end; ฝนสีเงิน | chanbaek

ตอนที่ 12 : CH.11 | 58

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,240
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    20 มี.ค. 60








CH.11 | 58 








นับหนึ่ง ถึงจาก ใจจดจ่อ

นับดาว เฝ้ารอ ฤๅเลือนหาย

นับวัน ฝันฉัน แตกกระจัดกระจาย

นับศูนย์ สูญใจตาย สลายไปกับตา

...

 

  

คุณจะทำอะไร?


ขอโทษนะคะ ฉันไม่มีเวลาอธิบาย


ดะ .. เดี๋ยวสิ จะไปไหน?


ฉันไม่รู้ ฉันต้องไป


ชานยอลยืนมองหญิงสาวเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเดินทางอย่างเร่งรีบโดยมีคุณลุงเดินขึ้นมาถามด้วยความตกอกตกใจ เราสองคนกลับมาที่ร้านทันทีที่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณป้าต้องรีบออกไปจากที่นี่ก่อนจะเด็กลงอย่างเห็นได้ชัดซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ๆ หากพ่อกับแม่รู้ความจริง


ทำไมอยู่ๆ ก็...


คุณลุง ฉัน .. ขอโทษแบคฮีสงบลงเมื่อหันมาเห็นพ่อของตัวเองหน้าซีดเผือด แต่คุณรู้ใช่ไหมว่าฉันอยู่กับพวกคุณตลอดไปไม่ได้ วันหนึ่งฉันก็ต้องไป


รู้ แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้


“…” หญิงสาวเม้มปากแน่นกักเก็บหยดน้ำตาที่กำลังเอ่อคลอไม่ให้ไหลออกมาง่ายๆ เธอหันไปปิดกระเป๋าก่อนจะส่งให้ชานยอลเอามันลงไปชั้นล่างก่อน


ฉันคิดว่าเราอาจจะต้องจากกันอย่างน้อยก็วันแต่งงานของคุณ คุณออกไปมีครอบครัว ทำหน้าที่ภรรยาและแม่ที่ดี คุณจะพาครอบครัวมาเยี่ยมพวกเราบ่อยๆอึนบีที่เงียบอยู่นานพึมพำกับตัวเอง แบคฮีเดินเข้าไปหาโดยรู้แก่ใจว่านั่นยิ่งทำให้เธออ่อนแอลงทุกที


ฉันทำแบบนั้นไม่ได้


เธอจะมีความสุขดีใช่ไหม ใครจะทำกับข้าวให้กิน


หญิงสาวยกมือเช็ดน้ำตาเมื่อคุณแม่ถามขึ้นอย่างกระวนกระวาย


ฉันจะมีความสุข กินข้าวอิ่มทุกมื้อ ฉันจะดูแลตัวเองอย่างดี ฉันสัญญา แบคฮีพยายามกลืนก้อนสะอื้นเพื่อบอกให้ท่านทั้งสองเลิกเป็นห่วง กูวอนเดินไปเดินมาอยู่ภายในห้องก่อนจะพูดขึ้นเสียงเรียบ


ถ้าคุณตัดสินใจดีแล้ว เราจะไม่รั้งคุณไว้


ขอบคุณ


ความเงียบโรยตัวเนิ่นนานจนแบคฮีไม่อาจฝืนรับความอึดอัดที่เกิดขึ้นนี้ได้ วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เธอจะได้อยู่กับพ่อแม่ ประโยคบอกลาดูยากเย็นขึ้นเมื่อมีเพียงเธอที่รู้ว่าไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกต่อไป


ทุกคนบนโลกเกิดมาเพื่อจากกัน


แต่ทำไมถึงรวดเร็วขนาดนี้


เราจะได้เจอกันอีกไหม?


แบคฮีสะอื้นฮักเมื่อไม่สามารถตอบคำถามของแม่ได้ เธอเอาแต่ยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาก่อนจะทรุดลงไปนั่งคุกเข่าร้องไห้กับพื้น


นั่นเป็นคำตอบ


กูวอนเงยหน้าหลบซ่อนน้ำตาขณะที่ภรรยาของเขาประคองกอดหญิงสาวไว้เต็มอ้อมแขน เขาไม่ชอบเห็นคนร้องไห้ยิ่งเป็นคนที่รักด้วยแล้วยิ่งเจ็บปวด


ชานยอลที่ยืนรออยู่ชั้นล่างได้แต่กำมือแน่น เขาได้ยินเสียงสะอื้นของคุณป้าชัดเจนยิ่งกว่าสรรพเสียงใดๆ ในโลก


และมันทรมานเมื่อวันข้างหน้าเขาก็จะเป็นคนหนึ่งที่ต้องพลัดพราก


ไปกันเถอะหญิงสาวที่เพิ่งเดินลงมาบอกเสียงเครือ ชานยอลพยักหน้ารับก่อนจะยกกระเป๋าและเดินตามเธอไปไม่ห่าง


คุณป้าหยุดกึกอยู่หน้าประตูเพื่อหันมามองด้านในร้านอีกครั้ง พ่อกับแม่ยืนอยู่ตรงชานบันไดเพื่อล่ำลาเธอทางสายตา แบคฮีทำอะไรไม่ได้นอกจากหันหน้าหนีและเดินเร็วๆ ออกไปก่อนที่ตัวเองจะทำใจจากกันไม่ลง


ทันทีที่ร่างของหญิงสาวลับหายไปอึนบีก็หันมาร้องไห้กับแผ่นอกของสามีจวนเจียนจะขาดใจ เขาก็เจ็บปวดไม่แพ้กันราวกับพวกเรามีบางสิ่งบางอย่างเชื่อมต่อกันอย่างแยกไม่ออก


เธอไปแล้วเสียงสะอึกสะอื้นของภรรยาทำให้ทำนบน้ำตาของเขาพังทลาย กูวอนร้องไห้ออกมาไม่ขาดสายแต่กระนั้นสองมือยังประคองกอดคนข้างๆ ไว้เพื่อปลอบโยน


ไม่มีการจากกันครั้งไหนที่เจ็บปวดเท่าจากกันตลอดไป...

 


…………………………………………………………


 

พักที่นี่ก่อนนะครับชานยอลพาคุณป้ามาที่ห้องเช่าตึกเดียวกันที่ว่างอยู่ หญิงสาวไม่พูดไม่จาเอาแต่พยักหน้ารับอย่างเดียว เขาลงมือกวาดห้องและจัดข้าวของให้เธอจนเรียบร้อย ปล่อยให้คุณป้านั่งจมบ่อน้ำตาอยู่อย่างนั้น


เป็นห่วงจะแย่ แต่การพูดปลอบอาจยิ่งทำให้เธอร้องไห้หนักกว่าเดิม


หิวหรือเปล่าครับ ผมออกไปซื้อข้าวให้เอาไหม


ไม่ .. ไม่ต้อง


คุณป้าชายหนุ่มย่อเข่าลงตรงหน้าเธอพลางแกะมือบางที่ปิดหน้าตัวเองออกให้หันมามองกันดีๆ ต้องกินอะไรหน่อยสิครับ เอาอย่างนี้ไหม ไปกินข้าวพร้อมกัน


ฉัน .. ฉัน ฮึก!” แบคฮีกัดริมฝีปากตัวเองจนห้อเลือด เธอไม่อยากอ่อนแอให้เจ้าโย้เย้เห็นเพียงแต่ตอนนี้...


ตอนนี้น่ะ ไม่ไหวแล้ว


ผมเป็นห่วงป้านะครับ ไหนขอดูหน้าคนขี้แยหน่อยมือหนาเชยคางมนให้เงยขึ้นสบตากัน ดวงตาสวยขึ้นสีแดงจัดอย่างน่ากังวล ร้องจนตาแดงแล้ว ไม่ดีเลย


บ่นกระปอดกระแปดพลางวางนิ้วหัวแม่มือบนเปลือกตาของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน หญิงสาวสงบลงก่อนจะคล้องคอกอดเขาเต็มอ้อมแขน


เพิ่มพลังหน่อย


เท่าที่ป้าต้องการเลยครับ


 

13 ธันวาคม


อรุณสวัสดิ์ครับ


แบคฮียิ้มให้คนที่ยืนรอเธออยู่หน้าประตู วันนี้เราต้องออกไปซื้อของสำหรับการเตรียมตัวเป็นเด็กในทุกช่วงวัยของเธอ เรามีเวลาอยู่ด้วยกันไม่มาก


แต่สัญญาว่าจะใช้ 21 วันที่เหลือนี้ให้คุ้มค่าที่สุด


 

14 ธันวาคม


สวัสดีตอนเช้า เจ้าโย้เย้


ผมไปทำงานแล้วนะครับ


อื้อ ตั้งใจทำงานล่ะ หญิงสาวยิ้มกว้างให้คนที่อยู่ในชุดทำงานซึ่งดูดีไม่หยอก เจ้าโย้เย้เหมาะกับเชิ้ตดำและผมที่เซ็ทขึ้นนั้นทำให้ดูเป็นผู้ใหญ่สมบูรณ์แบบ ไปได้แล้ว ฉันจะได้ปิดประตู


ครับ ผมจะรีบกลับมาพาป้าไปกินข้าวด้วยกันนะ


 

15 ธันวาคม


วันนี้ฉันอายุ 19”


อ่า ผมกำลังคุยกับเด็กสาวชานยอลที่ยังอยู่ในชุดทำงานปลดกระดุมพับแขนเสื้อทั้งสองข้างขึ้นขณะเอามื้อเย็นที่ซื้อมาด้วยแกะใส่จาน


มานี่ ฉันทำเอง


ผมอยากให้ป้าอยู่เฉยๆ นี่


ไว้ค่อยดูแลฉันตอนฉันเด็กกว่านี้ดีกว่าคุณป้าจัดการเตรียมอาหารให้เราสองคน ชานยอลรู้ดีว่าอีกฝ่ายยังไม่ดีขึ้นเท่าไรนักเพียงแต่ไม่อยากให้เขาเป็นห่วงซึ่งใครจะอดห่วงได้ล่ะ .. จริงไหม?


 

16 ธันวาคม


แทยงไม่สงสัยบ้างเหรอที่ช่วงนี้เธอไม่กลับห้อง


แรกๆ ก็สงสัยแต่มันคงขี้เกียจถามแล้วล่ะมั้งครับชานยอลยิ้มกว้างกว่าบานหน้าต่างที่แง้มไว้รับแสงแดดในตอนเช้า ก็คุณป้าในวัยสิบแปดกำลังผูกไทให้เขาก่อนไปทำงาน นี่คือความสุขที่สุดเลยนะ


หล่อแล้วการผูกไทไม่ใช่เรื่องง่าย แบคฮีฝึกมันตลอดเวลาที่ชานยอลออกไปทำงานเพียงเพื่อวันใดวันหนึ่งเธอจะเป็นคนเตรียมมันให้เขาได้


ซึ่งก็คือวันนี้


 

17 ธันวาคม


วันนี้คุณดู...ชานยอลยกมือลูบหลังคอของตัวเองเมื่อเห็นเด็กสาววัยสิบเจ็ดยืนยิ้มกว้างอยู่หลังประตู


ทำไมเหรอ?เธอถลึงตาถามพร้อมเสียงที่ฟังดูผิดแผกไปจากปกติ


น่ารัก


บ้าคนเขินหยิกต้นแขนเขาก่อนจะทำลอยหน้าลอยตาเข้าห้องไปหยิบหนังสือมาอ่านหน้าตาเฉย


 

18 ธันวาคม


เล็กลงหรือเปล่า?


ครับ เล็กลงแต่ชัดขึ้นชานยอลตอบคำถามหลังจากเด็กสาววานให้ช่วยดูปานที่กกหูซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่บ่งบอกว่าเธอยังเป็นคนเดิมจริงๆ


มันจะไม่หายไปใช่มั้ย


ไม่หายไปหรอกครับ ดวงดาวของผมมือหนาวางลงบนผมสีเข้มของเธอพร้อมยิ้มอย่างอบอุ่น เด็กหญิงวัยสิบหกยิ้มตอบจนตาหยี


ดวงดาวของฉันหรอก


 

19 ธันวาคม


เจ็บมั้ยครับ?


ไม่ เธอมือเบาจะตายเด็กอายุสิบห้าตอบเสียงใสพร้อมไล่สายตาอ่านหนังสือขณะที่เขาถักเปียให้เธออยู่ด้านหลัง วันนี้เรามีโปรแกรมไปที่แห่งหนึ่งด้วยกัน


เสร็จแล้วครับ


เธอถักเปียสวยแบคฮีลูบผมของตัวเองที่มีผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าอ่อนผูกทับยางอีกครั้งหนึ่ง ชายหนุ่มบรรจงทำให้เชียวล่ะ


ไปกันเถอะครับชานยอลจูงมือเด็กหญิงออกไปจากห้องของเธอ เดินไปขึ้นรถบัสก่อนจะลงป้ายที่อยู่ใกล้ร้านดอกไม้มากที่สุด


คิดถึงจัง


ไม่เข้าไปจริงๆ เหรอครับ?


ไม่ดีแน่ ท่านจำฉันได้ขึ้นมาจะทำยังไงเธอเงยหน้าตอบชายหนุ่มที่สูงกว่ากันมากโข มือหนาจับมือของเธอไว้ขณะยืนมองร้านดอกไม้จากมุมหนึ่งตรงนี้ แค่นี้ก็หายคิดถึงแล้วล่ะ


นั่นสินะครับ


 

20 ธันวาคม


วันนี้ผมเขียนกระดาษบันทึกตัวตนส่งให้ตัวเองด้วย


จริงเหรอ เชื่อฟังดีจังเลยนะ


สัญญากับป้าไปแล้วนี่ครับชานยอลเอาแผ่น  Always Sunset On Third Street ทั้งสามแผ่นที่อยู่ในห้องของเขาติดมือมาด้วย วันนี้เราจะดูหนังเรื่องนี้ด้วยกัน


เปิดเลยๆ ฉันพร้อมดูแล้ว


คร้าบ


 

21 ธันวาคม


ข้อมือป้าเล็กนิดเดียวชายหนุ่มพูดขณะผูกเชือกผลเอคอร์นที่มือของเด็กหญิงให้ใหม่เมื่อเห็นว่ามันจวนจะหลุดแล้ว แบคฮีนั่งนิ่งอยู่กับที่รอให้เขาผูกเชือกให้จนเสร็จ


มันเร็วจังเลยอ่ะชานยอล ฉันไม่ชินกับร่างกายนี้เลย


กลัวหรือเปล่าครับเสียงทุ้มกระซิบถาม เด็กหญิงส่ายหน้าหงึกหงักก่อนยู่หน้าอย่างไม่ชอบใจ


ไม่ได้กลัว แค่แปลกๆ


เพิ่มพลังมั้ยครับ?ชายหนุ่มเลิกคิ้วอย่างมีเลศนัย อ้าแขนรอแต่ร่างเล็กกลับกระโดดหนีไปเสียเฉยๆ


ไปกินขนมดีกว่า


ชานยอลยิ้มให้ขณะมองตามเด็กหญิงไม่คลาดสายตา


 

22 ธันวาคม


แบคฮียืนหลบหลังกว้างเมื่อขณะที่เดินกลับห้องพักกลับเจอแทยงเข้าระหว่างทาง เป็นความบังเอิญครั้งแรกในรอบไม่กี่วันที่เธอมาอยู่ที่นี่


เด็กคนนั้นหน้าคุ้นๆ นะ


น้องกูน่ะ ลูกพี่ลูกน้อง หน้าอาจจะคล้ายๆ กูมั้งชานยอลตอบไม่จริงจังนักเมื่อเพื่อนหนุ่มพยายามเอียงหน้าไปมองเด็กสาวเต็มๆ ตา


เหรอวะ


เออ มึงจะไปไหนก็ไป กูไปส่งน้องก่อนเจอกันที่ห้อง


อ้อ เออๆแทยงพยักหน้ารับอย่างงงงวยหลังจากร่างสูงรีบจูงมือเด็กหญิงเดินเข้าไปในตึกอย่างรีบร้อน น้องมันอยู่ที่นี่ด้วยเหรอวะ ไม่เห็นเคยบอก


 

23 ธันวาคม


ไอซ์อเมริกาโน่ไซรัปสองปั๊มเพิ่มวิปครีมค่ะ


พนักงานถึงกับหน้าเหวอเมื่อเด็กหญิงตัวน้อยชะเง้อสั่งกาแฟเสียงฉะฉาน ชายหนุ่มที่มาด้วยกันยิ้มเจื่อนก่อนจะก้มลงกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคน


คุณไม่ควรกินกาแฟนะครับ


ตอนนั้นล่ะเธอถึงนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ตัวเองเป็นเพียงเด็กสิบเอ็ดขวบ


งั้น .. สั่งให้หน่อย


เอ่อ งั้นเปลี่ยนเป็นช็อคโกแลตเย็นเพิ่มวิปแทนนะครับ


 

24 ธันวาคม


สูงอีก


พอแล้วครับ เดี๋ยวตก


ฮื่อเสียงใสร้องขัดใจเมื่อคนที่ไกวเปลให้เธอจากด้านหลังตอบแบบนั้น ชานยอลพาเด็กหญิงมาเล่นที่สนามเด็กเล่นใกล้ๆ เมื่อเธองอแงไม่อยากอยู่ห้องในวันนี้


กลับหรือยัง ใกล้จะมืดแล้วนะ


อีกหน่อยนะ ฉันอยากเล่นนั่นนิ้วป้อมชี้ไปที่ไม้กระดกซึ่งชานยอลก็ไม่ได้ขัดใจแต่อย่างใด เขาอุ้มอีกฝ่ายลงจากชิงช้าก่อนร่างเล็กจะผลุนผลันวิ่งไปยังเป้าหมายใหม่ทันที


มันต้องเล่นสองคนนะครับ


เธอก็มาเล่นกับฉันซี่โดนเด็กตวาดเข้าให้ชานยอลจึงหัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนจะเดินไปนั่งที่ไม้กระดกอีกฝั่งอย่างว่าง่าย ด้วยขนาดตัวของเขาทำให้ร่างเล็กลอยขึ้นสูงอยู่ฝั่งเดียวจนคนอยากเล่นเริ่มโวยวาย ทำตัวเบาๆ ดิ อึ๊บ!”


ชานยอลเอียงคอมองเด็กหญิงที่กำลังทิ้งน้ำหนักฝั่งตัวเองเต็มที่แต่ไม้กระดกก็ไม่มีทีท่าเอนน้ำหนักไปฝั่งนั้น


เขาอดยิ้มให้อย่างเอ็นดูไม่ได้


 

25 ธันวาคม


ลุงซานต้า


ชายเสื้อของเขาถูกลากอย่างแรงโดยเด็กหญิงที่พอเห็นคนแต่งตัวเป็นซานตาคลอสอยู่ตามถนนก็ถึงกับอยู่ไม่สุข


โฮะ โฮะ หนูน้อยหมวกแดงลุงซานต้าของแบคฮียิ้มให้เมื่อหันมาเห็นเด็กหญิงสวมหมวกสีแดงต้อนรับคริสต์มาสเช่นกันกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ


วันนี้ลุงซานต้าต้องเหนื่อยแน่ๆ หนูให้เธอยื่นอมยิ้มที่ซื้อติดตัวมาหลายสิบอันโดยภารกิจประจำวันนั่นก็คือแจกมันให้ซานตาคลอสทุกคน


ขอบคุณมาก หนูเป็นคนแรกที่ให้ของซานต้า


สู้ๆ นะคะแบคฮีพูดส่งท้ายก่อนจะเดินจูงมือชายหนุ่มออกมา เทศกาลคริสต์มาสในเมืองหลวงคึกคักไปด้วยเสียงเพลงและผู้คนที่ออกมาเฉลิมฉลอง


ไม่ว่าจะเป็นคุณป้าตอนอายุเท่าไหร่ก็จะคิดถึงคนอื่นก่อนเสมอ


 

26 ธันวาคม


มีสิ่งหนึ่งที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปตามร่างกายที่เด็กลงนั่นก็คือพัฒนาการของคุณป้าที่ถอยหลังลงอย่างเห็นได้ชัด วันนี้เธออายุเพียงแปดขวบซึ่งเริ่มจดจำความซับซ้อนของตนเองไม่ได้อีกแล้ว


นั่นเป็นสิ่งที่ชานยอลเริ่มกังวล


จำได้หรือเปล่าว่ามันคืออะไร


แค่เขียนตอบเหรอ?ดวงตาสุกใสไร้เดียงสาเลิกขึ้นเมื่อเขาส่งกระดาษบันทึกตัวตนไปให้ ชายหนุ่มพยักหน้ารับแม้ความรู้สึกหนึ่งจะเจ็บปวดไม่น้อย


ครับ แค่เขียน ผมจะเก็บไว้เอง


เด็กหญิงเอียงคอ ไม่พูดอะไรขณะไล่เขียนคำตอบของตัวเอง ชายหนุ่มได้แต่นั่งมองอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นแล้วว่าแม้กระทั่งสิ่งที่เธอเป็นคนสอนให้เขาทำ


เธอยังจำมันไม่ได้ด้วยซ้ำ


 

27ธันวาคม


ชานยอลรู้เพียงแต่ว่าเขาต้องเข้มแข็งให้ได้มากที่สุดเพื่อปกป้องเด็กหญิงเอาไว้ ไม่ว่าในฐานะอะไรหรือเธอจะจำเขาได้มากน้อยเพียงใดก็ตาม


คุณป้าจำเขาได้จากความเคยชิน แต่ความรู้สึกนึกคิดต่างๆ กลับเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งที่ไม่รับรู้เรื่องราวใดๆ อีกต่อไปแล้ว


มานั่งนี่ครับ ผมถักเปียให้


เด็กหญิงไม่ตอบคำถาม เดินมานั่งบนเก้าอี้ที่เขาบอกอย่างว่าง่ายโดยไม่รู้เลยว่ามือหนาที่กำลังถักเปียให้อยู่นั้นกำลังสั่นปร่า


 

28 ธันวาคม


เราจะไปไหนกัน?


คุณเคยบอกผมว่าหากคุณจำอะไรไม่ได้ให้พาไปหาพ่อกับแม่ชานยอลตอบเด็กหญิงที่เขากำลังอุ้มไปยังร้านดอกไม้ที่วันนี้ยังเปิดทำการแม้ว่าหิมะจะตกหนักตลอดวันก็ตาม


คุณ!” อึนบีลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันทีที่เห็นชายหนุ่มเดินเข้ามาในร้าน ชานยอลยิ้มรับโดยไม่กล้าสบสายตาเมื่อกลัวจะโดนถามอะไรที่เขาไม่สามารถตอบได้


ทักทายคุณป้าสิเขาบอกเด็กหญิงที่คล้องคอเขาอยู่อย่างนั้น อึนบีขมวดคิ้วมองคนที่ชายหนุ่มอุ้มอยู่ก่อนจะยิ้มให้เมื่อมือน้อยๆ เอื้อมมาจับแก้มเธอเบาๆ


สวัสดีค่ะ


เด็กที่ไหนกัน?


ชานยอลไม่ตอบคำถามแต่วางเด็กหญิงลงบนพื้นให้ได้วิ่งเล่นอยู่ภายในร้าน เขายื่นถุงของฝากที่ซื้อติดมือมาด้วยให้หญิงวัยกลางคนทันที


เธอสบายดีไหม?


ครับ สบายดีแน่นอนว่าแบคฮีสบายดีและมีความสุขอยู่ใกล้ๆ นี่เอง คุณลุงล่ะครับ?


ออกไปส่งดอกไม้น่ะ


เหรอครับ ผมอยากจะได้ดอกไม้สักช่อ


ได้สิ เลือกตามสบายเดี๋ยวฉันจัดช่อให้


วันนั้นชานยอลจึงอุ้มเด็กหญิงด้วยมือข้างหนึ่งส่วนมืออีกข้างก็ถือช่อดอกไซคลาเมนกลับมาด้วย เป็นวันที่คุณป้าบอกเขาก่อนชายหนุ่มจะส่งเข้านอนว่า...


หนูชอบคุณป้าที่ร้านดอกไม้ พี่พาหนูไปอีกนะคะ


นั่นหมายถึงเธอจำไม่ได้แล้วว่าเขาคือใคร


 

29 ธันวาคม


แบคฮี ตื่นได้แล้วครับชานยอลลูบหน้าผากคนที่กำลังซุกตัวหลับอยู่ในผ้าห่ม ดวงตาหวานลืมขึ้นมองเขาอย่างไม่ค่อยพอใจ


หนูอยากนอนอีก


นอนเยอะจะป่วยเอานะครับ วันนี้เราจะไปดูบอลลูนกัน


บอลลูนเหรอ!” เด็กหญิงลุกขึ้นนั่งทันที ชะเง้อมองชายหนุ่มที่เดินไปเปิดม่านจนแสงสว่างเข้ามาไล่ละอองฝุ่นภายในห้องจนฟุ้งกระจาย


อื้ม อยากไปมั้ยชานยอลแกล้งถามยั่วเมื่อรู้อยู่แล้วว่าคุณป้ากำลังตื่นเต้นขนาดไหน มากกว่านั้นคือคนตัวเล็กกระโดดเกาะร่างจนเขาต้องยอมอุ้มขึ้นมาจึงได้รู้ว่าจุดหมายของเธอคืออะไร


พี่ใจดีจังเลยเด็กหญิงหอมแก้มเขาฟอดใหญ่จนชายหนุ่มถลึงตาแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาปล่อยเด็กน้อยให้หายเข้าไปอาบน้ำก่อนจะออกไปเที่ยวด้วยกัน


ถ้าคุณป้ารู้ตัวว่าหอมแก้มกันแบบนี้คงเขินจนหน้าช้ำ


 

30 ธันวาคม


อ้าม~” ชานยอลป้อนอาหารเช้าให้คนที่ตื่นแต่ไก่โห่ก่อนจะบ่นว่าหิวไม่หยุด ช่วงนี้เป็นวันหยุดที่เขาไม่ต้องไปทำงานจึงวางแผนจะพาคุณป้าไปเที่ยวส่งท้ายปีด้วยกัน


อาหย่อย


อร่อยก็กินเยอะๆ นะครับ


ดวงตาพระจันทร์ยิ้มกระตุกหัวใจคนมองให้ชาวูบ เขาเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นว่าตัวตนของคุณป้าได้หายไปอย่างไม่มีวันกลับมา


ต่อให้เป็นเธอคนเดิมคนนี้


แต่ความรู้สึกที่เคยมีให้กันนั้นไม่มีทางเหมือนเดิมได้อีกต่อไป


 

31 ธันวาคม


เสียงพลุดังขึ้นตลอดค่ำคืนส่งท้ายปีเก่า ชานยอลอุ้มเด็กหญิงเดินฝ่าผู้คนที่แน่นแออัดอยู่ที่หอนาฬิกา เรากำลังจะผ่านปีนี้ไปด้วยกัน


ง่วงเหรอ? เขาก้มลงถามเมื่อคนตัวเล็กซบลงกับไหล่พร้อมหาวหวอด แบคฮีพยักหน้ารับแต่กลับตอบอีกอย่าง


หนูง่วง แต่จาดูพลุ ปิ้ว~”


ชานยอลยิ้มกว้างขณะเดินเลี่ยงผู้คนหวังให้อีกฝ่ายได้งีบ ยังเหลือเวลาก่อนจะนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่อีกไม่กี่นาที


"ราตรีสวัสดิ์ครับ คุณป้า" ร่างสูงโคลงตัวเองกล่อมคนที่ซบอยู่บนไหล่ รอเวลาเพียงไม่นานเสียงพลุก็ดังถี่ขึ้นจนเด็กหญิงสะดุ้งตื่นตัวโยน


ปิ้ว ปิ้วคนเพิ่งตื่นแหงนหน้ามองท้องฟ้าพร้อมชี้มือไปตามแสงพลุ ชานยอลกลั้วหัวเราะเมื่อเห็นว่าตาเธอตาปรือจนแทบจะปิดอยู่แล้วแต่ก็ยังอยากสนุกอยู่ไม่เลิก


พอนับถึงหนึ่งพลุจะเยอะกว่านี้อีก


จีงเหยอ


5

4

3


หู้ย ปิ้วๆ เต็มฟ้าเยย


2

1


สวัสดีปีใหม่ครับ คุณป้าชายหนุ่มพูดคำสุดท้ายเสียงเบาหวิวเพราะรู้ดีว่าอย่างไรเสียเธอก็จดจำเรื่องราวระหว่างเราไม่ได้อีกแล้ว


อยากได้ยินคำว่า เจ้าโย้เย้ จวนจะขาดใจ


ปิ้ว ปิ้ว~”


หรือบางทีเขากำลังเรรวน ราวกับจะพังทลายแล้วจริงๆ


 

1 มกราคม


ผมจะทำไงดีเสียงทุ้มกระซิบอย่างแผ่วเบาขณะเด็กหญิงหลับปุ๋ยอยู่บนเตียง เขานั่งมองเธออยู่อย่างนี้ไม่ละไปไหนเมื่อไม่รู้ว่าอีกสามวันที่เหลือจะเป็นอย่างไร


จะเกิดอะไรขึ้นกันแน่


ชายหนุ่มมองช่อดอกไซคลาเมนที่เอาไปใส่ไว้ในโถแก้วเรียบร้อยแล้ว มันวางอย่างโดดเดี่ยวชวนให้นึกถึงเรื่องราวที่เราเคยผ่านมาด้วยกัน


ตั้งแต่ดอกกุหลาบดอกแรก


ชานยอลลุกขึ้นตั้งใจจะเก็บข้าวของให้เรียบร้อย เขาเลี้ยงคุณป้าตลอดเวลาจนแทบไม่ได้สนใจของเหล่านี้นัก อย่างน้อยก็หนังสือ เบ๊บ หมูเลี้ยงแกะ ปกสีซีดของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะหนังสือ


เขามองมันอยู่อย่างนั้น ตั้งใจจะอ่านตามเธอเมื่อหลายวันก่อนแต่ก็ไม่มีโอกาสได้อ่านเสียที มือหนาหยิบมันขึ้นมาถือไว้ก่อนจะไล่เปิดหนังสือไปทีละหน้า


ในนี้


เธอเก็บดอกไม้ที่เขาให้ไว้ในนี้ .. ทั้งหมด


หยดน้ำตาของชายหนุ่มตกกระทบหน้ากระดาษ น้ำหมึกไล่สีจางเลอะเทอะแต่เขาไม่สามารถหยุดมือที่กำลังเปิดมันได้แม้แต่น้อย


อยากบอกว่าคิดถึง


คิดถึงช่วงเวลานั้นเหลือเกิน


 

2 มกราคม


แม่หนู มือเหี่ยวย่นไล้ไปตามผิวของเด็กน้อยที่นั่งอยู่บนตักของชายหนุ่ม เสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วดังหยอกล้อเมื่อหล่อนกระเซ้าเล่นอย่างเอ็นดู


ผมไม่รู้จริงๆ ครับว่าควรทำอะไรต่อไป


คุณเข้มแข็งเหลือเกิน .. พ่อหนุ่ม


พรุ่งนี้ฝนจะเริ่มตกหนักแล้วใช่มั้ยครับ


ใช่แล้ว .. ใช่แล้วท่านผู้เฒ่าทอดสายตาออกไปนอกกระโจม แดดจ้าส่องสว่างไม่มีวี่แววของสายฝนแม้แต่น้อย ฝนแรกแห่งปี


หมายความว่า ผมกับเธอต้องพรากจากกันจริงๆ เหรอครับ


ฉันเสียใจ


สิ่งที่น่าเสียใจคือผมไม่รู้ว่าเธอจะหายไปรูปแบบไหนต่างหาก


ฝนสีเงินจักคงอยู่นิจนิรันดร์


ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นเมื่อได้ยินประโยคเดิมของหญิงชรา เขาจำได้ว่าชื่อของใครบางคนมีความหมายอย่างนั้น


ฝนสีเงิน .. อึนบี


นิจนิรันดร์ .. กูวอน


หรือว่า...


เธอจะเกิดใหม่เหรอครับ!” ชานยอลถลึงตาโพลงแต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นการส่ายหน้าเพียงเล็กน้อย


ฉันก็ไม่รู้อะไรมากกว่านี้


ชายหนุ่มขมวดคิ้วลังเล ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดีกับข้อสันนิษฐานของตัวเอง เขาไม่รู้ว่าเธอจะไปเกิดใหม่จริงหรือเปล่าแม้ว่าคำทำนายจะเอนเอียงมาว่าอย่างนั้น ที่สำคัญคือเด็กในท้องของอึนบีนั่นก็หารู้ไม่ว่าเป็นใคร


เขาไม่รู้อะไรเลย


ไม่รู้แม้กระทั่งว่าหากคุณป้าเกิดใหม่จริงๆ ร่างของเธอที่เขาอุ้มอยู่นี้จะเป็นอย่างไร


 

3 มกราคม


ชานยอลอุ้มห่อผ้าเด็กทารกเดินกล่อมให้หยุดร้องอยู่ภายในห้อง วันนี้ครึ้มฟ้าครึ้มฝนแต่หัววันแถมคุณป้ายังเอาแต่ร้องไห้จ้าไม่หยุด เขาถอดสายข้อมือผลเอคอร์นและสร้อยดอกไม้มาสวมไว้เองเพราะเกรงจะเกิดอันตรายให้กับเด็กวัยไม่ถึงขวบ ร่างกายของเธอเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วภายใต้สายตาเขา


ข้างนอกลมโหมกระหน่ำ ชายหนุ่มหายใจเข้าลึกๆ แม้ว่าตัวเองจะรู้สึกหวาดกลัวเพียงใดก็ตาม ม่านไหววูบโต้กระแสลมเป็นเสียงคลื่นแม้เขาจะปิดหน้าต่างอย่างดีแล้วก็ตาม เมฆกำลังตั้งเค้าและอีกไม่นานฝนก็จะตกลงมา


ใบสูติบัตรของคุณป้าวางอยู่บนเตียง วันที่และเวลาเกิดเด่นชัดจนคนมองได้แต่เม้มปากแน่นขึ้น


วันนี้เวลาสิบสองนาฬิกาสิบสองนาที


เขาหันไปมองท้องฟ้าที่เริ่มเป็นสีเทาเข้มอีกครั้งอย่างลังเล ไม่รู้แน่ชัดว่าสถานที่เกิดคือที่ไหนแต่โรงพยาบาลประจำเมืองที่ใกล้กับร้านดอกไม้ที่สุดก็มีเพียงแห่งเดียว แม้จะไม่รู้อะไรด้วยซ้ำในตอนนี้


แต่ก็ไม่มีทางเลือกนี่


12:01 น.


ชายหนุ่มตัดสินใจเชื่อความรู้สึกของตัวเองอุ้มเด็กน้อยออกไปจากที่พัก ลมพัดเข้ามากระทบใบหน้าจนเขาต้องอุ้มเธอไว้ให้แน่นขึ้นไม่ปล่อยให้สายลมแทรกซึมไปในห่อผ้าได้สำเร็จ


12:04 น.


ฝนหยดแรกของปีตกลงบนผิวแก้มของหนูน้อย ชานยอลก้มศีรษะลงหวังป้องกันเธอจากสายฝนที่ค่อยๆ เทกระหน่ำ ไม่แน่ใจนักว่าหยดน้ำสีเงินยวงบนใบหน้านั้นคือน้ำฝนหรือน้ำตาของเขากันแน่


12:09 น.


สองขาออกแรงวิ่งไม่หยุด ฝนห่าใหญ่ตกลงมาอย่างไม่สงสารมนุษย์สองคนที่ไร้หนทาง ชานยอลกกกอดห่อผ้าสีซีดไว้แน่นเพียงเพราะมันอาจจะป้องกันฝนให้เธอได้ไม่มากก็น้อย


12:11 น.


เข็มนาทีเคลื่อนใกล้ตำแหน่งที่เขาหวาดกลัวในตอนที่ชานยอลวิ่งมาถึงหอนาฬิกา อีกเพียงไม่กี่ก้าวก็จะถึงโรงพยาบาลแล้ว


อีกไม่กี่ก้าว


12:12 น.


ความรู้สึกของชายหนุ่มเบาโหวงราวกับลอยตัวอยู่เหนือแรงโน้มถ่วง คนที่เขาทะนุถนอมอย่างดิบดีส่งเสียงร้องเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะไม่เหลือสิ่งใดไว้ให้เขาได้ปกป้องอีกเลย


ร่างของเธอหายไปกับสายลม


หายไปอย่างไร้ทิศทาง...


ชานยอลหยุดยืนอยู่กับที่พร้อมห่อผ้าที่ไร้ร่างของทารกน้อยอีกแล้ว เวลาราวกับหยุดเดินไปชั่วขณะและเมื่อไหร่กันที่ตัวของเขาเปียกโชกไปด้วยสายฝนที่ไม่มีทีท่าจะหยุดลง


มือหนาสั่นเทิ้มขณะกำห่อผ้าซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันได้ว่าเธอเคยมีตัวตนอยู่จริงๆ เขาซบใบหน้าลงบนผ้าผืนนั้นก่อนจะคุกเข่าร้องไห้อย่างหมดแรง


คุณป้า!!!”


ตะโกนแข่งห่าฝนราวกับจะทวงถามใครบางคนที่ควบคุมโชคชะตาว่าสนุกนักหรือ เขาจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ร้องไห้จะเป็นจะตายคือตอนที่คุณป้าทิ้งเขาไว้บนรถไฟ


คิดว่าเติบโตขึ้นเพื่อเข้มแข็ง แต่เปล่าหรอก


เขาเติบโตเพื่อรองรับความเจ็บปวดที่มากขึ้นต่างหาก


ได้โปรด .. ได้โปรด


จังหวะสะอื้นแทบจะขาดห้วงเหมือนเจียนจะหยุดหายใจ ช่องท้องถูกฉีกทึ้งอย่างรุนแรงด้วยก้อนที่เรียกว่าความสูญเสีย


ทรมานเมื่อคิดว่าไม่มีอีกแล้ว


เธอไม่อยู่ด้วยกันแล้ว...


ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนสะโหลสะเหล แม้จะยังสะอื้นฮักแต่เขาก็ออกแรงพาตัวเองวิ่งไปจนถึงโรงพยาบาลในไม่ช้า


ความหวังเดียวที่แสนเลือนรางของเขาพังทลาย


ไม่มีคนไข้กำหนดคลอดชื่อนี้ มากกว่านั้นคือในตอนที่ชายหนุ่มตรงไปร้านดอกไม้ของคุณลุง .. พวกเขากลับย้ายออกไปแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้


ชานยอลมองหน้าร้านที่ตอนนี้ปิดสนิทไร้ซึ่งคนที่เขาเคยรู้จัก ร่างสูงเปียกม่อลอกม่อแลกจนสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาหมดแล้วซึ่งเรี่ยวแรงใดๆ ที่จะเดินต่อ ได้แต่นั่งคุดคู้อยู่หน้าร้านเพียงซึมซับกลิ่นของความทรงจำระหว่างเขาและเธอไว้ให้นานที่สุด


ไม่อยากกลับห้องไปเห็นว่าข้าวของของเธอยังอยู่ครบทุกชิ้น


ไม่อยากกลับไปเห็นว่าร่องรอยการมีอยู่ของเธอยังเด่นชัด


ไม่อยากกลับไปรับรู้ความจริงที่ว่าไม่มีคุณป้าอีกแล้วบนโลก


ไม่อยากเจ็บปวดมากกว่านี้...


คุณป้าครับชายหนุ่มร้องไห้กับห่อผ้าที่ยังมีกลิ่นเธอติดอยู่ ฝนตกลงอาบร่างราวกับปลอบโยนในวันที่เขาไม่เหลือใครอีกแล้วจริงๆ


เขากอดเข่าสะอึกสะอื้นเหมือนครั้งแรกที่เราเจอกัน ผ่านมาแล้วสิบสองปีก็ยังเป็นอย่างนั้น


เป็นเจ้าโย้เย้


เจ้าโย้เย้ที่วันนี้พังทลายไม่มีชิ้นดี.

 












 

 

ดอกไซคลาเมน (Cyclamen)

=

ลาก่อน

 











ตอนหน้ามาดูบทสรุปกันค่ะ


#ฝนสีเงิน

















Tiny Hand
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

230 ความคิดเห็น

  1. #227 Pinkkaboo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 มีนาคม 2564 / 10:58
    ไรท์คะ( TДT)
    #227
    0
  2. #210 _tangkwajiya (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 15:59
    สงสารเจ้าโย้เย้ทุกตอนเลย
    #210
    0
  3. #193 PINKLAND (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 22:23
    ชานยอล เข้มแข็งนะ
    #193
    0
  4. #158 เฟิร์น ฟ้า (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 16:31
    สงสารชานยอล โอเอ๋
    #158
    0
  5. #141 BN0412 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 16:59
    เศร้าอะ เศร้ามากๆ
    #141
    0
  6. #126 -FL- (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 08:23
    โหชยอลสตรองแค่ไหนถามใจเทอดู
    #126
    0
  7. #110 aieyeaye (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 17:28
    ชานยอลเข้มแข็งมากที่จะมองดูการจากลาแบบนี้
    #110
    0
  8. #103 ffy97 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 19:32
    ตอนนี้ทำเราร้องไห้เลยอะ ต่อจากนี้จะต้องเข้มแข็งขนาดไหนนะ? บรรยายบรรยากาศของเรื่องดีมากเลยค่ะ ฮืออออ เจ้าโย้เย้ต้องเข้มแข็งนะ
    #103
    0
  9. #91 numberKR (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 01:24
    ฮือออ ชานยอลโคตรเข้มแข็ง
    #91
    0
  10. #88 Princess Baekhyunee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 22:58
    โถ่ เจ้าโย้เย้ของฉัน /โอบกอด
    #88
    0
  11. #80 rainyzz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 00:04
    สงสารเจ้าโย้เย้จับใจ
    #80
    0
  12. #76 명령이 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 09:56
    เป็นเจ้าโย้เย้ที่เข้มแข็งนะ
    #76
    0
  13. #74 น้ำแดง (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 06:28
    โอ้ยยยจิตใจหนู
    #74
    0
  14. #73 CharlottePiix (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 03:11
    เพิ่งได้เข้ามาอ่านเรื่องนี้ อ่านรวดเดียวเลย จุกมาก เจ็บปวดจริงๆอ่ะ พูดไม่ออก ทำไมชีวิตเจ้าโย้เย้กับคุณป้าน่าเศร้าขนาดนี้T_______T
    #73
    0
  15. #72 ถ่อว (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 02:38
    แงงงงงงงงงง๊ เจ็บปวดใจอ่ะฮือออออ
    #72
    0