end; ฝนสีเงิน | chanbaek

ตอนที่ 2 : CH.2 | 98

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,614
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    28 พ.ย. 59








CH.2 | 98 








 

เกลียวคลื่น สาดซัด พัดผ่าน

เกลียวลม ลานาน เนิ่นไฉน

เกลียวพัน ผูกเงื่อน ตักเตือนใจ

เกลียวใย ชอกช้ำ น้ำตาริน

...

 

            สองโมงเช้าของวันอังคารเป็นเวลาที่หิมะตกหนัก ชานยอลยืนมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความหวัง อีกประมาณหนึ่งชั่วโมงคุณๆ ครอบครัวใหม่ก็จะมาดูตัวพวกเรา แต่ก่อนจะถึงตอนนั้นเป็นห้วงที่เด็กชายรู้สึกว่ามันเนิ่นนานกว่าการเฝ้ารอทั้งปวง


            ประตูทางเข้าบริเวณรั้วคือจุดหมายที่สายตาของเขาทอดมองออกไปอยู่อย่างนั้น ท้องฟ้ามืดมิดอีกทั้งเช้าวันนี้อากาศขมุกขมัว ความหนาวเหน็บกับหิมะที่ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เด็กชายกังวล


            สองโมงเช้ายังคงดำเนินต่อไป เขาเฝ้ารอจนกว่านาฬิกาจะล่วงเลยไปจนถึงสามโมง


          จะมาไหมนะ?


            ผู้ใหญ่ใจดีต้องรักษาคำสัญญานี่นา ชานยอลเชื่ออย่างนั้น


            รอแล้วรอเล่า .. สองโมงห้าสิบเก้าคือตอนที่เด็กชายน้ำตาคลอ เขากำมือเพื่อไม่ให้มันไหลออกมา เป็นวิธีที่ผิดเพราะแม้กำปั้นจะหนักแน่นแต่หยดน้ำกลับปริ่มทลายเปรอะแก้มย้วยในที่สุด


            สามโมงเช้า, ผู้ใหญ่ใจดีไม่รักษาคำสัญญาเสมอไปหรอกนะ...


            ชานยอล ออกไปทานมื้อเช้าได้แล้วคุณแม่อธิการเข้ามาวางมือบนไหล่เขาเบาๆ เด็กน้อยเช็ดน้ำตาขณะพยายามกลั้นเสียงสะอื้น


            หิมะตกหนักอาจจะทำให้คุณป้าเดินมาที่นี่ช้ากว่าสองโมงเช้าใช่มั้ยครับคุณแม่


            “วันนี้หิมะจะไม่หยุดตกจ่ะ


            “ผมจะรอ


            “อีกไม่นานคุณๆ เขาก็จะมากันแล้วนะคุณแม่อธิการมีสีหน้าไม่ดีนักเมื่อเด็กชายเอาแต่จ้องมองประตูรั้วที่ห่างออกไปไม่วางตา


            ผม--ผมจะรอคุณป้าครับ


            “เจ้าโย้เย้


            “คุณแม่อธิการครับ !” ชานยอลโพล่งขึ้นเสียงดัง เงยหน้ามองคนแก่กว่าอย่างลำบากใจที่จะพูดมันออกมา น้ำเสียงของเด็กน้อยสั่นเครือและครั้งนี้มันช่างโย้เย้กว่าครั้งไหนๆ


            ทั้งถ้อยประโยคและความรู้สึก


            คุณป้าจะมาตามคำสัญญาใช่มั้ยครับ?


            เด็กชายไม่อาจผละตัวเองออกไปได้ในตอนนี้ ต่อให้คนที่จะมาดูตัวพวกเขามาถึงแล้วก็ตาม ประโยคของคุณแม่อธิการตอบเขาในทันที


            เธอรักษาคำสัญญา


            แม้ว่าตลอดวันนั้นจะไร้ซึ่งเสี้ยวหน้าของคนที่รอคอยก็ตาม เด็กชายไม่รู้แม้กระทั่งชื่อของผู้หญิงคนนั้น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณป้าคือใคร ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเชื่อว่าคำพูดของคุณแม่อธิการคือความจริง


เด็กชายเดินเข้าไปในโบสถ์ตอนที่คุณๆ เขากลับออกไปแล้วพร้อมเด็กรับเลี้ยงอีกหนึ่งคน ชานยอลไม่ได้รู้สึกเสียดายที่ละทิ้งการเข้าไปดูตัวเท่าไรนักและมากกว่านั้นคือจุดสนใจของเขาไม่ใช่ว่าครั้งนี้คุณๆ รับเอาใครไปเลี้ยง


            แต่เป็นดอกเดซี่สีขาวหนึ่งดอกที่วางอยู่บนเก้าอี้ด้านหน้าสุดภายในโบสถ์


            คุณแม่อธิการไม่ได้โกหก คุณป้ามาลาเขาจริงๆ เพียงแต่ไม่มาลาต่อหน้า มีเพียงดอกไม้เหงาหงอยที่ถูกทอดทิ้งและเขาคือเจ้าของ


            มือเล็กเอื้อมไปหยิบมันมาถือไว้ก่อนจะเดินออกจากโบสถ์อย่างเงียบกริบ เขาเดินกลับไปที่เดิม ที่ที่สามารถมองเห็นประตูรั้วปิดสนิทรอใครบางคนเปิดออกอยู่อย่างนั้น แม้บทเรียนครั้งนี้จะสอนให้เขารู้ว่าคุณป้าชอบใช้ประตูทางเข้าของโบสถ์มากกว่าประตูรั้วสถานรับเลี้ยงเด็กก็ตาม


            เขาแค่หวังว่าคุณป้าจะกลับมาในเวลาสองโมงเช้าของวันใดวันหนึ่ง...




 




          8 ปีผ่านไป


            ตลกดีที่ประตูรั้วยังทำหน้าที่เดิมได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน มันปิดสนิทไม่ค่อยมีคนใช้เสียจนน่าสงสาร เด็กหนุ่มได้แต่ยิ้มให้ราวกับจะทักทาย สองโมงเช้าของวันนี้ท้องฟ้าสว่างกว่าฤดูหนาวเมื่อแปดปีที่แล้วเป็นไหนๆ


            เจ้าโย้เย้คุณแม่อธิการแก่ตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ริ้วรอยที่ประดับบนใบหน้าทำให้คุณแม่คลายความเข้มงวดลงทว่าแววตาที่เฝ้ามองเขายังคงอบอุ่นเหมือนเคย


            ครับ คุณแม่


            ชานยอลกลายเป็นเด็กหนุ่มมัธยมปลายที่ต้องไปอยู่โรงเรียนประจำตั้งแต่เกรด 10 ถึงอย่างนั้นเขาก็แวะมาหาคนที่โบสถ์บ่อยๆ และมักจะยืนอยู่ตรงนี้ทุกครั้งอย่างไร้จุดหมาย เขายังไม่มีครอบครัวอีกทั้งไม่นึกว่าจะอยากมีมันเหมือนตอนเด็กๆ อีกแล้ว เด็กหนุ่มไม่รู้จักการดิ้นรนเหมือนปาร์คชานยอลในวัยเด็กปรารถนา เขาเติบโตอย่างโดดเดี่ยวและสถานที่เดียวที่เรียกว่าบ้านได้ก็คือสถานรับเลี้ยงเด็กแห่งนี้


            อยู่ทานมื้อเช้าด้วยกันไหม?


            “ไม่เป็นไรครับคุณแม่อธิการ ผมต้องเข้ากะเช้าเขาทำงานพิเศษในร้านสะดวกซื้อแถววงเวียน ทุกๆ วันหยุดและหลังเลิกเรียนเป็นเวลางานที่เด็กหนุ่มพาตัวเองหนีห่างจากความสัมพันธ์ทุกอย่างบนโลก เขากลายเป็นพนักงานคนหนึ่งซึ่งไม่มีใครสนใจว่าพนักงานคนนี้มีครอบครัวหรือไม่ .. อย่างไร


            จะเรียนต่อหรือเปล่า?


            “คิดว่าน่ะครับ


            “เงินพอใช้ไหม?


            “พอครับ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกน่าชานยอลเลิกคิ้วให้คุณแม่อธิการเหมือนที่ชอบทำตอนเด็กๆ เพียงแต่ตอนนี้คุณแม่อธิการคร้านจะทำท่าทางเกรี้ยวกราดและไล่เขาไปขัดปล่องไฟอีกแล้ว คุณแม่ไปพักผ่อนเถอะครับ ผมว่าจะกลับแล้วล่ะ


            ใบหน้าอ่อนโยนยิ้มให้เขาบางเบาก่อนจะเดินออกไป ชานยอลยืนมองอยู่อย่างนั้น ทุกๆ ย่างก้าวของคุณแม่อธิการทำให้เขาลังเลจนสุดท้ายก็ต้องถามสิ่งที่ตกค้างอยู่ในใจเหมือนเช่นที่ผ่านมา


            คุณป้าไม่มาหาผมเลยเหรอครับ?


            ร่างของคุณแม่อธิการหยุดนิ่ง เขาจำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ครั้งกันที่ได้รับคำตอบเป็นการส่ายหน้าให้เล็กน้อยและถ้าครั้งนี้เป็นเช่นนั้นเขาพร้อมที่จะถอนหายใจทิ้งไปอีกหนึ่งวัน


            ทว่าคุณแม่อธิการกลับยิ้มรับพร้อมชี้มือไปอีกฝั่งของสนามหญ้า


            ไปดูที่โบสถ์


            หัวใจของชายหนุ่มกำลังบีบรัดอย่างแน่นหนักและสั่นปร่า เป็นครั้งแรกในรอบแปดปีที่เขารู้จักกับคำว่าความหวัง .. ใครบางคนที่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน ความรู้สึกที่ทำงานอยู่ในความทรงจำแม้ตอนนี้จะจำหน้าคุณป้าได้อย่างรางเลือนก็ตามที


            สองเท้าวิ่งลัดสนามไปด้วยความรวดเร็ว เขายอมขัดปล่องไฟทั้งหมู่บ้านแลกกับการได้วิ่งย่ำเท้าไม่เกรงใจสถานที่กับผู้คน ความตื่นเต้นพาร่างสูงมาถึงประตูโบสถ์ที่กำลังปิดสนิทและเขาไม่ลังเลที่จะเปิดมัน


            เสียงเอี๊ยดอ๊าดของประตูเก่าแก่ดังขึ้นทำลายความเงียบสงบของพื้นที่ด้านใน เก้าอี้วางเรียงรายอยู่พร้อมกับแสงแดดยามเช้าที่เข้ามาอรุณสวัสดิ์จนเห็นฝุ่นผงลอยอยู่ในอากาศ ลมหายใจของเขาหยุดนิ่งฉับพลันเมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ กลับไม่พบใคร


            ไม่มีใครเลยสักคน


            ชานยอลพาตัวเองก้าวขาอย่างไร้ความหวังเข้าไปด้านในแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่ามาไม่ทันคุณป้า เขาเชื่อว่าคุณแม่อธิการไม่เคยโกหกเหมือนเช่นทุกครั้ง ถ้าเป็นไปได้เขาจะทวงถามพระผู้เป็นเจ้าถึงความผูกพันที่ก่อเกิดว่าเหตุใดมันถึงคลาดเคลื่อนไปเนิ่นนานและซ้ำซ้อน


            ทุกๆ การมีอยู่ดูเหมือนจะชื่นชอบคำว่าตลอดกาล รอคอยก็เช่นกัน...


            ความเหม่อลอยเกือบทำให้เขานั่งทับอะไรบางอย่างที่ถูกวางเอาไว้บนเก้าอี้ไม้ด้านหน้าสุด ไม่มีชายหนุ่มคนไหนอยากทำลายดอกไม้ดอกใดบนโลกตราบเท่าที่เขาไม่สนใจ เพียงแต่ชานยอลไม่อาจละความสนใจไปที่ไหนได้เมื่อมันคือดอกเดซี่ดอกหนึ่งที่เขาเฝ้ารอมาถึงแปดปี


            เด็กหนุ่มหยิบมันขึ้นมาดูทันทีก่อนมือจะสั่นด้วยความรู้สึกล้นปรี่ในหัวใจ ความสดใหม่ของดอกเดซี่ดอกนี้ทิ้งข่าวให้รู้ว่าเจ้าของเพิ่งเอามันมาวางไว้เมื่อไม่กี่นาทีก่อน ชานยอลไม่มีวันปล่อยโอกาสนี้ให้ทิ้งช่วงไปถึงตลอดกาลเป็นครั้งที่สอง


            เขาเอาดอกไม้ดอกนั้นใส่กระเป๋าสะพายก่อนจะออกวิ่งอีกครั้ง ไม่สนใจแม้กระทั่งการกล่าวลาคนที่โบสถ์เหมือนที่เคยทำมา ก้าวยาวๆ และรีบเร่งพาเขาออกมาถึงฟุตปาธด้านหน้า ผ่านถนนที่พลุกพล่าน ย่านการค้าซึ่งคุณป้าอาจจะนึกอยากจิบกาแฟสักแก้วหรือไม่ก็นั่งอ่านหนังสืออยู่มุมใดมุมหนึ่งของเมืองนี้


          อย่าเพิ่งไปนะครับ รอผมก่อน


            ชานยอลไม่รู้ว่าเขาจะตามหาคุณป้าเจอได้อย่างไร คนที่ตอนนี้จำหน้าได้เพียงลางๆ นอกจากนั้นก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธออีกเลย


            เขาวิ่งเข้าไปในร้านกาแฟก่อนเป็นอันดับแรก ลูกค้าจำนวนมากเงยหน้ามามองเขาทันทีเพราะแรงเปิดประตูที่ค่อนข้างจะหยาบโลน แน่ล่ะว่าเด็กหนุ่มกำลังเร่งรีบ เขากวาดตามองทุกคนแต่กลับไม่มีใครที่ น่าจะ เป็นคุณป้าคนนั้นได้เลยสักคน


            จุดหมายต่อไปคือร้านซ่อมนาฬิกา คุณป้าอาจจะจำได้ว่าตอนเจอกันครั้งแรกเขามานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ แต่ทั้งบริเวณหน้าร้านที่ว่างเปล่าแล้วภายในร้านก็ไม่มีใครอีกเลยนอกจากเจ้าของร้านวัยชราและหญิงสาวที่นั่งจิบชารอนาฬิกาข้อมือของเธอซ่อมอยู่เท่านั้น


          หายไปไหนแล้ว ...


            เป็นไปได้ว่าคุณป้าแค่แวะมาเมืองนี้และเอาดอกไม้มาวางไว้ทักทายเขาโดยไม่ได้ประสงค์ที่จะพบเจอกันเหมือนตอนที่เธอมาล่ำลา ชานยอลรู้สึกว่าคุณป้าเป็นคนใจร้ายคนหนึ่งที่ชอบเล่นซ่อนหาส่วนเขาก็ใช้เวลารอแทนที่จะตามหามานานเกินไปแล้ว


            เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากเจอหน้าคุณป้านัก อาจจะเป็นเพราะบุญคุณที่อยากตอบแทนหรือไม่ก็ความอบอุ่นที่อยากรักษาเอาไว้ให้เนิ่นนานที่สุดเท่าที่จะทำได้


            อยากอวดเหลือเกินว่าตอนนี้จับรถบัสไปต่างเมืองได้แล้ว เก่งพอที่จะถือกระเป๋าเรียนหนักๆ ได้ด้วยล่ะ ตอนนั้นเองที่ชานยอลรู้ว่าจุดหมายต่อไปของเขาคือที่ไหน เด็กหนุ่มหันหลังกลับเพื่อวิ่งไปยังเส้นทางเดิมที่เขาเพิ่งใช้ไปเมื่อครู่


            ผ่านร้านซ่อมนาฬิกา ผ่านร้านกาแฟ ก่อนจะมาถึงหอนาฬิกาที่หากคุณจะไปโรงเรียนประถมของชานยอลคุณก็ต้องมาจับรถบัสตรงนี้


            แต่บริเวณนั้นกลับไม่มีคุณป้าคนที่เขาตามหา มีเพียงหญิงสาวที่ยืนรอรถบัสเงียบๆ อยู่ตรงฟุตปาธซึ่งชานยอลเพิ่งสังเกตว่าเขาบังเอิญเจอเธอถึงสามครั้งแล้วในเวลาไม่กี่นาที


            ตั้งแต่ตอนที่เข้าไปในร้านกาแฟซึ่งเธอเดินสวนออกมาพร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของขนมปังอบใหม่ ครั้งที่สองคือเธออีกเช่นกันซึ่งนั่งจิบชาอยู่ในร้านซ่อมนาฬิกา


            และนี่คือครั้งที่สาม


            ความบังเอิญที่ทำงานเกินตัวทำให้ชานยอลเลือกที่จะยืนอยู่อย่างนั้นเพื่อแอบมองเธอชัดๆ ให้รู้แน่แก่ใจ หญิงวัย 20 กว่าๆ ที่สวมกางเกงขายาวและเสื้อแขนยาวสีดำทั้งชุด ผมสีหม่นของเธอเหยียดตรงถึงเอว ดวงตากำลังเสมองไปทางอื่น และนอกเหนือจากนั้น...


            มือของคนเฝ้ามองชาวูบเมื่อดวงตากำลังจาบจ้วงไปถึงต้นคอฝั่งที่กำลังต้องแสงแดดราวกับเงาตกกระทบ เขาไม่รู้แน่ว่าความคุ้นเคยที่ว่านี่คืออะไร แต่ว่าไม่--ไม่มีทาง


            ชานยอลหลับตาไล่ความวุ่นวายใจของตัวเองอย่างรวดเร็ว เขาอาจจะเฝ้ารอคุณป้ามานานเกินไปจนสมองฟั่นเฟือน หากความบังเอิญทำให้เขาเจอผู้หญิงคนนี้ถึงสามครั้งซ้อนความบังเอิญอาจจะแค่เล่นกลไกของมันต่อไปเรื่อยๆ นั่นรวมถึงรอยปานตรงต้นคอของเธอก็ด้วย


            ดวงดาวของคุณป้า


            ร่างสูงตั้งใจจะเดินกลับ คงต้องปล่อยรถบัสเที่ยวต่อไปให้ไร้ร่างของเขาเสีย ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปโรงเรียนเก่าของตัวเองเพียงเพราะคุณป้า อาจจะ อยู่ที่นั่นในตอนนี้ เขาจะเป็นคนเห็นแก่ตัวที่คิดว่าถ้าคุณป้าไปรออยู่จริงๆ ก็ดีสิ จะได้รู้ว่าเวลารอใครบางคนมันเป็นอย่างไร


            อย่า, อย่าหันกลับไป


 

…………………………………………………………


 

            แบคฮีเดินออกมาจากโบสถ์ตอนสองโมงเช้าพอดี นั่นเป็นเวลาเดียวกับเมื่อแปดปีที่แล้วซึ่งหลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้มาเหยียบที่นี่อีกเลย ดอกเดซี่ที่นำมาด้วยถูกวางไว้ตำแหน่งเดิมไม่ผิดเพี้ยน เธอเห็นเสี้ยวหน้าของคุณแม่อธิการที่อาคารฝั่งนู้นลิบๆ พร้อมกับรับรู้ถึงรอยยิ้มพึงมอบให้แทนคำพูดมากมาย


            เจ้าเด็กขี้แยจะเป็นอย่างไรบ้างเธอก็ไม่อาจรู้ได้ ชานยอลจะรู้ไหมว่าเธอรักษาคำสัญญาเสมอแม้นกระทั่งคำลาผ่านดอกไม้ในวันนั้น เด็กนั่นอาจจะคิดว่าเธอมันผู้ใหญ่จอมลวงโลกและหลงลืมเธอไปตามกาลเวลาเท่าที่เด็กคนหนึ่งควรจะเป็น


            หญิงสาวอาศัยดอกเดซี่กล่าวทักทายกับเด็กชายในความทรงจำของเธออีกครั้งเสมือนวันลา เจ้าโย้เย้อาจจะไม่รับรู้ถึงมันแต่อย่างน้อย .. เธอก็ได้ทำในสิ่งที่ผู้ใหญ่คนหนึ่งควรจะทำเช่นกัน


            ร่างบางเดินไปในร้านกาแฟร้านเดิมที่เมื่อก่อนเธอมักจะมาหามื้อเช้าทานที่นี่บ่อยๆ ตอนนี้พนักงานเปลี่ยนคนกันหมดแล้วเหลือแต่เจ้าของร้านวัยกลางคนที่อาจจะจำเธอไม่ได้ ก็เมื่อแปดปีที่แล้วยังเป็นเพียงแค่ชายหนุ่มจบใหม่ที่ชงกาแฟรสชาติไม่ได้เรื่อง แต่ดูตอนนี้สิ นอกจากกาแฟจะอร่อยขึ้นแล้วยังอบขนมปังเก่งด้วยล่ะ


            ขอบาร์แกตสักชิ้นสิขวยเขินใช่ย่อยที่ต้องพูดคุยกับเจ้าของร้านอย่างเช่นคนแปลกหน้า ก็เธอน่ะกลายเป็นลูกค้าคนใหม่ของร้านนี้ไปเสียจริงๆ นี่นา


            ช่วงชิมบาร์แกตกับกาแฟร้อนจนอิ่มท้องได้ไม่นานก็ต้องผละออกมาจากร้านเสียก่อน นาฬิกาข้อมือที่เธอเอามาซ่อมไว้เมื่อสองสามชั่วโมงที่แล้วน่าจะใกล้ใช้งานได้ แต่เชื่อไหมว่าตอนที่มือเรียวผลักประตูออกไปจากร้านกลับเกิดเรื่องประหลาดขึ้นหนึ่งเรื่อง


            แน่นอนว่าเธอจำเด็กคนนี้ได้ดี เด็กหนุ่มร่างสูงเดินสวนเธอเข้าไปภายในร้านอยากเร่งรีบ ไร้มารยาทเสียจนอยากไปฟ้องคุณแม่อธิการให้ลงโทษแต่ทำอย่างไรได้ล่ะในเมื่อชานยอลตอนนี้น่ะ


โตเป็นหนุ่มแล้ว


ไม่รู้จะทักทำไมให้เด็กมันตกอกตกใจเล่นจึงตั้งมั่นไปกับความตั้งใจแรกนั่นคือร้านซ่อมนาฬิกา คุณตาเจ้าของร้านง่วนอยู่กับนาฬิกาข้อมือของเธอพร้อมกับชี้ไม้ชี้มือไปที่โต๊ะน้ำชาเป็นการบอกว่าต้องรออีกหน่อย แบคฮีไม่ได้เร่งรีบอะไรจึงนั่งจิบชารอพร้อมอ่านหนังสือพิมพ์ประจำเช้าวันนี้


นั่นเป็นตอนเดียวกับที่เด็กหนุ่มคนเดิมเปิดประตูเข้ามา


หญิงสาวได้แต่อมยิ้มกับข่าวหน้าหนึ่งหลังจากเห็นว่าชานยอลยืนอยู่ตรงประตูเพื่อหันมองไปทั่วทั้งร้าน เจ้าโย้เย้สูงขึ้นมาก นอกจากหูกางๆ ก็คงมีแต่ดวงตาปริ่มน้ำที่ทำให้เธออยากเข้าไปลูบหัวเล่นจะได้หายงอแง เชื่อเถอะว่าต่อให้เปลี่ยนไปมากกว่านี้แบคฮีก็จำเด็กชายของเธอได้เป็นอย่างดี


เพราะความทรงจำของผู้ใหญ่มันชัดเจนอย่างไรล่ะ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่แยบยลอย่างเธอแล้วล่ะก็ จดจำได้ทุกๆ การเคลื่อนไหวและการมีอยู่ นั่นรวมถึงความโดดเดี่ยวทั้งหลายแหล่ด้วยเช่นกัน


มีความเป็นไปได้(ค่อนข้างสูง)ที่ชานยอลจะเห็นดอกเดซี่ของเธอเข้าแล้ว แบคฮีทำได้เพียงเป็นนักซ่อนหาผู้เชี่ยวชาญซึ่งเอาแต่นั่งอยู่กับที่จนนาฬิกาซ่อมเสร็จและตรงไปที่หอนาฬิกาอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอเพียงแค่อยากยืนมองรถบัสว่ายังเหมือนเดิมอยู่ไหมแต่ถ้ามันยั่วยวนเกินใครก็อาจจะขึ้นไปนั่งแล้วค่อยจับรถกลับเมื่อเห็นว่าเตร็ดเตร่มารอบเมืองแล้ว


ไม่แน่ใจนักว่าที่ผ่านมาชานยอลยอมขึ้นรถโรงเรียนที่มีหมากฝรั่งติดอยู่ตรงที่นั่งประจำหรือขึ้นรถบัสไปโรงเรียนแทน มันค่อนข้างที่จะขบขันเมื่อทันทีที่นึกถึงกัน ร่างของเจ้าเด็กนั่นก็เดินตรงมาที่หอนาฬิกาอย่างแน่วแน่


วันหยุดแบบนี้คงไม่ได้จะไปโรงเรียนหรอกใช่มั้ย? แบคฮีรู้ตัวว่าเธอมันโง่กว่าใครในเมื่อชานยอลโตป่านนี้แล้วจะไปโรงเรียนประถมอีกทำไมกัน


เอาล่ะเธอว่าเธอถูกแอบมอง จะไม่ให้รู้ตัวได้อย่างไรในเมื่อดวงตากลมๆ คู่นั้นกำลังทำหน้าที่ไม่เก่งเอาเสียเลย มันกวาดต้อนเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกทั้งยังจ้องลึกใบหน้าโดยไม่ปิดบัง


ก่อนจะหลับตาลงอย่างหักห้าม


ถูกแล้วล่ะเด็กน้อย หนูรู้ดีว่าฉันไม่มีทางเป็นคุณป้าใจดีของหนูได้อีกแล้ว ฉันคนนี้ที่แปลกประหลาดไม่ควรแม้กระทั่งกลับมาอีกเลยเสียด้วยซ้ำ


ตราบใดที่ทุกคนจำฉันไม่ได้ หนูก็ต้องจำฉันไม่ได้


เธอเห็นว่าเด็กหนุ่มค่อยๆ ถอนหายใจก่อนจะลืมตาขึ้น ตั้งแต่นั้นก็ไม่หันกลับมามองกันอีกเลย เจ้าของฝีเท้าที่เคยเสี้ยวสั้นกลายเป็นคนหนุ่มที่ก้าวได้ยาวกว่าเธอเสียแล้ว ชานยอลเดินออกไปด้วยท่วงท่ามั่นคงและได้โปรดเถอะจงเดิน


เดินให้ไกลจากฉันเท่าที่จะทำได้


รถบัสมาจอดตรงหน้าได้ทันเวลาที่แบคฮีต้องการหายไป เธอขึ้นไปนั่งด้านหลังสุดเหมือนเช่นเคย พยายามไม่ชะเง้อมองไปทางหน้าต่างเพียงเพราะอยากเห็นเจ้าโย้เย้ในคลองสายตา


ชานยอลกำลังเติบโต และหลังจากนี้จะแก่ตัวลงอย่างสามัญ


นาทีเดียวกันนั้นที่รถกำลังจะออก ฝีเท้าของอีกคนรีบวิ่งขึ้นมาได้อย่างทันท่วงทีก่อนจะเดินสุดความยาวของรถมายืนอยู่ตรงหน้าเธอ ดวงตาที่เคยร้องไห้งอแงเพราะไม่อยากไปโรงเรียนกำลังสบกันอย่างแข็งกร้าว มันมั่นคงกว่าครั้งไหนๆ ที่เคยเห็น หญิงสาวได้แต่แหงนมองพร้อมกับหวังว่าเธอจะแค่เข้าใจผิดไป


จังหวะทุกอย่างนิ่งงันเมื่อทั้งสองคนกำลังตกอยู่ในมิติที่ไร้ซึ่งความน่าเชื่อถือ ดวงตากำลังสื่อสารกันโดยไม่อาศัยภาษา ทั้งผลักดันทั้งดึงดูดกันและกันเข้าสู่ห้วงของความสุ่มเสี่ยง


ชานยอลจะถือว่าดอกเดซี่ในกระเป๋าของเขากำลังเรียกร้องหาเจ้าของเก่า นั่นคือคำอธิบายการกระทำไม่มีขอบเขตของเขาในครั้งนี้และมันไร้เหตุผลสิ้นดี


ขอผม--นั่งด้วยนะครับ


แบคฮีพยักหน้ารับก่อนร่างของเจ้าเด็กขี้งอแงจะนั่งลงที่เดิม ตำแหน่งที่เราสองคนเคยนั่งไปโรงเรียนด้วยกันเมื่อครั้งนั้นนั่นล่ะ


ตลอดระยะทางไม่มีบทสนทนา แน่นอนว่ามันควรเป็นเรื่องปกติของคนไม่รู้จักกันสองคนที่ควรจะเป็น เด็กหนุ่มเม้มริมฝีปากตัวเองเมื่อรู้สึกว่าโลกทั้งโลกกำลังหดเล็กลงเท่าผงธุลี


ไม่เลย ไม่มีความเป็นไปได้เลยที่หญิงสาวคนนี้จะเป็นคุณป้าของเขาได้ แต่ทำไมล่ะ ทำไมความรู้สึกที่ราวกับถูกเติมเต็มนี้ถึงทำงานอย่างหนักหน่วงขึ้นทุกที


ทำไมกัน ..


รถใกล้จะถึงป้ายที่ใกล้ที่สุดซึ่งก็คือโรงเรียนประถมภายในเมือง หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ ขยับตัวก่อนจะลุกขึ้นยืนพร้อมกับคนอีกจำนวนมากที่จะลงป้ายนี้ ชานยอลไม่รู้ว่าจุดหมายของตัวเองคือที่ไหน มากกว่าอะไรทั้งหมดคือเขาไม่ยอมปล่อยให้กะเช้าที่ชวดเงินเสียเปล่าไปแน่ๆ


ต่อให้โดนมองว่าเป็นคนโง่เง่าในสายตาของผู้หญิงคนนั้น ก็ถ้าไม่ใช่จริงๆ เราสองคนคงจะไม่เจอกันอีกเลย ซึ่งนั่นจะเป็นผลดีก็ต่อเมื่อเธอไม่ใช่คนที่เขาตามหา


รถจอดสนิท


ประตูเปิดออกส่งผู้โดยสารไหลเวียนออกไปพอดีกับที่ขึ้นมา ชานยอลเบียดเสียดผู้คนลงป้ายนี้ได้สำเร็จก่อนจะมองเห็นประตูโรงเรียนที่เขาคุ้นเคยสมัยยังเป็นเด็กเป็นเล็ก


ที่ซึ่งหญิงสาวคนนั้นกำลังก้าวขาผ่านไป


คุณป้าครับ !”


ชานยอลเลือกที่จะตะโกน, ด้วยกระแสเสียงที่ดังกว่าปกติและมันหยุดเธอได้ในทันที.

 






 

 

ดอกเดซี่สีขาว (White Daisy)

=

สำหรับเธอที่ไร้เดียงสา

 












ฉุกฉันวันเกิดนะชัลโยลลล~/แนบรูปปาก

(นี่แน่ะ แซวซะเลยเจ้าสองคนนี้)

เติบโตอย่างเข้มแข็งนะปาร์คชานยอล ย้ากน้า~


#ฝนสีเงิน

















Tiny Hand
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

230 ความคิดเห็น

  1. #220 Pinkkaboo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2564 / 16:58
    อ่า หน่วงใจจัง
    #220
    0
  2. #201 _tangkwajiya (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 23:39
    อ่านแล้วเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลาเลย ภาษาดีมากๆๆๆๆ
    #201
    0
  3. #197 รักไรท์ทุคน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 22:57
    แงง จะจบแบบไหนหนอ
    #197
    0
  4. #184 PINKLAND (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 16:40
    อายุลดลงสินะ
    #184
    0
  5. #181 MeMeeMeee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 01:08

    เนื้อเรื่องน่ารักน่าติดตามมากค่ะ ชอบมากค่ะขอบคุณนะคะ^^

    #181
    0
  6. #168 gift_tyr (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 12:54
    เจอกันแล้วววว คุณป้าคุยกับชานยอลเยอะๆนะ
    #168
    0
  7. #155 เฟิร์น ฟ้า (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 14:07
    น่าติดตามมากจริงๆเรื่องนี้
    #155
    0
  8. #148 ชยอลนะจ้ะ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 13:04
    แบคฮีเธอ..โอ้ว
    #148
    0
  9. #132 BN0412 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 12:13
    เจอแล้ว เจอกันแล้ว
    #132
    0
  10. #113 Renoir92 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 15:23
    พล็อตน่าสนใจมาก สำนวนก็เข้ากับโทนเรื่องดีจังเลยค่ะ อ่านละรู้สึกดีจัง
    #113
    0
  11. #77 ffy97 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 10:30
    แบคฮีอายุลดลงเรื่อยๆแน่เลย ที่บอกว่าคนอื่นนับหนึ่งถึงสิบ แต่แบคฮีนับสิบถึงหนึ่ง :') สนุกดีค่ะ ชอบ
    #77
    0
  12. #52 little daffodil (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:01
    เนื้อเรื่องน่าติดตามมาก อ่านไปนึกภาพตามไปเพลิน แบคไม่แก่ขึ้นเลยเหรอ
    #52
    0
  13. #42 CLAREY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 17:19
    เคยดูหนังแนวพระเอกอายุลดลงเรื่อยๆ ขณะที่นางเอกเพิ่มขึ้นอยู่เหมือนกัน เราชอบอะไรแบบนี้มากเลยค่ะ ภาษาของพี่ฝนยังทำให้เราประทับใจเหมือนเดิม
    #42
    0
  14. #29 Satetory_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 01:13
    เศร้าจะร้องไห้แล้วค่ะ ฮืออ
    #29
    0
  15. #16 Foxynutella (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 07:04
    อายุจะน้อยลงเรื่อยๆเหรอ?
    #16
    0
  16. #15 parks. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 11:20
    เหมือนแบคไม่แก่ขึ้นเลย หรือเปล่า?
    #15
    0
  17. #14 명령이 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 10:14
    มีความซับซ้อน สนุกจังเลย
    #14
    0
  18. #13 ksamatchaya11 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 08:44
    ชอบอ่าา อัพต่อไวๆนะคะ รอค่าา
    #13
    0
  19. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 22:03
    ฮืออออ จะร้องไห้เลยย ถ้าบอกว่าถ้ารวมเล่มก็จะซื้อค่ะ งือออออ
    #12
    0