shocking [DRUG] ; เสพติดรักขยี้ใจให้แหลกลาน!

ตอนที่ 12 : SHOCK 08 ; ข้อตกลง [200% MAX]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,520
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    12 ส.ค. 55

 

08 : ข้อตกลง

 

 

 

           “มี้!! มี้จะทำแบบนี้กับผมไม่ได้นะ ผมไม่ยอมว่ะครับ!”

           “ณ จุดนี้ มี้ไม่ได้ให้สิทธิ์ลูกในการตัดสินใจหรอกนะจ๊ะลูกรัก”

           “DAMN!!”

           “จุ๊ๆ อย่าหยาบคายสิ เรามีแขกอยู่ในบ้านตั้ง 2 คนเชียวน้าา”

           “ผม-ไม่-สน!”

           “แต่-มี้-สน! นั่งลงซะก่อนที่มี้จะเดือดนะจ๊ะลูกรัก :)”

           “เหอะ!!”

           เสียงใครกัน รู้สึกคุ้นๆพิกล ใช่เสียงทรอยรึเปล่า แล้วเสียงผู้หญิงอีกคนล่ะ...

           ...จะว่าไป ก่อนหน้านี้ เกิดอะไรขึ้นบ้างนะ
           ขอรื้อฝื้นสักหน่อย

           จำได้ลางๆว่ากำลังหนีจากคนของแม่ทรอย แล้ว เอ่อ...!!

           “เฮ้ย!”

           ฉันลืมตาตื่นพร้อมเด้งตัวขึ้นจากเตียงสีน้ำเงินที่นอนอยู่ทันทีเมื่อระลึกชาติได้ครบถ้วน เราถูกวางยา งั้นแสดงว่าที่นี้คงเป็นบ้านทรอยหรือที่ไหนสักอย่างที่แม่ของฝ่ายนั้นอาศัยอยู่

           จริงสิ



           เสียงแว่วๆเมื่อกี้คือทรอยไม่ผิดแน่ แล้วอีกเสียง...

           “อย่าพึ่งโวยวายสิ รอเจนฝื้นขึ้นมาก่อนแล้วค่อยตกลงกัน โอเค๊?”

           “ไม่โอเค ผมรู้จักมี้ดี ถึงมีเจนอยู่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้หรอก!”

           ...ผู้หญิง...แม่ทรอย...

           แม่ของทรอย!!

           “บรรลัยแล้ว”

           ฉันเผลอสบถออกมาเบาๆพลางคิดไม่ตกในใจ ถ้านั่นเป็นเสียงแม่ทรอยจริง ไม่แน่บางทีคุณแม่อาจอยู่ที่นี้ด้วยก็ได้ ตายแน่ๆ ฉิบหายวายวอดกันแน่ๆ จากในแมสเซสของทรอยดูก็รู้ว่าแม่ฉันกับแม่ทรอยต้องรู้จักกันชัวร์ แล้วจะทำยังไงล่ะว่ะเนี่ย โอ้ยย คิดไปไมเกรนจะขึ้น! ทำไมมันซวยเหี้ยๆติดกันแบบนี้!

           ฉันเดินวนไปวนมาในห้องนอนยักษ์ใหญ่เหมือนหนูติดจั่น ทำอะไรไม่ถูก

           กึก

           “อ่ะ”

           พอเดินไม่ดูตาม้าตาเรือก็มาชนกับกรอบรูปที่วางระเกะระกะอยู่บนพื้นพรมจนได้ พอมาสังเกตดูดีๆแล้ว ห้องนี้มันก็ใหญ่นะ ใหญ่เวอร์ แต่คือ แม่งโคตรรกยิ่งกว่ารูแมลงสาป เจ้าของห้องมันจะซกมกเอาโล่หรือไงวะคะ -_-

           ถึงจะบ่นแต่ฉันก็ก้มไปหยิบกรอบรูปที่เผลอเหยียบไปเมื่อกี้ขึ้นมาดู แล้วก็กระจ่างทันที ไม่ต้องเดาเลยว่าห้องใคร ; ภาพทรอยตอนประมาณม.ต้น กะเอาจากหน้าที่ยังดูแบ็วๆน่ารัก ต่างจากตอนนี้ลิบลับแถมในรูปยังดูผอมแห้งแรงน้อยกว่ามาก กำลังทำท่าหอมแก้มสาวสวยอีกคนข้างๆซึ่งกำลังฉีกยิ้มหวาน อายุน่าจะแค่20ต้นๆเอง แต่ก็อย่างว่าอายุผู้หญิงเดาจากหน้าตาไม่ได้หรอก ฉันคิดว่าคงเป็นแม่ทรอยนั่นแหละ หน้าตาคล้ายกันมาก ผมสีดำหยักศก ตาสีเหล็กดูสีอ่อนกว่าทรอยนิดหน่อยด้วย

           “อย่าพึ่งโวยวายสิ รอเจนฝื้นขึ้นมาก่อนแล้วค่อยตกลงกัน โอเค๊?”

           “ไม่โอเค ผมรู้จักมี้ดี ถึงมีเจนอยู่ก็ไม่ช่วยอะไรได้หรอก!”

           ฉันละสายตาจากภาพถ่ายตรงหน้าแล้วกันไปทางประตูหน้าห้องที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อย มิน่าล่ะ ถึงได้ยินเสียงคุยกันชัดเจนขนาดนั้น และดูเหมือนตอนนี้บทสนทนาจะมีชื่อฉันโผล่มาซะแล้วสิ เริ่มดุเดือดกว่าเมื่อกี้อีก ทำไมระดับเสียงมันเพิ่มvolumeขึ้นเรื่อยๆแบบนี้ล่ะ โอย ต้องลงไปจริงๆเหรอเนี่ย ขอนอนตายตรงนี้ได้ไหม?!

           ถ้าลงไปแล้วจ๊ะเอ๋หน้าคุณแม่
           ฉันบาดคอตัวเองทิ้งจริงๆนะเว้ย

           โอเค ฉันสูบอากาศเข้าปอดลึกๆก่อนจะเปิดประตูออกไป บันไดวนสีขาวนวลคือสิ่งแรกที่เห็น แทบจะไม่ต้องหาทางลงกันเลยทีเดียวเพราะบันไดมันกว้างมากเหมือนที่เห็นตามละครในบ้านเศรษฐีนั่นแหละ

           และแทบจะร้องไห้
           จะให้เวลาทำใจอีกสักนิดก็ไม่ได้

           เดินลงบันไดมาไม่กี่ก้าว เห็นร่างทรอยนั่งพิงโซฟาริมทำหน้าอารมณ์เสียชัดเจนยิ่งกว่าจุดโฟกัส กำหมัดแน่นอีกต่างหาก มันจะไปต่อยรึไงว่ะคะ?! แต่ดูเหมือนฝ่ายนั้นจะยังไม่สังเกตเห็นฉัน และเถียงกับคนข้างๆต่อไป...

           ข้างๆที่ว่าคือผู้หญิงสวย สะดุดตา
           ...นั่นแม่ทรอยชัวร์ๆ

           จำได้จากในรูป ดูไม่ต่างจากตัวจริงเลยสักนิดนั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาว จะต่างจากในรูปก็แค่ตอนนี้เธอหมัดผมเกล้าขึ้นทำให้ดูมีภูมิฐาน บวกกับเสื้อผ้าลื่นแบบของผู้ใหญ่เวลาใส่อยู่บ้าน ดูรอบๆแล้วห้องนี้คงไม่พ้นห้องรับแขกแน่ๆ แม่ทรอยเหมือนจะสังเกตเห็นฉันก่อน เธอหยุดเถียงกับลูกชายแล้วหันมายิ้มกว้างให้ฉันที่พึ่งเดินลงมาอย่างช้าๆ

           ดูเป็นคุณแม่ที่ใจดีอบอุ่นมากเลย
           แล้วทำไมทรอยมันทำหน้ามุ่ยเป็นตูดหมาแบบนั้นกันล่ะ

           แต่ก็นะ...ดูจากแมสเซสที่ส่งมาให้ทรอยแล้ว
           หน้าสวยๆอาบยาพิษแน่เลยค่ะแบบนี้

           “อ้าวลูกเจน ฝื้นแล้วเหรอจ๊ะ”

           แม่ทรอยกวักมือเรียกแล้วชี้ให้ฉันนั่งบนโซฟาข้างๆทรอย "มานั่งนี่มา ข้างๆกัน แหม น่ารักจังเลย :)”

           โอเค หนูขนลุกแล้ว =_=

           ฉันนั่งลงข้างทรอยตามที่ถูกสั่งก่อนยกมือไหว้คนตรงหน้า “เอ่อ สวัสดีค่ะ"

           “จ๊ะๆ ทำตัวตามสบาย คิดซะว่าที่นี้เป็นบ้านอีกหลังของหนูนะ คบกันเองทั้งนั้นเนอะ ฮิฮิ"

           แต่หนูไม่คิดอย่างนั้นเลยสักนิดเดียวค่ะ

           “ค...ค่ะ"

           ทีแบบนี้ปากแม่งต่างจากใจจังวะคะ

           “เรียกมี้เหมือนที่ทรอยเรียกก็ได้นะหนูเจน”

           “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เจนว่าเจ...”

           “เรียกสิจ๊ะ! :)”

           ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกเหมือนมีรังสีอำมหิตแผ่ซานออกมาจากตัวผู้หญิงตรงหน้า ฉันคิดไปเองใช่ไหม ใครก็ได้ช่วยบอกที

           เกร็งไปหมดแล้ว ให้ดิ้นตายสิ!
           นี่มันยิ่งกว่าตอนโดนทรอยด่าอีกนะ damn!

           “กะ ก็ได้ค่ะ..." ฉันพยายามฉีกยิ้มบางๆ "...มี้ ?”

           “ว๊ายๆ น่ารักที่สุดเลยจ๊ะหนูเจน มี้ปลื้มจัง"

           คำชมกับท่าทางกระดี้กระด้าเหมือนวัยรุ่นของมี้ทรอยไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเลย กลับยิ่งเหงื่อไหลทั้งๆที่แอร์เย็น ภาวะกดดันสุดๆ ไอ้ทรอยก็ไม่คิดจะช่วยอะไรทั้งสิ้น ยังคงนั่งหน้าตูดไม่เปลี่ยนแปลง แต่ก็ยังส่งเสียง 'เหอะ' ทำนองหมั่นไส้แม่ตัวเองเป็นระยะๆ

           พระเจ้า ฉันอยากออกไปจากที่นี้
           รู้สึกเหมือนกำลังโดนบังคับยังไงไม่รู้

           ความรู้สึกอึดอัดแปลกๆกับอาการปั่นป่วนในท้องมันคืออะไรกัน
           เกลียดสถานการณ์นี้จริงๆนะ ให้ตาย ยิ่งกว่าถูกจับหมัดไว้กับเก้าอี้ซะอีก!

           แต่สุดท้ายก็ได้แค่นั่งนิ่งยืดตัวตรง ในใจคร่ำครวญเหมือนคนบ้า รู้สึกไม่ดีจริงๆนะ ทำไมเซ้นต์ไอ้เรื่องพวกนี้ฉันแรงจัง แต่ถึงจะแรงยังไง ขออย่างเดียว คุณแม่อย่าโผล่มาตอนนี้เหมือนในละครก็แล้วกั...!

           “อ้าว เจนลงมาแล้วเหรอ คุณแม่ว่าจะขึ้นไปปลุกลูกอยู่พอดีเลย"

           O____O!!!

           “คุณแม่!!”

           ฉันหันขวับไปด้านหลังตามเสียงจนคอแทบเคล็ด หวังอย่างยิ่งว่าจะไม่ใช่แม่ตัวเองแม้ความหวังจะริบรี่แค่ไหนก็ตาม แต่หวังยังไงก็ไม่มีวันเป็นจริงแล้วตอนนี้

           พระเจ้าไม่เข้าข้างฉันจริงๆสินะ
           ฉันตายแน่ๆแบบนี้ ถ้าคุณแม่รู้เรื่องเมื่อคืนล่ะก็
           โอก็อด! ขอลาตายเถอะ

           คุณแม่เดินเข้ามาในห้องรับแขกที่เรานั่งกันอยู่พร้อมด้วยแม่บ้านร่างเล็กที่ถือถาดน้ำเดินตามหลังมา

           “ชู่ อย่าเสียงดังสิคะ อยู่กันแค่นี้เอง" คุณแม่ขยิบตาให้อย่างขี้เล่นเหมือนปกติที่ชอบทำ แต่เวลานี้มันไม่เหมาะเลยค่ะคุณแม่ -_- พลางเดินไปนั่งข้างๆมี้ทรอย แม่บ้านก็เอาน้ำมาวางก่อนเดินออกไป

           แน่นอนว่าฉันก็พยายามนั่งทำตัวหลีบที่สุดเท่าที่จะทำได้ บอกตรงๆว่าไม่ไว้ใจสองแม่คู่นี้เลย รอยยิ้มกับท่าทางมีความสุขเวอร์เกินไปแบบนั้นต้องมีอะไรใต้หน้ากากแน่ๆ ฉันรู้จักแม่ตัวเองดี

           แต่ขออย่างเดียว...
           อย่าเป็นคลื่นใต้น้ำก็พอ !!

           และให้ตายอีกอย่าง...
           อิคนข้างๆเนี่ย ไม่เคยทุกข์ร้อนใดๆเลยในชีวิตนี้ แม่ง
           หยิบไอโฟนมาจิ้มเกมส์ล่ะไอ้เหี้ยค่ะ =__=

           “แหนะ บอกจะไปตามหนูเจน แต่ฉันเห็นแกตรงไปห้องครัวเลยนะย่ะ"

           “แค่ไปดูอะไรนู่นนี่นิดหน่อยเอง แล้วเมื่อกี้พอจะขึ้นไปตาม เจนก็มาก่อนแล้วนี่น่า"

           “คิดถึงบ้านหลังนี้ล่ะซิ"

           “แน่ล่ะ ฉันไม่ได้มาเหยียบที่นี้เกือบๆ 20 ปีได้ แกเล่นหนีไปเมืองนอกหลังแต่งงาน กระทันหันซะแบบนั้น"

           “ฮิฮิ งี้แหละวัยรุ่นใจร้อน"

           “พูดแล้วก็หวนนึกถึงตอนนั้น"

           “ใช่ รู้สึกแก่จังเลยพอนับย้อนไปเป็นสิบยี่สิบปีแบบเนี่ย"

           “อิอิ เห็นด้วยที่สุด"

           “(-_- )”

           “( -_-)”

           ...ดูเหมือนฉันกับทรอยจะกลายเป็นส่วนเกินในโลกของเหล่าคุณแม่ซะแล้ว

            แต่ก็ดีล่ะ ค่อยโล่งขึ้นหน่อย อย่างน้อยพวกเขาคงยังไม่ซักทอดอะไรเราตอนนี้ เตรียมคิดคำตอบที่น่าเชื่อถือไว้ดีกว่า คุณแม่ต้องถามแน่ว่ามาอยู่กับทรอยได้ยังไงแถมไม่ได้กลับบ้านอีกเมื่อคืน

           “คุยกันไปไกล กลับมาเข้าประเด็นหลังของเราในวันนี้ดีกว่า"

           เอ่อ เมื่อกี้คุณแม่พูดว่าอะไรนะ ประเด็กหลักที่ว่าหมายถึงพวกเรางั้นเหรอ...ไม่ใช่หรอก...โอเคค่ะ หันมาฉีกยิ้มหวานให้แบบนี้ ไม่ต้องเดามั่วแล้ว = =;

           “นั่นสินะ ทรอยเก็บไอโฟนก่อน หันใช้มารยาทที่มี้สอนไปบ้างนะลูกรัก ให้มันเข้าหัวซะบ้างนะจ๊ะ"

           ณ ตอนนี้ฉันเกือบหลุดหัวเราะ ดีที่ปิดปากตัวเองได้ทัน

           สะใจว่ะ
           เห็นทรอยโดนมี้ด่า ฮ่าๆ

           แหนะ อย่ามาส่งสายตาเหี้ยมใส่ฉันนะ
           แบบนี้มันเสียหน้าแล้วพาลชัดๆ

           “เอาล่ะ ตอนนี้ก็มากันพร้อมหน้าแล้วนะจ๊ะ คงไม่ต้องแนะนำตัวอีกเพราะก่อนเจนตื่น ทรอยเขาก็เจอลินไปแล้ว"

           อ้อ ลืมบอกไป คุณแม่ฉันชื่อ ลินดา

           “เพราะฉะนั้น อย่างที่ลูกๆเห็น แม่สองคนเป็นเพื่อนรักกันมาก สนิทกันมาตั้งแต่ม.ต้นด้วยซ้ำ และแน่นอนเรื่องที่คาร่ารู้ แม่ก็รู้แล้ว

           น๊านน มาแล้ว โหมดพญามารของคุณแม่ ไอ้น้ำเสียงนิ่งสงบตรงประโยคหลังนี่แหละตัวกะรันตีอย่างดีว่าคุณแม่ต้องรู้แล้วชัวร์

           แถวนี้มีมีดไหม กูอยากปาดคอตัวเองค่ะ

           “เรื่องอะไรเหรอคะคุณแม่?”

           เมื่อฆ่าตัวตายไม่ได้ สิ่งที่จะทำได้ตอนนี้คือยื้อเวลา แกล้งโง่ไว้ก่อนเป็นยอดดี(?) ทรอยแม่งก็ไม่คิดจะสนใจเลยใช่ไหม?! นั่งเมินไม่แคร์โลกอยู่นั่นแหละ

           มึงจะทำตัวเป็นรูปปั้นเหรอคะสุดหล่อ!

           สองคุณแม่หันมามองหน้ากันเองพลางหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะ...

           ...ปีศาจชัดๆ!

           “หนูเจนจ๊ะ”

           มี้ทรอยหันกลับมายิ้มหวานหยดเหมือนมารดาผู้ใจดีรักเด็ก...แต่เจนกลัวค่ะมี้

           “ลูกทรอยคะ”

           ส่วนคุณแม่ฉันก็เรียกทรอยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน...ซึ่งผิดปกติอย่างร้ายแรง

           จนฉันกับทรอยถึงกับหันขวับมามองกันโดยไม่ได้นัดหมาย ตาต่อตาฟันต่อฟัน เห็นได้ชัดว่าทรอยก็ขมวดคิ้วมุ่ย งงแดกไม่ต่างกัน เป็นอันเข้าใจตรงกันว่าพวกคุณแม่ไม่มีวันพูดหวานขนาดนี้ถ้าไม่มีเรื่องอะไรบางอย่างที่ต้องการแต่ลูกไม่อยากทำ...

           ...งั้นตอนนี้พวกเราก็ ซวยฉิบหายแล้วล่ะสิ -__-!!

           “คะ?/ครับ?”

           เราขานตอบพร้อมกันอฉันแอบเหล่มองคนข้างๆเล็กน้อย ทีกับฉันล่ะพูดซะหยาบกร้าน มาตอนนี้พูดเพราะอย่างกะคนละคนเชียวนะ เอาเถอะ ก็พอเข้าใจว่าถึงจะเถื่อนแค่ไหนก็ต้องยอมลงให้กับผู้ใหญ่อยู่ดีนั่นแหละ

           ก็มีมารยาทเหมือนกันนี่น่า
           เอ๊ะ ฉันจะชมมันเพื่อ?!

           ประสาทล่ะเรา เข้าเรื่องเถอะค่ะ
 
           “ฮิฮิ คืออย่างนี้นะจ๊ะเด็กๆ” มี้ทรอยเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน "พวกเราปรึกษากันแล้วและรู้ดีว่าพวกลูกเป็นอะไรกัน อุ๊ย พูดแล้วก็เขินจัง”

           ว๊อทเดอะ?!

           ฉันนั่งเอ๋อแดกอยู่บนโซฟาไม่ต่างกับทรอย จู่ๆมี้ก็ยกมือขึ้นปิดหน้าทำท่าเหมือนเขินอะไรสักอย่าง แถมยังส่งสายตากลุ้มกลิ่มแปลกๆมาให้พวกเราอีก

           มี้อายอะไรกันแน่คะ?!
           อย่าทำให้เจนคิดไปเองหรือเข้าใจถูกเลยนะ

           ขอให้เจนเข้าใจผิดเถอะ อย่าเป็นอย่างที่คิดเลย...

           “เฮ้อ ถึงลูกของแม่จะเสียหายก็เถอะนะ แต่มาถึงขั้นนี้แล้วก็ไม่มีทางเลือก”

           ...ค...คุณแม่!!
           คุณแม่ต้องการจะสื่ออะไร

           พระเจ้า ฉันจะบ้าตายแล้วนะ

           ไอ้เชี่ยทรอยก็ไม่คิดจะพูดหรืออธิบายไรสักอย่างเลย แล้วจะให้ฉันแก้ตัวตามได้ยังไง ถ้าพวกคุณแม่ไม่ได้คิดเรื่องเดียวกันฉันล่ะ

           โอยย ไมเกรนจะขึ้น
           ประสาทจะแดก!

           และที่สำคัญ หยาบเยอะจริงค่ะ อารมณ์มันพาไป

           “โอเค มี้พูดต่อล่ะนะ อะแฮ่มๆ” มี้ทรอยกับคุณแม่เริ่มทำเสียงจริงจังขึ้น อย่าจริงจังเลยค่ะ ล้อเล่นเถอะเจนขอร้อง “ก็อย่างที่บอกไป อย่าคิดว่าพวกมี้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกลูกเมื่อคืน และทรอย ลูกไปทำให้หนูเจนเขาเสียหายแบบนั้น มันสมควรไหมจ๊ะ! เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้หนูเจนกลายเป็นขี้ปากของใครและเพื่อความสบายใจของเพื่อนรักมี้...”

           บอกได้คำเดียวตอนนี้...หายนะ

           “...พวกลูกก็คบกันอย่างเปิดเผยซะนะจ๊ะ :)”

           ชิตตตตตตตต!!
           หนูไม่ต้องก๊ารรร!

           “ไม่นะคะ!”

           ฉันเด้งตัวลุกขึ้นจากที่นั่งทันทีพร้อมปฎิเสธเสียงดังลั่นบ้าน และแทนที่สองคุณแม่จะทำหน้างง แต่กลับส่งยิ้มมาให้ฉัน นี่คุณแม่ก็เห็นดีเห็นงามด้วยงั้นเหรอ?!

            “ฟังแม่นะเจน” ถ้าคุณแม่ทำน้ำเสียงจริงจังแบบนี้ ฉันก็เถียงไม่ออกสิ บ้าเอ๊ย ไม่นะ

            “...”

            “แม่รู้ว่าลูกอาจจะคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องผิดพลาดเล็กๆน้อยๆของชีวิต แต่สำหรับคนเป็นแม่ แม่รักลูกมากนะ และแม่ก็ไม่ชอบให้ใครมารังแกลูกแม่ง่ายๆ ทรอยต้องรับผิดชอบก็ถูกแล้ว ลองคบไปก่อนก็ไม่เสียหายนี่ อีกอย่าง...มีแค่ลูกคนเดียวนะที่ไม่เห็นด้วยน่ะ ทรอยเขายังนั่งฟังเฉยๆเลย :)”

           ฉันยืนอึ้งกับคำพูดของคุณแม่ที่แทบไม่มีช่องว่างให้สามารถเถียงกลับได้เลย และเหนือสิ่งอื่นใด...

           ...เหี้ยทรอยมันไม่กระดิกแม้แต่ปลายเล็บขบ
           กลายเป็นรูปปั้นจริงๆแล้วใช่ไหมวะคะ!

           ด้วยความทนไม่ไหวฉันจึงหันไปสะกิดทรอยเพื่อหาแนวร่วม มันหันมาก่อนจะทำเป็นดุ้นลิ้นในปาก น่ารักตายล่ะมึง โอเค ที่แน่ๆคือมันถอดหายใจก่อนจะหันไปมองหน้ามี้ตัวเอง

           “มี้ ผมขอเหตุผล ผมรู้ว่าเปลี่ยนใจมี้ไม่ได้แน่” เขาส่งเสียงฮึในลำคออย่างหัวเสีย ฉันก็หัวเสียไม่ต่างกันหรอกจ๊ะ "แต่ขอเหตุผลอื่นที่ไม่ใช่แบบนี้”

           ฉันพิงตัวไปกับโซฟาอย่างสิ้นหวัง นี่ทรอยมันเป็นบ้าไปแล้วใช่ไหม หรือรู้ว่าไม่ว่าจะทำยังไงก็เปลี่ยนใจพวกคุณแม่ไม่ได้งั้นเหรอ...มันก็จริงหรอก แต่ก็ไม่อยากยอมรับนี่ว่ะ! มันน่าจะมีทางไม่ใช่รึไง? แล้วมันจะมีเหตุผลอื่นได้ไงนอกจากไอ้เรื่องล่ะ สับสนจริงๆแล้ว ให้ตาย

           “ได้ มี้ก็รอประโยคนี้ของทรอยอยู่เลยจ๊ะลูกรัก”

           พวกคุณแม่เริ่มกระซิบกระซาบกันอีกครั้งแต่ตอนนี้ฉันไม่มีกระจิตกระใจจะฟังสักเท่าไรหรอก นี่เราดิ้นไม่หลุดแล้วใช่ไหม อยากร้องไห้ว่ะ ไม่ได้อยากเป็นแฟนกับไอ้บ้านี่เลยนะ โอยย

           “ลูกจำรถ LB001 ที่มี้ให้ไปเอาที่อู่ของลินได้ใช่ไหม”

           หือ? มี้ทรอยพูดเรื่องอะไรกัน รถมาเกี่ยวอะไรด้วย นี่เรากำลังคุยเรื่องเดียวกันอยู่งั้นเหรอคะ? พอหันไปหาทรอยก็ดูเหมือนเขาจะกำลังตั้งใจฟังที่มี้เขาบอก ส่วนคุณแม่ก็ขยิบตาส่งมาให้อีกแล้ว คุณแม่จะขี้เล่นผิดเวลาไปแล้วนะคะ! เจนไม่ตลกนะ!

           “นั่นแหละ มี้เอามันไปฝากไว้กับลิน 20 กว่าปีได้แล้วก่อนพวกลูกจะเกิดซะอีก”

           “เพื่อ?”

           ใช่ ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน
           รถมันไปอยู่ในนั่นต้อง20กว่าปีโดยไม่มีใครรู้? เพื่ออะไร? หรือเพื่อซ่อนมันไว้?

           “เพราะพวกเราซ่อนของมีค่าที่สุดไว้ในนั่นยังไงล่ะ” คราวนี้พวกเราพร้อมใจกันหันไปทางคุณแม่ "ของล้ำค่าที่ถูกซ่อนไว้นับยี่สิบปี ที่ต้องใช้กุญแจตัวจริงเท่านั้นถึงจะเปิดผนึกกลไกรถคันนั้นได้แล้วเอาของสิ่งนั้นออกมาได้”

           อะไรมันจะลึกลับซ้ำซ้อนขนาดนั้น
           เหมือนจะย้ำไปรอบนึงแล้วว่านี่คือนิยายรักหวานแหวว

           ไม่ใช่สืบสวนสอบสวนหรือแอ็กชั่นไซไฟนะเว้ยคะ!

           “แล้วของที่ว่าคืออะไรเหรอคะคุณแม่?”

           หนนี้มี้ทรอยเป็นฝ่ายตอบ “ของล้ำค่ามากๆเลยล่ะจ๊ะ เป็นของที่แม้แต่คนตระกูลรายันต์ก็ต้องการจะแย่งไปให้ได้ จนถึงทุกวันนี้พวกเขาก็ยังตามหามันอยู่เชียวนะ”

           ถึงท่าทางของมี้ทรอยจะยิ้มแย้มตลอดเวลา แต่น้ำเสียงที่พูดออกมาก็ดูออกได้ไม่ยากว่าจริงจังและซีเรียสมากแค่ไหน ตระกูลรายันต์...คืออะไรกั...!

           “ไอ้เหี้ยโอเว่น!”

           จู่ๆทรอยก็ตะโกนขึ้นพร้อมทำหน้าโมโหร้ายจนฉันสะดุ้ง คนกำลังคิดอะไรเพลินๆ แหกปากออกมาไม่ให้ซุ่มให้เสียงก็ตกใจแย่สิแบบนี้ แต่เมื่อกี้ทรอยเรียกชื่อใครออกมานะ

           ...โอเว่น?
           ชื่อเหมือนคนที่ฉัน...เคยรู้จัก

           คงไม่ใช่คนเดียวกันหรอก
           คนชื่อโอเว่นมีเป็นล้านคนในโลก

           มันมีทางบังเอิญขนาดนั้นแน่ๆ...

           “calm down ทรอย อย่าพึ่งเดือดสิจ๊ะลูกรัก” มี้ทรอยเอือมมือมาลูบแขนร่างสูงเบาๆเหมือนปลอมให้ใจเย็นลง

           “ก็อย่างที่คาร่าบอก และเพราะพวกลูก...ทำรถคันนั้นจมน้ำไปทำให้สมบัติที่อยู่ในรถจมไปพร้อมกัน” นั่นไง พึ่งนึกขึ้นได้ วอดวายกันแล้วไหมล่ะ!

           “แล้วทำไมพวกมี้ไม่บอกตั้งแต่แรก! ถ้าผมรู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับไอ้โอเว่น ผมจะไม่เอาไอ้รถเวรนั่นไปแข่ง!!”

           “ก็เป็นลูกเองไม่ใช่รึไงที่ดื้อจะเอารถไปแข่งเพราะรถตัวเองเข้าอู่อยู่น่ะ แล้วจะให้มี้ทำยังไง เรื่องพวกนี้มันบอกกันได้ที่ไหน ถ้าบอกได้มี้บอกลูกไปตั้งแต่ลูกเกิดแล้วล่ะจ๊ะ!”

           “...โธ่เว้ย!”

           ดูเหมือนทรอยก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงกัดปากจนห่อเลือดพลางนั่งกำหมัดแน่นเท่านั้น คนชื่อโอเว่นกับตระกูลรายันต์อะไรนี่คงเป็นศัตรูของมี้ทรอยกับทรอยสินะ

           อาจจะเป็นศัตรูคู่แค้นเลยก็ได้
           ไม่งั้นทรอยคงไม่เดือดพล่านมากขนาดนี้แน่

           “เอ่อ...” พอทุกคนเงียบไป ฉันจึงต้องเป็นฝ่ายกู้บรรยากาศกลับมา "...แล้วพวกเราต้องทำยังไงเหรอคะ?”

           “ลูกไม่ต้องทำอะไรมากหรอก ก็แค่หารถนั่นให้เจอแล้วเอาสมบัติออกมาให้ได้ก่อนพวกอื่นก็พอ” คุณแม่พูดง่ายนะคะ -_- “แต่ถ้ามันหายไปก่อนก็ไม่ต้องตกใจ เพราะมันได้ไปแค่ตัวรถ เหลือกุญแจ ซึ่งกุญแจตัวจริงยังอยู่ที่อู่ในห้องทำงานแม่เอง ไปหยิบกันได้”

           “และมี้ขอสรุปเลยนะ ที่พูดมานั่นแหละเหตุผล อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเหตุผลหลักเลยก็ได้แต่เหตุผลที่พูดเป็นอย่างแรกก็สำคัญไม่แพ้กันนะจ๊ะอย่าเข้าใจผิด”

           “ในเมื่อพวกลูกเป็นคนผูกปมปัญหานั่นขึ้นมา พวกลูกก็ต้องเป็นคนแก้มันออกมาเอง และต้องทำให้ได้ด้วย”

           “ช่วยๆกันไปซะนะจ๊ะ ฮิฮิ"

           “งั้นพวกแม่ขอตัวก่อนล่ะ ไว้เจอกันล่ะ”

           รู้สึกมี้กับคุณแม่จะสนิทกันมากจริงๆ พูดต่อประโยคกันได้โดยไม่ต้องมีโพยหรืออะไรเลย และแถมมีการทิ้งระเบิดไว้แล้วจากไปดื้อๆแบบนี้เนี่ยนะ?!

           มันจะตลกร้ายไปแล้วนะคะคุณแม่!
           นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันว่ะแม่ง ปวดหัว!

           “เฮ้อ!” ฉันทิ้งตัวพิงเบาะอย่างหมดอาลัยตายอยาก

           “อ้อ แม่ลืมบอกไป”

           คุณแม่ตะโกนลงมาจากบันได นี่พวกแม่เขาจะขึ้นไปทาเล็บเล่นตุ๊กตากันข้างบนหรือยังไง "เจนต้องไปอยู่ที่คอนโดของทรอยสักพักนะลูก แม่กับคาร่าจะปิดบ้านแล้วไปเที่ยวต่างประเทศกันน่ะ”

           “อะไรนะคะ?! คุณแม่ว่าไงนะ!!”

           “รักลูกนะคะคนดี”

           “มะ ไม่ เดี๋ยว คุณแม่ คุณแ...!”

           ปัง!

           ไม่นะ!! คุณแม่ปิดประตูไปแล้ว

           รู้นะว่าคุณแม่ต้องได้ยินแต่ไม่สนใจแน่ๆ! ไวเท่าความคิดฉันหมายจะวิ่งขึ้นไปพังประตูแล้วคุยกับคุณแม่ให้รู้เรื่อง ให้ฉันคบกับทรอยไม่พอ ให้ไปอยู่กับมันเลยด้วยเนี่ยนะ

           คุณแม่เห็นลูกสาวเป็นตัวอะไร
           ห่วงกันบ้างไหม ถึงไอ้บ้านี่มันจะเป็นลูกเพื่อนสนิทคุณแม่ก็เถอะ!
           แต่มันไม่เกี่ยวกันนะโว้ยย!!

           กึก

           “จะไปไหน”

           “ไปคุยกับคุณแม่นะสิถามได้!”

           ฉันตะคอกใส่หน้าทรอยที่จู่ๆก็มาดึงแขนฉันไว้ไม่ให้วิ่งไปไหน ฉันพยายามแงะมือตุ๊กแกออก แต่มือหนาก็ไม่ได้สทบสะท้านเลยแม้แต่น้อย โอย มันต้องการอะไรเนี่ย

           “คิดว่าคุยแล้วจะเปลี่ยนใจคุณแม่ของเธอได้เหรอยัยบื้อ!” เขาตะคอกกลับใส่เต็มหน้า “ดูก็รู้ว่ามี้ฉันกับคุณแม่เธอนิสัยไม่ได้ต่างกันเลย เปลื้องน้ำลายไปก็เท่านั้นแหละว่ะ!”

           “...”

           เป็นฝ่ายฉันเองที่ต้องยืนนิ่งรับฟัง ครั้งนี้เขาพูดมีเหตุผล มันทำให้ฉันพูดต่อไม่ออกได้แต่กัดดปากตัวเองจนห่อเลือดเป็นระบายเท่านั้น

           “...แล้วจะให้ฉันทำยังไง...”

           “ไม่มีทางเลือก”

           เขาปล่อยมือจากฉันแล้วเสยผมอย่างหัวเสีย

           “ยังไงเราก็ต้องหาไอ้รถเวรตะไลนั่นให้เจอ แล้วเธอก็ไม่มีที่อยู่”

           “งั้นถ้าฉันต้องไปอยู่กับนาย” ฉันง้างปากตัวเองพูดออกมา ขอบอกว่าลำบากใจสุดๆ “ฉันขออยู่ในฐานะรูมเมตหรือแม่บ้านก็ได้ ฉันยอม”

           ทรอยเลิกคิ้วแปลกใจ ทำไม ฉันยอมเป็นแม่บ้านมันน่าตกใจขนาดนั้นเลยรึไงว่ะ นี่ถ้าไม่ติดว่าฉันอยู่ในสถานะที่เป็นรอง ฉันแหกปากด่าไปแล้วนะ

           "อ่ะ"

           เฮ้ย จะทำไร อยู่ๆเขาก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนฉันต้องถอยหน้าไปข้างหลังโดยอัติโนมัติ

           “ถึงเธอจะเป็นรูมเมตหรือแม่บ้าน เธอคิดว่าเขาจะมองเธอแบบนั้นจริงๆเหรอว่ะ อยู่กับผู้ชายสองต่อสอง สุดท้ายมันก็เสียอยู่ดี หรือไม่ใช่?”

           แม่ง...รู้ดีนัก ทำหน้ากวนตีนขนาดนี้ มาต่อยกันไหม

           “เออๆ ก็แล้วจะเอาไงว่ะ จะให้เป็นไรก็บอกมาดิ”

           “แฟน”

           อะไรนะ ขออีกที หูฟาด -__-

           “ห๊ะ?”

           “เป็น-แฟน-กู จบไหมว่ะครับ”

           ไม่จบคะเฮ้ย!

           “บ้าไปแล้วเหรอว่ะ?! เป็นแฟนเนี่ยนะ คือแบบแฟนหลอกๆน่ะเหรอ?”

           “หลอกทำส้นตีนไร เป็นแฟนก็แฟนดิว่ะ”

           “ทะ ทำไม?!” ยอมรับว่าตอนนี้มีเครื่องหมาย ? เต็มหัวนอกหัวจนจะทับกันตายล่ะแม่ง

           “เรื่องมากฉิบหาย”

           มันทำท่าเหมือนอย่างบีบคอฉันตาย
           แต่ ณ เวลานี้ไม่มีความกลัวเลย ความสงสัยมันครอบงำแล้วจริงๆ จากใจ

           “ตอบดิ”

           "เออๆ อย่างแรกกูได้มึงแล้ว”

           "..."

           อันนี้ก็ชัดเกิน

           “สอง ยังไงก็ต้องนอนด้วยกัน เวลาใครถามว่ามึงเป็นใคร ถ้าตอบว่าแฟนมันจบเร็วกว่า”

           "..."

           อะไรนอนนะ

           “สุดท้าย มึงโสด กูโสด ไม่เสียหาย จบ!”

           “...”

           เงิบแดกค่ะ . . .




 

          

          






* อ่านตรง TALKING ทุกครั้งนะคะ ขอร้อง
เผื่อจินมีข่าวสารหรือเรื่องอะไรจะบอก จะได้ไม่ตกหล่นกัน
อ่านผ่านๆก็ได้คะ เนอะ โอเค๊ :)


 

 


 


[ 12.07.12 = 200% MAX ]
รวดเดียวอิ่มใจ 16 ฟน้าเอสี่จ้าา 5555+ คำผิดยังไม่ได้แก้เลยสักนิด เห็นติดขัดตรงไหนบอกด้วยเน้อ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยกลับมาแก้ล่ะกัน ไปนอนก่อน ว๊ากกก ตีสองครึ่งแล้ว ฮ่าๆๆ ดึกขนาดแท้
+ มี้กับคุณแม่ทำไมน่าร๊อคจัง ฮ่าๆๆๆ รักลูกเหลือหลายเลยง่ะ สาวสวยกันขนาดนี้มิน่าลูกออกมาหล่อล้ำและงามงด -.,-

ไม่อยากโดนทรอยเตะ อุ๊ย ล้อเล่น จะรักนะครับคนดีถ้าคลิก ;)

+ เม้นให้ด้วยนะค่าาา กดโหวต แอดFAVด้วยนะน่ารักมาก จ๊วบๆ แต่แอดแล้วอย่าลบนะตัว เค้าน้อยใจ TOT
จินรักทุกคนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน <3





 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

884 ความคิดเห็น

  1. #827 SANDEE (@ennaio) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2556 / 00:42
    เงิบด้วยค้ะ
    #827
    0
  2. #755 gam.noy (@gamcome) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2555 / 14:08
    มาอัพไวๆนะคะ^^
    #755
    0
  3. #752 penat (@penat) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 14:39
    อัพต่อไวๆนะคะ... รออ่านอยู่เสมอ!!
    #752
    0
  4. #747 Cocaine (@nan-ony) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กันยายน 2555 / 19:13
    มาช่วยกดดันอีกคนนนนนนนนน
    #747
    0
  5. #746 G G (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กันยายน 2555 / 21:41
    1 เดือนผ่านไป

    กดดันอีกครั้ง

    อัพๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #746
    0
  6. #745 G G (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กันยายน 2555 / 21:23
    แวะมากดดันอีกรอบ อัพๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #745
    0
  7. #743 G G (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 กันยายน 2555 / 00:45
    แวะเข้ามากดดันอีกครั้ง

    อัพ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #743
    0
  8. #742 G G (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กันยายน 2555 / 01:35
    หายอีกแล้วนะ น้องจิน ทำให้ค้างคาอีกแล้ว

    อัพ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

    ไม่อัพจะแวะมากดดันมันทุกรอบ ทุกวันเลย
    #742
    0