บ่วงรัก...มังกร [ตีพิมพ์กับสถาพรบุ๊คส์]

ตอนที่ 3 : แม่สาวนักบิด [Rerite]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2612
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    31 ธ.ค. 53



สุดปลายฟ้า ลุยเล้ย!

       ---------------------------------------------------------------------------------------------
          กติกา : เม้นท์ = อัพ (ถ้าเม้นท์ก็จะอัพให้) ไรเตอร์ชอบอ่านคำเม้นท์ ช่วยเม้นท์หน่อยสิ! นะๆ ไรเตอร์จะได้มีกำลังใจ อิอิ...
        

3

จริงอย่างที่สุดปลายฟ้าคาดเดา เมื่อเสียงเอะอะโวยวายของหญิงสูงวัยร่างท้วมวิ่งกระหืดกระหอบมายังลานหน้าบ้าน ตะโกนเรียกหลานสาวของตนโหวกเหวกด้วยความร้อนใจ ก่อนหน้านั้นนางเดินผ่านลานจอดรถ แปลกใจเมื่อไม่เห็นมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ยักษ์ของคุณหนูจอดอยู่ ทั้งที่ปกติมันจะจอดนิ่งท้าทายสายตา วันนี้มันกลับหายไป ทิ้งไว้เพียงพื้นที่ว่างเปล่าข้างรถเก๋งคันหรูที่จอดเรียงรายกันอยู่หลายคัน และถ้าเดาไม่ผิด คุณหนูของนางต้องเอามันไปขับอีกเป็นแน่... คิดแล้วก็ยิ่งเป็นกังวล ทำไม? คุณหนูถึงได้ทำอย่างนี้นะ รู้ก็รู้ว่านางเป็นห่วง...

เสียงตะโกนหลุดออกมาจากปากของแม้นมาศ คนเก่าคนแก่แห่งบ้านวรเทพศิลป์ที่ยังร้องเรียกหลานสาววัยกระเตาะไม่ขาดปาก เมื่อร่างนั้นยังไม่ยอมโผล่หน้ามาให้เห็น

ยายมะลิ หญิงสูงวัยแลซ้ายแลขวาเพื่อมองหาคนที่ตนกำลังตะโกนเรียกอยู่ไม่ขาดปาก

....

นังมะลิ ตะโกนเรียกอีกครั้ง ดูเหมือนคนที่นางกำลังเรียกอยู่ จะไม่ได้อยู่ในรัศมีของเสียงที่ดังก้องออกไป

....

นังมะลิโว้ยยย ตะโกนสุดเสียงอีกครั้งอย่างเหลืออด นางตะโกนเรียกจนเสียงแหบเสียงแห้งก็ยังไม่มีวี่แววของหลานสาวจอมเฮี้ยบ

จ้าป้า...มาแล้วๆ” เด็กสาวอายุแรกรุ่นวิ่งมาจากทางด้านหลังบ้าน เมื่อได้ยินผู้เป็นป้าตะโกนเรียก มะลิยืนหอบแฮกๆ มองหน้าหญิงมีอายุตรงหน้า

เอ็งหายหัวไปไหนมาฮึ! ปล่อยให้ข้าตะโกนเรียกอยู่ตั้งนาน นางยืนท้าวสะเอวอย่างคนเอาเรื่อง หายใจเข้าออกอย่างแรงจนร่างกายสะท้อนขึ้นลงตามแรงอารมณ์ มะลิมองร่างของคนเป็นป้าอย่างรู้สึกผิด...

          ถ้าป้าของเธอเกิดหัวใจวายขึ้นมาหล่ะ จะว่ายังไงนะ...

โธ่...ป้า! ฉันก็ซักผ้าอยู่ด้านหลังบ้านไง สาวน้อยอวดครวญ บอกเหตุที่ตนโผล่หน้ามาหาช้า แล้วป้าตะโกนโหวกเหวกเรียกฉัน มีเรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอ คนถามยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ส่งสายตาทะเล้นๆ กวนอารมณ์ของหญิงสูงวัยอีกครั้ง และมันก็ได้ผล... เมื่อนิ้วของนางกดหนักๆ ลงบนหน้าผากเนียนใส

ทะลึ่งใหญ่แล้วเอ็ง!” น้ำเสียงตำหนิ

ถือว่าเป็นหลานหรอกนะ ถึงได้ออมมือ  แม้นมาศคิด...

โอ๊ย! ฉันเจ็บนะป้า คนร่างเล็กปนกระปอดกระแปด คลำหน้าผากตัวเองป้อยๆ

เอ็งเห็นคุณหนูไหม?

คุณน้ำฟ้านะเหรอ?แทนที่จะตอบคำถาม กลับเป็นฝ่ายย้อนถามเสียเอง

 สะเออะ! ข้าถามเอ็ง ไม่ใช่ให้เอ็งมาย้อนถามข้า

โธ่เอ้ยป้าแม้น ถ้าฉันรู้...ฉันก็บอกป้าไปแล้วน่า เด็กสาวบ่นอุบ เมื่อเจอสายตาตำหนิของคนตรงหน้า

เออๆ ถามเอ็งทีไหร่ ข้าอารมณ์หงุดหงิดทุกที ไม่ได้ดั่งใจเลยจริงๆ คนมีศักดิ์เป็นป้าบ่น เมื่อหลานสาวคนนี้ถามอะไรก็ไม่เคยรู้เรื่องรู้ราวกับเขา แถมยังทำให้นางปวดหัวได้ทุกทีสิน่า...

อ้าว! ป้า ก็ฉันไม่รู้เรื่องจริงๆ นี่หน่า ว่าแต่ป้าถามหาคุณน้ำฟ้าเขาทำไมล่ะ

ก็ข้าเดินผ่านลานจอดรถ ไม่เห็นมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของคุณหนู เอ็งรู้หรือเปล่าว่ามันหายไปไหน

เหมือนเพิ่งจะนึกได้ ว่าเธอเห็นสุดปลายฟ้าขับออกจากบ้านไปตั้งแต่ตอนสายๆ

เรื่องแค่นี้เองเหรอ ที่ทำให้ป้ายืนด่าว่าฉันปาวๆ ฉันเห็นคุณน้ำฟ้าขับออกไปตั้งแต่ตอนสิบโมงเช้าโน่นแล้ว มะลิบอกคนเป็นป้าที่ยืนอ้าปากค้าง ที่ยายหลานสาวตัวแสบ เดี๋ยวนี้กล้าเถียงคำไม่ตกฟาก

ยายเด็กคนนี้ติดนิสัยแบบนี้มาจากใครกันนะ คงจะเป็นฝั่งพ่อมันแน่เลย... คนเป็นป้าคิดอย่างเข่นเขี้ยว

ตายจริง!” แม้นมาศอุทาน ยกมือขึ้นทาบอก ทำไม? คุณหนูถึงทำแบบนี้นะ รู้ก็รู้ว่าคุณหญิงท่านสั่งเอาไว้ยังไง ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ บ่นตามประสา เมื่อนึกเป็นห่วงหญิงสาวที่ตนพูดถึง แม้จะรู้ว่าคุณหนูของนางนะโตเป็นสาวแล้ว ไม่ใช่เด็กเล็กอายุสองขวบ แต่ถึงยังไง สำหรับนางแล้ว คุณหนูก็ยังเป็นเด็กเสมอในสายตาฝ้าฟางคู่นี้

คุณน้ำฟ้าเขาโตแล้วนะป้า อีกอย่าง... ไม่ใช่ว่ารถคันนั้นคุณน้ำฟ้าจะไม่เคยขับ อย่าห่วงเลยน่า สักพักก็คงจะกลับมาแล้ว เสียงนั้นพูดกรายๆ ทำเอาคนฟังถึงกับถลึงตาใส่

เอ็งจะไปรู้อะไร ก็ข้าเป็นห่วงของข้า เสียงนางบ่น เมื่ออีกคนไม่เข้าใจหัวอกของคนที่รักและเอ็นดูหญิงสาว

จ้า ฉันรู้แล้วๆ เสียงใสเอ่ย สะบัดตัวหมุนกลับไปยังทิศทางเดิมที่เพิ่งผ่านมา

หน็อย... นังเด็กบ้า! นี่ข้าเป็นป้าของเอ็งนะ ดูทำกิริยาเข้าสิ! อยากจะเขกหัวมันนัก! แววตาตำหนิมองแผ่นหลังที่หายลับไปเมื่อถึงตัวมุมบ้าน

 

ท้องฟ้าเหนือถนนสาทรย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานครในเวลาห้าโมงเย็นเศษ เป็นสีน้ำเงินหม่นเพราะควันรถลอยตัวขึ้นไปรวมตัวกันหนาแน่น การจราจรในช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นช่วงวินาศสันตะโรที่ผู้ขับขี่ยวดยานแถวนั้นทราบดี หากไม่จำเป็นอย่าผ่านมาเด็ดขาด แต่ผู้ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงคงทำได้แค่ทำใจ

สุดปลายฟ้าเลื่อนกระจกหมวกกันน็อกขึ้นอย่างคนหัวเสีย เมื่อจราจรด้านหน้าดูจะไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด นี่ถ้าไม่ติดว่าถนนทางกลับบ้านของหล่อนถูกปิดเพราะกำลังซ่อมปรับปรุง สาบานเลยจะไม่เฉียดกายเข้ามาในเส้นทางของช่วงเวลานี้เป็นอันขาด เมื่อมันขึ้นชื่อว่าเป็นเส้นทางจราจรดับ ในเมื่อไม่มีทางเลือกก็ต้องมาทนติดแง็กอยู่ตรงนี้ ใบหน้างดงามบูดเบี้ยวเมื่ออารมณ์ร้อนระอุยิ่งนัก อากาศในกรุงเทพเดี๋ยวนี้ ทำไม? มันถึงได้ร้อนขึ้นทุกขณะ ทั้งที่ยามเย็นแบบนี้อากาศมันน่าจะทุเลาลง แต่ไม่เลย... มันกลับเพิ่มองศาร้อนมากยิ่งขึ้น ไหนจะรถติดเอย ไหนจะอากาศที่พร้อมจะแผดเผาทั้งสุขภาพผิว และตอนนี้มันก็กำลังทำลายสุขภาพทางจิตของหล่อนด้วยเช่นกัน

มือคว้ากระจกปิดลงอีกครั้ง เมื่อดวงตาคมสวยเห็นท้ายรถข้างหน้าเคลื่อนตัว พอที่จะทำให้เธอพร้อมกับ DUCATI คันโปรดแทรกผ่านเข้าไปได้ สุดปลายฟ้าไม่รอช้า... บิดเร่งเครื่องอีกครั้ง แล้วพุ่งตรงไปยังช่องว่าง ปาดรถคันที่กำลังจะเคลื่อนที่ขึ้นมาแทน

เฮ้ย!!” เขาร้องเสียงหลงอย่างตกใจพร้อมกับที่เท้าเหยียบเบรกอย่างอัตโนมัติ

เอี๊ยดดดด

เสียงดอกยางบดกับพื้นถนนคอนกรีตดังระงม เมื่อเฉียดท้ายมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ข้างหน้าเพียงเสี้ยววินาที เจ้าของรถพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก...

ดีนะ... ที่เขายังมีสติพอ ไม่อย่างนั้นเกิดเรื่องแน่!

            เผลอชำเลืองมองท้ายรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่... เหตุการณ์แบบนี้ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเขา มันบ่อยซะจนเขาชักจะชิน แต่ก็เอาเถอะ! เมื่อเห็นฝ่ามือตรงหน้าโบกไปมาเป็นเชิงบอกว่า โทษที... เขาก็ไม่อยากจะติดใจเอาความมากนัก วันนี้ทั้งวันเขาเหนื่อยมากแล้วกับลูกความเอาแต่ใจที่พยายามจะให้เขาช่วยทั้งที่ตัวเองผิดเต็มประตู แต่ก็อยากจะเอาชนะเจ้าทุกข์ โดยที่เขาไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่ ในเมื่อมันผิดจรรยาบรรณกับอาชีพทนายความที่เขารัก พ่อของเขาเน้นเรื่องนี้ว่าสำคัญมาก ความถูกต้องมักมาก่อนทุกอย่างเสมอต้องช่วยเหลือคนดี ห้ามช่วยเหลือคนผิดเด็ดขาด ประเทศชาติล้มจมก็เพราะเราเห็นอำนาจเงินตราอยู่เหนือความถูกต้อง ยอมยกย่องคนชั่วเพียงเพราะคำว่าเงินเพียงตัวเดียว เงินที่ใครๆ ต่างก็เห็นว่ามันคือพระเจ้า ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มันมาตอบสนองความต้องการของตัวเอง ไม่ว่าหนทางที่ทำ มันจะผิดชอบชั่วดียังไง! เงินที่ไม่รู้ว่าตายไปจะสามารถเอาติดตัวไปได้หรือเปล่า... แม้เพียงสตางค์แดงเดียว

ปฐวี  เรืองฤทธิ์ฐา  ทนายความหนุ่มไฟแรงพ่วงท้ายด้วยดีกรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยขึ้นชื่อในอังกฤษ เขากลับมาอยู่เมืองไทยได้เพียงสองปีเศษ เมื่อต้องกลับมาสืบทอดกิจการของครอบครัว พ่อซึ่งเป็นทนายความที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ที่อายุอานามมากแล้ว อยากจะให้ลูกชายรับช่วงต่อ เขาจึงไม่ปฏิเสธและสามารถทำมันได้ดี อาจจะดีกว่าช่วงที่พ่อเขาทำด้วยซ้ำ หลายคนต่างเชื่อกับสุภาษิตที่ว่า ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นเมื่อเห็นแจ้งกับตระกูลทนายความเก่าแก่นี้ ชายหนุ่มยังนึกสงสัยไม่หายกับเจ้าของรถมอเตอร์คันยักษ์เมื่อครู่... ถ้ามองผ่านๆ เขาก็ไม่ติดใจอะไรหรอก แต่เมื่อกี้ตอนที่เห็นข้อมือเรียวเล็กโบกไปมา ชักทำให้เขาไม่แน่ใจแล้วหล่ะว่าผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่ที่เป็นคนขับรถปาดหน้าเขา จะพิสูจน์ความจริงตอนนี้มันก็ไม่ทันแล้ว เมื่อท้ายรถที่เขาสงสัยหายเข้ากลีบเมฆไปเสียแล้ว ชายหนุ่มถอนใจยาวอีกครั้ง... เมื่อนึกถึงว่าเดี๋ยวนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ  เมื่อก่อนคนที่ชอบกีฬาประเภทท้าทายความเร็วมักจะเป็นผู้ชาย แต่เดี๋ยวนี้เราจะเห็นว่านักแข่งรถที่เป็นผู้หญิงก็มีเยอะแยะไป ไม่ว่าจะเป็นมาเรีย เทเรซ่า เดอฟิลิปปิส นักแข่งสตรีชาวอิตาเลียน  จิโอแวนนี อมาตี หญิงสาวชาวอิตาเลียนเช่นกัน อีกทั้งเดสิรี วิลสัน ผู้หญิงแอฟริกาใต้ที่ชื่นชอบกีฬาประเภทท้าทายความเร็ว  เช่นเดียวกับจัตตา เคลนชมิดด์ สตรีชาวเยอรมัน หนึ่งในวีรสตรีที่สาวๆ ต้องถือเป็นแบบอย่าง นึกมาตอนนี้มุมปากหยักยกขึ้น เมื่อนึกถึงใครบางคน...

ใช่! พ่อของเขามักจะเล่าถึงหญิงสาวคนหนึ่งเช่นกันที่ชอบกีฬาประเภทที่ว่า... พ่อเป็นทนายความเก่าแก่ในตระกูลนี้มานาน เข้านอกออกในได้สะดวกเมื่อพ่อของเขาได้รับอภิสิทธิ์ให้ดูแลมรดกจนกว่าทายาทสาวประจำตระกูลจะอายุครบ 22 ปี ปฐวียิ้มเศร้า... เขายังจำภาพเด็กหญิงตัวน้อยนั้นได้ดี เด็กน้อยสดใสร่าเริงเฉกเช่นพระอาทิตย์ในยามเช้า รอยยิ้มเล็กๆ นั้นแผ่กระจายทั่วใบหน้า เด็กชายตัวน้อยบังเอิญติดท้ายพ่อไปบ้านวรเทพศิลป์บ่อยครั้งที่มีโอกาส และก็เป็นเพื่อนเล่นกับหล่อนในวัยเด็ก ภาพเด็กหญิงผูกเปียสองข้าง แต่งตัวด้วยชุดน่ารักเสมอยามที่พบเห็น แต่เมื่อหกเดือนก่อน แม่ของหล่อนจากไปอย่างไม่อาจห้วนกลับ ปฐวีกับพ่อก็ไปเคารพงานศพของเสาวลักษณ์แม่ของหล่อน ระยะเวลาหลายปีที่เขาไม่เจอหน้า กลับทำให้เขารู้สึกใจสั่นไม่ได้ เมื่อจะต้องเผชิญหน้ากับสุดปลายฟ้าอีกครั้ง... เขาติดตามผลงานของหล่อนตามสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ตลอดเวลา และก็เผลอจ้องมองใบหน้างดงามตรึงใจนั่นผ่านแผ่นกระดาษตามคอลัมน์กีฬาในหนังสือพิมพ์ทั้งของไทยและต่างประเทศ เพราะฝีมือและความสามารถของหญิงสาวถูกกล่าวโจษจันท์อยู่เสมอ เขาอดชื่นชมในตัวหล่อนไม่ได้ และตอนนั้น... ตอนที่เขายืนอยู่ตรงหน้าสุดปลายฟ้า พินิจพิจารณาใบหน้ากระจ่างใสอีกครั้ง แม้ครั้งนี้มันกลับเศร้าจนเขารู้สึกสะเทือนใจก็ตาม จะว่าไปแม้ใบหน้าสวยคมจะเศร้าสักแค่ไหนแต่มันก็ยังสวยจับตาเขาเสมอ...

สุดปลายฟ้าขยับยิ้มน้อยๆ ให้เขา เมื่อพ่อของเขาแนะนำให้รู้จัก สายตาของหล่อนดูว่างเปล่า... เวลาที่มองมายังเขา อาจจะยังไม่ใช่เวลาที่จะมารื้อฟื้นความทรงจำในวัยเด็กตอนนี้ แต่มันก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่มีโอกาสซะทีเดียว เมื่อเขาต้องสืบทอดเป็นผู้จัดการเรื่องมรดกทุกอย่างในตระกูลวรเทพศิลป์ต่อจากพ่อซึ่งปลดเกษียณอายุเมื่อเดือนก่อน และเขาก็เป็นผู้ดูแลต่อ คิดถึงเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน... รอยยิ้มอย่างยินดีก็ผุดขึ้นแต้มใบหน้าคมคร้ามให้ดูอบอุ่นยิ่งนัก เขากลับไปบ้านวรเทพศิลป์อีกครั้ง พร้อมกับการเปิดพินัยกรรมที่คุณเสาวลักษณ์ได้ทำเอาไว้โดยมอบทรัพย์สมบัติทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งโรงพยาบาลเอกชนที่ท่านดูแลรับผิดชอบให้กับสุดปลายฟ้าทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลวรเทพศิลป์

วันนั้นเขาเห็นสุดปลายฟ้ากลับมาสดใสร่าเริงอีกครั้งและยิ้มให้กับเขาอย่างเป็นกันเอง เหมือนว่าหล่อนทำใจยอมรับเรื่องของมารดาได้แล้ว ก่อนกลับหล่อนยังเดินมาส่งเขาที่รถ และหล่อนยังพูดอะไรบางอย่างคล้ายจะนึกขึ้นได้ถึงเรื่องราวในวัยเด็กหลังจากที่นั่งพูดคุยกันสักพักก่อนกลับ หล่อนยืนรอจนกระทั่งรถของเขาเลี้ยวออกจากรั้วหน้าบ้าน เขามองร่างระหงผ่านกระจกหลังอย่างหลงใหล ไม่เคยเลยสักครั้งที่เขาจะลบภาพหญิงสาวคนนี้ออกจากหัวใจ...

 

หลังจากที่กลับจากดูงานจากชลบุรี ก็ป่าเข้าไปเกือบจะสี่โมงเย็น รถญี่ปุ่นคันสีดำกลับเข้ามาถึงในกรุงเทพฯ อีกครั้งและตอนนี้ก็กำลังเผชิญกับปัญหารถติด ถนนหนทางกลับไม่สะดวกต่อการเร่งความเร็วของรถได้เหมือนก่อนหน้านี้ ยามาโตะเหลือบมองนายหนุ่มที่ยังปิดตาสนิทค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาสีสนิมเหล็กกล้าทอดมองยังท้องถนนเบื้องหน้า ก่อนจะเบนสายตามองกระจกด้านข้าง ดวงตาคมเข้มสะดุดเข้ากับรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่เทียบข้าง อดมองร่างเพรียวสวยภายใต้เสื้อนอกสีเมเทลิกนั่นอย่างหลงใหล กางเกงยีนสีซีดและรองเท้าหนังสีดำที่กำลังวางอยู่บนเกียร์รถด้วยท่าเตรียมพร้อม มองปราดเดียวเขาก็รู้ว่าเจ้าของรถคันนั้นเป็นผู้หญิง ผมยาวสวยนั่นไง! ที่โผล่พ้นออกมาจากหมวกกันน็อกสีดำลวดลายขาวเก๋ไก๋ เจ้าตัวคงสั่งออกแบบมาเป็นพิเศษ...

ริมฝีปากเหยียดยิ้ม เมื่อตอนนี้มีอะไรน่าสนใจมากกว่าเรื่องรถติดสังกะตายแล้ว ไฟเขียวกระพริบเปิดทาง รถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ก็แล่นตัดหน้ารถของเขาไป เขาคงจะไม่ติดใจอะไรมากไปกว่า... หากว่าเจ้าหล่อนจะไม่หันใบหน้าอันแสนสวยงามนั้นมาให้เห็น

เขา... จดจำมันได้ดี ดวงตาสวยคมคู่นั้น ตามหลอกหลอนมาตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้ใบหน้าหล่อเหลามีรอยหมองคล้ำอยู่จนถึงตอนนี้ไง

 ตามรถมอเตอร์ไซค์คันหน้าไป เสียงสั่งดั่งประกาศิตดังสะท้อนมาจากเบาะหลัง ทำให้คนด้านหน้าไม่เข้าใจ เจ้านายหนุ่มพ่วงตำแหน่งเพื่อนรู้ใจกำลังคิดจะทำอะไร ถึงนึกอยากจะเล่นเกมไล่จับ เหมือนที่เขากำลังจะทำ ยามาโตะคิดอย่างเซ็งๆ ไม่เข้าใจความคิดของคนเป็นนาย

อธิปหันกลับมาขอความเห็นจากยามาโตะ นั่นยิ่งทำให้ยากูซ่ายิ่งขัดใจ เห็นท้ายรถเป้าหมายไปไกลลิบแล้ว

แต่... ยามาโตะเป็นคนเปิดสนทนาแทนชายหนุ่มตี๋ เมื่อเขาไม่เห็นความสำคัญที่จะต้องขับตามรถคันดังกล่าวไป

คาซึยะยกมือห้าม คำพูดที่กำลังจะหลั่งไหลออกมา ทำไม? ยามาโตะถึงชอบขัดใจเขาอยู่เรื่อย เอาเถอะเห็นแก่ความเป็นเพื่อนอันแสนยาวนาน เขาก็ไม่อยากถือสา แต่ตอนนี้เขากำลังคิดว่าสาวสวยคนเมื่อกี้กลับสำคัญกว่าเป็นไหนๆ

ถ้านายยังขืนชักช้า ก็เตรียมหางานใหม่ทำได้เลย เสียงเข้มลั่นวาจา ทำเอาหนุ่มตี๋รีบใส่เกียร์สปีดตามท้ายรถดังกล่าวเกือบจะทันที เขายังไม่อยากจะหางานใหม่ทำนี่หว่า ในเมื่องานที่กำลังทำอยู่เงินดี แถมก็ไม่ได้เหนื่อยอะไรมาก ก็แค่เป็นคนขับรถให้เจ้านาย งานแบบนี้เขาทั้งชอบและถนัด

ดวงตาคมเข้มมองท้ายรถเป้าหมายทิ้งระยะไปไกลพอควร ทำไม? หมอนี่มันถึงได้ขับรถช้ายิ่งกว่าเต่าแบบนี้กันนะ ไม่ได้ดั่งใจเลยให้ตายสิ คำรามลั่นในอกอย่างคนหัวเสีย ดีไม่ดีเขาอาจคลาดกับสาวสวยคนนั้นก็เป็นได้ คิดแล้วก็อยากจะกระโดดลงจากรถไปขับเองให้มันรู้แล้วรู้รอด

ฝั่งคนขับที่คาซึยะโทษชายหนุ่มว่าขับช้าเยี่ยงเต่า บัดนี้ชายหนุ่มเร่งความเร็วตามท้ายรถมอเตอร์คันหน้าที่ตอนนี้เข็มไมล์กระดิกจนเกือบจะถึงร้อยหกสิบด้วยซ้ำ เส้นทางที่ออกจากตัวเมือง ถนนที่แทบจะไร้รถแล่นผ่าน มีบ้างประปรายให้เห็น  เขายังนึกชมเจ้าของร่างเพรียวบางนั่นเหลือเกิน เจ้าหล่อนกินอะไรเข้าไปนะ ถึงได้กล้าหาญชาญชัย ขับเร็วปานจะเหาะเสียให้ได้ ขนาดเขาขับเร็วขนาดนี้แล้วก็ยังไล่กวดตามแทบไม่ทัน

รถมอเตอร์ไซค์คันหน้าขับปาดซ้ายปาดขวาแซงรถที่ขัดขวางเส้นทางด้วยความชำนาญ อีกไม่กี่นาทีหล่อนก็จะถึงที่หมายแล้ว  ดวงหน้าสวยคลี่ยิ้มยินดี เมื่อนึกถึงใบหน้าบึ้งตึงของใครบางคน ป่านนี้คงจะแทบพลิกแผ่นดินตามหา...

 

DUCATI คันใหญ่ยักษ์จอดลงยังรั้วหน้าบ้านขนาดมหึมาตรงหน้า สุดปลายฟ้าใส่เกียร์เร่งเครื่องขับรถแล่นเข้าไปด้านในทันทีเมื่อประตูรั้วเหล็กขนาดใหญ่เคลื่อนตัวแยกออกจากกัน แอบเห็นร่างอ้วนท้วมยืนรออย่างร้อนรน แม้นมาศคงจะได้ยินเสียงรถของหล่อนจึงรีบร้อนออกมายืนรอ... รถจอดสนิทลง ร่างอ้วนท้วมก็วิ่งถลาเข้ามาหาแทบจะทันที

ไม่เอาแล้วนะคะ คุณหนูอย่าทำแบบนี้อีก รู้ไหมว่าป้าเป็นห่วงแทบแย่ หญิงสูงวัยบอกขณะรับหมวกกันน็อกจากมือของหญิงสาวมาถือเอาไว้

สุดปลายทำหน้าตาน่ารัก แต่มันน่าหยิกมากๆ ในสายตาของนาง

โธ่...ป้าคะ เห็นไหมว่าฟ้าก็ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย หญิงสาวอ้าแขนเล็กน้อยให้ดู แต่คนสูงวัยนี่สิ กลับไม่เชื่อใจ จับร่างสูงบางตรงหน้าหมุนไปมาสำรวจร่างกายคุณหนูแสนรักว่ามีบาดแผลตรงไหนบ้างหรือเปล่า เสียงใสหัวเราะคิกกับความกังวลเกินเหตุของอีกฝ่าย

เห็นไหม ฟ้าบอกแล้วก็ไม่เชื่อริมฝีปากสีกุกลาบยื่นเล็กน้อย ทำเสียงจิจ๊ะในลำคอ

มือของนางสะบัดออกจากแขนนวลอย่างงอนๆ

คนอุตส่าห์นึกเป็นห่วง แล้วดูทำเข้าสิ! น่าโมโหนัก หญิงสูงวัยคิด...

แม้นมาศแสดงทีท่างอนนิดๆ ตามแบบฉบับของนาง สุดปลายฟ้าถอนหายใจน้อยๆ มองคนตรงหน้า แล้วแสดงท่าทีออดอ้อนกลับบ้าง

โธ่... งอนแบบนี้ ไม่น่ารักเลยนะคะ หญิงสาวเอียงคอมองปฏิกิริยาของคนไม่น่ารักเล็กน้อย ได้ผล ร่างอ้วนท้วมหันกลับมามองหล่อน ขยับเข้ามาใกล้จับแขนเรียวดึงเข้าไปกอด

ไม่รู้หล่ะ ต่อไปนี้คุณหนูอย่าทำแบบนี้อีกนะคะ คุณท่านสั่งแล้ว ทำไมคุณหนูถึงได้กล้าขัดคำสั่งอีกนะ ถ้าคุณหนูเป็นอะไรขึ้นมาอีกคน ป้าจะทำยังไงล่ะคะ น้ำเสียงสั่นเครือ จนสุดปลายฟ้าจับกระแสได้ หล่อนทำผิดอีกแล้วใช่ไหม ทำให้คนที่รักต้องทุกข์ใจกับเรื่องที่หล่อนเห็นว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับใครบางคนมันกลับยิ่งใหญ่ซะจน... หญิงสาวยกมือขึ้นสวมกอดร่างตรงหน้ากลับ

ไม่เป็นไรแล้วนะคะ ฟ้าจะไม่ทำแบบนี้อีก ฟ้าแค่อยากจะทิ้งทวนเป็นครั้งสุดท้าย เอาล่ะ ฝ่ามือเรียวเล็กดันร่างที่สวมกอดเมื่อครู่ออก... สบกับดวงตาคู่นั้น แล้วขยับยิ้มให้สัญญาค่ะ ว่าฟ้าจะไม่ทำให้ป้าเป็นห่วงอีก ใบหน้าของหญิงสูงวัยยิ้มรับกับคำพูดเมื่อครู่ ลูบฝ่ามือของสุดปลายฟ้าด้วยความยินดี

คุณหนูสัญญากับป้าแล้วนะคะ ฝ่ามือแสนอุ่นประคองใบหน้าหวานแผ่วเบา สุดปลายฟ้ายิ้มให้อีกครั้งเพื่อให้นางมั่นใจในสิ่งที่หล่อนพูดไปเมื่อครู่ ก่อนที่จะพากันเข้าไปในบ้าน

 

หน้าบ้านวรเทพศิลป์ ใกล้กับริมประตูรั้วเหล็กยังมีรถญี่ปุ่นคันสีดำขัดจนเกิดเงาวับจอดเทียบอยู่ ดวงตาคมทอดมองร่างของหญิงสาวเจ้าของมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ที่เขาสั่งให้ขับตามมา ยังดีที่หมอนี่มันขับตามมาทัน แม้จะทิ้งห่างไปตั้งหลายวา แต่ก็เอาเถอะเขาก็ให้อภัยเมื่อทันเห็นภาพของหญิงต่างวัยเมื่อครู่ยืนกอดกันกลมอยู่ภายในรั้วใหญ่ยักษ์ที่กั้นเบื้องหน้า ดูก็รู้ว่าหญิงสูงวัยร่างอ้วนท้วมจะโกรธเคืองเจ้าหล่อนไม่น้อย ไม่รู้หรอก...ว่าเรื่องอะไร แค่เดาเอา

บ้านวรเทพศิลป์ เสียงพึมพำเบาๆ เมื่อเหลือบมองแผ่นหินสลักขนาดใหญ่ที่หราเด่นอยู่ตรงบริเวณด้านข้างประตูรั้วใหญ่ยักษ์นั่น ยามาโตะละความสนใจจากด้านในหันกลับมามองแผ่นป้ายดังกล่าวเมื่อได้ยินเสียงเข้มเมื่อครู่

 รับรู้ถึงเหตุผลกับการขับรถไล่บี้ตามติดมอเตอร์ไซค์คันเมื่อกี้แล้ว มีเพียงเหตุผลเดียวนั่นก็คือ เจ้านายเขากำลังสนใจแม่สาวร่างสูงเพรียวคนเมื่อครู่  แม้ว่าระยะทางจากตรงนี้... ตรงที่เขามองเข้าไปมันจะไกลมากก็ตาม แต่ก็พอจะดูออกว่าหญิงสาวร่างระหงคนนั้นสวยสะกดใจเพียงใด และถ้าจำไม่ผิด หล่อนเป็นคนเดียวกับเจ้าของรอยยิ้มหวานที่เพิ่งจะเจอกันเมื่อวานหน้าลิฟต์ และก็เจ้าหล่อนอีกนั่นแหละที่เป็นสาเหตุให้ใบหน้าของคนสั่งเบื้องหลังหมองคล้ำเพราะนอนไม่หลับ  เพียงพอแล้วกับคำอธิบายที่ทำให้พวกเขามาอยู่ตรงนี้ เวลานี้... แอบถอนหายใจ เมื่อคิดว่าเจ้านายของเขาคงจะถูกศรรักปักอกเข้าให้แล้ว...

ออกรถ เสียงเข้มสั่ง ทั้งที่สายตายังคงจับจ้องอยู่บริเวณลานกว้างที่เขียวขจีท้าแสงแดดสีทองที่สาดสะท้อนลงมาบนผืนหญ้าสนามสีเขียวสดที่บ่งบอกได้ว่าผ่านการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ล้อมรอบด้วยพันธุ์ไม้อีกหลากหลายชนิด ทำให้บริเวณรอบๆ บ้านดูสดชื่นขึ้นทันตาเห็น ติดกับรั้วยังปลูกต้นราชพฤกษ์ออกดอกสีเหลืองบานสะพรั่งเต็มต้น แทบจะไม่เห็นใบของมัน เขาเองยามมองมันยังสบายตาเลย แล้วหล่อนละ ได้ทอดมองมันทุกวันจากตัวบ้าน คงจะยิ้มได้ทุกครั้ง

ภาพใบหน้าของหญิงสาวลอยเด่นชัดในห้วงคำนึง เลือดในกายสูบฉีดแรง ยามเมื่อนึกถึงดวงตาคู่สวย และปากอวบอิ่มสีชมพู  เท่านี้หัวใจของเขาก็สั่นไหว  คาซึยะตกอยู่ในห้วงของมนตรา หรือหล่อนจะเป็นแม่มดกันนะถึงได้ร่ายมนต์สะกดใจเขาได้ถึงเพียงนี้ แต่ถ้าหล่อนเป็นแม่มด หล่อนก็ถือได้ว่าเป็นแม่มดที่สวยที่สุดในโลก อย่างนี้...คงต้องบันทึกไว้ในกินเนสบุคส์

 

ทั้งสุดปลายฟ้าและแม้นมาศเดินมาหยุดยังห้องกว้างที่เต็มไปด้วยตู้ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ภายในห้อง มองจากด้านนอกผ่านกระจกใสที่ถูกขัดเงาเป็นอย่างดี เห็นถ้วยรางวัลหลากหลายขนาดวางเป็นระเบียบบนชั้นภายในตู้เต็มไปหมด ดวงตาเป็นประกายสุกใสยามมองของพวกนี้ ถ้วยทุกใบมีคุณค่าทางจิตใจ หยาดเหงื่อทุกหยดที่หล่อนทุ่มเทมา เพื่อแลกกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันเทียบกันไม่ได้เลยกับความรู้สึกทางใจกับกีฬาท้าความเร็วที่หล่อนรัก แค่เพียงแปดปี... แต่หญิงสาวกลับรู้สึกว่ามันนานเกือบค่อนชีวิต...

สุดปลายฟ้าเหลือบมองถ้วยแก้วคริสตัลใบล่าสุดที่หล่อนเพิ่งคว้าชัยได้มันมาเมื่อสองเดือนก่อน ก่อนที่เธอจะเลิกลงแข่งกีฬาประเภทนี้ทันทีที่เกรดตัวสุดท้ายสำหรับนักศึกษาแพทย์จบลง...

แชมป์ ไอเอ็นจี ออสเตรเลียน กรังปรีย์ 2010’ ลงท้ายด้วยอักษรขนาดเล็กด้านล่าง เมลเบิร์น, ออรเตรเลียฝ่ามือน้อยยกขึ้นทาบลงบนกระจกใสนั้นอย่างเผลอตัว... หล่อนคงจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว... ความทรงจำทุกอย่างถูกเก็บเอาไว้ในห้องกว้างนี้ หลังจากผ่านวันนี้ไป... หล่อนก็จะไม่เหยียบเข้ามาในห้องนี้อีก เพราะนั่นมันจะทำให้เจ้าของร่างระหงรู้สึกสะเทือนใจ

คุณหนูคะ แม้นมาศเรียกหญิงสาวที่ยืนนิ่งเป็นหุ่นเกือบสิบวินาที อดเห็นใจคุณหนูไม่ได้ ภาพเมื่อครู่ทำให้นางสะเทือนใจไม่น้อย สุดปลายฟ้ารักกีฬาประเภทนี้มากแค่ไหน นางรู้ดี... ก่อนหน้าที่จะกลับมาอยู่เมืองไทย... หญิงสาวคงผูกพันกับกีฬาประเภทท้าทายความเร็ว เพราะคุณเดชบดินทร์ซึ่งเป็นคุณตาของหญิงสาวบ่นให้นางฟังอยู่บ่อยๆ เขาไม่สนับสนุนให้หลานสาวเพียงคนเดียวยึดอาชีพแบบนี้ อาชีพที่พร้อมจะเสี่ยงตายได้ทุกเมื่อเหมือนกับพ่อบังเกิดเกล้าของสุดปลายฟ้า เดชบดินทร์กลุ้มใจมากแค่ไหนเมื่อทราบว่าลูกสาวที่เป็นทายาทเพียงคนเดียวของวรเทพศิลป์ตัดสินใจแต่งงานอย่างสายฟ้าแลบกับหนุ่มญี่ปุ่นลูกครึ่งอเมริกัน ตอนนั้นนางยังจำได้ดีเชียวว่าคุณเดชบดินทร์ขัดค้านหัวชนฝา เมื่อตระกูลผู้ดีเก่าอย่างเขาจะต้องมาเกี่ยวดองกับมาเฟียที่เลื่องลือเรื่องอิทธิพลมืด แต่ก็ต้องจำยอม... เมื่อรับรู้ว่าลูกสาวที่แสนดีเพียงคนเดียว กำลังตั้งท้องได้สองเดือนเศษ แม้จะเกลียดขี้หน้าลูกเขยจำเป็นมากแค่ไหน แต่เมื่อเรื่องมันเลยเถิดมาถึงขั้นนี้ เขาก็คงได้แต่ทำใจ...

ให้ป้าเก็บให้ไหมคะ ถามขึ้นขณะมองกุญแจในมือของสุดปลายฟ้า เข้าใจดี... ว่าร่างสูงเพรียวลำบากใจ หญิงสาวเหลียวมองคนพูดเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปสนใจสิ่งตรงหน้าต่อ

ไม่ต้องหรอกค่ะ ถอนใจยาว... อดใจหายไม่ได้ ต่อจากวินาทีที่แขวนมันกลับเข้าที่ดั้งเดิม นั่นก็แสดงว่าหล่อนจะไม่แตะต้องมันอีก

สุดปลายฟ้าเดินไปหยุดตรงหน้าตู้ ดึงมันออกแล้วแขวนกุญแจในมือใกล้ๆ กับถ้วยใบใหญ่รูปทรงแปลกๆ แต่มันดูดีในสายตาของหล่อน สายตาเหลือบมองอักษรดังกล่าว ภาพแห่งความยินดีวันนั้น ย้อนกลับเข้ามาในหัว... เสียงปรบมือเกรียวกราวยามที่หล่อนชูถ้วยใบใหญ่ในมือขึ้นเหนือหัว ก่อนแสงแฟลชจะกราดซัดกระหน่ำบนตัว รอยยิ้มน้อยๆ ปรากฏบนใบหน้างดงามของหญิงสาว...

กรัน พรีมิโอ เดอ เอสปันญ่า เตเลโปนิก้า 2009’ ณ กาตาลุนย่า.... สเปน สุดปลายฟ้าพึมพำแผ่วเบา ถ้วยอีกใบที่เป็นความภาคภูมิใจ หญิงสาวหมุนตัวกลับหันมา... ยิ้มจางๆ ให้หญิงสูงวัยที่ยืนอยู่ด้านหลัง

ประตูถูกปิดลง หมุนตัวออกจากห้องตามติดด้วยแม้นมาศ สาวเท้ามุ่งตรงขึ้นชั้นบน บันไดวนทอดตัวยาวไปยังชั้นบนถูกขัดเงาแทบจะไม่มีฝุ่นเกาะจับ เพดานเหนือบันไดประดับแชนเดอเลียร์คริสทัลไหวระยับต้อนรับกว่าจะถึงห้องนอน

คุณหนูคะ

ไร้เสียงตอบรับ ร่างบอบบางเพียงหยุดแล้วเอี้ยวตัวหันกลับมา

เมื่อตอนกลางวันคุณอำนวยโทรมาบอกว่าให้คุณหนูเข้าบอร์ดประชุมใหญ่ในวันพรุ่งนี้ตอนเก้าโมงเช้าด้วยค่ะ ท่านกำชับอีกว่า...ถ้าคุณหนูสงสัยอะไรก็ให้โทรถามท่าน

ค่ะ งั้นฟ้าขอตัวไปอาบน้ำพักผ่อนก่อนนะคะ

ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวป้าขึ้นไปเตรียมน้ำอาบให้นะคะ หญิงสูงวัยกระหวีกระหวาดอย่างเร่งร้อน

ไม่ต้องหรอกค่ะ ฟ้าทำเองได้ ป้ามีอะไรก็ไปทำเถอะค่ะ เสียงใสแทรกกลางคัน แม้นมาศสบตา

แต่...

ป้ามีอะไรก็ไปทำเถอะค่ะ ฟ้าจัดการเองได้” ย้ำความต้องการของตนอีกครั้ง หญิงสาวก็เดินขึ้นไปยังชั้นสอง ทิ้งให้คนเบื้องล่างมองร่างที่ห่างออกไปด้วยความเป็นห่วง ไม่เคยเห็นคุณหนูของนางเศร้าขนาดนี้มาก่อน...

 

ชั้นเจ็ดของคอนโดมิเนียมอันเป็นที่พักของคาซึยะ ร่างสูงเหลียวกลับมาสั่งเสียงเรียบ เมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังมีเรื่องที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดในตอนนี้... ทำเอาคนฟังยืนนิ่งเหมือนโดนสาป

ยามาโตะ นายไปสืบประวัติของผู้หญิงเมื่อตอนเย็นมาให้ฉันด่วน พรุ่งนี้ได้เลยยิ่งดี สั่งจบก็เดินเข้าไปในห้องทันที ไม่รอฟังเสียงทักท้วง เขารู้ว่ายามาโตะทำได้... และอาจจะได้ข้อมูลมากกว่าที่เขาต้องการเสียอีก...

ยามาโตะยืนมองแผ่นหลังกว้างที่หายลับเข้าไปในห้อง สงสัยคราวนี้เจ้านายหนุ่มเขาคงจะเอาจริง และนั่นหมายความว่าในอีกไม่ช้า... พรรคมังกรดำอาจมีนายหญิงเพิ่มมาอีกคน...

 

 ----------------------------------------------------------------------------------------- 
สุดลุ้น สุดโก่ง... น้ำฟ้าจะทำใจยอมรับได้ป่าว... ก็รักกีฬาท้าทายความเร็วนี่หน่า โฮๆๆ แงๆๆๆ อันหลังนี่ไรเตอร์เองจ้า...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

288 ความคิดเห็น

  1. #285 มาเฟียรักสงบ (@mafia55) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กันยายน 2554 / 16:05
     น่าสงสารจัง คงรักกีฬานี้มากนะคร้า
    #285
    0
  2. #219 Chicky ya ya ya (@wanjaiwanyen) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2554 / 21:57
    รู้สึกว่านางเอกจะมีคนมะรุมมะตุ้มเข้ามาหลงรักหลายคนเลยนะคะ
    #219
    0
  3. #126 PamPam (@pampampamela) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มกราคม 2554 / 17:33
    เก่งเวอร์ สวยอีก ครบสูตร
    #126
    0
  4. #83 แตงกวา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มกราคม 2554 / 10:44

    DUCATI สุดยอด....
    นางเอกเจ๋งอ่ะ

    #83
    0
  5. #46 แสงจันทร์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2553 / 21:36
    นางเอกคงต้องบำรุงผม แบบสาหัสเรยหละ ถ้าขับ ดูคาทิ แล้วปล่อยผมออกจากหมวกกันน็อคทั้งลม ทั้งแดด



    ขนาดเราผมประบ่า ยาวเรยหมวกกันน็อคออกมานิดเดียว ผมเสียสุดยอด จนตอนนี้ต้องตัดสั้นไปเรย



    อ่านแล้วสุดยอด แสดงว่านางเอกต้องแข็งแรงจิงๆไม่งั้นเอาไม่อยู่หรอก มอ'ไซต์คันใหญ่ๆแบบนี้(แฟนเราขับCBRตัวพันตอนเราซ้อนยังไม่กล้าขับปาดเรย บอกว่ากลัวเอาไม่อยู่) ตอนนี้เรายังขับแค่ตัว400 อยู่เรย แล้วตอนขับต้องมีแฟนขับประคองอยู่ด้วยตลอด



    ชอบคะ นางเอกเจ๋งๆแบบนี้ สะใจ!!!
    #46
    0
  6. #7 Night fall (@Night_fall) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2553 / 18:54

    มาอ่านแล้วค่า~ หนุกหนานๆ ^^

    ชอบนางเอกจังเลย

    #7
    0
  7. #6 เฮอร์ไมโอนี (@gift9933) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มีนาคม 2553 / 13:47
    มาต่อไวๆนะสนุกมากเลยค้า
    #6
    0