[GOT7] Maf(ai)l หักธงมาเฟีย : MarkBam

ตอนที่ 9 : ลูกหมูตัวที่เจ็ด :: รักพี่ต้องหนีตามกัน(ต์)(130%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,959
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    12 มี.ค. 59

O W E N TM.








7


 

Jackson : โอ๊ยยย ไอ้เหี้ย

Jackson : กูจะทำไงดีวะ

Yugyeom :

Jackson : ไอ้ยูค จุดแป๊ะอะไรของมึง

Jackson : อย่ามาเงียบนะเว้ย ไม่ยอมช่วยกูไอ้เพื่อนเวร

Yugyeom : มึงแหละ เลิกโวยวายได้แล้ว

Yugyeom : ถ้าให้กูเดินดุ่มๆ ไปแย่งเชลยมาให้มึง กูไม่ตายคาตีนพี่กูไปแล้วเหรอวะ

Jackson : เงียบไปเลยมึง กูจะคุยกับไอ้แบมเพื่อนรักกู!

Yugyeom : เออ เชิญมึงคุยไปเลย

Jackson : แบม มึงคิดไรออกยังวะ

ผมที่นั่งมองจอโทรศัพท์ตัวเองถึงกับขมวดคิ้วเมื่อถูกอีกฝ่ายเรียกชื่อ พูดก็พูดเถอะ ลำพังตัวเองก็จะเอาตัวไม่รอด แล้วนี่ต้องช่วยไอ้หวังสู้กับเจ้มินทวงยองแจกลับคืนมาอีกเหรอ

ผมนั่งนิ่วหน้ามองจอโทรศัพท์พักหนึ่งแล้วตัดสินใจพิมพ์ปลอบมันไปเพราะยังคิดอะไรไม่ออก

แบมพรานป่านักล่าหมู: น่ามึง ใจเย็นก่อน โวยวายไปก็ไม่มีไรดีขึ้นหรอก

ใช่ ถ้ามันดีขึ้นจริงก็คงดีตั้งแต่ที่แม่งแหกปากโวยวายลั่นบ้านกูไปแล้วแหละ

ผมได้แต่กรอกตามองจอโทรศัพท์ของตัวเองอยู่อย่างนั้น ก่อนก้มหน้าพิมพ์ข้อความตอบไปอีกครั้ง

แบมพรานป่านักล่าหมู:ใจเย็นๆ นะเว้ย ค่อยๆ คิด

Jackson : สั.ส มึงก็พูดได้ดิ ไม่โดนเอง

เอ้า ไอ้นี่

ผมได้แต่นั่งค้อนประหลับประเหลือบเมื่อเห็นข้อความนั้น ก่อนโยนโทรศํพท์ไปอีกทางด้วยท่าทีขยาดๆ

คนเขาอุตส่าห์ปลอบแท้ๆ ยังมาโวยใส่อีก ไอ้นี่นี่มันยังไง แต่ในตอนที่เอาแต่นั่งบ่นในใจ เสียงข้อความก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่เหมือนมีบางอย่างผิดปกติ เพราะครั้งนี้มันเด้งรัวๆ จนผมต้องรีบหยิบมันมาดูแล้วพบว่าเป็นยูคยอมที่ส่งข้อความพวกนั้นมา

Yugyeom : ปล่อยมันไปเหอะ

Yugyeom : ช่วงนี้สติแตก ว่าอะไรไปก็ไม่ฟังหรอก

Yugyeom : แต่มึงนี่ก็นะ ทำไมไปสัญญากับเจ้อย่างนั้นวะ

แบมพรานป่านักล่าหมู : แล้วกูจะรู้เหรอวะ ว่าเจ้เล็งยองแจไว้ตั้งแต่แรก

ก็เห็นแค่เร่งก็ยิกๆ ว่าให้เรียกแจ็คสันกลับมา นี่ก็นึกว่าอยากเจอมัน ที่ไหนได้ พุ่งเป่าเข้าหลักเล็งที่ยองแจคนน่ารัก ดูสิ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเละเป็นเต้าหู้ไปแล้วรึยัง แค่คิดถึงดวงตาก็คลอด้วยน้ำตา ใจของพี่ก็จะขาดรอนๆ เพียงแค่คิดถึงว่าน้องกำลังนั่งร้องไห้ภายใต้เงื้อมมือเจ้มิน

เป็นคนอ่อนไหวครับ ทนเห็นคนน่ารักถูกรังแกไม่ไหว มือพี่มันสั่น จะร้องไห้ตามอยู่แล้ว

Yugyeom : มึงนี่ก็ ถ้าได้อยู่กับเจ้จะเป็นยองแจหรือไอ้แจ็คก็เหมือนกันป่าววะ

แบมพรานป่านักล่าหมู: เหมือนยังไงวะ

น้องแตงของพี่ออกจะบอบบาง อย่าเอาไปเทียบกับไอ้ทึกแจ็คสันหน่อยเลย มันคนละระดับครับ

Yugyeom : เพราะสุดท้ายถ้าเจ้โมโหแม่งก็เละเหมือนกันอยู่ดี

แบมพรานป่านักล่าหมู: ...

ผมได้แต่มุ่ยปากถอนหายใจเพราะไม่รู้จะตอบยูคยอมกลับไปยังไง พร้อมกับมโนสำนึกที่เริ่มกัดกินในใจที่ขาย(เชลย)เพื่อนให้เจ้มิน

“โอ๊ย เอาไงดีวะ” ถ้าแจ็คสันรู้มันต้องตามมาเหยียบคอถึงบ้านแน่ กับเจ้มินยังรับมือไม่ไหวแล้วนี่ต้องมาวิ่งหนีตีนไอ้หวังอีกเหรอ ตายกูตาย

ผมนั่งทึ้งผมตัวเองอยู่พักใหญ่ ก่อนเท้าคางถอนหายใจกับชีวิตอันน่าอดสูของตัวเอง แต่เชื่อเถอะ ว่าบนโลกนี้ยังมีสิ่งที่น่าหดหู่กว่าการต้องแต่งงานกับเจ้มินหรือถูกแจ็คสันกระถืบ เพราะแทบจะทันทีที่เหลือบตาลงมองบนโต๊ะ เอกสารกองโตก็ปรากฏขึ้น

“เฮ้อ” ผมถอนหายใจออกมาอีกครั้งเมื่อก้มหน้าลงมองกองเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ เพราะมัวแต่ยุ่งอยู่กับเรื่องพ่อเลยไม่ได้สะสางงานของวันนี้ แล้วดูผมตอนนี้สิ สภาพในชุดนอนพร้อมทิ้งดิ่งลงบนเตียงขนาดนี้แล้วต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งอ่านเอกสารพวกนี้อีก

บาปกรรมชัดๆ

แต่ถึงจะบ่นอย่างนั้นสุดท้ายก็ได้แต่นั่งทอดถอนใจให้กับชีวิตน้อยๆ ของตัวเองแล้วก้มหน้ารับกรรมทำหน้าที่มาเฟียที่ดี สะสางงานให้เรียบร้อย และกว่าจะจัดการกับพวกมันเสร็จเวลาก็ปาเข้าไปกว่าเที่ยงคืน...

“อือ”

เสียงบิดขี้เกียจดังขึ้น พร้อมที่ผมบิดตัวไปมาก่อนลุกขึ้นเดินกลับไปที่ห้องนอน แน่ละ ก็ตอนนี้มันเที่ยงคืนแล้วนี่ ไม่ง่วงยังไงไหว อีกอย่างฟังเสียงเตือนข้อความที่ไอ้หวังส่งมามากเข้าก็ชักง่วงแล้วเหมือนกัน แต่ในตอนที่กำลังเดินผ่านห้องๆ หนึ่งที่จนถึงป่านนี้ยังมีแสงไฟส่องสว่าง เท้าที่กำลังสาวเดินก็ชะงักลงก้มหน้ามองดูแสงไปที่ลอดออกมาทางช่องใต้ประตู

แน่นอน มันคือห้องของอี้เอิน แต่ดึกดื่นป่านนี้แล้วทำไมยังไม่นอนอีก

ผมหรี่ตาลงไปทางประตูเหมือนอยากให้มันทะลุเข้าไปข้างใน คงไม่ใช่ว่ากำลังวางแผนทำอะไรหรอกนะ

“...ชิ.บหายล่ะ”

และแทบจะทันทีที่คิดได้อย่างนั้นผมก็รีบสาวเท้าพุ่งเข้าเคาะประตูเรียกคนในห้อง

ก๊อก ก๊อก

“อี้เอิน”

เงียบกริบไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ต้องใช่แน่ๆ น้องเอินต้องวางแผนทำอะไรแหง กับคนแบบนั้นมีแค่มือเปล่าๆ ก็ฆ่าผมได้สบาย ถ้ายังวางแผนคิดทำอะไร ผมคงได้ตายแบบไม่ต้องไปผุดไปเกิด

ผมรีบยกมือรัวเคาะประตูเมื่อนึกได้อย่างนั้น ทั้งปากยังเรียกคนในห้องที่เอาแต่เงียบกระทั่งประตูเปิดออก

คนเรามีแค่ชีวิตเดียวครับ จะทำอะไรต้องเอาให้คุ้ม เกิดมาได้แอ้มน้องแค่ครั้งเดียว ยังไม่คุ้มเข่าศอกที่ถูกฟาดใส่ แล้วต้องมาตายแบบนี้ อนาถครับ เสียศักดิ์ศรีมาก

“อี้เอิน เปิดประตู!

ปึก

“มีอะไร”

และหลังจากร้องเรียกอยู่ไม่นาน ไอ้คนในห้องถึงได้โผล่หน้าออกมา พร้อมส่งสายตาเนือยๆ ผ่านกรอบแว่นมาให้

ต แต่เดี๋ยวนะ แว่นเหรอ?

ผมรีบสาวเท้าถอยหลังไปก้าวหนึ่งเมื่อเห็นอย่างนั้น ก่อนเงยหน้าขึ้นมองให้ชัดๆ ว่าเป็นอี้เอินจริงรึเปล่า ถ้าไม่ติดว่าน้องยืนอยู่ตรงหน้าพี่คงยกมือขยี้ตาสะบัดหน้าแล้วมองอีกที

“มีอะไร” และเหมือนหงุดหงิดที่ผมไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักที อี้เอินถึงได้ถามออกมาอีกครั้ง ก่อนผมรีบยืดตัวกอดอกตอบทำเหมือนไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่

“ก็แค่มาดูว่าทำอะไรอยู่ทำไมถึงยังไม่นอน”

“...”

“แล้วทำอะไรอยู่ล่ะ” ถามย้ำเมื่ออี้เอินยังไม่ตอบอะไรออกมา

“อ่านหนังสืออยู่”

“อ่านหนังสือ?”

“...”

“ไม่ยักรู้ว่าอ่านออกด้วย” สาบานได้ว่าแค่พึมพำจริงๆ ไม่ได้มีเจตนาดูถูกอะไรทั้งสิ้น แต่เหมือนพึมพำดังไปนิดเพราะไอ้คนตรงหน้าขมวดคิ้วทั้งเท้าแขนเข้ากับกรอบประตูเหมือนตั้งท่ามีเรื่องกับผมเต็มที่ แต่ไม่ได้หรอก คนเป็นผัวจะกลัวเมียได้ยังไง เมื่อนึกได้อย่างนั้นพี่กันต์ก็เงยหน้าสู้ ตั้งท่าขู่ว่าถ้าทำอะไรคืนนี้น้องจบไม่สวยแน่

กระทั่งผ่านไปสักระยะ อี้เอินถึงได้ถอนหายใจออกมา ไม่รู้ว่าเพราะเหนื่อยกับการเล่มเกมจ้องตาหรือกลัวบารมีของพี่กันแน่ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยิ้มรับกับชัยชนะของตัวเองเงียบๆ แต่ก็แค่ครู่เดียวเท่านั้นแหละ...

“แล้วนี่ยังไม่นอนอีกเหรอ”

“เพิ่งทำงานเสร็จกำลังจะไปนอน ไม่ทราบว่าน้องสนใจไปนอนเป็นเมียพี่ไหมครับ” ว่ายิ้มๆ แต่อี้เอินกลับถอนหายใจออกมาอีกรอบ

“เฮ้อ จะนอนได้เหรอ”

“ทำไมจะไม่ได้ ก็เอินเป็นเมียพี่นี่ ผัวกับเมียนอนด้วยกันมันผิดตรงไหน”

“ก็ผัวกำลังจะไปแต่งงานกับคนอื่นไม่ใช่เหรอ”

“...”

“แต่เอาเถอะ เป็นแค่เมียเก็บ เรียกร้องอะไรไม่ได้หรอก”

ผมยืนใบ้กินไปพักใหญ่ เพราะไม่อยากเชื่อหูนักว่าอี้เอินจะพูดอย่างนั้นจริงๆ ที่พูดแบบนี้แปลว่าน้องกำลังหวงพี่ใช่ไหมครับ

“ไปๆ ไปนอนได้แล้ว มันดึกแล้ว” เสียงของอี้เอินดังขึ้นอีกครั้งก่อนเจ้าตัวตั้งท่าเดินกลับเข้าไปในห้องแต่ในเมื่อพี่กันต์ไม่ยอม ใครก็ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ผมรีบยื่นมือคว้าแขนอี้เอินไว้ทันทีที่นึกได้

“ใครบอกจะแต่ง ไม่ได้แต่งสักหน่อย คนมีเมียแล้วจะแต่งงานกับคนอื่นได้ยังไง”

“ก็บอกแล้วไงว่าถูกบังคับ ถึงจะไม่ยอมแต่สุดท้ายก็ต้องแต่ง” ผมได้แต่ยืนอึ้งเมื่อคำพูดน้องตอกกลับพี่ได้แสบสัน “ที่เงียบแบบนี้แปลว่าจะยอมแต่งแล้วสินะ”

“บ้า ใครจะแต่ง ไม่ได้บอกว่าจะแต่งซะหน่อย”

“แล้ว?” อี้เอินเลิกคิ้วถามทั้งพยายามดึงมือออก แต่ยังดีที่พี่มือไว ผมรีบคว้ามืออีกฝ่ายไว้แน่นไม่ยอมปล่อย กลัวว่าหากคืนนี้น้องใจน้อยคิดฟุ้งซ่านจนนอนไม่หลับ มันจะกลายเป็นบาปติดตัวพี่ไปจนถึงชาติหน้า

“แล้วอะไร ไม่แล้ว ไม่แต่ง” ใช่ ผมไม่มีวันแต่งงานกับเจ้มินหรอก “มองหน้าแบบนั้นหมายความว่ายังไง ไม่เชื่อพี่เหรอ”

“แต่ถูกบังคับนี่”

“บังคับก็ไม่เอา จริงๆ เลย นี่มันพ.. ไหนแล้วยังจะมาคลุมถุงชนกันอีก คิดว่าเป็นละครน้ำเน่ารึไง”

ผมยืนนิ่วหน้าบ่นอยู่พักใหญ่แต่ยังไม่ทันได้พูดจบ ไอ้คนที่เอาแต่ยืนอยู่ตรงหน้าถึงได้โน้มหน้าลงมาพูดอีกครั้ง

“งั้นถ้าไม่อยากแต่งก็ให้ช่วยสิ”

“ว่าไง?” ผมยืนมองอี้เอินนิ่งๆ เพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายยังไม่เลิกคิดถึงเรื่องนี้ ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ เห็นน้องตัวบางๆ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม พี่ก็ไม่คิดเลยว่าเอินเป็นคนจะหมกมุ่นขนาดนี้ แต่ในเมื่อไม่มีทางออกพี่ก็มีแต่ต้องยอมสละร่างให้น้องเชยชม

ก็ได้ แต่แค่ครั้งเดียวนะ”

แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าพูดอะไรผิด อี้เอินยืนนิ่งไม่ยอมตอบอะไรกลับมา กระทั่งผมเงยหน้าขึ้นมองถึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายยังยืนจ้องด้วยท่าทางงงๆ “อะไร ยืนนิ่งอะไรอีก เร็วสิ”

ไม่ว่าเปล่าผมยื่นมือให้อีกฝ่ายและเมื่อเห็นว่าเอินไม่ยอมขยับตัวสักทีเลยจัดการลากแขนอี้เอินเข้ามาในห้องพร้อมล็อกประตูให้เสร็จสรรพกันมารคอหอยที่จะมาขัดขวางการพลีชีพของตัวเองในครั้งนี้

ปกติพี่คร่อมตลอดแต่บอกเลยว่าครั้งนี้ยอมให้น้องคนเดียว

ผมเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เข้าไปในห้องก่อนทิ้งตัวลงนอนเท้าแขนตบเตียงดังตุบๆ

“เอ้ามาเร็วๆ รอจนเหนื่อยแล้วเนี่ย” ว่าเร่งๆ แต่เมียผู้น่ารักที่เหมือนเพิ่งตั้งสติได้ยังเอาแต่ยืนถอนหายใจอยู่ที่เดิม

“จะเอาแน่เหรอ”

“เอินถามพี่แบบนั้นทำไม” ก็ก่อนหน้านี้ถามกูยิกๆ ไม่ใช่เพราะอยากได้แบบนี้เหรอครับ และเมื่อเห็นท่าว่าไม่ดีนัก ผมถึงได้ยันตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปลากแขนอี้เอินอีกครั้ง ก่อนจัดแจงท่าทางให้อีกคนนอนคร่อมบนตัวทั้งยกแขนคล้องบนคอไม่ให้น้องที่เริ่มปอดหนีไปไหนได้ “เร็ว พร้อมแล้วเนี่ย”

แน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะทำแบบนี้”

“อื้อ”

“ไม่เสียใจทีหลังแน่นะ”

“เสียใจ?” นี่ยังต้องมีอะไรเสียใจอีกเหรอ ผมเอียงคอถามเพราะยังไม่ค่อยเข้าใจ ในเมื่อได้กันขนาดนี้พี่ก็ไม่มีอะไรต้องเสียแล้วล่ะครับ

“มันยังมีเรื่องให้เสียใจอีกเหรอ”

“...”

“น่านะ อย่าคิดอะไรเลย” ว่าจบก็จัดการรั้งคออี้เอินลงมาช้าๆ ทั้งปากยังพล่ามไม่หยุด “ไม่มีอะไรน่าเสียใจหรอก”

“จริงเหรอ”

“อื้อ จริงสิ” แม้รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องนิดๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็พยักหน้าตอบออกไปทื่อๆ “มันไม่มีอะไรน่าเสียงใจหรอก”

“...”

“เพราะหลังจากนี้พี่ไม่เสียใจแน่นอน”

จริงๆ นะ

เชื่อผมสิ

 .

.

.

.

.

“ฮือออ”

ใครบอกล่ะ มันน่าเสียใจมากต่างหาก ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่พูดอย่างนั้นเลย

ผมที่นั่งโกยผ้าห่มคลุมตัวอยู่บนเตียงนั่งร้องห่มร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร ก็ใครมันจะไปคิดล่ะ ว่าหน้าหวานๆ อย่างน้องจะใจคอโหดเหี้ยมขนาดนี้

ดูนี่สิ ทั้งตัว ทั้งแขน ทั้งคอมีรอยช้ำเป็นจ้ำเต็มไปหมด แล้วไหนจะรอยแดงที่ข้อมือเพราะเชือกที่ขึงมือผมไว้กับเตียง มีเมียแบบนี้มันแย่จริงๆ แค่ดิ้นนิดดิ้นหน่อยจับล็อกจับขึงแล้วแบบนี้ผมจะเอาอะไรไปสู้

ผมได้แต่นั่งปาดน้ำตาบนเตียงอยู่พักใหญ่ และเมื่อทำใจได้ก็หอบผ้าห่มหยิบเสื้อผ้าขึ้นสวมแล้วแอบเดินออกจากห้องตามหาตัวไอ้คนที่เสร็จแล้วชิ่งตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง

ไม่ได้หรอก ถ้าแค้นนี้ไม่ได้สะสางผมคงนอนตายตาไม่หลับ

มันช้ำครับ ช้ำมาก ช้ำทั้งภายในและภายนอก ถ้าไม่ติดตรงที่ว่าน้องเป็นเมีย ป่านนี้เอินได้ลงไปนอนกองบนพื้นแน่แล้ว

แต่ในขณะที่ผมยังเอาแต่ปาดน้ำตา วิ่งทักๆ ตามชำระแค้นกับอี้เอินอยู่นั้น สายตาก็เหลือบเห็นจินยองที่ยืนทำท่าลับๆ ล่อๆ ก่อนเดินมองซ้ายแลขวาเข้าไปในห้องรับแขก และเพราะด้วยความอยากรู้อยากเห็นผมถึงได้รีบวิ่งไปแนบหูเข้ากับประตูที่เพิ่งปิดลง

“จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”

ผมจำได้ มันเป็นเสียงของพ่อผมเองแหละ ใช่ น้ำเสียงทรงอำนาจที่สืบทอดต่อมายังผมแบบนี้ ไม่มีวันจำผิดแน่นอน แต่คำว่าจัดการที่ว่ามันคืออะไรกันแน่นะ

“ยังครับ งานนี้ผมสู้แรงมันไม่ไหวจริงๆ”

“อะไรกัน แค่ไล่มันออกจากบ้านแค่นี้ก็ยังทำไม่ได้ ใช้ไม่ได้จริงๆ”

“ขอโทษครับคุณท่าน เพราะผมไม่ดีเอง”

“เอาเถอะๆ ไม่ใช่ความผิดนายหรอก”

เสียงพูดคุยในห้องเงียบไปหลังจากนั้น ทำให้ผมที่ยังยืนแนบหน้ากับประตูนิ่วหน้าไปด้วยความขัดใจ แต่ไม่นานนักก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อพ่อพูดขึ้นอีกครั้ง

“งั้นเอาแบบนี้ก็แล้วกัน”

“...”

“ในเมื่อมันร้ายนักก็จัดการเก็บมันซะเลย!








50%





“ครับ คุณท่าน”

ผมได้แต่ยืนอึ้งเมื่อได้ยินอย่างนั้น ก่อนถอยออกมาสองสามก้าวแล้วหมุนตัวโกยแนบวิ่งตามหาอี้เอินตัวดีที่ไม่รู้ว่าป่านนี้หนีไปอยู่ไหน

ไม่ได้ครับ เมียกำลังโดนสั่งเก็บผมจะอยู่เฉยได้ไง และเมื่อคิดได้ก็รีบสาวเท้าเร่งความเร็วเดินตามหาอี้เอินต่อไป แต่ว่าเดินตามหาอยู่นานก็ไม่พบสักที ไม่รู้ว่าป่านนี้คนดีไปอยู่หนใด

“โอ๊ยย ไปอยู่ไหนของเขาวะ”

บ่นงำงึมทั้งยังเดินหาต่อไป แต่ในขณะที่เดินผ่านหลังบ้านที่เป็นสวนดอกไม้กว้างๆ ของแม่ สายตาก็พลันปะทะเข้ากับสองร่างที่ยืนแย้มยิ้มพูดคุยประหนึ่งรู้จักกันมาก่อน

“อ้าวแบม วันนี้ตื่นเช้าจังนะลูก”

ใช่ แม่ผมเองแหละ ผมพยายามฉีกยิ้มแล้วเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่ยังอยู่ในชุดนอน แม้ว่าผมเผ้าจะยังไม่เรียบร้อยเท่าไหร่ แต่นั่นก็ไม่อาจปิดบังความสวยใสที่ไม่ลดลงตามวัยของเธอได้เลย

แน่ล่ะ ก็แม่ผมน่ะเป็นถึงเสือเชียวนะ ใช่ ก็เสือที่ฟัดก็พ่อเมื่อวานน่ะแหละ และบางทีอาจเป็นเสือสมิงถึงได้ไม่แก่ขึ้นจากที่พบกันครั้งก่อนหน้าที่จะไปเที่ยวกับพ่อเมื่อครึ่งปีก่อน

“อรุณสวัสดิ์ครับ” ผมทักทายยิ้มๆ ก่อนเหลือบตาไปมองค้อนไปยังไอ้คนที่หายตัวออกมาจากห้อง แต่อี้เอินยังเอาแต่ยืนทำหน้าไม่ทุกข์ร้อนเลิกคิ้วขึ้นมองทางผม ความจริงจะว่าทำหน้าตากวนติงพี่ก็ได้อยู่หรอกแต่เพราะความน่ารักของน้องทำให้พี่ไม่ได้มองไปทางนั้นเลยสักนิด

“เฮ้อ” คนดีของพี่กันต์ น้องจะรู้ตัวไหมนะ ว่าตัวเองกำลังถูกสั่งเก็บโดยพ่อตาที่เพิ่งพบหน้ากันได้ไม่กี่วันนี่สินะ ที่เขาเรียกว่าคนน่ารักมักมีชะตาอาภัพ

“แบม มีอะไรเหรอลูกถอนหายใจออกมาทำไม”

“เอ่อ ป เปล่าครับ”

“เหรอจ๊ะ จริงสิแบม นี่ใช่อี้เอินเชลยของลูกที่พ่อเล่าให้แม่ฟังเมื่อวานรึเปล่า” แม่ว่าทั้งยังยิ้มก่อนหันไปส่งยิ้มให้ว่าที่ลูกสะใภ้ แต่เชลยเหรอ?

ผมหันไปมองอี้เอินที่ยืนอยู่ข้างตัวช้าๆ ว่ากำลังทำหน้ายังไง และเมื่อพบว่าอี้เอินยังมีสีหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆ ผมถึงได้พยักหน้ารับไปเบาๆ

“ครับ” บอกไม่ได้หรอกว่าเอินเป็นเมียผม ก็ดูสิ แค่พ่อรู้เรื่องก็สั่งฆ่าซะแล้ว แล้วถ้าแม่รู้ล่ะ อี้เอินคงได้ลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงแน่ๆ

“ครับ อี้เอินเป็นเชลยของผมเอง” ผมย้ำออกไปอีกครั้งเมื่อมั่นใจแน่แล้วว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุด แต่เหมือนผิดคาด แม่ยิ้มออกมาหลังจากที่ผมพูดจบทั้งยกมือแตะแก้มอี้เอินเบาๆ เหมือนที่ชอบทำกับผมทั้งยังชมเปราะเหมือนว่าถูกใจกับเชลยนักหนา แต่แน่ล่ะ นี่เมียที่พี่กันต์คัดสรรมาเองเลยนะ ถึงจะพยศปราบยากไปนิดแต่สุดท้ายก็ยอมสงบสยบอยู่ใต้ร่างของพี่กันต์

“งั้นเหรอจ๊ะ แต่หน้าตาน่ารักนะ ดูสะอาดสะอ้านดี”

“แม่ชอบอี้เอินเหรอครับ”

“ก็ใช่สิ ทำไมเหรอ”

แม่ตอบ และเหมือนเห็นแสงไฟที่ปลายอุโมงค์นิดๆ ผมรีบอ้าปากเตรียมบอกกับแม่ทันที แต่เชื่อเถอะ บนโลกนี้มักมีอะไรมาขัดเสมอเวลาที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี

“งั้นเอางี้ไหมครับ

“ฮืออ ไอ้แบม แบมแบ๊ม”

ยังไม่ทันที่พี่จะได้พูดจบ เสียงร้องโหยหวนชวนขนลุกก็ดังแทรกขึ้น ทำให้ทั้งผม แม่และอี้เอินเริ่มหันหน้ามองรอบตัวด้วยอาการผวานิดๆ ก่อนสบเข้ากับร่างโงนเงนของใครบางคนที่กำลังเดินมาทางนี้พร้อมกับร้องเสียงโหยหวน

“ไอ้แบม ฮืออ”

“ร หรือว่า” ผมพึมพำออกมาเมื่อได้ยินอย่างนั้น ก่อนก้าวถอยไปแอบอยู่ด้านหลังของอี้เอิน เมื่อมั่นใจแล้วแน่ๆ ว่าที่คนที่เอาแต่เดินฟูมฟายเป็นหวังแจ็คสัน

และไม่นานนักมันก็เดินมาหยุดตรงหน้าด้วยสภาพที่พูดได้ไม่เต็มปากนักว่านั่นคือคน ก็ดูสิ เสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ยตัวเดิม ผมกระเซอะกระเซิง แล้วไหนจะดวงตาแดงกร่ำนั่นอีก

โถ หวังเพื่อนรักกูก็ไม่คิดว่ามึงจะเป็นหนักขนาดนี้

“แจ็คสัน มึงมาที่นี่ทำไมแต่เช้าวะ” ผมร้องถามทั้งยังเอาแต่ยืนโผล่หน้าออกมาถามจากด้านหลังของอี้เอิน “แล้วนั่นไปทำอะไรมา กูว่ามึงกลับบ้านไปอาบน้ำแล้วก็นอนก่อนเถอะ”

“ฮือ กูนอนไม่หลับ”

“ไม่หลับก็ต้องนอน” หรืออย่างน้อยก็ช่วยมาในสภาพที่ดีกว่านี้หน่อยเถอะ ห่าน ดีที่ตอนนี้เช้าแล้ว ถ้าโผล่มาตอนกลางคืนกูไม่ตกใจตายห่.าไปแล้วเหรอ “ฮืออ แบมช่วยกูด้วย ไม่มียองแจกูนอนไม่หลับว่ะ”

“โธ่มึง ทนอีกหน่อยเถอะ สักพักเจ้เบื่อก็เอายองแจมาคืนเองแหละ”

“กว่าจะเอามาคืนกูไม่อดนอนตายไปแล้วเหรอวะ ถ้าไม่มียองแจแล้วตอนนอนกูจะกอดใคร” ผมหันหน้ากลับไปมองแม่แล้วเงยหน้าขึ้นมองอี้เอินอย่างขอความช่วยเหลือ แต่สองคนนั้นยังเอาแต่นิ่ง แต่ช่วยไม่ได้ ก็สองคนนี้ไม่รู้เรื่องที่ผมตกลงกับเจ้มินไว้นี่ อีกอย่างจะเล่าให้ฟังคงไม่ได้หรอก ดูท่าทางเป็นคนดีแบบนี้ ถ้าผมเล่าไปคงบังคับให้ผมไปสารภาพกับแจ็คสันแหง และถ้าวันนั้นมาถึงเมื่อได้ ผมคงได้ตาย และเอินคงกลายเป็นม่ายแน่ๆ

“ไอ้นี่ มึงก็นอนคนเดียวไปก่อนดิวะ”

“ไม่ แบม มึงต้องพากูไปทวงยองแจจากเจ้มิน”

“ห๊ะ!?” ผมถึงกับพูดอะไรไม่ออกเมื่อได้ยินอย่างนั้น ทวงยองแจกับเจ้เนี่ยนะ “ไอ้บ้า มึงคิดอะไรอยู่ จะฆ่าตัวตายรึไง”

“ไปเถอะแบม”

“แต่แม่” ผมหันกลับไปย่นคิ้วให้แม่ที่ยืนอยู่ด้านหลัง “นั่นมันมินยองเลยนะ”

ใช่ มินยองที่โหดๆ ชอบใช้ความรุนแรงแล้วแกล้งผมจนวิ่งร้องไห้มาหาแม่บ่อยๆ ไง

“ใช่ไง มินยองเป็นคู่หมั้นของลูก อย่างน้อยเธอก็น่าจะฟังลูกบ้าง” ผมได้แต่มองแม่อึ้งๆ เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรที่ทำให้แม่คิดอย่างนั้น ก่อนหันกลับไปมองไอ้หวังที่ยังอยู่ในสภาพตายแหล่ ไม่ตายแหล่

“ไอ้แบม ไปเป็นเพื่อนกูเถอะ”

“ถ้ามึงไม่ไป งั้นกูขอเชลยมึงไปนอนอุ่นเตียงนะ” ทั้งผมและอี้เอินหันขวับกลับไปมองไอ้หวังทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น และยังไม่ทันได้ทำอะไรมาก อี้เอินก็จัดการลากคอผมให้เดินไปอยู่ข้างหน้าพร้อมกับตอบตกลงให้เสร็จสรรพ

“ไป”

“เอินอะ” ผมหันกลับไปค้อนก่อนมองหน้าแม่และอี้เอินสลับกัน เพราะคิดว่าบางทีนี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้เห็นหน้าของสองคนนี้ ตาย ตายแน่ๆ กู

แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรไปมากกว่ายืนอ้อนวอนขอพรพระ เสียงของพ่อที่ผมเพิ่งวิ่งหนีมาก็ดังขึ้น เรียกให้พวกเราทุกคนหันกลับไปมอง

“อ้าวอยู่ที่นี่เองเหรอ”

“...”

“ว่าไง ไอ้ขี้ครอก” ว่าทั้งเดินแทรกระหว่างผมกับอี้เอินก่อนจิกสายตาไปทางลูกสะใภ้เป็นการทักทายยามเช้า

“คุณคะ” แต่แล้วการทักทายแสนสั้นก็จบลงเมื่อแม่ที่ยืนอยู่อีกทางเรียกพ่อด้วยน้ำเสียงติดไม่พอใจนิดๆ และเมื่อได้ยินอย่างนั้นพ่อถึงได้นิ่วหน้าหันกลับไปมองหน้าแม่ทันที

“คุณอะ ก็มันขวางทางผม”

“หลีก! จะไปหาเมีย” พ่อกระแทกเสียงว่า แล้วก้าวไปหยุดอยู่ข้างๆ แม่ด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมกว่าก่อนหน้านี้พอสมควร

ตายละวา ผมลืมไปได้ไงนะว่าพ่อสั่งฆ่าอี้เอิน

เมื่อนึกได้อย่างนั้นผมก็รีบเดินไปคว้ามืออี้เอินไว้แน่นแล้วจัดการลากให้อีกฝ่ายเดินไปหยุดที่ข้างแจ็คสัน

“งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอพาอี้เอินไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนนะครับ จะได้รีบออกไปช่วยยองแจด้วย”

“ไปเถอะจ้ะ”

เมื่อได้รับคำอนุญาตจากแม่ ผมก็รีบพาอี้เอินวิ่งกลับขึ้นไปบนห้องโดยมีแจ็คสันที่ยังยืนร้องห่มร้องไห้วิ่งตามมาติดๆ ไอ้นี่ก็อีกคน คิดว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวรกูรึไง ตามอยู่ได้

ผมบ่นหงิกๆ ในใจแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองอี้เอินที่สีหน้ายังไม่เปลี่ยนไปอีกครั้ง และเมื่อได้มองหน้ากันอยู่สักพักผมถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าจัดการกับปัญหาของหวังแจ็คสันกับอี้เอินได้ยังไง

 

“มึงแน่ใจแน่เหรอว่าแจ็คสัน”

“เออ กูแน่ใจจนไม่รู้ว่าจะแน่ใจยังไงแล้วว่ะ”

ยูคยอมที่ยืนทำหน้าเครียดหันกลับมามองผมและอี้เอิน แต่ก็นั่นแหละ ถ้าห้ามมันได้คงไม่มายืนอวดเมียแบบนี้หรอก

“เฮ้อ พวกมึงนี่จริงๆ เลย จะหาที่ตายกันรึไง”

“พูดมาก พาก็ไปเลยมึง” แจ็คสันที่มีท่าทีขึงขังว่า ทำให้ยูคยอมต้องยอมเดินนำพาพวกเราไปหาเจ้มินในที่สุด แต่เพียงแต่เดินมาหยุดที่หน้าห้อง เสียงร้องขอที่ดังสลับกับเสียงหัวเราะก็ดังขึ้น

“อะ ย อย่านะครับ”

“เอาน่ายองแจแค่นี้เอง”

“ไม่ ผมไม่ อะ ไม่เอาแล้วครับ พ พอแล้ว”

“ยองแจ อย่าขัดสิ จะเสร็จแล้วนะ”

“อะ ผ ผม อื้อ”

พวกเราสี่คนได้แต่ยืนอึ้งกิมกี่อยู่หน้าห้องเมื่อได้ยินเสียง เอ่อ เสียงครวญครางของยองแจผู้น่าสงสาร ตามคาดสินะ น้องแตงของพี่เสร็จเจ้มินแน่แล้ว แต่ยังไม่ทันได้ทำหรือพูดอะไร ไอ้หวังที่ยืนหายใจหึดหัดมาตั้งแต่เมื่อกี้ก็วิ่งปรี่เข้าไปผลักประตูห้องเปิดออก ทำให้พวกเราที่ได้แต่ยืนอยู่กับที่ร้องห้ามออกไปด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นสำ

“แจ็คสันอย่า!

ปึก!

กรี๊ดด ออกไปนะ”

และแทบจะทันทีที่ประตูเปิดออก เสียงกรีดร้องของมินยองก็ดังขึ้นขณะที่ยังเอาแต่ดึงเชือกที่ผูกอยู่ด้านหลังชุดบันนี่ที่สวมอยู่บนตัวยองแจที่บนหัวยังมีที่คาดผมอยู่บนหัว

“ไอ้เหี้.ย” ยูคยอมร้องออกมาพร้อมยกมือปิดหน้าวิ่งออกไปนอกห้อง

ด เดี๋ยวสิ เมื่อกี้นี้ถ้าตาผมไม่ได้ฝาดไปเอง ไอ้ยูคมันเลือดกำเดาไหลใช่ไหม

ผมได้แต่มองตามยูคยอมที่วิ่งออกไปนอกห้องด้วยความเป็นห่วง และเมื่อหันกลับไปมองทางเจ้มินกับยองแจ เท้าถึงได้ผงะถอยหลังไปทันที

โห ไอ้เหี้.ย!

ตอนนี้พี่เข้าใจแล้วครับว่าทำไมยูคยอมถึงได้เลือดกำเดาไหลออกมามาแบบนั้น ก็ดูสิ ดูตรงหน้าผมสิ มีทั้งเจ้มินกับยองแจที่สวมชุดกระต่ายน้อยบันนี่อยู่ที่หน้ากระจก แต่ในขณะที่เท้ายังสาวถอยไปอีกทางแผ่นหลังก็ชนเข้ากับบางอย่างและเมื่อเงยหน้าขึ้นมองถึงได้พบกับอี้เอินที่ยืนอยู่ด้านหลัง ก่อนอยู่ๆ อี้เอินจะยื่นผ้าเช็ดหน้ามาปิดจมูกให้

“เอาไว้เช็ดเลือดกำเดา” ผมรีบคว้าผ้าเช็ดหน้ามาอุดจมูกไว้ทันทีก่อนหันกลับไปมองทางยองแจที่ยืนตัวสั่นอยู่ที่เดิม

“คุณแจ็คสัน ช ช่วยผมด้วย ฮึก”

อื้อหืออ เอ็มชิบหาย

ผมรีบหันกลับไปมองแจ็คสันที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ เห็นยองแจถูกรังแกแบบนี้ หวังมันต้องโมโหแล้วลากตัวยองแจจากเจ้มินแน่ๆ แต่แทบจะทันทีที่หันกลับไปมองก็พบเข้ากับแจ็คสันที่เลือดกำเดาไหลออกมาเป็นทาง

ไอ้เวร!

ผมรีบยื่นผ้าเช็ดหน้าช่วยซับเลือดกำเดาให้แจ็คสันด้วยความเป็นห่วงกลัวว่ามันจะขาดเลือดตายก่อนจะได้ช่วยเชลยกลับบ้าน และเมื่อตั้งหลักได้ แจ็คสันถึงได้ยื่นมือมาผลักผมให้เดินเข้าไปทางมินยอง

“ไปไอ้แบม มึงเลยคนแรก”

“กูอีกล่ะ” ผมนิ่วหน้าถาม

“เออ มึงเป็นคู่หมั้นเจ้ เจ้ต้องฟังมึงบ้างแหละ” เอาบ้าอะไรมาคิดวะครับ ว่าเจ้จะฟังกู ผมได้แต่ย่นคิ้วนิ่วหน้าด้วยความไม่สมัครใจก่อนหันกลับไปมองทางมินยองแล้วเดินออกไปหาทันที

เอาวะ ถ้าช่วยได้อย่างน้อยก็ลดความผิดในใจได้กึ่งหนึ่ง

“เจ้ คืนยองแจให้ไอ้หวังมันเถอะ”

“ไม่คืน” ตามคาด เจ้ไม่มีทางคืนหรอก แต่ไม่ครับ พี่กันต์จะไม่ยอมแพ้ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าแล้วขอร้องออกมาอีกครั้ง

“นะเจ้ สงสารไอ้หวังมันเถอะ ดูสิ สภาพโทรมแบบนี้มันไม่ตายห่.าไปก็บุญแล้วเนี่ย”

“ฉันบอกว่า ไม่ - คืน!

ผมถึงกับสะอึกเมื่อได้ยินและเห็นสีหน้าของเจ้ชัดเจนแล้วก่อนถอยร่นออกมาอย่างยอมแพ้ ก่อนเดินมาหยุดอยู่หน้าแจ็คสันและยูคยอมที่เดินกลับเข้ามาในห้องตอนไหนไม่รู้

“กูว่างานนี้เคี้ยวยากว่ะ เจ้ไม่ยอมเลย”

“งั้นมึงเลย ยูคยอม มึงเป็นน้องเจ้ เจ้ต้องฟังมึงบ้างแหละ” แจ็คสันว่าอีกครั้ง แต่ไอ้ยูคกลับเอาแต่ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

“กูเนี่ยนะ?”

“เออ มึงแหละ ไปๆๆๆ”

ยูคยอมมุ่ยปากแล้วยอมหันกลับเดินตรงไปทางมินยอง แต่เพียงแค่อ้าปากเจ้ก็พูดดักไว้ซะก่อน

“ไม่!

ไอ้ยูคยอมวิ่งกลับมาทางพวกเราทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น ก่อนพูดขึ้นอีกครั้งด้วยสีหน้าลำบากใจ

“กูว่างานนี้เคี้ยวยากเหมือนที่ไอ้แบมว่าจริงแหละ”

“งั้นมึงแจ็คสัน ถึงคิวมึงแล้ว มึงเป็นเจ้านายของยองแจ มึงไปพูดเองเลย” ผมหันกลับไปพูดกับแจ็คสันที่ยืนอ้ำอึ้งอยู่ข้างๆ

“กูเนี่ยนะ”

“เออ มึงนั่นแหละ” ทั้งผมและยูคยอมว่าพร้อมกันพร้อมทั้งผลักไอ้หวังไปทางเจ้ แต่เพียงแต่ก้าวเท้าเจ้มินก็สาดสายตาเย็นๆ มาให้ แต่ไม่ครับ ครั้งนี้หวังไม่ยอม ยังก้าวขาสู้กระทั่งเดินไปหยุดตรงหน้าเจ้ได้ในที่สุด

“เจ้”

“ไม่คืน!

“โถเจ้ คืนยองแจให้ผมเถอะนะ”

“บอกว่าไม่คืนไง นี่แจ็คสันจะทำอะไร ปล่อยฉันนะ นี่ มาเกาะขาทำไม แจ็คสัน!” แต่แล้วอยู่ๆ เจ้มินก็ร้องออกมาทั้งสะบัดขาที่มีแจ็คสันเกาะอยู่ แต่อย่างไอ้หวังนะเหรอ บอกเลยว่ายาก มือแม่งเหนียวชิบหาย ต่อให้เจ้สะบัดให้ตายมันก็ไม่ยอมปล่อยหรอก นอกจากขาเจ้จะหลุดติดมือมันไปด้วย

“ฮือ เจ้ ผมขอร้อง”

“ไม่ ไอ้นี่ บอกว่าให้ปล่อยไง”

“เจ้ ขอยองแจให้ผมเถอะ”

และเมื่อเห็นท่าว่าไม่ดี ทั้งผมและยูคยอมถึงได้ตั้งท่าเข้าไปช่วยดึงไอ้หวังที่เริ่มสติแตกออกมา แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปไหน ใครอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังก็สาวเท้าเดินไปตรงหน้าแล้วพูดออกมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่

“คืนยองแจให้แจ็คสันไปเถอะครับ”

“...” เจ้มินเงียบไปพักหนึ่งทำให้ทั้งผมและยูคยอมที่ยืนอยู่ด้านหลังมองตามด้วยความลุ้นระทึก รีบคืนยองแจให้แจ็คสันเถอะเจ้ แล้วผมจะได้กลับไปสะสางเรื่องตัวเองกับอี้เอิน

“...” แต่รอแล้วรอเล่าเจ้มินก็ยังเงียบไม่ปริปากอะไร เอาแต่ยืนมองอี้เอินนิ่ง ก่อนอยู่ๆ จะเบะปากแล้วสะบัดหน้าไปอีกทางทั้งปากปฏิเสธว่า “ไม่!

“ฮืออ เจ้อะ” และแทบจะทันทีที่พูดจบ ไอ้หวังที่ยังกอดขามินยองก็ปล่อยโฮออกมา “คืนยองแจให้ผมเถอะนะ ผมขอร้อง”

“ฉันบอกว่าไม่ไง โอ๊ย ปล่อยขาฉันได้แล้ว” เจ้มินสะบัดขาอีกครั้งแต่อย่าหวังว่าแจ็คสันมันจะยอมปล่อย จนทำให้ทั้งผมและยูคยอมเริ่มไม่มั่นใจว่าควรเดินเข้าไปดึงมันออกมาดีไหม ก่อนมันจะถูกเจ้มินกระทืบตาย แต่ระหว่างนั้นเองที่อี้เอินที่ดูไม่สะทกสะท้านกับการปฏิเสธถอนหายใจออกมาแล้วยื่นหน้าไปบอกเจ้มินอีกครั้ง

“แล้วถ้าผมบอกว่ามีข้อเสนอล่ะ คุณยังสนใจไหม”

“...ข้อเสนอ?”

“ใช่” มินยองนิ่งไปทันทีก่อนพยักหน้ารับ

“...แต่ต้องดูก่อนนะว่ามันคุ้มรึเปล่า”

“คุ้มสิ ทำไมจะไม่คุ้มล่ะ เพราะหนึ่งคนแลกกับสาม มันคุ้มแน่นอน”

หนึ่งแลกสาม? คุ้ม?

ผมขมวดคิ้วนิ่วหน้าหันไปมองทางยูคยอมด้วยความสงสัย มันเองก็มองมาทางผมความงุนงงไม่แพ้กัน และไม่ทันได้พูดอะไร เจ้มินก็ร้องรั้นห้องพร้อมตบมือดังฉาดทำให้พวกเรามองกลับไปด้วยความตกใจอย่างห้ามไม่อยู่

“ได้! ฉันตกลง”

 

“นี่ นวดแรงๆ หน่อยสิ ใช้ไม่ได้เรื่องเลย แล้วนี่มัวนั่งนิ่งอะไรไปเอาพัดมาพัดให้ฉัน! แบมแบม ไปเอาน้ำมาให้ฉันด้วย”

ผมที่ยืนตัวลีบอยู่อีกทางสะดุ้งเฮือกก่อนค่อยๆ เดินหนีบขายังโต๊ะที่มีอาหารวางเรียงรายอยู่มุมห้องทั้งแอบเหลือบมองอี้เอินและยองแจที่ยืนนิ่งอยู่อีกฝั่งโดยไม่ลืมส่งสายตามองค้อนตอกกลับไป

ให้ตาย ก็ใครมันจะคิดว่าชีวิตต้องมาเจออะไรแบบนี้ ก็ดูสิ ดูผมตอนนี้สิ ต้องเดินหนีบขาเพราะก่อนหน้านี้ถูกเจ้มินจับยัดใส่ชุดคอสเพลย์พยาบาล

โอ๊ยย อยากตายไปให้รู้แล้วรู้รอด แล้วเมื่อยิ่งหันกลับไปทางไอ้ยูคกับแจ็คสันที่มีสภาพไม่ต่างกันยิ่งทำให้รู้สึกอุบาท เอ่อ อนาถสายตา

ผมที่เพิ่งเดินมาถึงโต๊ะอาหารกัดฟันรินน้ำใส่แก้วแล้วค่อยๆ เดินประคองถาดเดินหนีบขากลับไปทางเจ้มินที่นอนเป็นนางพญาอยู่บนโซฟาหลุยส์ตัวใหญ่

ผมค่อยๆ ประคองถาดที่บนน้ำมีกาน้ำและแก้วใบเล็กอยู่ๆ พร้อมยกมือกดฝากาเมื่อรู้สึกว่ามันสั่นนิดๆ แต่ในขณะที่กำลังให้ความสนใจกับมันอยู่นั้นเท้าข้างหนึ่งก็สะดุดเข้ากับบางอย่าง เซไปอีกทางก่อนหน้าคว่ำเข้ากับโซฟานุ่มๆ ที่มินยองนอนอยู่ แต่เชื่อเถอะ ว่าชีวิตผมมันซวยได้กว่านั้น

ก็จะไม่ใช่ซวยได้ยังไงล่ะ ก็ไอ้กากับแก้วบนถาดมันดันร่วงไปกระแทกเข้ากับหน้าเจ้อย่างจัง

ชิบหาย เกิดมาไม่เคยรู้สึกอยากกัดลิ้นตายขนาดนี้เลย

“จ เจ้ เจ้ ผมขอโทษ” ผมว่าทั้งรีบยกมือช่วยเช็ดคราบน้ำบนตัวมินยอง แต่กลับถูกเธอปัดมือออก และไม่ต้องบอกคงรู้ใช่ไหมว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น

“เอามือออกไปนะ เกะกะจริงๆ”

“ขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจนะ” ผมว่าทั้งยกมือขอโทษ แต่ก็อย่างที่รู้ๆ แหละว่าคนอย่างมินยองเคยยกโทษให้ใครง่ายๆ ที่ไหน

“คิดว่ากำลังทำอะไรอยู่ เล่นขายของรึไงทำไมไม่รู้จักระวัง”

“เจ้อ่า”

“อะไร! แล้วเนี่ยจะชดใช้ยังไง แก้วชาชุดนี้ในโลกมันมีแค่ห้าชุดนะ แล้วที่มันลอยมาโขกหัวฉันอีกล่ะ”

“ฮืออ” กูจะร้องไห้แล้วจริงๆ

ผมเบ๋หน้ามองทางยูคยอมและแจ็คสันที่ยืนตัวซีดตัวสั่นอยู่อีกทางก่อนหันกลับไปมองอี้เอินและยองแจที่อีกมุมของห้อง “ไม่ต้องไปมองหาคนอื่น มองหน้าฉันนี้”

“แต่ผมไม่ได้ตั้งใจนะ”

“ไม่ต้องมาแก้ตัว”

“เจ้...”

“อะไร!?”

ผมได้แต่ยืนปิดปากเงียบเมื่อเจ้ตะคอกกลับ ก่อนมินยองเอนตัวลงนอนบนโซฟาอีกครั้งทั้งเท้าแขนแล้วพูดออกมา ด้วยหน้าตาไม่น่าไว้ใจ

“ถ้าอยากให้ฉันหายโกรธจริงๆ ก็ไปเต้นสิ เต้นเพลงอะไรก็ได้จนกว่าฉันจะพอใจ”

 

“อื้อ อี้เอินปวดขาอ้า”

“...”

“นี่ ปวดขาจริงๆ นะ พูดอะไรหน่อยสิ”

ผมยื่นหน้าพูดออกไปอีกครั้งเมื่ออี้เอินที่เดินแบกผมไว้บนหลังยังเงียบ คุณอ่านไม่ผิดหรอก อี้เอินแบกผมไว้บนหลังกำลังพากลับห้องนั่นแหละ ก็เจ้มินเล่นใช้งานให้ผมเต้นแล้งเต้นกาทั้งวันแล้วใครมันจะทนไหวกันล่ะ นี่ดีแค่ไหนแล้วที่ยังเหลือสภาพเป็นคนอยู่ ส่วนไอ้หวังน่ะเหรอ หลังจากได้ยองแจคืนก็วิ่งหน้าระรื่นกลับบ้านต่างจากไอ้ยูคที่ทำหน้าเศร้า

ป่านนี้แม่งนอนร้องไห้ไปแล้วมั้ง

“นี่อี้เอิน”

“แล้วจะให้พูดอะไรล่ะ” ในที่สุดก็ยอมพูดสักที ผมที่ยังเอาแต่เกยคางอยู่บนไหล่อี้เอินมุ่ยปากอยู่พักหนึ่งถึงได้กระเซ้าไปอีกครั้ง

“วันนี้เอินให้พี่ใส่ชุดคอสเพลย์เอาใจเจ้มิน งั้นวันหลังเอินก็ใส่ให้พี่ดูมั้งสิ” แทบจะทันทีที่พูดจบอี้เอินก็นิ่งไป ไม่แม้แต่จะเดินต่อทำให้ผมรู้สึกถึงบางอย่างแปลกๆ “ล้อเล่นน่า แค่นี้ทำเครียด”

อี้เอินเดินต่ออีกครั้งหลังจากที่ผมพูดจบ ก่อนผมรีบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก จนถึงตอนนี้พี่ก็เริ่มไม่มั่นใจขึ้นมาอีกครั้งว่าผมกำลังอยู่กับคนหรือระเบิดเวลา จะทำตัวน่ากลัวไปไหน

แต่เอาเถอะ จะคนหรือระเบิดน้องก็น่ารักอยู่ดี ผมหัวเราะคิกคักอยู่อย่างนั้นก่อนเงียบไปเมื่อนึกเรื่องบางอย่างที่ทำเอาหัวเราะไม่ออกออกมาได้

ใช่ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านั่นแหละ

ในตอนแรกผมแอบคิดแผนไว้เหมือนกันว่าจะให้อี้เอินย้ายไปอยู่ที่อื่นก่อน แล้วผมจะค่อยๆ กล่อมแม่ให้คุยกับพ่อเรื่องของอี้เอิน แต่อีกฝ่ายจะยอมให้ความร่วมมือไหมนะ

ปึก

เสียงปิดประตูห้องของผมดังขึ้น อี้เอินเดินมาวางบนโซฟาก่อนเดินกลับไปปิดประตูห้องไว้แล้วเดินกลับมาอีกครั้ง “เจ็บเท้ามากไหม”

“ก็นิดหน่อย” ผมตอบปัดๆ เพราะตอนนี้มันมีเรื่องน่าสนใจมากกว่าเท้าผมซะอีก ผมลุกขึ้นยืนอีกครั้งแล้วพุ่งตัวเข้าไปคว้ามืออี้เอินมาจับไว้แน่นทั้งปากยังพ่นคำพูดออกไปไม่หยุดด้วยความร้อนใจ

“เอิน นี่จริงจังนะ พี่มีเรื่องอยากจะเตือนเอินไว้ก่อน” อี้เอินขมวดคิ้วเมื่อผมพูดจบแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไรกลับมา ซึ่งก็ดีแล้วล่ะ “พี่จะให้เอินย้ายไปอยู่ที่อื่นสักพัก เอินคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม”

“ทำไม”

“ก็เรื่องของพ่อน่ะ เอินก็เห็นนี่ว่าพ่อพี่ไม่ชอบเอิน” ผมอธิบายทั้งเดินออกไปอีกทางอย่างกลุ้มใจเพราะยิ่งพูดถึงเรื่องนี้ความเครียดก็พุ่งปรี๊ดขึ้นทุกที “ความจริงแล้วพี่ก็อยากหนีตามเอินไปเหมือนกันนะแต่เพราะมีงานต้องทำเลยไปไหนไม่ได้ ฉะนั้นเอินไปอยู่ที่อื่นก่อนนะไว้รอให้พี่สะสางทุกอย่างเสร็จแล้วจะตามไป”

ว่าจบก็หันกลับไปมองคนที่ยังเอาแต่ยืนนิ่ง ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองรึเปล่าว่าอี้เอินดูเครียดขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงบ่าย บางทีอาจเพราะหึงที่ผมไปใกล้ชิดกับเจ้มินก็ได้แต่ช่างเรื่องนั้นเถอะ

“นะเอิน เชื่อพี่เถอะ”

“ถ้าพ่อนายไม่ชอบฉันแล้วยังไงต่อ ทำไมต้องหนีด้วย”

“ก ก็...” ผมได้แต่อึกอักเมื่อได้ยินคำถามนั้น ก่อนหมุนตัวหันหลังเพราะไม่อยากให้เอินได้เห็นหน้าไม่สบายใจของตัวเอง

ตายละวา ลืมคิดหาข้ออ้าง ผมเอาแต่ยืนขมวดคิ้วอยู่อย่างนั้นกระทั่งคิดหาเหตุผลได้ถึงยิ้มออกมานิดๆ

“พี่ก็กลัวว่าเอินจะไม่สะดวกใจไง” ใช่! เหตุผลนี้แหละ ผมรีบหมุนตัวกลับไปพูดกับอี้เอินอีกครั้ง ด้วยความดีใจทว่าทันทีที่หันกลับไปผมก็

“อ็อก!

ทั้งร่างทรุดฮวบพร้อมสายตาที่พร่าเลือน ผมพยายามหันมองรอบๆ พร้อมใช้มือยังตัวขึ้นแต่ทุกอย่างใช่ว่าจะง่ายเพราะยิ่งทำความเจ็บปวดก็เข้าเล่นงานที่ท้ายทอย และก่อนทุกอย่างจะมืดไปหางตาผมก็เหลือบเห็นปลายเท้าของใครบางคนที่เดินมาหยุดที่ข้างตัว

“อ อี้เอิน...”

และทุกอย่างก็มืดไป

 

“เฮ้อ”

ท่ามกลางห้องนอนเงียบสนิทแว่วเสียงถอนหายใจของชายหนุ่มก่อนเจ้าตัวย่อตัวลงช้อนอุ้มเอาร่างของคนที่นอนหมดสติอยู่กับพื้นขึ้นมาไว้ในอ้อมอก

มันเป็นฝีมือของเขาเองแหละ

“ไหนๆ ก็จะให้ไปอยู่ที่อื่นอยู่แล้วงั้นก็ไปด้วยกันเป็นไง” เพราะเขาเองก็ไม่ได้อยากอยู่ที่นี่นานนักหรอก

ว่าจบเจ้าตัวก็สาวเท้าออกไปจากห้องก่อนตะโกนร้องคล้ายตั้งใจปลุกคนทั้งคฤหาสน์

“ช่วยด้วย นายเหนือไม่สบาย จินยอง มาช่วยฉันที”

และแทบจะทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น ทั้งคนใช้หรือบรรดาผู้ช่วยในคฤหาสน์ก็ต่างกรูเข้ามาด้วยสีหน้าแตกตื่นพร้อมทั้งปาร์คจินยองที่วิ่งเข้ามาทางพวกเขาด้วยท่าทางตื่นๆ

“นายเหนือเป็นอะไร”

“ไม่รู้เหมือนกัน นายไปเอารถออกเถอะ ฉันจะพานายเหนือไปส่งโรงพยาบาล” เจ้าตัวว่าด้วยสีหน้าร้อนใจ ก่อนจินยองวิ่งนำออกไปเอารถออกมาตามที่อีกฝ่ายว่าจริงๆ

“อืม รอเดี๋ยวนะ”

และในคืนนั้นเองที่นายเหนือผู้ยิ่งใหญ่ ถูกเชลยลักพาตัวออกไปจากคฤหาสน์...

 

OS :ว่าด้วยเรื่องของจินยองทาสแมว

“เมี้ยวๆๆ”

“...”

“เมี้ยวๆ ไอ้หนูออกมากินข้าวเร็ว”

เมี้ยวว

เสียงร้องตอบกลับมาทันทีที่ว่าจบก่อนไอ้หนูที่ว่าเดินนวยนาดออกมาจากพุ่มไม้หลังคฤหาสน์หลังใหญ่ เมื่อจินยองวางถาดอาหารในมือลง เจ้าแมวสีขาวก็ขยับเข้ามาคลอเคลีย

“แกนี่จริงๆ เลยนะ” ว่าทั้งลูบหัวเบาๆ แล้วถอนหายใจออกมาเมื่อคิดว่ามันอาจมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน

แน่ล่ะ ก็คุณท่านสั่งให้ฆ่ามันซึ่งเขาทำแบบนั้นได้ที่ไหน เพราะแม้จะมีความผิดยังไงสุดท้ายมันก็เป็นแมวนี่

ชายหนุ่มก้มหน้าลงมองเจ้าเหมียวที่เอาแต่ถูตัวกับขาเขาอยู่อย่างนั้นพร้อมพึมพำออกมาเหมือนกับว่ามันฟังที่เรื่องเขาพูดรู้เรื่อง “แกนี่นะ ไปแอบกินอาหารใครไม่กินดันไปกินของคุณท่าน”

ซ้ำยังขโมยกินตั้งสามครั้ง ถ้าไม่ใช่เขาคอยโกหก มันคงไม่มีชีวิตรอดจนถึงวันนี้หรอก

ปาร์คจินยองนิ่วหน้าอีกครั้งทั้งในหัวยังขบคิดหาทางออก แต่จนแล้วจนรอดก็คิดอะไรไม่ออกนอกจาก...

“ดูท่าฉันคงต้องพาแกไปอยู่ด้วยจริงๆ แล้วล่ะ”

 






..........................
เอ่อ ขุ่นพ่อสั่งเก็บใคร ไม่ใช่น้องเอินใช่ไหม ไหนตอบ
ตอนนี้เลือกไม่ถูกเลยค่ะว่าจะสงสารใครดี
ยองแจ แจ็คสัน อี้เอินหรือนายเหนือ...
แต่บอกเลยว่าเรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ เพราะดูจากชื่อตอน
เอินมีติดเกาะแบบโศรยาแน่นอน ฮ่าๆๆๆ
ขอบคุณทุกคนที่ตามอ่านนะคะ
ขอบคุณมากค่าา
...........................
ตอนนี้ถ้าคำผิดบานต้องขออภัยด้วยนะคะ -/\-
มันค่อนข้างยาวค่ะ เลยกลัวว่ารีไม่ทั่วถึง
แล้วก็ตอนนี้ เริ่มเดินมาจบพาร์ทแรกแล้วนะคะ หลังจากนี้เราจะไปผจญภัยบนเกาะ
นายหัวหฤทธิ์กับโศรยามาแน่นอน ฮ่าๆๆๆๆ
เตรียมเก็บมุก ติดฝนในกระท่อมได้เลยค่ะ
แต่หลังจากนี้ไม่มั่นใจนะคะว่าใครเป็นนายหัวใครเป็นจำเลย...
ตอนนี้เราเปิดฟิคเรื่องใหม่ค่ะ
สามารถลองเข้าไปอ่านดูได้นะคะ
แล้วก็ขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามฟิคเรื่องนี้มากนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ

ติดแท็ก #ฟิคหักธง 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

959 ความคิดเห็น

  1. #870 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 19:49
    คุณท่านชั่งเป็นคนที่โหดมากเลยนะสั่งเก็บ "แมว"

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 ตุลาคม 2559 / 20:22
    #870
    0
  2. #863 E0909145803 (@E0909145803) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 02:06
    แบมน่าจะเป็นคนอยู่ล่างตลอดนะ
    #863
    0
  3. #851 NewLoly PanTanyakit (@ninewloly) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 21:43
    แบมนี้ยังคิดว่าตัวเองเป็นสามีผู้กล้าแกร่ง555
    #851
    0
  4. #764 Lorelei (@yoyumito) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 20:05
    จร้าพ่อสั่งเก็บแมวเมียก็พาผัวหนี555
    #764
    0
  5. #731 ๐Cullen๐ (@pcy614) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 23:49
    อ้าวพาผัวหนีหรอเอิน55555555555555555555
    เข้าใจผิดไปหมดอะ
    #731
    0
  6. #641 H E I D I M E (@zodalikethis) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 22:08
    น้องเอินเป็นเมียที่ดีมากอ่ะ รู้สึกว่าจะไม่ธรรมดาด้วยสิ
    #641
    0
  7. #616 Aely (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 19:16
    ที่แท้ก็สั่งเก็บแมวนี่เอง แบมแบมก็คิดเป็นตุเป็นตะไปได้



    มาร์คพาแบมไปแบบนี้ คนในบ้านคงหากันให้ควัก
    #616
    0
  8. #538 Bammiiee (@Icewarangg) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 01:58
    5555555ฮาอีกละ เก็บแมวค่ะ ถถถถถถถถถ ขอให้หนีตามกันไปให้สนุกค่ะ55
    #538
    0
  9. #483 Fleur Rose (@spash) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 17:51
    เก็บแมว บอกฉันทีซาร่าว่าพี่กันต์เขาคิดว่าคุณพ่อจะเก็บเมียนาง 5555555
    แล้วนี่อยู่ในยุคที่เมียจับผัวขึงบนเตียงหรอ? คุณเมียจะพาคุณผัวไปไหน  พี่กันต์จะกลายเป็นเชลยเเทน 5555
    นี่แอบรำเจ๊มินยองละ ทำไมมีแต่คนกลัวนาง กลับเมกาไปแล้วอย่ากลับมานะ ไปแล้วไปลับ
    #483
    0
  10. #482 Fleur Rose (@spash) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 17:51
    เก็บแมว บอกฉันทีซาร่าว่าพี่กันต์เขาคิดว่าคุณพ่อจะเก็บเมียนาง 5555555
    แล้วนี่อยู่ในยุคที่เมียจับผัวขึงบนเตียงหรอ? คุณเมียจะพาคุณผัวไปไหน  พี่กันต์จะกลายเป็นเชลยเเทน 5555
    นี่แอบรำเจ๊มินยองละ ทำไมมีแต่คนกลัวนาง กลับเมกาไปแล้วอย่ากลับมานะ ไปแล้วไปลับ
    #482
    0
  11. #371 ckmmint (@ckmint) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 22:17
    แมว!!!!! แล้วพี่กันต์ไปแล้วววว ใครจะรับผิดชอบ ไว้อาลัยให้คนแมน 3 วิ
    #371
    0
  12. #340 opel_zuza (@marang-zangkoong) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 17:36
    อี้เอินนางมีลับลมคมนัยอะไรไหนตอบซิ!

    สงสารนายเหนืออ่ะ คิดนั่นนี่ ที่แท้แมว 55555555555555
    #340
    0
  13. #339 kungking (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 01:12
    ขุ่นพ่อสั่งเก็บแมวโถๆนายเหนือนึกว่าจะสั่งเก็บเมีย555
    #339
    0
  14. #338 MBisme (@MBisme) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 13:30
    คดีพลิกแล้วแกกกกกกก เชลยจะลักพาตัวพี่กันต์ไปไหนอะ เรื่องนี้จินยองรู้ด้วยปะ คือพวกเดียวกะเอิน ปะ พี่กันต์จะปลอดภัยใช่ใหม?  เอินพาพี่กันต์ไปทำไมอะ  
    #338
    0
  15. #337 Girlly1234 (@poppy5678) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 10:52
    นายหัวโดนลักพาตัวซะแล้ววว5555
    #337
    0
  16. #336 A. Angkhana Wongsa (@sunghyo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 09:36
    จะสงสารหรือขำก่อนดี นายหัวของข้าาาาา ถูกพาตัวไปซะแล้วววว
    #336
    0
  17. #335 boboomo_ (@moz_sone552) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 06:43
    โถ่ถังชีวิตยายหัวทำไมเป็นแบบนี้ อยู่บ้านตัวเองก็ตกเป็นของเชลยไปติดเกาะก็ดูท่าจะกลายเป็นโสรยาแบบเต็มตัว5555
    #335
    0
  18. #334 Javis (@evefiww) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 02:24
    เชลยลักพาตัวไปแล้ววววว
    #334
    0
  19. #333 Sushi_Tuan1a (@sushi2002) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 01:17
    เชลยพาหนี 55555
    #333
    0
  20. #332 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 01:11
    โอ้ยยยย ว่าแล้วว่าแบมต้องคิดไปเอง เชลยก็ฉลาดเนอะ 55555 คือแลกสามคน แต่ไม่ได้นับตัวเองไปแต่งด้วยอะ คือแบบนี้ก็ได้หรอ 55555
    แต่โดนลักพาตัวไปแล้วววว โอ้ยยยย 5555555 ทำไมเป็นคนแบบนี้ ไม่เคยคิดหรือนับว่าตัวเองเป็นเชลยเลย เอาแต่ใจและตามมาพร้อมอำนาจแถมยังเข้ากับแม่แบมได้ดีอีก อย่างว่าคนสไตล์ คล้ายกัน พ่อแบมกับแบมเป็นคนต๊อง ๆ 5555
    #332
    0
  21. #331 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 01:08
    พี่กันต์นี่มันพี่กันต์จริงๆ 555 โดนเชลยลักพาตัวซะแล้ว ส่วนน้องเอินก็รักพี่กันต์ใช่มั้ยล่ะ อิอิ
    #331
    0
  22. #330 namemy_jung (@namemejung) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 00:42
    เฮ้ยย สรุปคือพ่อสั่งฆ่าแมว แล้วพี่กันต์ก็เข้าใจผิด โดนเอินลักพาตัวไปอีก 5555
    #330
    0
  23. #329 Earn-Janriel (@maruchokota) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 00:20
    ที่ว่าจัดการคือแมวไม่ใช่มาร์ค อ๋อยยย แบมฮ่าๆๆๆ
    #329
    0
  24. #328 The little primadonna (@fernhongstar) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 21:33
    ถถถถถเมื่อไรพี่กันจะรู้ตัวอ่ะว่าพี่แกไม่ใช่ผัว  เมียที่ไหนจะโหดทุบผัวได้ขนาดนี้
    #328
    0
  25. #327 Tooktik_J (@241037) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 21:29
    ไรท์รวมเล่มเถอะ เราชอบมากกก สุดๆเลยอะ!
    #327
    0