end; ฝนสีเงิน | chanbaek

ตอนที่ 10 : CH.9 | 991258

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,169
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    13 มี.ค. 60








CH.9 | 991258 








ทำนาย ทายทัก รักเหลือ

ทำไม คลุมเครือ หนักหนา

ทำเพียง เฝ้ารอ เวลา

ทำให้ เรามา คู่กัน

...

 

 

คิดถึง .. คิดถึงเธอเหลือเกิน


ผมก็คิดถึงป้าครับ


มือหนาโอบกอดร่างของหญิงสาวไว้แนบแน่นราวกับกลัวว่าเธออาจจะย่อยสลายไปตามสายลมที่โหมกระหน่ำ ระยะเวลาสี่ปีนั้นยาวนานสำหรับการรอคอย แต่ก็แสนสั้นเมื่อได้ผ่านมันมาแล้ว


เรากอดกันเนิ่นนาน นาน ราวกับทดแทนอ้อมกอดที่ห่างหายตลอดมา ชานยอลไม่รู้แม้กระทั่งการเจอคุณป้าครั้งนี้ทำให้น้ำตาที่กลั้นไว้ตลอดช่วงแห่งการสูญเสียพังทลาย


เขาเป็นคนเข้มแข็ง


คนเข้มแข็งที่พร้อมจะอ่อนแอ .. ภายใต้อ้อมกอดของใครสักคน


โธ่ เด็กน้อยของฉันมือบางลูบแผ่นหลังของคนที่กำลังไหวตัวสะอื้นแผ่วเบาพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลอาบไหล่ของเธอ แบคฮีปล่อยให้อีกฝ่ายร้องออกมาอย่างเต็มที่จนกว่าจะพร้อมสำหรับการเดินต่อไปข้างหน้าด้วยสองเท้าคู่เดิม


ใช่แล้ว .. เจ้าโย้เย้ไม่ได้ร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนแต่ก่อน เป็นชายหนุ่มที่เติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็งเชียวล่ะ


ชานยอลผละออกมาหลังจากเช็ดน้ำตาหมดทุกหยาดหยดเหลือเพียงแก้วนัยน์ตาที่เคลือบไปด้วยละอองความสูญเสียจางๆ เขาก้มลงมองหน้าของคุณป้าที่อยู่ห่างไปเพียงครึ่งไม้บรรทัด ก่อนจะยกมือขึ้นมาประคองแก้มอุ่นไว้อย่างแผ่วเบา


ตอนนี้คุณอายุเท่าไหร่?


“22” แบคฮีเงยหน้ามองตอบไม่คลาดสายตา แต่มันโคตรจะไหววูบเมื่อนิ้วโป้งใหญ่ๆ กำลังไล้ผิวแก้มเธอเบาๆ


ผมจูบป้าได้มั้ย?


ตรงไหน?


ตรงไหนก็ได้ชานยอลไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงปรารถนาสัมผัสของเธอถึงขนาดนี้ แน่นอนว่าเขาอยากช่วงชิงริมฝีปากสีสดนั่นแม้เพียงสักครั้งในชีวิตแต่ถ้าขออย่างนั้นอาจจะมากเกินไป


หน้าผาก


ปฏิกิริยาตอบกลับค่อนข้างกระชั้นชิดเพราะร่างสูงไม่รอให้อีกคนได้เปลี่ยนใจจึงรีบกดริมฝีปากจุมพิตเบาๆ ที่หน้าผากของคนตรงหน้า หลับตาตอกหมุดความรู้สึกให้ฝังรากลึกลงกับจูบนี้ คนนี้ และเดี๋ยวนี้...


หัวใจของฉันเหมือนกำลังหล่นลงมาจากหน้าผาเลย


เหรอครับ


ยิ่งชายหนุ่มกระซิบถามพร้อมรอยยิ้มมุมปากยิ่งทำให้เธอจวนเจียนจะหล่นกระแทกพื้น หญิงสาวขมวดคิ้วครุ่นคิด ก่อนจะเขย่งเท้าจุ๊บปากเจ้าเด็กที่สูงขึ้นอีกแล้วเบาๆ


แต่ถึงชานยอลจะตกใจ เขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันรู้สึกดี


เอ่อ ฉันต้องไปหาอะไรกินเดี๋ยวนี้ หิวจะแย่คนที่เพิ่งฉวยโอกาสจูบเขาเดินหนีออกไปทันทีจนชานยอลได้แต่มองตาม ดูเหมือนการกลับมาครั้งนี้คุณป้าจะเด็กลงมากโข ไม่ใช่แค่ร่างกายแต่หมายถึงจิตใจนั่นด้วย


ทั้งนี้ทั้งนั้นก็น่ารักขึ้นแยะ


ชายหนุ่มเดินตามเงียบๆ ไม่กระโตกกระตาก ปล่อยให้เธอเลือกร้านอาหารตามพอใจซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่ปล่อยให้คุณป้าคลาดสายตาอีกแล้ว เรานั่งกินเบอร์เกอร์ปลาคนละชิ้น จะว่าเราคงไม่ใช่เสียทีเดียวเพราะมีแค่หญิงสาวที่จำต้องเคี้ยวกร้วมๆ แก้เขินเมื่ออีกคนเอาแต่นั่งเท้าคางมองเธออยู่อย่างนั้น


กินไปสิ


ผมอิ่มแล้วล่ะร่างสูงพูดพร้อมยิ้มมุมปาก หญิงสาวชะงักเล็กน้อยก่อนจะทำเป็นไม่สนใจสายตากรุ้มกริ่มของเจ้าเด็กคนนี้ ชานยอลหัวเราะรั่ว เอาล่ะ เขาจะเลิกแกล้งคุณป้าก็ได้ สบายดีใช่มั้ยครับ


อื้อ ว่าแต่เธอเถอะ จะเอายังไงต่อไป


ผมเรียนจบแล้วครับ กำลังจะหางานทำเก็บเงินมาดูแลโบสถ์ คุณแม่อธิการจะได้หมดห่วงเขาตอบพร้อมหยิบน้ำอัดลมขึ้นดื่มหากแต่คนฟังกลับทอดสายตามองเขาราวกับกำลังภูมิใจอะไรหนักหนา


เธอโตขึ้นมาก ชานยอลหญิงสาวลอบยิ้มบางๆ เสียดายยิ่งยวดที่คุณแม่อธิการไม่ได้รอเห็นความสำเร็จของเจ้าโย้เย้เองกับตา จะไปทำงานที่ไหน?


เมืองหลวง


เมื่อไหร่?


วันนี้


วันนี้?แบคฮีเลิกคิ้ว ดื่มน้ำล้างปากหลังจากจัดการอาหารของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ไปตอนไหนกัน นี่ก็สายมากแล้วทำไมยังโอ้เอ้ ข้าวของเตรียมแล้วเหรอ?


ครับ ผมจัดกระเป๋าไว้แล้ว ตั้งใจจะไปรถไฟเที่ยวสี่โมงเย็นชายหนุ่มตอบเสียงเรียบเมื่อความรู้สึกก้อนหนึ่งยังส่งเสียงบอกว่าไม่อยากไปไหนด้วยซ้ำ เขาอยากอยู่ที่นี่โดยเฉพาะตอนที่คุณป้าเพิ่งกลับมา


ดูเหมือนฉันจะต้องเลื่อนกำหนด


หืม?


หญิงสาวยิ้มกว้าง ดีดนิ้วเป๊าะอย่างยียวน


ฉันแค่มาไหว้คุณแม่ตั้งใจจะกลับพรุ่งนี้ แต่เห็นทีไปพร้อมกันดีกว่า อ้อ เผื่อเธอไม่รู้ช่วงนี้ฉันพักอยู่เมืองหลวงน่ะ


เครื่องหน้าของชายหนุ่มประกอบกันจนปรากฏรอยยิ้มยินดีอย่างปิดไม่มิด เขาเสมองไปทางอื่นเมื่อตอนนี้หญิงสาวกำลังหรี่ตาจ้องจับผิดอยู่อย่างนั้น


ดีใจล่ะสิ


นิดหน่อยครับ


เธอนี่น้า~”


เราเดินกลับไปที่โบสถ์ก่อนจะนั่งอยู่ในนั้นร่วมชั่วโมง ไม่มีคำพูด ไม่มีบทสนทนา เพียงต้องการระลึกถึงใครบางคนที่เพิ่งจากไปซึ่งไม่มีวันกลับมา


เกือบถึงเวลาสี่โมงเย็นที่ทั้งคู่เดินไปยังสถานีรถไฟสายเข้าเมืองหลวง ผู้คนพลุกพล่านและเสียงอึกทึกฟังดูน่าเวียนหัว ไม่ง่ายเลยที่ต้องเบียดเสียดคนอื่นๆ เข้าไปจับจองที่นั่งในขบวนรถไฟ พาตัวเองมายังตำแหน่งแห่งที่ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาเดินทางชั่วข้ามคืน ชานยอลไม่รีบร้อนหรือเบื่อหน่ายเลยสักนิด มันน่ายินดีเสียอีกเมื่อคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามให้เขาได้เฝ้ามองตลอดค่ำคืนนี้คือคุณป้า


เธอนั่งเหม่อมองข้างทางในตอนที่รถไฟเริ่มเคลื่อนขบวน ใช่ .. ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลร่วงหล่นจากต้นไม้แทบทุกต้นมันสวย แต่เขาคิดว่าสายตาคู่นี้มีไว้มองความสวยงามตรงหน้าก็เพียงพอแล้ว


เธอมองฉันอยู่นั่น


ครับ ผมมองป้าอยู่นั่น


ยียวนแบคฮีย่นจมูกใส่คนที่นั่งหันหน้าเข้าหากัน เขาระบายรอยยิ้มอ่อนๆ ก่อนจะถอดเชือกร้อยผลเอคอร์นที่ข้อมือออกมาเส้นหนึ่งเพื่อสวมให้เธอ


เก็บไว้สิครับ คุณป้าจะได้โชคดี


เธอยังเชื่อว่ามันเป็นเครื่องรางนำโชคอีกเหรอ?หญิงสาวมองมือหนาทั้งสองข้างที่กำลังบรรจงผูกเชือกเส้นนั้นไว้กับข้อมือของเธอ เขาเงยหน้ามามองตากันครั้งหนึ่งก่อนจะก้มลงสวมให้จนเสร็จ


ไม่ใช่เสียทีเดียว แต่เพราะมันเป็นตัวแทนของเราสองคน ผมจึงอยากให้ป้าเก็บมันเอาไว้


แม้ว่าเราจะพรากจากกัน?


วันใดวันหนึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น ผมขอให้ป้าคิดถึงผมทุกครั้งที่เห็นเอคอร์นผลนี้


เธอเติบโตขึ้นอย่างดีหญิงสาวเอื้อมมือลูบผมของชายหนุ่มหลายครั้ง อีกฝ่ายไม่ขัดขืนและดูเหมือนจะชอบอกชอบใจในที


ป้าพูดอย่างนี้สองครั้งแล้ว


ก็เธอโตขึ้นจริงๆแบคฮียิ้มอย่างอ่อนโยนขณะมองใบหน้าคมที่เปลี่ยนไปจากเมื่อสี่ปีก่อนเล็กน้อย ไปถึงที่นั่นฉันจะพาเธอไปหาพ่อแม่


พ่อแม่?


อื้ม ถ้าเธอจำคุณลุงที่คอนเสิร์ตได้หญิงสาวหัวเราะร่วนเมื่ออีกคนขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจเท่าไรนัก เขาคือพ่อของฉัน วันที่เราแยกกันที่สถานีรถไฟบังเอิญฉันได้เจอคุณลุงอีกครั้ง ฉันเข้าไปในบ้านและพูดคุยอยู่กับภรรยาของเขา นั่นล่ะ ฉันถึงได้รู้ว่าทั้งคู่คือพ่อกับแม่ของฉัน


แล้ว .. พวกท่านชานยอลไม่แน่ใจนักว่าควรถามคำถามไหนออกไป ดีที่คุณป้าเข้าใจว่าเขาต้องการสื่อสารอะไร


ฉันไม่ได้บอกความจริงให้ท่านรู้หรอก แปลกจะแย่ สี่ปีมานี้ฉันเช่าบ้านของพ่อกับแม่อยู่มาตลอด ยังดีที่ฉันตอนนั้นกับฉันตอนนี้ไม่เปลี่ยนไปจนผิดสังเกต แต่หลังจากนี้ก็ไม่แน่เหมือนกัน


ไม่ลองบอกความจริงดูล่ะครับ ผมคิดว่าท่านน่าจะเชื่อถ้าได้อยู่ด้วยกันต่อไปเพื่อพิสูจน์


นั่นจะเป็นทางเลือกสุดท้ายเจ้าโย้เย้ หากจวนตัวเธอถอนหายใจขณะมองออกไปสุดขอบฟ้าที่กำลังเป็นสีแดงก่ำ สำหรับคนที่ชอบมองท้องฟ้าตอนกลางคืนด้วยกันทั้งคู่...


...พระอาทิตย์ตกวันนี้สวยงามจนยากจะละสายตา


ความมืดย่างกรายทำให้ขบวนรถไฟที่โดยสารอยู่ท่ามกลางลมหนาวเงียบสงัด ผู้คนส่วนใหญ่ต่างหลับใหลบ้างก็นั่งเท้าคางนับดาวฆ่าเวลา แบคฮีเป็นหนึ่งในกลุ่มคนประเภทแรกส่วนชานยอลเป็นกลุ่มคนประเภทหลังทว่าเขาไม่ได้นับดาว


แต่นั่งนับจังหวะหัวใจ


ชายหนุ่มมองร่างบางที่นอนเอนกายอยู่บนเบาะอีกฝั่งโดยใช้แขนต่างหมอน เขาพิจารณาทุกส่วนสัดเพื่อเปรียบเทียบและจดจำ ใบหน้าของเธออ่อนเยาว์ลงเล็กน้อย คิ้วได้รูปรับกับหางตาตกรวมทั้งริมฝีปากสีพีช มันน่ามองซึ่งเขาก็เลือกที่จะมอง


ผมโตพอที่ป้าจะฝากชีวิตไว้ได้หรือยังครับ?


ชานยอลไม่รู้ว่าจะถามคำถามนี้ได้เมื่อไหร่กัน ในเมื่อสำหรับคุณป้าแล้วเขาก็ยังเป็นเด็กคนหนึ่งที่ต้องการเฝ้ามองการเติบโต


เป็นเจ้าโย้เย้คนเดิม

 


…………………………………………………………


 

เธอนอนไม่หลับเลยเหรอ?


เหมือนจะเป็นอย่างนั้นคนที่ถุงตาคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัดยอมรับเสียงเอื่อยขณะเดินลงจากรถไฟ คุณป้าเขย่งเท้าเพื่อดีดหน้าผากเขาหนึ่งทีเป็นการลงโทษ เจ็บนะครับ


ใช้ได้ที่ไหน เดี๋ยวก็เป็นลมเป็นแล้ง


ก็นอนไม่หลับนี่


ฮื่อแบคฮีส่งเสียงในลำคอเมื่อถูกขัดใจ เธอคล้องแขนเขาไว้ข้างหนึ่งก่อนจะพาเดินออกไปนอกสถานีรถไฟ เกาะฉันไว้ดีๆ ล่ะ เป็นลมเมื่อไหร่ฉันจะแบกเอง


ตัวก็แค่นี้


เจ้าโย้เย้!!”


ผมหิวจังครับคนตัวโตเปลี่ยนเรื่องได้ทันเวลาเมื่อถูกมองตาเขียว พอได้ยินอย่างนั้นคุณป้าก็พาไปยังตลาดเช้าใจกลางเมือง เดินเล่นไปพลางกินไปพลางจนเริ่มอิ่มจึงตั้งใจจะออกเดินทางกันอีกครั้ง


แม่หนูเสียงที่ดังขึ้นเรียกให้ทั้งคู่หยุดเดินพร้อมกัน เจ้าของเสียงเป็นหญิงชราในเครื่องแต่งกายแปลกๆ ที่นั่งอยู่บนพื้นในกระโจมสีทึบ ตรงหน้าหล่อนมีผ้าปูซึ่งเต็มไปด้วยของจำพวกเครื่องประดับอยู่ไม่น้อย


ฉัน?แบคฮีชี้หน้าตัวเอง เมื่อหล่อนพยักหน้ารับเธอจึงสบสายตากับชานยอลเพื่อขอความคิดเห็น ชายหนุ่มเลิกคิ้วตามใจแปลกอยู่เหมือนกันที่แม้ต่างฝ่ายต่างแอบระแวงว่าจะโดนหลอกหรือเปล่าแต่หญิงชราคนนี้กลับให้ความรู้สึกที่แปลกไป


คล้ายจะเป็นความหวัง


พ่อหนุ่มข้างๆ นั่นด้วย เข้ามาหาฉันสักครู่เถิด


ทั้งคู่ก้าวขาเข้าไปข้างในกระโจมพร้อมกัน แขนที่คล้องกันอยู่เคลื่อนมาเป็นจับมือกันแน่นขึ้นก่อนจะค่อยๆ ย่อเข่านั่งลงตรงข้ามอีกฝ่ายช้าๆ


โชคชะตาเล่นตลกแม่เฒ่าพึมพำประโยคเดิมขณะมองหน้าเราสองคนสลับกัน


ฉันไม่คิดจะดูดวงหรือซื้อของหรอกนะคะ


ฉันไม่ได้ต้องการเงินทอง ฉันทำตามหน้าที่หญิงชรายิ้มออกมาเล็กน้อยขณะยื่นมือเหี่ยวย่นของตัวเองออกมาตรงหน้าหนุ่มสาว เพื่อส่งต่อกุญแจไขความกระจ่าง


แบคฮีหันมองชานยอลอีกครั้งก่อนทั้งคู่จะยื่นมือที่จับกันอยู่วางบนมือของหญิงชราเบาๆ ความเย็นวูบแล่นเข้าสู่ร่างกายก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นอุ่นซ่านในเวลาน้อยนิด


ดวงตาสีขุ่นปิดลง ไม่นานก็เอ่ยประโยคที่ทำให้แบคฮีเจ็บแปลบที่หน้าอกข้างซ้ายอย่างไร้เหตุผล


ฝนสีเงินจักคงอยู่นิจนิรันดร์


น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มจนชานยอลหันมองอย่างเป็นห่วง เขากำมือข้างที่จับกับเธออยู่แน่นขึ้นราวกับต้องการปลอบโยน


เมื่อใดที่ฝนสุดท้ายแห่งปีตกกระทบผืนดิน หนุ่มสาวผู้เป็นเจ้าของโชคชะตาต้องพลัดพราก สีเงินยวงของสายฝนจักยาวนานติดต่อกันสิบสองวัน


ใช่จะเป็นคำทำนายที่ดีนัก ชานยอลจึงได้แต่เม้มปากแน่นอย่างเจ็บปวด


แต่เชื่อเถิด .. ฝนสีเงินจักคงอยู่นิจนิรันดร์


ภายในกระโจมเงียบสงัดราวกับพาตัวเองหลีกหนีออกมาจากโลกภายนอก ได้ยินเพียงเสียงสะอื้นของหญิงสาวที่ยังหาเหตุผลของการร้องไห้ไม่เจอ


คุณ ช่วยอธิบายหน่อยได้มั้ยครับ?เสียงทุ้มแค่นเปล่งออกมาแม้ลำคอจะฝืดเฝื่อน เขาจ้องมองหญิงชราตรงหน้าด้วยความหวัง


หวังว่ามันคือเรื่องดี


วันที่สิบสอง เดือนสิบสอง ให้คุณทั้งคู่มาหาฉันที่นี่ก่อนเวลาสิบสองนาฬิกาสิบสองนาที ตอนนี้ฉันบอกได้แค่นั้น


เสียงวุ่นวายของตลาดยามสายกลับมาอีกครั้งเมื่อมือของหล่อนผละออก แบคฮีพยักหน้ารับโดยไร้ซึ่งคำถามซึ่งมันดูง่ายเกินไปสำหรับผู้ใหญ่หัวดื้อที่ชานยอลเคยรู้จัก


แม่หนูเสียงแหบพร่าเรียกหญิงสาวให้สบสายตาท่านผู้เฒ่าอีกครั้ง หล่อนไล้มือไปตามเครื่องประดับตรงหน้าก่อนจะหยิบสร้อยดอกไม้เส้นหนึ่งขึ้นมาพิจารณาแล้วยื่นให้เธอ


เอ่อ .. เท่าไหร่คะ?


ไม่จ้ะ ไม่ใช่อย่างนั้นแบคฮีที่กำลังล้วงเงินในกระเป๋าหยุดกึกเมื่อถูกยัดสร้อยดอกไม้ใส่มืออย่างรวดเร็ว ฉันให้ แทนความรู้สึกของพ่อหนุ่ม


ความรู้สึกของผม?


มันคือกลีบดอกแอสเทอร์


ประโยคนั้นของหญิงชราเรียกให้สายตาทั้งสองคู่จ้องมองกันทันที เรากำลังสื่อสารกันอย่างเงียบงันทว่าเวลานี้คงไม่เหมาะเท่าไรนัก


ขอบคุณค่ะ


คุณไม่ได้แปลกประหลาด โลกใบนี้ต่างหากที่แปลกประหลาดสำหรับคุณ


หญิงสาวสวมสร้อยกับคอทันทีขณะได้รับรอยยิ้มของหญิงชราเป็นการบอกลา ทั้งคู่ลุกขึ้นยืนก่อนจะโค้งขอบคุณแล้วค่อยๆ พากันเดินออกมา กระโจมแห่งนี้เล็กกระจิ๊ดริดจนแทบไม่เป็นที่สังเกตแต่ถึงอย่างนั้นการที่เราพบเจอมันหาใช่เรื่องบังเอิญไม่


ผมเห็น .. ป้าร้องไห้ชานยอลตัดสินใจพูดออกมาเมื่อเดินห่างจากกระโจมไกลมากแล้ว แบคฮีพยักหน้ารับขณะก้มลงมองรองเท้าของตัวเองราวกับหาที่พักสายตา


อื้ม


ทำไมล่ะครับ


ฉันก็ไม่รู้ ฉันเจ็บปวด


ความจริงก็ไม่จำเป็นต้องเชื่อหรอกครับ คำทำนายอย่างไรเสียก็เป็นแค่คำทำนาย


หญิงสาวหยุดกึกเมื่อได้ยินอย่างนั้น เธอเงยหน้ามองชานยอลเต็มๆ ตาเพื่อบอกอะไรบางอย่าง


เธอจำที่ยายคนนั้นบอกได้ไหม?


เยอะเชียว


ย้ำถึงสองครั้งแบคฮีพยายามให้เขานึกออกด้วยตัวเอง เธอแน่ใจว่าคำพูดเหล่านั้นของท่านผู้เฒ่าหาใช่เรื่องบังเอิญ


ฝนสีเงินจักคงอยู่นิจนิรันดร์


ถูกแล้ว


ทำไมครับ?


มือเรียวข้างหนึ่งเอื้อมไปกุมสร้อยดอกแอสเทอร์ที่สวมอยู่ส่วนอีกข้างประทับลงบนหน้าอกข้างซ้ายของชายหนุ่มอย่างหนักแน่น


แม่ฉันชื่อ อึนบี[1] พ่อฉันชื่อ กูวอน[2]


ชานยอลเงียบกริบเมื่อได้ยินอย่างนั้น ทีแรกเขาก็ไม่เชื่อท่านผู้เฒ่าหรอกแม้ว่าความรู้สึกหนึ่งจะกระเตื้องอย่างรุนแรงกับคำพูดของหล่อน แต่ตอนนี้...


เขากำลังหวาดกลัว หัวใจเต้นระส่ำจนคุณป้าสัมผัสได้


เพราะรู้อย่างนั้นฉันจึงร้องไห้


คุณป้ากลัว?


ใช่ .. ฉันกลัวหญิงสาวก้มหน้ายอมรับ ขณะเดียวกันชายหนุ่มก็กอบกุมมือของเธอที่ประทับอยู่บนหน้าอกของเขาให้เคลื่อนไปประคองใบหน้าคม


ผมก็กลัว


เธอจะร้องไห้ไหม?


ไม่ ไม่ได้


“…”


ถ้าเราร้องไห้พร้อมกันใครจะเป็นคนเช็ดน้ำตาให้ป้าล่ะครับ


แบคฮียิ้มรับเมื่อได้ยินคำตอบของคนที่กำลังทอดสายตาสื่อความหมายมากกว่านั้น เธอแปลความได้ว่ามือคู่นี้พร้อมประคองเธอไว้ไม่ไปไหน ขาคู่นี้พร้อมเดินเคียงข้างกันไกลแสนไกล และคนๆ นี้พร้อมปกป้องหัวใจตราบนานเท่านาน


ผมจะบอกอะไรอย่างหนึ่ง ที่คุณยายพูดเมื่อกี้มีเรื่องประหลาด ผมหมายถึงมีเรื่องนึงที่ประหลาดที่สุดในจำนวนเรื่องทั้งหมด


พูดออกมาเจ้าโย้เย้ ฉันก็คิดว่ามีเรื่องประหลาดที่ต้องบอกเธอเหมือนกัน


วันที่สิบสองเดือนสิบสองที่คุณยายหมายถึง


“…”


นั่นเป็นวันเกิดของผม ผมเกิดวันที่ 12 ธันวาคม เวลา 12 นาฬิกา 12 นาที


แบคฮีถลึงตา ไม่สามารถเอ่ยประโยคใดต่อไปได้ในทันที เธอก้มหน้าครุ่นคิดซึ่งท่าทางเหล่านั้นทำให้ชานยอลรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง


อย่าบอกนะครับว่า--”


ฉันจะบอกเธอแบบนั้นเหมือนกัน ในสูติบัตรฉันเกิดวันที่ 12 ธันวาคม เวลา 12 นาฬิกา 12 นาที


วะ .. ว่ายังไงนะครับ? ตอนดูสูติบัตรของคุณป้าครั้งก่อนผมไม่ทันได้สังเกต ไม่คิดว่าจะบังเอิญขนาดนี้


ฉันไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญแบคฮีก้าวขาเดินออกไปเมื่อเห็นว่าเรื่องเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เข้าใจยากด้วยกันทั้งนั้น การพยายามตามหาคำตอบจึงมีแต่จะทำให้พบเจอคำถามมากมาย


หมายความว่าวันที่ 12 นี้เราจะอายุเท่ากันพอดีสินะครับเสียงทุ้มติดสุขุมเรียกให้เธอหันไปมองชายหนุ่มที่มีดวงตาแข็งกร้าวกว่าเก่า ไม่ใช่ในเชิงมาดร้ายแต่เป็นสายตาที่มนุษย์คนหนึ่งกำลังต่อสู้กับโชคชะตาที่เล่นตลกอย่างน่าไม่อาย


เราจะคอยเช็ดน้ำตาให้กันนั่นคือความหวัง


ไม่ต้องกลัวนะครับ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น


แต่เนิ่นนานเท่าไหร่กันไม่อาจทราบได้


ผมจะปกป้องคุณเอง












[1] อึนบี (은비) แปลว่า ฝนสีเงิน

[2] กูวอน (구원) แปลว่า นิรันดร์















 

 

ดอกแอสเตอร์ (Aster)

=

ผมภาวนาให้คุณอยู่

 











อีกสามตอนก็จบแล้วนะคะ : )



#ฝนสีเงิน

















Tiny Hand
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

230 ความคิดเห็น

  1. #229 pawita309 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 20:35
    ชอบมากๆเลยค่ะ ชอบภาษามันสวยมากๆ
    #229
    0
  2. #225 Pinkkaboo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2564 / 00:11
    จะเป็นยังไงต่อนะ
    #225
    0
  3. #208 _tangkwajiya (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 15:32
    เดาตอนจบไม่ถูกเลย
    #208
    0
  4. #199 namsehun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 16:19
    โหยยย ขนลุกเลยอ่า รู้สึกอึดอัดตามทั้งสองคนเลย
    #199
    0
  5. #191 PINKLAND (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 21:57
    จะเป็นยังไงนะ
    #191
    0
  6. #174 gift_tyr (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 15:17
    เดาอะไรไม่ได้เลย แต่หวังว่าเขาจะได้อยู่ด้วยกัน
    #174
    0
  7. #157 เฟิร์น ฟ้า (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 16:06
    ลึกซึ้ง
    #157
    0
  8. #139 BN0412 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 16:25
    จะได้อยู่ด้วยกันใช่ไหม
    #139
    0
  9. #108 aieyeaye (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 16:58
    บังเอิญไปหมดเลย ไม่ใช่ว่าพอวันที่ 12 ปุ๊บป้ากลายเป็นเด็กนะ
    #108
    0
  10. #98 ffy97 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 23:01
    ไม่เข้าใจความหมายที่หมอดูบอกเลย TT
    #98
    0
  11. #64 ถ่อว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 21:07
    แงงงงงงงงงงง ร้องไห้เยยอ่ะฮืออออ;-;
    #64
    0
  12. #63 อิ อิ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 12:07
    บอกตรงๆว่าตอนนี้เดาไรไม่ได้เลย เพราะงงไปหมดแล้วววววววว ไม่อยากให้เศร้าไปกว่านี้แล้ววววววว ฮือออออ
    #63
    0
  13. #62 Lonelyyeolly (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 07:09
    ร้องอีกแล้ว เราร้องตามอีกแล้ว อินมาก TT
    #62
    0
  14. #61 น้ำแดง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 23:56
    ฮือออความรู้สึกกลัวหน่วงเลย
    #61
    0
  15. #60 cutie444 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 23:19
    โอ๊ยมันดีต่อใจจจจจ
    #60
    0