云乱 - กลียุคแห่งแคว้นอวิ๋น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 81,059 Views

  • 654 Comments

  • 2,101 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    254

    Overall
    81,059

ตอนที่ 13 : บทที่ ๔ ใต้บัลลังก์มังกรแห่งนี้ มีผู้ใดบ้างที่ยังสติดี ? (หลัง) (๓)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5919
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 314 ครั้ง
    5 ส.ค. 61

          ดังนั้นแล้วผู้มีบรรดาศักดิ์อ๋องในปัจจุบัน จะอย่างไรก็ต้องเป็นลูกหลานของเจ้าตัวบัดซบที่น่ายันให้ตกเขาตายไปจริงๆ และต้องเป็นทายาทของจักรพรรดิเฉิงเต๋อไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง


          ก่อนหน้านี้อวี๋เฟิงไม่กล้าด่าบรรพบุรุษฝ่ายชายของเยวี่ยปิ่ง เพราะในใจยังเคารพจักรพรรดิเฉิงเต๋อเสมอ แต่มายามนี้...เมื่อมองหน้าของโซ่วอ๋องที่มีประพิมพ์เดียวกับเจ้าศิษย์น้องไม่ได้เรื่องนั่นแทบจะไม่ผิดเพี้ยนแล้ว นางก็ขอด่าอีกสักสองสามรอบเถิด !


          อวี๋เฟิงกระทำการตามความมุ่งมั่น ในใจก่นด่า ทว่าปากกลับไม่ขยับหลุดออกมาสักครึ่งค่ำ หนำซ้ำหูยังอุตส่าห์เงี่ยฟังคำสนทนาระหว่างกลุ่มคนทั้งหมดอีกด้วย


          ดังนั้น เมื่อได้ยินองค์ชายรองเอ่ยวาจาตอบโซ่วอ๋อง อวี๋เฟิงจึงค่อนข้างประหลาดใจ


          “รู้ทั้งรู้ว่าเรื่องระหว่างเจ้ากับคุณหนูสาม...เป็นเพราะเสด็จพ่อกริ้วขึ้นมาชั่วครู่ ไยต้องดันทุรังไปต่อ ?”


          ไม่เพียงแค่คำพูด หากแม้แต่สายตาที่ผิงหนานอ๋องเหลือบมองหลี่เฟิงเอ๋อร์ชั่วแวบยังเจือแววเวทนาแกมสงสาร ก่อนจะหันไปกล่าวกับโซ่วอ๋องต่อ


          “เพียงเจ้ายอมถอยสักหน่อย เสด็จพ่อเองก็ใช่ว่าจะไม่เหลือทางลงให้เจ้า....ปล่อยนางไปเถอะ”


          “เกรงก็แต่ว่าสักหน่อยของผิงหนานอ๋องกับข้าแต่ไหนแต่ไรจะต่างกันเกินไปจริงๆ...” โซ่วอ๋องตอบอย่างไม่เสียเวลาคิด “อย่างน้อยๆพื้นที่แถบหนิงเล่ย....ไม่ว่าอย่างไรสำหรับข้าและคนที่บ้านต่างก็ไม่เคยคือเป็นเรื่องเล็กน้อย”


          ได้ยินคำว่าหนิงเล่ย นัยน์ตาของอวี๋เฟิงพลันสว่างวาบ


          แต่คราวนี้นางไม่ได้แสดงอากัปกริยาใดออกไป เพียงขยับตัวเล็กน้อย ให้มองสองบุรุษสนทนากันได้ถนัดขึ้นเท่านั้น


          องค์ชายรองหรือผิงหนานอ๋องที่รั้งเท้าอยู่ห่างจากอวี๋เฟิงและโซ่วอ๋องไปไม่กี่ก้าวส่ายหน้า ยามนี้อวี๋เฟิงค่อยได้มีโอกาสเห็นใบหน้าของอีกฝ่าย แม้ในหัวจะนึกถึงเสียงร่ำร้องเมื่อยามบ่ายของบุรุษผู้นี้กับคุณหนูห้าขึ้นมาชั่วแล่น หากยามนี้ต้องยอมรับ....จะประเมินว่าอีกฝ่ายเป็นนายพรานหรือปลาอ้วนล้วนเป็นเรื่องที่ยากตัดสินใจจริงๆ


          ผู้สืบสายโลหิตแห่งสกุลหลิวอย่างองค์ชายรองมิได้มีพิมพ์หน้าคล้ายคลึงกับโซ่วอ๋องเท่าใดนัก แต่ยามมันยกสองมือไขว้หลัง มองโซ่วอ๋องด้วยสายตาที่อยู่เหนือกว่าแล้วสั่นใบหน้าเข้มคมคล้ายทหารหาญมากกว่าองค์ชาย อวี๋เฟิงพบว่าคนผู้นี้คล้ายมีสง่าราศีบางอย่างอยู่ในตัว แม้สง่าราศีนั่นจะคล้ายถูกบางอย่างที่อยู่ในดวงตายาวรีกัดกร่อนจนไม่สมบูรณ์ก็ตาม


          “ราชโองการอดีตจักรพรรดิกำหนดอาณาเขตให้แถบหนิงเล่ยเป็นพื้นที่พิเศษปฎิบัติสืบต่อกันไปหลายชั่วอายุคนนั้นไม่ผิด แต่สถานการณ์ในวันนี้ไหนเลยใช้ความคาดคะเนแบบเดิมมาตัดสินได้ เจ้ายังจะยึดติดไปเพื่ออะไร ไหนจะยอมสังเวยผู้คน....”


          “ความคาดคะเนของผิงหนานอ๋องก็ใช่จะตัดสินได้เช่นกัน” โซ่วอ๋องกล่าวสวนทันใด “สำหรับโซ่วอ๋องทุกรุ่น...ความพิเศษของแถบหนิงเล่ยนั้นเกรงว่าเป็นสิ่งที่ไม่ว่าผิงหนานอ๋องหรือผู้ใดก็คงไม่อาจเข้าใจ”


          คำว่าผู้ใดเน้นย้ำกึ่งเย้ยหยัน  แม้ไม่เอ่ยออกมาตรงๆแต่สำหรับผิงหนานอ๋องย่อมต้องทราบแก่ใจ....ผู้ที่ต้องการพื้นที่แถบหนิงเล่ยคืนจากโซ่วอ๋องคนปัจจุบัน หากไม่ใช่บิดาตนเองหรือจักรพรรดิเสวียนฉีผู้ประทับบนบัลลังก์หยกดำจะยังมีผู้ใด ?


          ผิงหนานอ๋องจ้องมองอีกฝ่ายอย่างดุดัน ทำท่าจะเอ่ยปากต่อ ทว่าร่างอ้อนแอ้นของอิสตรีที่เดินตามหลังมาตลอดกลับสืบเท้าก้าวไปเบื้องหน้า ยอบกายเบื้องหน้าบุรุษสูงศักดิ์ทั้งสองอย่างแช่มช้อย


          “ขอผู้น้อยบังอาจกล่าววาจาสักนิด” เรือนผมดกดำของคุณหนูห้าเคลื่อนตามจังหวะขยับกาย แลคล้ายม่านน้ำตกในราตรีลี้ลับ ทว่าก็ดึงดูดสายตาผู้คนเช่นเดียวกับน้ำเสียงของนาง “เรื่องที่ท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ทั้งสองสนทนากันช่างยากนัก สตรีอย่างพวกผู้น้อยฟังไม่เข้าใจแม้แต่ครึ่งคำ ไม่ทราบทั้งสองท่านจะช่วยเมตตาผู้น้อย ละเว้นวาจาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้หรือไม่”


          วาจาของนางทั้งนอบน้อมทั้งเจียมตน แต่ฟังอย่างไรสองผู้สูงศักดิ์ที่เอ่ยคำโต้กันอยู่กลับไม่อาจหาทางปฎิเสธได้


          ผิงหนานอ๋องมองนางงาม ก่อนเขม้นตามองคู่สนทนาของตัวเอง ขณะที่โซ่วอ๋องมองคุณหนูห้าเพียงครู่ ก่อนย้ายสายตาไปทางหลี่เฟิงเอ๋อร์ที่นั่งนิ่งคล้ายกลายเป็นตัวโง่งมไปเสียแล้ว


          “เสียมารยาทแล้ว” หนนี้น้ำเสียงโซ่วอ๋องมิได้เย้ยหยัน ทว่าผู้ฟังก็ไม่ได้สบายใจขึ้นแม้แต่น้อยเพราะประโยคถัดมา “หากคุณหนูห้าโปรดวางใจ วันหน้าคุณหนูสามคือพระชายาโซ่วอ๋อง.....ข้าย่อมต้องทะนุถนอมดูแลเป็นอย่างดี ไม่ให้นางต้องลำบากกับเรื่องเหล่านี้แน่...”


          ทะนุถนอมดูแลอย่างดีไม่ให้ต้องลำบาก....ไม่ทราบว่าเมื่อครู่เป็นผู้ใดวางมืออยู่บนคอพี่สามของนาง ด้วยร่างกายอ่อนแอของพี่สาม เกรงว่าหากช้ากว่านั้นอีกนิดเดียว ปีหน้าแทนที่จะได้แขวนผ้าแดงงานมงคล จวนเจ้ากรมอาญาอาจได้เทสุราครบรอบวันตายของพี่สามแทนมากกว่ากระมัง!


          ในใจคุณหนูห้าครุ่นคำนึงอย่างไร บนสีหน้ากลับไม่ปรากฏแม้แต่ริ้วรอยกระตุกสักเพียงนิ้ว วงหน้างดงามอ่อนหวานเกลื่อนรอยยิ้ม ทว่าร่างอ้อนแอ้นกลับเดินเฉียดผ่านโซ่วอ๋องไปหยุดอยู่เคียงข้างหลี่เฟิงเอ๋อร์แทน


          นางมองดูใบหน้าที่ดูตื่นตะลึงอย่างแปลกประหลาดของพี่สาวร่วมบิดา เห็นเหงื่อเม็ดเล็กซึมอยู่บนไรผมทั้งที่นี่เป็นยามเหมันต์ คุณหนูห้าก็ได้แต่ลอบทอดถอนใจ


          “เรื่องของวันหน้าสตรีตัวเล็กๆเช่นผู้น้อยไม่บังอาจกล่าวถึง แต่วันนี้เกรงว่าพี่สามจะเหนื่อยมากแล้ว พวกเราพี่น้องเห็นทีจะต้องขอตัว...”


          “ทิงเสวี่ย” ผิงหนานอ๋องสอดปากขึ้น “เจ้าอยากพานางไปก็ไป....ข้าก็อยากดูเหมือนกันว่าวันนี้เวลานี้ ที่นี่ยังเป็นจวนเจ้ากรมอาญา พวกเจ้าล้วนยังเป็นคนตระกูลหลี่ จะยังมีผู้ใดยับยั้งพวกเจ้าในบ้านของตัวเองอีก”


          “นี่ถือเป็นวาจาที่น่าฟังที่สุดในวันนี้ของผิงหนานอ๋องทีเดียว” โซ่วอ๋องส่งเสียงหัวเราะเบาๆ “ไม่ทราบว่าหากใครบางคนได้ฟังว่าบนแผ่นดินแคว้นอวิ๋นแห่งนี้มีที่ที่สกุลหลี่เป็นใหญ่กว่าสกุลอื่น....จะมีความเห็นเช่นไร ใช่เร่งจัดงานมงคลสมรสให้กับคุณหนูที่เหลือของสกุลหลี่หรือไม่ ถึงตอนนั้นผิงหนานอ๋องอย่าลืมเตือนใต้เท้าหลี่เล่า ว่าเป็นความดีความชอบของผิงหนานอ๋อง”


          แม้จะกล่าวเช่นนั้น หากร่างสูงกลับขยับคล้ายจะเปิดทางให้สตรีทั้งสองเดินแต่โดยดี หลี่ทิงเสวี่ยหรือคุณหนูห้าที่เห็นดังนั้นย่อมไม่ใส่ใจการโต้คารมของบุรุษเหล่านี้อีก นางกวักมือให้เสี่ยวซู่จื่อถือข้าวของเดินออกจากศาลามาด้วยกัน และอ้อมผ่านเส้นทางหลักของสวนฤดูกาล อันเป็นคนละทางกับที่นางนำทั้งคู่ลัดเลาะมาเมื่อสักครู่


          หลี่ทิงเสวี่ยจับมือของหลี่เฟิงเอ๋อร์ที่เหมือนจะร้อนรุ่มขึ้นมาแล้วมุ่นหัวคิ้วอย่างวิตกเล็กน้อย ยิ่งเห็นอีกฝ่ายสะดุ้งยามกำไลหยกเย็นที่นางสวมใส่เผอิญไปกระทบถูกหลังมือขาวผ่อง นางก็อดไม่ได้ กระซิบเบาๆ


          “ให้ข้าแอบไปตามหมอมาให้พี่ก่อนดีหรือไม่ หนนี้ข้าจะให้เสี่ยวซู่จื่อเฝ้าเอาไว้...พี่จะได้ไม่ต้องอยู่ลำพังอีก”


          “อย่างนั้นให้บ่าวไปตามท่านหมอมาให้แทนดีกว่าไหมขอรับ” เสี่ยวซู่จื่อที่ถือเถาปิ่นโตชิงเอ่ย “ส่วนพวกคุณหนูก็ค่อยๆเดินไป....”


          “...ได้แบบนั้นก็ดี” หนนี้หลี่ทิงเสวี่ยตัดสินใจได้ทันที “ข้าจำได้ว่าวันนี้ท่านหมอกู่ ท่านหมอเฝิง และท่านหมอซุนต่างมาร่วมงาน เจ้าเชิญใครในสามคนนี้ก็ได้ หรือได้ทั้งหมดก็ยิ่งดี...”


          นางกำชับขันทีน้อยอีกสองสามคำ ด้วยรู้ดีว่าวันนี้ในจวนพลุกพล่านเพียงใด การจะเล็ดลอดสายตาผู้คนนั้นทั้งยากและทั้งง่ายไปพร้อมๆกัน แต่อย่างไรนี่ก็เป็นบ้านนาง หลี่ทิงเสวี่ยย่อมมีหนทาง....


          มองดูขันทีน้อยวิ่งจากไปท่ามกลางสายลมหนาวอยู่ครู่ คุณหนูห้าจึงค่อยประคองคุณหนูสามให้นั่งลงริมทางอีกครั้ง จากนั้นถึงทอดถอนใจอีกไม่ทราบเป็นครั้งที่เท่าใด


          “ข้าบอกพี่แล้วว่าไม่อาจฝืนเกินไป...”


          “หมายความว่าอย่างไร” คนฟังกลับโพล่งออกมาแทน ดวงตาที่ก่อนหน้านี้เลื่อนลอยเล็กน้อย ยามนี้กลับทอประกายกล้า


          อวี๋เฟิงที่นั่งฟังทุกถ้อยคำของสองเชื้อพระวงศ์อย่างละเอียด ถึงขนาดทวนบางส่วนซ้ำในใจอีกรอบ ก็ยังมีส่วนที่ไม่อาจทำความเข้าใจได้ ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องแปลก อย่างน้อยๆก็ไม่มีอันใดแปลกไปกว่าการที่นางหลับลงไปในเดือนสิบเอ็ดปีเฉิงเต๋อ และตื่นขึ้นมาในเดือนสิบเอ็ดปีเสวียนฉีอีกแล้ว


          ทว่านางไม่อาจไม่เข้าใจเรื่องที่พวกเขาพูดกันได้


          อย่างน้อยๆเกี่ยวกับอาณาเขตหนิงเล่ย....


          “พี่อย่าเพิ่งร้อนใจ ถนอมตัวไว้ก่อน” หลี่ทิงเสวี่ยกลับเข้าใจไปอีกทาง “มีเวลาอีกร่วมปี....ท่านพ่อไม่มีทางนิ่งดูดายให้พี่แต่งเข้าไปในจวนโซ่วอ๋องหรอก”


          “.....” กล่าวตามตรงสำหรับท่านแม่ทัพ ความสำคัญของเรื่องโซ่วอ๋องนั้นนางโยนทิ้งไปนานแล้ว ขนาดความหมายของริ้วลายบนข้อมือแกร่งก็ดี หรืออุ้งมือที่ทำท่าเหมือนอยากจะหักคอนางแต่ไม่มีทางลงมือจริงๆนั่นก็ช่าง หลังได้ยินคำว่า หนิงเล่ย สิ่งที่ท่านแม่ทัพสนใจในตัวท่านอ๋องผู้นั้นมีเพียงใบหน้าและความเกี่ยวพันกับเจ้าเยวี่ยปิ่งที่น่าตายเท่านั้น


          แต่ในเมื่อหลี่ทิงเสวี่ยเอ่ยมาแล้ว นอกจากอวี๋เฟิงจะนึกถึงโซ่วอ๋องได้แล้ว ยังนึกได้อีกเรื่องด้วย


          ทว่าหลี่ทิงเสวี่ยย่อมไม่ล่วงรู้ความในใจท่านแม่ทัพ เห็นเพียงดวงตาที่เดิมจัดจ้าจนน่าประหลาด กลับค่อยๆราแสงไปพร้อมคิ้วเรียวที่มุ่นเข้าหากันเล็กน้อย นางก็แทบจะอยากถอนหายใจอีกสักหลายรอบ


          “พี่สาม...” นางเรียกอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน “ท่านอาจไม่รู้มาก่อน แต่ทว่าสำหรับท่านพ่อแล้ว....การให้ท่านอยู่ห่างไกลจากเรื่องราวของเหล่าบุรุษผู้นั้นคือความปรารถนาดีของท่านพ่อ หรือท่านไม่เข้าใจ...ใต้บัลลังก์มังกรแห่งนั้น ไหนเลยจะยังมีผู้ที่มีสติดีอยู่ได้....”


          หลี่เฟิงเอ๋อร์หรุบตาลงงำประกาย ขณะที่ในใจของอวี๋เฟิงกลับอยากคัดค้าน....ทั้งนางทั้งตาเฒ่าที่บ้านเมื่อก่อนก็อยู่ใต้บัลลังก์มังกรแห่งนั้น ทำงานเหนื่อยยากกันเพียงไหนก็ไม่เห็นว่าจะมีผู้ใดเสียสติ


          แต่เห็นได้ชัดว่าในแผ่นดินนี้...บัลลังก์มังกรหยกสีดำนั้นไม่เหมือนเดิม ผู้ที่อยู่ข้างใต้ก็เห็นทีจะไม่มีทางเหมือนเดิมไปได้เช่นกัน


          “....ดังนั้นท่านอย่าได้ใส่ใจเรื่องเหล่านี้เลย หนก่อนเมื่อท่านพบโซ่วอ๋องยังตกใจจนล้มเจ็บไปนานถึงเพียงนี้ หากมีอีกคราวข้าเกรงว่าในบ้านเห็นทีจะวุ่นวายกว่าเดิมมาก....”


          หลี่ทิงเสวี่ยที่เข้าใจว่าหลี่เฟิงเอ๋อร์ในใจมีเรื่องว้าวุ่นย่อมเกรงว่าอาการของนางจะกำเริบ ทว่าอวี๋เฟิงที่ได้ยินกลับมุมปากกระตุกขึ้นเช่นเดียวกับมือที่ไม่ค่อยเหลือเรี่ยวแรงนัก


          หลี่ทิงเสวี่ยไม่พูดขึ้นมาก็ดี แต่พูดขึ้นมาแล้วเรื่องนี้ยังนับว่ายิ่งกว่าเรื่องของโซ่วอ๋องเสียอีก


          มิหนำซ้ำ นางเพิ่งจะพูดจบ เสี่ยวซู่จื่อก็โผล่มาราวกับได้ยินเสียง ทว่าบนวงหน้าอ่อนเยาว์ของมันกลับเต็มไปด้วยความยุ่งยากใจเมื่อรายงานว่ามันไม่มีโอกาสไปหาท่านหมอคนไหนที่คุณหนูห้าแนะนำทั้งสิ้น หนำซ้ำยังเห็นคนเดินตามหานางแทนอีกด้วย


          คุณหนูห้าแห่งจวนเจ้ากรมอาญาคล้ายทราบความนัยของคำพูดขันทีน้อยดี อย่างน้อยนางย่อมต้องเข้าใจกว่าหลี่เฟิงเอ๋อร์ เพราะนางพลันผุดลุกขึ้นอย่างฉับพลัน ก่อนลังเลเพียงเสี้ยวกะพริบตาให้เสี่ยวซู่จื่อพาหลี่เฟิงเอ๋อร์กลับเรือนน้อยให้จงได้


          “พี่สาม...ดูแลตัวเองให้ดีๆ” นางย้ำอีกครั้งก่อนผละไป


          ตลอดเวลาอวี๋เฟิงไม่ได้เอ่ยปากอันใด ปล่อยให้หลี่ทิงเสวี่ยจากไปเงียบๆ


          เสี่ยวซู่จื่อเองก็มองตามคุณหนูห้าผู้งดงาม ก่อนค่อยหันมา คิดขยับกายช่วยประคองคุณหนูสามที่นั่งหมดเรี่ยวแรงอยู่


          และสบกับดวงตาที่จ้องมองมาก่อนของนาง


          ไม่ทราบทำไม ขันทีน้อยรู้สึกว่าสายตาอย่างนี้ค่อนข้างชอบกลอยู่ไม่น้อย ยิ่งเมื่อเห็นนางรวบรวมเรี่ยวแรงที่ไม่ค่อยมีมาพยายามกวักเรียกมันให้มาใกล้อีก....


          เสี่ยวซู่จื่อกลับขยับถอยห่าง


          “เสี่ยวซู่จื่อ” อวี๋เฟิงเรียกเสียงอ่อน “เจ้าไม่มาช่วยประคองข้าหรอกหรือ”


          “........คุณหนูสามอยากให้บ่าวไปตามสาวใช้มาช่วยมากกว่าไหมขอรับ” ขันทีน้อยเสนอ


          “ไม่ต้องการ” อวี๋เฟิงตอบทันใด “ข้าอยากให้เจ้าเข้ามาใกล้ๆข้าอีกนิดมากกว่า”


          ....เพื่อที่นางจะได้แน่ใจสักหน่อย ว่าจะไม่พลาด....


          “บ่าวจะไปตามคนนะขอรับ” เสี่ยวซู่จื่อขยับถอยไปอีกสองก้าว


          อวี๋เฟิงตัดสินใจได้อย่างเฉียบพลัน นางใช้แรงมากกว่าที่ใช้เดินมาทั้งวันหยัดกายลุกขึ้น โถมเข้าใส่ขันทีน้อยพร้อมก้อนหินขนาดเหมาะมือที่คว้าได้ คิดว่าอย่างน้อยๆฟาดมันให้ได้สักที สำหรับเรี่ยวแรงของหลี่เฟิงเอ๋อร์ก็พอจะนับว่านางได้ระบายแค้นแล้ว !


          คิดไม่ถึง ตัวบัดซบนั่นเพียงอุทานเหมือนแตกตื่นหนึ่งคำ แต่หนนี้อวี๋เฟิงพอฟังออกถึงทำนองหยอกล้อในนั้นแล้ว ยิ่งเมื่อมันพลิ้วกายหลบโดยที่ฝุ่นดินด้านล่างไม่กระจายสักนิด ท่านแม่ทัพก็ยิ่งเคียดแค้น !


          “...คะ คุณหนูสาม...อยู่ๆเป็นอะไรไปขอรับ คุณหนูสาม...”


          สุ้มเสียงมันแตกตื่น เฉกเช่นขันทีน้อยเยาว์วัยเผชิญหน้าเรื่องราวที่น่าหวาดหวั่นชวนให้ผู้คนแตกตื่นไปกับมัน แต่เมื่ออวี๋เฟิงพยายามหันไป ท่ามกลางภาพที่เริ่มพร่าเลือนพร้อมเรี่ยวแรงที่เหือดหาย นางกลับเห็นดวงตาคู่นั้นกระจ่างชัด


          นัยน์ตาดั่งราตรีสะท้อนบนทะเลสาบคู่นั้นฉายประการกล้านัก หนำซ้ำยังเจือแววขบขันอย่างไม่คิดปิดบังอีกต่อไปเสียด้วย


          อวี๋เฟิงแค่นเสียงออกมาได้หนึ่งคำ แต่หลังจากนั้นก็ไม่อาจทำอันใดได้อีก เพราะบัดนี้ร่างกายของหลี่เฟิงเอ๋อร์ที่เผชิญกับเรื่องราวมากมาย คล้ายจะถึงขีดสุด ส่งความปวดร้าวไปทั้งร่างมาให้ท่านแม่ทัพพร้อมกับกระชากสติออกไปอย่างไม่ปรานี


          กระนั้นอวี๋เฟิงก็ยังสาบานกับตัวเอง....เป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่นางลืมตามาเป็นหลี่เฟิงเอ๋อร์


          หนต่อไปที่นางลืมตา ไม่ว่าอย่างไร นางต้องจัดการเจ้าตัวบัดซบจอมโป้ปดเสี่ยวซู่จื่อนี่ให้จงได้ !!


(โปรดติดตามต่อตอนถัดไป)

 

          ได้เขียนถึงฉากตอนท้ายแล้ว ผู้เขียนดีใจมากค่ะ !

 

          อยากเขียนถึงคนในฉากสุดท้ายในมุมนี่ตั้งแต่วินาทีแรกที่เริ่มเขียน แต่จังหวะต่างๆและการปูเรื่องถ้าหากว่าไม่ปูไว้เสียก่อน พอมาเขียนถึงฉากนี้ อารมณ์อาจจะไม่ได้สักเท่าไร ---- ไม่ทราบว่าผู้อ่านเห็นเป็นอย่างไรบ้างคะ งงหรือมึนตรงไหนไหมคะ บอกผู้เขียนได้นะคะ

 

          ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ในตอนก็ยังมีเนื้อหาบางส่วนที่ยังไม่เฉลย ไม่ว่าจะเป็นลวดลายที่ข้อมือโซ่วอ๋อง หนำซ้ำยังมีเรื่องเมืองหนิงเล่ย ผู้เขียนจะพยายามอธิบายให้ชัดต่อๆไปนะคะ (แต่ถ้าใครอยากลองทาย เมืองหนิงเล่ยเคยปรากฏแล้วในอารัมภ์ค่ะ ลองแวะกลับไปดูได้นะคะ !)

 

          ขอบคุณทุกๆคอมเม้นต์ของทุกท่านมากค่ะ ก่อนผู้เขียนจะปั่นเรื่องทุกครั้งก็เปิดอ่านคอมเม้นต์ (บางทีก็วันละสองสามเที่ยว...) ได้กำลังใจมากจริงๆค่ะ และขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจทุกการติดตามด้วยนะคะ !

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 314 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #584 mtpply (@mtpply) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 18:04

    เหนื่อยยย อ่านกว่าจะจบตอนเหนื่อยแทนนางเอกมาก แม่ทัพสู้ๆ!!!!
    #584
    1
  2. #554 Parkjimin19 (@panjawanbunkam71) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 13:15
    หล่อนเป็นขันทีจริงหรอมม~ แลดูร้ายกาจนะเจ้า
    #554
    0
  3. #474 pchacha (@praewachanojuti) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 22:06
    กำไลหยกที่หายไป อยู่ที่น้องห้ารึเปล่า โซ่วอ๋องกับน้องห้ามีซัมติงกันแน่ๆเลย
    #474
    1
    • #474-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 13)
      2 ตุลาคม 2561 / 01:57
      ปริศนากำไลนี่อาจจะพักใหญ่ๆเลยค่ะกว่าจะไปถึง ส่วนเรื่องโซ่วอ๋อง ยังมีอีกหลายเรื่องค่ะ ><
      #474-1
  4. วันที่ 11 กันยายน 2561 / 19:59
    ขันทีน่าลัก(ไปปล้ำ)ยิ่ง!!!!
    #330
    1
    • #330-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 13)
      13 กันยายน 2561 / 02:17
      อย่าเพิ่งทำน้องค่าาาาาาาาาาาาา ><
      ดีใจที่ชอบ(?)น้องเขานะคะ แต่ใจเย็นๆค่า ยังถ่ายทำไม่จบเขาต้องแสดงอีกหลายฉาก(?)ค่ะ
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจด้วยนะคะ ><
      #330-1
  5. #271 Chanoksudragon (@Chanoksudragon) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 22:21
    บรรยายดีค่ะ แต่รู้สึกขัดใจกับความง่อยของนางเอกมาก การย้อนกลับมาของท่านแม่ทัพแทบจะไม่มีผลอะไรเลย
    #271
    1
    • #271-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 13)
      6 กันยายน 2561 / 00:59
      ขออนุญาตมาตอบรวมตรงนี่้นะคะ >< ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์มากๆจริงๆค่า
      ส่วนการที่ท่านแม่ทัพเด้งจากอดีตมาอนาคต....อันนี้ตอนปัจจุบันเริ่มเห็นชัดแล้วล่ะค่ะ ;w;

      ขอบคุณที่ติดตามอ่านด้วยนะคะ
      #271-1
  6. #84 _jh408 (@ppciiz) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 14:15
    อ้าวเสี่ยวซู่จื่อ หนูเป็นใครกันแน่ว่าละเชียวว55555555
    #84
    1
    • #84-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 13)
      7 สิงหาคม 2561 / 01:23
      เสี่ยวซู่จื่อต้องทำหน้าน่าสงสารที่ถูกสงสัยแน่ๆค่ะ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
      #84-1
  7. #78 Ammyuhi (@Ammyuhi) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 23:07
    แต้งกิ้วค่าาที่อัพให้อ่านแล้วอย่าหายไปไหนล่ะรออ่านอยู่น่ะคริๆๆ
    #78
    1
    • #78-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 13)
      6 สิงหาคม 2561 / 00:57
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจและการติดตามเช่นกันนะคะ ผู้เขียนจะพยายามค่ะ !
      #78-1
  8. #77 DayGood (@DayGood) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 20:30
    ขอบคุณคะ ติดตามมมมมมมม
    #77
    0
  9. #75 mee_pa (@mee_pa) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 19:17
    ตกลงว่าดีใจเรื่องอะไรและกลิ่นอะไรคะ ย้อนกลับไปอ่านก็ยังไม่เจอเฉลย หรือเรามองข้ามอะไรไปหว่า
    #75
    1
    • #75-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 13)
      6 สิงหาคม 2561 / 00:56
      เรื่องดีใจกับเรื่องกลิ่นยังไม่เฉลยค่า แต่จะพยายามเฉลยให้ได้ในช่วงบทราวๆนี้ค่ะ
      สงสัยหรืองงตรงไหนบอกได้นะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะที่อุตส่าห์ติดตาม
      #75-1
  10. #74 พอยธนา (@pramotdplo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 15:01
    ขันทีน่าสงสัยนี่มันมีเบื้องหลังอะไรกันแน่
    #74
    1
    • #74-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 13)
      6 สิงหาคม 2561 / 00:55
      ถ้าเสี่ยวซู่จื่อรู้ตัวว่าถูกสงสัย อาจจะนั่งมองน้ำตาคลอย่างน่าสงสารก็เป็นได้ค่ะ !
      ขอบคุณมากนะคะที่ติดตาม
      #74-1
  11. วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 08:49
    ขอบคุณครับ
    #71
    1
  12. #70 sutto_disuke (@minnygym) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 07:42
    โอววว หนิงเล่ยต้องเกี่ยวพันกับท่านแม่ทัพแน่ๆเลย อ่านไปอ่านมาก็อยากอ่านต่อเร็วๆจัง 555 อยากรู้เรื่องราวว่าจะไปต่อทางไหน ในอดีตแม่ทัพหายไปแล้วเป็นอย่างไร ในตอนนี้ท่านแม่ทัพจะแข็งแรงพอมาวาดลวดลายเมื่อไหร่ เมื่อไหร่เค้าจะรักกัน โอ๊ยย อยากรู้ไปหมด &#128513;
    #70
    1
    • #70-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 13)
      6 สิงหาคม 2561 / 00:54
      หนิงเล่ยเป็นที่เกี่ยวพันกับท่านแม่ทัพแน่นอนค่ะ ! แต่ส่วนเรื่องอื่นๆโดยเฉพาะเรื่องเมื่อไรท่านแม่ทัพจะแข็งแรง --- อันนี้รอท่านแม่ทัพผ่านพ้นแผนโภชนาการก่อนนะคะ ;w;

      ขอบคุณที่ติดตามเสมอค่ะ
      #70-1
  13. #69 KetsadaBoonsa (@KetsadaBoonsa) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 05:26
    รอจ้าาาาาา
    #69
    1