云乱 - กลียุคแห่งแคว้นอวิ๋น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 81,050 Views

  • 654 Comments

  • 2,100 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    245

    Overall
    81,050

ตอนที่ 15 : บทที่ ๕ เส้นทางนั้นราบเรียบเกินไป ได้แต่วอนขอเจ้ามาเป็นขวากหนามแล้ว (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5249
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 293 ครั้ง
    7 ส.ค. 61

          มุมปากของท่านแม่ทัพกระตุกเล็กน้อย ไม่ทราบว่าจะบิดเป็นรอยยิ้มขุ่นเคืองหรือรอยยิ้มเย้ยหยันตนเองดี แต่สุดท้ายอวี๋เฟิงก็เพียงแต่โบกมือ ให้สาวใช้ทั้งสองเก็บของให้เข้าที่เท่านั้น


          แม้จะไม่เข้าใจ แต่คิดไปคิดมาเสี่ยวซงก็รู้สึกว่าหลี่เฟิงเอ๋อร์นับวันจะเข้าใจยากอยู่แล้ว นางจึงเพียงแต่ปิดหีบอาภรณ์นั้นตามคำสั่ง ก่อนเดินกลับมาหยุดอยู่ที่ข้างเตียงใกล้กับเสี่ยวจู๋

          อวี๋เฟิงก็ไม่พูดอะไรอีก เพียงพยักหน้าให้เสี่ยวจู๋เป็นเชิงให้ปล่อยนางนอนลงไปดังเดิม ซึ่งเสี่ยวจู๋ยิ่งกว่ายินดีกระทำตาม พอเรียบร้อยแล้วทั้งคู่ก็ทำท่าจะเดินออกไปปล่อยให้คนป่วยบนเตียงพักผ่อนให้เต็มที่


          “เดี๋ยว” ตอนนั้นเองที่อวี๋เฟิงนึกอะไรขึ้นมาได้ “พวกเจ้า.....”


          เพิ่งจะพูดได้แค่นี้ลำคอของอวี๋เฟิงก็สากระคายขึ้นมาจนนางต้องหุบปาก กลืนน้ำลายที่ค่อนข้างฝืดเหนียวลงไปหนึ่งทีค่อยกล่าวต่อได้ พอดีกับที่เสี่ยวจู๋รีบเดินกลับเข้ามาใกล้เพื่อจะได้ฟังให้ถนัด


          “พวกเจ้าพอจะหาแผนที่ได้ไหม...”


          เสียงของอวี๋เฟิงสั่นเล็กน้อย แต่เสี่ยวจู๋ก็ยังพอฟังเข้าใจ นางรีบพยักหน้าให้คุณหนูสามอย่างรวดเร็ว


          “บ่าวจะถามที่โรงครัวให้เจ้าค่ะ แต่คาดว่าทางนั้นน่าจะทำแผนที่มาขึ้นโต๊ะให้คุณหนูได้อย่างช้าก็พรุ่งนี้...”


          อวี๋เฟิงที่ได้ยินดังนั้นอดไม่ได้ ต้องช้อนตาขึ้นมองใบหน้าของสาวใช้ที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในความเก่งกาจของโรงครัวแห่งจวนเจ้ากรมอาญาที่แม้จะเป็นสิ่งที่นางไม่เคยได้ยินอย่าง แผนที่ ก็เห็นจะหาทางปรุงออกมาได้เป็นแน่.....จากนั้นท่านแม่ทัพก็เลิกหวังอย่างสิ้นเชิง


          ในฐานะอดีตทหาร อวี๋เฟิงย่อมทราบว่าแผนที่ไม่ได้เป็นสิ่งที่ทุกผู้สามารถเข้าถึงได้ หาไม่แล้วทั้งความปลอดภัยของเมือง เส้นทางการเดินทัพ เส้นทางการค้าต่างๆถูกทุกผู้ล่วงรู้ แผ่นดินนี้คงเข้าสู่กลียุคด้วยความกระหายของผู้คนไปแล้ว


          แต่การที่สาวใช้ตัวน้อยสองคนในจวนของเจ้ากรมอาญายังไม่รู้จักกระทั่งแผนที่ อวี๋เฟิงก็ไม่ทราบเช่นกันว่าควรจะนับถือในความรอบคอบของบิดาหลี่เฟิงเอ๋อร์ที่ไม่ให้เรื่องราชการเล็ดลอดออกมาจากห้องหนังสือของตนเองได้ หรือควรจะนึกขุ่นเคืองในการปล่อยปละละเลยกระทั่งมาตรฐานความรู้สาวใช้ของบุตรีตนเองกันแน่


          สุดท้ายแล้วอวี๋เฟิงจึงเพียงพึมพำบอกอีกฝ่ายว่าไม่ต้องแล้ว จากนั้นก็ปิดเปลือกตาลง ไม่สนใจสีหน้าเจ็บปวดราวกับเป็นโรงครัวที่โดนดูถูกความสามารถของเสี่ยวจู๋อีก


          แว่วเสียงพึมพำอะไรบางอย่างของทั้งคู่ไกลออกไป  อวี๋เฟิงไม่แม้แต่จะลืมตา นางเพียงขยับผ้าห่มขึ้นมาจรดปลายผ้า ตัดสินใจว่าจะให้ความสำคัญกับเรื่องที่จับต้องได้ก่อนก็แล้วกัน


          ดังเช่น เรื่องอาหารมื้อถัดๆไปที่จะมีเนื้อมาให้นางกินเสียที !

 


          ความคาดหวังของอวี๋เฟิงในเรื่องนี้ไม่สูญเปล่า และทำให้นางต้องยอมรับว่าโรงครัวของจวนเจ้ากรมอาญานั้นคู่ควรที่จะให้เสี่ยวจู๋เจ็บแค้นแทนที่โดนดูหมิ่นจริงๆ


          ยกน้ำแกงตุ๋นไก่ใสแจ๋ว มีไขมันลอยอยู่เป็นวงบางๆเพียงสามวง เพิ่งจะมาใกล้ถึงระดับหัวไหล่ไม่ทันจรดริมฝีปาก กลิ่นหอมของน้ำแกงที่ตุ๋นจนเนื้อไก่ร่อนออกเป็นฝอยเล็กๆก็มาถึงปลายจมูกนางแล้ว ให้อวี๋เฟิงได้แต่สูดเข้าไปอย่างผาสุก แล้วค่อยลิ้มชิมรสที่ผสมกันอย่างบางเบาทั้งความหวานจากไก่และสูตรฝีมือของพ่อครัวที่ควรค่าแก่คำว่าเลิศรส !


          “คุณหนู ไม่อาจกินเกินสองถ้วยนะเจ้าคะ” เสี่ยวซงรีบร้องบอกหลังเห็นอวี๋เฟิงยกถ้วยขึ้นซดทีเดียวหมดไปเกือบครึ่ง


          ระยะหลังมานี้นางชินตากับการที่หลี่เฟิงเอ๋อร์ไม่เคยใช้ช้อนค่อยๆตักละเลียดน้ำแกงกันแล้ว แต่การที่อีกฝ่ายยกถ้วยขึ้นซดด้วยท่าทางที่ดูไปดูมาชักจะห้าวหาญยิ่งกว่าคุณชายใหญ่ทำให้เสี่ยวซงอดตื่นตระหนกไม่ได้จริงๆ


          ดูเหมือนการปรับเปลี่ยนอาหารให้คุณหนูสามจะมีผลลัพธ์ที่ทำให้ทุกคนตาค้างกันมากจริงๆ เพราะหลังจากที่ค่อยๆเพิ่มเพียงเศษเนื้อฉีกฝอยที่แทบไม่ต้องออกแรงเคี้ยวในช่วงแรกแล้ว ยามนี้เพิ่งจะผ่านไปเพียงสิบกว่าวัน หลี่เฟิงเอ๋อร์ถึงกับใช้ตะเกียบแคะคีบเนื้อไก่ในชามบะหมี่มาใส่ปากได้ด้วยข้อมือที่มั่นคงทรงพลังไม่มีความอ่อนแรงสักนิดแล้ว !


          เรื่องนี้ไม่เพียงเสี่ยวซงจะตะลึงแกมทึ่ง แม้แต่เสี่ยวจู๋ที่เชื่อว่าตนเองเป็นสาวใช้ที่แสนฉลาดและหัวไวยังอดงงงวยไม่ได้ อาหารของคนรับใช้ในจวนเจ้ากรมอาญาถือว่าดีมาก ทุกมื้อมีเนื้อให้กิน แต่พวกนางกินกันมานานก็ไม่เห็นจะดูแข็งแรงขึ้นขนาดหลี่เฟิงเอ๋อร์ นี่ตกลงว่าคุณหนูสามของพวกนางที่เจ็บป่วยแค่เพราะก่อนนี้ไม่กินเนื้องั้นหรือ ?


          แน่นอนว่าความคิดเพ้อเจ้อของสาวใช้ทั้งสอง อวี๋เฟิงต่อให้มองเห็นก็ไม่ใส่ใจ นางเพียงคีบผักบุ้งผัดกับกระเทียมขาวๆเผ็ดเล็กน้อยมากินกับบะหมี่อีกสามคำ จากนั้นก็เคาะชามเป็นเชิงให้เสี่ยวซงตักน้ำแกงที่เหลือเติมให้นางเสียที


          พฤติการณ์เหล่านี้กลายเป็นเรื่องปรกติสำหรับเรือนหลังเล็กแห่งนี้ไปเสียแล้ว เสี่ยวซงไม่เห็นว่าท่าทางของหลี่เฟิงเอ๋อร์จะแปลกไปมากกว่านี้ได้อีก เมื่อได้ยินเสียงเคาะชามจึงทำท่าจะตักน้ำแกงเติมลงไปแต่โดยดี


          แต่เห็นได้ชัดว่ามีผู้ที่ไม่คิดเช่นนั้น


          “เสี่ยวซงเจ้าทำงานเช่นไรกัน ไม่ระมัดระวัง ไม่ออมแรง ไม่รอบคอบสักนิด ถึงกับให้ถ้วยชามของคุณหนูกระทบกันงั้นหรือ !


          เสียงที่ไม่ดังนักแต่เข้มงวดเฉียบขาดดังมาก่อน ค่อยตามด้วยคนพูด


          อวี๋เฟิงคาบตะเกียบไว้ในปาก มองดูสตรีที่ดูแล้วเห็นทีคงมีวัยสักสามสิบรูปร่างสูงใหญ่บึกบึนจนนางนึกชื่นชมแกมนับถือ ยิ่งมองเห็นมือของอีกฝ่ายที่โผล่พ้นชายเสื้อมายังเต็มไปด้วยรอยหยาบกร้านก็แทบจะเปลี่ยนเป็นอิจฉา


          มืออย่างนี้เชือดไก่ทำน้ำแกงไม่ต้องอาศัยมีด เห็นทีจะจับหักคอได้ในทีเดียว ประเสริฐ !


          “จูมามา....” เสี่ยวซงเรียกเสียงอ่อย แม้แต่เสี่ยวจู๋ยังรีบขยับมายืนหลังอวี๋เฟิงเหมือนจะใช้เจ้านายของตนเป็นเกราะกำบัง


          ซึ่งเห็นได้ชัดว่าไม่ได้ผล เมื่อจูมามาถลึงตาอย่างดุดัน


          “คิดกล่าวคำแก้ตัวอีกหรือ ! หึ....แม้นายท่านจะไม่เข้มงวดกับพวกเจ้า เพียงหวังให้พวกเจ้าปรนนิบัติคุณหนูสามให้ดี แต่เห็นทีคงปล่อยปละพวกเจ้าเกินไปแล้ว ดูพวกเจ้าเถอะ....”


          ปากบอกว่าดูพวกเจ้า แต่สายตาของจูมามากลับเลื่อนมาหยุดที่อวี๋เฟิงที่ยังคาบตะเกียบไว้ในปาก ทำตาปริบๆอย่างไม่เข้าใจเรื่องราว


          สีหน้าของจูมามาปรากฏแววเจ็บปวดใจ เช่นเดียวกับน้ำเสียงที่แปรเปลี่ยนเหมือนแทบเป็นคนละคน


          “บ่าวขออภัยคุณหนูสามที่เสียมารยาทนะเจ้าคะ” นางค้อมตัวลงต่ำอย่างนอบน้อม กล่าวราวกับเจือสะอื้น “เพียงแต่บ่าวเห็นเจ้าเด็กเหลือขอสองคนนี้ไม่รู้สักนิดว่าอันใดเรียกมารยาท อันใดเรียกธรรมเนียมปรนนิบัติของสาวใช้....กระทั่งรับใช้คุณหนูกินข้าวยังปล่อยให้ถ้วยชามกระทบกันเปรื่องปร้าง ทั้งปล่อยให้คุณหนู.....ปล่อยให้คุณหนูต้องทำขนาดคาบตะเกียบรอ บ่าวผิดไปแล้วจริงๆ ไม่รู้ว่านายหญิงในยมโลกจะให้อภัยบ่าวหรือไม่ ที่ละเลยคุณหนูเช่นนี้...”


          “จูมามา...” อวี๋เฟิงเพิ่งอ้าปาก อยากจะบอกว่าจะเสียงเคาะชามหรือจะคาบตะเกียง นางล้วนกระทำไปโดยสันดานเดิมไม่ได้เกี่ยวพันอันใดกับสาวใช้ทั้งสองสักนิด


          แต่จูมามากลับรีบเงยหน้าขึ้น สีหน้าเปลี่ยนเป็นตัดสินใจอย่างเด็ดขาด


          “คุณหนูไม่เจ็บแค้นบ่าวเป็นเรื่องดีเจ้าค่ะ แต่บ่าวจะต้องลงโทษตนเองและเจ้าเด็กพวกนี้บ้าง ขอคุณหนูอย่าใจอ่อนจนเสียเรื่อง ยิ่งกว่านั้นหากปล่อยเจ้าเด็กสองคนนี้ไป เย็นนี้หากนายท่านมาเยือนแล้วเกิดเรื่องเสียกริยา ถึงตอนนั้นพวกนางจะได้รับโทษมากกว่านะเจ้าคะ คุณหนู”


          “นายท่าน....ท่านพ่อจะมางั้นหรือ ?” อวี๋เฟิงจับประเด็นสำคัญได้อย่างรวดเร็ว


          “เจ้าค่ะ” จูมามาตอบ ในดวงตาที่มองมามีทั้งความรักและความสงสารแบบที่อวี๋เฟิงเคยเห็นมาจากดวงตาของแม่เลี้ยงอย่างน่าประหลาด “นายท่าน....คงจะมาหลังจากคุณหนูกินอาหารเย็นเรียบร้อยแล้ว ต้องรบกวนวันนี้คุณหนูอย่าเพิ่งพักผ่อนนะเจ้าคะ”


          “ได้” ท่านแม่ทัพตอบรับได้ทันที เพราะความจริงหลังมื้ออาหารเย็นที่ไล่เสี่ยวซงเสี่ยวจู๋ไปแล้ว คือเวลาในการหัดเดินบ้าง หัดตวัดข้อมือปาตะเกียบหรือเศษไม้ที่หามาได้ให้แม่นๆบ้าง เผื่อเวลาอยากจะเอาไปปาหัวใครสักคน...


          “เช่นนั้น ก่อนนายท่านมาสักหนึ่งชั่วยาม บ่าวจะส่งคนมาบอกอีกทีนะเจ้าคะ...”


          จูมามาทิ้งท้ายด้วยคำนั้น แต่ทิ้งสายตาดุดันเป็นเชิงคาดโทษไว้กับเสี่ยวซงเสี่ยวจู๋ พาให้สองสาวใช้บ่นพึมกับหลี่เฟิงเอ๋อร์ในภายหลังถึงความเข้มงวดของจูมามาอันเป็นที่เลื่องลือ


          อวี๋เฟิงมองเสี่ยซงที่ถือหม้อน้ำแกงที่ปากเลอะๆเพราะการตักอย่างไม่ระวัง มองเสี่ยวจู๋ที่นินทาว่าจูมามาอาศัยว่าตัวเองเป็นคนเก่าแก่วางอำนาจจู้จี้ จากนั้นก็เก็บสำรับทิ้งอวี๋เฟิงที่อ้างอยากพักผ่อนแล้วจากไปคุยกับคนที่โรงครัวอย่างเริงร่าแล้วได้ข้อสรุป


          เจ้าเด็กสองคนนี้ถูกปล่อยปละละเลยมากเกินไปจริงๆนั่นแหละ !

 


          แต่ถึงจะทำงานไม่เรียบร้อย กล้านินทาบ่าวไพร่อาวุโสกว่า ทั้งยังเชื่อคนง่ายเป็นที่สุด อวี๋เฟิงก็ต้องยอมรับว่าข้อดีของเสี่ยวซงเสี่ยวจู๋คือไม่ว่าอวี๋เฟิงใช้ให้ทำอะไร ถึงจะบ่นไปบ้าง ทำได้ไม่ค่อยดีนัก แต่พวกนางก็ยังยอมทำแต่โดยดี


          โดยเฉพาะเสี่ยวจู๋นั้น รู้เสียด้วยว่าต้องทำอย่างไรจึงจะไม่ถูกบ่น


          นายท่านจะมาเยี่ยมบุตรีผู้อ่อนแอ จากที่หลังกินข้าวเสร็จหลี่เฟิงเอ๋อร์จะจิบน้ำชาแล้วค่อยเข้านอน วันนี้ทั้งคู่ย่อมไม่อาจปล่อยให้อวี๋เฟิงกระทำดังนั้นได้ เสี่ยวจู๋เตรียมน้ำร้อนเอาไว้ รอคุณหนูของนางกินข้าวเสร็จก็เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ ชโลมน้ำมันหอมที่มือและเท้าอันนุ่มนิ่มของหลี่เฟิงเอ๋อร์  ส่วนเสี่ยวซงจัดแจงเช็ดขัดที่ตั่งคนงามที่คุณหนูมักจะนั่งเล่นบ่อยครั้งในระยะหลัง วางเตาพกอันเล็กเผื่อเอาไว้ ทั้งยังมีเตาชงชาตั้งไว้ตั้งแต่ตอนที่มีบ่าวมาตามคำของจูมามา


          อวี๋เฟิงมองความวุ่นวายเล็กๆนั้นอย่างสงบ แต่มองขนมน้ำตาลที่อยู่ข้างกาน้ำชาตาละห้อย นึกภาวนาให้บิดาของหลี่เฟิงเอ๋อร์มาเร็วๆ นางจะได้กินขนมที่ถูกจัดไว้นั่นเสียที


          ไม่ทราบว่าเพราะคำภาวนาของอวี๋เฟิงสัมฤทธิ์ผล หรือความรักที่มีต่อบุตรีของเจ้ากรมอาญามากล้นจนเกรงว่าธิดาของตนจะคอยนาน ไม่ทันถึงหนึ่งชั่วยามดีหลังจากนั้น นายท่านของจวนเจ้ากรมอาญาก็ก้าวเท้าเข้ามาในเรือนหลังเล็ก พร้อมร่างระหงชวนมองอีกสองร่างที่รั้งฝีเท้าให้ช้ากว่าเล็กน้อย


          เจ้ากรมอาญาแห่งรัชศกเสวียนฉีปรากฏตัว พร้อมประโยคที่บ่งบอกถึงความกลัดกลุ้มใจแกมเจ็บแค้นเป็นอย่างยิ่งว่า


          “พรุ่งนี้โซ่วอ๋องจะถือราชโองการปลอบขวัญมาพบเจ้า ต้องลำบากเจ้าฝืนใจเผชิญหน้าเขาแล้ว”

 

(โปรดติดตามต่อตอนถัดไป)

 

          มาส่งตอนต่อไปแล้วค่ะ ตอนนี้กล่าวถึงอาหารสักหน่อยเพราะเป็นความสุขของท่านแม่ทัพนะคะ เดี๋ยวเสี้ยวหน้าก็จะกลับไปปัญหาอลวนที่คนเขียนหวังว่าจะได้เฉลยเพิ่มแล้วค่ะ

 

          ไม่ทราบว่าทำให้นักอ่านท่านไหนงุนงงหรือไม่เข้าใจเพราะความอ่อนด้อยของฝีมือหรือเปล่า....เรื่องแผนที่นั้น เสี่ยวซงกับเสี่ยวจู๋ไม่รู้จักจริงๆค่ะ อย่างที่ท่านแม่ทัพบอกว่าไม่ใช่ของที่คนทั่วไปจะพบเห็น แต่หากมีโอกาสผู้เขียนจะกล่าวถึงเรื่องนี้ให้มากขึ้นนะคะ

 

          สารภาพว่าเรื่องนี้เขียนไป ก็พลอยจะเผลอใส่รายละเอียดเยอะไปตลอด ทำให้ท่านผู้อ่านเบื่อหรือเปล่าคะ ? อยากให้ดำเนินเรื่องไปรวดเร็วกว่านี้  เน้นความสัมพันธ์ของท่านแม่ทัพกับรอบข้างหรือเปล่า ? หากอย่างไรลองบอกกันมาได้นะคะ ผู้เขียนจะได้ทราบว่าตนเองเขียนตรงไหนได้น่าเบื่อหรือไม่ค่ะ ^^”

 

          ขอบพระคุณทุกท่านสำหรับคอมเม้นต์ กำลังใจ และการติดตามในตอนที่ผ่านๆมาด้วยนะคะ !

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 293 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #97 _jh408 (@ppciiz) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 00:22
    ราชโองการอะไรกัน! นักเขียนเขียนดีแล้วค่ะ
    #97
    0
  2. #95 sutto_disuke (@minnygym) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 20:46
    ทำไม ไม่ขึ้นแจ้งเตือนน๊าาา
    #95
    0
  3. #90 mee_pa (@mee_pa) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 22:01
    ขำเรื่องแผนที่ขึ้นโต๊ะ
    #90
    1
    • #90-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 15)
      8 สิงหาคม 2561 / 00:34
      เย้ ยินดีที่มีคนขำด้วยนะคะ ผู้เขียนยังกังวลว่าจะทำให้ผู้อ่านงงหรือเปล่าเลย
      ขอบคุณมากค่ะที่ติดตาม !
      #90-1
  4. #89 Ammyuhi (@Ammyuhi) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 12:58
    อร้ายยยยจะหนียังไงล่ะท่านแม่ทัพ5555
    #89
    1
    • #89-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 15)
      8 สิงหาคม 2561 / 00:34
      ท่านแม่ทัพบัญชาการศึกไม่ถอยค่ะ....(ล่ะมั้ง) เอาเป็นว่าแก้ตามหน้างานแน่ๆค่ะ ฮา
      ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ
      #89-1
  5. #86 STI .45 (@gval) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 05:46
    รอค่ะ สนุกมาก
    เนื้อหาไม่น่าเบื่ออะไร สู้ๆค่ะ
    #86
    1
    • #86-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 15)
      8 สิงหาคม 2561 / 00:32
      ขอบคุณมากๆค่าสำหรับคอมเม้นต์และการรอคอย ผู้เขียนจะพยายามนะคะ !
      #86-1
  6. #85 DayGood (@DayGood) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 05:11
    ติดตามมมมมมมมคะ
    #85
    1