云乱 - กลียุคแห่งแคว้นอวิ๋น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 81,049 Views

  • 654 Comments

  • 2,100 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    244

    Overall
    81,049

ตอนที่ 45 : บทที่ ๑๕ ไล่ล่ารุ่งอรุณ (๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2741
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 195 ครั้ง
    17 ก.ย. 61

บทที่ ๑๕ ไล่ล่ารุ่งอรุณ

 

          ทว่าก่อนที่เงาดำนั่นกำลังจะตะปบลงมา ร่างของเจ้าคนที่แบกอวี๋เฟิงอยู่พลันแข็งเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่มันจะกระโจนพรวดจากบนพื้นที่เต็มไปด้วยหิมะ ถลาขึ้นไปบนหลังคาของอาคารบ้านเรือนด้านข้าง

 

          เท้ามันเพิ่งจะแตะหลังคา พลังอีกขุมพลันปรากฏขึ้นจนอวี๋เฟิงยังรู้สึกได้ มันดีดตนเองไปลงตรอกที่อยู่อีกฟากข้าง ก่อนจะอาศัยซอกซอยเล็กน้อย ทิ้งระยะห่างจากเงาทมิฬนั่นอย่างรวดเร็ว

 

          แต่มันยังเร็วไม่พอ ! เพราะมันเพิ่งจะเลี้ยวผ่านไปได้ อวี๋เฟิงที่ผงกศีรษะขึ้นก็เห็นเงานั่นปรากฏขึ้นอย่างรางเลือนอีกครั้งแล้ว

 

          “แบบนี้ไม่ได้” นางกระซิบเสียงค่อย ข่มความเจ็บแปลบที่มือข้างหนึ่ง กับความคลื่นเหียนที่มาจุกอยู่ที่คอ “แบบนี้เจ้าสลัดมันไม่พ้น”

 

          “ข้ารู้” เสียงของมันแผ่วเบาเช่นกัน “แต่ข้าอยากให้มันตามมาต่อ ไม่ได้อยากทิ้งมันไว้”

 

          อวี๋เฟิงได้ยินดังนั้นจึงตัดสินใจหุบปาก ทางหนึ่งเพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิของมัน อีกทางยังเป็นการป้องกันไม่ให้นางอาเจียนเอาอะไรก็ตามที่กินเข้าไปออกมาจนหมดด้วย

 

          ทว่ามันกลับเป็นฝ่ายเปิดปากถามแทน

 

          “วิชาของเจ้าคนที่ไล่ล่าพวกเราอยู่ เจ้าก็ใช้ได้กระมัง ?”

 

          อวี๋เฟิงฝืนผงกศีรษะขึ้น เขม้นมองเงาทมิฬที่ไล่ล่าพวกตนซึ่งบางคราคล้ายเงาร่างของมนุษย์กำลังไล่กวดตามมาอย่างดุดัน หากเมื่อกะพริบตาอีกทีกลับเห็นเป็นเพียงหมอกควันจางๆมิใช่ผู้คน แต่แล้วพอกะพริบตาอีกครั้งก็กลับเป็นเป็นเงาร่างคน สลับวนไปวนมาอยู่เช่นนี้

 

          “ไม่ได้” อวี๋เฟิงตอบพลางลดศีรษะลงซบกับแผ่นหลังกว้างของมัน ค่อยกระซิบต่อ “แต่ทำลายได้”

 

          คนแบกร่างนางส่งเสียงอ้อในลำคอคำหนึ่ง แต่ไม่ได้ไต่ถามต่อ ทั้งฝีเท้าก็ไม่ได้หยุดชะงัก ยังคงกระโดดขึ้นลงระหว่างถนนหนทางบ้าง กำแพงบ้านหรือหลังคาบ้าง จนอวี๋เฟิงอดส่งเสียงประท้วงอย่างอ่อนระโหยไม่ได้

 

          “แบกข้าให้ดีกว่านี้หน่อยได้หรือไม่”

 

          “ไม่ได้” มันเลียนคำนางอีกครั้ง แต่หนนี้น้ำเสียงจริงจังปราศจากแววยั่วเย้า “ให้อุ้มเจ้าให้สบายข้าจะเอามือที่ไหนมาใช้อาวุธจัดการผู้คน”

 

          “ไม่ต้องถึงขั้นนั้น แค่ขยับสักหน่อยไม่ให้ข้าอ้วก....บัดซบ !

 

          ท้ายประโยคอวี๋เฟิงอดก่นด่าไม่ได้ เมื่อมันยอมขยับร่างนางขึ้นเล็กน้อยจริงๆ ทว่าการขยับนี้ไม่มีความแผ่วเบาสักนิดทำเอาอวี๋เฟิงแทบจะอาเจียนออกมาจริงๆ

 

          “ถ้าเจ้ากล้าก็ลองดู” มันเอ่ยเสียงเบา ทว่ายังเย็นชายิ่งกว่าอากาศของค่ำคืนนี้

 

          ในชีวิตของอวี๋เฟิงมีเรื่องที่ไม่กล้าน้อยมาก แต่ตอนนี้นางอยู่ในฐานะของหลี่เฟิงเอ๋อร์....อวี๋เฟิงจึงคิดว่าเพิ่มเรื่องที่นางไม่กล้าอาเจียนตอนผู้อื่นแบกนางวิ่งหนีไปอีกสักเรื่องคงไม่นับเป็นอะไร

 

          ดังนั้น อวี๋เฟิงจึงไม่เพียงหุบปาก แต่ยังตัดสินใจปิดเปลือกตาลงไปด้วยเสียเลย

 

          ถังซู่เห็นนางเงียบเสียงไปก็ไม่ได้เอ่ยอะไรเพิ่มเช่นกัน มันไม่แม้แต่จะชำเลืองไปด้านหลัง เพียงอาศัยสายลมและเสียงที่ดังพอๆกับเสียงของหิมะร่วงหล่นในการบอกสถานการณ์ ก่อนตัดสินใจว่าจะไปยังเส้นทางใด

 

          มันเลือกที่จะมองฟากฟ้ามืดมิดตัดกับหิมะเย็นเฉียบสีขาวแวบหนึ่ง ก่อนหันไปทางถนนที่ยังมีแสงจากโคมไฟสาดส่องสว่างไสวเหมือนเป็นอีกโลก

 

          มันเร่งฝีเท้า ผละจากรัตติกาลทมิฬด้านหลัง ตรงสู่แสงสว่างที่ราวกับแสงแห่งความหวังของรุ่งอรุณ

 

          เงาทมิฬย่อมไม่ยอมให้มันกระทำได้โดยง่าย ถังซู่พลันรู้สึกถึงหิมะที่แตกกระจายออกดั่งเป็นช่องทางให้กับเงาทมิฬที่พุ่งกวดตามมันมาตลอด เพียงชั่วกะพริบตาระยะห่างก็ย่นลงเหลือเพียงไม่กี่ก้าวอีกครั้ง !

 

          ถังซู่เกร็งหน้าท้อง ผิวปากหวีดเป็นเสียงแหลมเล็กเหมือนวิหคราตรีที่ส่งเสียงร่ำร้องก่อนแจ้งข่าวอัปมงคล  

 

          พร้อมเสียงผิวปากนั่นเอง มันค่อยหมุนตัวเล็กน้อย เตะเท้าขึ้นบนผนังของตึกสูงหลังหนึ่งทะยานพาตนเองและร่างบนบ่ากระโดดขึ้นสู่หอสูงหลายชั้นของถนนที่คึกคักที่สุดในยามค่ำคืนของนครหลวงทันที !

 

          เงาทมิฬสามารถไล่กวดมันมาได้ถึงขนาดนี้ย่อมมีความสามารถมากพอที่จะไต่ตัวเองขึ้นมาได้

 

          แต่มันกลับขึ้นมาไม่ได้

 

          เพราะที่ชั้นล่างของหอสูง บัดนี้พลันปรากฏเงาร่างอีกหลายร่างขึ้นโอบล้อมมันไว้ ตามด้วยเสียงชักอาวุธเคร้งคร้างที่เปี่ยมด้วยจิตสังหาร !

 

          อวี๋เฟิงที่เดิมหลับตาอยู่ถูกเสียงชักอาวุธกระตุ้นสัญชาตญาณที่เคยใช้ชีวิตในสมรภูมิให้ลืมตาโพลงขึ้นมาอีกครั้ง พอดีกับที่ถังซู่วางร่างนางลง

 

          อวี๋เฟิงไม่ได้สนใจว่าตนเองอยู่บนหลังคาที่สร้างลาดลงไปเล็กน้อยของหอสูงใหญ่ที่อากาศเย็นกว่าด้านล่างมากนัก อีกทั้งหากนางขยับไม่ระวัง อาจจะลื่นพลัดตกหล่นไปและบาดเจ็บหนักหรือตายได้ เพราะความสูงแค่นี้เทียบกับภูเขาสำนักวิชาที่นางยันคนอื่นลงไปจะนับเป็นอะไรได้

 

          อวี๋เฟิงไม่เพียงไม่สน ยังกล้าพอจะขยับยื่นหน้าออกไปมองที่มาของเสียงชักอาวุธนั้นอีกด้วย

 

          ถังซู่ดึงนางกลับมานั่งใกล้ๆตนเองที่กลางหลังคาพร้อมเอ่ยเสียงเรียบ

 

          “ไม่ได้จะให้เจ้าดูนั่น” มันไม่พูดเปล่า มือแกร่งยังจับใบหน้าของนางให้หันไปอีกทางพร้อมกล่าว “ทางนั้น...ที่พวกเราจากมาต่างหาก ที่จะให้เจ้าดู”

 

          เดิมทีอวี๋เฟิงย่อมคิดอยากเปิดปากด่าการลงมือของมันที่สุ่มเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของคอนาง ทว่ายามสายตามองไปตามทางที่มันว่า เพ่งมองฝ่าความมืดของราตรีที่ถูกทำลายด้วยจุดแสงสว่างแห่งหนึ่งซึ่งที่แท้แล้วคล้ายว่าอยู่ห่างจากที่แห่งนี้ไปเพียงไม่กี่ซอยเท่านั้น อวี๋เฟิงกลับนึกคำด่าไม่ออกสักคำ แม้กระทั่งคำถามก็ยังต้องใช้เวลาครู่ใหญ่หลังเบิ่งตาจ้องมอง ค่อยถามออกไปได้

 

          “นั่น....คืออะไร”

 

          ถังซู่จับนางให้หันไปมองทางนั้น ตัวมันเองย่อมมองไปทางเดียวกัน มันจึงสามารถกล่าวตอบมันได้ทันที

 

          “หน่วยตรวจสอบส่วนพระองค์ของจักรพรรดิที่วิ่งไล่ตามพลุสัญญาณมาอย่างไรเล่า”

 

          อวี๋เฟิงย่อมรู้จักคำขานของหน่วยงานนี้ ยายพวกมันเถอะ ! นางถึงขนาดเคยชนะกัดจิ้งหรีดกับหัวหน้าหน่วยย่อยในนั้นด้วยซ้ำ

 

          ทว่าหน่วยตรวจสอบส่วนพระองค์ที่อวี๋เฟิงเคยรู้จักไม่เคยเป็นดังนี้ อย่างน้อยพวกมันก็ไม่เคยชูไฟพุ่งเข้ามากันอย่างเอิกเกริกราวสุนัขป่ากระหายเนื้อเช่นนี้ ที่จริงถ้าเจ้าคนด้านข้างบอกนางว่าผู้ที่ไล่ตามมาตลอดทางนี้เป็นคนของหน่วยงานนั้น อวี๋เฟิงยังจะเชื่อเสียกว่า

 

          เพราะหน่วยตรวจสอบส่วนพระองค์สมควรเป็นหน่วยลับของจักรพรรดิ เป็นเงาภูตพรายที่ใช้สอดส่อง และเป็นอาวุธลับที่ไม่เปิดเผยไม่ใช่หรือ !

 

          ทว่าหลายสิบปีแล้ว...

 

          อวี๋เฟิงพยายามเตือนตัวเองว่าผ่านมาหลายสิบปีแล้ว หลายสิ่งหลายอย่างย่อมไม่มีทางเหมือนเดิม เจ้าสารเลวซือเต๋อซุ่นยังเป็นปรมาจารย์ได้ ใต้หล้านี้ยังมีอันใดที่เป็นไปไม่ได้อีกเล่า

 

          “.....หน่วยองครักษ์พิทักษ์นครหลวงล่ะ” แม้บอกตนเองดังนั้น อวี๋เฟิงก็อดออกปากถามไม่ได้ “เรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้ทำไมไม่มีองครักษ์พิทักษ์นครหลวงออกมา กระทั่งแจ้งเหตุส่งสัญญาณระหว่างหน่วยเขตต่างๆยังไม่ปรากฏ....หรือพวกมันเปลี่ยนไปทำกันเป็นการลับๆแทนพวกหน่วยตรวจสอบส่วนพระองค์ ?”

 

          เอ่ยปากไปแล้วแม้แต่อวี๋เฟิงก็ยังคิดว่าตนเองคาดเดาได้ไร้สาระสิ้นดี นครหลวงถือเป็นฐานที่มั่นสำคัญอีกแห่งหนึ่งของแคว้น องครักษ์พิทักษ์นครหลวงคือหน่วยงานที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจัดการกับเหตุการณ์วิกฤตหรือคดีพิเศษที่เกิดขึ้นในที่นี้ แม้ไม่ขึ้นตรงต่อทหารลาดตระเวนเมือง หรือศาลาว่าการเมือง แต่ก็ถือว่ามีความเกี่ยวพันกัน

 

          ไม่ว่ามองจากมุมไหน ในความคิดของอวี๋เฟิง ในความทรงจำของท่านแม่ทัพ มีเหตุการณ์เอะอะเอิกเกริกเพียงนี้ ถ้าเป็นสมัยที่นางคุ้นเคย ทหารลาดตระเวนเมืองสมควรได้รับข่าวเป็นที่แรก จากนั้นศาลาว่าการเมืองย่อมเคลื่อนไหว ลงท้ายองครักษ์พิทักษ์นครหลวงค่อยออกมาเก็บกวาดอีกที

 

          ที่จริงหลังจากเหตุการณ์ปราบกบฏสิ้นสุดลง เหตุการณ์ของนครหลวงไม่เคร่งเครียดเท่า การเคลื่อนไหวก็อาจไม่ได้ปรากฎดังนี้บ่อยนัก แต่จะอย่างไรนครหลวงส่วนอื่นก็ไม่มีทางเงียบราวกับไม่มีอันใดเกิดขึ้นเช่นนี้แน่ !

 

          ถังซู่ที่ได้ยินนางถามคำถามนั้นไม่รู้ล้วงมือไปมาอย่างไร ในมือมันถึงขนาดปรากฏกระปุกสุราเล็กๆขึ้นมาอีกกระปุกให้เปิดจิบ ค่อยกล่าวตอบ

 

          “หน่วยองครักษ์พิทักษ์นครหลวงเลือกข้างแล้ว” มันพูดด้วยเรื่องปกติสามัญราวกำลังนางว่าสุนัขที่หน้าประตูบ้านเศรษฐีสักท่านย้ายรังไปนอนอีกบ้านแล้ว “ตอนนี้เนื้อชิ้นใหญ่ที่บรรดาองค์ชายและอ๋องทั้งหลายแย่งชิงกันเหลือไม่กี่ชิ้น หนึ่งในนั้นก็คือหน่วยตรวจสอบส่วนพระองค์ วันนี้มีโอกาส ย่อมมีองค์ชายหรือท่านอ๋องไหนสักท่านชิงขอโอกาสใช้งานจากจักรพรรดิ”

 

          อวี๋เฟิงมองมันด้วยสีหน้างุนงง รู้สึกคล้ายเข้าใจ ทว่าอีกทางก็คล้ายจะไม่เข้าใจที่มันกล่าวสักประโยคเดียว

 

          แต่นางไม่ทันได้ถามอะไรเพิ่มเติม ด้านล่างของหอสูงที่พวกตนนั่งอยู่ก็ปรากฏเสียงเจื้อยแจ้ว ตามด้วยเสียงปะทะของอาวุธ และเค้าไอของพลังยุทธ์ที่ยังขาดความอึกทึกโครมครามดังที่นางกับเจ้าบัดซบเสี่ยวซู่จื่อสร้างอยู่สักหน่อย

 

          อวี๋เฟิงอดกระถดตัวชะโงกหน้าไปมองอีกไม่ได้จริงๆ

 

          หอแห่งนี้แม้สร้างได้สูงจากพื้นล่างจนควรน่าหวาดเสียว แต่กลับไม่มีสิ่งกำบังหรือเป็นอุปสรรคในการมองไปด้านล่างหรือรอบด้านแม้แต่น้อย ยามนี้อวี๋เฟิงถึงกับพบด้วยความพิศวงเล็กน้อยว่าสายตาของนางคล้ายจะคมขึ้นจนสามารถมองเห็นเค้าลางของถนนด้านล่างได้พอสมควร

 

          นางพบว่าเจ้าของเสียงเจื้อยแจ้วเสนาะหูเป็นดรุณีน้อยนางหนึ่ง อวี๋เฟิงย่อมมองไม่เห็นหน้าตาของนาง แต่ไม่ทราบทำไมท่วงท่าการเคลื่อนไหวบางจังหวะของสตรีนางนั้นทำให้นางรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาอยู่บ้าง

 

          ยิ่งยามนางหมุนตัว ทำท่าเหมือนเอ่ยอะไรบางอย่างกับคนโดยรอบ อวี๋เฟิงยิ่งรู้สึกคุ้นตายิ่ง

 

          “นางเป็นญาติคนหนึ่งของเจ้า” คนที่จิบสุราและนอนเอนกายไปแล้วเอ่ยเสียงเรียบเรื่อยเช่นเดิม “เป็นคนที่เจ้าสมควรคิดประจบไว้บ้างหากจะตามหลี่ทิงเสวี่ยกลับไปสกุลเซี่ย เพราะฐานะของเจ้าที่จะกลับไปคงไม่ดีนัก ขณะที่นางคือเซี่ยหนิง คุณหนูใหญ่คนปัจจุบันของสกุลเซี่ย”

 

          อวี๋เฟิงหันกลับไปมอง คิดจะบอกกับมันว่าเรื่องสกุลเซี่ยยังไม่ได้อยู่ในความสนใจของตนเองสักนิด มันก็กล่าวต่อทันที

 

          “ที่บอกว่าฐานะของเจ้าไม่ดี เพราะเจ้ามีตำแหน่งหนึ่งที่นางน่าจะอยากได้....อย่างว่าที่พระชายาของโซ่วอ๋อง”

 

          “.........” อวี๋เฟิงชะโงกลงไปมองใหม่ นึกอยากเห็นหน้าดรุณีน้อยที่พึงใจเจ้าเด็กหน้าเหมือนเยวี่ยปิ่ง แล้วก็นึกถึงข่าวที่อีกฝ่ายเอ่ยถึงท่านหญิงอะไรสักอย่างจากแคว้นฉางหมิงนั่นอีก พลันรู้สึกว่าใต้หล้านี้ไม่มีอันใดที่เป็นไปไม่ได้จริงๆ

 

          ประวัติศาสตร์บันทึกว่านางตายไปเมื่อหกสิบปีก่อน แต่นางยังคงนั่งอยู่นี่ในร่างกายของหลี่เฟิงเอ๋อร์

 

          เจ้าสารเลวซือเต๋อซุ่นเขียนเรื่องเล่า แต่งเรื่องมั่วซั่ว กลายเป็นปรมาจารย์ที่ผู้คนเคารพและเชื่อถือมัน

 

          กองกำลังต่างๆในแคว้นอวิ๋นที่นางรู้จักได้กลายเป็นอะไรแล้วก็ไม่รู้

 

          หนำซ้ำเจ้าเด็กหน้าเหมือนเยวี่ยปิ่งยังสามารถมีชะตาดอกท้อได้ถึงเพียงนี้อีก !

 

          ในใจของอวี๋เฟิงไม่ทราบว่าควรมีรสชาติใดดี ไม่ว่าโศกเศร้าให้กับนครหลวง หัวเราะให้กับความเชื่อเรื่องจิตมารที่เจ้าสารเลวซือเต๋อซุ่นเผยแพร่ไปอย่างผิดๆ หรือว่ากราดเกรี้ยวใส่ฟ้าดินที่ทำกับตนเองเช่นนี้ดี

 

          ลงท้ายอวี๋เฟิงตัดสินใจก้มหน้า หาวิธีทำแผลที่มือของตนเองเงียบๆก่อนเป็นอย่างแรก

 

          ทว่าเจ้าบัดซบเสี่ยวซู่จื่อกลับคล้ายกลัวอวี๋เฟิงจะยังวุ่นวายใจไม่พอ เมื่อมันกลับลุกเดินมาใกล้นางอย่างสบายอารมณ์ก่อนชี้ไปทางทิศเดิม ที่บัดนี้สุกสว่างจ้าแทบเทียบเวลากลางวัน พลอยทำให้อวี๋เฟิงที่อยู่บนหอสูงสามารถเห็นอะไรหลายต่อหลายอย่างได้มากขึ้น

 

          ถึงแม้นางไม่อาจมองเห็นคน แต่เพียงธงเคลื่อนกองกำลังที่มีตัวอักษรกับลวดลายเขียนอยู่ อวี๋เฟิงยังพอทราบว่านั่นสมควรเป็นของอ๋องท่านหนึ่งแน่

 

          “โซ่วอ๋อง” บุรุษในหน้ากากด้านข้างอวี๋เฟิงเอ่ยถึงเจ้าของธงเคลื่อนกองกำลังนั่นและพยักหน้าคล้ายพึงใจบางอย่างยิ่ง “ดูเหมือนโซ่วอ๋องจะไม่ปล่อยให้โอกาสในค่ำคืนนี้หลุดมือไปเช่นกัน”

 

(โปรดติดตามต่อตอนถัดไป)

 

          มาแบบช้าสักหน่อย แถมตอนนี้อาจจะไม่ค่อยเข้าที่(?) หรืออารมณ์ผิดแปลกไปอย่างไร ขออภัยด้วยนะคะ OTL

 

          วันนี้ผู้เขียนเบลอๆก๊งๆค่ะ เขียนแล้วแก้ใหม่หลายรอบเหมือนกันกว่าจะมาตรงนี้ได้ ไม่ใช่อะไรนะคะ คนนั้นก็จะออกแล้วคนนี้ก็จะมาแล้ว....ต้องบอกให้ใจเย็นๆกันก่อนค่ะ ผู้เขียนจูนสมองไม่ทันค่ะ ฮือ TvT

 

          เลยกลายเป็นว่าตอนนี้โซ่วอ๋องมาแค่ชื่อ แต่มีแม่นางที่อยู่กับโซ่วอ๋องโผล่มาวับๆแวมๆ(?)แทนนะคะ (แม่นางในจวนท่านนั้นแหละค่ะ >< )

 

          และนอกจากเซี่ยหนิงแล้ว ที่เคยโผล่ในตอนเก่าแรกๆเลยก็คือเรื่องของหน่วยตรวจสอบฯค่ะ ผู้เขียนก็ไม่ได้คิดเหมือนกันว่าจะได้เอาออกมาใช้เร็วขนาดนี้ (ผู้อ่านบางท่านอย่าเพิ่งปาอะไรใส่นะคะ ว่าเร็วแล้วเหรอ ! TvT ) คือถึงจะมีความคิดท่านแม่ทัพเคยกล่าวถึงไว้ แต่ที่จริงปมนี้ใส่มาก็กลัวว่าจะยิ่งพันกันจนคนอ่านบางท่านงงอีกหรือเปล่า ถ้าอย่างไรงงมากไปจนจับต้นชนปลายไม่ถูกแล้ว บอกกล่าวได้นะคะ

 

          ตอนนี้ผู้เขียนมาได้ช้าหน่อยจริงๆค่ะ เพราะเขียนฉากหลังๆมานี่ใช้พลังงานมากพอสมควร (และหมดไปกับการแก้ ขอโทษในความมือไม่ถึงค่ะ TvT ) แต่ก็จะพยายามมาไม่ให้ขาดช่วงเด็ดขาดนะคะ ...กลัวคนอ่านยิ่งงงค่ะ OTL

 

          ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่คอมเม้นต์ ให้กำลังใจ และอยู่ด้วยกันมาตลอดด้วยนะคะ  ><

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 195 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #394 KGXUS8683 (@KGXUS8683) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 16:46
    รอนะคะ
    #394
    1
    • #394-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 45)
      19 กันยายน 2561 / 02:01
      ขอโทษที่ทำให้รอด้วยนะคะ OTL
      ขอบคุณที่ติดตามเรื่องราวของท่านแม่ทัพค่า
      #394-1
  2. #393 gameminmin (@gameminmin) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 23:21
    สนุกน่าติดตามมากๆ ตอนนี้กลัวตัวเองจะลงเรือผิดลำ 555
    #393
    1
    • #393-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 45)
      19 กันยายน 2561 / 02:01
      ไม่เป็นไรนะค้า ลงเรือไหนก็มีชูชีพแขวนไว้ตามมาตรฐานความปลอดภัย(?)ค่า
      ขอบคุณที่อุตส่าห์ติดตามกันมากๆนะคะ
      #393-1
  3. #392 nikkhgv23 (@nikkhgv23) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 20:42
    รู้แล้วไรท์ทำไมคนอ่านงงไรท์ลืมอธิบายระบอบการปกครองเมืองนี้เอง
    #392
    1
    • #392-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 45)
      19 กันยายน 2561 / 02:00
      ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ ผู้เขียนจะพยายามปรับปรุงใส่เพิ่มค่า
      ขอบคุณที่อุตส่าห์ติดตามอ่านด้วยค่ะ !
      #392-1
  4. #391 Superkainoi (@eve_aifiiz) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 13:31

    อยากลงเรือโซ่วอ๋อง แต่ใจก็ชอบเสี่ยวซู่จือ เลือกไม่ได้ ชอบไปหมด งื้อออออ
    #391
    1
    • #391-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 45)
      19 กันยายน 2561 / 02:00
      สร้างแพยางส่วนตัวลากสองเรือไปด้วยกันเลยค่ะ(?)
      ไม่เป็นไรนะคะโอ๋ๆ เรานอนมองบนฝั่งไปก่อนก็ได้ค่า
      ขอบคุณที่อุตส่าห์ติดตามกันนะคะ ><
      #391-1
  5. #390 Dreamnoy (@dreamnoy) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 07:55
    แม่ทัพมีคู่มั้ย ดูเก่งกาจอยู่คนเดียว สวยๆ ชิวๆ ได้เลยอ่ะ
    #390
    1
    • #390-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 45)
      19 กันยายน 2561 / 01:59
      ที่จริงตามมุมมองท่านแม่ทัพนี่ยังต้องเกาะคนอื่นอยู่เลยค่ะ TvT
      เรื่องคู่นี่มีค่ะ แต่กว่าจะไปถึงโมเม้นต์อะไรแบบนั้นยาวนานพอควรเลย ขออภัยด้วยนะคะ
      ขอบคุณที่ติดตามค่า
      #390-1
  6. #388 Beel_ch (@zbeel) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 07:36
    โซ่วอ๋องมาเเล้ว จัดการมันเลยค่ะท่านเเม่ทัพเเต่ก่อนอื่นรักษามือก่อนนะ55555 // เราเเอบรู้สึกเศร้าเเทนท่านเเม่ทัพนิดๆอ่ะเเบบเวลามีชีวิตอยู่ก็มีการกบฏ&#8203;งี้ฟื้นมาอีกทีก็เหมือนจะมีกลียุค ยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตเเบบสงบๆ หรือเรื่องเเบบนี้มันคือเรื่องสนุกสำหรับนางกันนะ
    #388
    1
    • #388-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 45)
      19 กันยายน 2561 / 01:58
      โซ่วอ๋องค่าตัวแพงค่ะ ดันออกยากพอควร TvT
      ส่วนท่านแม่ทัพ ที่จริงแกมีคิดมากเป็นระยะ แต่กลบด้วยความหิวโหยในของกินและอื่นๆอีกมากมายค่ะ ฮา

      ความจริงเรื่องสนุกต้องหลังจากนี้(?)ค่ะ ขอบคุณที่ติดตามกันนะค้า ><
      #388-1
  7. #387 STI .45 (@gval) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 05:58
    รอน้าาาาา
    #387
    1
    • #387-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 45)
      19 กันยายน 2561 / 01:57
      ขอโทษที่ทำให้รอด้วยนะคะ ฮือออ
      ขอบคุณที่่ยังติดตามกันค่า
      #387-1
  8. #386 Sidamao (@Sidamao) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 05:47
    มึนงงเล็กน้อย
    #386
    1
    • #386-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 45)
      19 กันยายน 2561 / 01:57
      ตอนนี้อาจจะงงกว่าเก่า TvT ขออภัยนะคะ จะพยายามคลี่คลายให้ได้ทันทีค่ะเหตุการณ์นี้
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ><
      #386-1
  9. #385 0971539347am (@0971539347am) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 04:04
    ร๊ากกกกกก
    #385
    1
  10. #384 เจ้าลูกหมู (@katay123) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 02:50

    ชอบบบบบ
    #384
    1