คัดลอกลิงก์เเล้ว

Dead By Daylight ║DEATH IS NOT AN ESCAPE║

โดย Xstream-Kun

ค่ำคืนแห่งการหลับใหล...เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการไล่ล่าอันบ้าคลั่ง

ยอดวิวรวม

2,824

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


2,824

ความคิดเห็น


6

คนติดตาม


16
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  28 ก.ค. 59 / 16:52 น.
นิยาย Dead By Daylight ║DEATH IS NOT AN ESCAPE║ Dead By Daylight ║DEATH IS NOT AN ESCAPE║ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้





Dead By Daylight 
DEATH IS NOT AN ESCAPE

มีตอนใหม่ต่อแล้ว NEXT ::  NO ONE ESCAPES DEATH

                   :: ▲Insidious▼








►  BE A SURVIVAL 


BE A KILLER




------------------------------------------------------------------------------------------------------





LOAD  OUT 


INVENTORY  >>  Flashlight

ADD-ONS  >>  Butterfly Tape , Rubber Gloves 




PERKS

    >>  Premonitions

>>  Adrenaline

>>  Lightweight






-------------------------------------------------------------------------------------------------




WAITING FOR MORE VICTIMS



-----------------------------------------------------------------------------------------------------


แจ้งข่าวเรื่องฟิค
จะทำการย้ายไปเขียนต่อในเรื่องใหม่ใช้ชื่อว่า Dead By Daylight  Betrayer Chronicles  ซึ่งเป็นเรื่องยาวรวมของตอนสั้นทั้งหลาย  เพราะคนเขียนเห็นว่าจะสะดวกต่อผู้อ่านที่ติดตามอ่านกันอยู่มากกว่านะคะ 






หมายเหตุ **ฟิคนี้เต็มไปดวยคำหยาบ และไม่อิงเป๊ะ


ขอบคุณ ธีมจาก





เนื้อเรื่อง อัปเดต 28 ก.ค. 59 / 16:52





     ประตูเก่าและห้องร้างมีสภาพใกล้ผุผังคือสิ่งที่ดวงจันทร์ฉายแสงออกมาให้เห็นจากในเงา  ค่ำคืนรัตติกาลแห่งความเงียบเต็มไปดวยหลากหลายชีวิตที่ต่างพยายามยืดชีวิตของตัวเองเอาไว้  เด็กหนุ่มวัยรุ่นหน้าตาดีที่ตอนนี้ใบหน้ารูปหล่อนั้นเต็มไปด้วยคราบฝุ่นและคราบน้ำตากำลังนั่งตัวสั่นกอดเข่าตัวเองด้วยความหวาดกลัว

     กลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...สาบานว่านี้เป็นครั้งแรกในรอบยี่สิบเอ็ดปีที่เค้ากลัวจนตัวสั่นขนาดนี้

     กลัวอะไรบางอย่าง....ที่ยิ่งกว่าสัตว์ร้ายในป่าลึก

     ไม่สิ  มันเลวร้าย...เลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์เสียอีก!!

     ร่างสูงโปร่งสะดุ้งออกมาเมื่อหูได้ยินเสียงรองเท้าหนักๆที่เหยียบเข้ากับตัวพื้นไม้  แต่สำหรับเค้าแล้วยิ่งเสียงนั้นใกล้เข้ามามากเท่าไหร่  มันก็ยิ่งนับสัญญาณเวลาตายให้ใกล้เข้ามามากขึ้นเท่านั้น  เด็กหนุ่มก้มลงมองสภาพของตัวเองที่ตอนนี้แลดูโทรมไม่แพ้ความเก่าของห้องแห่งนี้  เส้นผมสีดำของเค้ากระเซอะกระเซิงไม่ต่างจากกองฟาง  เศษหญ้าเศษติดดินติดค้างเต็มไปหมดบนเสื้อยืด  ความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานทำให้ลุกขึ้นยืนแทบจะไม่ไหว

     แต่ถ้าไม่ไหว...ก็มีแต่ต้อง'ตาย'เพียงเท่านั้น

     และเค้าจะไม่ยอมตายง่ายๆ  ใครจะไปยอมมีสภาพให้โดนปู้ยี้ปู้ยำจนเละเป็นชิ้นๆกัน  

     ไม่มีทาง!


     ตึก...ตึก....

     เสียงรองเท้าย่างก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ  ฝีเท้าเชื่องช้าแต่กลับเต็มไปด้วยความหนักแน่น  คล้ายเป็นการกดดัน'เหยื่อ'ให้ตื่นกลัว  เพราะรู้ดีว่าเมื่อถูกความกลัวเข้าครอบงำ อะไรๆก็คงจะง่ายขึ้น  หัวใจเริ่มเต้นระรัวขึ้นอย่างช่วยไม่ได้  เพราะตอนนี้เสียงนันมันช่างใกล้มาก...ใกล้เหลือเกิน---


     ปึง!!  ปึง!!  ปึง!!

     ถัดจากเสียงฝีเท้าก็เป็นเสียงทุบประตูที่ดังขึ้น ความเกรี้ยวกราดจากฝ่ายตรงข้ามเพิ่มมากขึ้นทุกครั้งที่กำปั้นหนากระแทกเข้ากับประตูไม้  ฝ่ายตรงข้ามยังคงไม่ลดละความพยายามที่จะพังเข้าไปด้านใน

     " ออกมาสิวะไอ้ลูกหมา คิดว่าฉันโง่นักเหรอ ฉันรู้ว่าแกหลบอยู่ในนั้น " เสียงคำรามราวสัตว์ป่าดังมาจากอีกฟาก  เด็กหนุ่มก้มหน้าลงด้วยความกลัวสุดใจ  ได้แต่ภาวนาว่าให้อีกฝ่ายยอมแพ้ไปเอง  ดูเหมือนว่าจะมีโชคเข้าข้าง...เสียงทุบเริ่มหายเงียบไป

     ....

     ทว่าน่าเสียดาย....ฝ่ายที่เข้าข้างไม่ใช่นางฟ้าจากแดนสวรรค์  แต่เป็นซาตานที่ผุดออกมาจากปลายสุดขอบของนรก


     บรื้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน!!!!

     เสียงพญามัจจุราชมาใหม่ดังขึ้น  เสียงของมันเหมือนกับเวลาที่เค้าชอบบิดเครื่องเร่งความเร็วมอเตอไซด์คันโปรดขี่คู่ไปกับกลุ่มแก๊งค์เพื่อนๆ  แบบนั้นถึงได้แน่ใจว่าสิ่งที่อยู่ด้านนอกไม่ใช่ยานภาหนะสำหรับขับขี่  แต่มันคือเครื่องมือที่มีขนาดถือได้ด้วยมือ

     " ...เลื่อยไฟฟ้า "

     บรื้นนนนนนนนนนนนนน!!!!!

     เสียงโลหะตัดกับแผ่นไม้ดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด  วินาทีนี้ทำให้ใครๆก็รู้ตัวได้ว่าห้องในตอนนี้มันไม่ใช่ที่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว

     ' ชิบหาย ชิบหาย ชิบหาย ไอ้ชิบหายเอ้ยยย!! ' ชายวัยรุ่นสบถคำหยาบออกมาในใจรัวๆ  ขณะเดียวกันก็พยายามหันซ้ายขวามองหาหนทางที่จะหนีไปจากสถานการณ์คับขันนี่  แต่ข้างในนี้มันคือห้องปิดตายทรงสี่เหลี่ยม  หน้าต่างซักบานก็ยังไม่มีให้ปีน

     การแอบอยู่ในห้องแคบๆเป็นทางเลือกที่ดี  แต่ในเวลาเดียวกัน  มันก็คือห้องเชือด

     ดวงตาสีฟ้าใสหันมองไปทางประตู  ซึ่งใบเลื่อยเริ่มที่จะแทงทะลุเข้ามาได้แล้ว

     " บ้าชิบ!!! "






     ย้อนกลับไปเมื่อ 40 นาทีที่แล้ว....


     ภายในห้องสี่เหลี่ยมมืดๆแห่งหนึ่งซึ่งถูกความมืดมิดปกคลุมแทบจะไร้แสงสอดส่องเขามาด้านใน  มันดูเหมือนจะเป็นเพียงแค่ห้องเก็บของเล็กๆที่ไร้สัญญาณชีวิตของสิ่งอื่นใด  หากแต่ร่างของใครบางคนตอนนี้กำลังลืมตาตื่นขึ้นจากการหลับไปเป็นเวลานานพอควร

     " ที่นี่มัน...? "

     เค้าไม่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาจากเตียงนุ่มๆในห้องตัวเอง  แน่นอนว่าไม่ใช่โซฟาหนังตัวยาวที่ชอบนอนเหยียดขาก็เป็นประจำด้วย  ทันทีที่สติเริ่มจะกลับมาเข้าตัว  สิ่งแรกที่รู้สึกได้ก็คือกลิ่น...กลิ่นเหม็นคาวรุนแรงจู่โจมเข้ามาในจมูกจนต้องยกมือปิดปากเอาไว้

     อะไรว่ะ...ฝันอยู่รึยังไงกัน

     สองมือเริ่มควานหาสิ่งรอบกายอย่างที่คนธรรมดามักจะทำกัน  เท้ารู้สึกเหมือนจะเหยียบน้ำบนพื้นเข้าเต็มๆ...น้ำรั่วรึยังไงกัน  แล้วเหมือนจะจับอะไรลื่นๆเหนียวๆได้อีกด้วย

     หรือจะมีเซอร์ไพร์สคิดแกล้งเค้าคืนกันแน่

     แต่ถ้าเป็นเรื่องตื่นมาภายในห้องที่มืดสนิท  แถมด้วยกลิ่นอัปมงคลที่เหมือนกับอยู่ในโรงฆ่าสัตว์ส่วนตัว  แน่นอนว่าสมควรแก่การยกห้าดาวให้สำหรับการ Prank อันยอดแย่ในครั้งนี้เลย  มันแย่มาก แย่กว่าที่คิดเอาไว้หลายขุม

     เจ้าของร่างดังกล่าวฝืนลุกขึ้นยืนทั้งๆที่ยังรู้สึกปวดหัว  ในที่สุดมือก็คลำหาสวิตท์ไฟที่อยู่ตรงกำแพงจนเจอ  นิ้วจิ้มเปิดไฟเขาไปด้วยมั่นใจและ...

     " ว้ากกกกกกกกก!!!!!!! "

     รอบกายเค้าไม่ใช่สัตว์ปลอมที่ถูกเชือดทิ้งเอาไว้เหมือนอย่างที่คิดในตอนแรก  แต่มันคือร่างของมนุษย์...ที่ถูกชำแหละจนเละแทบไม่อาจมองเห็นเค้าเดิมได้  แถมยังไม่ใช่แค่ศพเดียว  มันเยอะมากเยอะจนไม่นั่งนับได้  เลือดสีแดงข้นเจิ่งนองไปตามพื้น  ดวงตาสีฟ้าของเด็กหนุ่มเหลือบมองไปทางด้านที่เค้าคิดว่าเหมือนจะจับอะไรบางอย่างได้ในตอนแรก  ซึ่งมันคือร่างอันเย็นชืดของมนุษย์เพศหญิง ดวงตาสองข้างของหล่อนเบิกกว้างราวกับเห็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต  บริเวณท้องของถูกกรีดจนเหวอะหวะ  ลำไส้และอวัยวะภายในทะลักออกมากระจัดกระจายไปทั่ว

     " อุ๊บ... " 

     แน่นอนว่าคนธรรมดาย่อมไม่อาจทนต่อภาพสยองขขวัญเหล่านั้นได้  เด็กหนุ่มผู้โชคร้ายวิ่งไปอาเจียนที่มุมห้อง  มื้อเย็นกับครอบครัวถูกขย้อนออกมาจนหมดไส้หมดพุง

     เวรเอ้ย...หมดกันสเต็กสันใน

     ไม่มีใครอยากอยู่ภายในห้องโรงเชือดมนุษย์ไปโดยตลอด  เมื่ออาเจียนจนเสร็จร่างของเด็กหนุ่มก็วิ่งออกไปเปิดประตูที่อยู่อีกฟากหนึ่งของห้อง  รอยเลือดเป็นทางยาวถูกลากออกไปบริเวณนอกห้อง  เมื่อหลุดออกมาจากห้องนรกนั้นได้เด็กหนุ่มผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวก็รีบสูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าตัว

     " นี้มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ?! "

     ดูจากรอยเลือดที่ถูกลากเป็นทางยาว  อะไรบางอย่างลากศพพวกนั้นไป...สัตว์งั้นเหรอ? แล้วใครกันที่เป็นคนทำ...ไอ้การฆ่าล้างบางโคตรพ่อโคตรแม่เมื่อครู่

     คำถามนับพันเกิดขึ้นภายในหัวของเด็กหนุ่มหน้าตาดีที่ตอนนี้เนื้อตัวเปรอะเปลื้อนไปด้วยคราบเลือด  แน่นอนว่า'ที่นี่คือที่ไหน'ย่อมเป็นหนึ่งในนั้นด้วย  แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เค้าจะอยู่ในฟาร์มแห่งหนึ่ง....ฟาร์มร้างที่มีไร่ข้าวโพดเสียด้วย

     นี่มันชักจะไม่ปกติแล้ว

     ชายหนุ่มเดินย่างก้าวออกไปจากโรงเก็บฟาง  ตรงหน้าเค้าคือไร่ข้าวโพดและพุ่มไม้อยู่เต็มพื้นที่  ทันใดนั้นเองสัมผัสการได้ยินก็ตื่นตัว  บางสิ่งบางอย่างกำลังเคลื่อนตัวอยู่ในไร่ข้าวโพดและจากสัญชาตญาณของเค้า...มันกำลังเคลื่อนตัวใกล้มาทางนี้  ด้วยความกลัวเค้ารีบวิ่งเข้าไปหลบหลังโขดหินก้อนใหญ่ที่อยู่ข้างๆ

     มันคืออะไร? คนหลงทางเหมือนกันกับเค้า?

     ....หรืออาจจะเป็นอะไรบางอย่างที่เป็นคนฆ่าซากในโกดังนั้น

     ความคิดทุกอย่างถูกหยุดเอาไว้ชั่วขณะเมื่อมีอะไรบางอย่างกระแทกเข้ากับหัวเค้าเต็มๆ  มันไม่ได้รุนแรงมากแต่ก็แรงพอที่จะทำให้เค้าหน้าหงายไปด้านหลัง  เด็กหนุ่มร้องโอดครวญและตอนนั้นเองเค้าก็สบตาเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนตรงหน้าพอดี

     ผู้หญิงวัยรุ่นราวคราวเดียวกันกับเค้าในชุดเอี้ยมสีน้ำเงิน  ใบหน้าคล้ายชาวเอเชีย  เธอมีผมสีดำมัดเปียเดียวไปด้านหลัง  ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนฉายแววหวาดระแวงออกมา  ในช่วงเวลาเงียบหงันนั้นเด็กหนุ่มคนเดิมรีบถามคำถามไปในทันที

     " เธอ...เอ่อ..ปกติใช่มั้ย? "

     เป็นคำถามที่สิ้นคิดเสียไม่มี

     " ฉันดูเหมือนเป็นฆาตกรโรคจิตมั้ยล่ะ?!! " เธอขึ้นเสียงกลับมา แน่นอนว่ามันเป็นเสียงกระซิบ  ฝ่ายคนถามรีบยกมือสองข้างขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้  " ....ถึงจะมีฆาตกรโรคจิตอยู่จริงๆก็เถอะ " หญิงสาวเอ่ยด้วยเสียงที่แผ่วเบาแต่ก็ยังไม่พ้นจากหูฝ่ายตรงข้าม

     " เดี๋ยวนะ เธอบอกว่าอะไรนะ ฆาตกรโรคจิตงั้นเหรอ "

     " ก็ฆาตกรโรคจิตน่ะสิตาทึ่ม  นายเดินไปมารอบๆฟาร์มนี่ก็น่าจะเห็นอะไรมาบ้างนะ "

     เห็นมาเต็มๆตาเลยล่ะ

     " นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมพวกเราถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้? แล้วนี่มันที่ไหน--- "

     " ฉันไม่รู้!! ฉันเองก็โดนไอ้โรคจิตวิปลาสนั้นดักตีเอาข้างตรอกแล้วก็ถูกลักพาตัวมาเหมือนกัน " หญิงสาวทำหน้าเหมือนกับจะร้องไห้  คล้ายกับสิ้นหวังกับเรื่องบ้าๆนี่เต็มที  แต่ไม่นานนักดวงตาสีน้ำตาลนั้นก็ส่องประกายแห่งความมุ่งมั่นออกมา  " ฟังนะตาทึ่ม การที่จะออกไปจากที่นี้ได้มีอยู่ทางเดียวเท่านั้นก็คือประตูใหญ่ที่อยู่ด้านโน้น  แต่ตอนนี้มันไม่มีพลังงาน  สิ่งที่พวกเราต้องทำในตอนนี้ก็คือการซ่อมเครื่องปั่นไฟ "


     " เครื่องปั่นไฟ? "

     " ใช่  เครื่องปั่นไฟ  ตอนนี้เหลืออยู่อีกสองเครื่อง  อันที่จริงก็มีคนหลงอยู่ในนี้เยอะอยู่เหมือนกัน  แต่ไม่รู้ว่าเหลือรอดอยู่กี่คนนี่สิ... " 

     " งั้นเธอรู้ที่อยู่ของเครื่องปั่นไฟนั้นรึเปล่า " หญิงสาวชาวเอเชียพยักหน้ารับก่อนชี้มือไปทางทุ่งข้าวโพดซึ่งอยู่ไม่ไกล  

     " อยู่ด้านในไร่ข้าวโพดนั้นแหละ  นายรีบไปซ่อมมันเถอะ  ส่วนฉันจะไปอีกด้านเอง...ฉันต้องไปช่วยคน "

     " ช่วยคน? บ้าน่า! เวลาแบบนี้ยังคิดจะช่วยคนอีกงั้นเหรอ?! "

     เป็นความคิดที่บ้าสุดๆในสถานการณ์ที่กำลังถูกฆาตกรโรคจิตไล่ฆ่า

     " แต่-นั้น-เป็น-น้อง-สาว-ของ-ฉัน " เธอยืนกรานเสียงแข็ง  ทว่าฝ่ายชายยังคงมีท่าทีไม่เห็นด้วย  เป้าหมายหลักของเค้าที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการเอาชีวิตรอดออกไปให้ได้  เรื่องอะไรต้องไปเสียเวลากับการช่วยชีวิตคนอื่น  แค่ชีวิตตัวเองยังเอาไม่รอดเลย

     ช่วยไม่ได้....เวลาแบบนี้การเห็นแก่ตัวย่อมเป็นสิ่งสำคัญหากยังต้องการที่จะรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้

     " แต่พวกเราต้องไปจากที่นี่  เธอมั่นใจได้ยังไงว่าน้องสาวยังมีชีวิตอยู่?  " เด็กหนุ่มกล่าว

     " งั้นก็เชิญไสหัวไปเลย ฉันรู้ว่าในเวลาขับขันแบบนี้เราควรที่จะเห็นแก่ตัวเพื่อที่จะรักษาชีวิต  แต่ถ้าหากเราสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปเสียก่อนที่จะหนีออกไปจากที่นี่  มันก็ไม่ต่างอะไรจากตายหรอก ฉันจะไปช่วยน้องสาว " เธอหันหลังกลับไปอีกด้าน

     " นี้มันฆ่าตัวตายชัดๆ! "

     " ช่างหัวมันสิวะ!! "

     เมื่อเสร็จสิ้นคำสบถคำโตหญิงสาวก็เดินหายไปในพุ่มไม้สูง  ทิ้งไว้ให้ชายคนเดิมจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิดแต่ก็ไม่ลืมที่จะเดินไปทางเครื่องปั่นไฟที่มองเห็นอยู่ไกลๆ

     " นังผู้หญิงโง่เอ้ย... " ปากบ่นไปสบถคำหยาบไประหว่างที่นั่งคุกเข่าซ่อมเครื่องปั่นไฟเครื่องโต  นึกสงสัยเล็กน้อยที่จู่ๆเค้าก็มีเทคนิคก็ซ่อมขึ้นมาเสียงั้น  ดูหนังมากเกินไปรึยังไง? ชายหนุ่มนึกหัวเราะขึ้นมา  บางทีเคาอาจจะกำลังฝันอยู่  ใช่  ทุกอย่างเป็นแค่ฝัน  พอตื่นขึ้นมาก็ได้กินไข่ดาวร้อนๆ มีขนมปังและเบค่อนเกรียมๆที่แม่ชอบเตรียมเอาไว้ให้เหมือนกับทุกวัน

     แกฝันหวานเกินไปแล้วโว้ย

     " แต่ตอนนี้ฉันกำลังอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง....อยู่ในฟาร์มเฮงซวย  เจอคนรอดชีวิตแต่ดันเป็นผู้หญิงสติไม่ดี  ต้องมาซ่อมเครื่องปั่นไฟโง่ๆจนมือแทบแหก อ้อ แล้วต้องไม่ลืมเรื่องฆาตกรโรคจิตที่กำลังดมกลิ่นตามตูดมาติดๆ... " 

     เครื่องปั่นไฟเปิดไฟทำงานในช่วงที่เค้าบ่นเสร็จพอดี  แสงไฟและเสียงเครื่องยนต์ทำงานเป็นตัวบอก...ตำแหน่งตัวเองชั้นเยี่ยม

     " เวรแล้วมั้ยล่ะ " ชายหนุ่มก้มตัวลงต่ำพยายามแอบแฝงกายเข้ากับไร่ข้าวโพด

     ขณะที่เงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าของผู้ไม่เป็นมิตร  ดูเหมือนว่าจะมีเสียงอีกเสียงที่อยู่ไม่ไกลจากนี้  มันคือเสียงโอดครวญด้วยความเจ็บปวดของผู้ชาย

     " หรือว่า...จะเป็นผู้รอดชีวิต?! "

     เยี่ยม! เยี่ยมเลย...แบบนี้ก็จะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของตัวเองอีกเป็นเท่าตัว  ฆาตกรคงมีเป้าหมายให้เลือกมากขึ้น  คงต้องภาวนาด้วยว่าไม่ใช่เค้า...

     ชายหนุ่มรีบออกวิ่งไปยังจุดที่ได้ยินเสียงจนกระทั่งถึงบริเวณเกือบมุมของกำแพง  ภาพตรงหน้าทำให้เค้าต้องตกลึงนิ่งค้างไป...

     " โอ้ พระเจ้า... "

     ร่างมนุษย์...กำลังถูกห้อยค้างอยู่กับตะขอเกี่ยวอันยักษ์  ราวกับมันเป็นของตั้งอวดโชว์  เลือดสีแดงไหลเยิ้มจากแผลที่ถูกแทงทะลุออกมาด้านหน้าหยดลงกับพื้นเบื้องล่างจนเป็นแอ่ง  เหมือนเป็นเพียงแค่สัตว์ที่รอวันขึ้นเขียง

     ใคร...ใครมันจะจิตบิดเบี้ยวทำได้ขนาดนี้กัน! มันยังมีความเป็นคนอยู่รึเปล่า!!

     " ช่วย....ช่วยด้วย " 

     เสียงดังออกมาจากอีกฝั่งหนึ่งของร่างไร้วิญญาณตรงหน้า  เด็กหนุ่มรีบวิ่งไปอีกทางซึ่งมีผู้ชายใส่แว่นถูกห้อยในสภาพไม่ต่างกัน  แต่เค้ายังมีชีวิตอยู่!  " ช่วยผมด้วย...ได้โปรด " เค้าครวญครางด้วยน้ำเสียงน่าสงเวซ

     " อดทนไว้เพื่อน...อดทนไว้ " เด็กหนุ่มค่อยๆเอื้อมแขนไปดึงร่างของผู้โชคร้ายตรงหน้าออกมาจากตะขอมรณะ  แม้จะรู้สึกเจ็บจนเจียนตายขนาดไหน  แต่ชายสวมแว่นก็พยายามอย่างสุดกำลังที่จะไม่ส่งเสียงร้องออกมา  เพราะเค้ารู้ดีว่าหากทำแบบนั้นก็คงไม่ต่างจากการขุดหลุมฝังศพตัวเอง

     " ขะ-ขอบใจมาก "

     " ไม่เป็นไร นายเดินไหวมั้ย? " คนช่วยชีวิตพยายามตีสีหน้านิ่งและกดผ้าเช็ดหนาเข้ากับแผล

     " ยังพอได้อยู่ ฟู่ว! ขอบใจนายมากๆจริงนะ ไม่อย่างนั้นคงจะตายไปทั้งๆแบบนั้น...คิดแล้วขนลุกชะมัด " ชายในชุดสุภาพยังคงพูดขอบคุณต่อไป

     เออน่า รู้อยู่แล้ว  เป็นฉันก็ไม่อยากตายแบบนั้นเหมือนล่ะวะ

     " ว่าแต่ประตูทางออกเปิดรึยังน่ะ? " 

     " ยังเลย  ยังเหลือเครื่องปั่นไฟอีกที่นึง  "

     " เครื่องปั่นไฟ! นายซ่อมเครื่องที่อยู่ตรงไร่ข้าวโพดแล้วรึยังล่ะ? " เด็กหนุ่มผมดำพยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่าย  " อีกเครื่องอยู่ไม่ไกลนี่เอง  เอาเป็นว่าฉันจะรีบไปซ่อมให้ละกันนะ  ระหว่างนั้นนายพยายามหาทางล่อฆาตกรให้ห่างจากตัวฉันเอาไว้นะ "

     ล่อฆาตกร? โธ่ๆๆ เห็นเค้าเป็นฮีโร่เทพบุตรจากทีวีรึยังไงกัน  ฉันรู้ทันหรอกน่า แกเองก็คิดจะใช้ประโยชน์จากฉันเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ  ล่อฆาตกรให้วิ่งไล่จับ  โอกาสตายย่อมเยอะกว่าอยู่แล้ว

     " ได้เลยเพื่อน วางใจได้ " เด็กหนุ่มยังคงตีหน้าเล่นบทละครเพื่อนผู้แสนดีต่อไป  แต่ในใจนั้นเค้ากลับวางแผนที่จะเผ่นหนีไปยังประตูทางออกคนเดียวเรียบร้อยแล้ว  หลังจากที่แยกกันเจ้าแว่นหน้าตาที่ดูเป็นเด็กเนิร์ดนั้น...ก็เผ่นน่ะสิ ใครจะอยู่ให้โง่!

     เด็กหนุ่มในเสื้อยืดสีขาววิ่งฝ่าไร่ข้าวโพดไปด้วยความมั่นใจ  ถึงมันอาจจะดูสะดุดตาแต่ยังไงมันก็เป็นทางที่เร็วที่สุดไปยังประตูทางออกซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม  เสียงสัญญาณหวอเตือนว่าพลังงานไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้อีกครั้งดังขึ้นไปทั่วบริเวณทั้งฟาร์ม  สร้างความปลื้มปิติยินดีให้กับเหล่าผู้รอดชีวิตอย่างยิ่ง

     แล้วไงล่ะวะ ใครจะตายก็ไม่สนแล้วโว้ย วิ่ง! ต้องวิ่งอย่างเดียว

     " กรี๊ดดดดดดดดดด " 

     เสียงหวีดร้องของผู้หญิงที่ดังมาจากทางหลังเรียกให้เค้าต้องหันไปมองด้วยความตกใจแต่ขาก็ยังคงไม่หยุดวิ่ง

     " บ้าอะไรอีกวะ?! " ผู้หญิงที่เค้ารู้จัก...ก็คงจะเป็นยัยนั้น  แถมยังอยู่ใกล้ซะขนาดนี้หรือว่าจะเป็น...


     วูบบ!

     อะไรกลมๆบางอย่างลอยผ่านหน้าเค้าไปก่อนจะกลิ้งกลุกๆอยู่ตรงหน้า  มองแค่แว่บเดียวอาจจะเห็นมันเป็นแค่ลูกบอลหรืออะไรบางอย่างที่มีลักษณะกลมๆ  แต่ขอโทษ  ที่นี่คือฟาร์มร้างที่มีฆาตกรโรคจิตวิ่งเล่นอยู่  ไม่มีลูกบอลกลิ้งไปมาให้ดูเล่น

     จะมีก็แค่หัวของมนุษย์

     " เฮ้ย!? " เด็กหนุ่มผมดำหลุดอุทานออกมาเสียงดังเมื่อเห็นว่าหัวมนุษย์ตรงหน้ามันคือหัวของชายที่พึ่งจะแยกจาจกกันไม่นานนี่เอง  เวลาให้พักหายใจมีไม่มากเมื่อผู้หญิงชาวเอเซียคนเดิมวิ่งสวนทางกับเค้า

     " จะมัวยืนรอให้มันจับนายไปแขวนรึไงตาทึ่ม! "

     ไม่จำเป็นต้องให้พูดซ้ำเค้าก็ออกวิ่งตามไปติดๆ  ชายหญิงผู้รอดชีวิตสองคนสุดท้ายวิ่งสุดเท้าโดยไม่คิดที่จะเหลียวหลังไปมอง  ในใจต่างคิดถึงทางออกเพียงเท่านั้น  เท่านี้มันก็จะจบ  ทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม  พอกันทีกับการวิ่งไล่นี่

     แกร๊ก!

     " อ๊าาาาาาาาาา!!! "

     เสียงหวีดร้องดังขึนพร้อมๆกับร่างของหญิงสาวผมดำตรงหน้าที่หยุดวิ่งโดยชะงัด  อะไรบางอย่างทำให้เธอหยุดวิ่ง---โอ้พระเจ้า ใครก็ได้เรียกซาตานให้มาตบหน้าเค้าที  กับดักหมีเนี่ยนะ?! แล้วดูความคมนั้นสิ! ใครบ้าที่ไหนเอามาวางวะ! เออ ก็คงไม่พ้นไอ้ฆาตกรโรคจิตนั้นแหละ

     " ชะ-ช่วยด้วย... " เธออ้อนวอน  น้ำตาเริ่มเอ่อล้นออกมาจากดวงตาคู่สวย  อาจจะเนื่องด้วยความเจ็บและความกลัว

     แต่ก็อย่างว่า...ถ้าอยากรอด  ความเห็นแก่ตัวก็เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก

     " ว้าว ดูสิว่าเราดักได้อะไร " เด็กหนุ่มพูดเยาะเย้ย  ราวกับเห็นภาพตรงหน้าเป็นเพียงแค่โชว์ตลก  สีหน้าของหญิงสาวแทบจะไร้สีสันไปในทันดล  " โทษทีนะ แต่นาทีนี้ตัวใครตัวมันหว่ะ " 

     และเค้าก็ออกวิ่งต่อไป...โดยไม่คิดแม้แต่จะหันมามอง  ไม่เห็นแม้แต่ใบหน้าเกรี้ยวกราดของหญิงสาวผู้โชคร้าย  จะมีก็แค่เสียงคำด่ามากมายตามหลังมา

     " ไอ้ผู้ชายสารเลว!! ฉันขอสาปแช่งให้นายต้องเจอแบบเดียวกันกับฉัน  นายต้องได้เจอสิ่งที่น่ากลัวกว่าความตาย! ได้ยินมั้ยยย!! เวรเอ้ยยยยย!! "

     แล้วไงล่ะวะ

     ยังไงซะก็จะรอดอยู่แล้ว  เสียงนกเสียงกาแค่นี้ทำไมจำเป็นต้องไปเสียเวลาฟังด้วย  นั้น! ประตูทางออกอยู่ตรงหน้าแล้ว! มันคือเส้นทางสู่สวรรค์!

     ตึกๆ ตึกๆ

     ขาสองข้างเบรกดังเอี้ยดเมื่อรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่รออยู่เบื้องหน้า  หัวใจด้านอกซ้ายเต้นระรัวผิดจังหวะ ไม่นะ ไอ้ฆาตกรนั้นมันอ้อมมาดักอยู่ด้านหน้าเค้า! ไอ้สารเลวนั้นดักอยู่ด้านหน้าทางออก!!

     " เวรเอ้ย! " อาจจะเป็นเพราะเสียงสบถดังเกินไป  ฆาตกรคนดังกล่าวก็ได้หันมาทางเค้า  แม้จะอยู่ค่อนข้างไกลจากกันแต่ก็มั่นใจได้ค่อนข้างชัวร์ว่ามันเห็นเค้า...ไอ้บ้านั้นเหมือนกันกับฆาตกรโรคจิตที่หลุดมาจากในทีวีจริงๆ ทั้งชุดเอี้ยมและก็หน้ากากวิปริตนั้น...

     แต่นี้มันใช่เวลามาชมมั้ย!

     เค้าต้องรอด! ได้ยินมั้ย! ต้องรอดเท่านั้น!!

     ผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายตัดสินใจวิ่งเข้าไปหลบในโรงนาข้างๆ  สภาพด้านในของมันเก่าคร่ำครึแต่ก็ยังดีที่ไม่ได้มีซากศพเกลื่อนกลาดเหมือนโรงเก็บของคราวที่แล้ว  เด็กหนุ่มมองซ้ายขวาด้วยความรวดเร็วก่อนจะรีบเข้าไปหลบในห้องเล็กๆแห่งหนึ่งโดยที่ไม่ลืมลงกลอนหนาเอาไว้หลายชั้น  ร่างสูงโปร่งค่อยๆทรุดตัวนั่งลงพิงกับกำแพง  ความหวาดกลัวเมื่อครู่เหมือนจะพึ่งมามีผลเอาตอนนี้  จู่ๆน้ำตาก็ไหลอาบแก้มลงมาโดยไม่ทราบสาเหตุ

     ทำไมเค้าต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้ด้วย

     ทำไม...

     ไม่...เค้าจะไม่ยอมถอยเด็ดขาด

     สู้โกงความตายมาตั้งขนาดนี้  จะโกงอีกซักรอบก็ยังต้องไหวล่ะวะ!



                         ─



    กลับมาปัจจุบัน


     บรื้นนนนนนนนนนนนนนน!!!

     เสียงเลื้อยผ่าประตูไม้ดังขึ้นสนั่นไปทั้งโรงนา  ในที่สุดประตูบานหนาก็ถูกผ่าแยกเป็นสองส่วน  ฝ่ายฆาตกรไม่รอช้ายกขาถีบซากประตูเข้าไปด้านใน  มือสองข้างถือเลื้อยไฟฟ้าเปื้อนเลือดตามเข้าไปติดๆ ดวงตาอำมหิตภายใต้หน้ากากสีขาวสอดส่องไปทั่วห้องและก็ต้องแปลกใจ....เมื่อไม่มีแม้แต่ร่องร่อยของเหยื่อคนสุดท้าย    

     " เป็นไปไม่ได้... " เสียงเข้มดังผ่านลอดออกมาจากหน้ากาก  ดวงตายังคงกวาดมองไปทั่วบริเวณ  มันเป็นไปไม่ได้ที่หมอนั้นจะหนีไปจากห้องปิดตายแห่งนี้  อย่างน้อยมันก็ต้องมีหลุมให้หลบ  มีหลังคาให้ปีน

    หรือไม่ก็ห้องใต้ดินที่อยู่ตรงพื้น

     เสียงเปิดแง้มอะไรบางอย่างดังขึ้น  ฆาตกรใจเหี้ยมหันไปตามต้นเสียงในทันทีและก็ต้องเจอกับแสงไฟที่สว่างจ้าจนตาแทบบอด  เค้ายกมือขึ้นมากุมดวงตาทั้งสองข้างเอาไว้เมื่อต้องปะทะกับแสงสว่างจ้านั้นเต็มๆ  พอดวงตาเริ่มกลับเป็นปกติ...เหยื่อเคี้ยวยากตัวสุดท้ายนั้นก็ไม่อยู่ให้เห็นแล้ว

     มันหนีไปได้...ไอ้หมูโสโครกนันมันหนีไปได้อีกแล้ว!!!

     เสียงฆาตกรคำรามดังลั่นในโรงนา  พร้อมๆกับเสียงเลื้อยไฟฟ้าที่ถูกสตาร์ทขึ้นอีกครั้ง

     ....

     ไม่นึกเลย....ไม่นึกเลยจริงๆว่ามันจะได้ผล

     เอาไฟฉายที่บังเอิญไปเจอในกล่องเครื่องมือมาเปิดไฟและจ่อเข้าที่หน้ามันเต็มๆ  ถึงมันจะเป็นแผนที่เสี่ยง  แต่มันก็ได้ผล! พวกคุณต้องเห็นตอนที่ฆาตกรใจหยาบนั้นหวีดร้องออกมา  ช่างน่าบันเทิงเป็นที่สุด!

     นั้นไง...นั้นไงทางออกของฉัน!

     เด็กหนุ่มวิ่งเข้าไปสับคันโยกสำหรับเปิดประตูบานใหญ่  กระแสไฟฟ้าถูกแจกจ่ายไปเพื่อทำงาน ประตูเหล็กบานหนาค่อยๆเลื่อนเปิดออก  เผยให้เห็นฝั่งด้านนอกซึ่งเป็นผืนหญ้าเรียบที่กำลังเชื้อเชิญให้เดินเข้าไปหา  เด็กหนุ่มเหยียดยิ้มอย่างเป็นผู้ชนะ  อา จะครั้งไหนๆมันก็ดีจริงๆ....กลิ่นของอิสรภาพ---

     แกร็ก!

     เสียงโลหะดีดตัวอย่างแรงดังขึ้นจากทางด้านล่าง  ผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายค่อยๆก้มหน้าลงไปมองดู....ขาข้างซ้ายของเค้ากำลังเหยียบเข้ากับกับดักหมีอันโต  เลือดสีแดงค่อยๆไหลออกมาจากส่วนที่ถูกคมกับดักนั้นขย้ำเข้าที่เนื้อส่วนขา  ความเจ็บปวดค่อยๆแล่นเข้ามาแทนที่ความรู้สึกแห่งชัยชนะ

     " บ้า....ชิบเป๋ง!!! "

     แน่นอนว่ารวมไปถึงความสิ้นหวังด้วย

     " โอ๊ะโอ๋...ดูซิว่าเราดักได้อะไร " 

     เสียงอำมหิตผิดมนุษย์ดังขึ้นจากทางด้านหลัง  เด็กหนุ่มผู้ติดกับดักไม่กล้าแม้แต่จะหันหลังไปมอง  " น่าเสียดายตอนนี้คงต้องตัวใครตัวมัน...ก็...อยากจะพูดแบบนั้นอยู่หรอกนะ "

     " เอ๊ะ? "

     เด็กหนุ่มชะงักไปกับคำพูดสุดคุ้นหู  เค้าค่อยๆรวบรวมสติที่เหลือ....หันหลับไปทางต้นเสียงจากทางด้านหลัง  ฆาตกรในจินตนาการของเค้าคิดไว้ว่าจะต้องเป็นผู้ชายท่าทางบึกบึนและตัวเท่าหมีควาย ทว่าหากดูดีๆแล้วคนตรงหน้ากลับมีรูปร่างเล็กกว่านั้นมาก

     " เธอ... "

     ฆาตกรสังหารโหดตรงหน้าค่อยๆเอื้อมมือถอดหน้ากากสีขาวเปื้อนเลือดออก  ดวงตาสีฟ้าของเด็กหนุ่มเบิกกว้างดวยความตกตะลึงขั้นสุด

     " นี้เธอ...ยังไม่ตาย? " 

     บื้องหน้าของเด็กหนุ่มคือหญิงสาวเจ้าของใบหน้าชาวเอเซียคนเดิมที่น่าจะตายไปแล้ว  ดวงตาสีน้ำตาลแม้มันจะเหมือนเดิมแต่ตอนนี้เค้ากลับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่บิดเบี้ยวอยู่ข้างใน  ริมฝีปากเหยียดยิ้มออกมาคล้ายจะเยาะเย้ย

     " จะตายได้ยังไงก็ฉันเป็นฆาตกรนี่นา " เธอพูดราวกับว่ามันเป็นแค่เรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน

     " แล้วกับดักที่ติดนั้น--- "

     " ฉันตอ-แหลน่ะ "

     ดวงตาของฆาตกรสาวเหลือบลงมองเท้าที่กำลังติดกับดักของเด็กหนุ่ม

     " ว้าว ดูท่าปากฉันจะศักดิ์สิทธิใช้ได้นะ " เธอทำท่าครุ่นคิดระหว่างที่เดินไปรอบตัวๆของคนที่ติดกับดัก  เหมือนสิงโตที่กำลังเดินวนรอบๆตัวเหยื่อ  " ไม่นึกเลย...ไม่นึกเลยจริงๆนะ "

     " ปล่อยฉันไปเถอะ.... " เค้าเริ่มอ้อนวอน  ส่วนฝ่ายตรงข้ามกลับเลิกคิวขึ้นสูงเมื่อได้ยิน

     " น่าแปลกใจจังนะที่นายพึ่งมีกะจิตกะใจมาอ้อนวอน...ทีคนอื่นขอให้ช่วยแทบเป็นแทบตาย  แต่นายกลับทิ้งพวกเค้าไปอย่างไร้เยื่อใย  เหมือนกับการที่นายทิ้งฉันกับไอ้แว่นเฮงซวยนั้นให้ตาย " หญิงสาวจ่อเลื่อยไฟฟ้าเข้ากับคอของเด็กหนุ่ม  รู้สึกถึงได้ถึงไอความเย็นของมัน  " แบบนี้นายมันก็ไม่ได้ต่างไปจากฆาตกรซักเท่าไหร่หรอก "

     " อึก.... "

     " อา....ว่าแต่รู้สึกยังไงบ้างล่ะ กับอิสระที่อยู่แทบเท้าเบื้องหน้าแต่กลับคว้ามันไว้ไม่ได้? โอ๊ะ ขานายติดไอ้นี่อยู่สินะ " สาวเจ้าเตะกับดักหมีเข้าอย่างแรง  จนคนที่ขายังคงคาอยู่ที่เดิมสะดุ้งออกมาด้วยความเจ็บ  " อันที่จริงแล้วฉันน่ะเป็นคนใจดีนะ...เดี๋ยวจะออกให้ก็แล้วกัน "


     บรื้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนน!!!

     เลื้อยไฟฟ้าถูกสตาร์ทติดอีกครา  เด็กหนุ่มมองอาวุธสยองขวัญนั้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด  'เลื่อย'ที่พร้อมจะตัดทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้ามัน  ค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าหา'ขา'ข้างที่ติดคาอยู่กับกับดัก  เค้ารู้ได้ในทันทีว่าฆาตกรโรคจิตตรงหน้าคิดจะทำอะไร

     " ไม่!! อย่านะ! อย่า!! ได้โปรดดดด---อ้ากกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!  "

     เลื่อยไฟฟ้าทำงานของมันได้อย่างดีเยี่ยม  มันเคยผ่าประตูแยกเป็นสองส่วนมาแล้ว  นับประสาอะไรกะอีแค่ขาคนล่ะ? แถมแม่ฆาตกรยัง'ค่อยๆ'บรรจงตัดมันอีกต่างหาก  เสียงเนื้อที่ถูกตัดผ่าดังขึ้นไปทั่วบริเวณ เลือดสีแดงกระฉูดออกมาจนเลอะพื้นที่โดยรอบ  ไม่เว้นแม้ใบหน้าของตัวฆาตกรคนทำเอง หญิงสาวเลียเลือดที่ติดอยู่ที่มุมปากออก  เธอก้มมองผลงานดวยวความพึงพอใจ

     " ดีขึ้นมั้ยล่ะ? "

     ไม่มีคำตอบจากคนถูกถาม  ร่างที่บัดนี้ไร้ขาไปหนึ่งข้างสั่นเทาราวกับลูกนกที่พึ่งหัดเดิน  น้ำหูน้ำตาไหลออกมาอย่างหมดสภาพ  ฆาตกรคนเดิมรวบตัวผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายขึ้นมาพาดไว้บนบ่า  แม้ตัวจะเล็กแต่แรงของเธอกลับมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ  เด็กหนุ่มไม่เหลือแม้แต่จิตใจที่จะดิ้นต่อสู้...

     " ฆ่าฉันทีเถอะ... " คำอ้อนวอนสุดท้ายดังขึ้นอีกครั้ง  ฝ่ายฆาตกรเงียบไปพักหนึ่งราวกับกำลังใช้ความคิด  แต่ไม่นานนักยิ้มที่บิดเบี้ยวก็ปรากฏขึ้นตามมา


     " โทษทีหว่ะ...Death is not an escape (ความตายไม่ใช่ทางหลบหนี) "

    



                          ─



MATCH  RESULT  :: SACRIFICED
















ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Xstream-Kun จากทั้งหมด 30 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 07:54
    น่ากลัวสุดยอดเลยค่ะบรรยายดีมากค่าา
    #6
    0
  2. หักมุมมมมมมมมม ชอบมากเลยค่าา แต่งต่ออีกนะคะ!! บรรยายฉากสยองได้ดีชวนอ้วกเอ้ยชวนอินจริงๆเลยค่ะ ทิ้งคำคมปิดท้ายด้วย ฟฟฟฟฟ //มีต่ออีกมั้ยเนี่ย อยากอ่าน 5555
    #5
    1
    • 23 กรกฎาคม 2559 / 11:08
      มีต่อนะะ กะว่าจะเขียนเป็นเรื่องสั้นต่อเรื่อยๆเลย ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะ!
      #5-1
  3. วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 18:39
    OMG โอ้โห~~~
    ลบภาพความเป็นเกมส์ไปเป็นนิยายสยองขวัญได้สุดยอด *๐*
    แถมบรรยายได้อรรถรสจนเห็นภาพ โดยเฉพาะฉากตับไตไส้พุง บรรยายซะแถบอาเจียน
    บอกตรงๆ สะใจ ร้าวใจและสนุกมากๆ ค่ะ
    เป็นกำลังใจให้ในเรื่องต่อๆ ไปนะคะ ^^
    #4
    1
    • 21 กรกฎาคม 2559 / 19:19
      กำลังใจมาแบบนี้ สู้ตายค่า!!!!!!
      #4-1
  4. #3 แตงโม
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 01:07
    แต่งดีมากเลย เราอ่านแล้วรู้สึกอินตามไปด้วย อยากวาดเป็นการ์ตูนสั้นจัง แต่เวลาว่างกับฝีมือนี่สิ งืมๆ

    แต่ถ้าได้วาดจริงๆ ขออนุญาตนำพล็อตไปวาดเป็นภาพประกอบนิยายได้มั้ย อยากวาดให้จริงๆ แน่นอนว่าอ้างเครดิตให้ด้วย #ชอบมากเลย
    #3
    2
    • 20 กรกฎาคม 2559 / 01:31
      โอ้ สายวาดรูปเหมือนกันเหรอ อยากวาดเหมือนกัน แต่เวลานี่สิเรื่องใหญ่ 55555 ส่วนเรื่องวาดรูปเราโอเคนะกับเรื่องเครดิต เอาเป็นว่าถ้าวาดเมื่อไหร่ช่วยแจ้งทีน่า เดี๋ยวจะรีบบินไป(?)
      #3-1
    • #3-2 แตงโม
      20 กรกฎาคม 2559 / 11:10
      ขอบพระคุณมากเจ้าค่าาาาาาาาาาาาาาาาา
      #3-2
  5. วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 18:10
    เพิ่งดูเกมนี้มาเลย อินหนักมาก รอฆาตกรผู้หญิงตัวใหม่อยู่เลย หวังว่าถ้าออกมาคงจะซาดิสม์กว่าฟิคนี้นะ

    #2
    3
    • 20 กรกฎาคม 2559 / 07:04
      บรรยายโอเคนะ เห็นภาพและลุ้นดี แต่จะแต่งต่ออีกไหมหรือจบแค่นี้
      #2-2
    • 21 กรกฎาคม 2559 / 01:21
      แพลนไว้ว่า จะเขียนเป็นตอนสั้นออกมาเรื่อยๆจ้า ซึ่งตอนนี้ก็มีตอนใหม่ออกมาอีกแล้ว ฝากติดตามด้วยนะ!
      #2-3
  6. วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 15:36
    เพิ่งดู Dead by Daylight rank 1 มาฆาตกรเล่นเก่งมาก มาอ่านฟิคนี้ฟีลตัวละคร เจ็ค ปาร์คเลย 
    #1
    1
    • 12 กรกฎาคม 2559 / 15:54
      เจคนี้ใช่ตัวหัวฟ่องๆรึเปล่า 555555555555
      #1-1