[GOT7] Maf(ai)l หักธงมาเฟีย : MarkBam

ตอนที่ 7 : ลูกหมูตัวที่หก :: อยู่บนเป็นผัว(100%) (ตรวจ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,111
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    17 ส.ค. 59

O W E N TM.








6

อยู่บนเป็นผัว

 

ทั้งคันรถเงียบกริบ ผมยังเอาแต่นั่งจ้องอี้เอินนิ่ง แต่เดี๋ยวนะ

“ม เมียเก็บ?”

ถามเสียงเบาเพราะไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่าที่ได้ยินคือความจริง แต่ไม่ว่านั่งรอคำตอบยังไง สุดท้ายไอ้คนข้างบนก็ไม่ยอมตอบ ทำแค่เลิกคิ้วกลับมา

แต่เมียเก็บเลยนะ เมียที่เอะอะก็คะขา คำสองคำก็ที่รัก พระเจ้า นี่มันเชลยในอุดมคติชัดๆ แค่คิดน้ำตาก็จะไหล น้องเอินจะยอมพี่จริงเหรอครับ แต่ก่อนที่ความปลื้มปริ่มจะจุกอกตายซะก่อน ต่อมมันสมองน้อยๆ ก็ฉุกคิดขึ้นได้ ว่าคนตรงหน้ามันเคยเหี้ยมขนามไหน อย่าลืมครับว่านี่คืออี้เอิน เชลยอี้เอินที่กดพี่ลงเตียงมานับครั้งไม่ถ้วน แล้วอยู่ๆ ก็ยอมเป็นเมียเก็บเนี่ยนะมันใช่เหรอวะ

“เมียเก็บบ้าอะไร!” ว่าจบก็ดันตัวออกห่าง ก่อนตีหน้าดุ กดเสียงต่ำตอบกลับเสียงดัง “เป็นแค่เชลยคิดจะอัพเกรดเป็นเมียเก็บเหรอ หึ ยังเร็วไปอีกร้อยปีนะอี้เอิน”

พูดจบก็เบะปาก พี่กันต์ไม่โง่นะครับ ครั้งนี้ไม่ได้แอ้มพี่แน่นอน

“มองหน้าแบบนั้นหมายความว่ายังไง มีปัญหา?” ตะคอกถามอีกครั้งหลังจากหันกลับไปเห็นสายตานิ่งๆ ของอีกฝ่าย “จริงๆ เลยน่า คนสมัยนี้ เอะอะเอาตัวเข้าแลก ไม่รู้เลยรึไงว่ามันไม่ดี”

แสร้งบ่นทั้งเขยิบตัวไปอีกฝั่ง ขอร้องล่ะ ใครก็ได้ จะคนขับรถหรือจินยอง รีบๆ มาเถอะ ตอนนี้ตัวพี่จะลีบติดประตูรถอยู่แล้ว แล้วเชลยนี่ยังไง สอนนิดสอนหน่อยทำจ้อง ไม่ได้เป็นเมียเก็บพี่มันน่าแค้นใจขนาดนั้นเลยเหรอครับ

“เลิกมองได้แล้ว ถ้ามองอีกจะให้จินยองพาไปควักลูกตา”

ก็ขู่ไปงั้นแหละแต่มันกลัวที่ไหน เพราะหลังจากพูดจบอี้เอินก็ยกมือเท้าคางก่อนแสยะยิ้มนิ่มๆ ที่สามารถเชือดกันตายได้สบายๆ

“ควักลูกตาไม่กลัว แต่กลัวไม่ได้เป็นเมียเก็บกันต์พิมุก”

ว่าทั้งยื่นหน้าเข้าหา ต แต่เดี๋ยวสิ

“เห้ยๆ จะทำอะไร หยุดนะเว้ย”

“อย่ามาทำให้หึงแล้วจากไปแบบนี้สิครับ”ว่าจบก็รุกคืบเข้าอีก อี้เอินขยับตัวเข้ามา แน่นอนว่าผมถอยหลัง แต่ที่ทำนี่ไม่ได้กลัวนะครับ ตั้งหลักล้วนๆ และก่อนจะได้พูดหรือทำอะไรไปมากกว่านั้น เชลยใจกล้าที่อาจหาญลุกขึ้นมาตั้งท่าขู่พี่ก็ยกมือเท้าแขนกับประตูรถไว้ พร้อมยื่นหน้าออกมาเปิดปากว่าอีกครั้ง

“ว่าไง นายเหนือ ตัดสินใจได้รึยัง”

“ถ้ายังไม่ยอมพูดอะไร ต้วนอี้เอินจะขอทึกทักเอาเองว่าอนุญาต แล้วก็

ก็?

“ก็อะไร”

“เชลยก็จะจูบสาบานรักไง”

แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรไปมากกว่านั้น อี้เอินก็ยื่นมือคว้าตัวผมไว้พร้อมที่ใบหน้าโน้มต่ำลงมา แต่เดี๋ยวสิ

“เอินอย่า”

“อย่าช้า?”

“จะบ้าเหรอ ปล่อย!

“ชูว์ อยู่นิ่งๆ”

“ไม่ เอินอย่า”

อย่าแตะกูวว...

 

กึก

“...”

กึกๆ

ทั้งห้องมีเพียงเสียงดังกุกกักเท่านั้นที่ได้ยิน เมื่อผมยังเอาแต่นั่งเคาะปลายปากกาลงบนโต๊ะและใครอีกคนยังเอาแต่นั่งเงียบ

เฮ้อ ความจริงจะโทษใครไม่ได้หรอกนอกจากตัวเอง ถ้าไม่คิดแผนทำให้หึง อี้เอินคงไม่เป็นแบบนี้ แต่ใครมันจะไปคิดว่าพลังหึงของน้องมันจะรุนแรงเกินรับมือแบบนี้

ไหนจะตามมานั่งเฝ้าถึงที่ทำงาน แล้วก็เมื่อเช้าที่ทำเอามินยองปรี๊ดแตก นี่ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ๊แกหงุดหงิดจริงหรือจงใจเล่นใหญ่ แต่ตอนนี้ในหัวมันมีเสียงร้องบอกว่าถ้ากลับบ้านไปได้ตายใต้ฝ่าเท้าเจ๊อีกแหง

แต่เอาเถอะ ก่อนจะคิดไปถึงตรงนั้นเอาเป็นว่าผมต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์น่าอึดอัดนี่ก่อน

“มองอะไร!

ขึงตาพูดประโยคนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ ก่อนรีบก้มหน้าทำท่าเหมือนสนใจงานนักหนาทั้งที่ตอนนี้แค่ตั้งสติก็ยากชิ-บหาย

นี่น้องตามมาช่วยงานหรือจับผิดพี่ครับ แล้วไหนจะเรื่องอยู่บนนั่นอีก คิดว่าพี่กันต์โง่นักรึไง ถ้ายอมง่ายๆ จะมานั่งปวดหัวแบบนี้เหรอ

มันต้องมีนอกมีนัยอะไรแน่ๆ ใช่ อี้เอินต้องวางแผนอะไรสักอย่างแล้วคอยดูเถอะ ถ้าพี่รู้เมื่อไหร่จะซ้อนแผนเล่นงานซะให้เข็ด

“หึ” หัวเราะในลำคอพอเป็นพิธีแล้วมานั่งกุมขมับคิดต่อว่าแผนการที่ว่าของอี้เอินคืออะไร แต่ก็อย่างว่าแหละ ต่อให้พี่จะฉลาดยังไง ก็ไม่ทันคนแบบอี้เอินแต่ไม่ครับ พี่กันต์จะไม่ยอมแพ้ แม้ตัวจะเล็กกว่า เรี่ยวแรงจะน้อยจนน่าสมเพช แต่เลือดนักสู้ในตัวพี่มันเข้มข้นเกินกว่าจะท้อถอย

แบมแบม การจะปกครองคนลูกต้องสู้ จะให้ใครมารังแกไม่ได้เด็ดขาด

แบมต้องทำยังไงฮะพ่อ

แบมต้องดูพ่อเป็นตัวอย่าง ไม่ว่าอุปสรรคจะเยอะแค่ไหน ลูกต้องสู้!’

ใช่! ไม่ว่าอุปสรรคจะเยอะ พี่ก็ต้องยืนหยัดสู้ ต่อพลาดพลั้งมาสักกี่ครั้งก็จะไม่ยอมแพ้ ฉะนั้นบอกเลยต่อไปน้องไม่ได้แอ้มพี่แน่นอนเพราะหลังจากนี้ถ้าไม่ได้ธงกลับมาพี่จะขัดขืนสุดชีวิต

“ฉันหิวน้ำ” เมื่อนึกได้ก็หันหน้ากลับไปบอกเสียงค่อย เรียกคะแนนสงสารจากคนที่ยังเอาแต่นั่งนิ่งเป็นสิงโตหินอยู่หน้าประตู “นี่ บอกว่าหิวน้ำไง คอมันแห้งน่ะ ได้ยินไหม”

ว่าทั้งลูบคอก่อนย่นคิ้วทำหน้าน่าสงสาร และไม่นานนักสิงโตหินที่ว่าก็ลุกขึ้นยืน

“เดี๋ยวไปเอาน้ำมาให้”

“อื้อ” พยักหน้ารับรัวๆ ก่อนแสร้งยิ้มดีใจ กระพริบตาปริบๆ ส่งให้เป็นรางวัล

ก็อย่างที่บอก หมูก็ยังเป็นหมูอยู่วันยังค่ำ ไม่มีทางทนต่อความหล่อและรู้ทันความปราดเปรื่องของพี่หรอกครับ

ปึก

แทบจะทันทีที่ประตูปิดลง ผมก็รีบคว้าโทรศัพท์แล้วกดเบอร์ไอ้หวังเพื่อนรักที่พึ่งสุดท้ายในตอนนี้ทันที รออยู่ไม่นานนัก คนปลายสายก็รับสาย

“พรุ่งนี้จะกลับแล้วโว้ย โทรจิกขนาดนี้เป็นแม่กูรึไง”

เสียงตะคอกดังขึ้น แต่จังหวะนี้ ตอนที่พี่เดือดร้อน ต่อให้แหกหูแล้วตะคอกใส่ยังฟังว่าเพราะเลยครับ

“เออ ก็รู้แล้วไงครับว่ากลับพรุ่งนี้ ใจเย็นๆ นะครับเพื่อน” ว่าเสียงอ่อนเสียงหวาน ทั้งยิ้มกระลิ้มกระเหลี่ยทำประหนึ่งว่ามีแจ็คสันตัวเป็นๆ ยืนอยู่ตรงหน้า

“ทำเสียงแบบนี้เป็นไรวะ หรือโดนตีนพี่ไอ้ยูคจนสมองกลับ” ไอ้เหี้ย ปากเสียชิ-บหาย

แต่ถึงจะหงุดหงิดกับคำพูดนั้นยังไงสุดท้ายก็ได้แต่ตอบกลับไปว่า

“คิดถึงมึงไง เพื่อนรัก”

“ไอ้เวร ขนลุกว่ะแล้วมีอะไรให้กูช่วยว่ามา” นี่แหละเพื่อนแท้ ไม่ต้องรอให้พูดก็รู้ได้ว่าเดือดร้อนผมยิ้มให้ตัวเองครั้งหนึ่ง แล้วบอกออกไปตรงๆ เพราะไม่อยากอ้อมค้อมอีก

“เรื่องเชลยว่ะ”

“อีกล่ะ”

“เออ เรื่องเชลยอีกล่ะนั่นแหละ” เบ้ปากตอบ แน่ล่ะ ก็เชลยของพี่มันดันสู้คน จะให้บอบบาง อ่อนหวานเอะอะร้อง เอะอะร้องเหมือนยองแจของมันได้ไงวะ

“แล้วมีอะไรเรื่องวะ”

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก... แค่เมื่อคืนโดนคร่อม”

ปลายสายเงียบไปทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น สงสัยช็อค ใช่ ไม่แปลกหรอกเพราะคนโดนคร่อมอย่างพี่ก็ยังช็อคอยู่เหมือนกัน เฮ้อ ใครจะไปคิด ว่าเชลยที่คิดว่าตัวเล็กน่าเอ็นดูจะทำกับพี่แบบนี้ ยิ่งพักหลังยิ่งอุกอาจ ถึงขั้นจับขึงพืดกับเตียงแล้วทำโน่นนี่นั่น ฮือ คิดแล้วก็ช้ำจนน้ำตาลูกผู้ชายก็จะไหล

“แจ็คสัน มึงต้องช่วยกูนะ” ว่ารนๆ เมื่อนึกถึงความบอบช้ำที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ไม่ได้ครับ น้องเอินหยามพี่เกินไป ถ้าให้ทนต่อไปบอกเลยว่าไม่ไหวแน่นอน

“ให้ช่วยไงวะ รุกก็แล้ว มารยาก็แล้วแม่-งก็ออกมาอีหรอบเดิม กูว่าหมดหวังแล้วล่ะแบม ก้มหน้าหันหลังยอมรับชะตากรรมเหอะ”

“ยอมรับชะตากรรมเหี้-ยไร” สวนกลับทันควัน “มึงนี่นะ”

“เอ้า กูผิดอีก” แจ็คสันบ่นงึมงำ ก่อนเงียบไปพักใหญ่กระทั่งเริ่มมั่นใจแล้วว่าแม่-งไม่ตอบกลับมาแน่ ถึงได้ตั้งใจตัดสายอย่างหงุดหงิด โถ ไอ้เพื่อนตายกูนึกว่าจะพึ่งได้ที่แท้ก็

“แค่นี้นะ พรุ่งนี้รีบกลับด้วย”

“เห้ยเดี๋ยวๆ”

“อะไร!” ถ้าไม่ช่วยก็อย่ามาขัดเวลาทำมาหากินของกู!

“กูมีอีกวิธีหนึ่งมาแนะนำมึงว่ะ”

“วิธีไรวะ” ถามทั้งทำหูผึ่งรอฟังไอ้วิธีที่ว่า ก่อนอีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดเหมือนว่าวิธีนี้นี่แหละ ที่จะช่วยให้พี่กันต์ชักธงน้องเอินได้สำเร็จ

“มอมเหล้าแล้วตั้งกล้องแบล็คเมล์แม่-ง!

ปึก

ประตูห้องเปิดออกทันทีที่แจ็คสันพูดจบและเมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามาใหม่ รอยยิ้มมีนัยถึงได้เผยออกไปอย่างห้ามไม่อยู่

“หึๆๆ”

และเหมือนจะรู้ได้ถึงความผิดปกติ อี้เอินขมวดคิ้วแน่น ทั้งยกน้ำมาวางบนโต๊ะ ก่อนผมยื่นหน้าออกไปกระซิบบอกที่ข้างหูของอีกฝ่าย

“คืนนี้ แต่งตัวสวยๆ รอพี่นะจ๊ะ”

 

แต่เหมือนคิดผิดไปนิด

นิดเดียวจริงๆ เชื่อผมเถอะ...

“นี่ อี้เอิน ดื่มหน่อยน๊า”ว่าทั้งยกแก้วเหล้าจ่อปากเชลย แต่ไม่ว่าจะทำยังไงอีกฝ่ายก็ไม่ยอมรับแก้วไปสักที “นี่ รับไปสิ”

ว่าอีกครั้งพร้อมยื่นมือเขย่าแขนแต่สุดท้ายก็ยังนิ่ง ไม่รู้ว่าตอนเด็ก แม่ให้อะไรกินเป็นอาหาร แม่-งใจแข็งชิ-บหาย ดูสิ ทั้งบังคับ ทั้งขอร้องก็ไม่ยอมรับแก้วในมือไปสักทีแล้วแบบนี้จะให้ทำยังไง

อุตส่าห์บอกให้จินยองเตรียมเหล้าที่แรงที่สุดมาด้วย ไม่ดื่มแบบนี้ก็เสียของแย่สิครับ

ว่าแล้วก็จัดสักกรึบ กระดกลงคอโลด

“อาส์ สุดยอดจริงๆ”

“...”

“มองอะไร อย่าเอาแต่มอง มาๆ เชลย มาดื่มกันสักแก้ว วันนี้งานเยอะมากเลย โอ๊ย มองไปทางไหนก็เครียดไปหมด” ว่าทั้งกระเทิบเข้าประชิด พร้อมทำหน้าหงุดหงิดเหมือนว่าเครียดกับงานนักหนา

“เอานี่ รับไป”

ว่าทั้งยื่นแก้วให้แต่เหมือนเดิม อี้เอินยังนิ่งพร้อมทำหน้าเหมือนไม่ไว้ใจออกมา

“อะไรอีก เนี่ย หัวหน้ามาเฟียอุตส่าห์รินเหล้าให้นะ สักนิดก็ยังดี”

กูกราบละ

“น่า นะ” ว่าอีกครั้งและเหมือนจะสำเร็จเมื่ออี้เอินยอมรับแก้วเหล้าไปถือไว้ “เอา ดื่มๆๆๆ” เร่งอย่างไม่ปิดบังก่อนหยิบอีกแก้วขึ้นดื่มเสริมความเนียนให้อีกเท่าตัว

บอกเลยน้อง ว่างานนี้รอดยาก

 

15 นาทีต่อมา...

“อี้เอินจ๋า อีกแก้วน๊า”

“...”

“น่านะคนดี อีกสักกรึบสองกรึบ” ผมพูดก่อนเอียงหน้าซบลงบนโต๊ะ คงเพราะเริ่มดึกเลยรู้สึกว่าหัวเริ่มหนัก โถ ถ้ารู้ว่าน้องคอแข็งขนาดนี้พี่คงเตรียมยานอนหลับไว้ให้แล้ว

“นี่ๆ บอกว่าให้ดื่มไง” คะยั้นคะยออีกครั้งเมื่อเห็นว่ายังนิ่งและเมื่อได้ยินอย่างนั้นอี้เอินถึงได้ยอมดื่มเหล้าในมือต่อ “ฮ่า เด็กดี ต้องแบบนี้สิ ว่าง่ายๆ นะครับ เดี๋ยวพี่กันต์จะจัดรางวัลให้อย่างงาม เอิกๆ”

“...”

“อิอิ ไม่ต้องเขินหรอกน่า”

หัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนทำหน้ายู่เมื่อน้องเอินเริ่มดื้อวางแก้วเหล้าในมือ

“อะไร อีกแก้วดิ”

“...”

“อย่าวาง อีกแก้วน๊า” ว่าจบก็ยื่นมือจะหยิบแก้วรินเหล้าให้ แต่ก็นั่นแหละ มันต้องดึกเกินไปแหง พี่ถึงได้ไม่มีแรงจนสุดท้ายได้แต่เขี่ยๆ

“เร็ว~ อีกแก้ว”

“เหล้าหมดแล้ว”

“...”

“นี่ไง เห็นไหมว่าเหล้าหมดแล้ว” น้องเอินพูดอีกครั้งพร้อมยกขวดเหล้าให้ดู อือ หมดจริงนี่หว่า “จินยอง จินยองง”

โก่งคอเรียก กะให้เลขาเอาเหล้ามาให้ แต่ถูกฉุดไว้ด้วยมือคนข้างๆ จนสุดท้ายต้องกลับไปนั่งที่เดิม แล้วเอาหัวพาดบนเคาน์เตอร์อีกครั้ง

“ดึกแล้ว คนเขานอนหมดแล้ว”

“แต่ยังไม่อิ่ม”

“มันดึกแล้ว ง่วงแล้ว”

“แต่พี่ยังไม่ง่วงนี่” นิ่วหน้ามุ่ยปาก แสดงออกถึงความไม่พอใจ แต่ทำไมไอ้คนตรงหน้าถึงถอนหายใจออกมาหว่า

“ไม่ง่วงจริงเหรอ”

“อื้อ ไม่ง่วง” พยักหน้าทั้งที่แก้มยังแนบเคาน์เตอร์

“แล้วเมาไหม”

“ม๊ายย ไม่มาวดิ”

“อ้อ” น้องเอินพยักหน้าหงึกๆ แน่ล่ะ อย่างพี่กันต์เหรอจะเมา คอทองแดงครับ มาวยากมากกก

“แล้วตัวมาวม๊ายย”

“อือ เมา” เท้าคางพยักหน้ารับและจังหวะนี่แหละ เสร็จพี่แน่นอน

ผมยันตัวพยายามฝืนความง่วงก่อนยื่นมือคว้าคออีกฝ่ายไว้ตั้งใจลากเข้าห้อง แต่โว๊ะ ดูท่าพี่จะง่วงมาก ยังไม่ทันได้ทำอะไรตัวก็ทรุดลงไปด้านล่างแต่ยังดีที่คนเมาคว้าไว้ทันไม่อย่างนั้นคงได้ลงไปกองกับพื้นแน่

“คิกๆ ไปนอนนะครับ”

“...”

“เอิน อย่าดื้อน๊า ไปนอน” ว่าจบพี่ก็ตั้งท่าลากถูเชลยขี้เมาและหลังจากยื้ออยู่นานในที่สุดก็ลากอี้เอินออกจากเก้าอี้ได้ มอมเหล้าคนตอนดึกมันเป็นแบบนี้นี่เอง

สัญญาครับว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว

“อิอิ”

หัวเราะอีกครั้งทั้งลากน้องเอินขึ้นห้อง เมาแล้วว่าง่ายจัง รู้แบบนี้พี่มอมเหล้าน้องนานแล้ว ฮิฮิ

ว่าแล้วก็ตั้งหน้าลากเข้าห้องกระทั่งถึงเตียงนอนถึงได้จัดการผลักร่างบางลง

ฟุบ

“นอนเฉยๆ นาครับ” ว่ายิ้มๆ แล้วปีนขึ้นเตียงทั้งมือยังปัดป่ายลูบคลำคนด้านล่าง นอนนิ่งจัง สงสัยหนัก แต่แบบนี้แหละครับดีแล้ว จะได้ไม่ต้องดิ้นขัดขืนพี่กลางคัน

“เอินของพี่”

ครางงึมงำแล้วหันหน้ามองยังกล้องวิดีโอที่ตั้งอีกทาง คราวนี้แหละเอินดิ้นไม่หลุดแน่ เมาขนาดนี้จะมีแรงสู้พี่เหรอครับ ไม่นะ

ไม่น่ารอด

“คิกๆ”

หัวเราะคิกคักเมื่อนึกว่าในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเอินเอินจะตกเป็นของพี่แต่ในจังหวะที่กำลังโน้มตัว น้องเอินผู้น่ารักก็เริ่มขัดขืน แต่ไม่ได้หรอกก็พี่ล็อคตัวไว้แบบนี้จะหลุดได้ยังไง

“งือ ไม่อาว อย่าดิ้นซี่”

ว่าทั้งจุ๊ปากส่ายหน้าห้ามว่าดิ้นไปก็ไม่มีประโยชน์ ก็ไม่รู้หรอกว่าอี้เอินทำหน้ายังไง เพราะตามันมัวและมืดด้วย แต่ไม่เป็นไรครับ ความมืดไม่เป็นอุปสรรคของการทำเมีย

“อยู่นิ่งๆ ยอมรับกรรมไปน๊า”ว่าจบก็ก้มจุ๊บปากกระจับเล็กๆ ของคนขี้เมาบนเตียง

“ฮือ หวานจัง” นอนนิ่งๆ ทำตัวหน้ารักปากหวานน่าเจี๊ยะแบบนี้ คืนนี้พี่ไม่ให้พักนะคะคนดี

แต่ในตอนที่ยังเอาแต่รุกคืบเลื้อยมือเปลื้องผ้าเชลยอยู่นั้น อยู่ๆ ไอ้คนด้านล่างก็ยกแขนคล้องคอรั้งพี่เข้าหาแล้วยื่นหน้ากระซิบบอกที่ข้างหู

“ถ้าหวานก็ลองกินดูสิ”

แนะ ยั่วอีก ถ้ารู้ว่าเมาแล้วอ่อยขนาดนี้พี่จะไม่ช้าให้เสียเวลาหรอกและเมื่อน้องเอินเสนอมาขนาดนี้มีหรือพี่กันต์จะไม่สนอง ว่าแล้วก็พยักหน้ารับหงึกๆ ก่อนแหกปากร้องว่าครั้งนี้พี่ไม่พลาดแน่นอน

“อื้อ จะกินให้หมดทั้งตัวเลยครับ!








50%





“อึก อือ”

เสียงครางดังลอดจากปากเล็กที่ยังเอาแต่ประกบจูบคนใต้ร่างที่จนถึงตอนนี้ยังนอนนิ่งตอบสนองสัมผัส โดยไม่คิดปริปากห้ามสักนิด เรียวแขนยาวยกขึ้นรั้งต้นคอโน้มหาอีกนิดก่อนสอดเรียวลิ้นตอบรับสัมผัสสะเปะสะปะนั่น

“น่ารักจังครับ” เสียงพึมพำดังขึ้นดึงให้คนด้านล่างปรือตาขึ้นมองแล้วรั้งต้นคออีกฝ่ายลงมาพรมจูบหลังใบหูทั้งจงใจเป่ารดลมหายใจร้อนๆ เรียกเสียงครางจากคนบนตัวที่เหมือนว่าตอนนี้สติเริ่มไม่อยู่กับที่ และไม่รอให้อีกฝ่ายได้หลุดเสียงร้องครางออกมา เชลยหนุ่มถึงได้ตัดสินใจพลิกตัวคร่อมทับสลับตำแหน่งกับร่างบางที่ปรือตามองเขาอย่างงัวเงีย

“อย่า...”

แต่เพียงแค่โน้มตัวลงหา เสียงโวยวายก็ดังขึ้น พร้อมหมัดเล็กๆ ทุบตุบตับบนหน้าอก

“ม่าย ไม่อาว” เสียงบ่นอุบอิบยังคงดังแต่เพราะได้ยินไม่ชัดนักถึงได้ก้มหน้าลองเงี่ยหูฟัง “อือ อยู่บนดิ”

คิ้วคมเลิกขึ้นเมื่อแน่ใจแล้วว่าที่ได้ยินไม่ใช่เพราะหูฝาด ก่อนย่นคิ้วนิ่วหน้ามองคนตัวเล็กที่เอาแต่นอนกระสับกระส่ายต่อต้านอยู่อย่างนั้น

“เอินอะ”

นัยน์ตาเรียบนิ่งสะท้อนท่าทางน่ารักก่อนมุมปากยกขึ้นเมื่อสัมผัสถึงอาการรั้นๆ ของอีกฝ่าย ที่แม้ตอนนี้จะไม่มีสติ แต่สุดท้ายแบมแบมก็ยังเป็นแบมแบม ที่ดื้อรั้นและต้องการเอาชนะอยู่ร่ำไป

มาร์คก้มหน้าจุมพิตปากเล็กบวมเจ่อเบาๆ ก่อนยอมโอนอ่อนผ่อนตาม พลิกตัวดันร่างเล็กขึ้นคร่อมทับบนตัว และแทบจะทันทีกลับสู่ตำแหน่งเดิมเสียงหัวเราะคิกคักถึงได้ดังขึ้น

“คิก เป็นของพี่นะครับ”

ไม่ว่าเปล่า มือเล็กเลื่อนปัดป่ายบนตัวทั้งปลายนิ้วยังพยายามแงะกระดุมเสื้อ พร้อมก้มตัวลงจูบอีกครั้ง

ขึ้นชื่อว่าคนหัวรั้น แม้ในสถานการณ์ไหนก็ยังถือในศักดิ์ศรี แม้ดูไม่เข้ากับตัวสักเท่าไหร่ แต่เมื่อคนบนตัวพอใจ สุดท้ายก็ยอมตามใจ ตอบรับจุมพิตนั้นกลับไปเงียบๆ

“เอินจ้า” ครางงึมงำหลังละริมฝีปาก ก่อนเคลื่อนใบหน้าที่ยังจูบซับพวงแก้ม ไล่ลงต้นคอก่อนหยุดย้ำบนแผงอกเปล่าเปลือยที่เสื้อบนตัวถูกปลดออกก่อนหน้านี้

ไรฟันขบกัดเบาๆ พร้อมริมฝีปากกดย้ำจูบหนักๆ บนผิวกาย มือสองข้างยังวุ่นวายกับเครื่องแต่งกายท่อนล่าง ปลายนิ้วเรียวปลดกางเกงคนเบื้องล่างออกก่อนเลื่อนขึ้นลูบคลำเนื้อตัวอีกฝ่ายอีกฝ่ายอีกครั้งอย่างหลงใหล

แม้ไม่ค่อยแน่ใจว่านี่คือความจริงหรือความฝัน แต่ไม่ว่าจะลูบจะคลำตรงไหนก็ลื่นมือไปหมด อีกทั้งครั้งนี้ น้องเอินของเขา ยังยอมนอนนิ่งๆ ให้ความร่วมมือแล้วแบบนี้จะให้หยุดมือได้ยังไง

อ่า น่ารักเกินไปแล้ว

“อือ” ริมฝีปากเลื่อนขึ้นประทับจูบอีกครั้งทั้งฝ่ามือยกประคองใบหน้า พร้อมมืออีกข้างเลื่อนบีบคั้นเนื้อตัวนุ่มแน่นแสนน่าหลงใหล กระทั่งเสียงครางทุ้มๆ ดังเล็ดรอดเข้าหูมุมปากถึงได้ยกยิ้มดีใจ ว่าเส้นชัยของตนคงอยู่อีกไม่ไกล

“อ อืม”

มือหนายกขึ้นกดท้ายทอยคนตัวเล็กไว้อีกครั้ง พร้อมตอบรับพลางหลอกล่อให้อีกคนที่กำลังหลงดีใจติดกับกับจุมพิตฉ่ำๆ ที่ตนคอยชักจูง

แต่แล้วใบหน้าที่กำลังเคลิบเคลิ้มกลับต้องชะงักค้าง เมื่อรู้สึกถึงฝ่ามือที่กำลังรั้งขาของตนขึ้น ทั้งปากอิ่มที่ผละจูบเลื่อนต่ำลงด้านล่าง แต่ก่อนที่คนบนร่างจะได้ทำอะไร ชายหนุ่มก็รีบยึดข้อมือเล็กทั้งรั้งใบหน้าเลื่อนขึ้นประกบจูบดึงดูดความสนใจไล่ปลายนิ้วสากลากลงบนหน้าอกกดย้ำเรียกเสียงครางเพราะต้องการลบความตั้งใจแสนไร้สาระนั่นออกไป

เฮ้อ ไม่อยากคิดเลยจริงๆ ว่าถ้าพลาดอีกนิดจะเกิดอะไรขึ้น

มาร์คทำได้เพียงทอดถอนใจก่อนเริ่มกลับไปให้ความสนใจคนบนตัวอีกครั้ง

ฝ่ามือหนายกขึ้นประคองใบหน้าพร้อมไล้ปลายโป้งลงบนแก้ม เหมือนกล่อมให้คนตัวเล็กใจเย็น และก็ได้ผล เด็กหนุ่มที่ก่อนหน้านี้ยังรั้นจะผละตัวออกเริ่มนิ่งสอดส่ายปลายลิ้นเข้าตอบสนองอย่างรุกเร้า

“...อึก”

มือหนาเลื่อนสอดในกางเกง ก่อนลากปลายนิ้วเย็นๆ ตามเรียวขาเรียกเสียงครางดังผะแผ่วได้อย่างดี ใบหน้าเห่อร้อนผละออกซบลงบนไหล่ทั้งปากยังเปล่งเสียงครางอยู่อย่างนั้น ซึ่งบางทีอาจเป็นเพราะสัมผัสจากคนด้านล่างที่เอาแต่บีบเผ่นตัวอยู่ไม่ห่าง กระทั่งรู้ตัวอีกทีทั้งตัวก็เปลือยเปล่ามีเพียงเสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ยเท่านั้นที่พอปิดร่างกายแดงเรื่อได้บ้าง

“เอินขี้เล่นจังครับ คิกๆ” เสียงหัวเราะหลุดลอดอีกครั้งก่อนอ้าปากขบกัดหัวไหล่คล้ายหมั่นเขี้ยวพร้อมเริ่มเลื่อนมือลงด้านล่างเตรียมรั้งเรียวขางามๆ ของอีกฝ่าย แต่เหมือนครั้งนี้ไม่ง่ายนักเพราะอีกฝ่ายที่ว่ารู้ทันรีบยื่นรั้งข้อมือขึ้นวางทาบบนแผ่นอกก่อนกดให้อยู่กับที่เหมือนไม่อยากให้มือคู่นี้เลื่อนลงไปซุกซนกับขาเขาอีกแล้ว

ดูท่าครั้งนี้คงเป็นเซ็กส์ที่ทั้งแปลกและน่าหนักใจในขณะเดียวกัน

“เฮ้อ” เมื่อนึกถึงอย่างนั้นถึงได้ถอนหายใจออกมา และไม่รอช้าให้แบมแบมได้ทำอะไร มาร์คถึงได้ตัดสินใจจัดการกับคนด้านบนให้จบเรื่องสักที

มือหนาเลื่อนลงตามชายโครง ร้นเอวสอบกระทั่งหยุดที่สะโพกเล็กที่ทาบทับบนตัว ก่อนอาศัยจังหวะที่คนตัวเล็กยังคงเพลิดเพลินกับหัวไหล่ของตนกระชับสะโพกยกขึ้นสอดผ่านความต้องกางเข้าช่องทางรักเงียบๆ

“อื้อ” เสียงครางดังผะแผ่วทั้งปากยังไม่ละจากหัวไหล่ง่ายๆ แต่แทนที่จะหันไปโวยวายกลับยิ้มรับตอบสนองความต้องการนั้นด้วยความเคยชิน

คงอาจเพราะสติที่ไม่เต็มร้อยนักถึงได้ลืมความตั้งใจเดิมชั่วขณะตอบสนองความต้องการที่แทรกผ่านกลางกายมาอย่างลืมตัว

“อะ อา” เสียงครางยังดังอยู่อย่างนั้นก่อนยันตัวขึ้นมองใบหน้าคนด้านล่างให้ชัดๆ และไม่นานนักรอยยิ้มน่ารักก็ผุดออกมา “ฮิฮิ อี้เอินอา”

ครางเรียกยิ้มๆ ก่อนเลื่อนมือวางบนหน้าท้องแกร่ง แล้วเริ่มขยับตัวรับจังหวะของอีกฝ่าย

“อ อืม” เสียงครางดังเป็นระยะขณะจังหวะเริ่มเร่งเร้า ปลายนิ้วเรียววาดทั่วหน้าท้องก่อนค้ำประคองร่างกายเมื่ออยู่ๆ เชลยที่ควรนอนนิ่งๆ ก็ขยับตัวลุกขึ้น ทั้งโอบแขนรอบลำตัวกกกอดร่างแบบบางเข้าหาพร้อมเร่งเร้าจังหวะตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ

แบมแบมเด้งสะโพกตอบรับ ก่อนหอบฮักเมื่อริมฝีปากถูกรุกไล่ด้วยปลายลิ้นอุ่นที่สอดเข้ามา เรียกเสียงครางในลำคอ

“อ อี้” ปากบางยังพยายามครางชื่อออกมาแม้สมาธิทั้งหมดจะถูกรบกวนโดยเจ้าของชื่อนั้นก็ตาม

ปลายนิ้วสากลูบไล้แผ่นหลังบางพร้อมริมฝีปากดูดเม้มไปทั่วลำคอปลุกเร้าร่างเล็กที่เจียนจะคลั่ง ก่อนแอ่นตัวเพื่อรับกับสัมผัสร้อนๆทั้งสะโพกยังขยับรับไม่ขาดสาย เสียงเนื้อกระทบกับเนื้อดังก้อง ทั้งความรู้สึกมัวเมายังขับกล่อมคนทั้งสอง

ก่อนมือข้างหนึ่งยกขึ้นดันปลายคางพร้อมปรือตามองช้าๆ

“อา อึก”

“อะ...”

เสียงครางยังดังสลับ ทั้งเสียงหอบสอดแทรกเป็นครั้งคราว ดวงหน้าเล็กเงยขึ้นสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เอาที่เฝ้ามองอยู่อย่างนั้น ก่อนมุมปากยกยิ้มทั้งจิกเล็บลงบนไหล่เพื่อระบายอารมณ์ปนหยอกล้อตอบรับสัมผัสที่ยังกระแทกกระทั้นอยู่เบื้องล่าง

“อะ อา”

แต่ไม่ทันได้ทำอะไรมากนัก เสียงครางหวานก็หยุดหายเข้าไปในริมฝีปากเมื่อมือหนารั้งลำคอประกบจูบไว้อีกครั้ง

ไม่รู้เหมือนกันว่าตื่นมาจะโวยวายแบบไหน แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดมากอะไร เอาไว้ค่อยจัดการพรุ่งนี้เช้าก็แล้วกัน

ชายหนุ่มได้แต่ทอดถอนใจก่อนตั้งสติมุ่งกลับไปรับหน้าที่เชลยที่ดีของนายเหนือกันต์พิมุกต่อไป...

 

“อื้อ”

เสียงครางอือในลำคอดังขึ้นต้อนรับเช้าวันใหม่ ก่อนคนตัวเล็กพลิกกายกอดก่ายหมอนข้างใบใหม่ด้วยความเคยชิน แต่แล้วใบหน้าเอิบอิ่มต้องนิ่วไปเมื่ออาการปวดร้าวพุ่งเข้าเล่นงานที่สะโพก

ความรู้สึกแบบนี้มัน...

ดวงตาพลันลืมขึ้นเมื่อนึกได้อย่างนั้นก่อนใบหน้าที่ยังหลับตาพริ้มของคนข้างกายปรากฏขึ้น

“เชี่ย” งึมงำเสียงเบา แล้วเริ่มเค้นสมองนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทั้งในใจยังภาวนาว่าไม่ใช่เรื่องที่ตนถูกจับกิน ก่อนรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า

“อี้เอิน” เรียกอีกคนเสียงเบาพร้อมขยับตัวเข้าใกล้ ยื่นมือรั้งเอวหนามากอดไว้หลวมๆ

“นี่ เอินเอินครับ ตื่นได้แล้ว” เรียกจบก็ยิ้มอีกครั้ง กระทั่งอีกฝ่ายลืมตารอยยิ้มก็ยังคงปรากฏ ไม่มีความหยิ่งมึนตึงเหมือนก่อนหน้านี้

“อรุณสวัสดิ์ครับ คนดีของพี่” ว่าทั้งยื่นหน้าหอมแก้ม เรียกความแปลกใจจากอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี แต่เพราะในตอนนี้กำลังมีความสุขถึงได้มองข้ามความงุนงงนั้นแล้วยันตัวลุกขึ้นนั่งตั้งหน้าอธิบายความสัมพันธ์ของพวกตน

“ต่อไปนี้ไม่ต้องห่วงแล้วนะ”

“...?”

“เพราะพี่จะไม่มีวันปล่อยให้เมียตัวเองลำบากแน่นอน”

“เมีย?”

หัวคิ้วขมวดชนกันเมื่อได้ยินอย่างนั้น ก่อนเมียที่ว่ายันตัวลุกขึ้นด้วยความงุนงงพยายามคิดทบทวนว่าตนตกเป็นเมียของอีกฝ่ายตอนไหน

“ใช่เมีย”

แต่นายเหนือที่มั่นใจในสถานะของตนนักหนายังคงย้ำ แล้วรีบอธิบายซ้ำเมื่อสีหน้างุนงงยังปรากฏ ปลายนิ้วชี้เข้าหาตัวพร้อมอ้าปากพูดช้าๆ

“ผัว” ว่าจบก็ชี้นิ้วไปที่อีกฝ่ายพร้อมเสียงอธิบายดังขึ้น

“เมีย”

“เมีย?”

“ใช่เมีย ก็เมื่อคืนอยู่ข้างล่างนิ ข้างล่างเป็นเมียส่วนข้างบนเป็นผัวนะครับ” แต่แทนที่จะเข้าใจใบหน้ายิ่งงงหนัก ก่อนผ่านไปสักพักถึงได้ทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้

“อ้อ เมีย” ว่าเหมือนเพิ่งเข้าใจขณะที่อีกฝ่ายรีบพยักหน้ารัวๆ

“ใช่เมีย ต่อไปนี้อี้เอินเป็นเมียพี่แล้วนะครับ” ว่าจบก็คว้าตัวอีกฝ่ายมากอดไว้แน่นทั้งใบหน้ายังยิ้มกริ่มให้กับชัยชนะของตน ส่วนชายหนุ่มเองก็ได้แต่ปล่อยตามเลยเพราะไม่ว่ายังไง

จะผัวหรือเมีย จะบนหรือล่าง สุดท้ายแล้วเขาก็เป็นคน ทำอยู่ดี

 

Yi-En’s Part :

วันนี้ก็เหมือนทุกวันที่ผ่านมา มันเป็นวันปกติที่ผมต้องจับเจ่าอยู่ในคฤหาสน์ที่ดูยังไงก็กว้างเกินความจำเป็น ต้องสารภาพว่าครั้งแรกที่เหยียบเข้ามาในนี้มันไม่มีอะไรดีเลยสำหรับผม แน่นอนมันรวมถึงเจ้าของที่นี่ด้วย

มายืนมองหน้าแบบนี้ได้ไง เป็นเชลยควรทำตัวสงบเสงี่ยมนั่งพับเพียบบนพื้นสิ

ทั้งน้ำเสียงและสายตาที่ส่งมามันก็บ่งบอกแล้วว่านิสัยคนพูดเป็นยังไง ผมแอบสงสารและเวทนาคนที่นี่ในใจที่ต้องอยู่กับเจ้านายนิสัยแบบนี้ แต่ก็นั่นแหละ ผมเป็นเชลย เชลยที่พี่ชายอย่างฮวางชานซองเอามาขัดดอกแล้วเก็บกระเป๋าหอบเสื้อผ้าวิ่งหนีตัวปลิวไปอยู่ที่ต่างประเทศ สุดท้ายเลยได้แต่กัดฟันทนอยู่ต่อไปทั้งในใจกำความแค้นไว้แน่นว่าถึงเวลาจากไปเมื่อไหร่ ไอ้หัวหน้ามาเฟียได้หมอบแทบเท้าผมแน่

ความหงุดหงิดใจก่อตัวขึ้นอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนกลายเป็นความเบื่อหน่ายและเอือมระอา แน่ล่ะ ก็จะมีใครบ้างพยายามลากผู้ชายด้วยกันเข้าห้องทั้งที่รู้ดีอยู่แล้วว่ายังไงก็เสร็จแน่ๆ นี่มันบ้าชัดๆ ยิ่งหลังๆ ยิ่งหนักข้อจนผมเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าอีกฝ่ายคือมาเฟียหรือคนบ้ากันแน่ถึงชอบทำตัวไม่เต็มเต็งแบบนี้ แต่แม้จะเบื่อหน่ายกับการใช้ชีวิตที่นี่หรือมีหลายครั้งที่ชอบหนีออกไปข้างนอกบ้างแต่สุดท้ายก็ต้องกลับมา ก็เป็นเชลยนี่นะ สุดท้ายเลยต้องยอมใช้ชีวิตอยู่แบบซังกะตายไปเรื่อยๆ กระทั่ง...

งั้นจนกว่าแจ็คสันจะกลับมา เจ้ก็ช่วยผมทำให้อี้เอินหึงหน่อยก็แล้วกัน

...และในตอนนั้นเองที่ผมได้รู้ว่าความหรรษาสามารถสร้างได้จากสิ่งรอบตัว

 

“นี่อี้เอิน มานั่งตรงนี้สิ”

แต่ในตอนที่เอาแต่นั่งเหม่อนึกถึงเรื่องที่ผ่านมาอยู่นั้น เสียงของคนที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะทานข้าวก็ดังขึ้น ก่อนผมเงยหน้าขึ้นมองแล้วพบกับแบมแบมที่นั่งตบหน้าขาตัวเองอยู่

“นั่งบนนั้นแล้วจะกินข้าวได้ไง” ผมถาม

“ทำไมจะนั่งไม่ได้ ตักออกจะกว้าง ไม่ต้องเขินหรอก มามะ มานั่งนี่” ว่าจบก็ตบตักดังปาบ เมื่อเห็นอย่างนั้นถึงได้ถอนหายใจแล้วลุกขึ้นเดินไปหา ในขณะที่แบมแบมเอาแต่นั่งยิ้มทำหน้าเต็มตื้นเหมือนตื่นเต้นกับบางอย่าง แต่แทนที่จะนั่งบนตักผมกลับเลือกนั่งลงเก้าอี้ตัวข้างๆ แทน

“นั่งตรงนั้นทำไม ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอครับ พี่บอกให้มานั่งนี่”

“...”

“อี้เอิน...”

“ไหนบอกอยู่บนเป็นผัวไง” ผมพูดแทรก เพราะขี้เกียจฟังคำบ่น “ถ้าให้นั่งตักก็จะอยู่ล่างนะ”

อีกฝ่ายอึกอักไปเมื่อได้ยินอย่างนั้น ก่อนยืดตัวขึ้นแกล้งกระแอมไอแล้วหันไปอีกทาง

“เมียบ้าอะไร”

“บอกเองนะว่าอยู่ล่างเป็นเมีย”

“ไม่เป็น! แมนๆ แบบนี้จะเป็นเมียใครได้ไง เอาอะไรมาพูด” หันขวับกลับมาเถียงแต่ไม่หรอก...

“งั้นก็มานี่สิ” ผมพูดอีกครั้งทั้งตบตักตัวเอง และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังนิ่งถึงได้พูดอีกครั้ง“อยู่ข้างบนเป็นผัวนะ”

และนั่นแหละถึงได้ขยับ แบมแบมเหลือบตามองทางผมอีกครั้ง ทั้งริมฝีปากยังขมุบขมิบ

“ชิ เมียบ้าอะไร” แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น สุดท้ายก็ยังลุกขึ้นขยับตัวเข้ามาก่อนนั่งแหมะลงบนตักอย่างที่ว่าจริงๆ “เป็นไง อยู่ข้างบนเป็นผัว เข้าใจ๊?”

“อืม เข้าใจ” ผมตอบพร้อมกลั้นหัวเราะ ก่อนขยับมือยกชามข้าวต้นร้อนๆ ของแบมแบมมาไว้ตรงหน้าและหยิบช้อนตักข้าวต้มขึ้นมาจ่อที่ริมฝีปากของอีกฝ่าย

“อะไร พี่กินเองได้ไม่ต้อง” แบมแบมว่าทั้งผลักมือผมออกห่าง แต่ยอมเหรอ ไม่หรอก นี่แค่เริ่มต้น

“จะไม่ยอมกินจริงๆ เหรอ”

“...”

“เมียป้อนเลยนะ”

แทบจะทันทีที่พูดจบแบมแบมก็อ้าปากงับเอาข้าวต้มในช้อนเข้าไปในปาก ก่อนก้มหน้าเคี้ยวงุบงับเงียบๆ คนเดียว ส่วนผมก็ได้แต่นั่งเท้าคางมองคนบนตักที่ตอนนี้ดูเงียบผิดปกติ

กระทั่งเห็นว่ากินข้าวต้มเรียบร้อยแล้วถึงได้ยื่นช้อนจ่อปากอีกครั้ง และเหมือนเดิม แบมแบมกินมันเงียบๆ ก่อนเอนตัวอิงหัวเข้ากับอกผม และแม้จะตกใจกับการกระทำนั้นอยู่นิดๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ใส่ใจ ตั้งใจป้อนข้าวไปเรื่อยๆ กระทั่งได้ยินเสียงพูดดังอู้อี้ของอีกฝ่าย

“พี่หิวน้ำ”

ผมหยิบน้ำให้แบมแบมก่อนดึงออกเมื่ออีกฝ่ายตั้งท่าจะหยิบแก้วไปก่อนสุดท้ายยอมอยู่นิ่งๆ ถึงได้ส่งแก้วไปจ่อที่ปากค่อยๆ เอียงแก้วป้อนน้ำให้ช้าๆ

ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าคิดไปเองรึเปล่าที่ยิ่งนานเข้าผมถึงได้รู้สึกว่าในห้องเงียบกริบ ยิ่งพอก้มหน้ามองคนบนตักยิ่งทำให้รู้สึกถึงทุกการกระทำที่สัมผัสเข้ากับหน้าตัก ตัวหรือแม้แต่อกที่ยังมีหัวเล็กๆ นั่นแนบอยู่

ดูท่าจะมีความสุขกับการอยู่ข้างบนซะจริง

ผมยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้เมื่อเห็นคนตัวเล็กที่ยังเอาแต่นั่งอิงศีรษะดื่มน้ำอยู่อย่างนั้น ก่อนริมฝีปากบวมเจ่อเผยอออกนิดๆ ชวนให้แกล้งขยับนิ้วไปจิ้มจริงๆ

“นี่” ผมเรียกและคนที่เอาแต่สนใจอยู่กับแก้วน้ำก็ครางตอบพร้อมเงยหน้าขึ้นมอง

“หืม?”

“...”

“...อะไร มีอะไรก็พูดสิ” ขมวดคิ้วพูดเหมือนเริ่มหงุดหงิดก่อนรีบหันหน้าหนีเมื่อผมเริ่มโน้มหน้าลงไปหา

“ขอจิ้มปากหน่อยดิ”

“...จิ้ม? จิ้มบ้าอะไร ไม่เอาคนจะกินข้าว” ว่าจบก็แย้งช้อนจากมือแล้วหันหน้าหนี ก่อนปลายหูเริ่มแดงเรื่อไล่ถึงลำคอ เขินเหรอ?

ผมเลิกคิ้วแปลกใจนิดๆ ไม่คิดว่าคนแบบนี้จะเขินเป็นกับเขาด้วย และเมื่อเห็นอย่างนั้น ยิ่งนึกให้อยากแกล้ง ผมรีบขยับแขนรั้งเอวแบมแบมเข้ามาแล้วยื่นหน้าเกยคางพร้อมยื่นมือแย้งช้อนกลับมา

“บอกแล้วไงว่าเมียจะป้อน”

“...ก ก็ป้อนดิ แล้วก็ไม่ให้จิ้มนะ เล่นอะไรไม่รู้ ประสาท” ถึงจะแอบฉุนนิดๆ กับประโยคนั้นแต่ก็ทำเป็นไม่สนใจ ผมตักข้าวต้นป้อนให้คนบนตักอีกครั้ง แต่ในขณะที่ข้าวกำลังเข้าปากเสียงกรี๊ดแหลมๆ ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ

“กรี๊ดดด ที่รักขาทำบ้าอะไรอยู่คะ” ไม่ต้องเงยหน้าก็รู้ว่าใคร เพราะเมื่อวานก็แบบนี้แหละ “นี่มันเพิ่งเช้านะ มาทำบัดสีแบบนี้ได้ยังไง มินรับไม่ได้ มินไม่ยอม!

“อะ ด ดะ เดี๋ยวๆๆๆ” แทบจะทันทีที่อีมินยองสาวเท้าเดินเข้ามาแบมแบมก็ลุกพรวดขึ้นก่อนถอยร้นไปอีกทางทั้งยกมือห้าม ด้วยท่าทางหวาดกลัว

“เดี๋ยวอะไรคะ ก็มินเห็นอยู่คาตา”

“...”

“ที่รักขาตอบมินมาสิคะ ที่รักรักมันใช่ไหม ที่รักขาคิดจะทิ้งมินไปหามันใช่รึเปล่า” มินยองที่ยืนอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ ยังเอาแต่ตะคอกถามอยู่อย่างนั้น ก้อนนิ่วหน้าเบะปากแล้วหันออกมองอีกทางด้วยท่าทางงอนๆ

ก็พอรู้อยู่หรอกว่าสองคนนี้วางแผนไว้อยู่แล้ว อีกอย่าง ต่อให้แกล้งทำว่ารักกันยังไงผมก็ดูออก แน่ล่ะ ตัวสั่นขนาดนั้น ไม่รักมากก็กลัวมาก ซึ่งดูจากท่าทางแล้ว... ออกแนวกลัวตายซะมากกว่า

“ถ้าที่รักยังเอาแต่เงียบแบบนี้ มินจะโทรไปบอกคุณพ่อของที่รักขาให้มาจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย”

“ฮะ เดี๋ยวๆ”

“อะไรคะ อย่าบอกนะว่าที่รักขาลืมเรื่องงานแต่งของเราแล้ว”

“งานแต่ง?”

“ที่รักขา!!

ผมที่เอาแต่ยืนดูการทะเลาะของสองคนนั้นอยู่เงียบๆ เริ่มคิ้วกระตุกเมื่อได้ยินคำว่างานแต่ง งานแต่งเหรอ ไหนบอกเป็นแค่คู่หมั่น อีกอย่างอายุแค่เท่าไหร่ จะรีบแต่งไปไหนวะ

“ที่รักขาลืมงานแต่งของเราจริงๆ เหรอ มินไม่ยอมนะ มินไม่ยอม!

“เดี๋ยวๆ เจ้ ไม่ได้ลืม ใจเย็นๆ อะ”

และไม่รอให้พูดจบ ผมก็รีบขาแขนแบมแบมไว้แล้วลากให้เดินตามมาอีกทาง

“เดี๋ยว จะไปไหน ฉันไม่ให้นายพาตัวที่รักขาไปนะ!” เสียงแหลมๆ ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับที่เธอคว้ามือผมไว้และไม่รอให้พูดอะไรอีก ผมก็รีบหันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด

“ตอนนี้สายแล้ว คุณกันต์พิมุกต้องรีบไปทำงาน ไว้ค่อยกลับมาคุยเรื่องไร้สาระทีหลังนะครับ”

พูดจบก็รีบสาวเท้าลากคุณกันต์พิมุกออกมา เพราะไม่อยากเสียเวลาฟังเรื่องไม่เป็นเรื่องพวกนั้นอีก จริงๆ เลย ทั้งที่คิดว่าจะได้อยู่สงบแท้ๆ แต่กลับต้องมาหงุดหงิดแต่เช้า

แย่จริงๆ

“ปล่อยได้แล้ว ลากอยู่ได้ มันเจ็บนะ” แต่ขณะที่เอาแต่เดินจ้ำอ้าวเพราะอยากรีบออกมาจากสถานการณ์บ้าๆ นั่น เสียงของคนด้านหลังก็ดังขึ้น ลืมไป ว่าลากอีกคนมาด้วย

ผมปล่อยมือแบมแบมทันทีที่ได้ยินอย่างนั้นก่อนหันกลับไปมองเจ้าตัวที่ยืนทำหน้าหงิกอยู่ด้านหลัง “ไม่รู้จักถนอมบ้างเลย ผัวตายกลายเป็นม่ายใครจะรับผิดชอบ”

บ่นงุบงิบทั้งนวดข้อมือ ก่อนสาวเท้าเดินตรงไปยังตัวรถที่จอดรออยู่หน้าบ้าน “จริงๆ เลย แล้วจินยองหายไปไหนวะเนี่ย”

“...”

“จินยอง! โอ๊ยย ทำไงวะ ถ้าเจ๊ตามทันกูตายแน่ๆ”

แต่ในตอนที่อีกคนยังเอาแต่บ่นอยู่อย่างนั้นเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้นก่อนผมหยิบขึ้นมาแล้วพบว่าคนที่โทรเข้ามาไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก

อิมแจบอม

แต่ในตอนที่กำลังจะกดรับสายก็ตัดไป ทำให้ผมเริ่มชั่งใจแล้วว่าควรโทรกลับดีไหม แต่ในสถานการณ์แบบนี้นะเหรอ...

เอาเถอะ เพราะหากมีอะไรสำคัญอีกเดี๋ยวคงโทรกลับมาเอง

เมื่อนึกได้อย่างนั้นถึงได้ก้มเก็บมันลงไปในกระเป๋าแต่ตอนนั้นเองที่หางตาเหลือบเห็นใครอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ผู้หญิงตัวเล็กผมสั้นยืนนิ่ง และท่าทางดูต่างไปจากครู่นี้อย่างสิ้นเชิง

และไม่รอช้า แทบจะทันทีที่เห็นอย่างนั้น ผมก็รีบก้าวเท้าตรงไปข้างหน้าพร้อมความรำคาญที่พุ่งสูงขึ้นทุกขณะ จัดการคว้าแขนแบมแบมที่เอาแต่ยืนบ่นอยู่ข้างตัวรถให้หันกลับ แล้วก้มหน้าประทับจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปากก่อนผละออกห่างแล้วจงใจพูดเสียงดังให้คนข้างหลังได้ยิน

“มีเมียแล้วยังจะไปแต่งงานกับคนอื่นอีกเหรอ เจ้าชู้จังนะ!

 






..........................
ถามค่ะ
จะโอเคไหมคะ ถ้าเรื่องนี้มีเอ็นซีแบบปกติ
ปกติคือปกติค่ะ แบบเอ็นซีที่ฟิคเรื่องอื่นเขามีกันงี้
เรื่องเอ็นซีเราจ่อจะเขียนแล้วค่ะ แต่ยังไม่มั่นใจเลยอยากถามก่อนว่า
ถ้ามีจะโอเคไหม เรากลัวมันหลุดค่ะ
ส่วนตอนหน้าถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด
คงได้รับรู้ถึงสภาพจิตใจของน้องเอินหลังถูกพี่กันต์ย่ำยีนะคะว่าบอบช้ำแค่ไหน TvT
อย่าลืมเตรียมผ้าเช็ดหน้าด้วยนะคะ
ไว้ซับน้ำหมาก เอ้ย น้ำตา
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมากค่าา
...........................
สมอยากนายเหนือแล้วค่ะ
ได้น้องเอินเป็นเมียสมใจ
ต่อไปจะได้ไม่ต้องทุกทรมานกับการถูกหักธงอีก//ปาดน้ำตา ;-;
ส่วนตอนแรกในครึ่งหลังก็จัดว่าเป็นเอ็นซีใสๆ ที่สามารถลงในนี้ได้นะคะ
คือมันไม่มีคำหยาบคาย ส่วนให้18+ อะไร
สัยๆ ไปตามท้องเรื่อง ฮ่าๆๆๆ
ขอบคุณทุกคนที่ตามอ่านมาค่าา
ขอบคุณค่ะ :]
ปล. ตอนหน้าเจ้าคุณพ่อจะคัมแบ็คนะคะ มารอดูศึกพ่อผัวลูกสะใภ้กันเถอะ!

ติดแท็ก #ฟิคหักธง 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

959 ความคิดเห็น

  1. #959 Melinnnnnnn (@aboutMyWings) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 01:02
    แบมแบมแบบหลอกง่ายมาก เชลยพูดอะไรคือตามหมดเลย... พาร์ทมาร์คนี่ก็ดูเอ็นดูน้องดีนี่หว่าาาา ชอบก็บอกว่าชอบจ้า5555
    #959
    0
  2. #947 tvvttwt (@tvvttwt) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 17:42
    อ่านไปก็คิดว่า แบมแบมเต็มรึปล่าว😂😂
    #947
    0
  3. #945 I'mPui (@tarnteeta_wh) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 08:50
    พี่กันต์ พี่อายุ18 หรือ8ขวบกันแน่คะ 555555
    #945
    0
  4. #933 Harukim (@aileehan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 13:40
    เป็นเมียที่น่ารักไปมั้ยโอ้ยยยยย
    #933
    0
  5. #926 FinnHarries's wife (@bambamuklover) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 21:00
    โอ๊ยยยชอบ ???????????????? ทำตัวดีๆเป็นเมียที่ดีกับพี่กันต์แล้วจะสบายเองหนู!
    #926
    0
  6. #913 Cake__Cake (@Cake__Cake) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 17:25
    เหมือนพี่มาร์คกำลังเลี้ยงลูก แล้วก็หลอกล่อเด็กด้วยตรรกะประหลาดๆอยู่เลยอ่ะ
    #913
    0
  7. #868 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 11:23
    ตรรกะอะไรของพี่กันต์คนแมนคะว่าอยู่บนต้องเป็นผัวเสมอไปเนี่ย จะซื่อเกินไปแล้วนะพี่กันต์
    #868
    0
  8. #807 De_Zine (@zinek) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 01:07
    นี้พี่กันต์คิดว่าตัวเองเปนผัวหรือนี้5555
    #807
    0
  9. #790 praneekukku (@praneekukku) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 00:07
    มาร์คหึงแบมจริงๆแล้วช่ะป่ะ เริ่มรักแบมแล้วใช่ไหม
    #790
    0
  10. #763 Lorelei (@yoyumito) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 16:22
    กำลังงงๆกับน้องเอินแป้บ555
    #763
    0
  11. #729 ๐Cullen๐ (@pcy614) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 23:28
    สรุปพี่มาร์คคิดไง
    #729
    0
  12. #721 KTuaninuninen7 (@KTuaninuninen7) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 11:00
    เมียเริ่มหงุดหงิด แสดงว่าหึงจริง55555555 โคตรชอบพี่กันต์เลยแมนได้น่ารักมาก
    #721
    0
  13. #639 H E I D I M E (@zodalikethis) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 21:48
    เมียเริ่มหึงแล้วแกร๊5555 

    ชอบมากจริงๆนะ ฮวือออ><
    #639
    0
  14. #614 Aely (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 18:08
    น้องเอินออกโรงแล้วค่ะ ปรบมืองามๆ



    เจ๊มินนี่ก็ขาโหดตลอด
    #614
    0
  15. #479 Fleur Rose (@spash) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 14:45
    นายเหนืออยู่บนจนได้เป็นผัวสมใจ 555555 ขนาดนั่งยังต้องอยู่บน โอเคลาออกจ่กการเป็นนายเหนืแล้วมาเปนเชลยแทนเถอะ 555555
    #479
    0
  16. #408 Raisin G (@Lookgatekaa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 เมษายน 2559 / 06:38
    โอยยย ขรำพี่กันต์คนแมนหนักมาก 555 บ๊องจริงไรจริง
    #408
    0
  17. #325 [:Wynn:] (@jemakub) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 20:41
    โอเคค่ะ! โอเคมากมาย!
    อร๊ายยยย! ฟินมากกับความ'ผัวเมีย'ของคู่นี้
    555555
    #325
    0
  18. #322 MBisme (@MBisme) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 14:01
    พี่เอินนี้จริงจังแล้วใช่ปะ 555555เจ้เค้านอกบทให้แบมหละ ที่นี้หึงแรงแน่ๆ
    #322
    0
  19. #275 Sushi_Tuan1a (@sushi2002) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:46
    ผัวมากลูกกกก5555
    #275
    0
  20. #270 Aujacharee (@Aujacharee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:40
    แบมเอ้ยยโดนหลอกแล้วว
    #270
    0
  21. #261 kungking (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:11
    แบมยังมั่นหน้าว่าได้เป็นผัวอีกเนอะนายเหนือ555
    #261
    0
  22. #260 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:47
    55555555555555555 โอ้ยยย ชอบ แบมก็ยึดติดกับข้างบนเป็นผัวจริง ๆ เลยนะ ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย
    แต่แหมมาร์คมีการหึงหวง ตลกงะ เมียหึงแล้วค่ะ 555555
    แบมบ๊องน่ารักก มีใครบ้างที่แบมไม่ตกเป็นรอง ขนาดมินยังเชลย แบมสู้ใครไม่ได้เลย 5555555
    #260
    0
  23. #259 namemy_jung (@namemejung) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:46
    ครึ่งหลังฮามากกก 555 เอินเอินหึงแรงมาก ชอบๆ555
    #259
    0
  24. #258 phichket (@phich_333) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:11
    หึงจริงๆล่ะซิ!!
    #258
    0
  25. #257 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 11:32
    อยากให้มี NC แบบปกติก็ดีนะ
    แล้วนี่แบมยังฝืนตัวเองพยายามจะเป็นสามีอี้เอิ้นให้ได้เลยใช่มั้ย
    ยอมรับเพศมภาพตัวเถอะนะคุณกันต์
    #257
    0