云乱 - กลียุคแห่งแคว้นอวิ๋น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 81,081 Views

  • 654 Comments

  • 2,101 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    276

    Overall
    81,081

ตอนที่ 7 : บทที่ ๒ ตกลงแล้วนางลืมตาตื่นขึ้นมาจริงใช่หรือไม่ ? (๓)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6908
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 353 ครั้ง
    27 ก.ค. 61

                    แต่ก่อนที่อดีตแม่ทัพจะรวบรวมแรงที่ไม่ค่อยมีมาใช้อย่างไร้ประโยชน์ เสี่ยวซู่จื่อที่มองนางอยู่กลับค่อยๆลดมือลง และเอ่ยปากเล่าเรื่องแต่โดยดี


          ต้นเดือนสิบที่ผ่านมา ท่านอ๋องแวะมาเยี่ยมคุณหนูสาม ยังเอาของหายากจากทางใต้มากำนัลให้ แต่คิดไม่ถึงว่าในกล่องหนึ่งที่ควรใส่กำไลหยกไว้กลับว่างเปล่า คุณหนูสามทีแรกยังไม่เอะใจคิดว่าคงมีใครทำงานบกพร่อง  แต่พอสนทนากับท่านอ๋องไปได้สักครู่….”


          เสี่ยวซูจื่อเล่าถึงตรงนี้ก็กระเถิบมาใกล้อวี๋เฟิงอีก ปากน้อยๆที่ช่างเจรจาของมันยื่นมาแทบจะชิดติดหูของผู้ฟัง พาให้เสียงของมันแจ่มชัดอย่างมากแม้จะแผ่วเบาก็ตาม


          คุณหนูสามกลับจับได้ว่ากำไลหยกที่ควรอยู่ในกล่องถูกประทานให้คนโปรดของท่านอ๋องผู้หนึ่งไปแล้ว จึงเสียอกเสียใจใหญ่โต พาลทะเลาะกับท่านอ๋องจนอาการเจ็บป่วยกำเริบขึ้นมา...


          ในห้วงความคิดของอวี๋เฟิงคล้ายจะปรากฏภาพบางอย่างตามคำบอกเล่า...แม้นางจะไม่เคยเห็นหน้าของบุรุษที่เป็นตัวเอกในเรื่องเล่าของมัน แต่ยังพอจินตนาการท่าทางของเชื้อพระวงศ์เจ้าสำราญที่ไม่ชมชอบให้ภรรยาหลวงมาจู้จี้กับความสุขเล็กน้อยของตนเองได้


          ทว่าคิดให้ตายอย่างไร อวี๋เฟิงก็คิดภาพของหลี่เฟิงเอ๋อร์ผู้ที่กระทั่งรองเท้าสำหรับเดินข้างนอกยังไม่เคยร้องขอ น่องไก่สักน่องก็ไม่เคยเรียกร้องจะกิน……..เจ้าเด็กที่ดูแล้วมีความตั้งใจจะตายคาเตียงตัวเองไปแปดเก้าส่วนผู้นี้น่ะหรือจะทะเลาะกับคู่หมั้นของตนเองใหญ่โตจนอาการกำเริบ


          ยามนั้นท่านอ๋องก็มีโทสะไม่น้อยเช่นกัน จึงมีรับสั่งเกี่ยวกับเรื่องงานแต่งงานเอย ราชโองการเอย กับอีกมากมาย…….บ่าวไม่กล้าฟังหมดจึงจับใจความได้ไม่ถนัด จำได้แต่สุดท้ายท่านอ๋องเดือดดาลอย่างยิ่ง รู้สึกตัวอีกทีท่านอ๋องพังของขวัญไปเกือบครึ่ง ทั้งยังให้คนลากพ่อบ้านคนหนึ่งที่ควรจะต้องเป็นคนดูแลของขวัญมาลงโทษต่อหน้าคุณหนูสาม ...จน….จนสุดท้ายก็กลายเป็นพาให้นายท่านทั้งหลายในจวนออกมาชุมนุมกันหมด….”


          อวี๋เฟิงฟังไปพลางอดไม่ได้ต้องยกมือลูบคางที่ไม่เคยมีเคราไปพลาง ทำท่าเช่นอาจารย์ใหญ่ในสำนักของตัวเองเมื่อก่อนยามฟังนักเรียนบอกสาเหตุที่ลืมทำการบ้าน แต่ในใจยังนับถือเจ้าเสี่ยวซู่จื่อนี่มากกว่าพวกเกียจคร้านอย่างตนเองอยู่หนึ่งส่วน ….ไม่กล้าฟังก็บอกไม่กล้าฟัง เจ้าเด็กนี่ถือว่าใช้ได้ !


          หากความนับถือกับความสงสัยยังเป็นคนละเรื่องกัน ท่านแม่ทัพอดไม่ได้ต้องเบือนหน้าไปถามมันว่า

          เรื่องราวมีเพียงแค่นี้ ?”


          เสี่ยวซู่จื่อที่ใบหน้าอยู่ใกล้กับอวี๋เฟิงอย่างมากกะพริบตาปริบ นัยน์ตาคู่งามดั่งทะเลสาบราตรีกะพริบสองปริบแล้วตอบอย่างซื่อสัตย์นอบน้อมยิ่ง

          บ่าวรู้แค่นี้


          อย่างนั้นเจ้ากลัว….” ถามถึงตรงนี้อวี๋เฟิงค่อยชะงักไป ทวนเนื้อความที่อีกฝ่ายบอกวนไปมาอีกเล็กน้อย ก่อนทอดถอนใจเฮือกใหญ่ให้กับทั้งความหวั่นเกรงของอีกฝ่าย กับลมในท้องของตัวเองที่ชักจะอาละวาดหนักขึ้นทุกที


          เดิมนางยังสงสัยว่าเรื่องทะเลาะดั่งบิดากับมารดาในบ้านนางทุ่มเถียงกันว่าก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวกับก๋วยเตี๊ยวตุ๋นไก่อันใดอร่อยกว่ากันเช่นนี้มีอะไรที่ต้องกลัว หากเมื่อนึกทบทวนไปมากับนึกถึงเสื้อผ้าตามแบบของขันทีน้อยเช่นมันแล้วกลับเข้าใจได้โดยไม่ต้องเอ่ยปากถาม


          ในเมื่อคราวก่อนที่ท่านอ๋องที่ว่าบันดาลโทสะ พ่อบ้านที่ทำหน้าที่ดูแลของขวัญยังไม่มีโชคชะตาที่ดี สำมะหาอะไรกับมันที่เป็นเพียงขันทีน้อย หากถูกพบว่าอยู่กับคู่หมั้นของเจ้านาย เกรงว่าเรื่องราวคงเลวร้ายกว่ากระมัง


          คิดได้ดังนี้แล้วอวี๋เฟิงก็ไม่คิดจะถามไถ่อีก หนำซ้ำเห็นว่าเจ้าเด็กนี่มีน้ำใจไมตรีอยู่ไม่น้อย นางใช่สมควรปลอบและชมมันสักสองสามคำหรือไม่ แต่จนใจที่ด้านการใช้คำเช่นนี้นางไม่สันทัดเอาจริงๆ ให้คิดอยู่ครึ่งวันค่อนวัน อาจจะกล่าวได้เพียงว่า เจ้าทำดีมาก สี่คำเท่านั้น


          หากในระหว่างที่กลัดกลุ้มอย่างไร้ประโยชน์นี้เอง ประสาทสัมผัสที่ไม่ถือว่าเฉียบคมนักของอวี๋เฟิงกลับสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันแปลกประหลาด พาให้นางเอี้ยวหน้ามองไป ค่อยพบว่าเสี่ยวซู่จื่อยังคงยื่นหน้ามาอยู่ใกล้ๆดังเดิม หากสองตาของมันยามนี้มิได้จับจ้องอยู่ที่นาง กลับเหลือบชำเลืองไปด้านข้างอันเป็นถนนที่สมควรไร้ผู้คนอย่างแตกตื่น


          อวี๋เฟิงงุนงงอยู่อึดใจ แต่สัญชาตญาณจากเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาทำให้นางยกมือขึ้นปิดปากและใบหน้าครึ่งล่างของตนเองเหมือนดั่งที่อีกฝ่ายเคยกระทำเมื่อครู่อย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้


          แต่เห็นได้ชัดว่าความเร็วของหลี่เฟิงเอ๋อร์ยังไม่เคยพอ เพราะนางเพิ่งจะขยับยกมือขึ้น มือข้างหนึ่งของเสี่ยวซู่จื่อก็เอื้อมมาตะปบปิดปากนางหมับพร้อมเสียงกระซิบข้างหูที่เจือทั้งความหวาดหวั่นและร้อนรน


          “แย่แล้ว คุณหนูอย่าได้ส่งเสียง หาไม่แล้ว.....”


          เสียงพูดที่แผ่วเบาของเสี่ยวซู่จื่อไม่ทันจบประโยคดี เสียงอย่างอื่นก็แทรกขึ้นมาแทน


          “.......เจ้ากระทำเช่นนี้ ต่อให้ไม่ใส่ใจสีหน้าของเจ้ากรมหลี่ แต่ก็น่าจะใส่ใจกระมัง ว่าสายจูงที่คอของมันคล้องอยู่กับมือของผู้ใด ?”


          มือของเสี่ยวซู่จื่อที่สัมผัสอยู่กับใบหน้าของอวี๋เฟิงสั่นเทาจนนางรู้สึกได้ เช่นเดียวกับร่างของมันที่เบียดเข้ามาหาคล้ายกับควบคุมตนเองไม่อยู่ อวี๋เฟิงมองไม่เห็นสีหน้าและแววตาของมันในยามนี้ แต่ก็พอจะเดาได้ถึงความเกรงกลัวที่ขันทีน้อยมีต่อเจ้าของเสียงนี้


          ทว่าอวี๋เฟิงเดาผิดไป เพราะเสียงนี้เพียงทำให้เสี่ยวซู่จื่อสั่นเทาเท่านั้น แต่สุ้มเสียงที่เอ่ยตอบกลับมา....กลับทำให้ทั้งร่างของเสี่ยวซู่จื่อแข็งทื่อ แม้แต่มือยังเย็นเฉียบราวก้อนน้ำแข็งในพริบตา


          “ตาเฒ่านั่น แม้แต่ลูกสายสุดที่รักของตัวเองถูกทำร้ายบาดเจ็บมีสภาพอย่างทุกวันนี้ยังไม่ขยับทำอะไร ดีแต่ปลอบมันไปวันๆ.....เจ้าคิดว่าข้าต้องกลัวเฒ่าชราสิ้นแรงพรรค์นั้นจริงๆน่ะหรือ ?”


          เสียงห้าวทุ้มแม้กล่าวคำไม่น่าฟัง แต่จังหวะจะโคนกลับชวนฟังยิ่ง แม้วาจาที่กล่าวมาจะเย้ยหยัน กลับไม่มีแม้แต่ร่องรอยของห้วงอารมณ์นั้นปรากฎอยู่ในน้ำเสียงมันแม้แต่น้อย คล้ายคนกำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศอย่างสบายๆเท่านั้น


          อวี๋เฟิงคาดคะเนฐานะคนพูดในใจ ดูจากการที่ขันทีน้อยคล้ายทราบดีว่าเจ้าของเสียงทั้งสองคือผู้ใด กอปรกับความเย้ยหยันที่มีต่อผู้อาวุโสคนหนึ่ง รวมถึงคำเสียดสีถึงบิดากับบุตร นางคล้ายจะพอจับความได้ใม่ยากนัก...โดยเฉพาะยามผู้เปิดบทสนทนาออกปากอีกครั้ง


          “เจ้าคิดว่าเสด็จพ่อโปรดปรานพี่รองจริงอย่างนั้นหรือ....ข้าจะบอกเจ้าให้ว่าลูกที่เสด็จพ่อรักที่สุด คือคนที่ตอนนี้ไปเป็นหลวงจีนแล้วผู้นั้นต่างหาก !


          คำว่า เสด็จพ่อที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นเหมือนค้อนหนักๆทุบลงมาในหัวอวี๋เฟิงที่กำลังปะติดปะต่อเรื่องราว ในขณะที่เสี่ยวซู่จื่อเหมือนกลายเป็นก้อนน้ำแข็งบนยอดเขาตอนเหนือที่ได้แต่อยู่นิ่งๆอย่างเยียบเย็นไปแล้ว


          “......หากคนผู้นั้นมิได้เป็นหลวงจีน เรื่องราวคงจะดีกว่านี้มาก” หลังจากเว้นช่วงไปครู่ เจ้าของน้ำเสียงเรียบเรื่อยค่อยเอ่ยมาอีกครั้ง “อย่างน้อยข้าจะได้ไม่ต้องเบื่อแทบตายเช่นนี้”


          “โซ่วอ๋องช่างมีความทระนงในตัวเองสูงดีแท้” จากความโกรธแค้นที่มีต่อ เสด็จพ่อยามนี้สุ้มเสียงนั้นกลายเป็นแฝงแววเสียดสีผู้ที่ตนกำลังสนทนาแทนอย่างชัดเจน


          แต่ไม่ว่าความโกรธแค้นก็ดี หรือความรู้สึกที่ปรากฏในน้ำเสียงขณะนี้ก็ช่าง คล้ายไม่สามารถสั่นคลอนอันใดกับผู้ฟังได้ จึงไม่ได้ยินเสียงตอบกลับประโยคเหล่านั้นแต่อย่างใด นอกจากความเงียบงันอันน่าประหลาดใจ


          ทว่าสุดท้ายความเงียบนี้ก็สิ้นสุดลง เมื่อผู้ที่ไม่ตอบโต้คำประชดประชันนั้น อยู่ๆกลับเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้มือของเสี่ยวซู่จื่อที่ยังอยู่บนใบหน้าของอวี๋เฟิงกระตุกวูบเล็กน้อยว่า


          “ฟังพอแล้วกระมัง ? ยังไม่รีบออกมาอีก ?”


(โปรดติดตามต่อตอนถัดไป)


จบบทที่ 2 แล้วค่ะ ! เสี้ยวสุดท้ายของบทสั้นไปนิดหนึ่ง เพราะอยากยกไปขึ้นตอนหน้าสักหน่อยค่ะ ><


ก่อนอื่นต้องขออภัยผู้อ่านด้วยนะคะ ที่เมื่อวานไม่ได้มา พอดีกว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึกจริงๆค่ะ เลยสลบเหมือดไปเลยไม่ทันปั่นเพิ่ม ขออภัยทุกท่านที่ติดตามด้วยนะคะ OTL


บทนี้อย่างที่บอกว่าความจริงเราอยากคุยหลายๆเรื่องมากค่ะ แต่ขอติดไปไว้ขึ้นตอนใหม่ด้วยเหมือนกันนะคะ เพราะเดี๋ยวเราต้องเดินทาง เลยไม่สามารถแวะคุยกับผู้อ่านทุกท่านได้นานๆเหมือนเคย


ถึงอย่างนั้นก็ขอบคุณสำหรับการเข้ามาอ่าน กดติดตาม ให้กำลังใจ รวมถึงคอมเม้นต์ทุกคอมเม้นต์ด้วยนะคะ ขอบคุณอีกทีค่ะ !

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 353 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #278 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 01:32

    โถ ความป่วยมีที่มาที่ไปเหรอเนี่ยยย



    ผิดค่าาา


    ก๋วย "เตี๋ยว"ตุ๋นไก่

    ลูก "สาว" สุดที่รัก

    #278
    0
  2. #27 sutto_disuke (@minnygym) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 19:04
    แย่ละ ท่านแม่ทัพกับขันทีน้อย...หรือจะมีคนอื่นแอบอยู่อีก...(มโนขั้นสุด ลุ้นแทน)
    #27
    1
    • #27-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 7)
      31 กรกฎาคม 2561 / 00:48
      อุ๊บ ทายถูกค่า มีคนอื่นอยู่แถวนั้นจริงๆ ><
      ไม่มีอะไรจะมอบให้นักอ่านคนเก่งนอกจากคำว่าขอบคุณที่ติดตามเสมอจริงๆค่ะ
      #27-1
  3. #26 Wan-wan15 (@Wan-wan15) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 21:47
    รอตอนต่อไปค่ะ
    #26
    1
    • #26-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 7)
      31 กรกฎาคม 2561 / 00:47
      ขอโทษด้วยนะคะที่มาลงช้า มาลงตอนต่อแล้วค่า
      ขอบคุณมากนะคะที่อุตส่าห์ติตาม ><
      #26-1
  4. #25 SuwimonJihun (@SuwimonJihun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 19:07

    ออยากรุ้ว่าใครเป็นพระเอกกก

    #25
    1
    • #25-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 7)
      31 กรกฎาคม 2561 / 00:47
      ใบ้ว่าเปิดตัวพระเอกมาแล้วค่ะ ! แต่ยังเฉลยอย่างเป็นทางการตอนนี้ไม่ได้จริงๆค่ะ
      ขอบคุณมากนะคะที่ติดตามอ่าน
      #25-1
  5. #24 prapijit (@prapijit) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 18:54

    ค้างมากมาต่ออีกได้มั้ยค่ะ

    #24
    1
    • #24-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 7)
      31 กรกฎาคม 2561 / 00:46
      มาต่อช้าไปหน่อย ติดช่วงวันหยุดยาว ต้องขอโทษด้วยนะคะ
      ขอบคุณที่ติดตามมากค่า
      #24-1
  6. วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 18:49
    ขอบคุณครับ
    #23
    1
    • #23-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 7)
      27 กรกฎาคม 2561 / 18:54
      ขอบคุณมากเช่นกันค่ะสำหรับการแวะเข้ามาและกำลังใจ ยินดีต้อนรับนะคะ ><
      #23-1