云乱 - กลียุคแห่งแคว้นอวิ๋น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 81,048 Views

  • 654 Comments

  • 2,100 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    243

    Overall
    81,048

ตอนที่ 6 : บทที่ ๒ ตกลงแล้วนางลืมตาตื่นขึ้นมาจริงใช่หรือไม่ ? (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7073
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 354 ครั้ง
    26 ก.ค. 61

          แม่ทัพไร้พ่ายผู้ปราบปรามโจรกบฏจนไม่เหลือแม้แต่ครึ่งคน ก่อนจะตีชิงดินแดนมาให้กับแคว้นอวิ๋นจนกลายเป็นแคว้นที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรที่สุดในรัชสมัยเฉิงเต๋อ  กลับกัดซาลาเปาไปน้ำตากลับไหลพรากอาบสองแก้มไปเหมือนเด็กน้อยคนหนึ่ง

          นับแต่คราวคุกเข่าโขกศีรษะเบื้องหน้าจักรพรรดิ เดินบนเส้นทางที่ชุ่มโชกด้วยโลหิตและกองกระดูกสายหนึ่ง อวี๋เฟิงไม่เคยหลั่งน้ำตา แม้มีเรื่องราวมากมายที่นางสาบานว่าไม่อาจลืมและไม่อาจผิดพลาดซ้ำซากได้ ยามนั้นอวี๋เฟิงก็ยังไม่หลั่งน้ำตา นางใช้เลือดของศัตรูมาชะล้างเรื่องราวเหล่านั้นแทน

          แต่มาวันนี้ ....ยามกัดซาลาเปาไส้เนื้ออันเรียบง่ายสำหรับคนรถในจวนขุนนางหลังจากเจอเหตุการณ์พิสดารต้องลืมตาตื่นมาในคืนวันที่ไม่รู้จัก ร่างกายที่ไม่คุ้นเคย แม้ชื่อแว่นแคว้นเมืองหลวงยังคงเดิม แต่เงาของคนที่เคยคุกเข่าให้ว่าจะสวามิภักดิ์ เคยหันหลังชนกัน หรือแม้แต่บ้านช่องที่ตั้งใจจะกลับมาฉลองปีใหม่ ทุกอย่างกลับมลายหายคล้ายเป็นเพียงหมอกควันสายหนึ่งที่ได้แค่มองอยู่ไกลๆ หากไม่อาจจับต้องได้

          นางต้องหายใจอย่างยากลำบากในร่างกายที่แค่วิ่งยังทำไม่ได้ กล้ำกลืนกินโจ๊กที่แทบจะมีแต่น้ำกับผัดผักที่ไม่มีเนื้อเจือปน ก่อนยกชามยาขึ้นซดอย่างเบื่อหน่ายและซังกะตาย บางคืนที่ลืมตาตื่นขึ้นมาแทนที่จะสั่นเชือกสีแดง กลับอยากออกปากร้องเรียกหาคนสนิทที่เคยอยู่นอกกระโจม แต่ก็ไม่มีเสียงใครขานตอบ

          ในยามนั้นนางเคยสงสัย ยามเมื่อจ้องมองราตรีมืดมิดเพียงลำพัง นางเคยถามตัวเองนับครั้งไม่ถ้วนว่าความมืดที่นางเห็นอยู่นี่เป็นความจริงหรือเพียงความฝัน....ความฝันหลังจากที่นางดื่มเหล้ากับมิตรสหาย และอีกไม่นานนางก็จะตื่นขึ้น ตระเตรียมของขวัญไว้ไปงานแต่งงานเจ้ารองแม่ทัพนั่น และกลับบ้านไปทะเลาะกับตาเฒ่าหัวดื้อที่บ้านสักรอบ ค่อยฉลองปีใหม่ด้วยกัน

          แต่เมื่อรุ่งสางมาเยือน นางลืมตาขึ้นมา อวี๋เฟิงกลับจ้องมองแสงอรุณอย่างมึนงงว่าตกลงแล้วนางลืมตาตื่นขึ้นอยู่แล้ว นี่ไม่ใช่ความฝันหรอกหรือ ?

          คำถามเหล่านั้นวนเวียนอยู่กับอวี๋เฟิงนานกว่าสิบวันครึ่งเดือน ยังเคี่ยวกรำนางมากกว่าที่ตัวเองคิดไว้ แม้จะใช้มันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ฝืนร่างกายจนออกมาเดินข้างนอก ได้สัมผัสกับสายลมฤดูหนาวที่ทั้งแตกต่างทั้งคุ้นเคยในความทรงจำ ได้รับรู้ถึงผืนปฐพีที่คล้ายจะยังเป็นแผ่นดินเดิมที่หลั่งเลือดปกป้องเอาไว้ กระนั้นอวี๋เฟิงก็ยังรู้สึกเหมือนตนเองยังไม่ลืมตาตื่นขึ้นจากความฝันที่ไม่อาจคว้าจับอะไรสักอย่างได้เช่นเดิม

          กระทั่งกัดซาลาเปาไส้เนื้อที่เรียบง่ายลูกนี้

          ซาลาเปาไส้เนื้อไม่ใช่อาหารที่มารดาเคยถลกแขนเสื้อทำเลี้ยงนาง ไม่ใช่ของกินที่พวกนางศิษย์พี่น้องเคยลงขันกันแอบซื้อมาไว้กินยามดึกตอนถูกลงโทษ ยิ่งไม่มีทางเป็นเสบียงในกองทัพที่พกติดตัวไว้คราวทำศึก พูดให้ชัดแจ้งคืออวี๋เฟิงไม่ได้มีความทรงจำหรือความผูกพันอันใดเป็นพิเศษต่ออาหารชนิดนี้

          เมื่อลิ้นรับรู้รสชาติของอาหาร รับความอบอุ่นกับกลิ่นหอมของเนื้อที่ถูกสับผสมกับเครื่องเทศ...พบว่าตนเองยังรู้จักรสชาติของมัน พบว่ายังสามารถเคี้ยวอาหารง่ายๆเหล่านี้จนแหลก และกลืนลงไปเหมือนกับที่เคยกินอาหารอย่างอื่นมานับไม่ถ้วน อวี๋เฟิงถึงกลับเพิ่งรู้สึกเป็นครั้งแรก

          ที่แท้นางลืมตาตื่นขึ้นมาแล้ว และมีชีวิตอยู่ในยุคสมัยที่ทั้งแปลกแยกทั้งคุ้นเคยนี้จริงๆ !

          ความจริงที่ในที่สุดก็คล้ายมีสิ่งยืนยัน ทำให้อวี๋เฟิงน้ำตาไหลพรากออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ นางขยับจะยกแขนเสื้อที่ตอนนี้เลอะฝุ่นดินไปนานแล้วขึ้นเช็ด แต่กลายเป็นยิ่งมอมแมมกว่าเดิม หนำซ้ำน้ำมูกยังไหลออกมากองรวมกับน้ำตา เปรอเปื้อนไปกับซาลาเปาเข้าปากนางไปอีกต่างหาก

          หากอวี๋เฟิงก็ยังเอื้อมไปหยิบซาลาเปามาจากขันทีน้อยที่มองตาค้าง เคี้ยวกินลงไปทั้งๆรสชาติของน้ำตาแบบนั้น

 

          รอจนซาลาเปาลูกที่สองหมด อวี๋เฟิงค่อยรับผ้าเช็ดหน้าจากขันทีน้อยมาเช็ดหน้าตาของตัวเอง ก่อนกล่าวสั้นๆ

          “ขอบใจ”

          แน่นอนว่าคำขอบใจนี้มิได้หมายถึงเพียงผ้าเช็ดหน้า แต่ยังรวมถึงซาลาเปาที่มันมอบให้ รวมทั้งการที่มันเพียงเบิ่งตากว้างอ้าปากค้างมองนางโดยไม่เอ่ยปากถามอันใดสักคำจนแล้วจนรอด

          แม้กระทั่งเมื่ออวี๋เฟิงเอ่ยคำขอบคุณ ขันทีน้อยก็ยังมองนางด้วยดวงตากลมโต ให้อวี๋เฟิงที่ยื่นผ้าคืนให้แก่มันงุนงงไปครู่ใหญ่ ก่อนขันทีน้อยจะพูดพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่

          “ให้....ให้ท่านเถอะ ไม่ต้องคืนแล้ว”

          อวี๋เฟิงหรุบตามองผ้าที่เปื้อนทั้งเศษดินเศษไม้ ไหนจะคราบน้ำตากับน้ำมูกเป็นดวงๆแล้วก็เก็บกลับคืน แม้ในใจจะอดค่อนไม่ได้ว่าขันทีเดี๋ยวนี้ชักมือเติบนัก...

          แต่ปากนางยังคงกล่าวคนละเรื่อง

          “เจ้าเรียกข้าว่าอาเฟิงก็ได้ อักษรเฟิงในชื่อของข้าเป็นตัวเดียวกับของคุณหนูสาม ทั้งยังมีวาสนาผูกพันต่อกัน นางจึงมอบชุดนี้ให้ข้าใส่ออกมาเดินเล่น จะได้ไม่ผิดกับเจ้าจิ้งจอกที่กลายเป็นเสื้อคลุมนี่”

          อวี๋เฟิงกล่าววาจาลื่นไหล ยังไม่มีคำพูดปดมดเท็จปนสักครึ่งคำ เพราะในร่างหลี่เฟิงเอ๋อร์ยามนี้ก็คือนาง นางหยิบชุดออกมาใส่เดินเล่นก็เท่ากับมอบให้อวี๋เฟิง ส่วนเจ้าจิ้งจอกที่กลายเป็นเสื้อคลุมจะอย่างไรมันก็คงไม่ตะเกียดตะกายกลับมาแย้งคำพูดนางหรอก

          พิสูจน์แล้วว่าการกินซาลาเปาไปพลางร้องห่มร้องไห้ไปพลางไม่มีทางเป็นพฤติการณ์ของหลี่เฟิงเอ๋อร์ไปได้ เพราะบัดนี้แม้ในแววตาอันโดดเด่นของขันทีน้อยจะยังฉายประกายจับต้นชนปลายไม่ถูก หากอย่างน้อยอีกฝ่ายก็มีทีท่ารับคำอธิบายนี้ได้

          “เช่นนั้นคุณหนูเฟิง....เรียกบ่าวว่าเสี่ยวซู่จื่อก็ได้ขอรับ”

          ทีแรกอวี๋เฟิงคิดอยากให้อีกฝ่ายตัดคำว่าคุณหนูออก แต่พอได้ยินชื่อของเสี่ยวซู่จื่อก็อดทำสีหน้าพิกลไม่ได้

          อวี๋เฟิงเคยเป็นแม่ทัพ ไม่พูดว่าชำนาญบู๊ไม่เก่งบุ๋น แต่พูดได้เลยว่าสมัยเด็กนางขี้เกียจเรียนหนังสือเป็นอย่างยิ่ง ยามได้ยินจึงไม่คิดว่าจะมีคนขี้เกียจกว่านาง ตัดชื่อออกมาง่ายๆอย่างบัดซบเช่นนี้ให้ขันทีน้อยคนหนึ่ง (คำว่าซู่ในเสี่ยวซู่จื่อคือ แปลว่าไม้ )

          “อาซู่” นางตัดสินใจเรียกอีกฝ่ายเช่นนี้ เช็ดมือตัวเองเข้ากับผ้าเช็ดหน้าเปรอะเปื้อนซึ่งย่อมไม่ทำให้สะอาดขึ้นเท่าไร แต่ก็ได้ผลในแง่จิตใจ “ข้ากินซาลาเปาเจ้าไปสองลูก เจ้าจะทำเช่นไร”

          ดูจากการแต่งกายและชื่ออันเรียบง่ายของเสี่ยวซู่จื่อ แม้อวี๋เฟิงจะไม่รู้ว่าเขาสังกัดเจ้านายหรือกรมกองใด แต่ก็พอเดาได้ว่าตำแหน่งของอีกฝ่ายเห็นทีจะไม่ใหญ่โตนัก ไม่ต้องพูดถึงว่าหากเขามีหน้ามีตาสักหน่อย ไฉนจะต้องมาหิ้วอาหารไปให้คนรถทั้งหลายเล่า

          “บ่าวก็ไปขอใหม่สิขอรับ” อาซู่กะพริบตาปริบ ตอบอย่างเรียบง่ายลื่นไหลกว่าอวี๋เฟิงเสียอีก

          วาจาเรียบง่ายกับหน้าตาเหรอหราของอาซู่อาจจะทำให้คนบางคนเกิดโทสะเหมือนกำลังถูกขอทานข้างถนนก่อกวนใส่ หรือไม่ก็อาจทำให้บางคนเกิดความเอ็นดูจนอยากยื่นมือไปลูบใบหน้าขาวๆของขันทีน้อย

          แต่กับอวี๋เฟิง ทันทีที่ได้ยิน ความหวังของนางก็ฉายแสงเจิดจำรัสดั่งดวงตะวันในฤดูร้อนทันใด

          “งั้นให้ข้าไปช่วยเจ้าเถอะ” นางบอก พยายามสะกดความลิงโลดที่จะได้ทราบตำแหน่งโรงครัวและอาจโชคดีได้เสบียงสำหรับเก็บไว้สักวันสองวัน หรือไม่ก็สิบวัน....

          ก่อนที่เสี่ยวซู่จื่อจะเอ่ยคำที่เหมือนตักน้ำเย็นของบ่อฤดูหนาวมาสาดใส่นางว่า

          “บ่าวทำไม่ได้หรอกขอรับ” ไม่พูดเปล่า สีหน้าและแววตาของเสี่ยวซู่จื่อพลันผุดความหวาดกลัวขึ้นมา ทั้งลดเสียงลงเป็นกระซิบแผ่วราวเสียงลมพัดผ่านใบไม้ “แม้ท่านจะไม่ใช่คุณหนูสาม แต่หากผู้อื่นเห็นท่านแวบแรกย่อมมองเป็นคุณหนูสาม ยิ่งหากเป็นท่านอ๋องมาพบเข้าแล้วเกิดเรื่องอย่างคราวที่แล้วเข้า....”

          พูดถึงตรงนี้เสี่ยวซู่จื่อพลันชะงัก ยกมือขึ้นตะครุบปากตัวเองเยี่ยงผู้ที่รู้ตัวดีว่าได้กล่าวถึงสิ่งอันไม่สมควรไปเสียแล้ว นัยน์ตามันทอประกายประหวั่นพรั่นพรึงเล็กน้อย ยามมองซ้ายมองขวาดั่งเกรงว่าผู้ที่เอ่ยถึงจะปรากฏตัวขึ้นตามเสียงเล่าของมัน

          หากในสายตาอวี๋เฟิง ท่วงท่านี้ชวนให้นึกถึงหัวหน้ากองคนหนึ่งที่ชอบไปคลุกอยู่กับสำนักคณิกา  ฟังความลับ จากนั้นก็นำมาหลุดปากเล่าต่อ

          ทุกคราที่มันหลุดปากมาได้สามคำ  เป็นต้องตะปบปากตัวเองมองซ้ายขวาล่อกแล่กเช่นนี้ จากนั้นให้เหล่าพี่น้องรวมถึงแม่ทัพใหญ่อย่างนางยันมันไปสักสองสามทีพร้อมสุราดีอีกสองสามไห มันถึงค่อยจะยอมคายอีกสิบคำที่เหลือออกมาได้

          เคราะห์ดีของเสี่ยวซู่จื่อ ว่าอวี๋เฟิงไม่มีเรี่ยวแรงทั้งยังไม่มีความสามารถที่จะเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเหมือนสมัยก่อน มิฉะนั้นแล้วด้วยท่าทางเช่นนี้ของมัน อาจทำให้ท่านแม่ทัพกระตุกเท้าออกไปเสียทีก่อนค่อยนึกออกเมื่อมองดวงใสกระจ่างนั่นว่าอีกฝ่ายน่าจะมิได้มีเจตนา

          นางจึงเพียงขยับขาเล็กน้อย รู้สึกในท้องมีลมมวนไปมาซึ่งน่าจะมาจากการกินอาหารอย่างรวดเร็วเกินไป  หากอวี๋เฟิงยังข่มกลั้นไว้ ขณะเอ่ยคล้ายตั้งใจแกมไม่ตั้งใจ

          “ท่านอ๋องกับคุณหนูสามล้วนเป็นคู่หมั้น มีเรื่องราวใดให้โกรธเคืองถึงขั้นคุยกันไม่ได้หรือ ?”

          เสี้ยวหน้าด้านบนของเสี่ยวซู่จื่อที่อยู่พ้นฝ่ามือที่ปิดปากของตัวเองนั้นฉายแววลังเล คิ้วที่ไม่ได้คมเข้มเหมือนบุรุษฉกรรจ์ของขันทีน้อยมุ่นเข้าหากันจนอวี๋เฟิงเกือบนึกอยากหาอะไรจิ้มเล่ม

          แต่ก่อนที่อดีตแม่ทัพจะรวบรวมแรงที่ไม่ค่อยมีมาใช้อย่างไร้ประโยชน์ เสี่ยวซู่จื่อที่มองนางอยู่กลับค่อยๆลดมือลง และเอ่ยปากเล่าเรื่องแต่โดยดี


(โปรดติดตามต่อตอนถัดไป)


          บทนี้ก็ยังสั้นๆเหมือนเคย ขออภัยทุกท่านที่ติดตามอ่านด้วยนะคะ 

          ช่วงต้นๆตอนมีซ้ำหนึ่งย่อหน้า....อันนั้นเรายกมาเพราะอยากให้อารมณ์มันต่อเนื่องสักนิดหนึ่งไม่รู้ว่าได้ผลหรือเปล่านะคะ แฮะๆ

          เขียนถึงตอนท้ายของเสี้ยวนี้ก็ยิ่งอยากเล่าเรื่องระหว่างตอนมากค่ะ ทั้งเรื่องของอาซู่ (ได้เขียนชื่อขันทีน้อยแล้ว ฮา) เรื่องของท่านอ๋องที่จะได้ออกตอนต่อๆไป และใครอีกหลายคน

          มีเรื่องที่อยากเล่าอีกมาก หวังว่าจะได้เล่าไปเรื่อยๆ และทุกท่านจะไม่เบื่อกันก่อนนะคะ

          ขอบคุณที่ติดตามมากค่ะ !

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 354 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #570 b10_wnw (@b10_wnw) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 02:06
    นางเอกกินซาลาเปาสำคัญน่าดูดำเนินเรื่องกว่านางจะได้กินหมด
    #570
    1
    • #570-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 6)
      5 ธันวาคม 2561 / 17:36
      ขออนุญาตขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์มาตรงนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณจริงๆค่า ><
      #570-1
  2. #553 Parkjimin19 (@panjawanbunkam71) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 12:38
    เนื้อเรื่องค่อย ๆ ดำเนอนไปถือว่าดีนะคะ แต่เราว่าไรท์ย่อหน้าให้เยอะกว่านี้นิดนึงมันจะดูสบายตากว่านะคะ
    #553
    1
  3. #458 เพลิงไพลิน (@Pairin444) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 04:20
    เป็นการอ่านที่โครตข้ามอะจำเจจังเนื้อเรื่องยืดยาวววมากแต่ก็น่าสนใจถ้ามันจะเร็วกว่านี้จะดีมาก อ่านไปแล้วเหมือนกลั้นใจจนจะตายจากอยู่แล้วนักเขียนเร่งเข้าให้มันไวขึ้นหน่อยคนอ่านจะขาดใจแล้ว สู้ๆ
    #458
    1
    • #458-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 6)
      2 ตุลาคม 2561 / 01:45
      ผู้เขียนจะพยายามปรับๆนะคะ แต่ฝีมือยังไม่เข้าที่เข้าทางคงต้องใช้เวลาหน่อย ถึงอย่างนั้นก็ขอบคุณที่แวะเวียนมาอ่านมากๆค่า ><
      #458-1
  4. #334 munongmu (@munongmu) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 16:24
    ตกลงเลยไม่รู้เลยว่าใครแอบมาเล่นจ้ำจี้กัน ท่านอ๋อง ฮูหยิน รึลูกสาวฮูหยิน
    #334
    1
    • #334-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 6)
      13 กันยายน 2561 / 02:26
      ขอโทษที่ทำให้คาใจนะคะ แต่อีกไม่กี่ตอนก็มีเฉลยแล้วค่า ><
      ขอบคุณที่แวะเวียนมาเยี่ยมกันนะคะ
      #334-1
  5. #277 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 01:30

    ขันทีน้อยช่างใสซื่อ

    ถูกหลอกเอาซาละเปาไปยังไม่พอ ยังถูกหลอกถามข่าวอีก

    โถถถถ

    สงสารที่ต้องมาอยู่ในยุคที่ไม่รู้จักค่ะ ความเป็นจริงมันกระแทกหน้าผ่านซาละเปา 
    ฮือฮือออ

    อยากบอกว่า สปีดดีแล้วนะคะ 



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 กันยายน 2561 / 01:35
    #277
    0
  6. #194 SomponratMalasut (@SomponratMalasut) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 20:15
    เรื่องน่าสนใจ แต่ปูเรื่องยืดไปมั๊ยคะ
    #194
    1
    • #194-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 6)
      25 สิงหาคม 2561 / 01:11
      ขออภัยกับจังหวะของเรื่องที่ไม่ค่อยตรงใจสักนิดด้วยนะคะ ผู้เขียนกำลังเร่งเครื่องอยู่ แต่อาจจะยังทำไม่ได้ทันทีจริงๆค่ะ

      ขอบคุณที่แวะวเียนเข้ามานะคะ ><
      #194-1
  7. #22 mee_pa (@mee_pa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 08:14
    นางเอกน่ารักดี รอดูว่าจะฟื้นกำลังยังไง สงสัยต้องให้น้องขันทีแอบส่งส่วย
    #22
    1
    • #22-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 6)
      27 กรกฎาคม 2561 / 18:53
      ขอบคุณมากค่า ก่อนอื่นทั้งท่ายแม่ทัพทั้งขันทีน้อยต้องหาทางรอดก่อนแล้วล่ะค่ะ
      #22-1
  8. #21 sutto_disuke (@minnygym) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 06:16
    เขียนบทนี้ได้ดีมากเลยในความคิดเรา อินไปกับความรู้สึกของท่านแม่ทัพจริงๆ สู้ๆจ้า
    #21
    1
    • #21-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 6)
      27 กรกฎาคม 2561 / 18:52
      ขอบคุณมากค่ะ ! แอบชอบตอนนี้มากเหมือนกันค่ะ แต่ก็แอบกังวลว่าจะบรรยายให้คนอ่านสนุกได้ไหม ดีใจจริงๆค่ะ ขอบคุณสำหรับการติดตามกับคอมเม้รต์เสมอนะคะ
      #21-1
  9. #19 Ann_Jen (@Ann_jen) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 02:20

    อ่านถึงบทนี้ เนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างช้าๆ แต่น่าสนใจนะคะ

    คำผิดน้อยมาก ถึงไม่มี อันนี้ดีงาม


    ขอเสนอ .. เรื่องการจัดหน้า มีการเว้นย่อหน้า ตรงนี้ดีแล้ว แต่อยากให้เว้นบรรทัดอย่างน้อย 1 บรรทัดในแต่ละย่อหน้าเพื่อให้อ่านง่ายขึ้นค่ะ (เราอ่านจาก tablet และไม่ได้ใช้แอพ)


    เรื่องนี้ไม่ใช่แนวตลาดดาษดื่นในเด็กดีที่คนจะฮือฮาเข้ามาอ่านเยอะ เขียนคคห.เยอะ แต่ตัวเนื้อเรื่องเท่าที่อ่านคือโอเคนะคะ อาจจะเงียบๆบ้าง แต่ก็มีคนตามอ่าน


    เป็นตัวของตัวเอง คนเขียนอย่าเพิ่งท้อนะ ... สู้ๆค่ะ

    #19
    1
    • #19-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 6)
      27 กรกฎาคม 2561 / 18:51
      บทใหม่ลองเคาะบรรทัดให้แล้ว คิดเห็นยังไงบอกกันได้นะคะ

      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและติดตามมากนะคะ ดีใจมากจริงๆค่ะที่มีคนสนุกกับเรื่องนี้ ขอบคุณอีกหลายๆทีค่ะ ผู้เขียนจะพยายามให้มากขึ้นค่ะ !
      #19-1