~+...เทพนิยาย...ประวัติศาสตร์...+~

ตอนที่ 57 : ฮิทไท้ท์(หลายคนคงยังม่ะรุจัก)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 767
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 ต.ค. 50

หลายคนคงยังไม่รู้จักมั้งค่ะ
หลายคนก็คงได้ยินกิติศัพท์มาบ้างเล็กน้อย
ถ้าใครที่เคยอ่านเรื่อง คำสาฟ ฟาโรห์ ที่นางเอกชื่อ แครอล คงจะต้อง อ่อ ไปตามๆกัน
.....................................................................................................................................................................................................................
ฮิทไท้ท์ เป็นอณาจักรที่ยิ่งใหญ่มากอณาจักรหนึ่งในสมัยโบราณ แล้วก็ยังเป็นคู่รักคู่แค้นของไอยคุปต์ด้วย
พึ่งจะปรากฎหลักฐานความเป็นมาของอณาจักรเมื่อไม่นานมานี้เอง เมื่อค.ศ1906 นักโบราณคดีชาวเยอรมัน ฮิวโก้ วิงค์เลอ ได้ขุดพบซากเมืองหลวงของอณาจักรแห่งนี้ สิ่งที่ขุดพบ ซึ่งนำมายืนยันฮิทไท้ท์ว่ามีอายุกว่า4000ปี นับว่าเป็นเมืองที่รุ่งเรืองมาก สิ่งที่ยืนยันได้ถึงความเจริญคือ ป้อมปราการ และกำแพงเมือง ประตูหอรบพร้อมสรรพ อันแสดงถึงแสงยานุภาพทางการทหารของเมืองนี้ ประตูทางเข้ายังมีหินแกะสลักเป็นรูปสิงโตคู่กำลังหมอบอยู่ด้วย นักโบราณคดีต่างพากันทึ่งและต้องการรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอณาจักรโบราณแห่งนี้ จึงขุดลึกลงไปใต้พื้นดินนอกจากค้นพบซากกำแพงแล้วยังค้นพบขุมความรู้อันยิ่งใหย่อีกด้วย ที่ว่านี้คือแผ่นดินเผาขนาดใหญ่ ที่จารึกอักษรคูนิฟอร์ม หรืออักษรลิ่มนั้นเอง นักโบราณคดีพากันตื่นเต้นดีใจควบคู่ไปกับการอยากรู้อยากเห็นครั้งยิ่งใหญ่ พวกเค้าแปลอักษรลิ่มพวกนั้นออกมา ชื่อเมืองหลวงแห่งนี้คือ ฮัตตูซาร์ เป็นเมืองหลวงของอณาจักรฮิทไท้ท์ แต่แผ่นหินบางแผ่นก็จารึกด้วยอักษรประหลาด ที่เชื่อกันว่าน่าจะเป็นอักษรที่ชาวฮิทไท้ท์ประดิษฐ์ขึ้นมานั้นเอง จนกระทั่งปีค.ศ1924 นักภาษาศาสตร์ชื่อ เบดริค ฮรอสนีย์ จึงสามารถรู้ได้ว่า ภาษาของพวกฮิทไท้ท์นั้นเป็นภาษาที่แยกมาจากภาษาอินโดยูโรเปี้ยน แท้จริงแล้วชาวฮิทไท้ท์คือชาวอินโดยูโรเปี้ยน หรือชนเผ่าอารยันนั้นเอง ที่อพยพมาจากดินแดนตะวันออกใกล้ เข้าไปตั่งถิ่นฐานในอนาโตเลีย ไม่น่าเชื่อว่าในประวัติศาสตร์ของชาวฮิทไท้ท์จะมีการติดต่อกับชาวอียิปต์และทำสงครามด้วยกันอยู่หลายครั้ง บ้างก็ชนะบ้างก็แพ้ นับว่ามีฝีม้ายลายมือทัดเทียมกับอียิปต์โบราณเลยทีเดียว พอนานเข้าเริ่มเบื่อหน่ายการทำสงคราม อียิปต์ตัดสินใจจะสงบศึกในสมัยพระนางแอนเกสเซนนาเมน ราชินีม่ายแห่งไอยคุปต์ ส่งสารขอตัวเจ้าชายแห่งฮิทไท้ท์มาเป็นราชโอรสครองบัลลังค์ แต่พวกขุนนางในราชสำนักไอยคุปต์มักใหญ่ใฝ่สูงคิดจะกำจัดเจ้าชายฮิทไท้ท์ จึงลอบปลงพระชมน์ จากเหตุการณ์นั้นยิ่งทำให้ฮิทไท้ท์เข้าหน้ากับไอยคุปต์ไม่ได้เข้าไปอีก ส่วนสาเหตุหลักที่ชาวไอยคุปต์ไม่ชอบชาวฮิทไท้ท์คือ เพราะชาวฮิทไท้ท์เป็นชนชาตืแรกที่ขุดพบแร่เหล็ก และรู้จักวิธีถลุงนำมาใช้เป็นอาวุธอีกด้วย 
ในสมัยของพระเจ้ารามิเซสแห่งไอยคุปต์ ได้มีการส่งพระราชธิดาของฮัตตูซิลที่2แห่งฮิทไท้ท์ ไปเป็นราชินีของไอยุคป์เทียบเท่ากับราชินีองค์ก่อนด้วย และพระราชธิดาแสนสวยนั้นนามว่า พระนางมัทเนเฟรารา ซึ่งเป็นสัพท์ของชาวไอยคุปต์แปลว่า นางผู้เล็กเห็นถึงความงามของสุริยะเทพ ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เจริญรุ่งเรืองแล้ว ไม่นานก็ย่อมเกิดความเสื่อม ชาวฟิลิสไทน์ ที่เก่งกาจทางด้านการเดินเรือและการรบราฆ่าฟัน อพยพมาจากเกาะครีท เข้ามาบุกทำลายอณาจักรฮิทไท้ท์จนย่อยยับ ไปจนถึงซีเรีย แต่ด้วยใจฮึกเฮิมก็ยกทัพบุกแม่น้ำไนล์ รามิเซสที่3ยกทัพมาตั่งค่ายรอที่ปากแม่น้ำไนล์ จนต้องมาแพ้ให้กับชาวอียิปต์เป็นเจ้าแรกเนี้ยแหละ
นอกจากนั้นนักวิทยาสาสตร์ยังสันนิฐานว่า ที่ตั่งตรงนี้ก่อนที่จะมาเป็นอณาจักรฮิทไท้ท์ เคยเป็นที่ตั่งของอณาจักรเก่ามาก่อน ชื่อว่าอณาจักรโปรโตฮิทไท้ท์ ต่อมามีพวกผู้บุกรุกชนเผ่าอินโดยูโรเปี้ยนเข้ามาตั่งถิ่นฐาน และเปลี่ยนชื่อเป็น ฮิทไท้ท์


เชื่อว่าเพื่อนๆชาวเด็กดีคงชอบกันน่ะ เรื่องนี้เราเรียบเรียงมากจาก หนังสือ เปิดโลกประวัติศาสตร์ โดยไดโนเสาร์(แก่)และทีมงานต่วยตูน ท่าเพื่อนๆสนใจก็ลองหาซื้ออ่านกันได้น่ะ (ไม่ได้รับค่าพรีเซนเตอร์มาหรอกน่ะ- -"อย่าเข้าใจผิด)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

85 ความคิดเห็น

  1. #71 กี้ (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2553 / 01:17
    เยสุดยอดคับ

    #71
    0