end; ฝนสีเงิน | chanbaek

ตอนที่ 1 : CH.1 | 39

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,301
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    21 พ.ย. 59








CH.1 | 39








 

เพียงพบ พร่ำเพรียก เรียกหา

เพียงสบ ดวงตา แสนสุกใส

เพียงเอื้อน เพียรเอ่ย เผยออกไป

เพียงผูก เพียงใคร่ ใช่เพียงพา

...

 

ฤดูหนาวปีที่แล้วอุณหภูมิอุ่นกว่านี้ประมาณ 3-4 องศาเซลเซียส เธอชอบอากาศของปีนี้มากกว่า ระดับที่พอดีของฮีตเตอร์ภายในร้านไล่ให้เธอออกมานั่งที่ชุดโต๊ะเก้าอี้ด้านนอกเช่นเดียวกับลูกค้าอีกจำนวนหนึ่ง แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เธอที่ชื่นชอบความยะเยือกของเกล็ดหิมะเพียงคนเดียว


            กาแฟรสชาติ เกือบจะ ไม่ได้เรื่องพร่องไปประมาณครึ่งแก้ว เธอรู้สึกขอบคุณที่มันแค่ เกือบจะ เพราะถ้าไม่ได้เรื่องเสียทีเดียวคาเฟอีนในร่างกายคงเท่ากับศูนย์หรือมากกว่านั้นอีกเล็กน้อย อากาศที่ลดต่ำลงทำให้แก้มทั้งสองข้างขึ้นเลือดฝาดโดยไม่ต้องอาศัยบลัชออน เหมือนผลพีชสุกรอเวลาพลัดจากต้นอะไรทำนองนั้น แต่เธอไม่ค่อยชอบกินลูกพีชเท่าไหร่ ถ้าเป็นชาพีชก็อีกเรื่องหนึ่ง


            มือเรียวยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอีกเพียงหนึ่งอึก เพิ่มคราบลิปสติกสีชมพูนู้ดไว้บนขอบแก้วเซรามิกให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เปลือกตาค่อยๆ หรี่ลงเพื่อซึมซับความวุ่นวายในเช้าวันจันทร์ที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างปกติ


เว้นเพียงแต่ เสียง ?


คล้ายจะเป็น เสียง ที่สื่อถึงความบริสุทธิ์แสนโดดเดี่ยว เจ้าของเสียงคงเป็นเด็กชายที่กำลังร้องไห้จ้าอยู่บริเวณมุมไหนสักแห่งของละแวกนี้ เธอคร้านจะสนใจให้ได้เรื่องเมื่อรู้ดีว่าตัวเองเป็นคนไม่เอาอ่าวพอที่จะปลอบโยนเด็กคนไหนได้ แค่ปล่อยไป เหมือนคนอื่นๆ ที่ไม่เห็นจะมีใครสนใจเสียงนั่นเลยแม้แต่คนเดียว


แน่ล่ะ เพราะว่าเธอน่ะมีประสาทสัมผัสไวชนิดที่สัตว์นักล่าทั้งโลกต้องคารวะ เธอไม่ได้มีพลังพิเศษแค่คุ้นเคยกับความเงียบสงัดจนแยกแยะเสียงทุกเสียงได้อย่างเชี่ยวชาญ


มาถึงตอนนี้เจ้าเด็กงั่งนั่นก็ยังไม่หยุดร้อง เธอลืมตาขึ้น ถอนหายใจ และลุกขึ้นยืน เสื้อไหมพรมตัวหนากับกระโปรงรุ่มร่ามกำลังทำให้ย่างก้าวของเธอเชื่องช้ากว่าหญิงวัยสามสิบต้นๆ ควรจะเป็น


นั่นไง ตรงริมฟุตปาธหน้าร้านซ่อมนาฬิกาคือที่มาของเสียงที่ทำลายความสุขสงบในวันนี้ เด็กชายตัวเล็กนั่งฟุบหน้ากอดเข่าตัวเองพร้อมร้องไห้ตัวโยน ข้างๆ กันมีกระเป๋าเป้ของโรงเรียนประถมวางอยู่


สายป่านนี้แล้วยังไม่ไปโรงเรียนอีกเธอทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ถามเสียงเครือเจือหยอกล้อ เด็กชายหยุดสะอื้นเพื่อหันมามองหน้าด้วยสายตา จะเรียกว่าอะไรนะ น่าเอ็นดู นั่นล่ะ ใช่ว่าเด็กสิบขวบทุกคนจะน่าเอ็นดูไปเสียหมด เธอจึงค่อนข้างพอใจที่ไม่เจอเด็กดื้อรั้นเอาตอนนี้


ผมไม่อยากไปโรงเรียน


เคยได้ยินมาว่าเด็กจำนวนมากเกลียดวันจันทร์ เจ้าเด็กหูกางคนนี้ก็คงตกอยู่ในสถานะนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้สินะ น้ำมูกน้ำตาที่เลอะใบหน้าทำให้เธอรู้สึกขำขัน


โอ้ .. เด็กน้อย


ทำไมล่ะ เป็นเด็กก็ต้องไปโรงเรียนสิ


ผม ผม--” เด็กชายกลั้นก้อนสะอื้น เม้มริมฝีปากแน่นราวกับลังเลที่จะพูดมันออกมา


บอกฉันซีจ้ะ


ผมไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์


เธอตบเข่าดังฉาด ช่างเป็นเหตุผลที่อยากหัวเราะให้ท้องคัดท้องแข็งหากไม่ติดว่านั่นจะเป็นกิริยาที่ทำให้เด็กคนนี้ร้องไห้หนักกว่าเดิม


ทุกคนก็ต้องมีสิ่งที่ไม่ชอบใช่มั้ยล่ะ ฉันแน่ใจว่าการร้องไห้แบบนี้ไม่ได้ช่วยให้เธอชอบวิชาคณิตศาสตร์มากขึ้น


ผมไม่ได้ร้องเพราะผมไม่ชอบคณิตศาสตร์ ผมร้องเพราะการที่ผมไม่ชอบคณิตศาสตร์ทำให้ผมไม่อยากไปโรงเรียน และพอผมไม่ไปโรงเรียนคุณแม่อธิการก็จะทำโทษริมฝีปากของคนพูดยู่ยี่ไปมาขัดกับสายตาที่กำลังจริงจัง เธอกลั้วหัวเราะก่อนจะยกมือขึ้นลูบผมสีเข้มของเจ้าเด็กนี่เบาๆ


ฉันก็ไม่เข้าใจหรอก ชีวิตวัยเด็กนั่นน่ะนะ แต่ว่าเจ้าหนูเอ้ย .. ยอมไปเรียนแม้จะมีวิชาที่ไม่ชอบหรือจะยอมถูกทำโทษดีล่ะหื้ม?


เด็กชายนิ่งงันอย่างใช้ความคิด คิ้วขมวดเข้าหากันเนิ่นนานจนคนถามอยากหยิบบุหรี่ออกมาสูบระหว่างรอหากไม่ติดว่ามันจะทำลายสุขภาพของเด็กน้อยและยังเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีอีกด้วยล่ะ


อีกอย่าง...


แน่ะ ยังมีอีกอย่าง เธอยิ้มกว้างอย่างที่ไม่ได้ยิ้มแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วก็จำไม่ได้ เริ่มอยากรู้เหมือนกันว่าหากอายุเท่านี้เธอจะไม่อยากไปโรงเรียนจนร้องไห้งอแงอยู่ข้างทางหรือเปล่า


...อีกอย่างคือผมไม่ชอบไปโรงเรียนคนเดียว


ถ้าไม่มัวแต่ร้องไห้เธอก็จะขึ้นรถโรงเรียนที่เพิ่งออกไปเมื่อสิบนาทีที่แล้วทัน และเธอก็จะมีเพื่อนไปโรงเรียนทั้งคันเธอจำได้ดี รถสีเหลืองอ๋อยเพิ่งขับผ่านหน้าเธอไปตอนที่ยกกาแฟขึ้นจิบเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกเดินมาตรงนี้


ผมไม่ชอบรถโรงเรียนที่มีหมากฝรั่งติดอยู่ตรงเบาะที่นั่งประจำของผม


เธอนี่ช่างมีสิ่งที่ไม่ชอบมากมายเหลือเกินนะ


ผมเลยร้องไห้เด็กชายซบหน้าลงกับเข่าอีกครั้งเมื่อโดนมองด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย เธอถอนหายใจและลุกขึ้นยืน


ฉันจะพาเธอไปส่งที่โรงเรียน


ยื่นมือไปตรงหน้าคนที่กำลังทำท่าจะร้องไห้งอแง เธอเอียงคอให้ดวงตากลมโตที่มองตอบอย่างลังเล ส่งมือของเธอมาซะหนูน้อย วันนี้ฉันจะทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองให้เธอเอง


คุณมีรถหรือเปล่า?


แน่นอนเธอยิ้มกว้างขณะเดินจูงมือเด็กชายที่ส่วนสูงเท่ากับข้อศอกของเธอพอดี ดวงตาสดใสมองเธออย่างตื่นเต้นเมื่อได้ยินอย่างนั้น แต่ขอโทษที ฉันชอบทำลายความฝันของเด็กๆ นักล่ะ เธอเลือกได้เลยว่าจะไปรถคันไหน รถบัส หรือ รถไฟ จักรยานก็ได้ข้างหน้ามีร้านเช่า


นั่นมันรถสาธารณะหรอกเด็กชายยู่หน้าขณะเดินไม่สบอารมณ์ไปตามแรงจูงของคนแก่กว่าที่เอากระเป๋าของเขาไปคล้องแขนไว้มั่น


ไม่ว่าอย่างไรเสีย .. การมีคนไปส่งที่โรงเรียนคือสิ่งที่เด็กทุกคนชอบและเขาก็ชอบ คนแปลกหน้าจับรถบัสตรงหน้าหอนาฬิกาก่อนจะพาเด็กชายขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังแถมยังจ่ายค่ารถให้อีก ระหว่างทางเราไม่ได้นอกเรื่องอะไรกันไปมากกว่าการพูดคุยถึงเหตุผลที่เขาไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์ซึ่งจะให้พูดทั้งวันก็ไม่หมดหรอก เชื่อมั้ยล่ะ


ไม่นานรถก็มาจอดตรงป้ายที่ใกล้ที่สุดเพราะโรงเรียนของเขาอยู่ถัดไปเพียงรถบัสหนึ่งสาย ทั้งคู่จูงมือกันลงจากรถและเดินต่อไปเพียงสิบสี่ก้าวของผู้ใหญ่แน่นอนว่าก้าวสั้นๆ ของเขาต้องใช้ระยะมากกว่านั้น


เอาล่ะ ปาร์ค ชานยอลเธอโน้มตัวลงเพื่อวางมือบนไหล่ทั้งสองข้างของเด็กชาย ปราดตามองป้ายชื่อที่ติดอยู่ตรงเสื้อนักเรียนก่อนจะเลื่อนมาสบสายตากลมโตนั่นอีกครั้ง "ไปเรียนได้แล้ว"


วันนี้จะเป็นวันที่ดีของผมใช่มั้ยครับ?


เธอยิ้มตอบ วาดมือไปตามผิวแก้มระเรื่อของหนูน้อยบางเบา


แน่นอนจ่ะ


ขอบคุณนะครับชานยอลหายใจเข้าลึกๆ เฝ้ามองร่างของคนที่มาส่งเดินข้ามถนนไปขึ้นรถอีกฝั่ง เราอาจจะเจอกันครั้งนี้เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย เขาชอบผู้ใหญ่ใจดี แน่นอนว่าคนที่มาส่งเขาที่โรงเรียนทั้งๆ ที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกเป็นคนใจดี


ความอบอุ่นที่เด็กน้อยไม่เคยได้รับจากใครเลยนอกจากคุณแม่อธิการและคนในโบสถ์


คุณป้าครับ


ร่างบางหยุดเดิน หันกลับมาตามเสียงเรียกที่ดังห่างออกไปไม่กี่จำนวนก้าว เธอส่งยิ้มให้เด็กชายที่กำลังโบกมืออยู่ตรงหน้าโรงเรียน


เราจะเจอกันอีกใช่มั้ยครับ?


แน่นอนจ้ะ


เชื่อได้หรือ?


ฉันสัญญา


ชานยอลเพิ่งรู้อีกอย่างว่าผู้ใหญ่ใจดีเป็นคนรักษาคำสัญญา เพราะเย็นวันเดียวกันนี้เขาเห็นร่างของคุณป้าคนเดิมในชุดสีอุ่นชุดเดิมยืนรออยู่ตรงหน้าประตูโรงเรียน รอยยิ้มที่มอบให้ทันทีที่เห็นหน้าทำให้เขาลืมความตกใจ


มารับผมหรือครับ?


ฉันแน่ใจว่าเธอยังจับรถบัสไม่เป็นเธอตอบพร้อมดึงเอากระเป๋าเป้ไปสะพายไว้เอง มืออีกข้างจับมือของเด็กชายให้ข้ามถนนไปพร้อมกัน


แค่บอกลุงคนขับว่าจะลงที่ไหนก็ได้นี่ครับ เมืองเราไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น


อวดเก่ง


ผมมีเรื่องจะเล่าให้ฟังว่าแล้วเด็กชายก็เล่าเรื่องที่โรงเรียนเสียละเอียดยิบจนกระทั่งลงจากรถก็ยังไม่จบ ผ่านร้านซ่อมนาฬิกาที่ชานยอลนั่งร้องไห้เมื่อเช้า ผ่านร้านกาแฟที่เธอดื่มไปไม่หมด ผ่านตรอกซอยอับทึบจนถึงรั้วกว้างที่ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันให้ตึกสีเปลือกไข่ขนาดใหญ่ด้านใน


สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า


ฉันเคยมาที่นี่หลายหน โบสถ์สวยดี


คนจากโบสถ์คือผู้ดูแลผมและเด็กคนอื่นๆเด็กชายยิ้มให้บ้านเพียงหลังเดียวของตัวเอง เขาไม่รู้ว่านิยามหรือความหมายของบ้านคืออะไร แต่ที่นี่เป็นสถานที่ที่ชานยอลเติบโตขึ้นมาตั้งแต่จำความได้ เข้าไปข้างในมั้ยครับ


เอาสิ ฉันมีเรื่องจะสารภาพบาปกับพระผู้เป็นเจ้าอยู่พอดี


เธอเคยเข้าไปในโบสถ์แต่ไม่เคยเดินเล่นในอาคารที่อยู่ข้างๆ กัน เด็กชายพาเธอผ่านห้องพักขนาดใหญ่ที่มีเตียงนอนเรียงรายอยู่อย่างเป็นระเบียบ เด็กจำนวนมากใช้ชีวิตกระจัดกระจายในเย็นวันจันทร์หลังเลิกเรียนโดยพร้อมเพรียง


แปลกตาดี ความวุ่นวายแต่เป็นปกติสุขที่ว่านี่


คุณแม่อธิการฮะ ! คุณแม่อธิการ !” ชานยอลตะโกนโหวกเหวกด้วยท่าทางที่ไม่สำรวมเท่าไรนัก เธอเดินตามเด็กชายเข้าไปพลางแวะทักทายแม่ชีที่ยืนอยู่ตามรายทาง


ดูเหมือนจะอยากขัดปล่องไฟนะชานยอลเสียงเนิบนาบทว่าฟังดูมีอำนาจดังขึ้นเมื่อเด็กชายเปิดประตูเข้าไป ผู้มาใหม่รู้ได้ในทันทีว่าเจ้าของห้องคนนี้คือคุณแม่อธิการ และยังรู้อีกอย่างว่าชานยอลเป็นเด็กดื้อคนหนึ่งที่มักถูกทำโทษโดยการให้ไปขัดปล่องไฟ


มีแขกหรอกหรือ ทำไมไม่รีบบอกล่ะ เจ้าโย้เย้คุณแม่อธิการลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานด้วยท่าทีเร่งรีบเมื่อเห็นคนที่เด็กชายพามาด้วย


ไม่ใช่แขกหรอกค่ะ คุณแม่ ฉันแวะมาส่งชานยอลเลยอยากจะเข้าโบสถ์ด้วยเธอลูบมือกับเจ้าหญิงของศาสนาซึ่งยิ้มรับอย่างใจดีเมื่อได้ยินอย่างนั้น


พระผู้เป็นเจ้าโปรดคุ้มครองคุณ


เมื่อเช้าคุณป้าไปส่งผมที่โรงเรียนมาล่ะฮะ และเป็นคนไปรับผมด้วยชานยอลพูดเสียงเจื้อยแจ้วขณะทั้งสามพากันเดินไปที่โบสถ์ ผ่านสนามหญ้าสีเขียวสดที่มีแสงแดดยามเย็นลามเลียจนสว่างจ้า


ถ้าให้แม่ทายชานยอลคงงอแงไม่อยากไปโรงเรียนอีกน่ะสิ


ใช่แล้วค่ะคุณแม่ ฉันเห็นอย่างนั้นก็ไม่รู้จะทำอะไรไปมากกว่าพาไปส่งที่โรงเรียน


เด็กชายเดินเชิดหน้าไม่สนใจเรื่องที่ผู้ใหญ่คุยกัน ก่อนจะได้ยินเสียงแว่วๆ ดังมาจากอีกฝั่งของตึก แม่ชีคนหนึ่งกำลังเรียกให้ชานยอลไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมกับเพื่อนคนอื่นๆ เท่านั้นล่ะ เด็กชายจึงยู่หน้าเหมือนเจอเรื่องลำบากใจ


ไปเถอะจ่ะ ฉันต้องเข้าโบสถ์แล้วเธอพูดกับเด็กชายที่เงยหน้ามามองราวกับต้องการคนชี้นำ ชานยอลพยักหน้ารับก่อนจะเดินคอตกลัดสนามไปอย่างเชื่องช้า


เขาดูเชื่อฟังคุณนะ


อย่างนั้นหรือคะเธอกลั้วหัวเราะก่อนจะหันมองสายตาของคุณแม่อธิการที่จับจ้องไปยังร่างของเด็กชายอย่างอ่อนโยน


เด็กคนนั้นน่ะ ถูกเอามาทิ้งไว้พร้อมกับห่อผ้าสีเทาเปื้อนฝุ่น พวกเราเลี้ยงดูเขาเหมือนเด็กคนอื่นๆ หวังให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยความสุข


ฉันเชื่อว่าเขาจะมีความสุขค่ะ คุณแม่


พรุ่งนี้จะมีคนเข้ามาดูเด็กไปรับเลี้ยง เจ้าโย้เย้ จะตื่นแต่เช้ามืดเพื่อแต่งชุดหล่อ


เด็กทุกคนคงอยากมีครอบครัวกันสินะคะเธอนึกออกว่าชานยอลจะยืนอย่างเรียบร้อยมือทั้งสองข้างแนบลำตัวหลังจากใส่เสื้อผ้าตัวเก่งเพื่อให้คนที่มาดูตัวเด็กไปรับเลี้ยงประทับใจ อย่างน้อยคงไม่มอมแมมเหมือนเช่นวันนี้ เธอหวังว่าเด็กคนนี้จะถูกเลือกท่ามกลางเด็กจำนวนมากมายของที่นี่ ว่าแต่ .. ทำไมคุณแม่ถึงเรียกเขาว่า โย้เย้ ล่ะคะ


ก็เจ้าเด็กนั่น โย้เย้ น่ะสิคุณคุณแม่อธิการยิ้มกว้างขณะเอื้อมมือทั้งสองข้างเปิดประตูโบสถ์ ความเงียบสงบโอบรับร่างของเธอไว้เฉกเช่นทุกครั้ง เรรวน ราวกับจะพังทลายลงเอาเมื่อไหร่ก็ได้


ฉันนึกว่าลายมือของเขาไม่ได้เรื่องเสียอีก


คุณแม่อธิการส่ายหน้าพร้อมส่งยิ้มมาให้อีกครั้งก่อนจะผายมือเข้าไปด้านใน เธอยิ้มตอบและไม่ถามอะไรอีกเลย ตลอดการสารภาพบาปเพียงลำพังคือความเงียบงัน เธอไม่ได้เปล่งวาจาเพียงแต่นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้านหน้าสุดเสียเนิ่นนาน


จะกลับแล้วหรือ?ทันทีที่ลุกขึ้นยืนก็ได้ยินเสียงของคนที่เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่อาจรู้ได้ เธอเก็บความสงสัยนั้นไว้ขณะเดินเข้าไปหาคุณแม่อธิการ


ค่ะ พระอาทิตย์ตกดินแล้ว


แม่แน่ใจว่าคุณเอ็นดูชานยอลไม่น้อยสายตาของคุณแม่อธิการอ่อนลงเมื่อเธอเลือกที่จะถอนหายใจพร้อมพยักหน้ารับ คุณสามารถรับเขาไปเลี้ยงได้


ฉันเลี้ยงเขาไม่ได้


ความจริงที่ยากจะเข้าใจว่าแล้วก็เดินนำออกไปจากห้องอีกครั้ง ความเย็นย่ำย่างกรายจนแสงสว่างค่อยๆ เลือนหายไป หากพิจารณาดูให้ถ้วนถี่ลำแสงตอนใกล้จะลับตามักจะสวยสดและเศร้าสลดเกินจะเข้าใจ


ปัญหาของฉันใหญ่หลวงเหลือเกินค่ะคุณแม่


แม่จะดูแล เจ้าโย้เย้ และเด็กทุกคนเป็นอย่างดี จนกว่าเขาจะเจอครอบครัวที่พร้อมสำหรับเขาเธอเข้าใจดีว่าคุณแม่อธิการทำอย่างนั้นเสมอมา ไม่ใช่เพียงแค่ชานยอลแต่หมายถึงเด็กๆ ทุกคน พวกเขาล้วนแล้วแต่น่าสงสาร หากเธอไม่อยากใช้คำว่าสงสารเท่าไรนัก


ฉันเชื่อว่าเขาจะไม่พังทลาย


ไม่ลาเขาหน่อยหรือ?


เธอหยุดยืนอยู่ตรงมุมหนึ่งของสนาม ได้ยินเสียงเด็กจอแจกันอยู่ในห้องอาหารซึ่งแน่นอนว่าเจ้าเด็กขี้แยคนเมื่อเช้าก็อยู่ในนั้น


ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นการดีสำหรับเด็กคนนั้น


ไม่น่าจะทันแล้วล่ะสิ้นคำของคุณแม่อธิการเธอก็เห็นร่างของเด็กชายในชุดนอนสีน้ำเงินวิ่งออกมาหาอย่างรวดเร็ว


คุณป้าจะกลับแล้วเหรอครับ?


จ้ะ ฉันต้องรีบไปเก็บของน่ะเธอย่อขาลงเพื่อมองหน้าหนูน้อยที่คิ้วขมวดมุ่นเมื่อได้ยินคำตอบนั้น


จะไปไหนครับ?


ฉันต้องย้ายไปที่อื่น ฉันอยู่ที่นี่นานกว่านี้ไม่ได้มือเรียวยกขึ้นลูบผมของเด็กชายพร้อมรอยยิ้มบางเบา


ทำไมถึงอยู่ที่นี่นานไม่ได้ล่ะครับ?


ฉันแตกต่าง


คุณแตกต่าง?สายตาของเจ้าหนูจำไมกำลังกวาดต้อนให้เธอต้องถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะพูดเปลี่ยนเรื่อง


ขอให้พรุ่งนี้เธอคือคนที่ถูกเลือก


เธอแน่ใจว่าเห็นริมฝีปากของชานยอลกระตุกราวกับจะร้องไห้ แต่ก็กลั้นมันเอาไว้


คุณป้ารับผมไปเลี้ยงไม่ได้เหรอครับน้ำเสียงนั้น โย้เย้ เหมือนชื่อที่คุณแม่อธิการเรียกไม่มีผิด ชานยอลเปราะบางเกินกว่าจะเข้าใจอะไรได้ เธอไม่ชอบความสั่นเครือของประโยคเมื่อครู่และสายตาที่เด็กชายกำลังมองมานี้เลย แต่อย่างที่บอกล่ะว่าเธอไม่เอาอ่าว มันมากพอที่จะไม่สนใจหรือนึกสงสารเจ้าโย้เย้ให้ได้เรื่อง


ไม่ได้หรอก


อย่างนั้นเหรอครับ...เด็กชายก้มหน้าลงเล็กน้อย สายตาของเขาอ่อนต่อโลกเสียจนไม่อาจปกปิดความน้อยเนื้อต่ำใจได้ ผู้ใหญ่ใจดีคนนี้กำลังทำให้เธอผิดหวังใช่ไหมล่ะหนูน้อย


เธอขมวดคิ้วมุ่นเมื่อชานยอลส่งดอกกุหลาบสีแดงสดมาให้ ไม่แน่ใจนักว่าใช่ของตัวเองหรือเปล่าจนต้องส่งเสียงถามออกไป


ให้ฉันหรือ?


ครับ คุณแม่อธิการบอกว่าถ้าใครทำดีให้ควรตอบแทนเขาด้วยอะไรสักอย่าง


แทนคำขอบคุณอย่างนั้นซีนะเธอยิ้มกว้างขณะยื่นมือไปรับ เอี้ยวคอมองคนพร่ำสอนที่กำลังมีสีหน้าภูมิใจไม่น้อยกับเด็กในการดูแลของตน กว่าจะรู้ตัวมือเล็กข้างหนึ่งก็ยกขึ้นเพื่อเกลี่ยผมสีอ่อนของเธอที่กำลังยุ่งเหยิงทัดหูให้เบาๆ


คุณมีดาวด้วย


เขาเรียกว่าปานน่ะเจ้าของดวงดาวต้องช่วยอธิบายเมื่อนิ้วเล็กๆ กำลังชี้รอยสีน้ำตาลเข้มข้างกกหูด้านซ้ายของเธออย่างสนใจ เป็นปานรูปดาวห้าแฉกที่ขึ้นผิดที่ผิดทางและซุกซ่อนตัวไม่เก่งเอาเสียเลย


ดาวอยู่ที่คอคุณหนึ่งดวง


มันก็แค่ปาน


ดาว


ฉันต้องกลับแล้ว .. เดี๋ยวนี้เธอเห็นว่าการสาวความยาวมีแต่จะทำให้การเดินกลับต้องกินเวลาเสียดึกดื่น สุดท้ายจึงต้องลุกขึ้นยืนก่อนจะกล่าวลาคุณแม่อธิการที่เฝ้ามองเราทั้งคู่อยู่ข้างๆ ขอให้คุณแม่แข็งแรง


เช่นกัน ขอให้มีจิตวิญญาณที่เข้มแข็ง


ขอบคุณค่ะเธอเชื่ออย่างนั้นเช่นกัน เพียงแต่ว่า สิ่งอื่นๆ .. คนอื่นๆ .. ที่อื่นๆ .. มักจะย้อนแย้งกับความเชื่อของเธอเสมอมา


พรุ่งนี้ผมไปส่งคุณป้าได้มั้ยครับ?


เธอจะไม่ใจอ่อนกับเด็กสิบขวบที่ทำตัวน่าเอ็นดูตั้งแต่วินาทีแรกที่รู้จักกันหรอก


ไม่ได้จ้ะ สองโมงเช้าฉันจะมาลาเธอเองพูดจบก็เดินออกไปทันที ไม่รอฟังคำถามอะไรอีกเลยและแน่นอนว่าฝีเท้าของเธอจะมั่นคง


ความแตกต่างของเธอนั้นมีกฎอยู่ไม่กี่ข้อ หนึ่งในนั้นคือห้ามผูกพันกับใครสักคนหรืออะไรสักอย่าง ไม่ควรรู้จักมิตรภาพ(ในทางใดทางหนึ่ง) หลีกเลี่ยงการคุ้นเคยกับมนุษย์หรือสถานที่เลยเสียดีกว่า นั่นก็มากพอแล้วที่เธอไม่ควรรับชานยอลมาเลี้ยง


ถ้าถามว่าเธอแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร คำตอบคงเป็นในขณะที่ทุกคนนับหนึ่งถึงสิบ .. เธอกลับนับสิบถึงหนึ่ง


นั่นเป็นสิ่งที่ บยอน แบคฮี ในวัยสามสิบสี่เฝ้าตอกย้ำตัวเองอยู่เสมอมา

 






 

 

ดอกกุหลาบแดงสีสด (Full red Rose)

=

สำหรับคุณที่สวยที่สุดของผม

 












ถ้าผิดพลาดตรงไหนตักเตือนกันได้นะคะ

ในส่วนที่เลินเล่อจะรีบแก้ไข

แต่ความชอบใจหรือไม่นั้นฝนบังคับใครไม่ได้

เขียนด้วยหัวใจ ขอบคุณที่อ่านด้วยสิ่งเดียวกัน


#ฝนสีเงิน

















Tiny Hand
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

230 ความคิดเห็น

  1. #219 Pinkkaboo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มีนาคม 2564 / 16:44
    ชอบภาษาจังเลยค่ะ ซึมซับถึงความเศร้าได้ดี
    #219
    0
  2. #215 mpraew6288 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 01:03
    น้ำตาไหลเลย
    #215
    0
  3. #200 _tangkwajiya (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 23:25
    อายุจะถอยหลังลงหรอ แงง ได้กลิ่นความเศร้าแล้ว
    #200
    0
  4. #198 pawita309 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 13:32
    เพิ่งมาเจอมันดีมากๆน้ำตาไหลไม่หยุดเลยค่ะ
    #198
    0
  5. #183 PINKLAND (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 16:22
    ยังไงนะ
    #183
    0
  6. #167 gift_tyr (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 12:23
    ว้าว เนื้อเรื่องน่าสนใจมากเลยค่ะ
    #167
    0
  7. #165 Jello shots (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 19:57

    Benjamin Button????

    #165
    0
  8. #160 N เอ็น (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 20:49
    จะค่อยๆเด็กลงเรื่อยๆแล้วค่อยตายรึเปล่านะ...
    #160
    0
  9. #154 เฟิร์น ฟ้า (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 13:45
    เธอเป็นใคร บยอน
    #154
    0
  10. #147 ชยอลนะจ้ะ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 12:48
    แบคฮีเธอเป็นอะไร..
    #147
    0
  11. #131 BN0412 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 11:58
    เศร้าตั้งแต่เริ่มเลย
    #131
    0
  12. #124 -FL- (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 11:11
    อ้าวแบคฮีรึนี่ ตื่นเต้นอ่ะ
    #124
    0
  13. #119 ppvs_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 13:08
    เอื้ออออ
    #119
    0
  14. #112 Renoir92 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 15:08
    น้ำตาคลอเลยให้ตายยยย
    #112
    0
  15. #99 galaxy_tamtam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 20:39
    เศร้าจัง
    #99
    0
  16. #90 EunJoy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 20:54
    ชอบภาษาอะ เขียนดีจัง^^
    #90
    0
  17. #75 ffy97 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 09:39
    แบคฮีเป็นอะไรหรือเปล่านะ ทำไมถึงได้นับถอยหลังลง ความเศร้าปนอยู่ในทุกตัวอักษรเลย แต่งดีมากค่ะ ชอบ :)
    #75
    0
  18. #71 CharlottePiix (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 00:14
    เหมือนกำลังอ่านวรรณกรรมแปลอยู่เลย ชอบจัง
    #71
    0
  19. #51 little daffodil (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:22
    เอ็นดูเจ้าโย้เย้เหลือเกิน อ่านเพลินมากเลยค่ะ
    #51
    0
  20. #27 Satetory_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 01:05
    ชอบภาษาจังเลยค่ะ ดูอบอุ่นแต่ก็ดูเหงาและเศร้าไปพร้อมๆกัน :)
    #27
    0
  21. #11 eyesra (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 20:47
    ชอบแนวการเขียนแบบนี้มาาา ดูหม่นๆครึ้มๆเทาๆ ชอบมากกก
    #11
    0
  22. #10 parks. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 13:59
    แตกต่างและดูเศร้าๆ
    #10
    0
  23. #8 명령이 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 21:41
    ต้องเป็นเรื่องดีๆแน่ๆเลยค่ะ
    #8
    0
  24. #6 ksamatchaya11 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 16:10
    ชอบจังค่าา มาต่อไวๆน้าา
    #6
    0
  25. #5 91pcy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 13:26
    สู้ๆนาคับ เรื่องราวดีๆแบบนี้จะต้องมีตอนต่อไปและตอนต่อไปเรื่อยๆนาคับ 
    #5
    0