[GOT7] Maf(ai)l หักธงมาเฟีย : MarkBam

ตอนที่ 8 : ลูกหมูตัวที่เจ็ด :: พ่อตาตัวร้าย VS ลูกสะใภ้(?) ปากหนัก(100%) (ตรวจ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,257
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    17 ส.ค. 59

O W E N TM.






7

พ่อตาตัวร้ายกับลูกสะใภ้(?) ปากหนัก

 

Gunpimuk’s Part :

“มีเมียแล้วยังจะไปแต่งงานกับคนอื่นอีกเหรอ เจ้าชู้จังนะ”

ผมได้แต่ยืนอึ้งอยู่กับประโยคนั้น เพราะไม่อยากเชื่อนักว่าคนอย่างอี้เอินจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา หึงเหรอ นี่เอินกำลังหึงพี่ใช่ไหมครับถึงได้พูดอะไรชวนเลี่ยนแบบนี้ออกมา โอ้ ตั้งแต่รู้จักกันมามันเป็นครั้งแรกที่น้องทำให้รู้สึกว่าความแมนที่พี่พกมาในชาตินี้ไม่เสียเปล่า

“ว่าไง จะนอกใจฉันจริงเหรอ” ไม่ว่าเปล่าอี้เอินยกมือขึ้นเขี่ยๆ ที่ปากผมหลังพูดจบ ก่อนผมหันหน้าออกไปอีกทางเพราะไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามกับปากของตัวเองนัก

“อื้อ บอกแล้วไงไม่ให้จิ้ม”

“แล้วคิดจะนอกใจ ไปแต่งงานกับคนอื่นจริงเหรอ หืม?”

“ต แต่งอะไร ไม่แต่ง บ้า เอาอะไรมาพูด” ว่าจบก็นิ่งไปสักพักก่อนยกยิ้มกริ่มทั้งยกมือขึ้นลูบอกแน่นๆ ของอี้เอิน เมื่อนึกบางอย่างขึ้นได้ “มีเมียน่ารักแบบนี้พี่นอกใจไม่ลงหรอกครับ”

พูดไปแล้วน้ำตาจะไหล ไม่เคยคิดเลยสักนิดว่าชาตินี้จะได้มีโมเม้นเต๊าะเมียกับเขาด้วย อี้เอินของพี่ ทำตัวน่ารักแบบนี้พี่ไปไหนไม่รอดหรอกครับ

แต่หลังจากยืนปริ่มได้ไม่นานนักเสียงหวีดร้องน่ากลัวก็ดังไล่มาจากอีกทาง ไม่ต้องบอกก็พอรู้ใช่ไหมว่าใคร ใช่ เจ้มิน เจ้ากรรมนายเวรผมเองแหละ

“ไอ้ชิบหาย!

หลุดปากร้องหลังยื่นหน้าออกไปมองแล้วพบกับมินยองที่ยืนทำหน้าหงิกอยู่อีกทาง และแทบจะทันทีที่นึกได้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ยังไม่ปลอดภัยถึงได้ดึงแขนอี้เอินจัดการลากอีกฝ่ายเดินตามไปอีกทาง กระทั่งถึงตัวรถเก๋งเก่าๆ คันหนึ่งถึงได้เปิดประตูดันร่างอี้เอินเข้าไปด้านใน ก่อนรีบสาวเท้าวิ่งอ้อมไปอีกทางจัดการยัดตัวเองเข้ามาแล้วสตาร์ทรถเหยียบเกียร์ผีขับออกไปอย่างรวดเร็ว

ยังถือว่าพ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกช้าง ครั้งนี้รอดครับ รอดตายแบบหวุดหวิด เฉียดฉิวในชนิดที่ขนแขนลุกซู่ ถึงจะไม่มั่นใจว่าอะไรดลใจให้เจ๊แกมาหาผมแต่เช้านักแต่บอกเลยว่าไม่ดีกับผมแน่นอน

อย่าหาว่าผมคิดมากไปเองเลย เพราะทั้งคำพูด หน้าตาและท่าทางมันก็บอกอยู่แล้วว่ากำลังคาดโทษผมแหง

อะไรนะ ดูไม่ออก เจ้มินยองออกจะสุภาพน่ารักสมวัย?

จริงๆ เล๊ย งั้นผมจะสละเวลาอันมีค่าของตัวเองกรอภาพย้อนกลับไปเมื่อห้านาทีก่อนแล้วจะค่อยๆ อธิบายก็แล้วกัน

ยังจำได้ใช่ไหมว่าในตอนที่ผม เอ่อ กำลังกินข้าวอยู่กับอี้เอิน เจ๊แกก็พรวดพราดเข้ามาแล้วโวยวายไม่พอใจที่เห็นผมกับอี้เอินที่อยู่ด้วยกัน แล้วเดินทักๆ เข้ามาทำหน้าเหมือนว่าอยากลากผมไปฆ่าในป่า ก่อนอยู่ๆ เจ๊ก็โวยวายหลุดปากออกมาทำนองคาดคั้นถามผมว่าจะนอกใจเจ๊ไปฟินกับเอินใช่ไหม

โอเคคุณอาจได้ยินแบบนั้น แต่มันใช่ซะที่ไหน

ที่รักขาตอบมินมาสิคะ ที่รักรักมันใช่ไหม ที่รักขาคิดจะทิ้งมินไปหามันใช่รึเปล่า

[แกจะไม่พาตัวแจ็คสันมาให้ฉันจริงๆ ใช่ไหม!]

เจ๊มินกำลังชี้หน้าขู่ผมปาวๆ แล้วสะบัดหน้าเบะปากไปอีกทางด้วยท่าทางหงุดหงิดเหมือนว่าถ้าคุมสติไม่ได้อีกนิดผมได้กลายเป็นศพแน่ๆก่อนหันขวับกลับมาพูดทำนองข่มขู่ว่า

ถ้าที่รักยังเอาแต่เงียบแบบนี้ มินจะโทรไปบอกคุณพ่อของที่รักขาให้มาจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย

[ถ้าวันนี้ฉันไม่ได้ตัวแจ็คสัน ฉันจะโทรไปฟ้องพ่อแก]

ใช่ เจ๊ต้องคิดแบบนั้นแหละ คิดแบบนั้นแน่ๆ พี่กันต์ฉลาดครับ ดูคนออก แต่สุดท้ายถึงจะพายามบอกให้ใจเย็นยังไงก็ไม่ได้ผลเพราะมินยองยังเอาแต่ขู่จะฟ้องพ่อรัวๆ

แต่เหมือนสวรรค์ยังมีตา แน่ล่ะ คนฉลาดมีความสามารถแบบนี้พระเจ้าคงไม่ปล่อยให้ตายง่ายๆ อี้เอินเมียรักของพี่ถึงได้...

พลัวะ

“โอ๊ย”

แต่ในตอนกำลังเท้าความย้อนหลังอยู่นั้น ฝ่ามือหนักๆ ก็ฟาดเข้าที่แก้ม

“ทำอะไร!” หันไปคะตอกก่อนรีบสะบัดหน้ามองถนนเพราะเพิ่งนึกออกว่ากำลังขับรถอยู่ ได้เลื่อนขั้นเป็นเมียวันแรกก็ตบกูซะหน้าสั่น ถ้านานไปไม่ตายคาตีนเลยเหรอวะ

บ่นในใจทั้งกัดฟัน แต่พอคิดดูดีๆ แล้วชีวิตก็เหมือนมีกรรม ไม่รู้ว่าชาติก่อนไปทำอะไร ทำไมคนรอบข้างถึงได้ชอบใช้กำลังนักไม่รู้จักทะนุถนอมของดีๆ แบบนี้ ถ้าวันหนึ่งโดนตบโดนทุบจนยุ่ยติดมือจะมาตีอกชกกำแพงสำนึกผิดมันจะไม่ทันเอานะ บอกไว้เลย

“ตบทำไม เรียกดีๆ ไม่เป็นรึไง” หันกลับไปถามอีกรอบหลังตั้งสติได้ แต่แน่ล่ะ ก็อี้เอินนี่ เคยนั่งหนีบขา ทำตาปริบๆ ส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจแล้วตอบคำถามเสียงอ่อนเสียงหวานกับชาวบ้านเขาที่ไหน

“เรียกตั้งนานทำไมไม่ตอบ”ว่าพลางขึงตาไม่พอใจ ทำประหนึ่งพี่กันต์เป็นนายทาสในเรือนเบี้ย

“ก็ขับรถอยู่”

“ใช้หูขับด้วยรึไง”

เอ้า กูผิดอีก

ผมแอบหันหน้ามุ้ยปากบ่นงุบงิบในใจแล้วรีบหันกลับไปมองถนนต่อ โดยไม่ลืมว่าต้องตอบคำถามของคุณท่านด้วย

“ก็คิดอะไรไปเรื่อยๆ ไง”

“มีเรื่องให้คิดด้วย?”

“มีดิ”

“อ้อ” อี้เอินลากเสียงยานคางเหมือนไม่อยากเชื่อเท่าไหร่ แต่เอาเถอะ ไม่เชื่อพี่ก็ไม่เป็นไร เพราะคำตอบที่พูดไปก็โกหกทั้งเพ

ผมยังคงขับเก๋งเก่าๆ นั้นไปเรื่อยๆ มันเป็นรถของพ่อผมเองแหละ ถ้าจำไม่ผิดคงซื้อมาช่วงที่จีบแม่ใหม่ๆ ก็ไม่แปลกหรอก เพราะพ่อเคยบอกผมว่าการจะจีบใครสักคนเราต้องแสดงให้เห็นว่าเรามีอำนาจ สามารถเลี้ยงดูและปกครองเขาได้...

ปกครองได้?

หัวคิ้วเริ่มขยับนิดๆ เหมือนถูกคำนั้นสะกิดเข้าที่ใจ ชักเริ่มไม่มั่นใจแล้วสิ ว่าตอนนี้ผมกำลังปกครองอี้เอิน หรือกำลังถูกอี้เอินปกครอง แทบจะทันทีที่นึกได้อย่างนั้นภาพอันน่าเวทนาของมาเฟียกันต์พิมุกก็ผุดขึ้นเป็นฉากๆ กระทั่งถึงตอนนี้ถึงได้เริ่มไม่มั่นใจว่าที่มีชีวิตรอดมาได้เพราะเอินยอมออมมือให้หรือดวงพี่แข็งเกินไปกันแน่

แต่ในตอนที่เอาแต่นั่งครุ่นคิดกับเรื่องน่าหดหู่อยู่นั้นเสียงของปีศาจที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ดังเข้าหู

“จะแต่งงานกับมินยองจริงๆ เหรอ”

“แต่งบ้าไร” นิ่วหน้าตอบแบบไม่ต้องคิดมาก จะบ้า ไม่มีใครอยากกลายเป็นผัวทาสหรอก เพียงแค่นึกภาพว่าตัวเองกำลังหมอบอยู่แทบเท้าเจ๊แกก็เสียวแล้ว ฉะนั้นอย่านึกถึงวันที่ต้องนั่งรสน้ำสังข์กับเจ๊แกเลย

มันไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน

“แน่ใจเหรอ” แต่อี้เอินก็ยังถามอยู่อย่างนั้น ก่อนหันหน้าเท้าแขนมาทางผม

“แน่ใจสิ”

“แต่ได้ข่าวว่าพ่อบังคับนิ”

“...”

“สุดท้ายก็ต้องแต่งอยู่ดีไม่ใช่เหรอ”เออว่ะ

ผมเงียบไปเมื่อถูกตอกด้วยคำนั้น ก็จริงอย่างที่ว่า เพราะไม่ว่าผมจะขัดขืนยังไงพ่อต้องไม่ยอมแน่ๆ ถึงแม้จะสละตำแหน่งหัวหน้า แต่สุดท้ายคนที่ผมต้องเชื่อฟังก็คือพ่ออยู่ดี เมื่อเริ่มนึกได้ คิ้วก็เริ่มขมวดอีกครั้ง ก่อนรีบหันหน้าส่งสายตาที่เต็มปรี่ด้วยความเห็นอกเห็นใจไปให้กับอี้เอิน

“เอิน ไม่ต้องเสียใจนะ เดี๋ยวเรื่องนี้พี่จัดการเอง” ใช่ ผมจะต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ถ้าเจ้มินแม่มบ้าจี้โทรตามพ่อกลับมาจริงล่ะก็ผมจะยืดอกสามศอกของตัวเองเดินแบบแมนๆ ไปคุยกับพ่อตรงๆ!

“ไม่ต้องกลัวเพราะพี่จะไม่มีวันให้น้อง...”

“แต่มันมีอยู่นะ วิธีที่ไม่ต้องแต่งงานน่ะ”

“ห๊ะ?”

แต่ยังพูดไม่ทันจบ อีกคนก็พูดแทรก ก่อนเริ่มขยับตัวเข้ามาแล้วกระซิบข้างหูอีกครั้ง

“อยากรู้ไหมล่ะ เดี๋ยวฉันจะช่วย”

 

“แฮกๆ”

ปึก

“เวรเอ๊ย!

ผมที่เพิ่งกระแทกประตูห้องทำงานปิดลงเอนหลังแนบประตูทั้งที่ยังหายใจหอบ ก่อนรีบยื่นมือล็อคประตูเมื่อนึกได้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้อันตรายเกินไป ใช่ ถ้าประมาทแม้แต่นิดชีวิตอาจเหลือแต่ชื่อ ก็อีกฝ่ายเป็นถึงอี้เอิน ใช่ ต้วนอี้เอิน เชลยหมูน้อยที่เพิ่งเลื่อนขั้นมาเป็นเมียเมื่อเช้านั่นแหละ

“โอ๊ย ทำไงดีวะ” ยกมือทึ้งผมทั้งบ่นงึมงำก่อนรีบกระโจนตัวไปนั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่ด้วยหัวใจที่ยังเต้นตุบๆเมื่อนึกถึงใครบางคนที่อาจช่วยชีวิตผมได้

ผมรู้ว่าพวกคุณคงไม่สงสัยหรอกว่าทำไมผมมีสภาพแบบนี้

ถ้าไม่อยากแต่งก็ให้อยู่ข้างบนสิ เดี๋ยวจะช่วย

จะบ้าตาย บอกมาได้ว่าให้อยู่บน พี่ไม่ตกใจแหกโค้งชนเข้ากับหลักกิโลฯ ก็บุญเท่าไหร่ แล้วไหนจะต้องตั้งสติไม่สนใจกับสายตาร้ายๆ ประคองขับรถมาจนถึงบริษัท ทำไมนะ ตอนเด็กพ่อถึงไม่เคยเตือนว่าการเป็นมาเฟียมันเสี่ยงขนาดนี้

“จริงๆ เลย” บ่นงึมงำแล้วหันไปคว้าโทรศัพท์กดเบอร์โทรออกติดต่อหาใครคนหนึ่งที่วันนี้รู้สึกคิดถึงมันเหลือเกินและแทบจะทันทีที่โทรหาไอ้คนปลายสายก็ไม่รอช้ารับโทรศัพท์ทันที

“ไอ้หวัง มึงอยู่ไหน” ใช่ มันเองแหละ หวังแจ็คสัน

“กูอยู่สนามบินแล้วเนี่ย แต่เครื่องแม่งดีเลย์”

“ดีเลย์?”

ทำไมมันต้องมาดีเลย์วันนี้วะ

“เออ มีอะไร โทรเร่งกูจัง คิดถึงกูมากเหรอวะ”

“เออ คิดถึง” แต่ไม่ใช่กูนะ

“รีบๆ กลับก็แล้วกัน ถึงแล้วแวะมาหาที่บ้านด้วย”

“เออๆ ไรวะ จิกชิบหายไอ้นี่”

แจ็คสันบ่นก่อนสายถูกตัดไป เออ ด่ากูไปเถอะ เพราะกลับมาไม่มีจังหวะได้ด่าแน่นอน

แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น ผมก็ได้แต่หวังว่าตัวเองจะยังมีชีวิตอยู่ดี ผมเหลือบมองที่ประตูอีกครั้งเมื่อนึกถึงคำพูดน่าขนลุกเมื่อกี้ และเมื่อไม่ได้ยินเสียงอะไรถึงได้ถอนหายใจออกมา

“โอ๊ยย ทำไงดีวะ”

บ่นทั้งกุมขมับ เพราะชักไม่มั่นใจแล้วว่าน้องเอินคนดีจะยอมเป็นเมียพี่อย่างสงบเสงี่ยมจริงๆ

เฮ้อ ชักเริ่มไม่มั่นใจแล้วสิ ว่าคนที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือผมหรือไอ้หวังกันแน่

 

แต่ในตอนที่ใครคนหนึ่งยังเอาแต่ครุ่นคิด ยังมีอีกคนที่ไม่กังวลกับปัญหาตรงหน้าเลยสักนิดเพราะยังเอาแต่ยืนกลั้นขำอยู่ที่เดิม

ร่างสูงโปร่งยังยืนเท้าแขนเข้ากับตัวรถเก๋งเก่าๆ พร้อมใบหน้ายังเผยรอยยิ้มที่ยากยิ่งต่อการพบเห็น ก่อนก้มหน้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจากกระเป๋าเมื่อนึกได้ว่าก่อนหน้านี้อิมแจบอมได้ติดต่อมาหาตน

ตุบ

แต่เพียงแค่จรดปลายนิ้วบนโทรศัพท์บางอย่างแข็งๆ ก็พาดลงบนหัวพร้อมเสียงโวยวายจากชายวัยกลางคนที่ดูท่าทางเอาเรื่องคนหนึ่ง

“มายืนทำอะไรตรงนี้ ออกไป” ว่าอีกครั้งทั้งยกมือไล่ แต่ชายหนุ่มกลับทำเพียงยืนนิ่งมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัยว่าเป็นใครทำไมถึงเข้ามาที่นี่ได้ก็ไม่ใช่ว่าห้ามคนนอกเข้าหรอกเหรอ

“เอ๊ะไอ้นี่ ยังมายืนมองหน้าอีก”

“ครับ?”

“เอ้า ยังมายืนทำหน้างงอีก บอกให้ไปไงวะ” ว่าจบก็ยกม้วนหนังสือพิมพ์ในมือฟาด และแม้จะรู้สึกคุ้นกับท่าทางอย่างนั้นอยู่บ้างแต่สุดท้ายก็ต้องรีบยกมือล็อคแขนที่ยกค้างกลางอากาศนั่นก่อน

“เดี๋ยวครับลุง ใจเย็น” ว่าทั้งขมวดคิ้วสงสัย ก่อนข้อข้องใจทุกอย่างถูกไขกระจ่างเมื่อได้มองสารร่างอีกฝ่ายเต็มตา เพราะทั้งเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ผมเผ้ารุงรังทั้งหน้าตายังมีรอยแดงช้ำ แค่นี้ก็เป็นหลักฐานอย่างดีแล้วว่า

“ลุงนั่งสงบสติก่อนนะครับ เดี๋ยวผมโทรเรียกเจ้าหน้าที่มารับตัวไปบำบัด”










50%





“บำบัด? บำบัดอะไร”

ชายแปลกหน้านิ่วหน้าถามเมื่อได้ยินอย่างนั้น “อ้อ นี่แกกำลังจะบอกว่าฉันบ้าเหรอ ไอ้เด็กเวรนี่”

ว่าจบก็ดึงมือออกแล้วตั้งท่าแพ่นกบาลอีกครั้ง แต่เหมือนเดิม เมื่อไอ้เด็กเวรที่ว่ายื่นมือมารับไว้ทัน

นั่นสินะ เขาลืมไปได้ยังไง ก็มีคนบ้าที่ไหนยอมรับว่าตัวเองบ้ากันล่ะ

มาร์คถอนหายใจให้กับความคิดน้อยของตัวเองอยู่พักหนึ่งถึงได้เงยหน้าคุยกับอีกฝ่ายอีกครั้ง

“ไม่ได้จะเอาไปบำบัดครับ แต่ลุงนั่งรออยู่ตรงนี้นะครับ”

“ไม่นั่งโว้ย ปล่อยนะไอ้เด็กสกปรก”

“...”

“ปล่อยสิวะ ไอ้เด็กนี่”

ถูกด่าหนักเข้าก็ชักมีน้ำโหจนรู้สึกว่าหัวคิ้วเริ่มกระตุกนิดๆ เพราะยิ่งได้ยิน ยิ่งได้เห็นก็ยิ่งทำให้นึกถึงท่าทางน่าหงุดหงิดของใครคนหนึ่ง แต่ก่อนที่ตาลุงบ้าตรงหน้าจะได้พ่นคำด่าออกจากปากอีก เสียงร้องที่เต็มไปด้วยความตกใจก็ดังขึ้นจากอีกทาง

“ค ค คุณท่าน!!!”ว่าจบจินยองก็วิ่งมาหยุดข้างคุณท่านที่ว่า แล้วก้มหน้ามองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ “คุณท่านมาทำอะไรที่นี่ครับ”

ถามออกไปอย่างนั้น แม้ความจริงอยากถามอีกฝ่ายว่าไปทำอะไรมา ถึงได้มีสภาพแบบนี้มากกว่า

“ก็มาหาลูกสิ ทำไมหรือฉันเข้ามาเหยียบที่นี่ไม่ได้แล้ว”

“เปล่าครับเปล่า ตอนนี้นายเหนือคงอยู่ในห้องทำงานแล้ว เชิญคุณท่านเข้าพบได้เลยครับ”

“ไม่ขึ้น!

“ห๊ะ?”

“ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้นถ้าไม่ได้เอาเลือดหัวไอ้เด็กนี่ออกก่อน”

ทั้งบริเวณเงียบกริบ ก่อนจินยองหันหน้ามองตามปลายนิ้วชี้ของอดีตหัวหน้าใหญ่ และนิ่วหน้าหนักใจเมื่อเห็นว่าไอ้เด็กนี่ของคุณท่านคือใคร ก่อนรีบเดินแย็บๆ เข้าไปสะกิดมาร์คให้รู้ตัว

“นี่อี้เอิน ก้มหัวคำนับซะสิ”

“คำนับ?”

“ใช่ ก้มหัวคำนับ” ว่าแล้วก็ยื่นหน้าเข้าหากระซิบด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังกว่าเดิมเป็นเท่าตัว “ก็นี่น่ะคุณภูวิกุล พ่อบังเกิดเกล้าของนายเหนือไงล่ะ!

แทบจะทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น สายตาก็หรี่ลงมองอีกฝ่ายก่อนเงาหมอกในหัวเริ่มจางหาย เมื่อนึกได้ว่าท่าทางบ้าบอแบบนี้เหมือนใครที่ติดในหัวและถึงจะมีสภาพที่ยากเรียกว่าดูเป็นผู้เป็นคนไปนิด แต่จากท่าทางคุ้นตาที่ดูบ้าๆ นั่นก็ไม่ยากนักที่จะทำให้เขาเชื่อว่าชายคนนี้คือพ่อบังเกิดเกล้าของแบมแบม

 

นานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่ทั้งห้องเงียบกริบ และนอกจากรังสีอำมหิตผมก็สัมผัสอะไรไม่ได้อีกเลย โอ้ให้ตาย นี่มันนรกชัดๆ

“แบม บอกพ่อมาว่าไอ้เด็กนี่มันเป็นใคร ทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่”

“ห หา” ผมที่แกล้งนั่งเงียบอยู่นานแสร้งตีหน้าซื่อทำเหมือนไม่รู้อะไรทั้งนั้นทำให้พ่อที่นั่งทำหน้าไม่พอใจอยู่อีกทาง ตีหน้าเข้มขึ้นอีก

“พ่อถามว่ามันเป็นใคร”

ถามอีกครั้งทั้งชี้นิ้วไปทางอี้เอินที่ยืนนิ่งอยู่อีกทาง บอกเลยว่าหน้าตาดูน่ากลัวไม่แพ้กัน แน่ล่ะ ยืนนิ่งขึงตาใส่แบบนี้ ถ้าไม่มีพ่ออยู่คาดว่าพี่กันต์ได้แหลกสลายคามือน้องแน่นอน

“แบม ตอบคำถามพ่อมา”

“โธ่ พ่อก็...”

“ก็อะไร!” ตะคอกกลับไม่เว้นจังหวะให้แก้ตัวเลยสักนิด ทำให้พี่กันต์ที่เดิมนั่งตัวลีบหดคอหลบไปอีกทาง

ก็พอรู้อยู่หรอกว่าวันที่นี้ต้องมาถึง แต่ใครมันจะคิดว่าจะถึงไวขนาดนี้ แถมไม่ส่งสัญญาณเตือนกันเลยสักนิด แล้วไหนจะความหงุดหงิดที่นานๆ ครั้งจะได้เห็นของพ่ออีก

โถถัง เวรกรรมอะไรของพี่ ชาติที่แล้วไปทำอะไรไว้ถึงต้องมานั่งชดใช้กรรมแบบนี้

ผมได้แต่นั่งมุ่ยปากไม่ยอมตอบคำถามนั้นกลับไป ก่อนแสร้งนิ่วหน้าตีท่าขึงขังเริ่มเฉไฉถามอย่างอื่นกลับไปแทน

“เฮ้อ จริงๆ เลย แล้วพ่อไปทำอะไรมา ทำไมถึงได้มีสภาพแบบนี้” พ่อนิ่วหน้าไปเมื่อได้ยินคำถามนั้นก่อนทำท่าอึกอักไม่ตอบออกมาสักที

“ไอ้ลูกคนนี้นี่นะ” บ่นพึมพำทำเป็นเหล่ตามองอีกทางเหมือนปิดบังบางอย่างไว้และเมื่อเห็นท่าทางอย่างนั้นผมถึงได้หรี่ตามองก่อนว่าอีกครั้ง

“อย่าบอกนะว่า พ่อไปฟัดกับไอ้ด่างข้างทางมา”

“ไอ้ด่างบ้าอะไร”

“...”

“เขาเรียกสู้กับเสือเว้ย”

“เสือ?”

“เออเสือ”

“อ้อ ไปฟัดกับเสือ” ผมย้ำเสียงยานคางก่อนพยักหน้าหงึกๆ แม้ในใจเริ่มเดาได้นิดๆ ว่าเสือที่ว่าคืออะไร “เสือมันคงตัวใหญ่มากเลยเนอะ พ่อถึงได้มีสภาพแบบนี้”

“เออ ตัวใหญ่” พ่อว่าท่าทางจริงจัง ก่อนอยู่ๆ จะขมวดคิ้วแน่นเหมือนเพิ่งนึกบางอย่างได้ “เห้ยๆ อย่าพานอกเรื่องสิวะ ตอบคำถามพ่อมาว่าแต่ไอ้นั่นมันเป็นใคร”

“...ก ก็เชลยไง” ครั้งนี้เป็นผมบ้างที่อึกอัก ก่อนลอบเฉตามองอีกทางแต่เหมือนบรรยากาศไม่เป็นใจนักเมื่อสบเข้ากับสายตาของเชลยใจเหี้ยมที่ตั้งท่าขู่ฟ่อเป็นลูกเสือยักษ์อยู่อีกทาง

“เชลย?”

“เขาเอามาขัดดอก”พยักหน้าว่าเสียงอ่อนเสียงหวาน เผื่อช่วยให้อะไรซอฟลงบ้างแต่เหมือนจะไม่ช่วยอะไรเพราะเมื่อได้ยินอย่างนั้นพ่อก็หันไปเบะปากให้เชลยขัดดอกที่ยังเอาแต่ยืนขึงตาอยู่อีกทาง

“เหอะ ก็แค่เชลยแล้วมาทำเบ่ง”

ผมลอบสูดหายใจเข้าลึกๆ เมื่อเห็นอย่างนั้น ในใจอยากร้องเตือนพ่อดังๆ ว่าทำแบบนั้นอาจถึงขั้นปางตาย แต่สุดท้ายก็ได้แต่คิดเมื่อเชลย เอ่อ เมียป้ายแดง หันหน้าขวับหรี่ตามองเป็นนัยคล้ายกำลังขู่ฆ่า

“แล้วแบมเอาเชลยมาทำอะไรที่นี่ จะให้มันมาช่วยงานเหรอ”

“เอ่อ ไม่ใช่ครับ”

“ก็ว่าอยู่แล้ว ว่าหน้าตาโง่ๆ แบบนี้คงช่วยอะไรใครไม่ได้หรอก”

ว่าทั้งเบะปากอีกครั้ง ขณะที่พี่กันต์เริ่มรนรานกับสายตาอาฆาตของเมียรักที่ส่งมาจนเริ่มคันยุบยิบที่มืออยากยกขึ้นทึ่งหัวตัวเองแรงๆ

โอ๊ย ตาย กูต้องตายแน่ๆ

แต่ความวัวยังไม่หายความควายก็เข้าแทรก เมื่ออยู่ๆ พ่อหันขวับกลับมาพูดด้วยสายตาที่ดูมั่นใจกับบางอย่างนักหนา

“งั้นเอางี้ก็แล้วกัน”

“...”

“เชลยโง่ๆ แบบนี้คงช่วยอะไรได้ไม่มากหรอก เลี้ยงไปก็เสียข้าวสุก จับขังลืมเลยเป็นไง”

“ไม่ได้นะพ่อ”

ชิบหาย หลุดปาก

ผมรีบยกมือตะครุบปากไว้ทันทีที่นึกได้ แต่เหมือนจะช้าไปนิดเมื่อพ่อหันกลับมาถามด้วยสีหน้าที่เริ่มไม่พอใจ

“ทำไมถึงไม่ได้”

“ก ก็”

“ก็อะไร แค่เชลยมันสำคัญมากเลยรึไง!

“สำคัญสิ ก็อี้เอินเป็นเมียผม”

รีบตะครุบปากไว้อีกรอบ แม้รู้ว่ายังไงก็ตายแหง และก็นั่นแหละ ครั้งนี้พี่กันต์คงเหลือแต่ชื่อไว้ให้ลูกหลานได้จดจำแน่นอน

 

“โอ๊ย จะทำไงดีวะ”

“ยูคมึงก็ช่วยกูคิดหน่อยสิ เอาแต่พูดอยู่นั่นแหละ”

“สัส กูก็กำลังคิดอยู่เนี่ย” ยูคยอมที่เดินวนไปมาในห้องหันกลับมาตะคอกใส่แล้วหันกลับไปตั้งใจกับการเดินวนไปมาอีกครั้ง

“ต้องเป็นเพราะเจ้แน่ๆ ที่โทรเรียกพ่อมึงมา”

“เรียกบ้าอะไร ใครเขาอยากแต่งงานด้วย ตัวก็แห้งแรงก็น้อย เอามาเป็นคนใช้ในบ้านยังไม่ได้เลย”

มินยองที่นั่งอยู่ข้างๆ ค้อนขวับเมื่อได้ยินอย่างนั้นแล้วหันกลับไปนั่งกัดฟันคิดหาทางออก และถึงจะเจ็บทรวงกับคำพูดนั้นนิดๆ แต่ก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะดูจากสีหน้าที่บ่งบอกแล้วว่ามินยองไม่อยากแต่งงานกับผมจริงๆ

“แล้วพ่อมึงกลับมาได้ยังไงวะแบม”

“เอ้า มึงถามกูแล้วกูจะไปถามใครวะ”

ผมได้แต่บ่นงิกๆ แล้วหันไปพึมพำอีกทาง

ไม่ต้องแปลกใจหรอกครับว่าทำไมพวกเราถึงได้มานั่งคร่ำเครียดอยู่แบบนี้ เพราะก่อนหน้านี้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงพ่อได้เรียกพวกเราไปพบทั้งยื่นคำขาดว่ายังไงก็จะต้องจัดงานแต่งงานของผมกับมินยองให้ได้!

“แล้วจะทำไงดีวะเนี่ย”

“กล้าขึ้นวะกับฉันเหรอ” มินยองหันกลับมาเอ็ดใส่ผมอีกรอบด้วยสีหน้าหงุดหงิด ก่อนผมรีบครางหงิงๆ กลับอย่างรู้ตัว

“เจ้อะ”

“อะไร!?”

“ไม่ได้ด่าเจ้สักหน่อย”

“ชิ” ว่าแล้วก็สะบัดหน้าไปอีกอย่าง พอได้เห็นอย่างนั้นก็โล่งใจขึ้นบ้าง แม้จะไม่มากก็เถอะ

“แล้วจะทำไงดีวะแบม พ่อมึงก็ยืนยันชัดขนาดนั้นว่าจะให้พี่กูแต่งกับมึง กูไม่มีทางยอมเรียกมึงว่าพี่เขยแน่”

ไอ้เวร กูอยากได้มึงเป็นน้องตายแหละ ห่าน

ผมได้แต่ค้อนประหลับประเหลือบใส่ยูคยอม ก่อนหันมองทางอี้เอินที่นั่งอยู่ข้างๆ ซึ่งดูจะนิ่งที่สุดในบรรดาพวกเราสี่คน จนทำให้ตอนนี้ผมเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่า ไอ้คนที่เอาแต่นั่งเข้าฌาญอยู่อีกทางอยากหรือไม่อยากให้ผมแต่งงานกันแน่

นิ่งจังนะพ่อคุณ

“เอิน แล้วเอินคิดอะไรได้รึยัง”

“หืม? คิดอะไร”

“ก ก็เรื่องแต่งงานไง” เวร นี่กูคิดผิดมาตลอดใช่ไหมว่าที่นั่งทำหน้านิ่งคือจะช่วยกันคิดหาทางออก

โธ่ จิตใจน้องทำด้วยอะไร รู้ทั้งรู้ว่าพี่จะไปแต่งงานกับคนอื่นแต่ก็ยังนิ่ง ทำตัวเป็นพวกใจหินไม่รู้ร้อนรู้หนาว นี่จะรู้ตัวไหมนะว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะเสียผัวที่เพิ่งมีเป็นตัวเป็นตนให้คนอื่น

“ก็ถูกบังคับให้แต่งก็ต้องแต่งไง”

“แต่พวกเราเป็นผัวเมียกันนะ” ย่นคิ้วว่าเสียงเบา เพราะตอนนี้ยังเดาอารมณ์ไม่ถูกนัก และเมื่อนั่งมองหน้ากันสักพักอี้เอินถึงได้พลิกตัวกลับมายื่นหน้าเท้าคางแล้วว่าเสียงหวานทั้งกระพริบตามองปริบๆ

“ให้อยู่ข้างบนสิแล้วจะช่วย”

ผมได้แต่นั่งอึ้งอยู่กับที่เมื่อได้ยินอย่างนั้น ก่อนรีบนั่งหันหลังให้เพราะไม่อยากสบตากับไอ้คนที่เอะอะอะไรก็อยู่ข้างบน

บนบ้าอะไร เป็นเมียก็นอนอยู่เฉยๆ ไม่ได้รึไง แปลกคน เรื่องง่ายๆ สบายๆ แบบนี้ก็ไม่อยากทำ

“ชิ”

“ก็แล้วแต่นะ เพราะถ้าไม่ยอมก็ต้องแต่ง”

“ไม่แต่งโว้ย” เจ้มินตะคอกกลับไปแต่เชื่อเถอะว่าตะคอกให้ตายก็ช่วยอะไรไม่ได้ มินยองขึงสายตาดุๆ ไปทางอี้เอินแล้วเอนตัวพิงพนักโซฟาอีกครั้งด้วยสีหน้าที่ยังติดหงุดหงิดเล็กๆ “ก็บอกว่าไม่แต่งๆ คนบ้าอะไร รู้ว่าแบมจะถูกจับแต่งงานยังมีหน้ามาพูดแบบนี้ ไม่หวงเมียบ้างรึไง”

“เมียที่ไหน” ผมบ่นอุบอิบก่อนรีบทำหน้าทู่ซี่เมื่อเจ้หันกลับมามอง แต่ในตอนที่ทุกอย่างกำลังวุ่นวาย ประตูห้องก็ถูกผลักออกด้วยฝีมือของผู้มาใหม่

ปึก

“ไงไอ้แบมเพื่อนเลิฟ หวังแจ็คสันกลับมาแล้วโว้ย!

เสียงร้องดังก้องทั้งห้องก่อนตามเข้ามาด้วยแจ็คสันที่ยิ้มระรื่นหน้าชื่นตาบานประหนึ่งว่าเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าก่อนยองแจเดินตามเข้ามาด้วยสีหน้าที่ดูดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้นิดหน่อย

“เป็นไงวะเพื่อน สบายดีใช่ไหม” ไอ้หวังว่ายิ้มๆ ทั้งก้าวเท้าเดินอาดๆ เข้ามาในห้องโดยไม่ได้สัมผัสถึงอันตรายที่นั่งซ้อนอยู่หลังผมเลยสักนิด“กูดีใจนะที่มึงยังมีชีวิตอยู่ ว่าแต่มีอะไรทำไมถึงให้กูมาหาถึงที่

แต่ยังไม่ทันได้พูดจบ สายตามันก็เบิกกว้างก่อนเท้าหยุดชะงักเมื่อได้เห็นปีศาจที่นั่งอยู่ข้างตัว

“จ จะ เจ้!

“กรี๊ด กลับมาแล้วเหรอคะ คนดีของพี่มิน” ไม่รอช้า ปีศาจที่ว่าก็วิ่งกระโจกเข้าหาทำราวกับว่าไม่เคยหงุดหงิดเรื่องแต่งงานเมื่อครู่เลยสักนิด ขณะที่แจ็คสันรีบพนมมือร้องขอชีวิต

“จ เจ้ อย่าทำอะไรผมเลยนะ ผมเพิ่งไปวัด ปล่อยปลา ชำระล้างจิตใจมา ไว้ชีวิตผมเถอะ ผมสัญญาว่าต่อไปนี้จะ...”

“โถ หายไปไหนมาตั้งนาน พี่มินคิดถึงแทบแย่ มาค่ะ น้องแตงคนดีมาให้พี่มินกอดให้หายคิดถึงสักทีสองทีนะคะ”

แต่หวืดว่ะครับ เจ้มินแม่งกระโดดเข้ากอดยองแจที่ยืนอยู่ด้านหลังทั้งยังเอาแก้มถูๆ หัวของยองแจที่เหมือนว่าตอนนี้น้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้า ก่อนครางออกมาเบาๆ ทั้งที่ตัวยังสั่น

“ช ช่วยผมด้วย”

“โถ อย่าพูดอย่างนั้นสิยองแจ พี่คิดถึงหนูจะตาย”

“แต่ผม...”

“ไว้มาอยู่กับพี่สักอาทิตย์เดี๋ยวจะชินเองนะคะ”

“ฮือ T_T

แต่แม่งเหมือนไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย น้ำตาเม็ดเล็กร่วงเผลาะออกจากกระบอกตา ขณะที่แจ็คสันได้แต่ยืนอึ้งอยู่ข้างๆ

โถ ยองแจคนดี ไม่น่าเกิดมาอายุสั้นเลยครับ ไว้พี่จะอาลัยคิดถึงน้องทุกวันหลังจากนี้และสวดภาวนาให้น้องโชคดีตลอดอาทิตย์นี้นะครับ

“ได้ตัวยองแจแล้ว งั้นฉันไปล่ะ แล้วอย่าลืมคิดเรื่องแต่งงานนะเพราะถ้าหาทางออกไม่ได้ ฉันจะทำให้พวกแกเห็นเองว่านรกที่แท้จริงมันเป็นยังไง”

ว่าจบเจ้ก็รีบสะบัดตูดเดินหนี ทิ้งขี้กองเบ้อเริ่มให้พี่กันต์และพ้องเพื่อน โดยไม่ลืมลากตัวยองแจที่เอาแต่ยืนร้องห่มร้องไห้ให้ตามออกไปด้วย

ปึก

ประตูปิดลงทิ้งไว้เพียงอาการหนาวสะท้านให้คนที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ก่อนหวังแจ็คสันที่เปิดตัวอย่างอลังการไปหมาดๆ หันมาบอกด้วยท่าทางที่ยังช็อคไม่หาย

“เจ้มินแม่งเอาตัวเชลยกูไปแล้วว่ะ”

 






..........................
อัพช้าไปวันหนึ่ง ต้องขอโทษด้วยนะคะ -/\-
ช่วงนี้เราทำงานช่วยที่บ้านค่ะ มันเลยช้านิดนึง
เหมือนก่อนหน้านี้เราเคยบอกไปแล้วว่าไม่ถนัดแนวตลกนะคะ
คือพอนั่งแต่งมาสักพัก เลยรู้สึกว่า เรื่องนี้มันคงไม่ใช่แนวฮาจริงๆ นั่นแหละ
ฉะนั้นศรีขอประกาศกร่าวว่าฟิคเรื่องนี้ไม่ใช่แนวตลก แต่เป็นแนวบ้าๆ
เน้นการเซอร์ไวเวอร์ของนายเหนือเป็นหลัก

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านมากนะคะ
ขอบคุณค่า
.............................
เรื่องนี้น่าสงสารกว่าน้องเอินก็ยองแจนี่แหละค่ะ ฮ่าๆๆๆ
โดนเจ้มินลากไปแล้ว คาดว่าไม่รอดแน่
ตอนนี้อาจมีคำผิดเยอะหน่อยนะคะ หรือปกติก็เยอะอยู๋แล้วก็ไม่รู้ - -
มันปั่นสดลงสดค่ะ
ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนถึงตอนนี้มากนะคะ
แล้วมาติดตามดูต่อไปนะคะ ว่าแบมจะถูกจับแต่งไหม
เอินจะได้อยู่ข้างบนสมใจหรือไม่ ชะตากรรมของยองแจจะเป็นอย่างไหร
แล้วชายหวังจะกล้าไปทวงเชลยหรือไม่...
.
ขอบคุณค่าา

ติดแท็ก #ฟิคหักธง 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

959 ความคิดเห็น

  1. #917 `dalnimmb♡ (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 12:56
    อ่าว ทำไมยองแจถูกเจ้มินลากไปแล้ว555555555555
    #917
    0
  2. #869 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 11:59
    ไหงกรรมไปตกที่ยองแจล่ะ
    #869
    0
  3. #850 NewLoly PanTanyakit (@ninewloly) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 16:12
    เอินมีความกวนนะคะ แจ็คคคค เชยลแกโดนฉกไปแล้ววว
    #850
    0
  4. #730 ๐Cullen๐ (@pcy614) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 23:37
    ชิปหายละ55555555555555555
    พี่เอินช่วยพี่กันต์ที
    #730
    0
  5. #615 Aely (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 18:35
    แบมยอมมาร์คไปเถอะ ยังไงชาตินี้ก็ไม่มีวันได้เป็นผัวกับเค้าหรอก ทำหน้าที่เมียไปเถอะ
    #615
    0
  6. #607 ปีศาจสีเงิน (@aaron-anael-abel) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 20:14
    โคตรพลิกค่ะ นี่คาดไม่ถึงเลย
    #607
    0
  7. #481 Fleur Rose (@spash) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 16:03
    ไม่อยากแต่งงานกะเจ๊มินก็ยอมอยู่ล่างเถอะแบม ไว้ค่อยพลิกมาตอนเวลานั่นก็ได้ ทำไมเอาตัวแจไปป
    #481
    0
  8. #480 Fleur Rose (@spash) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 16:03
    ไม่อยากแต่งงานกะเจ๊มินก็ยอมอยู่ล่างเถอะแบม ไว้ค่อยพลิกมาตอนเวลานั่นก็ได้ ทำไมเอาตัวแจไปป
    #480
    0
  9. #413 ZuZa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 14:17
    5555555 ขำน้ำตาแตกเลย ชอบความอยากมีเมียของพี่กันต์จริงๆ โดนอี้เอินแกล้งแล้วแกล้งอีก สนุกมาก ชอบเนื้อเรื่องมาก โดยเฉพาะแบมที่พยายามจับกดให้ได้ สู้ๆ นะพี่กันต์ 55555
    #413
    0
  10. #323 MBisme (@MBisme) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 14:14
    เกมส์พลิก ยองแจจจจจจ โดนพี่มินงาบไปแล้ว พี่กันต์ยอมอยู่ล่างดิเดียวเอินช่วยคิด
    #323
    0
  11. #307 xstcphpp (@iptmzliaen) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 23:44
    แบมก็ยอมๆไปเถ๊อะะะ ไหนล่ะความแมน5555
    #307
    0
  12. #297 Earn-Janriel (@maruchokota) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 00:14
    ทำไมเจ้มินถึงดูรักยองแจ นึกว่าเป้าหมายคือแจ็คสันตั้งนาน เจ้จะทำอะไรยองแจน่ะ
    #297
    0
  13. #292 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 14:35
    อ้าวเจ๊มินเป้าหมายไม่ใช่แจ็คสันเหรอเป็นยองแจเหรอเนี่ยยย5555
    #292
    0
  14. #290 ilove_got7 (@ilove_got7) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:23
    ยองแจ จะรอดมั้ยค่ะ แปลสารยายเจ้ไม่ได้เลย ง่ะ
    #290
    0
  15. #289 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:51
    พี่กันต์ก็ยอมน้องเอินเถอะ น้องเอินจะได้ช่วย 555
    #289
    0
  16. #288 Aujacharee (@Aujacharee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:41
    ไรท์สู้ๆนะคะ ชิบน้องเอินกับพี่กันต์มากเลย
    #288
    0
  17. #287 Tooktik_J (@241037) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 03:28
    ติดมากกกก ติดฟิคเรื่องนี้มากกกกสุดๆ
    #287
    0
  18. #283 Javis (@evefiww) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:37
    ชอบบบ อี้เอินมีแผนอะไรน๊าาา
    #283
    0
  19. #282 praw_markbam (@0884247182) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:23
    น้องแตงผู้น่าสงสารรรร
    #282
    0
  20. #281 jiab155 (@jiab155) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:20
    ยองแจของเจ้ไม่น่าอายุสั้นเลย ทำไมไม่เอานังแจ๊คการีนไป????????????????????
    #281
    0
  21. #280 Sushi_Tuan1a (@sushi2002) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:55
    โถ่ๆ ยองแจน้องพี่
    #280
    0
  22. #279 A. Angkhana Wongsa (@sunghyo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:32
    อ้าววว ที่เร่งแจ็คสันยิกๆๆๆนี่คือ จะเอาตัวยองแจเองรึ ผิดคาดแหะะ แบมผู้ไม่รู้อะไรเลย
    #279
    0
  23. #278 BQ princess (@haribell-03) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:54
    กรรม เจ๊มินเปลี่ยนเป้าหมายซะละ ซวยเลยแจ55555555
    พ่อแบมตลกพอพอกับแบมเลยอ่ะ
    คือเราว่าแบมต้องเข้าใจผิดอะไรแน่ๆ กับบนล่างผัวเมียเนี่ย5555555
    #278
    0
  24. #277 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:39
    55555555 อ้อออ แบมอยากมีเชลยตามแจ็คปะ เลยจะเอามาร์คมาเป็นเมีย แบบแจ็คเอายองแจมาเป็นเมียงี้ แต่มันไม่เหมือนกันนนนน 555555
    แต่คืออะไร พ่อแบมฟัดกับหมาหรอ แบมได้พ่อมาเต็ม ๆ เลย ความว่าตามใครไม่ทันนี้ 5555 มาร์คก็แหม อยากให้แบมยอมรับว่าแบมอยู่ล่างหรอ ยังไงมาร์คก็ไม่ยอมให้แบมแต่งหรอกมั้ง ถึงจะลอหงั้นก็เถอะ มาร์คคงคิดแผนได้อยู่หรอก
    #277
    0
  25. #276 Sushi_Tuan1a (@sushi2002) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 08:59
    นายเหนือลุกกกก5555
    #276
    0