云乱 - กลียุคแห่งแคว้นอวิ๋น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 81,047 Views

  • 654 Comments

  • 2,100 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    242

    Overall
    81,047

ตอนที่ 42 : บทที่ ๑๔ คีตะอสูรสำรวล (๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2960
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 195 ครั้ง
    11 ก.ย. 61

บทที่ ๑๔ คีตะอสูรสำรวล

 

          ที่จริง จิตมารไม่ใช่ดวงจิตจริงๆ แต่ถือเป็น พลังยุทธ์ประเภทหนึ่ง

 

          คำอธิบายนี้ต้องย้อนไปถึงตอนนั้นที่สำนักวิชาของอวี๋เฟิง นอกจากจะมีบรรดาอาจารย์ผู้ทรงภูมิ  ยังมีมีศิษย์น้องของนางแต่ละคนที่ฉลาดจนน่าตาย ขนาดในคาบเรียนที่อาจารย์สั่งงานไว้แล้วแอบไปตลาดซื้อห่านพะโล้มากิน มีเจ้าเด็กเวรสองคนที่ถกเถียงกันว่าระหว่างเพลงหมัดและเพลงเตะที่พวกมันสร้างขึ้นของใครดีกว่า สุดท้ายคำพูดไม่อาจอธิบายได้กระจ่าง พวกมันจึงลงไม้ลงมือกันเสียเลย

 

          อวี๋เฟิงกำลังแอบกินขนมบัวลอยที่ขโมยอาจารย์มาจึงไม่ว่างไปห้ามพวกมัน เจ้ารองกับเจ้าสามก็กำลังถังแตกเลยเปิดวงพนันว่าใครจะชนะ

 

          มีเพียงศิษย์น้องสี่ที่กำลังศึกษาสมุนไพรพิสดารบางอย่างที่รู้สึกว่าถูกรบกวนยิ่ง จึงวางยาพวกมัน

 

          ยาของศิษย์น้องสี่นั้น......ไม่เคยเป็นยาที่วางขายได้ทั่วไปมาก่อน หรือที่จริงอาจารย์เคยสั่งไว้ด้วยซ้ำ ว่าห้ามเจ้าสี่ขายยาให้ใครเด็ดขาด เพราะไม่อยากให้สำนักวิชาถูกสาปแช่ง

 

          อาจารย์พูดถูกเสมอ เพราะยาของศิษย์น้องสี่ในคราวนั้น ถึงขนาดทำให้ จิตมาร กลืนกินศิษย์น้องทั้งสองคน  จนพวกมันคลุ้มคลั่งไปถึงเย็น เจอหน้าอาจารย์หิ้วถุงห่านพะโล้ขึ้นมายังกล้าจู่โจม จนท่านผู้เฒ่าเดือดจัด ปากระดูกห่านใส่พวกมันจนสลบไปทั้งคู่ ถึงค่อยสงบลง

 

          ศิษย์น้องสี่ค่อยอธิบายอย่างหน้าชื่นตาบาน ขณะที่คุกเข่าอย่างไร้แววสำนึกผิดกลางลานสำนักว่า

 

          “ข้าคิดมานานแล้วว่าจิตมารที่ทุกคนพูดกันนั้น ดูอย่างไรก็ไม่มีลักษณะเป็นดวงจิตหนึ่งของมนุษย์เรา สำนักพุทธเคยกล่าวว่าดวงจิตคือความระลึกรู้ แต่จิตมารมิใช่ความรู้ นิกายอัคคีเคยบอกว่าดวงจิตย่อมเป็นความสว่างไสว...”

 

          มีคนขัดคอมันว่าเอาแต่เนื้อไม่เอาน้ำ แล้วจะให้มันกินบะหมี่หมูตุ๋นที่หิ้วมา

 

          “สรุปก็คือจิตมารไม่ใช่จิตใจคนที่คลุ้มคลั่ง แต่เป็นพลังยุทธ์ที่น่าจะทำให้ผู้คนคลุ้มคลั่ง” มันตัดประโยคได้ทันทีเหมือนกัน “ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนควบคุมพลังยุทธ์เสริมสร้างร่างกาย ใช้ออกเสริมพลังกระบวนท่าหรืออื่นๆ แต่ก็ล้วนมีหลักการเดียวกัน ทุกคนที่ฝึกก็มีสติปกติดี อยู่ๆจิตมารจะมาจากไหนถ้าไม่ใช่พลังยุทธ์”

 

          ชามบะหมี่หมูตุ๋นถูกส่งให้มัน ขณะที่อีกคนเกาหัวถามว่าสั้นไปหรือไม่

 

          “....งั้นข้าบอกให้ก็ได้ว่าสมุนไพรที่ข้าให้พวกท่านถือเป็นยาที่กระตุ้นพลังยุทธ์แบบหนึ่ง แต่ยาเช่นนั้นทำให้เกิดผลลัพธ์คือสติไม่มั่นคง มีความไวต่อโลหิตสูงมาก นี่ไม่ใช่ลักษณะของคนที่ถูกจิตมารครอบงำจากการฝึกยุทธ์หรอกหรือ พวกมันล้วนแล้วมีฝีมือใช้พลังออกมาได้มากขึ้น แต่ไม่มีสติและกระหายเลือด ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าจิตมารถือเป็นพลังยุทธ์ที่เป็นพิษต่อร่างกายประเภทหนึ่ง ! เช่นนี้พวกท่านหายสงสัยกันหรือยัง ข้าอธิบายแบบที่กระทั่งศิษย์พี่ใหญ่ยังเข้าใจแล้วนะ !

 

          มีคนส่งเสียงอืออาทำนองว่ามันช่างฉลาดจริงๆ พร้อมถามว่าอย่างนั้นมันควรมีวิธีควบคุมจิตมารหรือพลังยุทธ์ที่เป็นพิษอย่างมันว่าหรือไม่ ขณะที่อวี๋เฟิงพยักหน้าเพราะนางเข้าใจจริงก่อนจะนึกได้

 

          นางยันมันไปทีหนึ่งจนมันร้องโอดโอย ข้อหากล้าพาดพิงศิษย์พี่ใหญ่เช่นนาง ท่ามกลางเสียงหัวเราะของทุกคนก่อนจะเปลี่ยนไปสนทนาเรื่องรสชาติหมูตุ๋นแทน

 

          แต่ตอนนี้อวี๋เฟิงกำลังอยากยันตัวเอง ที่ไม่ฟังมันพูดให้จบทั้งภายหลังยังไม่เคยซักไซ้มันไว้แทน

 

          ไม่อาจไม่ยอมรับว่าศิษย์น้องสี่เป็นอัจฉริยะอีกคนโดยแท้  คำกล่าวของมันที่บรรยายผลลัพธ์ของยาและโยงถึงสภาพพลังยุทธ์อันเป็นพิษนั้นไม่มีสิ่งใดผิดเพี้ยนไปจากที่อวี๋เฟิงรู้สึกในยามนี้แม้แต่นิดเดียว !

 

          ที่จริงเมื่อครู่นอกจากท่าทางดุดันน้ำเสียงเฉียบขาดที่จู่โจมหลี่ทิงเสวี่ยแล้ว อวี๋เฟิงยังใช้เวลาสั้นๆลอบกำหนดลมหายใจเข้าออก....แม้ไม่ถือว่าเป็นการกำหนดลมหายใจฝึกปรือตามแนวทางของเคล็ดวิชาคลื่นเสียงที่เคยโด่งดังของสำนักวิชา แต่ก็พอจะกล้อมแกล้มเรียกได้ว่านี่เป็นการกำหนดลมหายใจเพื่อควบคุมพลังในร่างให้ใช้ออกมาเป็นครั้งแรกของอวี๋เฟิงในร่างหลี่เฟิงเอ๋อร์

 

          อาจกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่ถือว่าใกล้เคียงกับการใช้พลังและเคล็ดวิชายุทธ์ที่สุด !

 

          ถึงแม้เศษเสี้ยวของพลังที่ใช้ออกมาจะเล็กน้อยราวกับเป็นเพียงเข็มเย็บผ้าเล่มหนึ่ง แต่เข็มเย็บผ้าเล่มนี้ได้สอดแทรกไปกับน้ำเสียงที่ดุดันยามเอ่ยออกไปของอวี๋เฟิง ทั้งเห็นได้ชัดว่ามันยังพุ่งไปปักได้อย่างถูกจุดจนกระทั่งหลี่ทิงเสวี่ยที่สมควรมีฝีมือล้ำเลิศยังไม่รู้ว่าตนเองได้ถูกเข็มเล่มบางแทงลงไปและทำให้จิตใจของนางหวั่นไหวจนไม่อาจตอบคำถามอย่างเยือกเย็นได้

 

          ความสำเร็จนี้สมควรทำให้อวี๋เฟิงยิ้มร่าอย่างเบิกบาน แต่ท่านแม่ทัพไม่ทันแม้แต่ฉลองให้ตนเองในใจ ความร้อนสายหนึ่งก็พลันผุดวาบขึ้นจากร่างกาย ไต่ไล่ลามจากทรวงอกไปยังปลายมือปลายเท้าจนนางปล่อยมือของหลี่ทิงเสวี่ยออกไปแทบไม่ทัน

 

          แต่ความร้อนนี้ดูคล้ายจะไม่พอใจ เมื่อมันเริ่มวิ่งไล่จากลำคอของอวี๋เฟิงสู่ปลายจมูก เปลี่ยนกลิ่นหอมอ่อนๆในห้องให้คคละคลุ้งไปด้วยคาวโลหิต จากนั้นก็ไล่ไปที่เหมือนเป็นเสียงเป่าเขาสัตว์แรกส่งสัญญาณสู่สมรภูมิของกองทัพ จากนั้นก็วิ่งขึ้นสู่ดวงตา สู่หน้าผาก และในที่สุดก็สู่ใกล้ทะยานกลืนห้วงสตินึกคิดของอวี๋เฟิง.....

 

          ยามนั้นเอง ขุมพลังที่เยือกเย็นอีกสายซึ่งซุกซ่อนเร้นจนเหมือนไม่มีอยู่ก็พลันลืมตาขึ้น

 

          ขุมพลังนี้เดิมทีเป็นดั่งภูเขาหิมะทางเหนือที่ยืนหยัดอย่างเงียบงัน แต่ไม่มีวันละลายตลอดกาล มันไม่ส่งเสียง ไม่เคลื่อนไหว แต่ในพริบตาสุดท้ายก่อนร่างกายของหลี่เฟิงเอ๋อร์จะถูกเปลวไฟกลืนกินสำเร็จ มันก็พลันลืมตาตื่นขึ้นและส่งเสียงคำรามที่มีเพียงอวี๋เฟิงเท่านั้นที่ได้ยิน

 

          พร้อมเสียงคำรามนั้น คาวโลหิตที่ราวกับเปื้อนปลายจมูกของอวี๋เฟิงก็ค่อยๆถูกแทนที่ด้วยกลิ่นของใบชาหอมกรุ่นที่นางเพิ่งถูกบังคับให้กลืนไปก่อนหน้านี้ กังวานของเสียงเป่าเขาสัตว์ เสียงกระทบกันของดาบและชุดเกราะก็ค่อยๆถอยห่างออกไป

 

          ฉับพลัน ความเย็นเยือกของภูเขาน้ำแข็งก็ปลาสนาการ กลายเป็นเปลวอัคคีที่รุนแรงเสียยิ่งกว่าความร้อนก่อนหน้า !

 

          “....!” อวี๋เฟิงกัดฟันกลั้นเสียงแผดร้องโหยหวนจากความรู้สึกที่ราวกับถูกจับกลับไปอยู่กลางลานกว้างที่เต็มไปด้วยอัคคีเอาไว้ แต่ร่างกายกลับเกร็งกระตุกด้วยความเจ็บปวดอย่างไม่อาจห้ามได้

 

          “...พี่....สาม ....ข้า.....” เสียงที่กระท่อนกระแท่นของหลี่ทิงเสวี่ยแหวกว่ายผ่านม่านอัคคีมา ทว่าอวี๋เฟิงกลับส่ายหน้า ใช้อนุสติที่ยังหลงเหลืออยู่ลุกพรวดขึ้น สืบเท้าทีเดียวกลับถอยหลังห่างไปหลายก้าว

 

          อวี๋เฟิงที่หรุบเปลือกตาลงเพื่อปิดกั้นการกระตุ้นความบ้าคลั่งก่อนหน้านี้ย่อมไม่อาจมองเห็นได้ว่าหลี่ทิงเสวี่ยมองนางตาค้างเพียงใด กับการเคลื่อนไหวที่....มิอาจเรียกได้ว่าด้อยสักนิดของพี่สามผู้ไม่สมควรใช้วิชายุทธ์ได้ !

 

          “ออกไป” อวี๋เฟิงตวาด ความร้อนในร่างไหวกระเพื่อมมาถึงลำคอจนต้องถ่มออกมาหนึ่งคำ  ก่อนจะกล่าวต่อ “ปิดประตูนี่ แล้วเจ้าไปที่ห้องของหลี่หลันอวี่....ปิดไว้ อย่าให้ข้าเข้าไปได้”

 

          ถึงแม้ความทรมานที่ได้รับจะทำให้การเอ่ยคำพูดพวกนั้นลำบากอยู่บ้าง แต่อวี๋เฟิงยินดีเผชิญมันดีกว่าได้ยินเสียงฝีเท้าม้าศึก เสียงของก้อนเนื้อที่ถูกเหยียบจนเละเทะ รวมถึงเสียงของผิวหนังกับร่างกายที่ถูกตัดขาด.....หากต้องเผชิญกับเสียง กลิ่น รวมถึงสภาวะที่อยู่ๆสติก็หายไปจนไม่สามารถแยกแยะได้ว่านางกำลังอยู่ที่ไหน ให้นางเผชิญความเจ็บปวดนี้ยังดีเสียกว่า !

 

          ทว่าหลี่ทิงเสวี่ยเห็นพี่สาวของตนเองที่อยู่ห่างออกไปพูดไปกระอักเลือดไป ต่อให้ก่อนหน้านี้นางจิตใจหวั่นไหวไม่สงบ ทั้งต่อมายังถูกความรวดเร็วของการเคลื่อนไหวอีกฝ่ายทำให้ตื่นตะลึง แต่นางจะสามารถรับปากแล้ววิ่งไปทำตามได้หรือ

 

          นี่ไม่มีทางเป็นไปได้ !

 

          หลี่ทิงเสวี่ยมองหลี่เฟิงเอ๋อร์ที่ถอยไปจนอยู่ใกล้กับโต๊ะวางคันฉ่องใกล้หัวเตียง ใช้มือหนึ่งเท้าโต๊ะไว้ขณะที่หอบจนตัวโยน  นางเห็นหลี่เฟิงเอ๋อร์ค่อยๆเงยหน้าขึ้น จับจ้องไปที่คันฉ่องทองเหลืองด้วยสีหน้าที่ดูแปลกพิกล

 

          หากเป็นเวลาอื่นหลี่ทิงเสวี่ยอาจจะยังมีแก่ใจพอจะคิดได้ว่าผู้ใดก็ตามหากได้เห็นริมฝีปากปลายคางของตนเองเปรอะเลอะเลือดจนดูเหมือนผีสาวย่อมต้องตกตะลึงพรึงเพริดกันทั้งนั้น แต่สถานการณ์ในยามนี้ ที่หลี่ทิงเสวี่ยจ้องมองเขม็งไม่วางตาย่อมเป็นเพราะนางกำลังหาโอกาสลงมือ

 

          เห็นหลี่เฟิงเอ๋อร์มองคันฉ่องด้วยท่าทางตื่นตะลึง หลี่ทิงเสวี่ยพลันเปลี่ยนจังหวะลมหายใจ เค้นพลังยุทธ์อันเย็นเยียบของตนเองผนึกไว้ที่ฝ่ามือทันที

 

          แต่นางก็ยังช้าเกินไป !

 

          สตรีที่อยู่เบื้องหน้าคันฉ่องคล้ายสามารถสัมผัสได้ในพริบตาที่ลมหายใจของนางเปลี่ยนไป ดวงตาที่หันขวับกลับมาจากคันฉ่องวาวโรจน์ ขอบตาคล้ายปรากฏสีเรื่อดังฉาบไว้ด้วยน้ำตาโลหิตชั้นหนึ่ง พาให้หัวใจหลี่หลันอวี่ยังสั่นเทาด้วยความพรั่นพรึง

 

          ก่อนที่สตรีผู้นั้นจะแหงนหน้า แผดเสียงกู่ร้องคล้ายเสียงคำรามของสัตว์ร้ายท่ามกลางราตรี

 

          หลี่ทิงเสวี่ยสลายพลังที่ฝ่ามือ เปลี่ยนเป็นยกปิดหูแทบไม่ทัน

 

          แม้กระนั้นสมองของนางก็ยังอื้ออึงไปด้วยเสียงกู่ร้องนั่น เสียงที่คล้ายกับเสียงหอนโหยของสุนัขป่าในหุบเชาลึกเมื่อมันจะล่าเหยื่อ แต่ก็แฝงอำนาจของพยัคฆ์ที่หยิ่งทระนงจนทำให้ผู้คนครั่นคร้าม

 

          แต่ขณะที่นางตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ขอบตาของนางกลับร้อนผ่าว ก่อนที่น้ำตาจะหลั่งไหลออกมาอย่างไม่อาจควบคุมได้เช่นเดียวกับความรู้สึกเสียดแทงราวกับใครมากรีดคว้านดวงใจของนางออกไป

 

          ทว่าท่ามกลางความรู้สึกอันหนักหน่วงสองอย่างที่เคี่ยวกรำอยู่นั่น หลี่ทิงเสวี่ยกลับยังมีสติพอที่จะนึกถึงเรื่องหนึ่งออก

 

          สุ้มเสียงครวญที่หยิ่งทระนงราวเสียงหัวร่อของอสูร นี่มิใช่เคล็ดวิชาที่สาบสูบของปรมาจารย์ซือเต๋อซุ่นอย่างคีตะอสูรสำรวลหรอกหรือ !

 

          พร้อมกับการตระหนักรู้ของหลี่ทิงเสวี่ย เสียงกู่ร้องนั้นพลันขาดห้วงลง ทำให้หลี่ทิงเสวี่ยงงงันชั่ววูบ ก่อนเงยหน้าขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

 

          นางเงยหน้าขึ้นมาได้จังหวะ ทันเห็นมืออันบอบบางไม่เคยหยิบจับของที่หนักกว่าตะเกียบกับชามข้าวของหลี่เฟิงเอ๋อร์ยกวูบและตวัดลงมา

 

          เปรี้ยงเดียว ! คันฉ่องพินาศเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย !

 

          “...ไส.....ไป” เสียงที่แหบพร่าแทบฟังไม่เป็นคำของหลี่เฟิงเอ๋อร์ดังตามหลังเสียงแห่งการพังทลายนั้น สลับกับเสียงหอบหายใจคล้ายพยายามอดทนอดกลั้นอย่างหนัก “ไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้ !

 

          ท้ายประโยคแฝงเสียงขู่คำรามของสัตว์ป่าอีกครั้ง ทว่ายังเบากว่าเสียงกู่คราวแรกนัก หลี่ทิงเสวี่ยจึงเหลือสติพอที่จะตอบกลับอย่างรวดเร็ว

 

          “พี่ก็ต้องไปกับข้า” เสียงของนางสั่นไหวน้อยๆ แต่ยังพยายามเอ่ย “.....พี่ไม่มีทางรับมือคนที่ตามเสียงเมื่อสักครู่ได้หรอก พี่อยู่นิ่ง....ให้ข้าลงมือแล้วพาพี่หลบไปก่อนเถอะ”

 

          ร่างกายของหลี่เฟิงเอ๋อร์หยุดสั่นเทาทันใด นัยน์ตามที่มองมาทั้งวาววับด้วยประกายโทสะ ทั้งเย็นชาเมื่อเอ่ยถามกลับ

 

          “....ไม่มีทางรับมือได้ ? เจ้าคิดว่าข้าเป็นใคร....” เสียงที่เอ่ยคำชะงักงันไปคล้ายนึกบางอย่างได้ หลี่เฟิงเอ๋อร์สั่นศีรษะไปมา กัดริมฝีปากจนห้อเลือดค่อยเค้นเสียงตวาดได้อีกครั้ง “เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว มารดามันเถอะ เดี๋ยวข้าเอาหัวโขกเสาให้สลบไปเองก็ได้ !

 

          แม้ปากจะพูดพร้อมตั้งท่าจะทำจริงๆ แต่ทั้งน้ำเสียงที่ค่อยๆเยือกเย็นลง กับรอบดวงตาที่เห็นได้ชัดว่าค่อยๆขึ้นสีแดงเรื่อขึ้นอีกครั้งบอกชัดว่าการจะทำอย่างนั้นคงไม่อาจทำได้โดยง่ายเป็นแน่

 

          หลี่ทิงเสวี่ยพลันตัดสินใจเร่งพลังสู่ฝ่ามือ เผยกรงเล็บมายาที่คมกริบไม่แพ้มือที่ตวัดลงไปยังคันฉ่องทองเหลืองของอีกฝ่าย ปลายเท้าสะกิดวูบ

 

          นางหมุนตัว ใช้พลังยุทธ์ที่เร่งเร้าออกมาต้านรับอาวุธลับที่ซัดพุ่งเข้ามาทางหน้าต่างได้ทันอย่างฉิวเฉียด !

 

          แต่นั่นไม่ได้ทำให้นางคลายใจ เพราะสิ่งที่นางกังวลได้เกิดขึ้นแล้ว

 

          มีผู้ตามเสียงคำรามของคีตะอสูรสำรวลมาจริงๆ !

 

(โปรดติดตามต่อตอนถัดไป)

 

          ขออภัยอีกครั้งสำหรับท่านที่รอติดตามนะคะ  ระยะนี้ผู้เขียนยุ่งแบบสุดๆเลยมาได้ช้าหน่อย แต่ก็อยากอัพให้ได้ทุกวัน อาจจะพอเหมาะหรือน้อยไปบ้าง ก็ขออภัยล่วงหน้าด้วยนะคะ

 

          ตอนที่เขียนบทนี้เขียนตอนต้นเพลินมากค่ะ ชอบช่วงเวลาอดีตหลายๆอย่างของท่านแม่ทัพ ยิ่งเห็นความเคารพที่ศิษย์น้องทุกคนมีให้ศิษย์พี่ใหญ่ (ใช่ค่ะ ท่านแม่ทัพเป็นพี่ใหญ่ของน้องๆ ดังนั้นจึงมีความเอ็นดูเด็กๆอย่างน้องสาวเจ้าของร่าง และมีความหมั่นไส้เด็กที่หน้าเหมือนศิษย์น้องมากเป็นพิเศษค่ะ ฮา) กับภาพลักษณ์ของท่านอาจารย์และห่านพะโล้ ทำให้สักวันหวังว่าจะได้เขียนถึงพวกเขาให้มากกว่านี้ค่ะ !

 

          ตอนนี้ได้เขียนถึงวิชายุทธ์ของเรื่องแล้ว ที่จริงจะว่าเป็นกำลังภายใน ลมปราณ หรืออะไรทำนองนั้นก็ได้หมดค่ะ อย่างที่ท่านแม่ทัพเคยอธิบายให้ทิงเสวี่ยฟังในช่วงราวๆบทที่ 10 (ถ้าเป็นตอนย่อยที่ลงในเด็กดีก็ราวๆตอนที่ 30 ค่ะ) ว่านี่เป็นแค่คำเรียกของแต่ละสำนักแต่ละที่เท่านั้น พื้นฐานเหมือนกันหมดก็คือเป็นพลังที่ร่างกายสามารถรับเข้ามาและใช้ได้ --- ที่จริงแล้วการแบ่งและการเรียกของแต่ละสำนัก ต่างสะท้อนถึงความสำคัญและแนวทางของวิชาแต่ละที่ค่ะ แต่เรื่องพวกนี้ยังไม่ต้องสนใจนักก็ได้ค่ะ ท่านแม่ทัพยังไม่สนเลยค่ะ (?)

 

          จะว่าไปแล้ว ถ้าจะถามว่ากลียุคแห่งแคว้นอวิ๋นเป็นแนวเรื่องแนวไหน ผู้เขียนก็ยอมรับค่ะ ว่าตัวเองยังบอกไม่ค่อยถูกเหมือนกัน สำหรับผู้เขียน นี่เป็นบันทึกของแม่ทัพท่านหนึ่งที่ดันลืมตามาในหกสิบปีให้หลังที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิมเลยสักนิด ทุกสิ่งที่เจอดูแปลกมาก

 

          แต่ขณะเดียวกัน --- ในตอนที่ท่านแม่ทัพไม่รู้ตัว ท่านแม่ทัพก็ถือเป็นของแปลกของคนที่นี่เหมือนกันค่ะ

 

          สำหรับท่านแม่ทัพแล้วฆ่าคนสักคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่  ไม่ใช่ความโหดร้ายหรือเลือดเย็น บางทีฆ่าไก่ไปทำกับข้าวสักตัวอาจจะยากกว่าด้วยซ้ำ แต่จะเห็นว่าไม่ว่าหลี่หลันอวี่ที่เห็นฉากนั้นต่อหน้าต่อตา หลี่ทิงเสวี่ยที่โต้คารมได้ มาเห็นท่านแม่ทัพในแบบนี้ก็กลับรู้สึกตัวสั่น --- สำหรับผู้เขียนแล้ว นี่ไม่ใช่ฉากโชว์เทพของท่านแม่ทัพ แต่เป็นฉากที่บอกให้รู้ว่าคนๆนี้เปลือกนอกเป็นอย่างไร ข้างในก็คือคนที่มีชีวิตอยู่บนแผ่นดินที่เคยเต็มไปด้วยโจรกบฎ หายใจเข้าหายใจออกเป็นรบทัพจับศึกนับสิบปีของชีวิต

 

          ในขณะที่สองสาวน้อยนั้น แม้ในสกุลหลี่จะเกิดเรื่องราวขึ้นมากมาย ทว่าสุดท้ายพวกนางก็เป็นเด็กที่ไม่ได้เผชิญกับฟ้าฝนของการกบฎและแผ่นดินที่รบกันอยู่ตลอดเวลา ---- อย่างน้อยตั้งแต่ตอนเริ่มเรื่องจนถึงตอนล่าสุด พวกนางก็ยังไม่ได้มีชีวิตแบบนั้นค่ะ

 

          ถึงอย่างนั้นในความคิดของผู้เขียน ความโหดร้ายของชีวิตไม่ใช่เรื่องเปรียบเทียบว่าใครดีกว่าใครน้อยกว่า เพราะยังไงทุกคนก็มีความทุกข์ของตัวเอง แน่นอน เมื่อก้าวข้ามมาได้ก็จะมีความทระนงของตนเองเช่นกัน เรื่องพวกนี้ผู้เขียนหวังว่าจะสามารถมีโอกาสพาท่านผู้อ่านไปสัมผัสได้ในช่วงถัดๆไปค่ะ OTL

 

          เขียนมาถึงตรงนี้ที่จริงก็ถือว่าน่าอายหน่อยๆ (ก็ไม่หน่อยนัก...) สำหรับคนเขียนที่ไม่อาจสื่อสารถ่ายทอดใจความลงในนิยายได้หมด ต้องมาอธิบายท้ายเรื่อง ขออภัยทุกท่านที่อุตส่าห์ติดตามด้วยนะคะ OTL

 

          ท่านผู้อ่านที่อ่านแล้วมีข้อคิดเห็นอย่างไร อยากวิจารณ์เรื่อง หรือสาปแช่งใคร(?) บอกได้เสมอเลยค่ะ

 

          และผู้เขียนขอขอบคุณท่านผู้อ่านที่กรุณาคอมเม้นต์ ให้กำลังใจ รวมถึงติดตามมาเสมอด้วยนะคะ กำลังใจของท่านคือเรี่ยวแรงสำคัญในการผลิตงานจริงๆ

 

          ขอบคุณมากค่ะ


          ปล.เพื่อนของผู้เขียนท่านหนึ่งได้ให้ข้อคิดเห็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับเสี้ยวบทนี้ไว้อย่างหนึ่งว่า....ทองเหลืองที่เอามาทำเป็นคันฉ่อง อย่าลืมว่ามีอีกชื่อว่าโอริฮารูกอนนะ ! ท่านแม่ทัพถึงขนาดทลายวัตถุในตำนานได้เชียวนะ ! //.......ผู้เขียนรู้สึกอยากลองเอากระทะโลหะในตำนานที่บ้านตีเพื่อนบ้างแล้วค่ะ TvT



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 195 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #424 -miu05- (@-miu05-) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 10:22
    ลำคานหลี่ทิงเสวี่ยอ่ะเค้าบอกให้ไปก็ไปสิยังจะอยู่อีกเห้ออออออ
    #424
    4
    • #424-3 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 42)
      26 กันยายน 2561 / 01:48
      นำส่งตอนใหม่แล้วค่า ขอบคุณมากนะคะที่ติดตามกัน ><
      #424-3
    • #424-4 bbbxll (@bxlle) (จากตอนที่ 42)
      26 กันยายน 2561 / 22:11
      ชอบเมนต์นี้ +1
      #424-4
  2. #396 _jh408 (@ppciiz) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 07:55
    โอ้ยยนตอนนี้สนุกมากกกกกแม่ทัพของนูปี้
    #396
    0
  3. #332 saitgong (@saitgong) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 03:34

    รอออจ้าาา
    #332
    1
    • #332-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 42)
      13 กันยายน 2561 / 02:20
      ขอโทษที่ทำให้คอยนะคะ ตอนใหม่มาแล้วค่า ><
      ขอบคุณสำหรับการรอคอยกันด้วยนะคะ !
      #332-1
  4. #327 fantar2544 (@fantar2544) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 16:22

    สนุกมากคร้า รอๆๆๆๆ
    #327
    1
    • #327-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 42)
      13 กันยายน 2561 / 02:14
      มาส่งตอนใหม่แล้วค่า ขอบคุณสำหรับหัวใจ(?)และการติดตามด้วยนะค้า
      #327-1
  5. #325 hiziji (@hiziji) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 13:17
    รออยู่ค่าาา
    #325
    1
    • #325-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 42)
      13 กันยายน 2561 / 02:12
      มาส่งแล้วค่า ขอโทษที่ให้รอด้วยนะคะ OTL
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์และการติดตามด้วยค่า
      #325-1
  6. #324 MeeDii (@miomiojung) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 10:35
    รออ่านต่ออยุ่จ้า
    #324
    1
    • #324-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 42)
      13 กันยายน 2561 / 02:11
      ขออนุญาตตอบรวมนะค้า >< และขออภัยที่นำส่งตอนใหม่ช้าด้วยจริงๆค่ะ ฮือ
      จะพยายามมาไม่ให้ขาดช่วงนะคะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจและการติดตามด้วยจริงๆค่ะ
      #324-1
  7. #322 Ammyuhi (@Ammyuhi) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 07:49
    ชอบบบบบท่านแม่ทัพอย่าเป็นไรน่ะ
    #322
    1
    • #322-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 42)
      13 กันยายน 2561 / 02:10
      ดีใจค่ะมีคนห่วงท่านแม่ทัพ >< แต่ที่จริงคนอื่นๆอาจจะน่าห่วงกว่าที่อยู่ใกล้ท่านแม่ทัพตอนนี้ค่ะ แฮะๆ
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์และการติดตามด้วยนะคะ
      #322-1
  8. #321 lightwars (@lightwars) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 07:16
    ตอนนี้เขียนดีมาก&#8203; ชอบบบบ
    #321
    1
    • #321-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 42)
      13 กันยายน 2561 / 02:10
      ดีใจที่ชอบนะคะ ><
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจและการติดตามด้วยค่า !
      #321-1
  9. #320 Beel_ch (@zbeel) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 07:10
    ยังคงชอบตอนที่ท่านเเม่ทัพอยู่กับน้องๆเเละอาจารย์&#8203;มากเลยให้ความรู้สึกผ่อนคลาย หลังจากนี้อยากให้รีบๆเเข็งเเรงเพื่อไปป่วนคนอื่นอย่างเดียวละเรื่องอื่นล้วนไม่สำคัญ&#8203;55555555 //สู้ๆนะคะไรท์&#8203;
    #320
    1
    • #320-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 42)
      13 กันยายน 2561 / 02:09
      ผู้เขียนก็ชอบเขียนฉากระหว่างท่านแม่ทัพและบรรดาผู้คนในสำนักมากเหมือนกันค่ะ เขียนทีไรก็รู้สึกว่านี่สำนักอะไรกัน ! ส่วนท่านแม่ทัพหลังจากนี้เรื่องความป่วนนี่น่าจะพอรับประกันได้ระดับหนึ่งแล้วค่ะ ฮา

      ขอบคุณสำหรับกำลังใจและการติดตามเสมอค่ะ
      #320-1
  10. #319 STI .45 (@gval) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 05:21
    รอน้าาา
    สนุกมากกกกก
    #319
    1
    • #319-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 42)
      13 กันยายน 2561 / 02:08
      มาส่งตอนใหม่แล้วค่า ขอบคุณที่คอมเม้นต์และอยู่ด้วยกันมาตลอดด้วยนะคะ ><
      #319-1
  11. #318 Ajrpstupu (@Ajrpstupu) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 05:13
    ชั่งเป็นสำนักที่เห็นแก่กินโดยแท้ 555
    #318
    1
    • #318-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 42)
      13 กันยายน 2561 / 02:07
      บางทีมาตรฐานการเลือกศิษย์ของสำนักนี้อาจจะเป็นว่าเห็นแก่กินพอหรือไม่ก็ได้ค่ะ !
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์และการติดตามนะคะ ><
      #318-1
  12. #317 Leila-Liora (@sorn160744) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 04:52
    ชอบอาจารย์ของท่านแม่ทัพนะ ดูเลี้ยงศิษย์แปลกๆออกมาได้หลายคนดี
    #317
    1
    • #317-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 42)
      13 กันยายน 2561 / 02:07
      ดีใจที่ชอบค่า ผู้เขียนก็อยากเขียนถึงท่านอาจารย์ผู้ที่จริงก็แปลกๆไม่ต่างจากศิษย์เท่าไรอีกเหมือนกันค่ะ ><
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์และการติดตามด้วยนะคะ
      #317-1
  13. #316 0971539347am (@0971539347am) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 04:16
    สู้ๆๆ ค่ะ สนุกมากกกกกก
    #316
    1
    • #316-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 42)
      13 กันยายน 2561 / 02:06
      ยินดีที่ทำให้รู้สึกสนุกได้จริงๆค่ะ ! ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์และการติดตามด้วยนะคะ ><
      #316-1
  14. #315 AING AinG (@ounging69) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 01:32
    รอฉากแม่ทัพโชว์เทพบ้าง เห็นแค่หายใจแรงก็จะล้มน้องล้ะปวดใจจจจจ
    #315
    1
    • #315-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 42)
      13 กันยายน 2561 / 02:03
      ไม่รู้ว่าตอนใหม่นี้เรียกว่าโชว์เทพได้ไหมนะคะ เพราะตอนหลังๆก็.... ><
      แต่ขอบคุณที่ติดตามกันมากนะคะ ท่านแม่ทัพต้องมีวันแข็งแรงได้อัดคนได้แน่ๆค่ะ
      สักวันหนึ่งนะคะ....สักวันค่ะ TvT
      #315-1
  15. #314 Dreamnoy (@dreamnoy) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 01:18
    ไรท์สู้ๆ อยากอ่านอีก สนุกมาก
    #314
    1
    • #314-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 42)
      11 กันยายน 2561 / 01:30
      อุ๊ก คอมเม้นต์ตอนใหม่เร็วมาก ขอบคุณมากๆนะคะสำหรับการติดตาม
      เดี๋ยวพรุ่งนี้จะพยายามมาลงตอนใหม่ให้ได้ค่า ><
      #314-1