บ่วงรัก...มังกร [ตีพิมพ์กับสถาพรบุ๊คส์]

ตอนที่ 2 : ตัดใจจากสิ่งที่รัก [Rerite]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2731
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    8 ม.ค. 54

   คาซึยะ VS น้ำฟ้า
                                               
                                 


                                 
*************************************************************************************************************

2

 

หลังจากที่เห็นปภังกรนอนหลับไปพักใหญ่ สุดปลายฟ้าดึงผ้าห่มคลุมเหนืออก กระซิบบอกเพื่อนคล้ายกับจะฝากสายลมบอกชายหนุ่มต่อ

“นอนพักซะนะหนุ่มน้อย”

หมุนตัวหยิบกะละมังใบเดิมเข้าไปเก็บ แล้วกลับมาเคลียร์พื้นที่บนโต๊ะที่ยังระเกะระกะไปด้วยกองขวดเหล้า เสร็จเรียบร้อยก็คว้ากระเป๋าพร้อมกุญแจรถเดินออกจากห้อง ขาเพรียวยาวสาวเท้าเร็วๆ ตามทางเดินแคบๆ เส้นทางเดิมตอนขามา  เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ขณะที่เท้ากำลังจะก้าวเข้าไปในลิฟต์ หญิงสาวก้มลงคว้านหาเจ้าเครื่องจิ๋วในกระเป๋า พอเห็นเบอร์ปลายสายโชว์ขึ้นหน้าจอ รอยยิ้มเล็กๆ ระบายแต้มบนใบหน้างดงามให้สวยจับตาน่ามองยิ่งนัก

“สวัสดีค่ะพี่กันต์” ทักทายเสียงหวาน มือที่ว่างก็เอื้อมกดเลขหมายที่ต้องการบนแป้นด้านหน้า

“ว่าไงฟ้า หายเงียบไปนานเลยนะ ไม่เห็นแวะมาเยี่ยมบ้างเลย” เสียงปลายสายเอ่ยถามทันที

“ช่วงนี้ฟ้ายุ่งเรื่องงานนะคะ อืม พี่กันต์โทรมามีอะไรหรือเปล่าคะ” นิ่วหน้าเล็กน้อยยามเมื่อเอ่ยถามคนปลายสาย

“เปล่าหรอก แค่คิดถึงไม่เห็นเราโผล่หน้ามาเสียนาน” คนปลายสายสัพยอกเล็กน้อยตามประสา อันที่จริงมันก็พอมีเค้าความจริงอยู่บ้างที่บอกว่าคิดถึง... เมื่อหญิงสาวไม่ไปหา

หญิงสาวทำเสียงบางอย่างในลำคอ เหมือนไม่เชื่อ... แต่กลับพูดออกไปว่า “พรุ่งนี้ฟ้าว่าง งั้นเจอกันค่ะ”

วางสายลง ประตูลิฟต์ก็เปิดออก หล่อนก้มลงเก็บเจ้าเครื่องจิ๋วลงกระเป๋า พร้อมก้าวออกจากลิฟต์อย่างรวดเร็ว ทว่าร่างสูงโปร่งบางกลับเดินชนกับกำแพงสูงแข็งแรงเข้าอย่างจัง ส่งผลให้กุญแจรถในมือร่วงหล่นสู่พื้น

            สุดปลายพึมพำขอโทษ ก้มลงไปหยิบสิ่งนั้น ทว่าฝ่ามือหนาของใครอีกคนก็ทาบทับลงมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือนั้นทันที แทบผงะเมื่อสบกับดวงตาสีเข้มล้ำลึกคู่นั้น จมูกโด่งเป็นสั้นแข็งแรงห่างกับจมูกรั้นสวยเพียงนิด กลิ่นแชมพูหอมระรินเข้าสู่จมูกโด่งคมของชายหนุ่มอย่างไม่ตั้งใจ หญิงสาวดึงมือกลับอย่างสุภาพ ถอยเพียงก้าว ตั้งหลัก เหลือบแลชายร่างสูงผิวขาวอีกคน

“ขอบคุณค่ะ” บอกเสียงแผ่ว เมื่อคนตรงหน้ายื่นกุญแจให้

“ไม่เป็นไรครับ แล้วคุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า” สุ้มเสียงเอ่ยถามธรรมดา แต่แววตาของเขาไม่ธรรมดาเหมือนกับน้ำเสียงเลยสักนิด จับจ้องรายละเอียดบนใบหน้างดงามอย่างพินิจ

“เปล่าค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่คิดว่าจะมีใครยืนขวางประตูลิฟต์” ปากบอกขอโทษ แต่ประโยคหลังคล้ายจะกล่าวโทษว่าเขาเป็นคนผิด

“คุณกำลังพูดเหมือนผมเป็นคนผิด” ชายหนุ่มถามเสียงกลั้วหัวเราะ ครึ้มอกครึ้มใจกับการได้ต่อปากต่อคำกับคนสวย ใช่! สวย หล่อนเป็นผู้หญิงที่งดงามอย่างหาที่ติไม่ได้ ทั้งเครื่องหน้าดูมันจะเข้ากันได้ดีหมดเหมือนประติมากรรมชิ้นเอก ดวงตายาวเรียวใหญ่สวยราวหยาดน้ำค้างยามต้องแสงอาทิตย์ภายใต้คิ้วที่จรดโค้งสวยดั่งคันศร จมูกโด่งดูเชิดรั้นน้อยๆ รับกับปากสีชมพูระเรื่อใสๆ ทุกอย่างลงตัวเป๊ะ

“เปล่าค่ะ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” ปฏิเสธ เมื่อฝ่ายนั้นกลับเข้าใจอีกอย่าง ความจริง... หล่อนเองก็ผิดเหมือนกัน ที่เดินออกมาไม่ดูลู่ทางให้ดีเสียก่อน มัวแต่วุ่นวายกับกระเป๋าข้างตัว

“ครับ” เห็นอาการหญิงสาวแล้ว ชายหนุ่มก็ยิ้มออก จ้องมองดวงหน้างดงามล้อมกรอบด้วยผมสีน้ำตาลเข้มยาวทิ้งลอนสวยไปจนถึงกลางหลังอย่างเผลอไผล

สุดปลายฟ้าก้มมองนาฬิกาข้อมือบอกเวลาเกือบจะทุ่มเศษ พลางนึกถึงคนที่บ้าน....

ป่านนี้ป้าแม้นคงเป็นห่วงแย่เมื่อหล่อนไม่ได้บอกกล่าวว่าจะออกไปไหน เพียงแค่บอกว่าออกมาข้างนอกเท่านั้นเอง

“ฉันคงต้องขอตัวก่อนค่ะ” เสียงหวานใสเปรยออกมา ไม่กล้าสบดวงตาคมเข้มคู่นั้นมากนัก ร่างสูงโปร่งผละห่าง ดวงตาคู่คมตวัดมองตาม นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ยากูซ่าหนุ่มถูกมนต์ขลังแห่งดวงตาหวานล้ำสะกด มองเห็นริมฝีปากเล็กรูปกระจับขยับไปมา ไม่รับรู้ว่ามันกำลังสื่อถึงเรื่องอะไร จวบจนเมื่อร่างแบบบางออกห่าง ใบหน้าเข้มกระตุกเหมือนได้สติ

“เดี๋ยวครับคุณ” ร่างสูงใหญ่ตามติด หญิงสาวทำเพียงเอี้ยวตัวหันกลับมา

“คะ?” คิ้วสวยดั่งคันศรที่เขาเคยเปรียบเลิกขึ้นสูงคล้ายแปลกใจ

“คุณจะว่าอะไรไหม ถ้าผมอยากจะรู้จักชื่อของคุณ” น้ำเสียงสุภาพยามบอกจุดประสงค์ของการรั้งหญิงสาวตรงหน้า ใบหน้างดงามนิ่วหน้าเล็กน้อย เหมือนครุ่นคิด... หากพอมองชายอีกคนที่ยืนเยื้องอยู่ทางด้านหลัง มุมปากยกขึ้นนิดๆ เป็นมิตร หากไม่รู้ทำไม? เมื่อหันกลับมามองใบหน้าคร้ามคมที่มองมา หล่อนถึงเลือกที่จะบอกออกไป

“สุดปลายฟ้าค่ะ หรือจะเรียกน้ำฟ้าก็ได้”

ริมฝีปากได้รูปขยับยิ้มนิดๆ พอใจกับทีท่าของฝ่ายนั้น อย่างน้อยหล่อนก็วางใจ ยอมเอ่ยปากบอก

“ครับ ส่วนผมคาซึยะหรือคุณน้ำฟ้าจะเรียกผมว่าซือยะก็ได้” รอยยิ้มทั้งปากและนัยน์ตาของคาซึยะทำให้สุดปลายฟ้าอดไม่ได้ที่จะยิ้มรับ

 “ค่ะ” หมุนตัวกลับ สาวเท้าเดินห่างออกจากอาคารสูงไป

คาซึยะเฝ้ามองจนร่างระหงหายลับออกไป สองมือล้วงกระเป๋า อมยิ้มน้อยๆ แต่พอเผชิญหน้ากับยามาโตะที่ยืนอยู่เบื้องหลัง รอยยิ้มนั้นหุบลงเมื่ออ่านสายตาลูกน้องคนสนิทออก

“นายยิ้มอะไร?” ถามคนตรงหน้าเอาเรื่อง

“เปล่าครับ” ยามาโตะตอบกลับยิ้มๆ นึกขำกับท่าทีพาลๆ ของเจ้านายหนุ่ม ดูเหมือนว่าคาซึยะจะติดใจสาวไทยนางนี้เข้าให้แล้ว...

“โกหก ก็เห็นอยู่ ว่านายยิ้ม” เสียงขรึมยังคาดคั้นต่อ นึกไม่ชอบทั้งน้ำเสียงและสีหน้าลูกน้องพ่วงตำแหน่งมิตรสหายที่ทำท่าเหมือนกับรู้ทันเขาไปเสียทุกเรื่อง

“เอาเป็นว่าผมยิ้ม เหมือนที่คุณซือยะยิ้มนั่นแหละครับ”

...นั่นไง! หมอนี่ มันกวน...

ยามาโตะไม่สนใจร่างสูงด้านหลังอีกแล้ว เขาเรียกลิฟต์ พักใหญ่มันก็เปิดออก คาซึยะก้าวเข้าไปก่อนตามด้วยร่างสูงของชายผิวขาว ไฟกระพริบที่เลขเจ็ด ครู่เดียวประตูลิฟต์ก็เปิดออก ทั้งชั้นกว้างตรงหน้าเป็นอาณาจักรของคาซึยะทั้งหมด จึงไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่มย่ามให้รำคาญ หากเพียงย่างก้าวได้อึดใจ ใบหน้าคมเข้มกลับกระตุกไม่พอใจ เมื่อเห็นชายในชุดดำยืนอยู่ด้านหน้าประตู

อีกแล้ว...ที่ยามาโตะขัดคำสั่งเขา ร่างสูงหยุดลงหันกลับมามองยามาโตะที่ก้มหน้าลงอย่างขลาดๆ ทั้งที่รู้ว่าทำแบบนี้แล้ว เจ้านายหนุ่มไม่พอใจ ยอมขัดคำสั่ง... ก็เพื่อความปลอดภัยของคนเป็นนาย

บอกให้พวกมันกลับไป

แต่... มีพวกนี้เอาไว้ก็ดีนะครับคุณซือยะ

ดวงตาคมดุตวัดขึ้นมอง เห็นเขาเป็นลูกแหง่หรือไง ถึงต้องให้พวกนี้มาคอยยืนเฝ้า ถึงไม่มีพวกนี้เขาก็สามารถต่อสู้กับไอ้พวกลอบกัดนั้นได้สบาย

แต่...

ทำตามที่ฉันสั่ง!” เสียงเข้มสั่งเฉียบ พุ่งตัวกลับเข้าห้อง ยามาโตะโบกมือให้พวกนั้นถอยออกมา... ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้บอกกับนายหนุ่มอีกเรื่อง

“คุณซือยะครับ”

“ยังมีอะไรอีก?” ใบหน้าคมคร้ามเอี้ยวตัวกลับมา รอฟังลูกน้องคนสนิทบอกกล่าว

“พรุ่งนี้เราต้องไปดูงานที่ชลบุรีตอน 10 โมงนะครับ”

“ฉันรู้แล้ว พวกนายมีอะไรก็กลับไปทำเถอะ ตอนนี้ฉันอยากพักผ่อน”

“ครับ ผมกลัวว่าคุณซือยะจะลืม” ยามาโตะก้มหน้าเล็กน้อย ขณะพูด รู้ดีว่าสายตาอีกฝ่ายจะจ้องมองเขาตอบอย่างไร

“เห็นฉันเป็นคนขี้ลืมขนาดนั้นเชียวหรือ” สุ้มเสียงนิ่งเรียบแกมไม่พอใจเล็กน้อย

“เปล่าครับ”

            “เอาเถอะ!” ชายหนุ่มโบกมือไม่ติดใจ ทั้งยามาโตะและลูกน้องที่เหลือต่างก็เดินกลับออกไป คาซึยะก้าวยาวๆ เสียบคีย์การ์ดเปิดห้อง เสียงดัง ติ๊ดๆ ติดต่อกันสองครั้งก่อนที่ประตูจะเปิดออก นั่นก็จะทำให้เขารู้ว่า... หากมีคนบุกรุก ล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่แห่งนี้ ระบบป้องกันภายในอาคารก็จะทำงาน ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่ามีพวกไม่ประสงค์มาเยี่ยมเยียน

 

ดึกดื่นคืนนั้นภายในห้องนอนกว้าง ยังมีร่างสูงที่นอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงนุ่ม เบิกตาโพลงจ้องมองเพดานอย่างครุ่นคิด... ทั้งที่เวลายามนี้ เขาควรจะหลับเป็นสุขสมอุรา หากอะไรๆ มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด คาซึยะผุดลุกขึ้นนั่งแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง มันเป็นอย่างนี้อยู่นานหลายเพลา

เฮ้อ...

            เสียงทอดถอนใจที่ถูกพ่นออกมายาวๆ เมื่อร่างกายแกร่งกำยำภายใต้เสื้อยืดสีขาวทิ้งตัวลงบนเตียงนอนหนานุ่ม แขนแข็งแรงข้างหนึ่งสอดเข้าใต้ศีรษะเพื่อหนุนแทนหมอนในขณะที่อีกข้างยกขึ้นก่ายหน้าผาก เขายังลบภาพของหญิงสาวนัยน์ตาสวยคมซึ้งคู่นั้นออกจากหัวไม่ได้

            น้ำฟ้า... ทำไม? คุณถึงทำให้ผมนอนไม่หลับได้ขนาดนี้นะ

            เสียงนั้นพึมพำก่อนจะนึกถึงคำบอกเล่าของเพื่อนสนิทบางคนที่แต่งงานไปกับผู้หญิงไทย หลายรายพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สาวไทยงดงาม อย่าได้เผลอจ้องมองดวงตาพวกหล่อนเชียว เมื่อนั้นแหละ นายจะหมดความเป็นตัวตนหลงใหลในมนต์เสน่ห์คู่นั้นจนยากที่จะถอนตัว...

            เชื่อ... ตอนนี้ไม่ใช่แค่เชื่อ แต่เชื่อเต็มหัวใจทีเดียว ผู้หญิงคนนั้นทำให้เขาเกือบนอนไม่หลับมาค่อนคืน ยามหลับตา... รอยยิ้มหวานๆ นั้นก็ตามมาหลอกหลอน กลิ่นหอมของช่อผมรวยระริน เหมือนว่าหล่อนมายืนอยู่ตรงหน้า ให้ตายเถอะ! ชายหนุ่มส่ายหน้าน้อยๆ ไล่ความคิดพวกนั้นออกจากหัว หวังว่าราตรีอีกแสนยาวนานจะทำให้เขาข่มตาหลับลงได้ ต่างกับหญิงสาวร่างแบบบางที่ใครบางคนกล่าวโทษ พริ้มหลับอย่างเป็นสุขบนที่นอนอันแสนนุ่ม

 

สิบโมงตรงอย่างที่ยามาโตะบอกเอาไว้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ขายาวๆ ภายใต้กางเกงสแล็กส์สีเข้มก็หยุดตรงประตู เสียงจากด้านนอกดังลอดเข้ามา

คุณซือยะครับ

ประตูเปิดออก ยามาโตะนิ่วหน้าเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาของเจ้านายหมองคล้ำเหมือนคนอดหลับอดนอนไม่มีผิด แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถามอย่างใจคิด หากฝ่ายนั้นเป็นฝ่ายพูดขึ้นมา

หน้าฉันคงดูไม่จืดหันใบหน้ากลับมามอง กระตุกยิ้มมุมปากนึกเยาะตัวเอง กว่าจะข่มตาข่มใจหลับลงได้ก็เกือบฟ้าสาง ไงซะ! เขาก็จะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ มันรบกวนจิตใจเขาอยู่แบบนี้นานหรอก ผมสัญญา น้ำฟ้า... อีกไม่นาน คุณเตรียมรับมือเกมรุกของผมเอาไว้ได้เลย

ยามาโตะยิ้มตอบ เมื่อเห็นดวงตาวูบไหวของนาย

ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับเสียงเรียบตอบกลับ มองหน้าคนที่บอกว่าคงดูไม่จืด บอกปฏิเสธได้อย่างรวดเร็ว แม้มันจะมีความหมองมาบดบัง แต่รัศมีความหล่อเจิดจรัสแซงความหมองนั่นลิ่ว

ช่างเถอะส่งเสียงปราม หยิบเสื้อสูทที่พาดอยู่บนโซฟาขึ้นมา ก่อนที่ใครอีกคนจะรับมันมาถือแทน

 

ตอนบ่ายของวันเดียวกันในสนามแข่งรถแห่งหนึ่งแถบชานเมือง... ยังมีรถเอฟวันหรือฟอร์มูล่าวัน (Formula 1) โทนสีดำแดงที่ยังคงขับเคลื่อนอยู่บนถนนแข่งกับแดดจ้าอันร้อนระอุ เสียงล้อรถบดกับพื้นคอนกรีตหวีดแหลมขึ้นอย่างน่ากลัวเมื่อถึงทางโค้ง ในการแข่งขันรถเอฟวัน โค้งหรือมุมถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง และเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการแข่ง การขับเคี่ยวบนทางตรงเป็นเพียงการตัดสินว่ารถคันใดมีพลังเครื่องยนต์ที่มหาศาลหรือมีระบบเบรกที่เหนียวหนึบ แต่เมื่อเข้าโค้ง ทักษะ และฝีมือในการบังคับรถของนักแข่งจะดูโดดเด่นชัดขึ้นทันที ผลแพ้ชนะของการแข่งบางครั้งอาจจะตัดสินกันที่โค้งหรือมุมเลยด้วยซ้ำ และถ้าดูรถที่แล่นเข้าโค้งอยู่ในขณะนี้ถือได้ว่ามีฝีมือเข้าขั้นเยี่ยมยอด เพราะสามารถเข้าโค้งได้อย่างสวยงามและนิ่มนวล ทั้งทักษะและฝีมือในการบังคับรถช่างหาดูได้ยาก ชายร่างสูงที่ยืนอยู่บริเวณกริด (ตำแหน่งออกสตาร์ท) ในมือของเขามีนาฬิกาจับเวลา ยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นผลงานของรุ่นน้องที่มากไปด้วยความสามารถและพรสวรรค์ ธงลายหมากรุกสะบัดขึ้นบ่งบอกว่าเหลือเพียงรอบสุดท้ายในการทดสอบความเร็ว  ก่อนจะเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วบนทางตรงเพื่อทำเวลา และขับผ่านชายร่างสูงคนดังกล่าวอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา เขากดปุ่มหยุดเวลาที่อยู่ในมือ เรียวปากหยักกระตุกยิ้มมองตามท้ายรถที่วิ่งไปจอดไม่ห่างจากตนนัก

เอี๊ยดดด

แรงเสียดทานของล้อรถบดกับพื้นถนนก่อให้เกิดฝุ่นคละคลุ้งขึ้นตรงล้อ ร่างสูงเพรียวในชุดขาวแทบแดงก้าวลงจากรถ ก่อนจะถอดหมวกกันน็อกออก สะบัดผมยาวม้วนลอนทิ้งตัวอย่างสวยงาม ไม่แปลกที่จะเห็นร่างสูงเพรียวดังกล่าวดูทะมัดทะแมง แม้จะดูบอบบาง แต่ภายใต้ความบอบบางที่เห็นก็แฝงไว้ด้วยความแข็งแรง เนื่องจากร่างกายของนักแข่งเอฟวันจะต้องสามารถรับมือกับสารพัดสารพันสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในการชิงชัย ใช่ว่ามีฝีมือในการบังคับรถแล้วจะไม่ต้องดูแลสภาพความฟิตของร่างกาย ตรงกันข้าม...นักแข่งเอฟวัน จำเป็นต้องรักษาสภาพร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอ ทั้งนี้เป็นเวลานานนับหลายชั่วโมง ที่ต้องต่อสู้กับความร้อนบนสนาม ว่ากันว่าเมื่อจบการแข่งขันในแต่ละสนาม นักแข่งแต่ละคนจะมีน้ำหนักตัวลดลงเฉลี่ยแล้วอย่างน้อยคนละ 3 กิโลกรัมกันเลยทีเดียวเนื่องจากเสียเหงื่อเป็นจำนวนมากนั่นเอง แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับสุดปลายฟ้าเลย เมื่อเจ้าตัวรักในกีฬาประเภทนี้ หญิงสาวมีวิธีการสร้างความอดทน โดยการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง และว่ายน้ำ เพื่อช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อเฉพาะที่ เช่นที่คอ และหน้าอก เพราะทั้งสองถือว่าเป็นอวัยวะสำคัญที่ต้องใช้งานอย่างหนักในระหว่างบังคับรถ ยกตัวอย่างง่ายๆ กับหมวกกันน็อกใบโปรดที่หล่อนเพิ่งถอดออกมาเมื่อครู่ น้ำหนักของมันไม่น้อยเลยทีเดียวเมื่อต้องสวมเป็นระยะเวลานาน

ใบหน้างามโชกชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่ความสวยใสก็ยังปรากฏให้เห็น เมื่อหล่อนส่งยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มที่เดินเข้ามารับหมวกกันน็อกจากมือพร้อมกับเอารถที่หล่อนเพิ่งขับเมื่อครู่ไปเก็บ

เป็นไงบ้างคะพี่กันต์สุดปลายฟ้าละความสนใจจากหนุ่มน้อยเมื่อครู่ หันกลับมาถามชายหนุ่มผิวเข้มอีกคนที่กำลังเดินเข้ามาหา พร้อมกับโยนขวดน้ำเย็นในมือให้ หญิงสาวรับมันได้พอดิบพอดี ยิ้มน้อยๆ เมื่อมองหน้าของเขา

เยี่ยม ฝีมือดีไม่มีตก!มุมปากยกขึ้นพร้อมกับยกนิ้วโป้งประกอบคำพูด นั่นแหละเรียกเสียงหัวเราะสดใสจากร่างตรงหน้าได้ดีเชียวล่ะ

แหง่ล่ะ! ฝีมือของเธอระดับขั้นเทพเชียวนะ อย่างน้อยลงแข่งทุกครั้ง ก็ต้องคว้าชัยชนะมากอดได้ทุกทีสิน่า หญิงสาวคิดอย่างกระหยิ่มใจ

 ว่าแต่...เรื่องที่น้ำฟ้าจะเลิกแข่งรถ เป็นเรื่องจริงแหรอ?” พี่กันต์หรือศรศิลป์ถามถึงเรื่องที่ตนเพิ่งได้ยินมาและก็ยังไม่แน่ใจว่าเรื่องดังกล่าวเป็นจริงอย่างที่ได้ข่าวมาหรือเปล่า เขาจึงตัดสินใจเอ่ยถาม เพียงแค่คิด...ก็อดจะเสียดายเสียมิได้ เมื่อต้องสูญเสียคนเก่งและมีความสามารถในทีมไปอีกคน ใช่! จะหาคนมีพรสวรรค์แบบเจ้าหล่อนได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่กัน อีกอย่าง...ที่เขายังไม่กล้าเอ่ยปากบอก แท้จริงแล้ว ลึกๆ เขาแอบมีใจให้รุ่นน้องสาวคนนี้มาเป็นระยะเกือบหกปีเต็มที่หล่อนเข้ามาเป็นนักแข่งรถในสังกัดของเขา ขอบอกได้อย่างไม่อายปากกันเลยทีเดียวว่าสุดปลายฟ้าเป็นรักแรกเพียงสบตา หัวใจเขาสั่นไหวเพียงสบกับดวงตายาวเรียวใหญ่สวยเข้มคู่นั้น เขารู้จักกับสุดปลายฟ้าเมื่ออารัชเพื่อนสนิทในทีมพามาแนะนำ  ยังจำรอยยิ้มสดใสนั่นได้ไม่เคยเปลี่ยน แม้เวลามันจะล่วงเลยมานานแล้วก็ตามที... และเขายิ่งอึ้งอีกครั้ง เมื่อหล่อนโชว์การขับรถบนสนาม หล่อนทั้งสวยและมากด้วยความสามารถชนิดที่ผู้ชายอย่างเขาก็ทำแบบหล่อนไม่ได้  นี่แหละ เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เขาหลงใหลในตัวหล่อน...

พี่กันต์คะสุดปลายฟ้าเรียกชายร่างสูงข้างกายที่ดูสติเลื่อนลอยไปไกล

คะ...ครับศรศิลป์กระพริบตาถี่ๆ หันกลับมาสนใจกับร่างสูงเพรียวตรงหน้า ใบหน้าคมคร้ามเมื่อครู่ยิ้มแก้เก้อ เมื่อสติกลับครองกาย

เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ฟ้าเห็นพี่กันต์ทำหน้าเครียดเชียวคิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน ระคนสงสัยถึงความผิดปกติของผู้ชายร่างสูงผิวเข้ม ดวงตาสดใสเป็นประกายมองเขาอย่างยิ้มๆ ไม่บ่อยนักที่หญิงสาวจะเห็นเขาในมุมแบบนี้

อ้อ ปละ...เปล่าเขาปฏิเสธเสียงแผ่ว เขาพลาดอีกแล้ว... ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้ เขามักจะไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองสักเท่าไหร่ บางครั้งก็เผลอมองใบหน้าเรียวยาวนวลเนียนตรงหน้า จมูกโด่งเรียวสวยเชิดรั้น บ่งบอกความเป็นคนหัวดื้อพอตัว ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพู ทุกอย่างบนใบหน้ากอปรกันอย่างลงตัว

สุดปลายฟ้ายิ้ม ขณะเขาพูด... ศรศิลป์เป็นผู้ชายร่างสูงผิวคล้ำเนื่องจากอาชีพนักแข่งรถของเขาต้องตรากตรำอยู่กลางแดดเป็นเวลานานๆ ยอมรับว่าศรศิลป์จัดเป็นผู้ชายในฝันของผู้หญิงหลายๆ คน ดูเผินๆ แล้วเขาทั้งหล่อ ดูดี มีเสน่ห์ แถมยังจัดเป็นผู้ชายเซ็กซี่พอตัว หล่อนยังเคยแอบเห็นชายหนุ่มตอนถอดเสื้อ เผยให้เห็นแผงอกกว้าง มัดกล้ามสมบูรณ์ ไร้ไขมันและหน้าท้องซิกซ์แพ็กส์นั่นเซ็กซี่มากเลยทีเดียว

แม้หญิงสาวจะรับรู้ข้อมูลตรงนี้ แต่ทำไม... หล่อนกลับรู้สึกกับเขาเพียงแค่เพื่อน  เพียงพี่ชาย  มากกว่าจะรู้สึกล้ำลึกเกินกว่านั้น แม้บางครั้งชายหนุ่มอาจจะแสดงออกอย่างเปิดเผยถึงไมตรีที่มีต่อหล่อนก็ตาม  สุดปลายฟ้าก็บอกกับตัวเองว่าไม่อาจจะรู้สึกกับเขามากเกินกว่าคำว่าพี่ชายได้จริงๆ

ดวงตาเรียวสวยตวัดขึ้นมองเขา แม้ว่าหล่อนจะสูงถึง 178 เซนติเมตร แต่เมื่อเทียบกับผู้ชายคนนี้แล้วเขากลับสูงกว่า... จนเจ้าตัวถึงกับต้องแหงนมองหน้าเขาด้วยซ้ำเวลาที่พูดกัน

ศรศิลป์เลิกคิ้วขึ้น เมื่อเจอสายตาจับผิดของอีกฝ่าย เอาละ เขาไม่อยากให้สุดปลายฟ้ารับรู้ความจริงเอาตอนนี้  บางทีมันอาจทำลายความสัมพันธ์ดีๆ ที่หล่อนมีต่อเขาก็เป็นได้ รู้ตัวดีว่าถ้าหากเจ้าหล่อนรู้...ว่าเขารู้สึกกับหญิงสาวแบบนั้น อาจจะทำให้มองหน้ากันไม่ติดซะเปล่าๆ เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว ความสัมพันธ์แบบพี่แบบน้องมันยั่งยืนยิ่งกว่าคนรัก และเขาก็ยังสามารถยืนอยู่ข้างๆ หล่อนได้เสมอ...

ทำไม? มองพี่แบบนั้นล่ะ

เปล่าค่ะศีรษะได้รูปส่ายน้อยๆ เสมองไปทางอื่น เพื่อปกปิดสิ่งที่หล่อนเห็นจากดวงตาคมเข้มก่อนหน้านั้น

ตกลงว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าเขากลับเข้าสู่คำถามเดิมที่ยังค้างอยู่ภายในใจอีกครั้ง

 สุดปลายฟ้า ทอดมองไปไกล... ขณะที่เท้าก็เดินเอื่อยๆ มายังจุดพัก ลอบถอนใจยาว เรื่องจริงที่เจ้าตัวไม่อาจปฏิเสธมันได้

เรื่องจริงค่ะหญิงสาวตอบขณะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ดึงถุงมือสีขาวมุกเข้ากับชุดที่สวมออก ดวงตาเหม่อลอยเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ คำพูดของมารดายังคงก้องอยู่ในหัว ก่อนที่ท่านจะเสีย ท่านสั่งห้ามไม่ให้หล่อนลงแข่งรถอีกเป็นอันขาด หลังจากที่เรียนจบหมอ... และหล่อนก็รับปากท่านไปแล้ว

นะ...น้ำฟ้าลูกแม่เสียงแหบแห้งหลุดออกมาจากริมฝีปากของร่างที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงภายในห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แม้มันแทบจะไร้เสียง แต่หญิงวัยกลางคนก็พยายามขยับริมฝีปากเพื่อพูดกับหญิงสาวที่ยืนจับมือของท่านเอาไว้ น้ำตาคลอเต็มดวงตาคู่สวย

ค่ะ คุณแม่มือเรียวสวยบีบกระชับมือของท่านแน่น คล้ายจะปลอบประโลมคนบนเตียง

แม่อยากขอร้องลูกสักเรื่องนึง จะได้ไหมน้ำเสียงแผ่วเบาลอดผ่านริมฝีปากแห้งผากดังกว่ากระซิบเพียงเล็กน้อย

ได้สิคะ คุณแม่อยากให้ฟ้าทำอะไร ฟ้าก็ยอมทั้งนั้นละคะน้ำเสียงสั่นๆ ยกมือของท่านแนบแก้มที่เปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำตา หญิงสาวไม่ได้อยากแสดงความอ่อนแอให้ท่านเห็น แต่มันก็ไม่สามารถอดกลั้นเอาไว้ได้ มันยากเกินไปที่เธอจะรับมือกับทำนบทำตาที่พังครืนลงมาอย่างรวดเร็ว เมื่อคุณหมอบอกว่าแม่ของเธออาจจะอยู่ได้ไม่พ้นคืนนี้

เสาวลักษณ์ขยับฝ่ามือไล้แก้มของลูกสาวเบาๆ พร้อมกับบรรจงเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าเนียนสวย ริมฝีปากขยับยิ้มแม้มันจะยากเย็นก็ตามที

ลูกทะ...ทำได้น้ำเสียงกระท่อนกระแท่น ทำเอาคนฟังเริ่มใจเสีย

สุดปลายฟ้าพยักหน้าเร็วๆ ไม่อยากให้ท่านต้องฝืนขยับพูด ไม่อย่างนั้นอาการจะยิ่งทรุดหนักเข้าไปอีก

ค่ะ ฟ้ารับปาก คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ

หญิงวัยกลางคนพยักหน้าช้าๆ มองหน้าของลูกสาวอันเป็นสุดที่รักยิ่งกว่าดวงใจ ลูกรับปากแม่แล้วนะคนเป็นแม้ย้ำอีกครั้ง กลัวว่าเธออาจจะเปลี่ยนใจ เมื่อได้รับฟังประโยคที่กำลังจะพูดออกไป

ค่ะหญิงสาวรับปากพร้อมกับพยักหน้าน้อยๆ ไม่ว่ายังไงเธอก็พร้อมที่จะทำตามคำขอดังกล่าว

แม่อยากให้หนูเลิกแข่งรถซะท่านหยุดนิดนึง สังเกตสีหน้าของสุดปลายฟ้า และก็เป็นอย่างที่คิด เมื่อเห็นแววตาคู่นั้นหม่นแสง ท่านจึงพูดเสริม เพื่อให้เหตุผลที่ท่านไม่อยากให้เธอลงแข่งกีฬาประเภทนี้อีก

แม่รู้... ว่าน้ำฟ้าลำบากใจ แต่มันอันตรายเกินไปสำหรับลูก...ที่เป็นผู้หญิง

แต่ว่า...

เชื่อแม่เถอะ กีฬาประเภทนี้ไม่เหมาะกับลูกหรอก ถ้าฟ้ายังยืนยันที่จะแข่งรถต่อ แม่ก็คงจะนอนตายตาไม่หลับ ในเมื่อแม่ยังคงเป็นห่วงลูกอยู่อย่างนี้ท่านหลับตาลงช้าๆ สุดปลายฟ้าปาดน้ำตาทิ้ง รีบละล่ำละลักรับปาก

ค่ะ ฟ้ารับปาก

นั่นล่ะ! ท่านถึงจะลืมตาขึ้นมาอีกอย่างช้าๆ ขยับยิ้มอย่างพึงพอใจกับคำตอบ

ขอบใจมาก... ขอบใจมากที่ลูกยอมทำเพื่อแม่

แต่ฟ้ามีข้อแม้...หญิงสาวหยุดพูด คนนอนบนเตียงถึงกับนิ่วหน้า ทั้งที่มันยากเย็น แต่ก็ยังสงสัยว่าลูกสาวจอมดื้อ หัวรั้น คนนี้กำลังมาไม้ไหนอีก เสาวลักษณ์พยักหน้าเป็นเชิงบอกให้พูดต่อ ถ้ามันมีเหตุผลพอ ท่านก็จะรับฟัง

ฟ้าจะยอมทำตามคำขอของคุณแม่ เมื่อฟ้าเรียบจบ... ได้ไหมคะดวงตากลมสวยมองคนเป็นแม่อย่างมีความหวังอีกครั้ง ท่านครุ่นคิด... อีกครึ่งปีกว่ายายฟ้าจะเรียนจบ แต่เมื่อมองใบหน้าของหญิงสาวตอนนี้ ท่านก็ใจอ่อน คนบนเตียงพยักหน้าเบาๆ เมื่อมันแทบจะไม่มีเรี่ยวแรง ท่านแข็งใจพูดกับสุดปลายฟ้าอีกสองสามประโยค ก่อนจะขอตัวนอนพักผ่อน

สุดปลายฟ้าขยับผ้าห่มขึ้นจนถึงช่วงอกของคนบนเตียง สังเกตลมหายใจเข้าออกที่มันแผ่วเบาลงทุกขณะ หล่อนภาวนา... ขอแค่แม่นอนหลับพักผ่อนจริงๆ อย่าได้เป็นไปตามคำพูดของคุณหมอก่อนสองชั่วโมงหน้านี้เลย... เสียงหายใจเข้าออกดังสม่ำเสมอจนแน่ใจแล้วว่า ท่านหลับไปแล้ว... จึงทิ้งศีรษะลงบนท่อนแขนของตัวเอง มืออีกข้างก็กุมมือของท่านเอาไว้แน่นยกขึ้นมาอิงแอบกับใบหน้า

ไม่คิดเลยว่าหลังจากที่หล่อนตื่นขึ้นมาในตอนเช้า  ท่านจะทิ้งหล่อนไปจริงๆ  ดวงตาร้อนผ่าวระงับบางสิ่งบางอย่างนั้นอย่างยากลำบาก

น้ำฟ้าครับฝ่ามืออบอุ่นวางบนมือเรียวเล็กเบาแผ่ว

ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย ใบหน้างดงามสลักเสลาหันกลับมามองเขา เมื่อสติหวนกลับมา

เป็นอะไรหรือเปล่าสุ้มเสียงอ่อนโยนยามเอ่ยถาม มองเห็นหยดน้ำคลอหน่วยตาทั้งสอง

ศรศิลป์จ้องมองหญิงสาวนิ่ง นั้นเป็นอีกหนึ่งในความอ่อนแอไม่กี่ครั้งที่เคยเห็นในตัวสุดปลายฟ้า

 คะ...ค่ะใบหน้าสวยแหงนมองบนท้องฟ้า กระพริบตาถี่ๆ ไล่หยาดหยดกลับสู่ที่มันควรจะอยู่อย่างรวดเร็ว ยังไม่อาจยอมรับว่าทำใจได้แล้ว เมื่อคิดถึงทีไหร่ น้ำตามันก็พาลจะไหลลงมาทุกที หันกลับมองเขาอย่างเขินๆ ที่เผลอทำตัวอ่อนแอ... แม้จะดูว่าเข้มแข็ง แต่เธอก็เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่ง ที่สร้างกำแพงเป็นเกราะกำบัง แต่มันก็พร้อมจะพังลงได้ทุกเมื่อเหมือนกัน

เปล่าค่ะปฏิเสธข้างๆ คูๆ เมื่อนึกหาคำแก้ตัวไม่ได้มากไปกว่านี้

แน่ใจเสียงเข้มยังคงคาดคั้น ฝ่ามือใหญ่ทาบทับลงมา บีบกระชับเบาๆ อย่างปลอบโยน

ยังเสียใจเรื่องแม่อยู่อีกใช่ไหม?” น้ำเสียงทุ้ม อบอุ่นยามเมื่อได้รับฟัง ดวงตากลมโตทอดมองไปไกล... อาการของหล่อนมองออกได้ง่ายดายขนาดนั้นเชียวหรือ? 

ศรศิลป์เหลือบมองเสี้ยวหน้านิ่ง ใช่! เขารู้ว่าแม่ของหล่อนเสียเมื่อหกเดือนก่อน อารัชโทรไปบอก ช่วงนั้นเขาอยู่ที่เมืองมอนติ คาร์โลประเทศโมนาโก ซึ่งเป็นรายการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ เดอ  โมนาโก เขาจึงปลีกตัวมางานศพของแม่หล่อนไม่ได้ แต่ก็โทรทางไกลมาแสดงความเสียใจ พร้อมกับให้อารัชช่วยดูแลความเรียบร้อยทางนั้นแทนเขาด้วย

แย่จังเลย... ฟ้าคงปกปิดอะไรพี่กันต์ไม่ได้เลยหรือไงกันนะ น่าอายชะมัดพูดจบหญิงสาวก็หันกลับมายิ้มให้เขา แต่นัยน์ตาดูเศร้าจนชายหนุ่มเผลอยกแขนแข็งแรงโอบกระชับเบาๆ คล้ายพี่ชายกำลังปลอบโยนน้องสาว คราวนี้สุดปลายฟ้าหัวเราะน้อยๆ

ขายหน้าชะมัด ไม่ได้อยากให้พี่กันต์มาสงสารสักหน่อยหญิงสาวเลิกคิ้ว จ้องมองคนตัวโตที่แสดงปฏิกิริยาไม่ต่างกัน

ฮึคนตัวโตทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ ขยี้ผมคนตรงหน้าเบาๆ สุดปลายฟ้าอมยิ้ม ยามเมื่อเห็นอีกมุมของชายหนุ่มคนนี้ ต่างกับรุ่นพี่หนุ่มที่ไม่กล้าสบกับดวงตากลมโตที่มองมา เมื่อนึกขึ้นได้ ว่าเขาไม่ควรเผลอตัวสบกับดวงตาคมสวยคู่นั้นเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น เขานั่นแหละ! จะเป็นฝ่ายแพ้ ไม่ใช่ว่าแพ้ใครที่ไหน แต่ว่าแพ้หัวใจของตัวเอง...

ว่าแต่เรื่องที่พี่ถามก่อนหน้านั้น สาเหตุหลักคงจะเป็นเรื่องแม่ของน้ำฟ้าใช่ไหม?” ศรศิลป์ถามเป็นการเป็นงานอีกครั้ง เห็นท่าไม่ดี บางทีเขาอาจจะลืมตัว หลุดทำสิ่งอันไม่เหมาะสมขึ้นมา

สุดปลายฟ้าพยักหน้ายอมรับ หล่อนไม่เคยโกหกพี่ชายคนนี้ได้เลย เขามักตามเกมทันเสมอ...

ฟ้ารับปากกับคุณแม่ว่าหลังจากที่ฟ้าเรียนจบเมื่อไหร่ ฟ้าจะเลิกแข่งรถทันทีดวงตาทอดมองไปยังสนามเบื้องหน้า แสงแดดเริ่มจืดจางเป็นสีทองอมส้ม สาดสะท้อนลงบนพื้นคอนกรีต เมื่อเวลาเกือบจะสี่โมงเย็นเข้ามาทุกขณะ เขาเหลือบมองเสี้ยวหน้าเรียวยาวของหล่อนอีกครั้ง และก็แสร้งทำเป็นมองไปยังสนามเหมือนกับหญิงสาว เมื่อเจ้าตัวหันกลับมา

และตอนนี้ฟ้าก็เรียนจบแล้ว หลังจากอาทิตย์ก่อนที่ฟ้าไปดูเกรดฝึกงานตัวสุดท้ายที่บอร์ดในมหาลัยสุดปลายฟ้าขยับยิ้มให้ผู้ชายตรงหน้า เมื่อเขาหันกลับมา...

ฟ้าขอโทษ... ที่ไม่ได้บอกเรื่องนี้กับพี่กันต์ล่วงหน้า

ไม่หรอก พี่เข้าใจ ว่าน้ำฟ้าก็คงลำบากใจเหมือนกัน ถ้างั้นกรังด์ปรีซ์ เดอ ฟร้องซ์ปีนี้ฟ้าก็คงไม่ลงแข่งใช่ไหม?” ศรศิลป์พูดถึงการแข่งรถเอฟวันที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองมันญี่ - กูร์ส ประเทศฝรั่งเศส

สุดปลายฟ้าพยักหน้าแทนคำตอบ หล่อนเพิ่งมาบอกเขาเอาตอนนี้ ชายหนุ่มคงจะหนักใจไม่น้อย เมื่ออยู่ดีๆ ตัวเต็งของงานกลับมาถอนตัวเอากลางคัน เขาคงจะหาตัวแทนไปแข่งแทนหล่อนไม่ทันแน่  สุดปลายฟ้ามองใบหน้านิ่งเรียบอย่างคนคิดหนัก เห็นแบบนี้แล้วหล่อนก็อดจะรู้สึกผิดไม่ได้ เมื่อสาเหตุมันเกิดขึ้นเพราะตัวหญิงสาวเอง

ฟ้า...ยังไม่ทันจะเอ่ยปากเขาก็แย่งพูดตัดหน้าเสียก่อน

ถ้าน้ำฟ้าจะรู้สึกผิดกับเรื่องนี้...เขาเว้นช่วง หันกลับมาสบตากับหล่อนนิ่ง ก็ไม่ต้องหรอกเพราะมันไม่ใช่ความผิดของน้ำฟ้าอีกนั่นแหละ และมันก็ไม่ใช่ความผิดของใครอีกเหมือนกันคำพูดปลอบใจ แต่ทำไม! หล่อนกลับรู้สึกว่าน้ำเสียงเมื่อครู่ มันเหือดแห้งเหลือเกิน  ศรศิลป์หันกลับไปยังสนามเบื้องหน้าอีกครั้ง หลับตาลงช้าๆ รู้สึกใจหาย... เมื่อคิดว่าหล่อนกำลังจะห่างจากเขาไป และก็อดจะเสียดายความสามารถของหญิงสาว เมื่อหล่อนจะทิ้งทุกอย่างที่ตัวเองเคยพูดว่ารักกีฬาประเภทนี้มากมายแค่ไหน แต่นั้นก็คงจะน้อยกว่าบุพการีที่เลี้ยงดูหล่อนมา

ฟ้าเชื่อค่ะ ว่าสักวันจะมีคนมายืนแทนที่ฟ้าและอาจจะทำได้ดีกว่า

มุมปากหยักขยับยิ้มกับคำพูดของหญิงสาวเมื่อครู่ เขารู้ว่าสุดปลายฟ้าหมายถึงคนที่จะเข้ามาเป็นตัวเต็งในการแข่งรถแทนที่ แต่ใช่ว่ามันจะหากันได้ง่ายๆ เมื่อกีฬาประเภทท้าทายความเร็วแบบนี้ ส่วนน้อยนักที่ผู้หญิงจะเลือกและชื่นชอบ

แล้วรถกับอุปกรณ์พวกนั้นล่ะเขาพูดถึงรถแข่ง คันที่หญิงสาวมักใช้ลงสนามบ่อยครั้ง อุปกรณ์ทั้งหลายแหล่ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า หมวกกันน็อก ถุงมือ รองเท้าและอีกหลายๆ อย่างที่มันเคยเป็นของหญิงสาว

สุดปลายฟ้าอมยิ้ม... ฟ้าก็มอบให้คนที่จะมารับช่วงต่อจากฟ้าไงค่ะนึกถึงหญิงสาวอีกคนที่เข้ามาในทีมหลังจากตัวเองไม่นาน ฝีมือของอานิษาก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าหล่อนด้วยซ้ำ เผลอๆ ถ้าอนิษาจริงจังกับกีฬาประเภทนี้ บางทีฝีมืออาจจะนำลิ่วเธอไปก็ได้ สุดปลายฟ้าลอบมองอากัปกิริยาของอีกฝ่าย เมื่อพูดถึงประโยคนี้ หล่อนรู้ว่าอานิษาแอบชอบศรศิลป์มานานแล้ว หล่อนเป็นผู้หญิงด้วยกันหย่อมดูออก มีก็แต่ชายหนุ่มคนเดียวกระมังที่ไม่เคยรับรู้ว่ารุ่นน้องสาวมีใจให้ อย่างว่าละนะ ของอยู่ใกล้เรามักจะไม่เห็นความสำคัญ

อานิษานะเหรอเขาถาม พลางนึกถึงผู้หญิงอีกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตของเขา บางครั้งเขาก็สับสนกับความรู้สึก ตั้งแต่เมื่อไหร่... ที่เขารู้สึกว่าผู้หญิงสองคนนี้เข้ามามีอิทธิพลกับเขา แต่ก็นั้นแหละ เขาเพียงแค่สับสนเมื่ออะไรหลายอย่างในผู้หญิงสองคนนี้มีอะไรคล้ายๆ กัน นั่นคือ ความมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว และก็ตั้งใจในสิ่งที่อยู่ข้างหน้าเสมอ...

ใช่ค่ะ พี่กันต์ดูไม่ออกเหรอ ว่าความสามารถของนิษาไม่ได้ด้อยกว่าฟ้าเลย บางครั้งอาจจะเก่งกว่าด้วยซ้ำ ถ้าได้รับการฝึกฝนที่ดีพอสุดปลายฟ้านึกถึงการขับรถของเพื่อนสาวร่วมทีม ดูเหมือนว่าอานิษาจะไม่ชอบขี้หน้าหล่อนสักเท่าไหร่ สาเหตุหลักคงจะมาจากชายหนุ่มร่างสูงผิวเข้มตรงหน้าเป็นแน่! แต่ก็ช่างเถอะ เนื้อแท้ อานิษาก็ไม่ใช่ผู้หญิงร้ายกาจที่ถึงขนาดว่าไม่น่าคบ ถ้าตัดเรื่องนี้ออกไป... อนิษาก็ถือว่าเป็นอีกคนที่น่าจะคบหาได้เหมือนกัน

 เขาพยักหน้ารับฟัง แล้วพี่จะกลับไปคิดดู

อย่าคิดนานนักล่ะ ไม่งั้นทีมอื่นเขาอาจจะชิงตัวตัดหน้าไป แล้วจะหาว่าฟ้าไม่เตือนนะสุดปลายฟ้าพูดดักเอาไว้ ให้กลับไปเป็นข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ

ศรศิลป์เหลือบมองรุ่นน้องสาวกับน้ำเสียงที่หล่อนใช้เมื่อครู่ แล้วส่ายหัวไปมาไม่ถือความ...

สุดปลายฟ้าเหลือบมองนาฬิกาตรงข้อมือเรียวเล็ก แล้วก็ต้องตกใจ เมื่อมันเกือบจะห้าโมงเย็น ป่านนี้นมแม้นคงจะตามหาตัวหล่อนให้ขวั่ก และก็คงจะกระวนกระวายเข้าไปใหญ่ เมื่อพบว่ามอเตอร์ไซค์คันใหญ่ยักษ์คันโปรดของหญิงสาวอันตธานหายไป

ตายจริง! ฟ้าคงต้องขอตัวกลับก่อนแล้วนะคะพี่กันต์สุดปลายฟ้าอุทานอย่างคนตกใจ และก็ยิ่งผิดสังเกตเมื่อหญิงสาวแสดงท่าทีเหมือนกับเด็กหนีเที่ยวแล้วมีใครบางคนกำลังจับได้

มีอะไรหรือเปล่าเสียงทุ้มเอ่ยถามอีกครั้ง เมื่ออีกคนแสดงท่าทีร้อนรน

นักแข่งสาวทำเสียงจุ๊ปาก กลัวโดนจับได้ว่าแอบหนีเที่ยว เอาไว้พบกันใหม่นะคะพี่กันต์ลุกขึ้นยืน หันหลังแล้วโบกมือลาไปมาตามสไตล์ของเจ้าตัว ศรศิลป์พยักหน้าพลางอมยิ้มกับท่าทีที่แสนจะคุ้นตาตั้งแต่เจอกับสุดปลายฟ้า ดวงตาคมเข้มจับจ้องร่างสูงเพรียวที่ลุกขึ้นและเดินไปยังเส้นทางห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า


               -------------------------------------------------------------------------------------


         นางเอกเก่งเว่อร์อ่ะ เอาใจช่วยว่าที่คุณหมอด้วยจ้า เม้นท์ๆๆๆๆ   พลีสสสส....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

288 ความคิดเห็น

  1. #284 มาเฟียรักสงบ (@mafia55) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2554 / 15:48
     เก่งเกินไปป่าวคร้า
    #284
    0
  2. #125 PamPam (@pampampamela) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2554 / 17:17
    นางเอกเวอร์จิงๆค่ะ
    #125
    0
  3. #74 แตงกวา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มกราคม 2554 / 15:52
    สู้ๆ น้ำฟ้า

    รอลุ้น ตอนต่อไปอ่ะ
    #74
    0
  4. วันที่ 1 มีนาคม 2553 / 22:23
    ทนายความกับแก๊งมังกรดำ  เกี่ยวกับยังไงคะเนี่ย

    ลุ้นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #5
    0