end; ฝนสีเงิน | chanbaek

ตอนที่ 3 : CH.3 | 530

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    13 ธ.ค. 59








CH.3 | 530 








 

เฝ้ารอ ขอพบ สบหน้า

เฝ้าฝัน วันพา มาเห็น

เฝ้าคิดถึง พึงทุกข์ ทุกเช้าเย็น

เฝ้าหวน ครวญเป็น เช่นดารา

...

 

             

คุณป้าครับ !


ตลกดีที่เขากำลังเรียกผู้หญิงที่แก่กว่าเพียงไม่กี่ปีว่าป้า ชานยอลใช้ระยะทางน้อยกว่าสิบสี่ก้าวในการเดินเข้าไปหาร่างบางที่ยืนนิ่งราวกับลืมการเคลื่อนไหวไปเสียสนิท นั่นทำให้เขามีความมั่นใจมากขึ้นอย่างไร้ความเป็นไปได้ว่าเธอคือคุณป้าคนนั้นจริงๆ


คุณคือ .. คุณป้าใช่มั้ยครับประโยคคำถามตามมาด้วยสายตาที่ทอดมองราวกับจะเป็นสะพานส่งต่อความหวังอันเลือนรางให้ชัดเจนขึ้น ดวงตาคู่สวยเงยสบโดยไร้ซึ่งคำอธิบายใดๆ ทั้งสิ้น นอกเสียจากคำตอบที่แปรความหวังไปเป็นภวโมเลกุลอากาศ


ดูเหมือนคุณจะจำคนผิดนะคะ


เช่นนั้นเอง...


ชานยอลยืนนิ่งอยู่กับที่ เฝ้ามองรอยยิ้มที่มอบให้เขาราวกับไม่ถือสาอะไรหากผิดจริง ก็จริงอย่างที่ว่า .. เธอยังดูเด็กเกินไปกว่าจะเป็นคุณป้าของเด็กหนุ่มอายุ 18 ปีได้


ขอโทษครับ


คุณป้าที่เขาเฝ้ารอควรจะ 40 ปีเป็นอย่างต่ำ


ทว่าดวงตาคมโตยังคงเอาแต่จดจ้องไปที่รอยปานข้างกกหูของเธออย่างจาบจ้วง ต้องโทษมันที่ทำให้เขาเข้าใจผิดเพราะดาวดวงนั้นยังคงฉายชัดเสมอเหมือนจนแทบจะถอดรอยออกมาจากกัน


ปานของคุณ เอ่อ--” ชานยอลชี้คอข้างซ้ายของเธอก่อนจะรู้สึกว่าหน้ากำลังร้อนเห่อเพราะมันใช่เรื่องไหมที่ผู้ชายคนหนึ่งจะเอาแต่มองซอกคอของหญิงสาวเสียขนาดนี้


อ๋า~” เจ้าของรอยปานเม้มปากขณะรวบผมมาปิดมันเอาไว้อย่าให้ได้มีโอกาสเปิดเผยตัวอีก เหลือเชื่อที่เจ้าโย้เย้จำดวงดาวนี้ได้ทั้งๆ ที่เห็นเพียงครั้งเดียว


คือผมไม่ได้ตั้งใจจะมอง เอ่อ .. คอของคุณยิ่งพูดก็ยิ่งเหนียมอาย เด็กหนุ่มกระแอมไอเลิ่กลั่กก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบต้นคอของตัวเองแก้เก้อ ผมคงทักคนผิดจริงๆ ล่ะครับ ขอโทษอีกครั้งนะครับ


เขาคือตัวแทนของเด็กน้อยที่ควรได้รับการดูแลอย่างไม่มีที่ติ แบคฮียิ้มแย้มกับท่าทีนั้นก่อนจะรู้ตัวเธอก็เผลอเขย่งเท้าเพื่อยกมือขึ้นลูบผมอ่อนนุ่มเหมือนเช่นที่เคยทำเมื่อครั้งก่อน


ดวงตาที่กำลังประสานกันจึงเต็มไปด้วยความตกตะลึง ชานยอลสัมผัสได้ถึงมืออุ่นๆ ที่ถ่ายเทให้ตัวของเขามีอุณหภูมิสูงขึ้น เช่นเดียวกับหญิงสาวที่ดูตระหนกกับการกระทำของตนเองจึงต้องลดมือลงและเม้มปากอีกครั้ง


ขอโทษค่ะเธอน่ะมันจอมเซ่อซ่า ก็บอกแล้วว่าเจ้าโย้เย้เป็นเด็กน่าเอ็นดูแม้ขนาดตัวจะเทอะทะขนาดไหนตาม ที่สำคัญคือนอกจากวิชาคณิตศาสตร์แล้วล่ะก็ชานยอลนั้นเฉลียวฉลาดเกินทน


คุณป้าเหรอครับ?


ฉันบอกแล้วว่าคุณจำคนผิด


ผมจำอุณหภูมิมือของคุณป้าได้เด็กหนุ่มตอบอย่างจริงจังจนคนที่ยิ้มกลบเกลื่อนเริ่มไปไม่เป็น ถ้าเป็นชานยอลตอบสิบขวบอาจจะน่าเชื่อถือมากกว่านี้เพราะเด็กชายตอนนั้นน่ะบริสุทธิ์ทางความคิดมากกว่าจะโกหกเธอได้


ตลกแล้วล่ะ ใครจะทำได้


ผมไงล่ะ ผมทำได้


ถ้าบอกว่าปานเหมือนกันยังจะน่าเชื่อมากกว่าอีก


และนั่นแหละ .. เธอมันโง่


คุณป้าจริงๆ ด้วยชานยอลยิ้มกว้างเมื่อหญิงสาวตรงหน้าตกหลุมพรางเขาเข้าให้ คุณป้าของเขาหลับตาเพื่อปรับระดับลมหายใจให้เป็นปกติหลังจากรู้ตัวว่าโดนหลอกล่อให้สารภาพออกมาเสียเต็มปากเต็มคำ


ก็ถ้าไม่ใช่จริงๆ จะรู้ได้อย่างไรว่าคุณป้าของเขามีปานเหมือนกันกับเธอ


เธอกลายเป็นเด็กจอมลวงโลกแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่


ผมไม่ได้ลวงโลกนะครับ ก็คุณป้าไม่ยอมบอกความจริงผมก่อนและที่สำคัญคือผมไม่ใช่เด็กแล้วร่างสูงเลิกคิ้วให้เพื่อยั่วโมโหคนที่กำลังโมโห และนั่นแหละ ยิ่งโมโหทบทวี


ฉันจะบอกคุณแม่อธิการจริงๆ ด้วย


ไว้ก่อนเถอะครับรอยยิ้มนั้นค่อยๆ เลือนหายเพื่อจดจ้องหน้าของเธออีกครั้ง ชานยอลกำลังแสดงศักยภาพการเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นให้เธอได้เห็นจากสีหน้าเคร่งเครียดนั่น ทำไมคุณถึง .. ดูเด็กลงล่ะครับ?


แบคฮีทิ้งช่วงหายใจหนัก รำพึงรำพันกับความคิดของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนจะตอบคำถามเด็กหนุ่มอย่างจำยอม


เรื่องมันยาวน่ะ เธอต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ตกใจอะไรเกินควร


ไม่ได้ไปศัลยกรรมมาใช่มั้ยล่ะครับ?คำพูดคำจานั่นผิดกับสีหน้าท่าทางที่แสดงออกว่าสงสัยจริงๆ แบคฮีส่ายหน้าให้พร้อมรอยยิ้ม


ไม่ใช่หรอก เธอมีเวลาฟังเรื่องของฉันมากขนาดไหนกันล่ะ?


เด็กหนุ่มครุ่นคิด รายได้ของวันนี้ไม่จำเป็นต้องหาแล้วล่ะมั้งตราบใดที่คุณป้าที่เขาเฝ้ารอมาตลอด 8 ปีกำลังพร่ำถามถึงเวลาที่จะมอบให้กันได้


วันนี้ทั้งวันเป็นอย่างต่ำ


นั่นก็เกินพอหญิงสาวดีดนิ้วให้ก่อนจะหันหลังเดินนำเด็กหนุ่มไปยังสถานที่ที่พวกเราอาจจะสะดวกคุยกันมากกว่านี้ ระหว่างทางชานยอลกลับก้าวขาขึ้นมาจนเดินเสมอกันแถมยังเอาแต่เดินถอยหลังเพื่อคุยกับเธออย่างพวกเด็กอวดดีเขาชอบทำ


คุณป้ารู้มั้ยว่าอย่างมากคือขนาดไหน


เวลาที่เธอมีให้ฉันน่ะนะ?


อื้อพยักหน้าราวกับกลัวว่าจะไม่ได้รับความสนใจหากปล่อยให้ความเงียบกลืนหายไป เด็กหนุ่มเอียงคอมองคนที่กำลังคิดหาคำตอบ คุณป้าไม่มีทางเดาใจเขาได้หรอก


สองวันล่ะมั้ง


ไม่ใช่ครับ .. ตลอดชีวิต


หืม?


ตลอดชีวิตของผมเลยครับ


จำได้ว่าแสยะยิ้มมุมปากไปให้เล็กน้อยกับมุกจีบสาวของเด็กกำลังโต แบคฮีตีศอกของอีกคนให้หันไปเดินดีๆ ก่อนสถานที่ที่พวกเราเห็นดีเห็นงามด้วยจะปรากฏอยู่ในระยะสายตา


หอสมุดชุมชนเก่าคร่ำครึแลดูเงียบเหงาทั้งๆ ที่วันนี้เป็นวันหยุด หญิงสาวเปิดประตูไม้เข้าไปจนระฆังเล็กๆ ที่ติดอยู่กับประตูดังขึ้นต้อนรับ


นั่งตรงไหนดี ฉันให้เธอเลือก


ชานยอลหันเคว้งทำตามผู้สูงวัยกว่าอย่างว่าง่ายก่อนจะชี้ปราดไปที่ชุดโซฟาติดหน้าต่างเผื่อว่าหิวจะได้เคาะกระจกเรียกคนขายฮอตดอกให้มาส่งถึงที่


ปีนี้อายุเท่าไหร่แล้วเรา?หญิงสาวเปิดประเด็นหลังจากนั่งลงพร้อมวางกระเป๋าสะพายหนังไว้ข้างๆ กัน คนถูกถามตอบไปพลางเอื้อมมือหยิบหนังสือบนชั้นไปพลาง เขากำลังปลอมตัวเป็นหนอนนักอ่านก่อนที่คุณบรรณารักษ์จอมจุ้นจ้านจะมาไล่ให้ออกไปคุยกันที่อื่น


“18 ครับ


เกรดสิบสองซีนะ จะเรียนต่อไหมล่ะ?ว่าแล้วก็ทำทีเลือกหนังสือด้วยอีกคน เด็กหนุ่มเลิกคิ้วให้เธอเล็กน้อยก่อนจะทำหน้าเอาแต่ใจ


คร้านจะเหนื่อย สมองอย่างผมหน้าด้านหน้าทนเรียนมาถึงตอนนี้ก็เก่งแล้วครับ


นี่แน่ะ!”


กำลังใจที่ถดถอยกับการศึกษาและปัญญาของตัวเองแล่นหายไปนอกหน้าต่างเมื่อโดนมือบางหยิกเข้าให้ที่ต้นแขน ชานยอลลูบบริเวณที่อาจจะกำลังแดงเถือกขณะขยับถอยห่างคุณป้าไปหนึ่งคืบ


เจ็บนะครับ


ก็ไม่ได้เป็นพวกลัทธิบูชาคนจบสูงหรอกนะ แต่ไม่เรียนต่อเพราะคิดว่าตัวเองโง่นี่ใช้ได้ที่ไหน


แล้วไม่เรียนต่อเพราะอะไรถึงจะฟังดูสมเหตุสมผลล่ะครับ


ปาร์ค-ชาน-ยอล!”


ชานยอลยู่หน้า ยอมรับก็ได้ว่าตัวเองเป็นพวกขี้เกียจหลังเป็นขนแถมยังไร้ความรับผิดชอบชนิดที่มีจดหมายจากโรงเรียนแจ้งถึงคุณแม่อธิการแทบจะทุกสัปดาห์ด้วยข้อหาไม่ซ้ำซาก แต่เขามีคำอธิบายสำหรับสิ่งที่ทำนะแม้ว่าจะไม่มีใครรับฟังก็ตาม


อย่างเช่น ที่ไม่ส่งการบ้านก็เพราะขี้เกียจเขียน ไม่ไปเรียนเพราะขี้เกียจตื่น ทำข้อสอบไม่ได้เพราะขี้เกียจอ่านหนังสือ ต่อยกับเพื่อนเพราะขี้เกียจพูดจากันดีๆ


ไหนเลยใครจะรับฟัง


เรื่องของผมไว้ก่อนเถอะครับ เล่าเรื่องของคุณมาดีกว่าเด็กหนุ่มหลีกเลี่ยงหน้าตาย อะไรก็ได้ที่ไม่ต้องมานั่งรู้สึกผิดบาปกับความขี้เกียจของตัวเอง


แบคฮีไม่ใช่คนตามใจใครง่ายๆ เธอจะจดเรื่องนี้ไว้ในใจและคุยกับชานยอลอีกครั้งให้รู้เรื่องรู้ราว หญิงสาวจ้องมองหน้าคนข้างๆ อีกครั้งราวกับกำลังชั่งใจว่าจะเปล่งสุ้มเสียงของตัวเองออกไปวินาทีไหนดี


ฉัน .. จริงๆ แล้วฉันเหมือนเธอแทบจะทุกอย่าง หมายถึงทุกคนบนโลกในนี้น่ะนะ แต่มีสิ่งเดียวที่ฉันแตกต่างดวงตาหลุบลงที่หน้าขาของตัวเองก่อนจะพูดประโยคต่อมาเสียงแผ่ว คือเวลาของฉันสวนทางกับเวลาของทุกคน ร่างกายของฉันจึงเป็นแบบนี้


หมายความว่า คุณป้าจะเด็กลงหรือครับ?เด็กหนุ่มตาเหลือกลาน เขายังนั่งอยู่ที่เดิมขณะมือไม้เริ่มอยู่ไม่สุขจนต้องกำมันไว้แน่นเพื่อรอฟังคำอธิบายที่กำลังจะเล็ดรอดออกมาจากริมฝีปากสีชมพูอ่อน


ใช่แล้วล่ะ ฉันจะอายุน้อยลงเรื่อยๆ


ความเงียบปกคลุมราวกับสรรพเสียงลืมการมีอยู่ของตัวเองฉับพลัน หญิงสาวเฝ้ามองสีหน้าของเด็กหนุ่มที่กำลังขมวดมุ่นราวกับจะถกเถียงถึงความเป็นไปได้ขณะเดียวกันริมฝีปากหนาก็อ้าค้างก่อนจะตัดสินใจตอบรับออกมา


ไม่ใช่ไปร้อยไหมหรือดึงหน้ามาจริงๆ หรือครับ?


ตาบ้าเอ้ย...


แล้วแต่เธอเถอะทีนี้แบคฮีเอนหลังกับโซฟาพร้อมกอดอกยกยิ้ม ดวงตาสีน้ำตาลเข้มตวัดมองท้องถนนนอกหน้าต่างที่กำลังขับเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้า รถสัญจรเพียงหนึ่งคันต่อสิบนาที


รอจนรถคันใดคันหนึ่งในสิบนาทีที่สามขับผ่านสายตาไปเด็กหนุ่มจึงสะกิดไหล่เธอให้หันไปหากันอีกครั้ง สีหน้าคลางแคลงยังคงทำให้คนมองอยากหัวเราะเสียจนฟันหมดปาก


ผมเชื่อว่าผู้ใหญ่ใจดีไม่โกหก


เธอว่าฉันเป็นผู้ใหญ่ใจดีเหรอ?


ผมหมายถึงคุณไม่น่าจะโกหก


แล้วฉันไม่ใจดีเหรอ?แบคฮียอกย้อนไม่พลาดแม้นแต่ประโยคเดียวจนเจ้าเด็กขี้แยเบ้หน้า ถ้าเป็นเมื่อแปดปีก่อนอาจจะร้องไห้ออกมาแล้วก็ได้แต่ตอนนี้ชานยอลทำเพียงพยักหน้าให้อย่างยอมรับไปที


ก็ใจดี


ทั้งๆ ที่ฉันไม่รับเธอไปเลี้ยงน่ะหรือ...ราวจะตอกย้ำมากกว่าถามไถ่ ฉันไม่ใช่ผู้ใหญ่ใจดีที่ไหนสำหรับเด็กทุกคนทั้งนั้นแหละ


ถ้าเป็นแบบนั้นผู้ใหญ่ทุกคนบนโลกใบนี้ก็ใจร้ายหมดน่ะสิครับ เพราะไม่มีใครยอมรับผมไปเลี้ยงเสียที


เอาล่ะใจอ่อนฮวบเลยตอนนี้ หญิงสาวจ้องมองชานยอลที่แววตามีความถากถางตัวเองไม่น้อยซึ่งเธอไม่รู้หรอกว่ากำลังใช้สายตาอ่อนโยนเพียงใดในตอนนี้


ฉันไม่ได้โกหกเธอสุดท้ายจึงต้องยกมือขึ้นลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ เป็นการปลอบโยน เด็กหนุ่มสบตากันพร้อมจ้องมองอยู่อย่างนั้นเพื่อรับรู้อะไรบางอย่างที่อาจจะถูกซุกซ่อนไว้


แต่ว่า .. เป็นไปได้อย่างไรล่ะครับที่คุณป้าจะเด็กลง


หญิงสาวไหวไหล่ ใช่เรื่องจะอธิบายง่ายที่ไหน


ฉันก็ไม่รู้ เท่าที่จำได้คือฉันฟื้นในโรงพยาบาลเขตชายแดนด้วยวัย 72 ปี ชื่อฉัน วันเกิดฉัน ข้อมูลส่วนตัวของฉันเขียนอยู่ในใบสูติบัตรซึ่งเป็นอย่างเดียวที่อยู่ในย่ามของฉัน ไม่มีใครรู้ว่าฉันไปอยู่ในโรงพยาบาลได้อย่างไร ทุกคนคิดว่าฉันเป็นผู้ป่วยอัลไซเมอร์ซึ่งฉันก็เชื่ออย่างนั้นคนเล่าเหนื่อยที่จะรื้อฟื้น มันผ่านมานานถึง 46 ปีเชียวนา


ตอนนั้นคุณป้าใช้ชีวิตยังไงครับ เหมือนเด็กทารกหรือเปล่า?


จะว่าเหมือนก็ได้ แต่ดีเท่าไหร่กันที่เด็กทารกกับคนแก่มีลักษณะเหมือนกัน พูดจาอ้อๆ แอ้ๆ ไม่รู้เรื่องรู้ราว เดินเหินยังไม่คล่อง แต่ฉันไม่ไร้เดียงสาจึงจดจำทุกอย่างได้ละเอียด ฉันถูกส่งไปอยู่ในสถานสงเคราะห์คนชราเพราะไม่มีญาติ


แล้วรู้ว่าตัวเองอายุน้อยลงได้ยังไงครับ


ใบสูติบัตรน่ะสิ มันเขียนบอกปีเกิดของฉันว่าอีก 72 ปีข้างหน้า ทุกคนก็คิดว่าน่าจะเกิดความผิดพลาดมีคนเขียนปีเกิดผิด แต่ฉันที่เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงด้านร่างกายของตัวเองจึงรู้ว่าข้อมูลทั้งหมดคือความจริง จนตอนนี้ฉันอายุ 26 ปีเอง


เดี๋ยวนะครับ ถ้าอย่างนั้นคุณป้าก็...เด็กหนุ่มยกนิ้วขึ้นมานับ ก็บอกแล้วว่าเขาน่ะไม่ถนัดวิชาคณิตศาสตร์เสียเท่าไหร่ “…มีชีวิตมาแล้ว 46 ปีน่ะสิครับ


ถูกต้อง! เพราะความแตกต่างนี้ฉันจึงต้องย้ายที่อยู่ทุกๆ 4 ปีเพื่อไม่ให้ใครสงสัย ฉันไม่อยากเป็นตัวประหลาดน่ะ


ย้ายที่อยู่เรื่อยๆ แถมยังตัวคนเดียวแบบนี้ ไม่ลำบากแย่หรือครับ?ถามไปก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความโดดเดี่ยว คุณป้าเก็บงำตัวตนมาเกือบ 50 ปีได้อย่างไรกัน


ไม่ลำบากหรอก ฉันออกจะสนุกเสียอีกที่เป็นสาวขึ้นทุกวัน อาจจะแย่หน่อยเพราะต่อไปฉันก็เหลือตัวกระจิ๊ดริดเดียว


แล้วคุณป้าจะย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ แบบนี้อีกนานแค่ไหนครับ?


คำถามนั้นเรียกสายตาคู่หวานให้หันมามองสบ มันส่องประกายระยิบระดับเหมือนหมู่ดาว และเหงาหงอยเหมือนดวงจันทร์


ร่างกายของฉันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จากหญิงชราเป็นหญิงสาว จากหญิงสาวเป็นเด็กสาว จากเด็กสาวเป็นเด็กหญิง และเมื่อนั้นฉันควรมีครอบครัวไว้ดูแลฉันก่อนจะเป็นทารก


ครอบครัวชานยอลครุ่นคิด อะไรบางอย่างในคำนั้นตอกตะปูย้ำความให้เขารับรู้ถึงมัน จะว่าไปคุณก็เหมือนกับคนอื่นๆ นะครับ ขณะที่ผู้คนเติบโตขึ้นและตามหาคู่ครอง คุณก็อ่อนเยาว์ลงและตามหาผู้ให้กำเนิด ครอบครัวเหมือนกัน


ฉันดีใจที่เธอเข้าใจแบคฮีดีใจอย่างสุดซึ้งเชียวล่ะ เธอเปิดกระเป๋าเพื่อหยิบสูติบัตรที่เคลือบไว้อย่างดีออกมาให้เด็กหนุ่มดู นี่คือชื่อพ่อแม่ของฉัน ฉันต้องตามหาพวกเขาให้เจอโดยเร็วที่สุด


ชานยอลอ่านข้อความที่บอกข้อมูลส่วนตัวรวมถึงรายละเอียดของผู้ให้กำเนิดอย่างชัดเจน ทว่าที่อยู่และสถานที่เกิดกลับเป็นเพียงช่องว่างราวกับกลัวว่าคุณป้าจะตามหาพ่อกับแม่เจอง่ายๆ


ถ้าไม่เจอล่ะครับ?


นั่นซี .. เด็กคนหนึ่งจำเป็นต้องมีพ่อแม่ถึงอายุเท่าไหร่กัน?เธอไม่รู้ว่าคำถามนั้นมันชำแรกหัวใจคนฟังเสียแล้ว


ไม่รู้สิครับ สำหรับผมแค่เกิดผมมาก็พอมั้งแสยะยิ้มให้ความว่างเปล่าของตัวเองอย่างโง่เขลาก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นคุณป้ามองมาเหมือนจะขอโทษที่ถามอย่างนั้น ผมไม่เข้าใจว่าถ้าเจอพ่อกับแม่แล้วเมื่อถึงวันเกิดคุณป้าจะเป็นยังไง จะกลับเข้าไปในท้องแม่แล้วหายไปเลย จะเกิดมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง หรือถ้าไม่เจอพวกเค้าคุณจะหายไปเลยไหม?


ฉันไม่รู้ .. รู้แค่ต้องพยายามตามหาให้มากที่สุดเท่าที่จะพยายามได้ ฉันไม่ได้อยากเกิดใหม่หรอกชานยอล ฉันแค่อยากเจอหน้าครอบครัวสักครั้งสิ่งที่เป็นดั่งเครื่องยึดเหนี่ยวให้แบคฮีมีชีวิตต่อไป เพียงรับรู้ว่ายังมีพวกท่านอยู่บนโลกใบนี้เธอก็ไม่ใช่คนที่โดดเดี่ยวอีกต่อไป


เอาเป็นว่ายังไงคุณป้าก็ต้องตามหาพ่อแม่ให้เจอ แต่ถ้าอายุ 12 แล้วก็ควรอยู่ในการดูแลของใครสักคนนะครับ


เธอพูดถูกเผง .. ถึงไม่ใช่พ่อแม่ฉันก็ต้องมีคนเลี้ยงดู คนที่ยอมรับความแตกต่างของฉันและพร้อมที่จะช่วยฉันตามหาพวกท่านตอนที่พูดนั้นไม่ได้คิดอะไรหรอก แต่เมื่อตอนที่เสียงทุ้มติดจริงจังตอบรับนี่สิ


ผมไงครับ


แบคฮีถึงกับมองหน้าอีกคนแทบไม่ทัน


พูดเป็นเล่นไป


ผมพูดจริงนะครับ คุณป้าเคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังอีกหรือเปล่าล่ะ?และเมื่อหญิงสาวส่ายหน้า ชานยอลจึงย้ำคำอีกครั้งหนึ่ง เห็นมั้ยล่ะ! จะมีใครอีกที่คุณป้าจะไว้ใจได้นอกจากผม


คุณแม่อธิการไง


คุณแม่อธิการรู้เรื่องนี้เหรอครับ?ถามพลางถลึงตาโตทั้งๆ ที่โตอยู่แล้ว ชานยอลเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองลดทอนความสำคัญลงทันตาเห็น


ไม่เคยเล่าให้ฟังนะ แต่เหมือนท่านจะรู้


เด็กหนุ่มหรี่ตา ถ้าอย่างนั้นก็ยังสำคัญอยู่


คุณแม่อธิการแก่แล้ว ไหนจะต้องดูแลเด็กเยอะแยะอีก ให้ผมแบ่งเบาท่านละกันนะครับชานยอลเว้าวอน ก่อนจะแทบหมดเรี่ยวแรงเมื่อสายตาที่ใช้มองมานั้นเต็มไปด้วยความไม่เชื่อใจ


ฉันจะฝากชีวิตไว้กับคนที่คิดว่าตัวเองไม่เก่ง แถมยังขี้เกียจจนไม่อยากเรียนต่อได้อย่างไร


และถ้าผู้ชายคนหนึ่งจะเป็นผู้เป็นคนเพื่อใครสักคนได้ ชานยอลก็คิดว่าสำหรับเขาใครคนนั้นคือคุณป้าที่จะกลายเป็นเด็กน้อยในการดูแลของเขาในอนาคต


บทสนทนาหักเหไปเมื่อแบคฮีไม่อยากจะคิดเรื่องการหาคนมาดูแลให้วุ่นวายใจเสียก่อน อย่างน้อยเธอก็มีเวลาหลายปีสำหรับเรื่องนี้ การเดินออกไปจากหอสมุดที่บรรณารักษ์หนุ่มท่าทีรุ่มร่ามกำลังงุ่นง่านอยู่กับการวิ่งไล่จับแมวของตัวเองจนวุ่นวายจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด


หยุดเดี๋ยวนี้นาเจ้าแพะภูเขา! อยากอดปลาหรือไง! หยุดเซ่! พี่บอกให้หยุดวิ่งเพ่นพ่านไงไคย่าห์


ก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรดลใจให้เรียกแมวของตัวเองว่าแพะภูเขา จะว่าสีขาวก็ไม่ใช่เพราะเจ้าไคย่าห์มันขนสีดำยิ่งกว่าถ่านบดมาแล้วครึ่งค่อนปี สุดท้ายเลยได้แต่เก็บความคลางแคลงใจเพื่อเดินออกไปยังฟุตปาธที่เริ่มหนาตาขึ้นเมื่อผู้คนมาจับจ่ายซื้อของตรงตลาดในตรอกที่ 12


ตอนนั้นเองที่ชานยอลอาสาจะเดินไปส่งคุณป้าให้ถึงที่พัก


ผมแค่อยากรู้ว่าคุณป้าพักที่ไหนไม่มีการอ้อมแอ้มอะไรทั้งสิ้นคนแก่กว่าจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งคู่เดินเคียงกันจนถึงบ้านไม้ชั้นเดียวที่ตั้งอยู่ประมาณยี่สิบนาทีหากชานยอลเดินด้วยฝีเท้าเร็วที่สุดจากโบสถ์มายังหน้าบ้านหลังนี้


ฉันเพิ่งมาเช่าอยู่เมื่อวานซืน ห่างจากย่านที่เคยอยู่เมื่อแปดปีก่อนพอสมควร แต่ไม่มีใครจำฉันได้หรอกพูดพลางหยิบกุญแจออกมาขณะเดินขึ้นบันไดที่ชานบ้านซึ่งมีเพียง 5 ขั้นถ้วน เธอคงไม่นึกจะอยากเข้าไปด้วยใช่ไหม


แน่นอนว่าไม่ใช่คำถาม คุณป้ากำลังไล่เขาให้กลับไปได้แล้วต่างหาก


ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งนะครับ, คุณแบคฮี


หญิงสาววาดมือกลางอากาศอย่างแปลกที่แปลกทาง


เรียกฉันเหมือนเดิมเถอะ ไม่ชิน


นั่นสิ งั้นผมกลับก่อนนะครับคุณป้า


อยู่โรงเรียนประจำใช่ไหม โรงเรียนอยู่ไกลหรือเปล่า?คำถามเจือความเป็นห่วงนั้นทำเอาคนฟังยิ้มกว้าง ก็บอกแล้วว่าคุณป้าเป็นคนใจดี


อยู่อีกเมืองน่ะครับ แต่วันหยุดแบบนี้ผมจะไปนอนที่โบสถ์


อ๋า~ งั้นเดินกลับดีๆ ล่ะพูดพร้อมสะบัดมือไล่ แม้อยากจะยิ้มให้แต่เธอยังเคยชินกับการเป็นป้าแก่ๆ ปากร้ายกับเจ้าโย้เย้มากกว่า


คุณป้าครับ


เลิกคิ้วเมื่อตาโย่งกำลังเอื้อมมือที่ซ่อนอยู่ข้างหลังออกมา มันมีดอกป๊อบปี้สีม่วงอยู่ดอกหนึ่งและท่าทางยื่นมาตรงหน้าเธอนั่นน่ะ เดาไม่ผิดหรอก


ให้ครับ


ไปเอามากจากไหน เมื่อกี้ยังเห็นเดินมือเปล่าอยู่เลยถามไปอย่างนั้นเพื่อที่ตอนรับดอกไม้ดอกนี้จะได้ไม่ขวยเขิน เด็กหนุ่มยกมือลูบหลังคอของตัวเองอีกครั้งขณะตอบ


หยิบมาตอนเดินผ่านร้านขายดอกไม้น่ะครับ


ก่อนจะเอี้ยวตัวหนีมือที่กำลังจะหยิกเขาอีกให้ได้


หัดเป็นขโมยเหรอ! นี่แน่ะ .. เจ้าโย้เย้ มาให้ตีเดี๋ยวนี้เลยนะได้แต่ย่ำเท้าอยู่กับที่เมื่อร่างสูงกระโดดลงไปเดินอยู่บนพื้นถนนพร้อมหัวเราะเอิ๊กอ๊ากให้อยู่ก่อนแล้ว


ไปละครับป้า ไว้เจอกันนะฮะ อย่าหนีผมไปอีกล่ะกำชับอีกครั้งก่อนจะโบกมือแล้วเดินผิวปากออกไป แบคฮียืนมองก้าวยาวๆ นั่นขยับเขยื้อนห่างสายตา ก่อนเธอจะไขประตูพาร่างของตัวเองเข้าไปในบ้านพร้อมดอกป๊อบปี้ที่ในอีกไม่กี่นาทีถัดมาก็ถูกจัดตกแต่งเพียงโดดเดี่ยวอยู่ในแจกันแก้วใส


             ก็ถ้าดอกกุหลาบเมื่อแปดปีก่อนไม่เฉาจนแห้งอยู่ในหนังสือเล่มโปรดแล้วล่ะก็ ดอกไม้ดอกนี้คงจะมีเพื่อนช่วยกันเบ่งบาน.













 

 

ดอกป๊อบปี้สีม่วง (Scarlet Poppy)

=

ผมฝันเห็นหน้าคุณทุกคืน

 












สนุกเจ้าโย้เย้เค้าล่ะ


#ฝนสีเงิน

















Tiny Hand
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

230 ความคิดเห็น

  1. #221 Pinkkaboo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มีนาคม 2564 / 17:35
    เห้อชอบจัง ยิ่งอ่านยิ่งชอบ
    #221
    0
  2. #202 _tangkwajiya (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 23:53
    ดีใจแทนเจ้าโย้เย้เลยที่ได้เจอคุณป้าซะที
    #202
    0
  3. #185 PINKLAND (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 17:51
    เจ้าเด็กคนนี้
    #185
    0
  4. #169 gift_tyr (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 13:14
    ชานยอลแบบแอบกวนนะ น่าหยิกมาก
    #169
    0
  5. #149 ชยอลนะจ้ะ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 13:20
    เจ้าเด็กชานยอลเดี๋ยวเถอะ
    #149
    0
  6. #133 BN0412 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 12:31
    คุณป้าาาา
    #133
    0
  7. #114 Renoir92 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 15:40
    โตแล้วลีลาจีบสาวแพรวพราวเชียวนะ
    #114
    0
  8. #78 ffy97 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 11:08
    อ่านตอนนี้แล้วทั้งอบอุ่น น่ารัก และเศร้า สนุกมากค่ะ เป็นฟิคที่แปลกดี
    #78
    0
  9. #53 little daffodil (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:15
    แบคจะเด็กลงเรื่อยๆ ต่อจากนั้นให้เจ้าโย้เย้ดูแลนะ?
    #53
    0
  10. #43 CLAREY (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 17:30
    น่ารัก ;-;
    #43
    0
  11. #22 ขนนกสีฟ้า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 17:09
    อ๊อยยยย ชอบพล็อต ชอบความแฟนตาซี เจ้าโย้เย้น่ารักมากกกก
    #22
    0
  12. #21 parks. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 08:45
    ยิ่งกว่าไม่แก่คือเด็กลงอีก อย่างงี้ชานยอลต้องดูแลป้าเขาแล้วล่ะ
    #21
    0
  13. #20 ksamatchaya11 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 08:17
    งืออ ชอบบบ
    #20
    0
  14. วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 22:55
    น่ารักมากกกกก
    #19
    0
  15. #18 명령이 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 17:44
    ดีจังรู้สึกได้ถึงการมีกันและกัน การพึ่งพากัน
    #18
    0
  16. #17 Lonelyyeolly (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 17:02
    ชอบมากกกกกกก. งุ้ยเจ้าโย้เย้น่ารักจริงๆเลยนะ
    #17
    0