ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    EXO | Office is my heaven

    ลำดับตอนที่ #5 : EXO | Office is my heaven! - Chapter 4 2/2

    • อัปเดตล่าสุด 4 เม.ย. 58


    Chapter 4

    Let me help you, Boss

     


     

    "บอสใหญ่บอกว่าโปรเจคต์ปลายปีนี้มีเยอะเป็นพิเศษ ถ้าดีลไวปีนี้ได้โบนัสกันแน่ๆ" จุนมยอนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะประชุมในห้องประชุมเล็กๆประจำแผนกพูดสรุปพลางพลิกเอกสารตรงหน้าไปมา

    "ฝ่ายการตลาดบอกว่าไตรมาสที่สามได้กำไรกว่าไตรมาสที่แล้วเกือบสองเท่า" จงแดยื่นเอกสารจากฝ่ายการตลาดให้จุนมยอน

    "เป็นสัญญาณที่ดีนะ ผมดูข้อมูลโปรเจกต์ปลายปีนี้แล้วคำนวณค่าใช้จ่ายถือว่าเราได้กำไรพอสมควรเลย อนุมัติให้ฝ่ายออแกไนซ์ทำงานเลย เดี๋ยวมีเบรคก่อน ตอนบ่ายเรียกอี้ชิงแผนกการตลาดมาประชุมที่นี่หน่อยนะจงแด โอเคครับ ลันช์เบรค มาเจอกันตอนบ่ายนะ" จุนมยอนรวบรวมเอกสารเข้าห้องทำงานแล้วยกมือถือขึ้นโทรหาน้องรัก(เพิ่งเมมชื่อแบคฮยอนว่าน้องรักเมื่อเช้าสดๆร้อนๆ)

    (มีไรพี่)

    "ไปกินข้าวกัน"

    (ที่ไหนอ่ะ)

    "ร้านเนื้อย่างข้างล่างก็ได้"

    (ไม่เอา เสื้อเหม็น)

    "ฉันเลี้ยง"

    (เจอกันข้างล่างครับผม) จุนมยอนกลอกตาเล็กน้อยให้กับการพลิกลิ้นตาใสของรุ่นน้อง ให้มันได้อย่างนี้สิ

    "เอาน้องคยองไปด้วยไม่งั้นจ่ายเอง"

    (รับทราบครับ เจอกันข้างล่างเลยท่านพี่)

    "ดีมากน้องรัก" จุนมยอนวางสายจากแบคฮยอนแล้วก็ระบายยิ้มกว้างกับตัวเอง โอ่ย แค่คิดพี่ก็ฟินแล้วน้องคยองจ๋า

    ร่างเล็กผิวปากอย่างอารมณ์ดีพลางปิดคอมในห้องแล้วหยิบเสื้อสูทมาสวมแล้วส่องกระจกสำรวจตัวเองในกระจกก่อนจะเปิดประตูไปเจอกับเด็กฝึกงานพร้อมปึกเอกสารที่หน้าห้องพอดี

    "ผมพิมพ์เสร็จแล้วครับ" เซฮุนยื่นปึกกระดาษให้จุนมยอนทันทีที่เจอ

    "เอาไปให้จงแดสิ" ไอ้เด็กนี่ คนยิ่งรีบๆไปหาแฟน(?)อยู่

    "ผมหาเค้าไม่เจอเลยโทรหาพี่เค้าบอกว่าให้เอามาให้บอสเลยครับ" เซฮุนบอกหน้าตายทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าทำไมบอสถึงหงุดหงิด...

    ก็พี่คยองซูโทรมาชวนเค้าไปกินข้าวด้วยเมื่อห้านาทีที่แล้วเองนี่นา...

    จุนมยอนรับปึกกระดาษมาอย่างเสียไม่ได้แล้วเช็คดูความเรียบร้อยคร่าวๆพบว่างานเรียบร้อยดีจึงเดินเอาเอกสารไปไว้ห้องทำงานแล้วออกมาพบว่าเด็กกวนประสาทคนเดิมยังยืนอยู่ที่หน้าห้องของเขาเหมือนเดิม

    "ไปกินข้าวสิ" ร่างเล็กบอกอย่างปัดๆแล้วเดินผ่านเซฮุนอย่างรวดเร็ว"

    "กำลังไปฮะ" เซฮุนตอบพลางล้วงกระเป๋ากางเกงเดินตามหัวหน้าแผนกช้าๆเว้นระยะห่างพอสมควร

    จุนมยอนไม่สนใจจะต่อความสาวความยืดกับเด็กเมื่อวานซืนจอมกวนประสาทที่กำลังเดินอยู่ข้างหลังเขา....

    ขนาดเสียงเดินยังกวนประสาท....

    ร่างเล็กก้าวไปที่หน้าลิฟต์อย่างรีบเร่งเพื่อกดลง กอดอกระหว่างรอ ในขณะที่เซฮุนเพียงแค่ยืนล้วงกระเป๋าธรรมดามองร่างเล็กข้างหน้าที่กำลังร้อนอกร้อนใจอย่างอารมณ์ดีเท่านั้นเอง

    "บอสไปกินข้าวที่ไหนหรอฮะ" เซฮุนชวนคนตัวเล็กคุยอย่างนึกสนุก

    "แถวๆนี้แหละ"

    "งั้นเหรอครับ..." เซฮุนตั้งใจทำเสียงกวนๆเพื่อแหย่คนตรงหน้าจังหวะเดียวกับที่ลิฟต์มาถึงพอดี

    จุนมยอนก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็วตามด้วยเซฮุน ภายในลิฟต์ที่พนักงานหญิงสองคนจากแผนกอื่นอยู่ก่อนแล้ว ทั้งจุนมยอนและเซฮุนต่างส่งยิ้มให้สาวๆในลิฟต์อย่างรู้งาน

    "ไปชั้นไหนคะ"

    "ชั้น G ครับ" ทั้งเซฮุนและจุนมยอนตอบแทบจะพร้อมกันจนคิ้วจุนมยอนชักจะกระตุก....

    หญิงสาวคนนั้นกดให้ทั้งที่ใบหน้ายังขึ้นริ้วแดงๆ

    "ไม่ไปทานข้าวหรอครับ" หัวหน้าแผนกคิมผู้เลื่องชื่อด้านความเป็นมิตร(ยกเว้นกับไอ้เด็กข้างหลังไม่รู้ทำไม)เอ่ยถามสาวๆในลิฟต์ออย่างนุ่มนวล

    "ติดงานน่ะค่ะ เดี๋ยวลงไปทานตอนบ่าย"

    "ทานไม่ตรงเวลาระวังสุขภาพด้วยนะครับ" จุนมยอนส่งยิ้มไปให้สาวๆหน้าแดงเล่นทำเอาเซฮุนที่ยืนอยู่ข้างหลังเบะปากอย่างไม่รู้ตัวกับภาพลักษณ์หัวหน้าหนุ่มผู้แสนดี(กับคนทั้งโลกยกเว้นเขา) รอก่อนเถอะบอส...

    ลิฟต์ถึงชั้นที่สาวๆจะลงพอดีจึงโค้งอำลาให้สองหนุ่มในลิฟต์ก่อนจะออก ทันทีที่ลิฟต์ปิด...

    เงียบ...

    แต่เป็นเซฮุนที่ทำลายความเงียบด้วยการผิวปากออกมา จุนมยอนเงยหน้ามองหมายเลขที่บอกชั้นของลิฟต์อย่างหมดอาลัย ทำไมเขาต้องมาติดอยู่ในนี้กับไอ้เด็กบ้าด้วยนะ น้องคยองรอพี่ก่อนนะ

    "บอสใช้น้ำหอมอะไรอ่ะ" จุนมยอนสะดุ้งเล็กน้อยที่จู่เซฮุนก็ขยับเข้ามาใกล้แล้วโพล่งขึ้นมา

    "ไม่ได้ใช้"

    ติ๊ง! ชั้น G พอดี

    "หรอครับ แต่หอมดี" ว่าแล้วคนอายุน้อยกว่าก็เดินนำออกจากลิฟต์ไปทิ้งให้คนข้างหลังเดินตามออกมาพลางทำปากขมุบขมิบโดยที่คนแถวนั้นจับใจความได้ว่า 'ไอ้เด็กกวนบาทาเมื่อวานซืนปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม' เท่าที่จับใจความได้น่ะนะ...

    เซฮุนกดโทรหาคยองซูทันทีที่อย่ชั้นล่าง...

    โดยที่รู้ว่าบอสตัวเล็กเดินอยู่หลัง...

    "พี่คยองซูอยู่ไหนครับ"

    จุนมยอนหยุดเดินทันทีที่ได้ยินว่าคนข้างหน้ากำลังพูดอยู่กับใคร มันมีเบอร์น้องคยอง! เอ้ย มันโทรหาน้องคยองทำไม! จุนมยอนรีบหยิบมือถือต่อสายหาแบคฮยอนทันที

    "ครับผมอยู่ข้างล่างแล้วกำลังเดินไป พี่รอก่อนนะ"

    "ไอ้แบค แกอยู่ไหน"

    (หน้าออฟฟิศตรงข้ามร้านมินซอกฮยองอ่ะ ทำไมพี่ไม่เรียกผมว่าน้องรักแล้วอ่ะ)

    "เดี๋ยวไปถึงแล้วแกจะรู้"

    จุนมยอนวางสายแล้วเร่งฝีเท้าให้เดินนำเซฮุนที่เดินไปแบบสบายๆกวนๆแต่ยังก้าวทันเค้าอยู่ดี! (ความยาวขามันต่างกัน)

    จุนมยอนออกมานอกออฟฟิศก็เจอชายหนถ่มสองคนที่มีความสูงไล่เลี่ยกันก็เดินเข้าไปหา แต่ก็สัมผัสได้ว่าน้องคยองของเขากำลังอารมณ์ไม่ดี ใครทำคนดีของพี่จุนมยอนบอกมาเดี๋ยวพี่จะจัดการให้น้องยาในทันที

    "ผมนึกว่าพี่จะมาพรุ่งนี้ซะแล้ว เอ้า แล้วพี่พาเด็กพี่มาด้วยอ่อ" แบคฮยอนเอ่ยทักรุ่นพี่ทันที

    "เปล่า ไม่ได้พามา!" จุนมยอนกัดฟันพูดจนเสียงลอดไรฟันออกมาเบาๆแล้วหันหลังกลับไปดูเด็กในแผนกกำลังหัวร่อต่อกระซิกกับนาย(?)ในฝันของเขาอย่างสนุกสนาน ทำไมน้องคยองต้องชวนไอ้เด็กนี่มาด้วยนะ!

    "ขอบคุณคุณมากนะครับที่เลี้ยงพนักงานใหม่ตามประเพณีบริษัท" คยองซูก้มหัวให้จุนมยอนอย่างนอบน้อม ส่วนคนแก่กว่าที่เพิ่งรู้ประเพณีบริษัทก็ปรายตามองต้นเหตุที่กำลังก้มหน้าใช้เท้าเขี่ยพื้นไปมา

    บยอน แบคฮยอน...แกนี่เองที่ทำให้น้องคยองชวนไอ้เด็กบ้านี่มาด้วย...ประเพณีบ้าบออะไรเล่า!

    "ใช่ครับ ขอบคุณหัวหน้าคิมมากนะครับ" แล้วที่ทำให้เอาจุกอกมากไปอีกคือรอยยิ้มตาหยีประหนึ่งกำชัยชนะเอาไว้ในมือของเด็กในความดูแลนี่แหละ! กวนส้นดีมาก!

    จะไล่เด็กนี่กลับก็ไม่ได้เดี๋ยวเสียคะแนน

    สรุปว่าเขาต้องเลี้ยงทั้งหมดเลยใช่มั้ยเนี่ย!

    "ไม่เป็นไรครับ ยังไงเราก็ครอบครัวเดียวกันแล้วนี่" ไหนๆก็ต้องเสียตังค์ละ ขอหยอดนิดนึง

    "อุ๊บฮ่าๆๆๆๆ" จุนมยอนหรี่ตามองคนที่อายุน้อยที่สุดที่หลุดหัวเราะเพราะมุกการหยอดของหัวหน้าแผนกตัวเองจนลืมตัวก่อนจะเปลี่ยนมากระแอมในลำคอแทน

    "นี่จะทานข้าวกันมั้ยครับไส้ผมจะขาดอยู่แล้ว" แบคฮยอนโอดครวญ จุนมยอนจึงผายมือให้คยองซูเดินไปและมันควรจะตามด้วยเซฮุนถ้าจุนมยอนไม่ตัดหน้าเขาไปเดินข้างคยองซูซะก่อน...

    เซฮุนส่ายหัวอย่างขำๆกับความตลกของคุณหัวหน้าแผนกแต่ก็เดินคู่กับแบคฮยอนตามหลังคู่ข้างหน้าไป...

     

     

     

                 

    "ซัมกยอบซัลได้แล้วค่ะ" สาวเสิร์ฟบรรจงวางถาดเนื้อหมูสามชั้นอย่างดีตามด้วยเครื่องเคียงต่างๆตามลำดับ

    ร้านเนื้อย่างนี้จัดว่าราคาค่อนข้างแพงสำหรับจะเป็นมื้ออาหารกลางวันของพนักงานเงินเดือนธรรมดา...

    แต่ก็อย่างที่รู้ๆกัน...คิมจุนมยอนซะอย่าง

    ทั้งสี่คนได้โต๊ะที่นั่งติดหน้าต่างเป็นจุนมยอนที่นั่งติดหน้าต่างฝั่งนึง อีกฝั่งนึงแน่นอนว่าต้องเป็นคยองซู ข้างๆเป็นแบคฮยอน ที่เหลือก็นั่นแหละ...โอเซฮุน

    "จริงๆคุณคิมไม่ต้องพามาเลี้ยงดีขนาดนี้เลยนะครับ" คยองซูกล่าวกับคนตรงข้ามที่กำลังจิ้มเนื้อหมูที่แบคฮยอนและเซฮุนตัดลงเตาอย่างเกรงใจ

    "เล็กน้อยมากครับ จริงๆคยองซูไม่ต้องพูดสุภาพกับพี่ก็ได้นะ เรียกพี่ว่าพี่จุนมยอนเถอะ" เรียกพี่ได้มั้ยแล้วพี่จะให้กินขนมหมื่นห้า~

    "จะพยายามครับคุณคิม เอ้ย พี่จุนมยอน" โอ้ย ไม่ต้องกินมันละข้าว พี่อิ่มใจละเกินน้องเอ้ย

    "ได้ครับพี่จุนมยอน" เด็กแป๊ะยิ้มที่นั่งข้างๆดันตอบกลับมาด้วย จุนมยอนหายใจลึกๆหนึ่งครั้งเพื่อไม่ให้หลุดด่าเด็กต่อหน้าน้องคยอง

    แบคฮยอนที่เฝ้าดูเหตุการณ์เงียบๆมาซักพักถึงกับยกมือขึ้นเช็คแฮนด์กับเซฮุนในฐานะเป็นคนประเภทเดียวกัน(กวนตีน)แต่ก็ต้องลดมือลงเพราะสายตาคนข้างกาย ไม่ได้หรอกเดี๋ยวอดกินฟรี

    เขาชักชอบเด็กนี่แฮะ ไม่ค่อยมีใครทำให้จุนมยอนหลุดเก๊กได้มากนักนะ ใช้ได้เว้ยไอ้เด็กนี่

    จุนยอนตัดสินใจปล่อยวางเรื่องเซฮุนแล้วใช้เวลาระหว่างย่างหมูไปกับการชวนน้องคยองคุย คุยไปกินไปมันช่างอิ่มอกอิ่มใจดีจริงๆ

    "น้องคยองตอนนี้อยู่คนเดียวหรือครับ"

    "เปล่าครับ ผมอยู่คุณพ่อคุณแม่ เกิดที่โซลอยู่แล้วน่ะครับ"

    "พี่ก็เหมือนกัน บ้านพี่อยู่แถวกังนัม แต่คอนโดพี่อยู่แถวนี้แหละ" เอาที่อยู่พร้อมเบอร์ห้องไปเลยมั้ยครับน้อง พี่นอนไม่ล็อคประตู

    "ผมก็เกิดที่โซลเหมือนกันฮะ" เซฮุนอดไม่ได้จริงๆที่จะไม่ขัดเจ้านายตัวเอง

    นี่คนที่จีบคนอื่นได้ทื่อมากจริงๆ ให้ตายเถอะ อย่าว่าแต่คยองซูจะรู้ตัวมั้ยเลย ถ้าเขาไม่ได้ยินเจ้าตัวบอกเองนี่ก็คงจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยว่าหัวหน้าแผนกคิมชอบคยองซู

    "แล้วน้องคยองทานเผ็ดได้มั้ยครับ พี่สั่งซุปเพิ่มให้เอามั้ย" จุนมยอนเลือกที่จะไม่สนใจเซฮุนแล้วชวนคยองซูคุยต่อ

    "ผมทานเผ็ดได้ครับ"

    "งั้นทานนี่แล้วกัน" แบคฮยอนคีบเนื้อหมูจิ้มโคชูจังเยอะๆใส่จานคยองซู

    ไม่รู้ทำไมแต่เห็นจุนมยอนให้ความสนใจเด็กคนนี้มากๆแล้วหมั้นไส้

    "แกจิ้มให้น้องเค้าเยอะไปรึเปล่าแบค น้องคยองเผ็ดมะ..." จุนมยอนถูกหยุดด้วยเนื้อที่แบคฮยอนคีบใส่ปากให้เหมือนกัน...

    คิมจุนมยอนคนนี้จะคิดว่าได้จูบทางอ้อมกับ(จานของ)น้องคยองละกัน

    เซฮุนชักจะสนุกกับการร่วมโต๊ะอาหารครั้งนี้ซะแล้วสิ...

     

     

     

     

     

    "ขอบคุณครับบบ" เด็กๆทั้งสามคนพูดพร้อมกันให้คนอายุมากสุดที่กำลังเซ็นบิลให้เด็กเสิร์ฟเพื่อจ่ายค่าอาหาร

    อยากเลี้ยงคนเดียวแต่แถมมาถึงสอง...


    แถมตลอดมื้ออาหารยังมีเพื่อนผีเข้าผีออกกับเด็กป่วนประสาทมาขัดจังหวะสวีท(?)ของเขากับน้องคยองอยู่เรื่อย

    "เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะจะกลับเลยหรือรอที่นี่ก็ได้" จุนมยอนบอกพลางลุกขึ้นยืน

    "พวกผมรอตรงนี้แหละ กลับพร้อมกัน" แบคฮยอนตอบ จุนมยอนพยักหน้าแล้วเดินตรงไปเข้าห้องน้ำ

    "ผมไปด้วย ปวดเหมือนกันฮะ เดี๋ยวมานะครับ" เซฮุนลุกขึ้นเดินตามจุนมยอนไปห่างๆ

     

     

     

     

    จุนมยอนตรงเข้าไปจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำเสร็จก็ออกมาล้างมือและเจอเซฮุนที่ล้างมืออยู่ก่อนแล้ว..

    .

    "ทำไมวันนี้นายถึงตามฉันทั้งวันเลยฮะ" จุนมยอนระเบิดความเก็บกดตั้งแต่พักกลางวันทันที...

    "แค่ตอนกลางวันเองนะครับ ไม่เห็นจะทั้งวันตรงไหนเลย"

    "ยอมรับแล้วใช่มั้ยว่าตาม"

    "เปล่านะครับ ก็พี่คยองซูชวนผมกินข้าวนี่นา บอกว่าผมก็เป็นเด็กใหม่เหมือนกัน แต่...ตอนผมทำงานวันแรกนี่ไม่เห็นจะรู้ไอ้ประเพณีเลี้ยงข้าวอะไรทำนองนี้เลยนะครับ" เซฮุนปิดน้ำแล้วมองจุนมยอนผ่านกระจก

    จุนมยอนกำลังร้อนรน...ใช่...ไม่ผิดแน่ๆ....

    น้ำเสียงที่เด็กนี่ใช้...หมายถึงว่า...รู้อะไรบางอย่าง....

    "จากที่ผมสังเกตนี่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามผมรู้สึกได้ว่าบอส...ไม่ชอบผม...." รู้แน่ๆ ไอ้เด็กนี่มันรู้....

    "ผมค่อนข้างไม่สะดวกใจที่จะฝึกงานในสภาพแบบนี้....และดูเหมือนว่าบอสกำลังต้องการความช่วยเหลือ...ดังนั้นเพื่อให้สบายใจทั้งสองฝ่ายนะครับ..." จุนมยอนกลืนน้ำลายที่เริ่มฝืดคอ

    "ผมจะช่วยบอสจีบพี่คยองซูแต่บอสต้องหยุดแกล้งให้งานผมเยอะๆด้วย"

    มันรู้....ได้ไง...

     

    _____________________________________



     

    “ก่อนอื่นเลยนะ พี่ดูเหมือนคุณปู่มาก”

                “ฮะ?” จุนมยอนคนแมนแดนกังนัมเนี่ยนะ

                “ปู่อ่ะ คนแก่ๆที่ดูน่าเบื่อ แต่งตัวเจ้าระเบียบเกินไป ขี้เก๊กอีกต่างหาก” เด็กหนุ่มตัวสูงกอดอกวิจารณ์ชายหนุ่มตัวเล็กที่ยืนจังก้าอยู่ข้างหน้าเขาและดูเหมือนว่าชายหนุ่มตัวเล็กจะเริ่มคิ้วกระตุกหน่อยๆแล้ว...

                “ย่า! มากไปแล้วโอเซฮุน! ไอ้เด็กนี่!” จุนมยอนที่ยืนเฉยปล่อยให้เด็กเมื่อวานซืนมาวิพากษ์วิจารณ์ซะสาดเสียเทเสียเริ่มจะมีน้ำโหบ้างแล้ว!

                “ผมแค่บอกความรู้สึกของผมในฐานะคนที่เพิ่งรู้จักพี่ได้ไม่นานนะ อย่าโมโหสิฮะ” เซฮุนที่แก้ตัวน้ำขุ่นๆอย่างอารมณ์ดี ยิ่งเห็นคนแก่กว่าออกอาการไม่พอใจทำไมเขายิ่งมีอารมณ์ดีนักก็ไม่รู้

                “เนี่ยนะที่ว่ามาช่วย” จุนมยอนคว่ำปากลงตามนิสัยลูกคนเล็กที่ถูกพี่คนโตตามใจมาตั้งแต่เด็กๆ

                “อื้ม ก็บอกให้พี่รู้ถึงข้อเสียก่อนไงถึงจะมาแก้กัน”

                “แก้กัน?”

                “ครับ เลิกงานแล้วพี่ไปกับผมละกัน ผมไปทำงานก่อนละกันเดี๋ยวพี่จงแดสงสัยเนอะ” เซฮุนยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะโค้งให้คนตัวเล็กเจ้าของห้องแล้วเดินออกไปทิ้งให้จุนมยอนกังขาในการตัดสินใจของตัวเอง

                “จะรอดมั้ยวะ น้องคยองของพี่”    

     

     

     

     

     

     

     

              “พี่ดูแก่เกินความเป็นจริง จริงๆแล้วพี่เป็นคนหน้าตาดีนะ แต่เพราะผมตีกระบังลมทรงคุณย่าเนี่ย นี่อายุ 27 หรือ 72” เซฮุนพูดกับเจ้าของรถมินิคูเปอร์ที่ตัวเองกำลังนั่งอยู่โดยไม่รู้เยว่าเจ้าของรถแทบจะจอดแล้วเตะก้นเขาให้ลงไปเดินเองอยู่รอมร่อ

                “ย่า ถ้านายปากเสียอีกครั้งเดี๋ยวนายได้ลงไปเดินแน่ๆโอเซฮุน” จุนมยอนก็ไม่รู้ว่าวันนี้เขาแหวใส่ไอ้เด็กหน้ามึนจอมตีเนียนว่ากระทบกระทั่งเขาไปกี่รอบแล้วแต่ก็นับถือตัวเองมากที่ยังควบคุมอารมณ์ได้เป็นเลิศที่ไม่ได้ลงไม้ลงมือกับเด็กปากเสียนี่ซักที

              จุนมยอนทำตามที่เซฮุนบอกคือเมื่องเลิกงานเสร็จแล้วพวกเขามีนัด แก้ไขปัญหาให้คิมจุนมยอน งเซฮุนบอกให้เจ้านายตัวเล็กพาไปที่ห้างแถวบริษัทหลังเลิกงาน ซึ่งจุนมยอนก็กำลังขับพาไปอยู่นี่ไง!!

                “พี่รู้มั้ยว่าแค่ความใจดีก็ได้ใจไปกว่าครึ่งแล้ว” จุนมยอนละสายตาจากถนนที่กำลังติดอยู่หันไปมองเซฮุนที่เปลี่ยนเรื่องไปอย่างงงๆ

                “ร้อยทั้งร้อยถ้าไม่ได้มีใครในใจก็หวั่นไหวกับคนใจดีทั้งนั้นแหละ” เซฮุนพูดต่อเมื่อเห็นว่าจุนมยอนเลิกคิ้วสงสัย

                “ดูจากการที่พี่แค่บ่นผมโดยไม่ทำอะไรจริงๆซักที ผมว่าพื้นฐานแล้วพีก็เป็นคนใจดีนั่นแหละน่า” เซฮุนพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ ผิดกับจุนมยอนที่คิดว่าน่าจะลองเตะก้นไอ้เด็กบ้านี่ลงไปซักครั้ง แต่ติดที่ว่ามันพูดดีอ่ะนะ

                “แล้ว ไปห้างแล้วยังไงต่อเล่า” จุนมยอนหันกลับไปมองถนนที่เคลื่อนตัวได้แล้ว

                “ผมจะแค่ไกด์ละกัน ผมไม่กล้าไปตัดสินใจอะไรแทนพี่หรอกนะ แต่ในความเห็นผมนะ พี่น่าจะตัดผม มีผมม้าด้วยหน้าพี่จะเด็กลงนะ เสื้อผ้าก็ไม่ต้องใส่แก่เกินอายุขนาดนั้นก็ได้ ผมเคยเห็นพี่ที่ซุปเปอร์แถวหอผม พี่ใส่แค่เสื้อเชิ้ตก็น่ารักดีออก” เซฮุนพูดไปเรื่อยๆระหว่างมองออกไปที่ข้างทาง

              “ทรงผมแบบนั้นมันไม่กระชากอายุไปหน่อยรึไง ฉัน 27 แล้วนะ ไม่ใช่เด็กๆซักหน่อย”

                “แค่พี่อายุมากขึ้นก็ไม่เห็นต้องทำให้ตัวเองดูแก่มากขึ้นเลย ต้องยิ่งอายุมากยิ่งดูเด็กดิพี่เจ๋งออก”

                “แต่นายดูหน้านำ 21 ไปเยอะยิ่งกว่าฉันอีก”

                “อย่างน้อยผมก็มีแฟนแล้วกัน!

                “ย่า โอเซฮุน! ตอนฉันอายุเท่านายฉันก็เคยมีแฟน”

                “แต่ตอนผมอายุเท่าพี่ผมก็มีแฟนแน่ๆอ่ะ”

                “ย่า นายอยากลงไปเดินจริงๆใช่มั้ยเนี่ย!” จุนมยอนหันไปขู่เซฮุนขณะทีกำลังเลี้ยวเข้าลานจอดรถในห้าง

                “พี่เริ่มก่อนนะ”  

                “ฮึ่ย” จุนมยอนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกำพวงมาลัยแน่นอยู่คนเดียวอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องยอมเด็กเมื่อวานซืนที่พึ่งรู้จักเมื่อวานซืนจริงๆคนนี้ด้วยฟะ! ส่วนเซฮุนก็แอบกลั้นยิ้มจากกอาการฟึดฟัดของคนที่บอกว่าตัวเองโตแล้วแต่พอโดนแหย่หน่อยก็ออกอาการไม่ต่างจากเด็กตัวเล็กๆเลย

              จุนมยอนขับรถวนหาที่จอดรถซักพักก่อนจะหาที่จอดรถได้ที่ชั้น 3 เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตตัวในตัวเดียว ไม่ได้จะทำตามคำแนะนำของไอ้เด็กหน้าตายนี่นะ แค่เขาร้อนต่างหาก!

                ส่วนเซฮุนก็สวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวในเท่านั้น เด็กหนุ่มเปิดประตูลงจากรถแล้วบิดขี้เกียจเต็มที่ ทำให้จุนมยอนนึกอิจฉาความสูงของคนเด็กกว่าอยู่เหมือนกัน

                “วันนี้พี่จะทำอะไรก่อนล่ะ”

                “ทำ...ผมหรอ” จุนมยอนว่าพลางจับเส้นผมที่แข็งจากการจัดทรงในตอนเช้าของตัวเองแล้วนึกหวั่นใจไม่น้อยเมื่อคิดถึงการที่จะต้องเสียเส้นผมส่วนนึงไป

                “งั้นเดี๋ยวผมพาไป ร้านนี้ผมรู้จักช่างที่นี่ ผมเคยมาส่งจาจังมยอนอยู่พักนึงจนสนิทกัน” จุนมยอนพยักหน้ารับรู้อย่างหวั่นๆ

                เซฮุนเดินนำจุนมยอนที่คิดไม่ตกเกี่ยวกับทรงผมของเขาไปยังร้านตัดผมที่อยู่ชั้น 4 ของห้าง ไม่นานก็ถึงร้านที่ว่า ภายนอกดูเป็นร้านที่มีระดับทีเดียวทำให้จุนมยอนใจชื้นขึ้นมานิดนึงว่าคงพอวางใจได้ละมั้ง แต่เขาดูท่าทางเซฮุนชำนาญแถมเจ้าตัวก็ดูมีลุคที่เข้าตัวเอง นี่เขาวางใจเด็กนี่ได้ใช่มั้ย

                แต่ไม่ลองคงไม่รู้

    “เอาจริงอ่ะ”

                “แล้วแต่พี่สิ”

                “ถ้ามันออกมาแย่ล่ะ”

                “พี่ก็เครียดเกินไป ลองสิ่งใหม่ๆบ้างสิ นี่ถ้าผมมีเงินจะไปย้อมสีผมเป็นเพื่อนพี่แล้วเนี่ย” เซฮุนว่าพลายจับปลายผมบลอนด์ที่โคนผมเริ่มมีสีดำๆของตัวเอง

                “งั้นฉันออกค่าย้อมสีให้นายแต่ต้องเข้าร้านเป็นเพื่อนนะ” จุนมยอนยื่นข้อเสนอ เขาแค่เป็นคนหัวโบราณที่ชอบยึดติดกับอะไรเดิมๆ หรือที่ง่ายๆว่าเป็นพวกไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงเพราะมันทำให้เขาขาดความมั่นใจในตัวเอง

                “ขอบคุณครับ เงินเดือนออกแล้วผมจะเอามาใช้พี่ละกัน” เซฮุนยิ้มแฉ่งให้จุนมยอนจนตาของเขาแทบจะหายใจ อย่างนึงที่เซฮุนมั่นใจว่าเขาคิดถูกคือ...

                คิมจุนมยอนเป็นคนใจดีจริงๆ

                “งั้นพี่ตามผมมา” เซฮุนเดินนำเข้าไปในร้านทำผมภายในห้าง ช่วงขายาวก้าวเข้าไปหาคุยกับช่างทำผมที่ยังว่าง ด้วยความที่เขาเคยเปลี่ยนทรงผมทำสีบ่อยๆเลยรู้สึกว่าร้านทำผมมันไม่ได้น่ากลัวเหมือนที่จุนมยอนกำลังรู้สึก

                “ช่วยตัดผมให้พี่ชายผมคนนี้หน่อยนะครับ เอาให้สั้นกว่านี้นิดนึงมีหน้าม้าปรกหน่อย ย้อมผมสีน้ำตาลอ่อนด้วยนะฮะ ส่วนของผมขอย้อมผมกลับเป็นสีดำพอดีว่าผมกำลังฝึกงานน่ะครับ ผมบลอนด์มันไม่เหมาะเท่าไหร่ ช่วยหน่อยนะครับ”

                จุนมยอนเปลี่ยนใจยังทันมั้ยนะ...

     

     

     

     

                “ไม่อยากไปทำงานเลยอ่ะบยอลอา” จุนมยอนพึมพำถึงลูกรักสี่ขาที่บ้านก่อนจะกลั้นใจก้าวลงจากรถเพื่อไปสแกนนิ้วมือเข้างานในตอนเช้า

                ตอนนี้คิมจุนมยอนคนเนี้ยบแห่งแผนกบัญชีกำลังรู้สึกเหมือนตอนเด็กๆที่พ่อบังคับให้เขาตัดผมตอนที่พี่ชายแกล้งเอาหมากฝรั่งมาติดที่หัวของเขาจนเขาต้องกร้อนผมเหลือแต่หัวหลิมๆจนแทบจะป่วยการเมืองเพื่อที่จะไม่ไปโรงเรียน...

                ออกมาน่ารักออก พี่จะกังวลอะไร ดีกว่าทรงเยอะเลย

              ‘จริงอ่ะ

              ‘พี่ดูเด็กกว่าผมอีกเหอะ

                ถึงตอนตัดเสร็จเซฮุนจะบอกว่าดูดีก็เหอะ เด็กนั่นอาจจะแค่พูดเพื่อให้เขาสบายใจก็ได้หรือไม่ก็ปัดความรับผิดชอบจากคำพูดของตัวเอง แต่จุนมยอนก็โทษเซฮุนไม่ได้ทั้งหมดหรอกถ้าเขาไม่ยอมเซฮุนก็คงตัดสินใจอะไรไม่ได้

                หัวหน้าแผนกคิมคนเก่งเดินจับปลายเส้นผมด้านหน้าของตัวเอง นี่เขาก็โตแล้วนะทำไมยังต้องมากังวลเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ก็ไม่รู้จุนมยอนก็เบื่อตัวเองเหมือนกันที่มักจะเป็นคนที่ขาดความมั่นใจในตัวเองตั้งแต่เด็กๆที่เขามักจะเป็นผู้ชายที่ตัวเล็กมากต่างจากพี่ชายที่รูปร่างสูงใหญ่ประกอบกับบุคลิกที่ปกติจะเงอะๆงะๆจนโดนแกล้งบ่อยๆ เขาเลยต้องสร้างภาพคิมจุนมยอนที่เข็มแข็ง เจ้าระเบียบและเข้มงวดขึ้นมาไม่ให้ใครเห็นด้านที่ไม่ดีสมกับตำแหน่งของเขา ก็คงจะมีแต่มินซอก จงแดและแบคฮยอนละมั้งที่เขาสามารถเป็นตัวของตัวเองได้เมื่ออยู่ที่นี่

                จุนมยอนเดินเข้าไปในบริษัทอย่างรวดเร็ว ก้มหัวทักทายพนักงานคนอื่นพอเป็นพิธีและทำท่าราวกับรีบร้อนเสียเต็มประดา เขารีบสแกนลายนิ้วมือแล้วกดจะเข้าลิฟต์แต่มีมือมากั้นเซ็นเซอร์ประตูลิฟต์ไว้จนต้องเปิด

                “ขอผมขึ้นด้วยคนนะครับ” เสียงหวานนุ่มที่ฟังครั้งเดียวจุนมยอนก็จำได้

                น้องคยองซูของเขา!

                เขายังไม่ทันจะเตรียมใจที่จะเจอกับน้องคยองซูในสภาพแบบนี้นะ ให้ตายสิ ผมเขาเป็นไงมั่งเนี่ย สูทเนี้ยบพอรึยัง เหงื่อออกรึเปล่านะ

                “พี่จุนมยอนตัดผมหรอครับ” คยองซูทักทายรุ่นพี่และหัวหน้าแผนกอื่นเมื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลง

                “อ่อ...อื้ม พี่ตัดผมมา” จุนมยอนเกาท้ายทอยแก้เก้อเมื่อคยองซูเอียงคอมองมาหน้าเขาชัดๆ น่ารักเหลือเกินน้องคยอง

                “ก็ดูดีนะครับ น่ารักเหมาะกับพี่ดีออก” คยองซูพูดไปตามความจริง ทรงผมใหม่ของจุนมยอนทำให้ใบหน้าของหัวหน้าแผนกคิมดูเด็กลงไปเยอะจนถ้ามีคนบอกว่าคนตรงหน้าอยู่ม.ปลายเขาก็จะเชื่อจนสนิทใจ ทั้งสีผมสีน้ำตาลอ่อนก็ขับใบหน้าขาวให้ผ่องขึ้นไปอีก ดูเข้าถึงง่ายกว่าเดิมขึ้นเยอะเลย

                “ขอบใจนะ นี่คยองซูเป็นคนแรกเลยนะที่ชมพี่ที่ตัดทรงนี้อ่ะ” ขอละที่ไอ้เด็กหน้ามึนมันชมไว้ ไม่นับ

                “ผมพูดตามที่เห็นน่ะครับ ถึงชั้นผมแล้ว ขอบคุณนะครับพี่จุนมยอน” คยองซูโค้งให้คนอายุมากกว่าแล้วเดินออกจากลิฟต์ไปทิ้งให้คนแก่ยืนกุมหัวใจตัวเองซะแทบแย่

                ครั้งนี้จะยกความดีความชอบให้ไอ้เด็กกวนประสาทนั่นก็ได้วะ










    Talk 1

    ฝากลูกรักอีกรอบนะคะ เค้ารีบอัพอ่ะจะกลับหอละ


    ฝากติดแท็กหน่อยน้า #ฟิคออฟฟิศ




    Talk 2

    เห็นมาแค่นี้แต่อินี่แต่งนานมากค่า /ซับน้ำตา
    อย่าเพิ่งให้เข้สพระเข้านางเลยเนอะ อิพี่จุนยังคิดว่าตัวเองเป็นพระอยู่ปล่อยเค้าไปก่อน เรื่องนี้คือมันไม่ใช่แบบรักแรกพบหรือเจอกันแล้วปิ๊งเลยอ่ะ ต้องมีปฎิสัมพันธ์กันก่อน ใครจะพลาดก่อนดี 5555555555555555555


    ฝากคุณปู่ขี้เก๊กคนนี้ด้วยเค่อะ / คำนับ


    ยังอยู่มั้ยแท็กนี้ 5555555555555555555 #ฟิคออฟฟิศ

    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×