云乱 - กลียุคแห่งแคว้นอวิ๋น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 81,050 Views

  • 654 Comments

  • 2,100 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    245

    Overall
    81,050

ตอนที่ 1 : อารัมภ์ : เทพสงครามไร้พ่าย อสูรอัปลักษณ์แห่งแคว้นอวิ๋น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11523
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 619 ครั้ง
    19 ก.ค. 61

อารัมภ์ : เทพสงครามไร้พ่าย อสูรอัปลักษณ์แห่งแคว้นอวิ๋น

          รัชศกเฉิงเต๋อที่ ๑๖ แคว้นอวิ๋นปรากฏดาวเทพสงคราม ฉายแสงเจิดจำรัส

          ชาวบ้านร้านถิ่นด้านนอกล้วนเล่าลือต่อๆกันว่า ปีนั้น จักรพรรดิเสด็จประพาสชายแดนทางเหนือ กลับเผชิญเหตุไม่คาดฝัน ถูกกองโจรกบฏกลุ่มใหญ่ฉวยจังหวะจู่โจม ระหว่างเหตุการณ์คับขันนั่นเอง ปรากฏ อสูรตนหนึ่งกับบริวารอีกไม่ถึงสิบตนขึ้น เพียงไม่ถึงชั่วกะพริบตาก็เข่นฆ่าสังหารโจรกบฏร่วมร้อยกว่าชีวิต จากนั้น อสูร ก็คุกเข่าโขกศีรษะ กล่าวว่าเลื่อมใสในพระบารมีของจักรพรรดิมานาน ขอปวารณาตนเป็นข้ารับใช้พระองค์

          จักรพรรดิย่อมสำราญพระทัยเป็นที่ยิ่ง พระองค์นำพาอสูรและบริวารกลับมาเมืองหลวง จากนั้นพระราชทานตำแหน่งแม่ทัพขั้นหกจากเก้าขั้น นาม แม่ทัพสยบปฐพี ให้ แล้วค่อยเหลียวซ้ายแลขวา โยนลูกเต๋าเสี่ยงชะตาเลือกเอาผู้ตรวจการอวี๋ซึ่งเป็นขุนนางเก่าแก่มาเป็นผู้ดูแลท่านแม่ทัพสยบปฐพีผู้นี้

          เรื่องราวช่วงนี้มีเล่าขานมากมายหลากหลายรูปแบบ บ้างก็ว่าท่านผู้ตรวจการอวี๋ซึ่งเป็นคนจริงจังอย่างยิ่งไม่อยากจะรับดูแลอสูรป่าเถื่อน หนำซ้ำก็หน้าตาอัปลักษณ์ถึงขนาดจักรพรรดิต้องพระราชทานหน้ากากให้ เพื่อมิให้ผู้อื่นตกใจตายยามเห็นอสูรนั้นเสียก่อน แต่จักรพรรดิมีรับสั่งให้ตายขุนนางไม่ตายไม่ได้ ท่านผู้ตรวจการเลยได้แต่กล้ำกลืนความไม่พอใจ พาอสูรกลับบ้านแล้วประกาศฐานะเป็นบุตรชายคนโตนามว่า อวี๋เฟิง

          แต่มีบางเสียงได้คัดค้านเรื่องนี้ เนื่องจากผู้ตรวจการอวี๋เป็นขุนนางตงฉินที่ซื่อสัตย์ มีชาวประชาเลื่อมใสศรัทธาอยู่ไม่น้อย คนกลุ่มนี้ไม่เชื่อว่าผู้ตรวจการที่ดีผู้นั้นจะไม่พอใจคำสั่งจักรพรรดิ จึงสืบไปสืบมา ค่อยบอกว่าที่เป็นทุกข์ร้อนจริงจังนั้นคือภรรยาหลวงของท่านผู้ตรวจการอวี๋ที่มีผู้ลูกชายอยู่ก่อนแล้ว แต่เด็กนั่นยังเยาว์วัยต่างหาก

          อยู่ๆปรากฏว่ามีอสูรอัปลักษณ์ป่าเถื่อนไม่รู้มรรยาทมานั่งตำแหน่งลูกชายคนโตตระกูลอวี๋ จะไม่ให้นางเดือดร้อนได้อย่างไร เรื่องเล่าใส่สีตีไข่ขนาดว่าสองสามีภรรยาทะเลาะกันบ้านแทบแตก ภรรยาหลวงผู้ตรวจการถึงขนาดขู่จะผูกคอตายหรือเอาหัวโหม่งกำแพงวันละสามรอบห้ารอบ จนความรู้ไปถึงจักรพรรดิ สุดท้ายพระองค์ค่อยพระราชทานจวนหลังหนึ่งให้กับแม่ทัพสยบปฐพี แล้วให้ผู้ตรวจการอวี๋คอยดูแล แต่อย่างน้อยไม่ต้องอยู่รั้วบ้านเดียวกัน ภรรยาของผู้ตรวจการอวี๋น่าจะพอหายใจหายคอคล่องขึ้นมาบ้าง

          แต่บันทึกของซือเต๋อซุ่นซึ่งเรียกตนเองว่าเป็นผู้บันทึกประวัติศาสตร์ในยุคนั้นกล่าวไปอีกอย่าง หนำซ้ำยังมีสีสันไม่แพ้เรื่องเล่าของชาวบ้านอีกด้วย ซือเต๋อซุ่นเล่าวว่าตนเองมีคนรู้จักเป็นสหายแต่วัยหนุ่มของผู้ตรวจการอวี๋ สมัยนั้นท่านผู้ตรวจการอวี๋มีประวัติโชกโชนไม่น้อย เคยได้พบรักกับยอดพธูซึ่งเป็นธิดาเทพของนิกายลี้ลับผู้หนึ่ง เสียดายที่นางมีฐานะสูงศักดิ์โฉมงดงามแต่พันธะต่อลัทธิที่เลี้ยงดูมากกว่า ทำให้สุดท้ายไม่อาจครองคู่กับผู้ตรวจการอวี๋ได้ แต่สุดท้ายความรักลึกล้ำที่ทั้งคู่มีต่อกันยังทำให้เกิดพยานรักขึ้นมา แต่ด้วยคนในลัทธิของธิดาเทพไม่ยอมรับ บุตรชายผู้นี้จึงถูกทรมานจนเสียโฉมแต่เด็ก ทั้งถูกเลี้ยงดูราวสัตว์ป่าจนในที่สุดมีสภาพคล้าย อสูร มากกว่ามนุษย์

          นับว่าวาสนาของเด็กน้อยไม่สิ้น ลงท้ายธิดาเทพทนเห็นลูกน้อยทรมานกว่านี้มิได้ นางใช้ชีวิตตนเองเป็นเดิมพันส่งเด็กน้อยออกมาหาพ่อของเขา ว่ากันว่านางทำนายว่าให้บุตรชายไปดักรอช่วยเหลือผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ที่ชายแดนทางเหนือ จากนั้นคนผู้นั้นจะนำพาเขาไปพบบิดาบังเกิดเกล้า ถึงตอนนั้นให้นำจดหมายและเครื่องประดับที่ผู้ตรวจการอวี๋ในวันวานเคยให้นางไว้มอบให้เขา ทุกคนก็จะทราบเรื่องราวเอง

          เหล่าคนในเมืองหลวงที่ได้ยินเรื่องบันทึกของซือเต๋อซุ่นล้วนกางหูแล้วป้องปากกระซิบแก่กัน เรื่องนี้ยังถือว่าน่าเชื่อถืออยู่ไม่น้อย ทั้งยังตอบแก่ความสงสัยของทั้งหมดได้ว่าเหตุใดผู้ตรวจการอวี๋ยอมรับดูแลอสูรนั่นทั้งยังยินยอมให้อยู่ในสกุลของตนเอง

          แต่ไม่ว่าประวัติความเป็นมาของท่านแม่ทัพที่มีรูปร่างเล็กบาง หากมีกำลังมหาศาลและใบหน้าอัปลักษณ์ยิ่งกว่าหน้ากากมารร้ายที่สวมใส่นี้ที่แท้เป็นอย่างไร ในเวลาไม่นานหลังจากนั้น ล้วนไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนสนอกสนใจอีก

          กลางปีเฉิงเต๋อที่ ๑๖ แม่ทัพสยบปฐพี อวี๋เฟิง อาสานำกำลังเพียงห้าพัน สยบโจรกบฎทิศเหนือซึ่งว่ากันว่ามีเครือข่ายกำลังพลอยู่ถึงสี่หมื่น เป็นดั่งเนื้อร้ายที่กัดกินแคว้นอวิ๋นมาหลายปีดีดัก

          ปลายปีเฉิงเต๋อที่ ๑๖ ต้นฤดูหนาว เมืองหนิงเล่ย กับหมู่บ้านเล็กน้อยโดยรอบซึ่งอยู่ชายแดนตอนเหนือของแคว้นปราศจากโจรกบฏแม้แต่ครึ่งคน ชาวประชาล้วนแซ่ซ้องสรรเสริญ จักรพรรดิพระราชทานของปลอบขวัญชาวบ้านและเลื่อนยศให้แม่ทัพอวิ๋นเฟิง หากท่านแม่ทัพกลับนำกำลังไล่ตามติด ถอนรากถอนโคนโจรกบฏให้หมดสิ้น

          ต้นปีเฉิงเต๋อที่ ๑๘ ภัยจากโจรกบฏของแคว้นอวิ๋นหายไปอย่างสิ้นเชิง แม่ทัพอวี๋เฟิงซึ่งตอนนั้นเป็นแม่ทัพขั้นห้า นำกองกำลังในสังกัดซ่อมบำรุงแนวกำแพงชายแดน ป้องกันภัยรุกรานจากชนเผ่าภายนอก

          ปลายปีเฉิงเต๋อที่ ๑๘ แคว้นเยี่ยโจมตีป้อมปราการที่แม่ทัพอวี๋ซ่อมบำรุงอยู่ ดีที่ท่านแม่ทัพตั้งสติได้ โจมตีทัพศัตรูแตกพ่าย ก่อนส่งสารไปทูลขอความเห็นชอบจากจักรพรรดิจัดการโต้กลับ

          ต้นปีเฉิงเต๋อที่ ๑๙  แม่ทัพอวี๋เฟิงได้ชัยเหนือกองทัพแคว้นเยี่ยหลายต่อหลายครั้ง

          ปลายปีเฉิงเต๋อที่ ๑๙ แคว้นเยี่ยส่งทูตมาเจรจา หน้าฉากเพื่อสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างแคว้น ส่งองค์หญิงแต่งเข้ามาในราชวงศ์แคว้นอวิ๋น แต่จักรพรรดิและขุนนางระดับสูงล้วนทราบดี...นี่คือการศิโรราบของแคว้นเยี่ย

          กลางปีเฉิงเต๋อที่ ๒๐ แม่ทัพอวี๋เฟิง ซึ่งเป็นแม่ทัพขั้นสี่แล้วในยามนั้นนำทัพใหญ่ไปคิดบัญชีแค้นกับแคว้นอันหลง ซึ่งมักลอบส่งโจรมาปล้นขบวนสินค้าของแคว้นอวิ๋นตอนที่ทำสงครามกับแคว้นเยี่ย

          ปลายปีเฉิงเต๋อที่ ๒๒ องค์หญิงซูเสวี่ยหลิน โฉมสะคราญอันดับหนึ่งของแคว้นอันหลง เดินทางนำคณะทูตมาเจรจากับราชสำนักแคว้นอวิ๋นด้วยพระองค์เอง ก่อนแต่งให้กับคนในราชวงศ์ พร้อมถือว่าคนในแคว้นอันหลงเป็น พี่น้อง กับแคว้นอวิ๋น

          กลางปีเฉิงเต๋อที่ ๒๓ แม่ทัพขั้นสองอวี๋เฟิง นำคนซ่อมบำรุงกำแพง และฟื้นฟูเมืองเซียงหลิว เมืองชายแดนที่ติดอยู่กับแคว้นฉางหมิง แต่ไม่ทันมีเหตุรุนแรงใด องค์ชายรองของแคว้นฉางหมิงก็เดินทางมาเที่ยวแคว้นอวิ๋นเป็นการส่วนพระองค์ พร้อมสานสัมพันธ์อันดีต่อกัน

          ปลายปีเฉิงเต๋อที่ ๒๓ ท่านแม่ทัพอวี๋เฟิงซึ่งยามนั้นไม่มีใครเรียกขานเป็นอสูรอีกต่อไป หากเป็น ดาวเทพสงคราม ผู้นำพาความรุ่งโรจน์มาสู่แคว้นอวิ๋นที่ผู้คนเคารพรักที่สุด ปรารภอยากสร้างครอบครัวพักศึกสงครามเสียชั่วคราว ไม่คาดคิดหลังเอ่ยคำนั้นเพียงหนึ่งราตรี ท่านแม่ทัพก็สิ้นชีพอย่างสงบ ไม่ปรากฏทั้งเค้าลางการลอบสังหารหรือวางยาใดๆ ราวแค่หลับไปเฉยๆ

          ต้นปีเฉิงเต๋อที่ ๒๔ แคว้นอวิ๋นผ่านพ้นปีใหม่อย่างเงียบเหงา ดั่งลางบอกเหตุสิ้นสุดของยุคสมัยอันรุ่งโรจน์ เดินหน้าเข้าสู่ความวุ่นวายที่หวนคืนเมื่อสิ้นเทพสงคราม....

          ................

          .......

          ..

          .

          ปลายปีเสวียนฉีที่ ๒ หรือ ๖๐ ปีถัดจากปีเฉิงเต๋อที่ ๒๓ หลี่เฟิงเอ๋อร์ ธิดาของเจ้ากรมอาญาฟื้นจากอาการป่วย....แต่ภายในร่างกลับเป็นวิญญาณท่านแม่ทัพอวี๋เฟิงผู้ลืมตาขึ้นมาอย่างงงๆ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 619 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #548 Parkjimin19 (@panjawanbunkam71) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 12:07

    บรรยายดีมากเลยค่ะ ติดตามน้าา
    #548
    0
  2. #294 MommamZuzy (@MommamZuzy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 19:43

    นำเรื่องมาน่าติดตามมากค่ะ

    #294
    1
  3. #272 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 01:06

    มีความรู้สึกว่าจริงๆ แล้วชาวบ้านต่างช้างเมาท์

    แหม แต่ละคนก็มีเวอร์ชั่นของตัวเองกันไปปป

    เหมือนจะเจอที่ผิดนิดนึงนะคะ

    ภรรยาหลวง .. ที่มี"ผู้"ลูกชายอยู่ก่อนแล้ว

    ตรงนี้เกินมาหรือเปล่าคะ



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 กันยายน 2561 / 01:09
    #272
    0
  4. #245 feonixsh (@feonixsh) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 19:58
    น่าติดตาม
    #245
    1
  5. #239 Sukanya Paileeklee (@poonchanit) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 06:24
    น่าสนุกค่ะ
    #239
    0
  6. #118 ญานภา (@wakanit) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 13:14

    น่าสนุกแหะ

    #118
    1
  7. #48 _jh408 (@ppciiz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 00:36
    เพ้ย5555555555แย่แล้วท่านแม่ทัพเห็นความวุ่นวายมาแต่ไกลเลยนี่55555555
    #48
    0
  8. #5 คาริชม่า (@13045choo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 13:08
    555+สรุปแล้วแม่ทัพนางเป็นหญิงเพียงแค่ไม่มีใครรู้ แล้วสวรรค์ก็บันดลให้นางได้แต่งสมหวัง แต่มาอยู่ในร่างอื่นแทน 55555+ เดาถูกป้ะนิ
    #5
    1
    • #5-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 1)
      22 กรกฎาคม 2561 / 13:49
      ท่านแม่ทัพเป็นหญิงแท้ไม่ปลอมแปลงแน่ค่ะ เพียงแต่ด้วยอะไรหลายๆอย่างก็เลยออกมาเป็นบันทึกที่ท่านแม่ทัพจะก่นด่าคนเขียนบันทึกภายหลังค่ะ

      ส่วนนางตื่นขึ้นมาในร่างอื่นแล้วจะได้แต่งงานหรือไม่ เรื่องนี้เชื่อว่าท่านแม่ทัพบอกว่าขอให้ท่านแม่ทัพได้กินข้าวกับเนื้อสักมื้อก่อนค่อยว่ากันค่ะ !
      #5-1
  9. #2 sutto_disuke (@minnygym) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 02:45
    ปมน่าสนุก น่าสนใจมากค่ะ กดติดตามเลย การเรียบเรียงพออ่านแล้วรู้สึกแปลกนิดหน่อย แต่โดยรวมอ่านรู้เรื่อง
    #2
    1
    • #2-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 1)
      20 กรกฎาคม 2561 / 22:36
      จะพยายามปรับปรุงให้มากขึ้นอีกนะคะ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์จริงๆค่ะ หากตอนต่อไปมีตรงไหนสะดุดหรืออย่างไร บอกกล่าวกันได้นะคะ
      #2-1