเสียงถามด้วยความอยากรู้เอาการ


เดี๋ยวค่ะคุณตำรวจ เกิดเรื่องอะไรขึ้น? ก็ถ้าถามเจ้าโย้เย้ฝ่ายเดียวมีหรือจะรู้ความจริง


ชาวบ้านโทรบอกว่ามีเด็กทะเลาะวิวาทกันน่ะครับ พอตำรวจมาถึงก็วิ่งหนีกันคนละทิศคนละทาง ผมล่ะเหนื่อยใจจริงๆ กับเด็กพวกนี้


ถ้าจับได้จะติดคุกติดตารางหรือเปล่า?


คงฝากขังก่อนน่ะครับ อาจจะต้องเรียกผู้ปกครองมาจ่ายค่าปรับ แต่เด็กพวกนี้แสบอย่างกับอะไร วิ่งหนีไวจับไม่เคยหมดเสียที ผมล่ะสงสารพ่อแม่เขาเหลือเกิน ตำรวจวัยแก่ประสบการณ์ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจก่อนจะขอตัวตามเจ้าหน้าที่คนอื่นไปเมื่อเห็นว่าหยุดคุยมานานพอแล้ว


หญิงสาวได้แต่ยืนมอง ก็อยากจะเป็นพลเมืองดีกับเขาหรอกนะแต่ทำอย่างไรได้ล่ะเมื่อเธอเลือกช่วยเจ้าโย้เย้ไปแล้ว


ชวนคุยขนาดนี้ ไม่เรียกตำรวจมาจับผมเลยล่ะครับ เด็กหนุ่มที่นั่งแอบอยู่ในร้านซักรีดได้ยินบทสนทนาทั้งหมด เขาพูดขึ้นอย่างหัวเสียทันทีที่เห็นคุณป้าเดินเข้ามาในร้าน หญิงสาวเลิกคิ้วก่อนจะพยักหน้ารับ


เอางั้นเหรอ ได้สิ


ชานยอลเดินมาดักหน้าอีกฝ่ายไว้เมื่อดูเหมือนเธอพร้อมจะส่งเขาเข้าคุกอย่างเต็มใจ เด็กหนุ่มทำหน้างอง้ำใส่หลังจากโดนมองด้วยสายตาเย็นเยือก


พวกนั้นมาหาเรื่องผมก่อน


เลยป้องกันตัว?


ก็ไม่เชิงป้องกันตัว ร่างสูงหลบสายตาก่อนมือไม้จะเริ่มอยู่ไม่สุขเพราะก้อนความสำนึกผิดกำลังสุมอก คือมากกว่าป้องกันตัวหน่อยนึง ผมต้องชนะ


ปลายเสียงเบาหวิวก่อนจะก้มหน้ายอมแพ้ เขาผิดที่ไปรับคำท้าแต่เชื่อเถอะว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกและผู้ชายวัยคึกคะนองนั้นสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น


ต้องชนะสินะ แบคฮีพยักหน้าราวกับเข้าใจเสียดิบดีแต่ยิ่งเป็นแบบนี้ชานยอลก็ยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก คุณป้ากำลังโกรธและเขาคือต้นเหตุ


โธ่ .. ยังไงเมื่อกี้ป้าก็ช่วยผมแล้ว


เพราะช่วยเธอฉันถึงต้องขัดขวางการทำงานของตำรวจ เสียงหวานตวาดแหวก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย หญิงสาวเดินไปที่เครื่องซักผ้าที่หยุดทำงานมาพักหนึ่งแล้ว ธุระของเธอคือหยิบผ้าในถังออกมาใส่ตะกร้าโดยไม่จำเป็นต้องสนใจเสียงที่ดังอยู่ไม่หยุดพร้อมกับใบหน้าที่พยายามอ้อมมาเรียกร้องความสนใจ


ผมขอโทษครับที่ทำให้ป้าลำบาก แต่อย่าไปบอกคุณแม่อธิการนะครับผมไม่อยากให้ท่านคิดมาก ป้าครับ ได้ยินที่ผมพูดหรือเปล่า คุณป้า...


ฉันไม่บอกหรอกหน่า ไปๆ จะไปไหนก็ไป หญิงสาวปัดมือไล่หลังจากก้มหยิบผ้าหมาดใส่ตะกร้าเรียบร้อยแล้ว ทว่าร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับทำตัวรกหูรกตาเสียนั่น ยังไม่ไปอีก


ไปแล้ว


ไปที่ไหน ฉันเห็นว่าเธอยังอยู่


ก็คุณป้าบอกว่าจะไปไหนก็ไป ปากหนาขยับเถียงไม่ขาดสาย ท่าทีเอาแต่ใจทำให้คนมองอยากจะหาไม้เรียวมาตีให้ก้นลาย


งั้นเธอก็เฝ้าร้านซักรีดไปเถอะ


เปล่าซะหน่อย ผมจะไปที่ๆ มีป้าต่างหาก


แบคฮีมองคนพูดตาขวาง แต่เจ้าเด็กจอมซนกลับยิ้มกว้างอย่างพออกพอใจที่ได้เดินตามเธอต้อยๆ แบบนี้ หญิงสาวสังเกตเห็นหางคิ้วและมุมปากที่มีเลือดซิบตั้งแต่ทีแรกแล้ว ที่ทำเป็นไล่เมื่อครู่เพราะรู้ว่าเจ้าโย้เย้จะไม่เชื่อฟัง เธอแค่ไม่อยากเป็นผู้ใหญ่ที่ใจดีเกินไปในสายตาของชานยอล


จะตามฉันถึงไหน ไม่ไปโรงเรียนหรือไร


ช่วงนี้ไม่ค่อยมีแรงบันดาลใจเรียนน่ะครับ เลยคิดว่ากลับมาที่โบสถ์น่าจะดีขึ้น พูดอย่างไม่อายปากพลางแย่งตะกร้าผ้าไปถือเองหน้าตาเฉย หญิงสาวหันขวับมามองทันทีที่ได้ยินคำตอบ


เธอโดดเรียน?


ป้าไม่มีจิตวิญญาณด้านการใช้ภาษาเลย ผมก็บอกอยู่ว่ามาหาแรงบันดาลใจ


ชานยอล!”


เท่านั้นแหละคนปากมากจึงเงียบลงและเดินดุ่มๆ ตามร่างบางออกไปยังปุตปาธที่จะพาคุณป้ากลับบ้านซึ่งถัดไปเพียงไม่กี่ก้าว


ทำไมเธอถึงไม่มีความรับผิดชอบแบบนี้ล่ะ น่าเป็นห่วงจริงๆ


ป้าห่วงผมเหรอครับ หูผึ่งแทบจะพร้อมเพรียงกับความโลดโผนในใจ ร่างสูงที่ถือตะกร้าผ้าขยับตัวมาชะเง้อจ้องหน้าคนพูดที่ดีดหน้าผากเขาเข้าให้หนึ่งที


ก็เป็นซะแบบนี้จะไม่ให้ห่วงอย่างไรไหว


อ๋า~ ไม่ได้รู้สึกดีใจขนาดนี้นานเท่าไหร่แล้วนะ


เจ้าโย้เย้พึมพำกับตัวเองแต่แบคฮีไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเธอก็รู้สึกอย่างเดียวกันนั่นล่ะ .. ไม่เคยเป็นห่วงใครแบบนี้เลย


ว่าแต่ ทำไมคุณถึงซักผ้าดึกๆ แบบนี้ล่ะครับ?


อากาศกลางคืนมันเหมาะกับการตากผ้าน่ะ หญิงสาวตอบตามความรู้สึกก่อนจะหยุดยืนอยู่กับที่เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านของตัวเองเรียบร้อยแล้ว เข้าไปในบ้านก่อน ฉันจะทำแผลให้


อยู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บแผลเลย


มือเรียวที่กำลังควานหากุญแจบ้านในกระเป๋ากางเกงเอื้อมมาตบแหมะเข้าที่แก้มของอีกคนเมื่อรู้สึกหมั่นเขี้ยวสีหน้ากับท่าทางระริกระรี้นี่เหลือเกิน ชานยอลไม่อยากจะบอกใครว่าเขาลืมแผลไปแล้วด้วยซ้ำ ความจริงมันก็ไม่ได้เจ็บอะไร


หายไปไหนวะ เสียงสบถอย่างไม่สบอารมณ์เรียกให้ทั้งคู่หันไปมองต้นทางที่ปรากฏร่างของนายตำรวจทั้งสามกำลังเดินกลับมา หญิงสาวเร่งมือไขประตูบ้านขณะที่เด็กหนุ่มเอาตะกร้าผ้ามาบังหน้าตัวเองไว้ทันที ทั้งคู่ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามามากขึ้นซึ่งนั่นหมายความว่าชานยอลกำลังจะโดนจับได้


คุณผู้หญิงคนเมื่อกี้นี่


แบคฮีที่เพิ่งเปิดประตูและผลักร่างสูงเข้าไปในบ้านได้ก่อนหันกลับมายิ้มให้เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งพากันเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของเธอ เหมาะเจาะอย่างน่าใจหาย


คุณตำรวจ .. ได้ความว่าอย่างไรบ้าง


จับไม่ได้น่ะสิครับ หายไปเร็วเหลือเกิน


เสียดายจังเลยนะคะ เด็กพวกนี้น่าจะจับเข้าคุกเสียให้เข็ด หญิงสาวชกฝ่ามือของตัวเองออกท่าออกทางจนตำรวจทั้งสามนายหัวเราะร่วน


จะอย่างไรก็ขอบคุณนะครับ ดึกป่านนี้คุณผู้หญิงควรเข้าบ้านได้แล้ว เกิดเด็กพวกนั้นย้อนกลับมาจะอันตราย


ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวล่ะค่ะ ยิ้มส่งท้ายให้อีกครั้งก่อนจะเปิดประตูเข้าบ้านไปในที่สุด ทันทีที่ล็อคประตูร่างของเธอก็ถูกกระชับตรึงอยู่กับผนัง ด้วยไฟที่ยังไม่ถูกเปิดทำให้มองไม่เห็นว่าชานยอลแอบอยู่ตรงนั้นพอดี เด็กหนุ่มจำต้องยกมือปิดปากเธอไว้ก่อนจะได้ส่งเสียงตกอกตกใจจนตำรวจที่อยู่ข้างนอกได้ยินเข้า


รออยู่อย่างนั้นร่วมนาทีเสียงฝีเท้าทั้งสามถึงเลือนหายไป ชานยอลเพิ่งรู้ตัวว่ามือข้างหนึ่งของเขากำลังรัดเอวบางไว้เต็มอ้อมแขน ส่วนมืออีกข้างก็ปิดปากคุณป้าไว้แน่น สัมผัสได้เพียงไออุ่นของอุณหภูมิร่างกายโดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังมีสีหน้าอย่างไร


ความมืดมิดทำให้ไม่เห็นสายตาที่กำลังประสานเข้าด้วยกันอย่างแนบชิด


ปล่อยได้แล้วไหม


เท่านั้นจึงต้องปล่อย .. ทั้งๆ ที่ไม่อยากปล่อย


ทำไมบ้านถึงมืดขนาดนี้นะ ฉันน่าจะเปิดไฟห้องครัวไว้ด้วยซี คนที่เพิ่งเป็นอิสระบ่นงึมงำขณะเดินคลำทางไปเปิดไฟจนสว่างจ้า และนั่นแหละเธอถึงเห็นเจ้าโย้เย้ยืนยิ้มกว้างอยู่ที่ประตู รอที่โซฟาก่อน ฉันจะไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล


คุณป้าตากผ้าก่อนก็ได้ครับ ผมไม่รีบ


เชื่อฟังฉันสักครั้งไม่เป็นไรหรอกชานยอล


เด็กหนุ่มพยักหน้ารับ เดินไปนั่งบนโซฟาสีเบจราวกับจะเชื่อฟัง แต่ขณะที่รอร่างบางเดินขึ้นไปที่ชั้นบนชานยอลก็เอาแต่เดินสำรวจบ้านของคุณป้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น


เป็นบ้านขนาดเล็กสองชั้นที่ชั้นล่างมีเพียงห้องโล่งกับโซฟาหนึ่งตัว ถัดไปเป็นห้องครัวขนาดมาตรฐานที่เขาทำได้เพียงชะเง้อมองเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังเดินลงบันไดและเขาควรกลับไปนั่งที่ให้เรียบร้อยก่อนจะโดนดุ


เอาล่ะ ฉันไม่เคยทำแผลให้ใคร เป็นจริงอย่างที่เธอสารภาพเพราะทุกอย่างในกล่องปฐมพยาบาลไม่เคยถูกใช้เลยสักชิ้น มือเรียวที่กำลังหยิบสำลีดูเก้ๆ กังๆ ทว่ามันน่ามองไม่น้อย


ผมจะตายหรือเปล่าครับ


ทำเองไหม คุณป้าอาจจะไม่เคยรู้ตัวว่าทั้งขี้น้อยใจและประชดประชันเก่งยิ่งกว่าใคร ชานยอลเอาแต่ยิ้มเมื่อโดนสำลีชุบยาป้ายแผลจิ้มเบาๆ ที่หางคิ้ว ฉันไม่เคยทำแผลให้ใครใช่ว่าจะทำไม่เป็น ไม่ถึงตายหรอกน่า


ลมหายใจอ่อนๆ ของเธอผสมกลิ่นหม่นเจือจาง เขาสัมผัสได้ตั้งแต่ตอนไฟดับนั่นแล้ว


ป้าสูบบุหรี่ด้วยเหรอครับ?


นานๆ ทีน่ะ มันไม่ดีหรอกเธออย่าริจะสูบขึ้นมาล่ะ ตอนที่ดวงตาเรียวกำลังให้ความสนใจกับบาดแผลทว่าริมฝีปากขยับเขยื้อนพูดกับเขานั้นอบอุ่นสิ้นดี


ผู้ใหญ่ก็เป็นซะแบบนี้ ชอบห้ามว่านั่นไม่ดีโน่นไม่ดีแต่ตัวเองก็ทำให้เห็นเกลื่อนไป


เธอจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่แบบนั้นไหม .. ปาร์คชานยอล พลาสเตอร์ยาสีเนื้อถูกแปะที่หางคิ้วส่งท้ายก่อนจะนั่งมองหน้าเด็กหนุ่มอยู่อย่างนั้นเพื่อรอฟังคำตอบ


ผมจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ได้อยู่กับคุณป้าตลอดไป


คำพูดคำจาเหมือนเด็กที่กำลังจะจบมัธยมที่ไหน


เอาพลาสเตอร์ยาปิดปากด้วยดีไหม ไปๆ กลับไปได้แล้ว สุดท้ายจึงถูกผลักไสไล่ส่งออกจากบ้านทันทีที่ทำแผลเสร็จ ชานยอลเอาแต่โอ้เอ้บอกจะช่วยตากผ้าแต่ไม่ว่าอย่างไรเสียคุณป้าก็ไม่ยอมใจอ่อน การออกมายืนเต๊ะหล่ออยู่หน้าบ้านจึงเป็นเหตุสุดวิสัย


ป้าครับ


อะไรอีก ประตูที่กำลังจะปิดถูกแง้มครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อคนที่อยู่ด้านนอกดูเหมือนจะไม่อยากจบบทสนทนาเสียที


สมมติถ้าผมอยากเจอคุณขึ้นมาแต่ไม่รู้ว่าสะดวกไหม


ฉันไม่ใช้โทรศัพท์


ประโยคตัดบทที่รู้ทันนั่นทำเอาชานยอลได้แต่อ้าปากค้าง แต่เขาไม่มีทางถอดใจตั้งแต่ตอนนี้หรอก


ช่องทางติดต่ออื่นๆ ล่ะครับ


ฉันไม่จำเป็นต้องติดต่อกับใคร กลับไปได้แล้วเจ้าโย้เย้ แบคฮียืนมองเด็กหนุ่มที่พยักหน้าอย่างจำใจ


ก็ได้ครับ ถ้าอย่างนั้น .. พรุ่งนี้ผมมาหาคุณป้านะครับ


พรุ่งนี้ฉันต้องไปทำงาน ไว้เจอกันวันอื่นเถอะ ไม่ได้อยากทำร้ายจิตใจกันเลยแม้ว่าประโยคตอบกลับของเธอนั้นแสนจะเย็นชาก็ตาม


ทำงาน?


เธอคงไม่คิดว่าฉันจะมีเงินใช้ไปทั้งชีวิตโดยไม่ทำอะไรหรอกใช่ไหม


ชานยอลเงียบไปพักหนึ่ง ไม่ได้กำลังคิดว่าที่คุณป้าพูดนั้นจริงไหมเพราะมากกว่าอะไรทั้งหมด


พรุ่งนี้ผมจะตั้งใจเรียน...


เขาพร้อมที่จะเชื่อทุกคำพูดของเธออย่างไร้ข้อแม้


...ถ้าคุณป้ายอมให้ผมตามไปที่ทำงานด้วย


ฉันไม่เห็นจะมีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับข้อเสนอนี้ ยังไงการตั้งใจเรียนก็เป็นสิ่งที่เธอควรทำอยู่แล้ว ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่แบคฮีก็ไม่ใช่คนที่จะไม่แยแสต่อความตั้งใจของใครคนใดคนหนึ่งบนโลก เรียนเสร็จกี่โมง?


เที่ยงครับ เจ้านี่ก็ลิงโลดยิ่งกว่าอะไรดี


ห้าโมงเย็นเจอกันที่วงเวียน โอเคไหม


ก็ถ้าตอบว่าไม่เขาอาจจะอดเจอคุณป้าในวันพรุ่งนี้ก็เป็นได้ เด็กหนุ่มยืนมองประตูบ้านที่ถูกปิดลงหลังจากเขาพยักหน้าและโบกมือให้เรียบร้อยแล้ว คุณป้ายังคงเป็นเหมือนเดิมตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันจนตอนนี้


เป็นผู้ใหญ่ใจดีที่อบอุ่น

 


…………………………………………………………


 

ไม่ทันได้ถามและตั้งข้อสงสัยเสียด้วยซ้ำว่าทำไมคุณป้าถึงนัดเขาเสียเย็นย่ำทั้งๆ ที่บอกว่าจะไปทำงาน เราเจอกันตรงตามเวลาโดยไม่ต้องมีใครรอใครเพราะบังเอิญเจอกันระหว่างทางจะไปที่วงเวียนพอดี แบคฮีพาเด็กหนุ่มจับรถบัสมุ่งตรงไปในเมืองโดยไม่ยอมบอกอะไรเพิ่มเติมสักอย่าง


ชานยอลยังคงเป็นเด็กช่างคุยเหมือนเก่า มีความเป็นได้และไม่ได้เท่ากันที่เจ้าโย้เย้จะเป็นแบบนี้กับคนอื่น แต่ทุกครั้งที่อยู่กับเธอ แบคฮีมักจะได้นั่งฟังเรื่องราวต่างๆ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากราวกับฝนแรกของฤดู


มันชื่นฉ่ำ .. และอึมครึม


นอกจากจะอวดว่าวันนี้ตั้งใจเรียนขนาดไหนแล้วเจ้าโย้เย้ยังเอาแต่คุยจ้อว่าตัวเองน่ะเป็นหัวหน้าชมรมสเก็ตบอร์ดที่คนในชมรมนับถือไม่น้อย


ก็ไม่รู้ว่าโม้ไปกี่น้ำ แต่ถ้าพูดแล้วมีความสุขขนาดนี้ .. แบคฮีก็จะรับฟัง


ถึงแล้ว


ที่นี่เหรอ? ร่างสูงยืนมองบาร์เล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในทางออกที่สองของสถานีรถบัส หญิงสาวที่มาด้วยกันไม่ตอบเพียงแต่เดินนำเข้าไปในร้านอย่างไม่เก้อเขิน


เด็กคนนี้มากับฉัน เธอบอกชายคนเฝ้าประตูพร้อมส่งสายตาที่ชานยอลเรียกว่าหว่านเสน่ห์ ก่อนจะได้รับการพยักหน้าตอบรับทันที


ป้าทำงานที่นี่หรือครับ?


ไม่ดีแน่ถ้าเป็นอย่างที่เขากังวล สถานที่อโคจรไม่เหมาะสมกับการมีอยู่ของคุณป้าแม้แต่น้อย ดูอย่างคนที่เฝ้าประตูเมื่อกี้นี้สิ เขาไม่ชอบใจเลยที่สายตาของมันมักจะมองช่วงอกภายใต้เดรสสีฟ้าอ่อนไม่วางตา


ไม่ถึงสองชั่วโมง นั่งรอตรงนี้อย่าเถลไถลล่ะ ถ้าเบื่อก็กลับไปก่อนได้เลย จับรถเป็นใช่ไหม หญิงสาวพาเขาไปนั่งหน้าบาร์เครื่องดื่ม ชานยอลสังเกตเห็นว่าคนภายในร้านที่เป็นผู้ชายเสียส่วนใหญ่กำลังมองมาทางเราทั้งคู่ และสายตาเหล่านั้นต่างเต็มไปด้วยความอิจฉาเขาไม่น้อย


รับอะไรดีครับ? บาร์เทนเดอร์หนุ่มท่าทีสุขุมถามขึ้น แบคฮีหันไปตอบทันทีเมื่อเด็กหนุ่มเอาแต่หันมองไปรอบๆ ร้านอย่างแปลกที่แปลกทาง


ก็รู้สึกดีอยู่หรอกที่เจ้าโย้เย้ไม่คุ้นเคยกับที่แบบนี้


ขอน้ำผลไม้ให้เขาเถิดเซฮุน อายุของเจ้าเด็กนี่ยังไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อยก็ตอนที่อยู่ในสายตาฉัน


ครับ, พี่แบคฮี


ทันทีที่บาร์เทนเดอร์ยิ้มรับหญิงสาวก็เดินหายไปก่อนจะปรากฏตัวอีกครั้งบนเวทีพร้อมเสียงโห่ร้องออกหน้าออกตาของลูกค้าหลายสิบคน


เลม่อนโซดาได้แล้วครับ


พี่ฮะ ถามไรหน่อยดิ ชานยอลค้ำแขนลงกับบาร์แม้ว่าสายตาจะจับจ้องอยู่ที่ร่างบางบนเวทีก็ตาม และไม่ต้องรอให้อีกคนตอบรับเขาก็รีบถามทันทีด้วยความอยากรู้ คุณป้า .. เอ่อ ผมหมายถึงพี่สาวที่มากับผม เธอทำงานที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?


ไม่กี่วันนี้เอง ได้ยินว่าเพิ่งย้ายมาอยู่เมืองใกล้ๆ เลยมาร้องเพลงให้ที่ร้าน


เหรอครับ คนฟังพยักหน้ารับรู้ อย่างน้อยการเป็นนักร้องในบาร์ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรถึงจะเปลืองตัวไปกับสายตาที่โลมเลียอยู่ไม่น้อยทีเดียว คิดแล้วก็โมโห


ผู้ชายตามติดเธอแจ แปลกใจอยู่ที่วันนี้กลับพาเด็กมัธยมมาด้วย


เพราะอย่างนี้ลูกค้าภายในร้านถึงมองเขาแปลกๆ ตั้งแต่ที่เข้ามาด้วยกัน ชานยอลเท้าคางมองคุณป้าที่กำลังฉีกยิ้มหวานพูดทักทายระรื่นหูก่อนที่เสียงดนตรีจะดังขึ้นเมื่อถึงเวลาเริ่มขับกล่อมบทเพลง


 

Treated me kind

ใจดีกับฉันด้วยนะ

Sweet destiny

โชคชะตาอันแสนหวาน

Carried me through desperation

อุ้มฉันผ่านความสิ้นหวังท้อแท้ไป

To the one that was waiting for me

ไปยังคนที่เฝ้ารอคอยฉันอยู่

It took so long

มันนานเหลือเกิน

Still I believed

แต่ฉันก็ยังเชื่อนะ

Somehow the one that I needed

ว่ายังไง คนที่ฉันต้องการ

Would find me eventually

จะตามหาฉัน


 

เพิ่งรู้ก็ตอนนี้เลยว่าเสียงที่น่าฟังอยู่แล้วเวลาพูดจานั้นหวานหยดจนสะกดทุกสายตาให้มองตรงไปที่เธอได้พร้อมเพรียง


ไพเราะแม้กระทั่งจังหวะหายใจ


 

I had a vision of love

ฉันมีนิมิตแห่งรัก

And it was all that you’ve given to me

และนั่นก็คือทุกๆ สิ่งที่เธอมอบให้ฉัน


 

ชานยอลไม่ชอบเลยที่กำลังหวงแหนสายตาพราวระยับซึ่งกำลังกวาดมองคนอื่นๆ อย่างเท่าเทียม ถึงอย่างนั้นเขาก็ได้แต่จับจ้อง .. อย่างจดจ่อ .. และมันช่างจับใจ


 

Prayed through the nights

ภาวนาทุกๆค่ำคืน

Felt so alone

รู้สึกโดดเดี่ยวเหลือเกิน

Suffered from alienation

ทรมานจากความห่างเหิน

Carried the weight on my own

แบกรับทุกๆ อย่างไว้ด้วยตัวเอง


 

สาบานได้เลยว่าเจ้างั่งที่นั่งอยู่ด้านหน้าติดเวทีไม่ได้เคลิบเคลิ้มกับสุ้มเสียงเหมือนใครอื่นเขา ชานยอลจ้องมองมันไม่วางตาเมื่อเห็นดวงตาที่เหม่อลอยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์กำลังจ้องมองคุณป้าด้วยความไม่น่าไว้วางใจ


 

Had to be strong

ต้องเข้มแข็ง

So I believed

ฉันจึงเชื่อ

And now I know I’ve succeeded

และตอนนี้ฉันก็สำเร็จแล้ว

In finding the place I conceived

ในการตามหาสถานที่ที่ฉันคิด[2]


 

ตอนนั้นเองที่มันลุกขึ้นยืน ขอจับมือนักร้องสาวอย่างลวนลามและแม้เธอจะพยายามปัดป่ายด้วยรอยยิ้มฝืดเฝื่อนก็ไม่สามารถหยุดยั้งได้


ชานยอลจึงต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่หน้าเวทีก่อนจะ ปั้ง ต่อยหน้ามันจนล้มคว่ำ แล้วเสียงเพลงก็รับรู้กาลเทศะจึงหยุดลง ทุกคนลุกขึ้นยืนด้วยความตกอกตกใจ


หยุด ชานยอล พอแล้ว


เด็กหนุ่มไม่ฟังใครแม้แต่คุณป้าที่ลงมาจับแขนเขาไว้ ชานยอลต่อยมันซ้ำอยู่อย่างนั้นจนสาแก่ใจก่อนจะต้องลุกขึ้นด้วยแรงลากที่แขนข้างเดิม ซึ่งนั่นแหละ คุณป้ากำลังห้ามเขาอย่างสุดความสามารถ


ฝากไว้ก่อนเถอะมึงคนถูกทำร้ายชี้หน้ากราด ลุกขึ้นยืนด้วยความทุลักทุเลแล้วฝ่าผู้คนออกไป


มาดิวะ กูกลัวตายห่าเหอะ อย่าให้เห็นอีกนะมึงชานยอลเกือบจะตามออกไปฟาดหน้ามันอีกสักรอบข้อหายังไม่สำนึกผิดแต่ก่อนหน้านั้นเขาอาจจะต้องรับมือกับใครบางคนแถวๆ นี้


อยากตายหรือไง ถ้าเขาตอบโต้ล่ะ


ก็มันแต๊ะอั๋งป้าก่อน


ฉันรู้ ฉันรับมือเรื่องพวกนี้ได้


หมายความว่าไงครับ ป้าเจอเรื่องแบบนี้บ่อยเลยเหรอยิ่งพูดยิ่งโมโห พาลไปขึ้นเสียงจนหญิงสาวขมวดคิ้วมองเพื่อปรามทางสายตา


สุดท้ายจึงต้องพากันกลับ แม้ร้านจะกลับมาสู่สภาวะปกติแต่แบคฮีรู้ว่าใช่จะดีนักกับการปล่อยให้ชานยอลยืนเรียกเธอว่าป้าปาวๆ ต่อหน้าคนมากมายขนาดนั้น


ระหว่างทางไม่มีบทสนทนา เป็นระยะเวลาแปลกประหลาดที่หญิงสาวไม่เคยพบเจอเมื่ออยู่ด้วยกันกับปาร์คชานยอล และนั่นล่ะทำให้เธอรู้สึกผิด


เธอรู้ว่าเจ้าโย้เย้หวังดี


เธอรู้แม้กระทั่งว่าการยอมถูกเมียงมองและลวนลามจะเพราะอะไรก็ไม่งาม


เธอรู้ทุกอย่างแต่แสร้งทำเป็นไม่สนใจ ไม่เคยคิดละอายกับงานของตัวเองจนกระทั่งได้เห็นความเกรี้ยวกราดที่แสนจะรับมือยากซึ่งมาพร้อมกับประโยคนั้น


หมายความว่าไงครับ ป้าเจอเรื่องแบบนี้บ่อยเลยเหรอ


แต่ถึงอย่างนั้นชานยอลก็ยังเดินมาส่งเธอจนถึงหน้าบ้านแม้ว่าเจ้าตัวจะต้องต่อรถกลับโรงเรียนอีกทอดหนึ่ง แบคฮีปล่อยให้ความอึดอัดทำงานมานานเกินไปแล้วและเธอควรจะเลิกอวดดีจนปล่อยให้เรื่องมันตกค้างไปถึงวันพรุ่งนี้


ฉันจะลองหาซื้อโทรศัพท์ ระยะหนึ่งของความผิดแผก เธอพูดออกไปแล้วทั้งๆ ที่ไม่ได้สบตา เผื่อว่าจะติดต่อกันน่ะนะ ฉันก็ทำไม่ค่อยจะเป็นหรอก


ผมจะเลือกให้ครับ ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่ต้องห่วงเลย


เด็กคนนี้ทำให้เธอหลุดยิ้มไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เมื่อมันเป็นความซ้ำซ้อนไร้ที่มาแบคฮีจึงเลือกที่จะยิ้มให้อย่างเท่าที่ใจเธออยากจะยิ้ม


ขอโทษที่ดุเธอแบบนั้น ทั้งๆ ที่เธอทำไปเพราะห่วงฉัน


แต่เด็กคนหนึ่งจะทำให้เธอรู้สึกราวกับถูกปกป้องได้ขนาดนี้เชียวหรือ...


จะว่าอย่างไรดีล่ะครับ ยอมรับว่าห่วงจริงๆ นั่นแหละ


แบคฮีหวังเพียงแต่ว่าสายตาที่กำลังทอดมองเธออยู่นี้ไม่ได้รู้สึกอย่างที่เธอรู้สึก อย่าให้เราได้ผูกพันกันอย่างที่เธอไม่เคยผูกพัน


อย่าเพิ่งไปนะ ร่างบางบอกก่อนจะหายเข้าไปในบ้านพักหนึ่ง ชานยอลไม่เบื่อเลยที่จะต้องยืนรออยู่แบบนี้


ให้มาส่งทุกวันยังได้


ให้ผม?


อืม ฉันว่ามันสวยดี หญิงสาวยังเข้าใจยากเช่นเดิมเมื่อเธอคว้าสมุดเล่มหนาออกมาเพื่อเปิดหน้ากระดาษแล้วหยิบดอกสแตติสแห้งที่ถูกทับเอาไว้ยื่นมาให้เขา


มันดูเปราะบาง .. เพราะอย่างนั้นชานยอลจึงต้องทะนุถนอมแม้กระทั่งตอนเอื้อมมือไปรับมา


และนี่คือช่วงทำนองสุดท้ายของค่ำคืนนี้ บางสิ่งบางอย่างนั้นไม่ควรมีที่มาที่ไปเช่นเดียวกับหิมะแรกที่ถือวิสาสะตกในตอนนี้ได้อย่างพอดิบพอดี


แบคฮีจึงต้องปิดบ้าน เพราะใครบางคนบอกว่าให้รีบเข้าไปเดี๋ยวจะไม่สบาย


ถ้าดอกไม้ดอกใดดอกหนึ่งบนโลกกำลังโอ้อวดว่าตนคือตัวแทนของความรู้สึกได้อย่างเต็มเปี่ยม ชานยอลเชื่อว่ามันคือดอกไม้แห้งไร้สีสันในอุ้งมือของเขาดอกนี้


ขอบคุณที่ตลอดไป.



 

I had a vision of love

And it was all that you

Turned out to be

 

 








[1]  The Sheep-Pig: x King-Smith

[2] Vision Of Love - Mariah Carey









 

 

ดอกสแตติส (Statice)

=

ความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กันตลอดไป

 












เพลงเพราะมากกกก

แปะป้าบ!!








#ฝนสีเงิน

















Tiny Hand
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

230 ความคิดเห็น

  1. #222 Pinkkaboo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มีนาคม 2564 / 18:14
    ชอบเทสของไรท์จัง
    #222
    0
  2. #203 _tangkwajiya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 00:10
    เป็นเด็กที่น่ารักแล้วก็อบอุ่นมากๆเลยเจ้าโย้เย้
    #203
    0
  3. #186 PINKLAND (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 18:05
    เจ้าโย้เย้น่ารัก
    #186
    0
  4. #134 BN0412 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 14:27
    น่ารักจัง
    #134
    0
  5. #115 Renoir92 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 15:58
    เจ้าโย้เย้ต้องโตมาเป็นเด็กดีนะะะะ
    #115
    0
  6. #100 galaxy_tamtam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 05:44
    น่ารักดีแต่ก็กลัวแบคฮีต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นอีก
    #100
    0
  7. #79 ffy97 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 12:22
    มันหน่วงนะที่ไม่อยากให้อีกคนรู้สึกเหมือนเรา :,)
    #79
    0
  8. #54 little daffodil (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:59
    อบอุ่นใจดีจัง เจ้าโย้เย้ปกป้องคุณป้าของเค้า
    #54
    0
  9. #31 parks. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 13:23
    ดูหม่นๆ แต่ใจเต้นแรง
    #31
    0
  10. #30 znamsomz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 13:38
    มันดีมากเลย แต่มันก็หม่นๆ กลัวความเศร้าจัง ฮือ
    #30
    0
  11. #28 อิ อิ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 01:05
    คือความดีงาม ชอบมากกกกกก แต่รู้สึกว่าต้องดราม่าแน่เลย จะทำยังไงให้ไม่ดราม่านะ
    #28
    0
  12. #26 ถ่อว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 08:41
    ละมุนต่อมจมากมาย
    #26
    0
  13. วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 20:48
    โอ้ยย ชอบมากกก อบอุ่นนน
    #25
    0
  14. #24 Lonelyyeolly (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 18:58
    ละมุนอีกแล้ว คุณป้ากับเจ้าโย้เย้ หูยยยมันดีมากเลย ชอบๆๆๆๆ
    #24
    0
  15. #23 ขนนกสีฟ้า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 12:53
    ชานยอลต้องดูและคุณป้าดีๆนะ แล้วเลิกเรียนคุณป้าได้แล้ว พี่สาวก็พอ แบคฮีเริ่มใจอ่อนละนะ
    #23
    0