บ่วงรัก...มังกร [ตีพิมพ์กับสถาพรบุ๊คส์]

ตอนที่ 4 : ฆาตกรไร้เงา [Rerite]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2288
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    31 ธ.ค. 53

   


สุดปลายฟ้า...

4

 

โตเกียว...ประเทศญี่ปุ่น

ห้องกว้างมีเพียงแสงร่ำไร ชายสูงวัยรูปร่างภูมิฐานยืนหันหลัง สองมือไพล่หลัง ดวงตามาดร้ายมองออกไปยังด้านนอกที่บัดนี้มีเพียงความมืดปกคลุม มุมปากแสยะยิ้ม... เมื่อเวลาที่เขาเฝ้ารอคอยมานาน มันกำลังจะถูกสะสางและจบลง... อำนาจและพรรคมังกรขาวกำลังจะตกมาอยู่ในกำมือของเขา ดวงตาเป็นประกายกล้าวาววับท่ามกลางความมืดมิดอับแสง เสียงเคาะประตูดังขึ้น วินาทีถัดมาประตูก็เปิดออก ตามด้วยร่างสูงเพรียวในชุดดำทะมัดทะแมง ศีรษะได้รูปก้มเล็กน้อยให้คนตรงหน้า...

บอสเรียกฉันมาพบมีอะไรอย่างนั้นหรือคะ

ชายร่างสูงหันกลับมา ดวงตาแห่งราชสีห์สบกับดวงตาเรียวยาวใหญ่ตรงหน้า ฉันมีงานจะให้เธอทำ เขาหยุดนิ่ง สบตาอีกฝ่าย... งานนี้เธอห้ามพลาด ถ้าพลาด...นั่นหมายถึงอันตรายถึงชีวิตและก็อาจจะรวมไปถึงความมั่นคงขององค์กรเรา

ดวงตาเรียวยาวสวยมองร่างของคนเป็นเจ้าชีวิตนิ่ง  หล่อนยอมเสี่ยง...แม้กระทั่งลมหายใจที่มีอยู่ ชีวิตของหล่อนมีอยู่ก็เพื่อองค์กรนี้ และก็เพื่อผู้ชายตรงหน้า...

ฉันเชื่อในฝีมือของเธอ ว่าเธอทำได้ ฉันเตรียมทุกอย่างให้เธอพร้อมแล้ว สามทุ่มเศษเตรียมลงมือ...

นั่นคือรูปเป้าหมาย!”

มือเรียวสวยหยิบรูปที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเพ่งมอง แทบลืมหายใจชั่วขณะ กำรูปใบนั้นแน่นจนมันแทบแหลกสลายคามือ ดวงตากร้าวขึ้น... คนที่พรากครอบครัวแสนอบอุ่นของหล่อนไป

นาเดชิโกะหลับตาลง ภาพในอดีตที่ตามหลอกหลอนย้อนกลับเข้ามาในหัว...

ปัง!

เสียงปืนดังขึ้นในเวลาเที่ยงคืน... เด็กหญิงในวัย 10 ขวบสะดุ้งตื่น เหงื่อแตกพลั่ก กระโดดลงจากเตียงวิ่งมายังชั้นล่างอันเป็นที่มาของเสียงปืนที่ดังก้อง... เด็กหญิงมองภาพตรงหน้า หัวใจแทบแหลกสลาย เลือดสีแดงสดไหลรินออกมาจากร่างของผู้เป็นบิดา... ร่างกายนอนแน่นิ่งจมกลางกองเลือด ดวงตาเบิกกว้าง มือน้อยแทบไร้เรี่ยวแรงเกาะราวบันได ตะโกนออกไปสุดเสียง...

พ่อ!’

ออกแรงวิ่งไปยังร่างไร้วิญญาณ เขย่าร่างตรงหน้าพร้อมกับดวงตาใสซื่อคู่นั้นเอ่อท้นด้วยหยาดน้ำตา

พ่อ! ฮือๆ ใครทำพ่อ

เสียงรถแล่นออกไปจากตัวบ้านอย่างรวดเร็ว เด็กหญิงทำได้แต่สะอื้นไห้จนตัวโยน เมื่อคนเป็นพ่อทิ้งเธอไปอย่างไม่ห้วนกลับ เด็กน้อยกอดร่างของพ่อแน่น พร่ำเรียกร่างไร้ชีวิตจนเสียงแหบเสียงแห้ง

อย่าร้องไห้ไปเลย ชิโกะ

เด็กหญิงหันกลับไปมองร่างสูงที่ยืนอยู่กลางประตูบานใหญ่ ใบหน้าเขานิ่งเฉยขณะก้าวเดินมาหา...

ฉันรู้ว่าใครเป็นคนฆ่าพ่อของเธอ

ไม่มีอะไรสะดุดเท่ากับคำว่า... คนที่ฆ่าพ่อของเธอ ผู้ชายคนนี้เป็นใครทำไมถึงรู้ล่ะ ว่าใครเป็นคนฆ่าพ่อของเธอเด็กหญิงเงยหน้าของเขา ทั้งที่ดวงตาทั้งสองยังมีหยาดน้ำใสคลอเบ้า

ไม่ต้องกลัวฉันนะ ฉันจะรับเลี้ยงเธอเอง ดูเหมือนว่าพ่อของเธอเขาจะรู้ตัว ว่าเขาอาจจะถูกลอบทำร้าย เขาสั่งให้ฉันดูแลเธอแทนเขา หากว่าเขาไม่อยู่แล้ว...รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า แต่ทำไมเด็กหญิงกลับกลัวสายตาของเขา สายตาแห่งความอาฆาตแค้น...

มาสิ ไม่ต้องกลัวฉันหรอกเขาก้มลงอ้าแขนรับ... แต่เด็กหญิงถอยห่าง เธอไม่อยากรู้แล้วเหรอ... ว่าใครเป็นคนฆ่าพ่อของเธอดวงตาคมเข้มสบกับดวงตาใสซื่อคู่นั้น เด็กหญิงพยักหน้า... ถ้าเธออยากรู้ เธอก็ต้องมาอยู่กับฉันร่างเด็กหญิงจึงเข้าสู่อ้อมแขนของเขา ร่างสูงอุ้มเด็กหญิงออกจากตัวบ้าน... ตามด้วยชายร่างสูงในชุดดำอีกสามคน

เปลือกตาอ่อนบางขยับขึ้น มองรูปในมืออีกครั้ง... จ้องมองไม่กระพริบ

สึยามาโอะ พึมพำในลำคอ... ผู้ชายคนที่ฆ่าพ่อของหล่อน

ใช่! คืนนี้มันนัดพบกับหัวหน้าพรรคมังกรดำ นั่น! เป็นโอกาสดีของเราที่จะชิงลงมือจัดการมัน เขาหันมาสบตากับหล่อน ดวงตาแห่งราชสีห์ร้ายปรากฏขึ้นให้เห็น... ถึงเวลาที่เธอจะต้องลงมือฆ่า... คนที่มันทำลายครอบครัวของเธอเสียที เสียงนั้นเหี้ยมโหด อย่างที่หล่อนไม่เคยได้ยินมันมาก่อน...

หญิงสาวกำรูปในมือแน่นจนเครียดขมึง ตั้งแต่นั้นมา...หล่อนถูกฝึกเพื่อกลายเป็นนักฆ่าที่สมบูรณ์แบบ อาวุธทุกชนิดเธอใช้มันได้อย่างถนัด และเพื่อ... ทำให้คนที่มันฆ่าพ่อ ตายลงด้วยฝีมือของหล่อนเอง

ฉันเชื่อมั่นในฝีมือเธอ และนั่นเป็นที่นัดหมายของพวกมันในคืนนี้ นาเดชิโกะหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา ก้มศีรษะลงเล็กน้อย และออกจากห้องไป...

คืนนี้แล้วสินะ ที่จะเป็นวันตายของมัน! มุมปากเรียวสวยเหยียดยิ้ม...กุมสร้อยคอจี้หยกทรงกลมแน่น สมบัติชิ้นเดียวที่เป็นตัวแทนของพ่อ...

ลับร่างของหญิงสาว ชายร่างสูงในชุดดำ...ก็เปิดประตูเข้าไปยังห้องดังกล่าว...

กลิ่นซีก้าลอยคละคลุ้งในห้อง โอฮันโช่หันกลับมามองลูกน้องคนสนิทฝีมือดีอีกคนที่เขาไว้ใจ... ดวงตาเป็นประกายวาววับท่ามกลางความมืด

มันจะดีเหรอครับ ที่ปล่อยให้เธอทำงานนี้ ชายหนุ่มร่างสูงถามความเห็น...

หึ! เธอคงจะไม่ปล่อยให้คนที่แค้นลอยนวลอยู่แน่... ถ้าไอ้สึยามาโอะ มันตายตอนนี้มันก็จะยิ่งเป็นผลดีกับเรา ไอ้นั่นมันยิ่งระแคะระคายเรื่องของเราอยู่ มันไม่ยอมแน่ ถ้ารู้ว่าฉันใช้อำนาจพรรคของมันทำเรื่องผิดกฎหมาย... รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏขึ้น ถ้ามันตาย ใครจะคิดว่าเป็นฝีมือของเรากันล่ะ ในเมื่อพรรคของมันมีปัญหากับพรรคมังกรดำอยู่ และนี่มันก็ไปพบไอ้เคียวยะ ใครๆ ก็ต้องคิดว่าเป็นฝีมือของไอ้เคียวยะอยู่แล้ว เห็นไหมว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว โดยที่เราไม่ต้องลงแรงสักนิด แสยะยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะปล่อยควันโขมงออกมาจากริมฝีปากหยัก

ทัตสึยะมองคนเป็นนายนิ่ง... เขานึกเป็นห่วงนาเดชิโกะขึ้นมา แม้ว่าฝีมือหล่อนจะเก่งกาจสามารถแค่ไหน แต่ถ้าพลาดนั่นหมายถึงชีวิต!

 

เจแปนทาวน์...

ร่างสูงสวมชุดสูทสีเข้มตามด้วยชายในชุดดำอีกสิบคนเดินตามมาติดๆ เข้าไปยังผับในย่านใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยสถานบันเทิงเริงรมย์ เสียงเพลงดังอึกทึกครึกโครม ตามด้วยนักท่องราตรียามค่ำคืนที่ยักย้ายส่ายสะโพกไปตามท่วงทำนองจังหวะ แทบจะไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย... แสงสีหลากหลายประดับประดาอยู่ด้านใน สลับสีกันแทบจะตามอารมณ์ไม่ทัน... ดวงตาคมเข้มนิ่งสงบยามมองไปยังกลุ่มคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าห้องที่เป็นที่นัดหมายในครั้งนี้...

ทามากิ เคียวยะเดินนำหน้าลูกน้องทั้งสิบไปยังด้านหน้าห้องดังกล่าว สมุนของผู้นัดพบก็รีบเข้ามาประกบตัว เขายกมือปรามลูกน้องทั้งหมดที่ตามมาให้ยืนรออยู่ด้านนอก... เคนจิโร่เดินมาค้นตัวของเคียวยะ สึบาสะและชิโรมะกำลังจะเข้าไปสมทบแต่เขาเหลียวกลับมาเป็นเชิงบอกว่าไม่ต้อง! ทั้งสองจึงหยุดชะงักอยู่กับที่ เมื่อการค้นตัวผ่านพ้นไป เคนจิโร่จึงผายมืออนุญาตให้เคียวยะเข้าไปด้านในได้

เคียวยะเดินตามเคนจิโร่เข้าไปในห้อง เขาหยุดอยู่ตรงด้านหน้าโซฟาตัวใหญ่ ชายสูงวัยยืนขึ้นผายมือเชื้อเชิญให้เขานั่งลง แล้วโบกมือไล่เคนจิโร่ให้ออกไปรอด้านนอก เขาต้องการคุยกับเคียวยะเป็นการส่วนตัวเพียงลำพัง ชายหนุ่มกระชับสูทแล้วนั่งลงตามด้วยร่างของชายสูงวัย... ดวงตาคมสีสนิมมองคนตรงหน้านิ่งอย่างประเมินค่า... แม้ชายสูงวัยตรงหน้าอายุอานามใกล้เคียงกับพ่อของเขา... ไม่สิ! ต้องบอกว่าพ่อของชายหนุ่มเคยเป็นเพื่อนสนิทกับผู้ชายคนมาก่อน หากจะไม่มีเรื่องขัดใจกันเพราะผู้หญิงเพียงคนเดียว ป่านนี้พรรคมังกรดำกับพรรคมังกรขาวคงจะยังเป็นผนึกแผ่นเดียวกัน ไม่ได้ต่างพรรคต่างพวกเหมือนในปัจจุบัน

คุณนัดผมมาที่นี่ มีเรื่องอะไรงั้นเหรอ ชายหนุ่มเลิกคิ้วถาม หันมาสบตาตอบแบบไม่เกรงกลัว

ใบหน้าคนตรงหน้าดูเหนื่อยล้า...ไม่อยากคิดว่านี่คือหัวหน้าพรรคมังกรขาวที่ถูกกล่าวขานว่าน่าเกรงขาม แต่บัดนี้... คนที่อยู่ตรงหน้าเขา ดูมีเรื่องกลุ้มใจ... ทั้งที่พรรคของเขากับพรรคมังกรขาวไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าไหร่ มันคงยืดเยื้อมาตั้งรุ่นพ่อของเขาจวบจนมาถึงรุ่นลูก... เขารู้ดีว่าอุดมการณ์ทั้งสองฝ่ายมันแตกต่างกันแค่ไหน เมื่ออีกฝ่ายค้าขายของผิดกฎหมาย... และบางครั้งก็ยังเอามาปล่อยในเขตของเขาจนมีเรื่องกันตลอด

ดวงตาทั้งสองมีประกายกล้าขึ้น เมื่อเห็นสายตาดูหมิ่นของชายรุ่นลูก... เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาให้ใครดูหมิ่นศักดิ์ศรี แต่เขามาเพื่อยุติเรื่องราวทั้งหมดลง แม้ผลจะออกมายังไง เขาก็ยินดีจะรับฟัง... สึยามาโอะยืนขึ้น แล้วเดินไปยังกระจกบานใหญ่ที่สามารถมองเห็นสีสันยามค่ำคืนในย่านแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี เขานัดเคียวยะมาพบเพื่อเจรจาเรื่องที่ทางทำกินที่ยังขัดแย้งกันอยู่...

สองมือล้วงกระเป๋าหันกลับมา... ท่าทางภูมิฐานค่อยสมกับเป็นตัวเขา เรื่องเมื่อวันก่อนที่ลูกน้องของฉันทำเกินกว่าเหตุ ฉันคงต้องขอโทษ หวังว่าทางเธอคงไม่ถือสา

เคียวยะลุกขึ้นมายืนเคียงข้าง... นึกถึงเรื่องเมื่อสองวันก่อน ที่ลูกน้องของพรรคมังกรขาวบุกเข้าไปทำลายข้าวของในผับย่านที่เขาให้ความคุ้มครองอยู่ เกิดความเสียหายไปไม่ใช่น้อย... ทางเขาจึงเรียกค่าเสียหายไปมากโข จึงถือว่าเจ๊ากัน แต่...ก็ไม่ใช่ว่าทางเขาจะยอมง่ายขนาดนั้นหรอก... มันก็แค่ทำให้อีกฝ่ายตายใจต่างหาก... ถ้าจะตีงูมันก็ต้องตีให้ตาย อย่าปล่อยให้มันกลับมาแว้งกัดได้ทีหลัง...

เรื่องนั้น... เขาหยุดนิ่ง หันมาสบตากับชายสูงวัยโดยตรง ผมไม่ได้ถือสาหรอก เพราะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน แต่ก็หวังว่าเรื่องมันคงจะไม่เกิดซ้ำสอง หรือคุณสึยามาโอะคิดเห็นยังไง คุณคงจะไม่ชอบจ่ายค่าเสียหายให้กับพวกลูกน้องที่มันไร้หัวคิดแบบนั้นบ่อยๆ หรอกใช่ไหม?

สึยามาโอะกระตุกยิ้ม กับคำถามอีกฝ่าย... ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น คงใช้ได้กับสองหนุ่มคนนี้ เลือดย่อมเข้มข้นกว่าน้ำเมื่อได้รับยีนฝ่ายพ่อมาเต็มๆ พ่อของเขาเคยผงาดอยู่ในวงการนี้มาก่อน เมื่อเทียบความสามารถทั้งสองพรรคคือคู่แข่งตัวฉกาจ ฝีมือเชือดเฉือน ถือว่าเป็นคู่แข่งที่สูสีกันทั้งฝีมือและความเฉลียวฉลาด

ฮะๆๆเสียงหัวเราะในลำคอกว้างอย่างถูกอกถูกใจกับประโยคเมื่อครู่

ฉันดีใจกับพ่อของเธอจริงๆ ที่มีลูกชายที่มีความสามารถแบบนี้ สึยามาโอะเอ่ยชมชายรุ่นลูกจากใจจริง... นี่ถ้าเขามีลูกชายก็คงจะดี แต่เขาก็ไม่เสียใจที่มีลูกสาว เพราะเขาก็เลี้ยงดูแลเธอให้เข้มแข็ง... สามารถที่จะยืนหยัดอยู่ในวงการนี้ได้ไม่แพ้กับหนุ่มรุ่นลูกคนนี้เช่นกัน...

 มีเรื่องอะไรก็พูดมา ผมไม่ได้มีเวลามากอย่างที่คิด น้ำเสียงเฉยชา เมื่อใครอีกคนเอ่ยถึงพ่อของเขา... ผู้ชายคนนี้ไม่มีสิทธิ์จะมาเอ่ยถึงพ่อของเขาแบบสนิทชิดเชื้อได้อีก...

ใจเย็นๆ สิ รู้ไหมว่าเธอเหมือนพ่อของเธอมาก ใจร้อน... ฉันไม่อยากให้เธอใจร้อนเหมือนกับพ่อของเธอ การจะคุยธุรกิจ เราต้องรู้จักใจเย็น แม้จะไม่ชอบขี้หน้าของอีกฝ่ายมากแค่ไหนก็ตาม น้ำเสียงสั่งสอนของคนตรงหน้า ทำให้เคียวยะชักขุ่น เขาไม่ได้มาที่นี่ เพื่อมาฟังคำพูดไร้สาระพวกนั้น

...

เอาเถอะ ฉันไม่ถือสาหรอก ฉันรู้ว่าเธอไม่ชอบขี้หน้าฉันสักเท่าไหร่ พ่อเธอก็คงจะสอนเธอมาแบบนั้นเหมือนกัน สึยามาโอะถอนใจยาว... ที่ฉันนัดเธอมาพบในวันนี้ เพราะเรื่องที่ทางทำมาหากินที่มันยังขัดกันอยู่ ตอนพ่อของเธอก็แบ่งกันคนละครึ่ง และเราจะไม่ยุ่งเกี่ยวในถิ่นของอีกฝ่ายเป็นอันขาดถ้าไม่จำเป็น เขาหยุดนิ่ง สังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่าย... แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้กำลังมีใครสักคนเล่นสกปรก ยืมมือของฉันเล่นงานพรรคของเธอ และมันก็ได้ผลเกินคาด

เคียวยะสบตาตรงๆ กับสึยามาโอะ มองอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้ใจ ไม่ใช่ว่าเป็นหนึ่งในแผนการที่เขามาในครั้งนี้หรอกหรือ... หรือกำลังเล่นละครอีกฉาก เพื่อดึงเขาเข้าสู่กับดัก...

เธออาจจะคิดว่าฉันกำลังเล่นละครตบตา ชายสูงวัยทำเสียงบางอย่างในลำคอ ฉันเป็นผู้ใหญ่พอ เธอลองกลับไปคิดทบทวนดู ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นไปอย่างที่ฉันพูดหรือเปล่า... อย่าเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แม้จะเห็นกับตา บางครั้งมันก็อาจเป็นกลกับดักเพื่อให้เราตายใจ...ยิ้มให้จากใจจริง

เรื่องระหว่างพ่อของเธอกับฉัน ก็ขอให้จบไปพร้อมกับพ่อของเธอ อายุฉันก็มากแล้ว ไม่รู้ว่าจะมีลมหายใจต่ออายุได้อีกนานเท่าไหร่ ฉันเอ็นดูพวกเธอทั้งสองคนเหมือนกับลูกหลาน อย่างน้อยครั้งหนึ่งฉันกับพ่อของเธอก็เคยเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาก่อน และฉันก็ไม่เคยเห็นว่าพ่อของเธอเป็นศัตรูของฉัน สึยามาโอะตบบ่าของชายหนุ่มรุ่นลูกเบาๆ ก่อนจะก้าวเดินไปยังประตูที่เขาเปิดเข้ามาก่อนหน้านั้น

เดี๋ยวครับ เคียวยะรั้งร่างที่กำลังจะก้าวออกไป สึยามาโอะหันกลับมามองใบหน้าคมเข้มที่ลดความกระด้างลง

มีอะไรอีกอย่างนั้นหรือ

ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งที่คุณกำลังสื่อ หมายถึงเรื่องอะไร แต่ผมก็อยากบอกว่า... คุณพ่อก็ไม่เคยเห็นคุณเป็นศัตรูเหมือนกัน

ชายสูงวัยยิ้มให้หนุ่มรุ่นลูกเมื่อประโยคนั้นจบลง... ขอบใจ พูดจบก็ก้าวเดินต่อ ทิ้งให้เคียวยะมองร่างสูงตามหลัง มุมปากยกขึ้น... เมื่อเขาให้อภัยเพื่อนของพ่อตามคำขอร้องของแม่...

 

ทางด้านนอก... ลูกน้องของอีกฝ่ายต่างมองเขม้นอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมให้กันและกัน ส่งสายตาท่ามกลางความอึดอัดที่เกิดขึ้นภายในใจ ทั้งสึยามาโอะและเคียวยะหายเข้าไปด้านในเป็นนานสองนาน สึบาสะและชิโรมะหันมาสบตากัน เมื่อประตูห้องถูกเปิดออกกว้าง ร่างของสึยามาโอะก็เดินออกมาเป็นคนแรก... สึบาสะเป็นคนโถมเข้าหาแต่ก็ถูกรั้งด้วยชายร่างสูงพอๆ กัน

มาขวางฉันเอาไว้ทำไมวะชิโรมะ เสียงเข้มขัดใจ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเดินเข้าไปในลิฟต์เรียบร้อยแล้ว

ใจเย็นสิวะ เรายังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น นายอย่าวู่วามเกินเหตุสิ น้ำเสียงตำหนิกรายๆ ดวงตาสีดำมองไปยังห้องที่ปิดสนิทอีกครั้ง ก่อนจะปล่อยแขนของเพื่อนลงแล้วเดินไปยังห้องดังกล่าว

ประตูถูกผลักออก ตามด้วยร่างสูงสองร่างเดินเข้าไปด้านใน ชิโรมะหยุดมองร่างสูงที่ยืนหันหลังให้พวกเขาทั้งสองคน ร่างนั้นค่อยๆ หันกลับมามองผู้เข้ามาใหม่

มีอะไรหรือเปล่าครับคุณเคียวยะ ชิโรมะเปิดประเด็น ทำลายความอึดอัดใจ ใบหน้าของนายหนุ่มนิ่งสนิทมองหน้าพวกเขา

เปล่า... มีเพียงเสียงตอบสั้นๆ ชิโรมะหันมาขอความเห็นจากสึบาสะ ทำเอาสึบาสะส่ายหัว ว่าข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน... ขนาดคนสนิทอย่างเอ็งไม่รู้ แล้วคนอย่างเขาจะรู้เหรอ...

 

ด้านหน้าผับ... ย่านสถานบันเทิง

รถลีมูซีนจอดเทียบรออยู่ด้านหน้า... สึยามาโอะเดินนำหน้าเคนจิโร่ไปยังรถคันยาว เคนจิโร่เปิดประตูให้หัวหน้าแห่งพรรคมังกรขาว สายตาเหลือบมองตึกสูงที่อยู่ด้านตรงข้าม... ลำแสงเลเซอร์สีแดงที่ลอดผ่านลำกล้องปืนขนาดยาว ร่างของหญิงสาวในชุดดำที่นั่งชิดกำแพงกว้างอยู่ด้านบนดาดฟ้าในชั้นเจ็ด  ดวงตาจับจ้องเล็งเป้าหมายก่อนที่นิ้วเตรียมพร้อมจะเหนี่ยวไกไปยังจุดขั้วหัวใจ แม้ระยะจะไกลพอควร แต่สำหรับฝีมือของหล่อนแล้วไม่มีคำว่าพลาดแน่นอน...

เมื่อจังหวะเหมาะ นาเดชิโกะก็เหนี่ยวไกใส่ร่างเป้าหมายทันที  ร่างของสึยามาโอะล้มลง เคนจิโร่รีบเข้าไปรับร่างหัวหน้าใหญ่แล้วลากมาหลบด้านข้างของตัวรถ นัยน์ตาสีดำดุร้ายตวัดมองไปยังจุดมาของกระสุน เห็นเงาไหววูบอยู่ด้านบนดาดฟ้า ลูกน้องที่ตามติดมาควักปืนเล็งไปยังจุดคนร้ายที่กล้าหาญอุกอาจลอบสังหารหัวหน้าใหญ่

คุ้มกันท่านสึยามาโอะเอาไว้ เสียงเข้มสั่ง ท่ามกลางความสับสนอลหม่าน ลูกน้องแบ่งออกเป็นสองพวก...คอยคุ้มกัน และกั้นพวกไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้ามาวุ่นวาย

คิมุระเงยหน้าขึ้นมองยังบนดาดฟ้า เตรียมจะเหนี่ยวไกเมื่อเห็นเงาไหววูบ แต่ก็ถูกเคนจิโร่ยกมือห้ามเอาไว้ ไม่อยากให้เกิดเรื่องใหญ่โต เขาจึงหันกลับมามองอย่างไม่เข้าใจ

ทำไมถึงไม่ให้ไปลากคอไอ้หมาลอบกัดนั่น ตะโกนถามด้วยความโกรธเกรี้ยว... เขาก็เป็นอีกคนที่จงรักภักดีต่อพรรคมังกรขาว... ตั้งแต่รุ่นพ่อ เมื่อเขาถูกเลี้ยงให้รักหัวหน้าใหญ่ยิ่งชีพ

ไม่ต้อง ถึงพวกนายไป ป่านนี้ไอ้งั่งนั้นมันก็คงหนีไปไกลแล้ว... เคนจิโร่บอก

แต่...

เคนจิโร่ยกมือปราม ไม่ทุกข์ร้อน... มองชายหนุ่มรุ่นลูก ที่ครั้งหนึ่งพ่อของหมอนี่เคยเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขามา...

ร่างสูงเพรียวในชุดหนังสีดำหยัดปืนกระบอกยาวเก็บเสียงลงในกระเป๋า ยืนขึ้นและไม่ลืมหยิบกระเป๋าคู่ใจติดมือมาด้วย หมุนตัวกลับจนเส้นผมสีดำสนิทสะบัดตามแรง ก้าวเดินเร็วๆ ไปยังอีกมุมของตึก ก้มลงหยิบลูกรอกเหล็กขนาดพอมือแล้วคล้องลงบนเส้นลวดขนาดใหญ่หมุนล็อกให้มันเข้าที่ ก้าวเหยียบบนขอบสูงแล้วทิ้งตัวไปตามเส้นลวดดังกล่าวที่ทอดยาวไปจนถึงพื้นด้านล่าง...

นาเดชิโกะกระโดดลงสู่พื้นเมื่อใกล้ถึงฝั่งอย่างไม่รีรอ เมื่อคิดว่าอีกฝ่ายคงจะส่งกำลังคนตามล่าตัวหล่อนอยู่ ร่างสูงเพรียวเดินอาดๆ ไปยังรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ที่จอดเทียบอยู่ตรงมุมตึก ยกกระเป๋าขึ้นพาดบ่า ไม่รอช้ากระโดดขึ้นรถและสตาร์ทเร่งเครื่องขับออกไปจากบริเวณดังกล่าวแทบจะทันที...

บรื้นนนนน...

ความเร็วของเครื่องยนต์ประเภทนี้ไม่ต้องพูดถึง เมื่อมันถูกออกแบบสำหรับลงแข่งในสนามโดยเฉพาะ ฉะนั้นมันก็เหมาะสมที่เธอจะใช้เพื่อหลบหลีกศัตรู เมื่อมันสะดวกและสามารถซอกแซกเข้าออกตามซอกตึกได้สบาย เมื่อเทียบกับรถสปอร์ตคันใหญ่ รอยยิ้มเยาะผุดขึ้น ไม่คิดว่าหัวหน้าใหญ่แห่งพรรคมังกรขาวจะจบชีวิตลงง่ายๆ ด้วยฝีมือของเธอ

พ่อคะ หนูแก้แค้นคนที่มันฆ่าพ่อแล้วนะคะก่อนจะสปีดเร่งความเร็วอีกครั้งตามแรงอารมณ์ภายใน

 

เคนจิโร่มองร่างในอ้อมแขนที่เต็มไปด้วยเลือด... ดวงตาทั้งสองปิดสนิท หมดคราบความเป็นผู้นำ...เขามองยังจุดที่ถูกยิง ซึ่งเป็นฝีมือเจ้าของเงาไหววูบนั่น ฝีมือร้ายกาจไม่เบา กระสุนปืนวิ่งตัดผ่านขั้วหัวใจ...

ท่านเคนจิโร่ นายใหญ่จะเป็นอะไรมากหรือเปล่า ลูกน้องอีกคนเอ่ยถามแข่งกับสถานการณ์วุ่นวายรอบนอก ย่านที่เต็มไปด้วยสถานบันเทิงเริงรมย์ ผู้คนต่างอยากรู้อยากเห็น เมื่อร่างตรงหน้าเมื่อครู่ล้มลงไปต่อหน้าต่อตา แถมเลือดสีแดงสดยังคงไหลออกมาจากร่างไม่หยุด

เสียงกรีดร้องอย่างตกใจของบรรดานักท่องเที่ยวสาวจึงเป็นจุดสนใจทำให้ผู้คนต่างหันเหมายังจุดของรถลีมูซีนที่ยังมีชายชุดดำอีกกลุ่มใหญ่ยืนล้อมคุ้มกันระวังภัย อีกสี่ห้าคนก็พยายามกันไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยว...

เคนจิโร่ใช้หลังมืออังจมูกของร่างที่นอนแน่นิ่งสนิท ดวงตาตวัดขึ้นมองคนถาม เอ่ยเสียงแผ่ว

ท่านสึยามาโอะตายแล้ว เสียงนั้นราบเรียบเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร

ลูกน้องคนที่เอ่ยถาม เบิกตาค้างไม่เชื่อคำพูดที่ได้ยิน จะเป็นไปได้อย่างไร คนอย่างสึยามาโอะที่เลืองลือเรื่องความเก่งกาจนะหรือจะตายด้วยการถูกลอบยิ่งง่ายๆ แบบนี้...ถึงไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเมื่อเห็นว่าร่างของสึยามาโอะยังนิ่งสนิท ไม่ไหวติง จนเขารู้สึกใจหาย... ทีนี่ในพรรคคงเกิดเรื่องวุ่นวายตามมาแน่นอน...

อย่าเพิ่งให้ข่าวนี้แพร่งพรายออกไปเด็ดขาด!” เคนจิโร่สั่งเสียงเข้ม แบกร่างของสึยามาโอะเข้าไปในรถ ระหว่างนั้นเคียวยะพร้อมทั้งลูกน้องก็เดินออกมายังด้านหน้าผับ เห็นเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นก็ยิ่งสงสัย

เกิดอะไรขึ้น นั่นมันรถของสึยามาโอะไม่ใช่หรือ แล้วนั่นรอยเลือด!’ ดวงตานิ่งเฉยไหววูบเมื่อเห็นรอยสีแดงฉานที่ทิ้งรอยอยู่บนพื้นด้านหน้า เขากำลังจะก้าวเข้าไปในบริเวณตรงนั้น แต่ก็ถูกชายในชุดดำเข้ามาขวาง จึงเกิดการปะทะกันเล็กน้อย ระหว่างคนของพรรคมังกรขาวกับพรรคมังกรดำ เคียวยะนั่งยองๆ ใช้นิ้วปาดลงบนของเหลวสีแดงข้น ใช้นิ้วบี้มันเบาๆ คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างแปลกใจ ดวงตาคมเข้มตวัดขึ้นมองท้ายรถที่แล่นออกไปไกลลับตา... เขายืนขึ้น เป็นเวลากับที่สึบาสะและชิโรมะเดินเข้ามาสมทบ...

ได้เรื่องไหมครับ สึบาสะเอ่ยถาม

เคียวยะส่ายศีรษะไปมา ยืนขึ้นเดินนำไปที่รถ ทั้งชิโรมะและสึบาสะหันไปมองจุดเกิดเหตุ ก่อนตัดสินใจไม่ใส่ใจเดินตามคนเป็นนายไปยังรถที่จอดเทียบอยู่ด้านหน้าผับ

 

รถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่จอดลงด้านหน้าตึกสูงห้าชั้น ที่ทำการลับสำหรับองค์กร ตั้งแต่เธออายุสิบห้าก็รู้จักคุ้นเคยที่นี่เป็นอย่างดี หญิงสาวถูกฝึกฝนทั้งด้านร่างกาย และฝึกการใช้อาวุธแบบต่างๆ ที่นี่ ทั้งยิงปืน ฟันดาบ หรือแม้กระทั่งชูริเคน (ดาวกระจาย) อาวุธสำหรับนินจา...

นาเดชิโกะก้าวลงจากรถ  มือเรียวสวยถูกปกปิดด้วยถุงมือหนังสีดำคว้ากระเป๋าลงจากบ่ามาถือ ก้าวยาวๆ ไปยังประตูบานใหญ่ที่มีชายร่างยักษ์สองคนยืนเฝ้าอยู่ เมื่อเห็นหล่อน... หนึ่งในนั้นก็รีบเปิดประตูให้เข้าไปทันที

ร่างสูงบอบบางสมส่วนหยุดลงยังหน้าห้องห้องหนึ่งในชั้นสามก่อนตัดสินใจยกมือเคาะประตูห้องดังกล่าว  ครู่เดียวก็ได้ยินเสียงเข้มอนุญาต หล่อนไม่รอช้าผลักประตูเข้าไปด้านใน โอฮันโช่หมุนเก้าอี้บุนวมหนังสีดำเผชิญหน้ากับผู้มาเยือน นาเดชิโกะก้มศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนจะเดินมาหยุดหน้าโต๊ะตัวใหญ่...

จัดการมันเรียบร้อยแล้วใช่ไหม

ค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อย บอสไม่ต้องห่วงหล่อนสบตากับเขาผ่านแสงเพียงน้อยนิด เห็นดวงตามาดร้ายคู่นั้นเป็นประกายยามได้ยินประโยคของอีกฝ่าย

ดี! เธอทำงานได้ดีมาก ไม่เสียแรงที่ฉันไว้ใจให้เธอรับงานนี้เขาหยุดจ้องมองอีกฝ่าย... เอาล่ะ! เธอคงเหนื่อย ไปพักผ่อนเสียก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาพบฉัน

ค่ะบอสหล่อนก้มหัวให้ชายตรงหน้าก่อนจะเดินออกจากห้อง

โอฮันโช่ลุกขึ้นเอาสองมือสอดลงในกระเป๋าทอดมองไปยังบริเวณด้านนอก... มุมปากเหยียดยิ้ม อีกไม่นาน... ทุกอย่างจะตกมาอยู่ในกำมือของเขา

 


          ------------------------------------------------------------------------------------------

                                          เม้นท์ ๆๆๆๆ เอาใจช่วยไรเตอร์
        เรื่องมันเริ่มซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ อ่ะ ไม่รู้ใครเป็นใคร! ชักสับสนกับตัวเอง วะฮ่าๆๆ   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

288 ความคิดเห็น

  1. #286 มาเฟียรักสงบ (@mafia55) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2554 / 16:22
     สงสารนางเอกอ่ะ เสียแม่ไปแล้ว ยังต้องเสียพ่ิอไปอีกคน
    #286
    0
  2. #221 Chicky ya ya ya (@wanjaiwanyen) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2554 / 22:05

    สงสารพ่อนางเอกนะ

    #221
    0
  3. #130 PamPam (@pampampamela) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มกราคม 2554 / 17:44
    ยัยนี้ต้องเจอกะนางเอกนะตะ
    #130
    0
  4. #84 แตงกวา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มกราคม 2554 / 10:46

    ลุ้นต่อไป...
    นักฆ่าสาวไร้เงา (ผะ...ผีป่าวอ่า)

    #84
    0
  5. #11 Mhuay (@wemhuay) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มีนาคม 2553 / 11:14

    ตื่นเต้น ๆ ชอบๆๆๆ...

    #11
    0
  6. #10 Night fall (@Night_fall) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มีนาคม 2553 / 18:50
    ง่า...สึยามาโอะเนี่ยใช่พ่อของสุดปลายฟ้ารึป่าวอ่ะคะ????
    #10
    0
  7. #9 Night fall (@Night_fall) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มีนาคม 2553 / 17:47
    อ้าวๆ ไรเตอร์อย่าเพิ่งสับสนสิ รู้สึกสับสนไปด้วยเลยนะเนี่ย

    ฮ่าๆๆ อัพต่อๆๆๆๆๆ ^^+
    #9
    0