end; ฝนสีเงิน | chanbaek

ตอนที่ 11 : CH.10 | 756

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,153
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    16 มี.ค. 60








CH.10 | 756 








บรรจง จรดรัก สู่จิต

บันดาล ดลลิขิต สรวงสวรรค์

บันได ทอดเรียง เคียงคู่กัน

บรรยาย คล้ายเขียนคำ จำมิลืม

...

 

 

            ระฆังเล็กๆ ส่งเสียงดังกังวานเมื่อบานประตูกระจกถูกเปิดออกในตอนสายของวัน เจ้าของร้านที่กำลังขนตะกร้าดอกไม้อยู่หลังเคาน์เตอร์ชะเง้อมองก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าเป็นใคร


            กลับมาแล้วเหรอ


            “ค่ะ คุณต้องไม่เชื่อแน่ๆ ว่าฉันพาใครมาด้วยแบคฮีตอบรับเสียงใสขณะจัดแจงกระเป๋าทั้งของตัวเองและของชายหนุ่มวางไว้บนโต๊ะภายในร้าน


            สวัสดีครับชานยอลที่เดินตามเข้ามาพูดพร้อมกลั้วหัวเราะเมื่อคุณลุงตาลีตาเหลือกวิ่งออกมาหาทันทีที่เห็นเขาเข้า


            ผมคิดไว้แล้วเชียวว่าต้องได้เจอคุณอีกครั้ง


            “สบายดีนะครับ


            “สบายดี .. สบายดีคุณลุงตอบพร้อมตบบ่าเขาหนักๆ ดวงตาสอดส่องสำรวจชายหนุ่มตรงหน้าอย่างถ้วนถี่ ไม่ได้เจอเสียนาน เป็นหนุ่มแล้วเหวย


            “นั่นสินะครับชานยอลยิ้มรับอย่างขวยเขินเมื่อรู้ดีแก่ใจว่าคุณคนนี้คือพ่อของผู้หญิงที่เขารักที่สุด


            ลูกค้าหรือคะคุณ


            “อ้าว คุณ ตื่นแล้วเหรอคนใจดีวิ่งไปหาภรรยาที่งีบอยู่บนเก้าอี้หวายหลังร้านทันทีที่ได้ยินเสียงของเธอ แบคฮียืนยิ้มกว้างเมื่อเห็นพ่อของตนประคองหญิงท้องแก่เข้ามาหน้าร้าน


            แม่ฉันกำลังท้องน่ะ ใกล้จะคลอดแล้วแบคฮีกระซิบบอกชายหนุ่มที่แม้จะไม่ได้แสดงท่าทีอยากรู้แต่อย่างใดหรอกหากเธอน่ะแหละที่อยากบอกให้เขารับรู้ทุกๆ สิ่งที่ควรรู้ในตอนนี้


            คุณลุงเป็นฝ่ายแนะนำเขากับภรรยาให้รู้จักก่อนจะพากันไปนั่งจิบน้ำชาและพูดคุยกันอยู่ที่สวนหย่อมข้างๆ ร้าน ปล่อยให้แบคฮีจัดการขายดอกไม้ให้เด็กสาวมัธยมปลายอยู่เพียงลำพัง


            เธอยังดูสดใสเสมอคุณป้า(ในที่นี้หมายถึงภรรยาของคุณลุงนะ) พูดขึ้นเมื่อเห็นว่าสายตาของชายหนุ่มร่วมโต๊ะกำลังมองคนที่จัดช่อดอกไม้อยู่ในร้านไม่ละไปไหน ชานยอลสะดุ้งเมื่อถูกจับได้ และเขาเขินจนหูแดงแจ๋ เหมาะกับคุณเหลือเกิน


            ฮ่ะๆ เหรอครับ


            “เธอไม่เปลี่ยนจากวันแรกที่เราได้เจอกัน ทั้งยังเยาว์วัย งดงามหญิงวัยกลางคนตัดกิ่งกุหลาบพลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน คนที่กำลังจะเป็นแม่คนมีพลังงานบางอย่างที่ชานยอลรู้สึกอบอุ่น


            ขอบคุณที่ดูแลเธออย่างดีนะครับ


            “เราต่างหากต้องขอบคุณเธอคุณลุงพูดแทรกขึ้นหลังจากจิบชาร้อนไปค่อนแก้ว ชานยอลสบสายตากับคู่สามีภรรยาอย่างซึ้งใจ ตั้งแต่แบคฮีมาอยู่ด้วยพวกเรามีความสุขมากๆ ผมอยากให้เธออยู่กับเราตลอดไปเสียด้วยซ้ำ


            ซึ้งใจในรูปแบบที่เศร้าสลดไม่น้อย


            ผมเชื่อว่าเธอก็อยากอยู่กับพวกคุณตลอดไปครับชานยอลเข้าใจแล้วว่าการเฝ้าทะนุถนอมความสุขของใครคนหนึ่งเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ เพราะอย่างนี้หรือเปล่าคุณป้าถึงเลือกที่จะทิ้งเขาไปและเฝ้ามองอยู่ไกลๆ ด้วยความห่วงหา


            แต่เธอคงไม่รู้ว่าเขาคงมีความสุขไม่ได้หากปราศจากการได้รักและถูกรัก


            ชานยอลออกมาจากร้านดอกไม้ในตอนเย็นแม้ว่าจะถูกเจ้าของร้านทั้งสองเว้าวอนให้พักที่นี่ไม่ดีหรอกหรือ แต่คุณป้ากลับเป็นคนไล่ให้กลับหอเพราะกลัวแทยงจะเป็นห่วงแม้ว่าเขาจะย้ำถึงสองครั้งสองคราว่าช่างหัวเพื่อนมันเถอะ


            เธอไม่รู้หรอกว่าการเป็นห่วงใครสักคนมันว้าวุ่นขนาดไหนแบคฮีกำชับขณะดันหลังชายหนุ่มให้เดินออกไปหลังจากยืนล่ำลาอยู่หน้าร้านพักหนึ่งแล้ว


            เหมือนที่ป้าเป็นห่วงผมน่ะเหรอ


            “พูดจาเลอะเทอะ


            “ไว้ผมจะมาหาบ่อยๆ นะครับ


            “ตั้งใจทำงานเถอะ เอาเวลาคิดเรื่องฉันไปคิดว่าจะทำอย่างไรให้ตัวเองมีความสุข เข้าใจไหมหญิงสาวพูดพร้อมทอดสายตามองใบหน้าของเขาอย่างไม่เบื่อหน่าย เธอไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ เพียงแต่ตอนนี้เธออยากให้เจ้าโย้เย้มีอนาคตที่มั่นคงเพียงเท่านั้น


            อย่าห่วงผมอยู่ฝ่ายเดียวสิครับ ผมก็เป็นห่วงป้าเหมือนกันนะชานยอลวางมือลงบนกลุ่มผมสีเข้มของเธอเบาๆ น่าแปลกที่คุณป้ายิ้มรับราวเด็กสาวที่กำลังซื่อตรงต่อความรู้สึก


            สัญญาว่าเราสองคนจะห่วงตัวเองให้มากๆ โอเคไหม?


            “ครับเขายีหัวอีกฝ่ายอย่างเอ็นดูก่อนจะถอนหายใจอีกครั้งเมื่อนึกถึงสิ่งที่ท่านผู้เฒ่าทำนายไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผมจะอยู่ข้างๆ คุณป้าเสมอนะครับ ขอให้เชื่อใจผม


            อาจจะต้องใช้เวลานานไม่น้อยที่สิ่งมีชีวิตหนึ่งหน่วยจะเชื่อใจสิ่งมีชีวิตอีกหนึ่งหน่วยได้


            สำหรับทั้งคู่คือสิบสองปีที่สวนทาง


            ฉันเชื่อใจ


           

…………………………………………………………


 

            วันนี้กูลางานนะ


            เสียงที่ดังขึ้นเรียกให้ร่างของคนที่นอนงัวเงียอยู่บนเตียงปรือตาเล็กน้อย แทยงสูดจมูกฟุดฟิดเมื่อได้กลิ่นน้ำหอมฟุ้งกระจายอยู่ในมวลอากาศอับชื้นภายในห้องพักของพวกเขา


            ลาหัวหน้ายัง?


            “อือ ยื่นจดหมายลางานไว้ตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้ว


            “จะไปฉลองวันเกิดที่ไหนเหรอ?แน่ล่ะว่าเขาจำได้ว่าวันนี้เป็นวันอะไร เจ้าของวันเกิดหันหน้ามาจากกระจกหลังจากจัดทรงผมให้ตัวเองเรียบร้อยแล้ว


            ความลับ


            “เหอะๆแทยงเบ้หน้าก่อนจะชูเท้าขึ้นมาชี้หน้าเพื่อนหนุ่มทั้งๆ ที่ยังนอนอยู่ท่าเดิม อย่าให้รู้ว่าแอบไปกับสาวแล้วไม่บอกเพื่อนนะครับ


            “ก็...


            “หื้อ กูพูดเล่น จริงเหรอวะชายหนุ่มตื่นเต็มตาพร้อมกับลุกขึ้นนั่งมองหน้าพ่อคนท่ามากด้วยความอยากรู้เอาการ ผู้หญิงที่ไหน ตอบ!”


            “บอกอยู่ว่าความลับ


            “เฮ้ นี่เพื่อน


            “อ่าห้ะ เพื่อนชานยอลยิ้มแป้นหลังจากหยิบเป้ของตัวเองมาสะพายไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อนช่วยดูหน่อยว่ากูหล่อยัง


            “เฉยๆแทยงตอบโดยไม่ต้องคิดจนโดนตบหัวแรงๆ หนึ่งที เขาร้องเสียงหลงหายไปอาบน้ำแทนด้วยความโมโห ไม่อยากรู้แล้วก็ได้ว่าวันนี้มันจะไปไหนกับใครในโลก


            ร่างสูงหัวเราะให้เพื่อนส่งท้ายแล้วหันไปมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง สุดท้ายวันที่เขากับคุณป้านับถอยหลังก็มาถึง เป็นวันเกิดปีแรกของเราสองคนที่จะได้อยู่ด้วยกัน


            บันทึกแรกของวัน ฝนตกลงมาปรอยๆ ทันทีที่ชายหนุ่มย่างเท้าไปบนฟุตปาธ ชานยอลเดินกางร่มอย่างไม่เร่งรีบนักก่อนจะหยุดยืนรอรถบัสอยู่ใกล้ๆ ที่พักในละแวกนั้น


            บันทึกลำดับที่สองคือเขาไปถึงร้านดอกไม้ก่อนเวลานัดประมาณยี่สิบนาที คุณลุงและภรรยาบ่นกระปอดกระแปดว่าฝนตกแบบนี้ลูกค้าเห็นจะน้อย เขาได้แต่ยิ้มรับและยืนรอหญิงสาวที่แต่งตัวอยู่ด้านบน


            มาแล้วนู่นอึนบีพูดขึ้นเมื่อหันไปเห็นร่างบางเดินลงมาจากบันได ชายหนุ่มมองตามทันทีก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมาอ่อนๆ ให้สัมผัสรอยยิ้มของเธอได้อย่างแผ่วเบา


            บันทึกลำดับที่สาม .. เราคล้ายจะมีจิตสื่อถึงกันหรือไม่ก็ความบังเอิญเล่นงานอย่างน่ารักเมื่อวันนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวโปร่งเข้ากันกับชุดเดรสสีขาวเนื้อผ้าพริ้วไสวของเธอ


            อย่างกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวกูวอนกระเซ้าให้แก้มที่ถูกปัดด้วยสีพีชของหญิงสาวแดงก่ำขึ้นไปอีก ไม่อยากเชื่อว่าจะเกิดวันเดียวกันอย่างนี้


            แบคฮียิ้มรับ ตั้งแต่ที่เธอบอกว่าวันนี้จะไปฉลองวันเกิดกับชานยอลทั้งคุณพ่อและคุณแม่ก็ดูตื่นตกใจพอๆ กันแถมยังกำชับอีกแน่ะว่าให้แต่งตัวสวยๆ


            ชุดของเธอเหมาะกับดอกลิลลี่แห่งภูเขาที่ฉันเตรียมไว้ให้


            อึนบีเหน็บดอกไม้สีขาวขนาดเล็กประดับบนกลุ่มผมสีน้ำตาลที่ถูกถักเป็นเปียยาวถึงกลางหลัง มันเข้ากันกับชุดสีขาวและผิวพรรณผ่องใสของเธอ


            แบคฮีรู้แค่ว่าเธอกำลังมีความสุขเมื่อได้หันไปเห็นสายตาทั้งสามคู่ของคนสามคนที่เธอรักที่สุดในโลก


            เจ้าหญิงของแม่


            ประโยคนั้นเรียกหยดน้ำตาของหญิงสาวให้เอ่อคลอ แม้เธออยากให้พ่อกับแม่รู้ความจริงแค่ไหนแต่สิ่งที่ท่านมอบให้ในฐานะผู้เช่าอาศัยก็อบอุ่นไม่แพ้กัน


            ขอบคุณนะคะ


            “คุณเหมือนลูกสาวคนโตของเรา เด็กคนนี้จะต้องดีใจที่ได้เกิดมามีพี่สาวอย่างคุณกูวอนลูบท้องภรรยาของตัวเองอย่างทะนุถนอม แบคฮียิ้มกว้างด้วยความยินดี อย่างน้อยพวกท่านก็เห็นเธอเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวไปแล้ว


            เด็กคนนี้โชคดีที่มีคุณทั้งสองคนเป็นพ่อและแม่


            บันทึกลำดับที่สี่ ชานยอลมองเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่เข้มแข็งพอจะไม่ร้องไห้ขณะโอบกอดพ่อกับแม่ของตัวเองและเดินออกมาจากบ้านหลังนั้น


            บรรยากาศชวนโหยหา รู้สึกอย่างกับจะไม่ได้กลับไปที่นั่นอีกแล้วแบคฮีพูดขึ้นหลังจากเดินออกมาได้เพียงเล็กน้อย เธอหันไปมองร้านที่อาศัยมาตลอดสี่ปีอย่างเบาโหวงในช่วงอก มันผูกพันกว่าสี่ปี่ไหนๆ ที่เคยผ่าน


            อย่าพูดอย่างนั้นสิครับชายหนุ่มที่กำลังกางร่มให้เราทั้งคู่ส่งเสียงเครียด มืออีกข้างของเขาที่ว่างอยู่จับมือของเธอไว้เสียแน่น


            “เธอก็รู้สึกเหมือนกันไม่ใช่หรือเจ้าโย้เย้ หลังจากสิบสองนาฬิกาสิบสองนาทีเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นด้วยซ้ำ


            “อย่างน้อยผมก็รู้แล้วว่าวันนี้คุณสวยที่สุด


            สัมผัสที่มือเรียกให้แบคฮียิ้มตอบเล็กน้อย เธอเอื้อมมือไปกุมสร้อยดอกไม้ที่สวมติดตัวไว้ตลอดก่อนจะก้าวขาเดินออกไปแม้ว่าฝนจะยังโปรยปรายลงมาอย่างแผ่วเบาตลอดเช้าวันนั้น


            ก่อนเที่ยง เธออยากทำอะไรบ้าง?


            “อีกไม่กี่ชั่วโมงเราก็จะอายุเท่ากันแล้วนะครับ ป้าเลิกตามใจผมซักที


            “หมายความว่าแล้วแต่ฉันสินะแบคฮีได้ข้อสรุปจึงออกแรงจูงอีกคนเข้าไปในร้านเครื่องเขียนเก่าๆ ร้านหนึ่ง คุณตาเจ้าของร้านจับเจ่ากับการหมุนคลื่นวิทยุอยู่กับที่


 

I remember, trying not to stare the night

ผมจำได้ว่าพยายามไม่จ้องมองค่ำคืน

That first met you

ที่ผมพบคุณครั้งแรก

You had me mesmerized

คุณสะกดจิตผม


 

            มือเหี่ยวย่นหยุดอยู่อย่างนั้นเมื่อเลื่อนมาเจอเพลงนี้ ชานยอลลอบมองใบหน้าของหญิงสาวที่ใช้เวลาเลือกปากกาอยู่เนิ่นนาน ริมฝีปากของเธอมักจะขยับไปตามเพลงจนเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอรู้จักเพลงทุกเพลงบนโลกหรือเปล่า


            บันทึกลำดับที่ห้า วันนี้คุณป้าร้องเพลงไพเราะไม่หยอก


 

And three weeks later in the front porch light

แล้วอีกสามสัปดาห์ถัดมาท่ามกลางแสงไฟตรงระเบียงบ้าน

Taking 45 minutes just to kiss goodnight

ใช้เวลาจูบราตรีสวัสดิ์ไป 45 นาที

I hadn’t told you

ผมไม่ได้บอกคุณ

That I loved you then

ว่าผมรักคุณเข้าแล้ว


 

            คุณป้ายังร้องเพลงอยู่หรือเปล่าครับ?


            “เธอหมายถึงร้องเพลงในบาร์น่ะเหรอหญิงสาวถามทั้งที่ไม่ได้หันมาจากชั้นเครื่องเขียน น่ามองไปเสียทุกอย่างแม้กระทั่งการตั้งอกตั้งใจเลือกกระดาษไม่กี่แผ่น


            ครับ


            “ฉันเด็กเกินกว่าจะทำงานแบบนั้นแล้วล่ะ สี่ปีมานี้ก็เป็นพนักงานเฝ้าร้านดอกไม้แทนน่ะ


            “แต่คุณชอบร้องเพลงมากขนาดนั้น


            “ฉันก็ร้องอยู่ทุกวี่วัน เพียงแค่ไม่ต้องแลกมาด้วยเงิน


            “ดีแล้วล่ะครับ ผมไม่ชอบเวลาพวกผู้ชายในบาร์มองป้าสองแง่สองง่าม


            หญิงสาวหันขวับมามองหน้ากัน ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่น


            ไปหัดพูดจาแก่แดดมาจากไหน


            “ผมยี่สิบสองแล้วนะครับชานยอลยิ้มตอบ เหมือนเธอจะเผลอลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทว่าเขาน่ะนะ โตขึ้นแล้ว


            นั่นซีนะ เจ้าโย้เย้โตเป็นหนุ่มแล้ว


            เธอกำลังคุยกับตัวเอง


            แล้วก็เลิกเรียกผมแบบนั้นได้มั้ยครับ


            “อ่า เรียกว่าเจ้าโย้เย้ไม่ได้ด้วย


            และเขาคงต้องยอมแพ้


            โอเคครับ ผมคงห้ามป้าให้เลิกคิดว่าผมเป็นเด็กไม่ได้


            “นี่ ปาร์ค ชานยอลแบคฮีหันมาตบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกันเธอถึงเลือกที่จะพูดทุกอย่างที่คิดโดยไม่ปิดบังเหมือนแต่ก่อน ฉันไม่ได้มองเธอเป็นเด็กไม่รู้จักโต ฉันเป็นห่วงเธอเหมือนเดิมต่างหาก ต่อให้เธอแก่ลงกว่านี้สักสิบยี่สิบปี ฉันก็เห็นว่าเธอคือเจ้าโย้เย้เหมือนเดิม เข้าใจไหม


            “ครับ เข้าใจครับชายหนุ่มตอบอย่างเอาใจก่อนจะเดินตามเธอต่อไปเรื่อยๆ


 

And now you’re my whole life

และตอนนี้คุณเป็นทั้งชีวิตของผม

And now you’re my whole word

เป็นโลกทั้งใบของผม


 

            ป้าจะทำอะไรเหรอครับ?ชายหนุ่มถามขึ้นหลังจากเธอเอาปากกาและกระดาษจำนวนหนึ่งไปจ่ายเงิน หญิงสาวลากแขนเขาไปนั่งอยู่บนโต๊ะติดกระจกของร้านก่อนจะเอาข้าวของที่เพิ่งซื้อออกมาวางไว้บนโต๊ะ


            การบ้าน


            “การบ้าน?


            “อื้อ มันคือกระดาษบันทึกตัวตนแบคฮีตอบขณะหยิบปากกาสีออกมาเขียนอย่างจดจ่อโดยมีชายหนุ่มเท้าคางมองอยู่ข้างๆ


            เวลาคุณป้าตั้งใจทำอะไรสักอย่างเหมือนเด็กๆ น่ะ .. น่ารักเป็นบ้า


 

We’ve come so far since that day

ผมเดินทางมาไกลเหลือเกินจากตรงนั้น

And I thought I loved you then

และผมคิดว่า ตัวเองรักคุณเข้าแล้ว[1]

 


 

นี่ เติมให้ครบทุกช่องนะ อันดับแรกเขียนวันที่ก่อน


ชานยอลมองกระดาษที่ถูกตั้งชื่อว่า ผมในวัยยี่สิบสอง ในนั้นมีรายละเอียดยุกยิกเต็มไปหมด เขาหยิบปากกาที่คุณป้าส่งมาให้ขณะเริ่มคิดคำตอบในหัวข้อแรก


คนสามคนที่คุณรักที่สุดในชีวิต?


ยากเอาการ สองคนแรกเขาไม่ลังเลแต่อย่างใดทว่าคนที่สามค่อนข้างใช้เวลาในการนึกอยู่นานหน่อย


-          คุณแม่อธิการ

-          คุณป้า

-          ผมคิดว่าถึงเวลาที่ผมจะรักตัวเองได้แล้ว


แบคฮียิ้มกว้างเมื่ออ่านคำตอบของร่างสูง มือเรียวเอื้อมมาลูบกลุ่มผมของคนที่กำลังเขียนคำตอบข้อต่อไปอย่างพออกพอใจ


วันนี้มีเรื่องทำให้คุณยิ้มหรือเปล่า?

-          ผมยิ้มเป็นสิบๆ ครั้งเพราะคนๆ เดียว


วาดรูปตัวเองให้ดูหน่อยสิ


หูเธอกางกว่านั้นหน่อยนึง

เหรอครับ อ่า ป้าหลอกด่าผมนี่

งั้นเหรอ ฉันก็ว่างั้น


ตอนนี้อยากทำอะไรที่สุด?

-          อยากกอดคุณป้าครับ ถ้าเธออนุญาต


เดี๋ยวเหอะ


ตีผมทำไมครับ ตอบตามความจริงนะ


เขียนไปเลย


ให้คะแนนความสุขประจำวันนี้ (เต็ม 100)

-          70


สามสิ่งที่วางแผนไว้ว่าจะทำในวันพรุ่งนี้

-          อ่านหนังสือ เบ๊บ หมูเลี้ยงแกะ ตามคุณป้าให้จบ

-          ดูหนัง Always Sunset On Third Street ภาคสาม

-          อยู่กับคุณป้า


สุดท้ายแล้ว อยากบอกอะไรกับตัวเองหลังจากนี้

-          ชานยอลอ่า นายต้องเข็มแข็งขึ้นกว่านี้อีกนะ คุณแม่ไม่อยู่แล้วแต่นายต้องปกป้องผู้หญิงอีกคนไว้ให้ได้ เข้าใจมั้ย?


ชายหนุ่มวางปากกาและส่งกระดาษแผ่นนั้นให้เธอเมื่อตอบครบทุกข้อแล้ว แบคฮีไล่สายตาอ่านอย่างละเอียดอีกรอบก่อนจะบรรจงพับมันใส่ซองจดหมายที่ซื้อมาด้วย


เขียนที่อยู่ที่เธออยากส่งจดหมายฉบับนี้ไปสิ ที่ที่เธอจะกลับไปอีก


ชานยอลทำตามอย่างว่าง่าย เขาเขียนที่อยู่ของโบสถ์หน้าซองก่อนจะเดินตามคุณป้าออกไปที่ตู้จดหมายซึ่งอยู่ตรงมุมถนนอีกฝั่งหนึ่ง โชคดีที่สายฝนหยุดให้เราได้แหงนหน้ามองท้องฟ้าประจำวันเต็มๆ ตา


เธอไม่รู้หรอกว่าตัวเองในวันนี้กับพรุ่งนี้เปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน การเขียนจดหมายหาตัวเองเป็นเหมือนการบันทึกความเป็นเธอไว้เพื่อที่จะเปิดอ่านมันอีกครั้งในวันที่เธอเติบโตขึ้น เพราะอย่างนั้น อย่าปล่อยให้ตัวตนของเธอค่อยๆ หายไปตามเวลา เขียนมันให้บ่อยเท่าที่จะทำได้ สัญญาได้ไหม?


ได้เสมอครับชายหนุ่มตอบพร้อมกับหย่อนจดหมายลงตู้ เขาหันมามองคุณป้าที่อยู่ๆ ก็อ้าแขนกอดกันเสียอย่างนั้น


ได้ทำสิ่งที่อยากทำที่สุดแล้วนะ สำเร็จไปหนึ่งข้อ


บันทึกลำดับที่หก กอดของคุณป้าคือของขวัญวันเกิดที่อบอุ่นที่สุด


คะแนนความสุขผมเพิ่มขึ้นเป็น 80 แล้วครับเขาตอบพร้อมกอดรัดร่างเธอแน่นขึ้นจนโดนทุบหลังเบาๆ จึงเลิกแกล้งและเปลี่ยนเป็นโอบกอดอย่างทะนุถนอมอีกครั้ง “90”


พูดมากเสียจริง


ป้าเขินจนแก้มแดง


หญิงสาวหยิกจมูกโด่งก่อนจะผละออกมาจากอ้อมกอดแกร่งแล้วหันหน้าเข้าหาเส้นทางที่ทอดไปในตลาดประจำเมือง


เส้นทางที่ความจริงบางอย่างกำลังรอพวกเราอยู่


กระโจมสีทึบยังหลบซ่อนตัวอยู่ในตำแหน่งเดิมโดยมีหญิงชรานั่งรออยู่ก่อนแล้ว หล่อนยิ้มจนเห็นริ้วรอยเด่นชัดเมื่อร่างของหนุ่มสาวก้าวข้ามเข้าไปด้านใน


กำลังกังวลว่าพวกคุณจะมาไหม สุขสันต์วันเกิด


ขอบคุณทั้งคู่ยิ้มให้เป็นการตอบรับโดยไม่เสียเวลาสงสัยว่าแม่เฒ่ารู้ได้อย่างไรว่าวันนี้เป็นวันเกิด หล่อนเต็มไปด้วยปริศนาและมาดของนักพยากรณ์ พวกเขาโดนพยักพเยิดให้นั่งลงบนพรมที่ปูไว้ภายในกระโจม เป็นพรมบุอย่างดีที่ดูไม่เข้ากันกับที่นี่เท่าไรนัก


ผมต้องทำอย่างไรบ้าง?


ไม่ต้องพ่อหนุ่ม นั่งเฉยๆ สักครู่


จะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ?


ดวงตาสีขุ่นหันมาสบตาคนถามที่ดูกระวนกระวายไม่น้อย ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบายใจอย่างถึงที่สุด


อีกเดี๋ยวก็รู้ อีกเดี๋ยว...หญิงชราลุกขึ้นหยิบจับข้าวของกุกกักก่อนจะตักน้ำใส่โถขนาดเล็กแล้วเดินมานั่งตรงข้ามพวกเขา เชื่อในโชคชะตาแค่ไหน?


เชื่อในความน่าจะเป็นมากกว่าค่ะ


คุณล่ะ?


ชานยอลเลิกคิ้วเมื่อโดนจ้องเสียอย่างนั้น


ไม่เลย


หัวดื้อทั้งคู่ คุณสองคนไม่เชื่อเรื่องโชคลางเท่าไรนักแต่กลับมาหาฉันในวันนี้หล่อนกลั้วหัวเราะอย่างไม่ถือสา แต่เอาเถอะ ฉันก็ใช่จะเชื่อเต็มร้อย


คุณเป็นนักพยากรณ์ที่ไม่ได้เชื่อในคำทำนายหรือคะ?


หมอดูอย่างฉันเชื่อในโชคชะตาพอๆ กับเชื่อในตัวเอง เอาล่ะ หย่อนผลเอคอร์นของพวกเธอลงในโถเสียเถอะ ฉันจะทำนายชะตาให้ระหว่างรอเวลา แน่นอนว่าไม่คิดเงินสักแดงเดียว


ทั้งคู่เลิกคิ้วอย่างประหลาดใจแต่ก็ถอดเชือกข้อมือทันที เอคอร์นสองผลถูกหย่อนลงในโถพร้อมกันขณะที่ดวงตาของเจ้าของไม่ผละไปไหน ผลลัพธ์เมื่อสี่ปีก่อนเคยเป็นอย่างไรเขาและเธอย่อมรู้ดี


ครั้งนี้ก็เช่นกัน


ช่างน่าเศร้า


เมื่อผลหนึ่งลอย อีกผลหนึ่งจม...


เราไม่ใช่คู่กันจริงๆ เหรอครับ?


ยังไม่ใช่


หมายความว่าอย่างไร ยังไม่ใช่?แบคฮีรู้สึกได้ว่าประโยคของหล่อนมีความหมายมากกว่านั้น ผู้สูงวัยหยิบเอคอร์นผูกข้อมือให้ทั้งคู่ขณะตอบคำถามของเธอ


รู้ใช่ไหมว่าคำทำนายคือต้องพรากจากกัน อย่างนั้นถูกต้องแล้ว นั่นคือตอนนี้คุณสองคนยังไม่ใช่คู่กันอย่างไรเล่า ฉันหมายถึง ตอนนี้


ช่วยพูดให้เข้าใจง่ายๆ ไม่ได้เหรอครับ?


โชคชะตาของคุณสองคนไม่ได้เข้าใจง่ายอย่างนั้นนี่รอยยิ้มเหี่ยวย่นปรากฏขึ้นก่อนที่หล่อนจะชะเง้อออกไปมองท้องฟ้านอกกระโจมเพื่อดูเวลา จวนเที่ยงแล้ว คุณสองคนเตรียมร่มมาใช่ไหม


แบคฮีพยักหน้าตอบ หญิงชราจึงหัวเราะชอบใจ


ดีแล้ว ประเดี๋ยวฝนจะตกลงมาห่าใหญ่เป็นการส่งท้าย หลังจากนั้นอีก 22 วันฝนจะแล้งและกลับมาตกอีกครั้ง 12 วันติด


คุณเหมือนนักพยากรณ์อากาศแน่ะหญิงสาวอดกระเซ้าไม่ได้ผิดกับชานยอลที่จับใจความได้อีกอย่าง


ครั้งก่อนคุณบอกว่าเมื่อฝนสุดท้ายของปีตกลงมาหนุ่มสาวเจ้าของโชคชะตาต้องพลัดพราก ฝนจะตกหนักติดต่อกันสิบสองวัน .. ใช่หรือเปล่าครับ


หลักแหลม พ่อหนุ่ม


หมายความว่าอีก 22 วันผมกับคุณป้าต้องจากกัน ว่าแต่ทำไมต้อง 22 วัน?


แบคฮีเม้มปากแน่นขึ้นเมื่อฟังมาถึงตอนนี้ เธอมองหน้าหญิงชราที่พยักหน้ารับน้อยๆ แม้ว่าจะหวังได้ยินประโยคขัดแย้งที่ไม่ได้หมายความอย่างที่ชานยอลพูดก็ตาม


แม่หนู พกของที่ติดตัวเธออยู่ตลอดเวลามาไหม


คะ .. เอ่อ ค่ะจากคำถามเปลี่ยนเป็นตอบรับเมื่อนึกขึ้นได้ว่าของสิ่งนั้นคืออะไร เธอเปิดกระเป๋าสะพายก่อนจะหยิบใบสูติบัตรออกมาวางไว้ตรงหน้าทันที


คำตอบอยู่ในนี้ ฉันบอกอะไรไม่ได้หากไม่ถึงเวลา มนุษย์ควรรู้ชะตาด้วยตัวเอง


ชานยอลลอบมองนาฬิกาข้อมือที่เคลื่อนไปถึงเที่ยงตรงพอดี คุณป้าจดจ้องแผ่นสูติบัตรตรงหน้าไม่คลาดสายตาเมื่อได้ยินอย่างนั้น


12:01 น. แดดจ้าผิดแผกจากความเป็นไปได้มากโข


คุณเคยบอกฉันว่าฉันไม่ได้แปลกประหลาด โลกใบนี้ต่างหากที่แปลกประหลาด


ใช่ ฉันบอกแบบนั้น


แบคฮีก้มลงดูสร้อยดอกไม้ก่อนจะกำมันไว้แน่น หญิงชราที่มอบมันให้เธอยิ้มให้เมื่อหญิงสาวโค้งศีรษะแทบจะถึงพื้น


ขอบคุณ .. ที่ไม่มองว่าฉันเป็นตัวประหลาด


คุณสามัญ


12:07 น. เมฆก้อนหนาจับตัวกันเหนือน่านฟ้าจนอากาศหนาวลงหลายองศา


ชานยอลโอบไหล่คุณป้าไว้แน่นขณะเฝ้ารอเวลา เขาไม่พร่ำพูดอะไรไปมากกว่าอยู่เคียงข้างเธอให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


เจ้าโย้เย้ เธอคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของฉัน ถึงไม่เคยพูดแต่รู้ใช่ไหมว่าฉันรักเธอแค่ไหน


ครับ ผมรู้ครับ


ตอนนี้หญิงสาวตัวสั่นเทิ้ม เธอกำลังหวาดกลัวต่างจากคุณป้าที่เขาเคยรู้จัก หญิงชราทอดสายตามาทางเขาอย่างต้องการส่งต่อกำลังใจ


12:10 น. เสียงฟ้าร้องดังกระหึ่ม หญิงสาวร้องไห้อย่างแผ่วเบา


เธอเป็นแค่เด็กสาวที่อ่อนไหว โลกใบนี้ผิดปกติเกินไปสำหรับเธอท่านผู้เฒ่าบอกเขาอย่างนั้นชานยอลจึงออกแรงโอบร่างของเธอให้แน่นขึ้น มือหนาลูบไหล่มนด้วยความเป็นห่วง


12:12 ฝนเทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย ภายในกระโจมเงียบงันเฝ้าฟังเพียงเสียงฝนและคนบางคนที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว


ไม่ผิดแน่...


ชานยอลรู้สึกได้ว่าร่างที่เขาประคองอยู่เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย มันน้อยนิดจนยากจะจับได้หากไม่ใช่ว่าเขาเฝ้ากกกอดไม่ห่างไปไหน


ตัวเลขในสูติบัตรรวนเรราวกับมีใครกำลังเล่นตลก


ชายหนุ่มรู้อะไรบางอย่าง


ทำไมวันเกิดของฉันถึงเปลี่ยนเป็น 3 มกราคมปีหน้า


บันทึกลำดับสุดท้าย .. หลังจากนี้คุณป้าจะเด็กลงวันละปีจนครบ 22 วัน

 







[1] Then – Brad Paisley










 

 

ดอกลิลลี่แห่งภูเขา (Lily of the Valley)

=

ความอ่อนหวานของคุณช่วยเติมเต็มชีวิตผม

 











มีคนทายปมไว้ด้วยแน่ะ

แต่เราไม่เคยดูเบนจามินนะคะ ไว้จะหาดูหลังจากเขียนเรื่องนี้จบก่อน



#ฝนสีเงิน

















Tiny Hand
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

230 ความคิดเห็น

  1. #226 Pinkkaboo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มีนาคม 2564 / 10:37
    แงงงงงงไม่กล้าเดาเลยว่าจะเป็นยังไงต่อ
    #226
    0
  2. #209 _tangkwajiya (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 15:44
    แบคฮีจะได้ไปอยู่ในท้องคุณแม่สินะ
    #209
    0
  3. #192 PINKLAND (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 22:10
    จะกลายเป็นเด็กในท้องอึนบีหรอ
    #192
    0
  4. #140 BN0412 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 16:46
    แล้วก็จะโตใหม่หรอ
    #140
    0
  5. #109 aieyeaye (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 17:11
    เอ้าาาา นั่นไง เด็กลงจริงๆด้วย
    #109
    0
  6. #101 ffy97 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 19:04
    งืออออ ทำไมเป็นงี้ไปได้นะ แบคฮีจะเป็นเบบี้ในท้องแม่หรอ พอแบคฮีโตขึ้นก็จะเรียกเจ้าโย้เย้ว่าลุงป่าวนะ ? มึนไปหมดแล้ว;-;
    #101
    0
  7. #70 ขนนกสีฟ้า (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 10:30
    โอ๊ยยยย ตื่นเต้นนนนน ทำไมเวลาเปลี่ยน แปลว่าแบคฮีจะเกิดแล้ว กลายเป็นว่าตามไทม์ไลน์จริงๆ ชานยอลจะอายุมากกว่าแบคฮี 22 ปีสินะ
    #70
    0
  8. #69 0506_B (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 08:28
    ถ้าคุณป้ากลับไปเป็นเด็กก็จะมีอายุห่าง22ปี? กว่าจะคู่กันสงสานป้าและชาน
    #69
    0
  9. #68 ถ่อว (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 08:11
    แงงงงงงงง๊ คุณป้าคะ;-;
    #68
    0
  10. #66 gummyB (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 01:25
    คือคุณป้าจะไปเกิดในท้องเเม่อีกครั้งใช่ไหม โอโหหหหหหหหห
    #66
    0