กุ่ยสิงเทียนเซี่ย หนึ่งหนู หนึ่งแมว ผ่าคดีปริศนา

ตอนที่ 39 : บทที่ 3 ตอนที่ 3.15 ปริศนาหนูตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 244
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    24 มี.ค. 62

          ทางเดินไปที่แม่น้ำไม่ได้ราบเรียบเท่าไหร่ มีเจอหลุมบ้าง ไป๋อวี้ถังจึงยื่นมือไปช่วยฉุดจั่นเจาไว้ป้องกันไม่ให้สะดุดล้ม


          ไม่นานก็มาถึงริมแม่น้ำก็พบว่าข้างหน้าไม่ไกลนักมีกระท่อมหลังหนึ่งจริงๆ ด้วย เพียงแต่รอบๆ กระท่อมเป็นป่าดูวังเวงไร้ผู้คน มีเพียงกระท่อมหลังนี้ตั้งอยู่โดดเดี่ยวเท่านั้น หน้าประตูกระท่อมมีโลงศพตั้งอยู่หนึ่งโลง ข้างในเต็มไปด้วยดินโคลน ปลูกผักผลไม้ไว้เต็ม


          มันเป็นภาพที่ดูแล้วแปลกมากๆ


          “น่าจะเป็นที่นี่แหล่ะ” ไป๋อวี้ถังเห็นบนหลังคามีควันลอยออกมาก——มีคนอยู่ !


          “นั่น มีเด็กด้วย” เสี่ยวซื่อจึหรี่ตาเพ่งมองไปที่กระท่อม มองเห็นเด็กกำลังนั่งยองๆ เล่นดินโคลนอยู่ที่หน้ากระท่อม น่าจะเป็นลิงที่เจอในวันนั้นที่พอหันไปก็หายตัวไปในพริบตา


          เจ้าลิงน้อยก็ดูเหมือนจะรู้ว่ามีคนเข้ามาใกล้ ลุกขึ้นจ้องมองมาที่พวกของจั่นเจาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วรีบหันหลังวิ่งหนีกลับเข้าไปในกระท่อม ปิดประตู !


          “เขาวิ่งหนีไปแล้วใช่หรือไม่ ?” จั่นเจาได้ยินเสียงเคลื่อนไหว จึงหันไปถามไป๋อวี้ถัง


          “อืม วิ่งเข้าไปในกระท่อมแล้ว” ไป๋อวี้ถังพยักหน้าตอบ พูดจบก็เดินมาถึงที่หน้าประตูกระท่อมพอดี ก็เห็นว่าประตูไม้นั้นได้ถูกปิดสนิทแล้ว


          ไป๋อวี้ถังยื่นมือไปเคาะประตูกระท่อมเบาๆ ข้างในไม่มีเสียงคนตอบกลับมา


          ไป๋อวี้ถังหันไปมองจั่นเจา “จะเรียกยังไงดี ?”


          จั่นเจาอึ้งไปเล็กน้อย “เจ้าไม่ได้คิดเอาไว้งั้นหรือ?”


          ไป๋อวี้ถังเหลืออดนิดหน่อย “เจ้าเป็นคนเสนอให้มานะ”


          “……. เจ้าลิงน้อย” จั่นเจาตะโกนเรียกแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง จึงเคาะประตูกระท่อมตะโกนเรียกอีกครั้ง “พวกเราไม่ใช่คนร้าย เจ้าเปิดประตูเถอะ พวกเรามีบางเรื่องอยากจะถามเจ้า”


          ไป๋อวี้ถังกระตุกยิ้มที่มุมปากเงียบๆ


          “ยิ้มอะไร ?” จั่นเจาถาม


          ไป๋อวี้ถังยักไหล่ “เปล่านี่…… “ ในใจรู้สึกตกใจเล็กน้อย ‘ทำไมเขาไม่ได้เอ่ยเสียงอะไร แต่จั่นเจารู้หมดเลยนะ !’


          “ข้าได้ยินเจ้าหัวเราะนะ” จั่นเจาพูดอย่างจริงจัง “ยังจะหัวเราะอีก…….”


          ทันทีที่สิ้นเสียงจั่นเจา ทุกคนก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ แบบเยาะเย้ยดูถูกนิดๆ ลอดออกมา “เฮอะๆๆๆ ” เสียงหัวเราะนี้ไม่ได้ดังมาก แต่ก็น่าแปลก ที่ทำให้รู้สึกได้ถึงน้ำเสียงที่แหบแห้งน่ากลัวมาก


          “ไม่ใช่เจ้าหัวเราะ……..” ตอนนี้จั่นเจาได้ยินชัดเจนแล้ว


          “คนข้างในกำลังหัวเราะ !” เซียวเหลียงเอาหูเข้าไปแนบที่ประตูไม้แล้วเงี่ยหูฟัง หันกลับมาบอกว่า “เหมือนกับว่าเสียงมาจากที่ๆ ไกลมาก หรือไม่ก็มาจากที่ๆ มิดชิดมาก”


          “กระท่อมนี้มันใหญ่ขนาดไหนกันแน่นะ” ไป๋อวี้ถังรู้สึกสงสัย “ทำไมถึงไกล?”คิดได้ดังนั้นเขาก็เดินไปที่ด้านหลังกระท่อม พบว่าทุกอย่างดูปกติไม่มีอะไรแปลก ด้านข้างทางตะวันตกมีหน้าต่างอยู่บานหนึ่ง


          ไป๋อวี้ถังอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว กระท่อมนี้ใครเป็นคนสร้างนะ ทิศตะวันออกเป็นทิศที่ดีกลับไม่ทำหน้าต่าง มาทำที่ทิศตะวันตก


          “ไป๋ไป๋”


          เสี่ยวซื่อจึขี่สือโถวเดินเข้ามาหา ชี้ไปที่ผ้าม่านหน้าต่าง “ผ้าม่านกำลังขยับ”


          หน้าต่างนี้ไม่มีบานหน้าต่างมีแต่ผ้าม่านหนาๆ ผืนหนึ่งปิดบังไว้


          ไป๋อวี้ถังใช้ด้านหลังดาบเขี่ยผ้าม่านนั้นเบาๆ เดชะบุญที่ไป๋อวี้ถังเป็นคนที่ใจกล้า เพราะทันทีที่เขี่ยผ้าม่านเปิดออก ด้านหลังหน้าต่างเป็นหัวปลาตัวใหญ่มากแขวนอยู่ ปลานั้นบอกไม่ถูกว่าเป็นปลาชนิดไหน หน้าตาน่าเกลียดมาก ดวงตาทั้งคู่กลมโปน ฟันก็ยื่นออกมาจากริมฝีปาก แต่ว่าก็มองออกว่าเป็นปลาที่ตายแล้วตัวหนึ่ง


          ปล่อยผ้าม่านปิดลงแล้วไป๋อวี้ถังก็พาเสี่ยวซื่อจึที่ยังคงยืนตกใจอยู่กลับไปที่ประตูด้านหน้า


          “เป็นอย่างไรบ้าง?” จั่นเจาถาม


          ไป๋อวี้ถังส่ายหัวไปมาช้าๆ “ใช้หัวปลามาทำเป็นหน้าต่าง ไม่รู้เป็นธรรมเนียมประเภทไหนกัน”


          “หัวปลา ?” จริงๆ จั่นเจาเป็นคนที่ชอบกินปลามากที่สุด แต่ว่าคดีนี้ทำให้เขาเกือบจะเกลียดปลามากขึ้นทุกทีแล้ว


          เซียวเหลียงค่อยๆ ใช้มีดสั้นเล่มเล็กสอดเข้าไปที่ช่องว่างระหว่างบานประตู ค่อยๆ แงะกลอนออก


          ประตูถูกผลักออก เซียวเหลียงค่อยๆ โผล่หัวเข้าไปกวาดตามองรอบๆ และตะโกนถามไปด้วย “เจ้าลิงน้อย ? เจ้าอยู่หรือไม่ ? พวกเรามีเรื่องอยากจะคุยกับเจ้า ไม่ทำร้ายเจ้าหรอก”


          ทันใดที่สิ้นเสียงของเซียวเหลียง ก็ได้ยินเสียงหัวเราะประหลาดนั้นดังขึ้นอีก “เฮอะ เฮอะ”


          จั่นเจาดึงเซียวเหลียงให้มาอยู่ข้างๆ กลัวว่าจะมีอะไรดักซุ่มทำร้ายอยู่ ลิงตัวนี้แปลกมากๆ เขายังจำหลิวเจินเหรินตายตอนนั้นได้ ก็เจ้าลิงตัวนี้แหล่ะที่อยู่ข้างๆ ตัวของเขา แค่พูดประโยคเดียว “ไปตายซะเถอะ” หลังจากนั้นหลิวเจินเหรินก็ตายจริงๆ มันช่างพูดยากซะจริงๆ ว่าเหมือนกับกรณีที่เสี่ยวซื่อจึเตะ นายน้อยแห่งตำหนักเอ้อเยว่ หรือไม่ เสี่ยวซื่อจึไม่ได้คิดจะให้ใครต้องตาย แต่เจ้าลิงน้อยตัวนี้น่าจะไม่ใช่


          ไป๋อวี้ถังแหวกม่านประตูออกแล้วเดินเข้าไปภายในกระท่อม ภายในกระท่อมดูเล็กมากไม่ได้ผิดอะไรจากที่ดูจากภายนอกเลย


          ภายในห้องว่างเปล่า มีเพียงเตาหนึ่งเตา โต๊ะหนึ่งตัวที่ตั้งอยู่ติดกำแพง และยังมีเตียงอีกหนึ่งหลัง


          ดูจากระดับความสูงของเตาและขนาดของเตียงแล้วที่นี่คงไม่น่าจะมีแค่เจ้าลิงน้อยอาศัยอยู่คนเดียวเท่านั้น


          “เหอะ เหอะ เหอะ……..”


          ในเวลานี้ เสียงหัวเราะประหลาด ก็ดังขึ้นอีก ทุกคนต่างเสาะมองหาที่มาของเสียง……….



*** สำหรับ เล่ม 1 นี้ จะลงให้อ่านจนจบถึงบทที่ 3 นะคะ โดยบทที่ 3 นี้จะเหลืออีก 2 ตอนค่ะ (สำหรับบทต่อๆ ไป พบกันในหนังสือ ที่งานหนังสือสิ้นเดือนมีนาคม บูธ B2S L40 หรือ ที่ร้านบีทูเอสทุกสาขาค่ะ ***

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เพจ ซินซินจอมยุทธ์หญิง-หยุนหว่าหวา
https://www.facebook.com/xinxinyunwawa/
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

123 ความคิดเห็น