[GOT7] Maf(ai)l หักธงมาเฟีย : MarkBam

ตอนที่ 5 : ลูกหมูตัวที่สี่ :: คู่หมั้นมหาประลัย(100%) (ตรวจ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,871
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    22 ก.ค. 59

O W E N TM.








4

คู่หมั้นมหาประลัย

 

“ที่รักขาทำงานหนักมากใช่ไหมคะถึงได้เป็นแบบนี้”

“...”

“ดูสิ แก้มตอบหมดเลย พักผ่อนบ้างสิคะ มินเป็นห่วงนะรู้ไหม”

“...”

“โถ ที่รักขาของมิน”

ภายในห้องรับแขกกว้างๆ ที่มีผม มินยอง อี้เอินและยูคยอมนั่งอยู่ ยังคงได้มีเสีบงของมินยองดังขึ้นเป็นระยะทั้งห้องนอกจากเจ๊แกก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีกแล้ว และเชื่อเถอะว่าต่อให้พูดจนปากฉีกไปถึงหูก็ไม่สามารถลดระดับความน่าอึดอัดในห้องนี้ลงได้เลย

“ดูสิหน้าซีดหมดเลย”

ว่าทั้งเอื้อมมือยาวๆ มาประคองหน้าให้หันกลับไปมองและแม้ผมจะพยายามผินหน้าหนียังไงสุดท้ายก็ต้านแรงไม่ไหว ยอมหันกลับไปมองในที่สุด

“คงไม่สบายมากใช่ไหมคะ มามะ ให้มินกอดปลอบสักทีสองที”

ว่าแล้วก็คว้าตัวพี่กันต์ไปกอดเต็มรัก ส่วนผมก็ได้แต่ส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปให้ยูคยอมเพื่อนรัก แต่ดูท่าจะรักกันมากไปนิด มันแบะปากหันหน้ามองทางอื่นทันทีที่เห็นอย่างนั้น

แหม เพื่อนที่เคารพ รักกูซะจริง

และเมื่อรู้ตัวว่าไม่รอดแน่แล้ว ถึงได้หันหน้าส่งสายตาอ้อนวอนไปทางน้องเอินที่นั่งนิ่งบนพื้นแต่ก็นั่นแหละ ไม่ต่างอะไรกับหันไปหาที่ตายชัดๆ เพราะแทนที่จะได้เห็นสายตาน่าสงสารกลับกลายเป็นใบหน้ามึนๆ พร้อมสายตาเย็นชาเหมือนกำลังบอกว่า ไปตายซะ งั้นแหละ

โอ้ นี่มันวันโลกแตกชัดๆ

ผมได้แต่นั่งปลงตกกับความเป็นไปของโลกอยู่พักใหญ่ๆ ปล่อยให้เจ๊แกกอดผมเหวี่ยงไปมาสักพัก กระทั่งหนำใจถึงได้ปล่อยให้เป็นอิสระ

“ที่รักขาตัวร้อนจังนะคะ” ว่าพลางถอนใจแต่บางทีเจ๊แกอาจลืมไปว่าคนที่ควรถอนใจต้องเป็นพี่กันต์ แน่ล่ะ เจอหน้ากันทีไรเคยมีเรื่องดีเกิดขึ้นที่ไหน ยังนึกถึงครั้งสุดท้ายที่เจอกันได้อยู่เลย

เป็นอะไรที่สยองยิ่งกว่าหนังผี

“แล้วที่รักขาเจ็บคอไหมคะ ไอรึเปล่า อาการเป็นยังไงบ้างลองเล่าให้มินฟังสิคะ”

“เอ่อ”

“ว่าไงคะ หรือที่รักขาเจ็บคอ” จีบปากจีบคอว่า และนั่นทำให้ผมนึกอะไรออก

“แคกๆ”

ว่าแล้วก็สวมบทคนป่วยน่าสงสาร ไอคอกแคกออกไปเหมือนที่เคยใช้กับอี้เอิน

“ที่รักขาเป็นอะไรคะ”

“แคกๆ เจ็บคอจัง”

“ที่รักขาเจ็บคอเหรอคะ”

“อื้อ” พยักหน้ากระเง้ากระงอด ย่นคิ้วส่งสายตาน่าสงสารออกไป

“อยากกินน้ำ”

ไปเอาน้ำอุ่นมาให้กินซะนะเจ๊ แล้วผมจะได้มีเวลาปรับทุกข์กับเพื่อนรักแสนดีอย่างไอ้คยอม

“เค้าอยากกินน้ำอุ่นจัง”

“ที่รักขาอยากกินน้ำอุ่นเหรอคะ”

“อื้อ”

“ได้ค่ะ รอมินอยู่นี่นะคะ เดี๋ยวจะไปเอาน้ำมาให้” ว่าจบก็ลุกขึ้นยืนแต่ภาวนาให้เจ๊แกเดินหนีไปได้แปบเดียว มินยองก็หยุดเดินแล้วหันกลับมาทางพวกเราที่สีหน้าดูมีความหวังเหลือเกิน

“จริงสิ มินชงชาให้ที่รักขาดื่มดีกว่า อะ เชลยคนนั้นน่ะ มาช่วยฉันยกชาหน่อยสิ”

“...”

ทั้งห้องเงียบกริบพร้อมไอมาคุเริ่มแผ่ขยาย อี้เอินหันหน้ามองทางผมแวบหนึ่ง ก็แค่แวบเดียวแหละ แค่แวบเดียวจริงๆ ที่ผมมองเห็นสายตาเย็นๆ ติดหงุดหงิดคู่นั้น

ไอ้ชิบหาย

“ตัวเอง เขาชื่ออี้เอิน”

ว่าเสียงเบาแบบนี้ไม่ใช่ว่ากลัวหรอกนะ ก็แค่ไม่สบายพูดอะไรต้องให้เกียรติลำคอ

“อ้อ งั้นเชลยอี้เอินมาช่วยฉันยกชาด้วย”

“...”

“เชลยอี้เอินเร็วสิ”

ไม่รู้ว่าใสซื่อหรือตั้งใจเร่งให้กูตายไว เพราะเรียกทีก็มีแต่เชลย อี้เอินยังนั่งมองผมอยู่อย่างนั้น ไม่ต้องบอกคงรู้ใช่ไหมว่าน้องใช้สายตายังไงมองมา

“เร็วสิ!” มินยองเร่งอีกครั้งเมื่ออี้เอินยังนั่งนิ่ง ก่อนยอมลุกขึ้นเดินตามออกไปในที่สุด ทำให้ทั้งห้องเหลือเพียงผมและยูคยอมสองคนเท่านั้น และแทบจะทันทีที่ร่างของสองคนนั้นหายไป ผมก็รีบไถตัวเดินไปทางยูคยอมที่เอาแต่นั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้มาตั้งแต่เมื่อครู่

“มันเกิดอะไรขึ้นวะ”

“มึงยังต้องถามอีกเหรอ ก็พี่กูกลับมาแล้วไง”

“ทำไมไวนักวะ ไหนบอกอาทิตย์หน้า”

“มึงถามกู แล้วจะให้กูถามใคร” ทำหน้ามึนตอบ และมันทำให้ผมจนปัญญาสุดๆ

“แล้วเอาไงดีวะ”

“กูก็คิดอยู่เนี่ย”

“โอ๊ย ถ้าเป็นแบบนี้นานๆ กูต้องบ้าตายแน่ๆ” ว่าพลางเริ่มทึ่งผมตัวเอง

หายนะ นี่มันหายนะชัดๆ เพียงแค่นึกว่าต้องใช้ชีวิตอยู่โดยมีเจ๊แกอยู่ด้วยก็จะบ้าตายแล้ว

“แล้วไอ้แจ็คสันมันรู้รึยัง”

“อือ มันบินไปฮ่องกงตั้งแต่เช้าแล้ว”

“...”

เออดี เพื่อนกูแต่ละคน ดีๆ ทั้งนั้น

ผมมุ่ยปาก ยกมือเท้าคางเพราะในอกตอนนี้มันอัดแน่นด้วยความหงุดหงิดและอึดอัดจนแทบระเบิดออกมาอยู่รอมร่อ หันไปทางไหนก็ไม่มีใครช่วยผมได้เลย ยูคยอมมันก็ยังจะเอาตัวไม่รอด แล้วแจ็คสันมันก็ดูขยาดขนาดนั้น แต่แหงล่ะ ไม่แปลกที่มันจะขยาดหรอกก็ในเมื่อ...

“ที่รักขา ชามาแล้วค่ะ”

ยังไม่ทันได้หายใจได้ทั่วท้อง เสียงร้องแหลมๆ ชวนปวดหัวก็ดังเข้ามาในห้องก่อนตามเข้ามาด้วยร่างสองคนที่เพิ่งเดินออกไป อี้เอินที่ยังมีสีหน้าเรียบเฉยเดินตามมินยองเข้ามาด้านในทั้งมือยังถือถาดชา

“อ้าว ทำไมที่รักขาไปนั่งอยู่ตรงนั้นล่ะคะ” ว่ายิ้มๆ แล้วก็เดินมาควงแขน ลากผมให้เดินกลับไปนั่งที่เดิม

“อย่าไปนั่งใกล้ยูคยอมสิ ติดเชื่อโรคป่วยหนักกว่าเดินจะทำไงล่ะคะ”

“ชิ”

ไม่ต้องหันไปมองก็พอเดาได้ว่าเสียงใคร แต่ตูดเพิ่งจะติดโซฟาได้ไม่นานเสียงของมินยองก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“เชลยอี้เอิน เอาชามาวางตรงนี้สิ”

“...”

“เร็วสิ ชักช้าอยู่ได้”

ไม่รู้ว่าจะรีบไปไหน มินยองชี้นิ้วเร่งยิกๆ ขณะที่อีกคนยังคงสีหน้าเรียบเฉย แต่เชื่อสิ ว่าภายใต้ใบหน้านิ่งๆ นั่นอี้เอินต้องหมายหัวผมไว้แล้วแน่ๆ

อ่า แล้ววันนี้พี่กันต์จะมีชีวิตรอดได้อย่างไร อีกคนก็ตามประกบติดขณะที่อีกคนเอาแต่แผ่รังสีอำมหิตใส่รัวๆ

“ที่รักขา ดื่มชาหน่อยนะคะ”

มินยองว่าพร้อมยกแก้วชามาจ่อที่ปาก เชื่อเถอะว่าถ้าง่างปากแล้วยัดถ้วยชาลงคอได้เจ๊คงทำไปแล้ว

“ขอบคุณครับ” ผมขอบคุณเสียงเบาพร้อมยกมือขึ้นรับถ้วยชาแต่ว่ากลับถูกตีมือไว้ซะก่อน

“ไม่เอาสิคะ เดี๋ยวมินป้อนเอง”

“มีป้อนด้วย?”

“ใช่ค่ะ คนเป็นคู่หมั้นกันก็ต้องป้อนกันสิคะ”

ปึก!

แต่ขณะที่มินยองยังยืนหยัดจะป้อนชาเข้าปากให้ได้ คนตรงหน้าก็กระแทกกาน้ำชาลงบนโต๊ะเสียงดัง และยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรออกมา อี้เอินก็พูดขึ้นซะก่อน

“ขอโทษครับ”

เหมือนจะนอบน้อมแต่สีหน้าบอกแบบนั้นที่ไหน อี้เอินส่งสายตาที่เริ่มขวางเข้าทุกขณะมาให้ ก่อนย่อตัวคลานกลับไปนั่งที่เดิม คุณพระ นี่ผมตาฝาดไปเองใช่ไหม

ไหน ใครช่วยบอกผมสิ ว่าที่เห็นเมื่อกี้คือความจริง

“หึๆ”

หึงล่ะสิ

แสยะยิ้มมุมปากเมื่อได้เห็นอย่างนั้น และยังไม่ทันได้ทำอะไร ถ้วยชาของคนข้างๆ ก็ยื่นมาจ่อปากอีกครั้ง

“ที่รักขา ดื่มสิคะ”

“อื้อ เค้าจะดื่ม”

พยักหน้ายิ้มหวานพลางยกมือวางทาบบนมือมินยองอย่าง-จง-ใจ

“ตัวเอง ชาหอมจัง”

ครางหงุงหงิงบอก แต่กลายเป็นว่าทั้งห้องเงียบกริบ

“...ช ชาหอมเหรอคะ” มินยองถามใบหน้าเหมือนไม่มั่นใจบางอย่าง

“อื้อ ตัวเองว่าไม่หอมเหรอ”

“...อ้อ ค่ะ ชาหอมมากเลยค่ะ” และในตอนนั้นเองที่ใบหน้านิ่งค้างของมินยองปรับเป็นปกติ ก่อนจะรินชาแล้วยกจ่อปากผมอีกครั้ง

“ถ้าชาหอมก็ดื่มเยอะๆ นะคะ ที่รักขาจะได้หายเจ็บคอด้วย”

“ค่ะ ตัวเองน่ารักที่สุดเลยยย”

ว่าแล้วก็ยกมือบีบแก้มเจ๊ ทำประหนึ่งรักนักหนาเหมือนว่าไม่เคยกลัวมาก่อน โอ้ ไม่คิดเลยว่าชีวิตจะมีวันนี้ วันที่ผมมานั่งจี๊จ๊ะกับผู้หญิงอำมหิตนามว่าอีมินยอง

“มาค่ะ ที่รักขาดื่มนะคะ”

“อะ อ้ามม”

“หูย เก่งจังเลยค่ะที่รักขา เอาอีกนะคะ”

“ได๊ค่ะ เค้าจะดื่มชาที่ตัวเองชงหมดเลย”

“อ้ำๆ นะคา”

และหลังจากนั้นผมก็ซดชาเข้าไปหนึ่งเหยือกเต็มๆ...

แต่ไม่หรอก มันจะไม่จบแค่นี้แน่ แหงล่ะ ก็คนสำคัญนั่งอยู่ตรงนี้ แล้วพี่กันต์จะยอมลงได้อย่างไร!

“ตัวเอง ชาที่ตัวเองชงหว๊านหวาน”

“หูย จริงเหรอคะ”

“ใช่ค่ะ มามะตัวเอง มาให้เค้าตบรางวัลสักฟอด”

“เห้ยๆ นั่นพี่กู”

ยังไม่ทันจะได้ตบรางวัล ไอ้ยูคที่นั่งแบะปากอยู่อีกฝั่งมานานสองนานก็ลุกขึ้นใช้มือดันหน้าผมไปอีกทาง

“ชักลามปาม เล่นใหญ่ไปล่ะมึง”

“ลามปามอะไร มึงไม่เข้าใจหัวใจสีชมพูอันผ่องแผ่วที่กูมีให้พี่มึงหรอก” ว่าเสียงเข้มทั้งตีหน้าขึงขัง ทำประหนึ่งว่ารักพี่มันนักหนา แม้ว่าความจริงจะค่อนไปทางกลัวมากกว่า

“เออ จะสีชมพูสีอะไรก็ช่างเถอะ ไปเจ้กลับบ้าน เดี๋ยวป๊ารอทานข้าว”

“อะไร เจ้ไม่กลับ เจ้จะอยู่กับที่รักขาของเจ้”

“เจ้!

“...”

“...”

“...เออ กลับก็ได้” และเหมือนจะทนน้องชายขี้หวงของตัวเองไม่ไหว หลังจากนั่งขึงตาใส่กันสักพักสุดท้ายก็ยอมตามกลับบ้านไปในที่สุด

“พรุ่งนี้มินจะแวะมาหาที่รักขาอีกนะคะ”

ว่าจบก็ส่งจูบจุ๊บๆ และมีหรือที่พี่กันต์จะไม่สนอง

“จะรอนะคะ คนดี”

ขยิบตาปริบๆ ส่งตาหวานให้พอเป็นพิธี และเมื่อสองคนนั้นเดินออกไปแล้วถึงได้ปลายตามองกลับมายังเชลยอี้เอิน

“หึ” หัวเราะในลำคอพอเป็นพิธีแล้วโน้มตัวหยิบถาดชาขึ้นถือไว้แล้วเดินออกไปโดยไม่ลืมทิ้งท้ายด้วยประโยคเจ็บแสบ

“ไปดีกว่า ดื่นชาแล้วอารมณ์ดี๊ดี”

 

“หื้อ หือ~

เสียงฮัมเพลงของผมดังก้องทั่วทางเดินขณะที่เท้ายังเดินไปข้างหน้า ทั้งที่มือยังคงจัดชุดนอนบนตัวให้เข้าที่ ตอนนี้เวลาสองทุ่มแล้วครับ และแม้ว่าจะอาบน้ำแต่งตัวเตรียมเข้านอนแล้ว แต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้เดินลงไปนอนบนเตียงอย่างที่คิดไว้

แน่ล่ะ ก็วันนี้ผมไม่สบายทั้งวันเลยไม่ได้แตะงานสักอย่าง อีกอย่างตอนนี้ผมเองก็ดีขึ้นบ้างแล้ว ก่อนนอนคงต้องแวะไปเช็คเอกสารที่ห้องทำงาน แล้วก็คุยกับจินยองเรื่องงานของวันนี้ด้วย

ปึก

“อ้าว นายเหนือหายดีแล้วเหรอครับ”

จินยองที่กำลังยืนจัดเอกสารบนโต๊ะพูดขึ้นหลังจากหันกลับมามองแล้วพบเข้ากับผมที่กำลังเดินเข้ามาด้านใน

“อืม ก็ดีขึ้นแล้ว” ความจริง คงต้องขอบใจชาที่มินยองชงให้ดื่มด้วย แม้ในใจยังอดสยองกับสิ่งที่ตัวเองทำไปในวันนี้ไม่ได้ก็เถอะ

“แล้วเรื่องงานเป็นยังไงบ้าง”

“เรียบร้อยดีครับ”

“งั้นเหรอ”

“จริงสิ ยังมีเอกสารที่ต้องให้นายเหนือตรวจดูอีกนิดหน่อย แต่เก็บไว้ดูพรุ่งนี้ก็ได้นะครับ”

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันจะทำคืนนี้เลย” ผมว่าแล้วเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ก่อนจินยองหยิบเอกสารที่ว่าวางลงตรงหน้า

“ว่าแต่วันนี้เป็นยังไงบ้างครับนายเหนือ” ถามเสียงเบาเหมือนกำลังกลัวบางอย่าง และเมื่อได้ยินอย่างนั้นผมถึงได้เงยหน้าขึ้นมอง

วันนี้เหรอ?

“ก็ดีนี่”

“แต่วันนี้ผมได้ยินว่าคุณหนูมินยองมา...”

“อ้อ” ไม่ต้องรอให้พูดจบผมก็เข้าใจคำถามนั้นทันที ไม่แปลกหรอกที่จินยองจะมีสีหน้าอย่างนั้น ก็คนที่ถูกถามถึงใช่ย่อยซะที่ไหน

“ก็ดี” หรือถ้าจะพูดให้เข้าใจอีกนิดคือดีกว่าที่คิด...นิดนึง

“ดีเหรอครับ”

“อืม ก็ไม่แย่” จินยองหน้าเหวอเมื่อได้ยินคำตอบนั้น ทำเหมือนไม่อยากเชื่อสักเท่าไหร่ จนสุดท้ายผมต้องยื่นมือไปเขย่าแขนเรียกสติอีกฝ่ายกลับมา

“ไม่เอาน่า ยังไงฉันก็ไม่มีทางให้เจ๊แกมาเป็นอาซ้อบ้านนี้หรอก”

“จริงเหรอครับ”

“อือ” พยักหน้ารับ

ผมรู้ว่าจินยองกำลังกลัวอะไร ความจริงไม่ใช่แค่จินยองหรอก เพราะการ์ดทั้งค่าย มากกว่าที่กลัวมินยอง ก็สมญานามของเจ้แกเป็นที่เลื่องลือขนาดนั้น จะมีใครบ้างที่ไม่ขยาด

ยังมีอีกอย่างที่ผมค่อนข้างมั่นใจว่ายังไง๊ยังไง พวกเราก็ไม่มีทางได้แต่งงานกันแน่ๆ ก็คือเธอไม่ได้รักผม!

อะไรนะ ไม่เชื่อ เพราะเมื่อสายยังเห็นนั่งป้อนชากันอยู่

“หึ”

งั้นผมจะเล่าเรื่องหนึ่งให้คุณฟังก็แล้วกัน มันเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นเมื่อสิบปีที่แล้ว ก็ตอนที่ผมพบกับเธอครั้งแรกนั่นแหละ ยังจำกันได้ใช่ไหม ในตอนนั้นที่พ่อพาผมเดินออกมาหามินยองและยูคยอมและหลังจากยืนอึ้งกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าอยู่พักใหญ่ พ่อก็จัดการยัดตุ๊กตาหมีตัวยักษ์ใส่มือ ทั้งผลักหลังพูดกล่อมให้ผมเอามันไปให้มินยอง

ไปสิแบมแบม ไปทำความรู้จักกับว่าที่คุณนายของลูก

ผมกลืนน้ำลายทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ากำลังสยองกับเรื่องอะไร ความจริงการเอาตุ๊กตาหมีให้มินยองมันก็น่ากลัวนะ แต่การที่รู้ว่าเธอจะมาเป็นคู่หมั้นของผมมันน่าสยดสยองยิ่งกว่า

อะ นี่ เราให้นั่นคือคำพูดของผมหลังจากที่เดินไปถึง แต่ดูเหมือนจะผิดเวลาไปนิดเพราะผมคงไปขัดจังหวะการชำเราน้องชายตัวเองของเธอ...

และยังไม่ทันได้พูดอะไร ยัยอำมหิตนั่นก็จัดการคว้าตุ๊กตาฟาดเข้าหน้าผมอย่างจัง

ไปไกลๆ ไอ้ตุ๊ด!’

กรี๊ดด ดูสิ จะไม่ให้กลัวได้ยังไง ผู้หญิงอะไรดิบเถื่อนซะไม่มี แล้วแบบนี้พี่กันต์จะเอาอะไรไปสู้

คิดแล้วก็ขนลุก

ผมยกมือลูบแขนตัวเองอย่างอดไม่ได้เมื่อนึกถึงเรื่องนั้น บอกเลยว่านี่แค่น้ำจิ้ม เพราะวีรกรรมของเจ๊แกยังมีเด็ดกว่านี้เยอะ ยิ่งในคืนนั้นมันไม่ต่างอะไรกับนรกเลยสักนิด!

ผมนิ่วหน้าอยู่พักใหญ่ให้กับเรื่องขวัญผวาพวกนั้นก่อนเงยหน้าขึ้นมองคนที่ยังเอาแต่ยืนมองมาทางผม

“จินยอง นายไปนอนเถอะ”

“แต่นายเหนือยังทำงานไม่เสร็จเลยนะครับ”

“ไม่เป็นไรหรอก อีกเดี๋ยวฉันก็จะนอนแล้วล่ะ”

“เอ่อ ครับ”

จินยองค้อมศีรษะรับแล้วเดินออกไป และนานแค่ไหนไม่รู้หลังจากที่ห้องเหลือเพียงผมที่ยังเอาแต่นั่งอยู่ที่เดิม ไม่คิดขยับหรือก้มหน้าลงมอง เพราะในหัวกำลังนึกถึงเรื่องบางอย่าง

ทั้งผมและมินยอง พวกเราไม่ได้รักกัน แต่ถึงอย่างนั้นการจะคันค้านการแต่งงานก็เป็นไปได้ยากนอกซะจากว่าพี่กันต์จะหันหน้าเข้าทางธรรม ปลงผมบวชพระซะเลย

อีกอย่างเรื่องของมินยอง ถึงเจ๊แกจะเป็นผู้หญิงซาดิสต์ ติดบ้าและออกจะน่ากลัวไปหน่อยแต่อย่างน้อยก็น่าจะมีประโยชน์อยู่บ้างแหละวะ

ใช่ๆ เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ก็บอกได้แล้วนี่ว่าบางทีชีวิตผมก็ยังมีหวัง

และเมื่อนึกได้อย่างนั้นถึงหยิบโทรศัพท์ต่อสายหาใครคนหนึ่ง และไม่ให้รอนาน ผ่านไปไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำปลายสายก็มีเสียงตอบรับกลับมา

“ว่าไงคะที่รักขาของมิน โทรมาหาแต่หัวค่ำแบบนี้ยังไม่เข็ดกับน้ำชากาหนึ่งใช่ไหม!

 

ก๊อก ก๊อก

“นายเหนือครับ อี้เอินมาแล้วครับ”

ผมที่กำลังยืนแต่งตัวอยู่หน้ากระจกยิ้มออกมาทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น ก่อนตอบเสียงดังโดยสายตายังมองที่กระจก

“เข้ามา”

ปึก

และไม่นานนักหลังจากตอบออกไปประตูห้องก็เปิดออกแล้วตามเข้ามาด้วยร่างสูงโปร่งของคนที่ถูกพูดถึงเมื่อกี้

“มาไวดีนี่” ไหวไหล่บอกแล้วเดินไปหยุดตรงหน้าก่อนกางแขนออก

“...”

“เอา ยืนบื้ออะไร ติดกระดุมให้ฉันสิ”

พยักพเยิดหน้าบอก ก่อนคนตรงหน้าถอนหายใจออกมาแล้วยื่นมือติดกระดุมให้ตามคำสั่ง ก็ทุกวันแหละ เจอหน้าก็ไม่ค่อยพูดอะไร แถมยังทำหน้าเบื่อโลกทุกครั้งที่มองผม

อะไรกัน หน้าพี่กันต์ไม่หน้ามองตรงไหน บอกเลย หนังหน้าแบบนี้แหละฟันสาวมาเยอะแล้ว

ผมยืนมุ่ยปากมองด้วยความน้อยใจอยู่พักหนึ่ง ก่อนเปลี่ยนเป็นยิ้มเมื่อในหัวนึกถึงเรื่องบางอย่าง

“ผูกเนคไทให้ด้วย”

สั่งทั้งยื่นเนคไทในมือให้ อี้เอินยืนมองมันอยู่พักหนึ่ง แล้วหยิบมันไปผูกให้ผมทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง แน่นอนว่าอี้เอินไม่ได้มองหน้าผม แต่เอาเถอะ วันนี้พี่กันต์อารมณ์ดี จะหยวนให้ไม่รังแกสักวัน

“นี่”

“...” เหลือบตาขึ้นมองเมื่อได้ยินเสียงเรียก แล้วก้มหน้าลงสนใจเนคไทในมือเมื่อผมไม่ได้พูดอะไรอีก

“บ่ายนี้คุณมินยองจะมาหาฉันที่บ้านนะ”

“...”

“ถ้าฉันยังไม่กลับก็ช่วยดูแลเธอให้ดีๆ ด้วย”

“...”

“เข้าใจที่พูดไหม”

อี้เอินเหลือบตาขึ้นมองผมอีกครั้ง ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมว่าใช้สายตาแบบไหนมองผม

“ครับ”รับคำทั้งพยักหน้า

“ก็ดี”

“...”

“อืม แล้วก็อย่าลืมล่ะ คุณมินยองเธอบอบบางเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ น่ารัก น่าทะนุถนอมมาแต่ไหนแต่ไร จะทำอะไรก็ระวังด้วย...”

ผมยังคงพล่ามต่อไปแม้ว่าคำพูดพวกนั้นจะทำให้รู้สึกอยากกัดลิ้นตัวเองแค่ไหนก็ตามพร้อมกับเงยหน้าสังเกตดูท่าทางที่ดูไม่เปลี่ยนสักเท่าไหร่

ชิ หยิ่งไปเถอะ

ยังจำได้ใช่ไหมว่าเธอเป็นคู่หมั้นของฉัน เรียนจบจากต่างประเทศ โปรไฟล์ดี ไม่ได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน อย่าทำอะไรให้ แอก แคกๆๆ”

แต่ในตอนที่กำลังพล่ามอยู่นั้นเองเสียงไอคอดแคกก็ดังรอดออกมาเมื่อคนตรงหน้ารูดไทขึ้นมัดคอ

“ทำอะไร แคกๆ”

“...”

“พอเลยๆ” ผมรีบดึงไทออกจากมืออี้เอินเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตั้งใจผูกเนคไทต่อ ให้ตาย ใครมันจะไปคิดว่าอยู่อี้เอินจะดึงไทรัดคอผมแน่นขนาดนี้ ดูจากแรงคงกะเอาให้ถึงตาย ผมนิ่วมองอี้เอินด้วยความไม่พอใจ ก่อนขยับมือเช็คเนคไทแล้วกระเถิบถอยหลังเมื่อเห็นดวงตาไม่ประสงค์ดีนักมองมา

ชักไม่มั่นใจแล้วว่าที่ทำอยู่หึงหรืออยากฆ่ากูกันแน่

ลืมไปได้ไงนะว่านี่คืออี้เอิน ใช่ ก็ต้วนอี้เอินที่เคยทำให้ผมทรุดลงไปนอนหมอบคาเท้าตอนอยู่ในผับนั่นแหละ

“จริงๆ เลย” บ่นงึมงำทั้งเงยหน้ามองก่อนต้องเป็นฝ่ายหลบตาเมื่อเห็นสายตาข่มขู่ที่ส่งมาเหมือนกำลังบอกว่า นี่เป็นแค่การเตือน

แต่ไม่ครับ ครั้งนี้พี่จะไม่หนี แมนๆ แบบพี่ต้องเงยหน้าขึ้นสู้

“มองอะไร!!!” อ้าปากตั้งใจตะคอกเสียงดังกะให้มันกลัว

“เดี๋ยวนี้เชลยเขายืนมองหน้าเจ้านายกันตรงๆ แบบนี้แล้วเหรอ”

แต่ผิดคาด ครั้งนี้ยิ่งพูดยิ่งมอง ทำเหมือนอยากเอาเลือดหัวผมออกสักครั้ง และเมื่อเริ่มรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวกับสายตาคู่นั้นถึงได้รวบรวมความกล้า สาวเท้ายื่นมือออกไปหมุนตัวอี้เอินให้หันหลังให้

“อยู่นิ่งๆ อย่าหันกลับมานะ” กำชับอีกครั้งเพื่อความแน่ใจและเมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งไปถึงได้ถอนหายใจออกมา

นี่ผมคิดถูกแล้วใช่ไหมที่ตั้งใจทำให้อี้เอินหึง เพราะแค่เริ่มต้นยังขนาดนี้ นึกภาพไม่ออกว่าถ้าหนักกว่านี้จะเป็นยังไง คงไม่ใช่ว่าจะได้ลงไปนอนชักใต้ฝ่าเท้าอีกรอบหรอกนะ

“เอาเป็นว่าช่วยดูแลมินยองให้ด้วยก็แล้วกัน”

นิ่วหน้าบอกเพราะขัดใจนิดๆ แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็ต้องรีบชักเท้าหนีเมื่ออี้เอินหันหน้ากลับมา

“หันกลับมาทำไม หันกลับไป!

“...”

“ถ ถ้าไม่มีอะไรจะไปแล้วนะ”

ว่าจบก็สาวเท้าวิ่งโดยไม่ลืมคว้าโค้ททั้งมืออีกข้างยังขยุมคอเสื้อตัวเองไว้แน่น อา ลืมไปได้ยังไงนะว่าครั้งก่อนที่อยู่ด้วยกันมันอันตรายแค่ไหน

ยังจำได้ดี ตอนที่ถูกต้อนให้จนมุม...

“โอ๊ย”

ร้องออกมาทั้งทั้งขยี้หัวเพราะถ้าไม่รีบทำอะไรจริงๆ เกรงว่าสักวันนายเหนือกันต์ต้องถูกจับกินทั้งตัวแน่นอน!

 

ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหมครับ”

นั่นคือคำถามแรกของจินยองหลังจากผมเดินออกมาจากห้องของตัวเอง ผมยืนมองอีกฝ่ายพักหนึ่ง ไม่ได้ตอบอะไรแล้วรับแฟ้มเอกสารในมือจินยองมาถือไว้

“ก็ดี”

“จริงเหรอครับ” ถามเสียงเบา เหมือนกลัวใครได้ยิน และแทบจะทันทีที่ได้ยินคำถามนั้นพี่กันต์ก็นิ่วหน้าหันกลับไปมองทันที

“ทำไม กับอิแค่เชลยคนเดียวคิดว่าคนอย่างฉันจะไม่มีปัญญาจัดการเหรอ”

“เปล่าครับ แต่ผม...”

“พอๆ ไม่ต้องพูดแล้ว” โบกมือบอกปัดอย่างหงุดหงิด แล้วตีหน้าขึงขังเดินนำไปยังรถที่จอดรออยู่หน้าบ้านให้รู้ไม่ได้หรอกว่าเมื่อกี้ก็เกือบเสียทีให้เหมือนกัน

“จริงสิครับ นายเหนือ”

“หืม? มีอะไร” ถามพร้อมย่อตัวเดินเข้าไปนั่งในรถ ก่อนจินยองที่นั่งอยู่ฝั่งข้างคนขับจะหันกลับมาพูดต่อ

“เมื่อเช้าคุณแจ็คสันติดต่อหานายเหนือครับ”

ทั้งรถเงียบทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น ก่อนผมเป็นฝ่ายถามออกไป

“แล้วมันว่ายังไงบ้าง”

“คุณแจ็คสันบอกว่า อยากโทรมาถามอาการของนายเหนือครับ”

“...มันรู้ได้ไงว่าฉันไม่สบาย”

ทั้งคันรถเงียบอีกครั้ง ผมนั่งมองจินยองนิ่งเหมือนกำลังอ่านใจอีกฝ่าย และก็นั่นแหละ!

“บอกมันไปว่าฉันยังไม่ตาย”

ลืมไปได้ไงนะ ว่าอีกฝ่ายคือหวังแจ็คสัน อย่างมันเคยสนใจผมที่ไหน อีกอย่าง ต่อให้ผมป่วยจะตายมันก็ไม่มีทางโผล่มาเยี่ยมผมหรอก นอกจากจะป่วยใกล้ลงโรงแล้วนั่นแหละถึงจะโผล่หัวมา

คิดแล้ว ชีวิตพี่ก็อาภัพนัก แค่มีคู่หมั่นก็เหมือนมีตีนเหยียบหัวไปแล้วข้างหนึ่งแล้วไหนจะเพื่อนที่บอกว่ารักนักรักหนาที่มักหายหัวตอนยุ่งยากอีก

ว่างๆ คงต้องล้างซวย

“คุณแจ็คสันฝากข้อความถึงนายเหนือด้วยนะครับ”

“...มันว่าไง”

จินยองไม่ตอบ นั่งทำหน้ากระอักกระอ่วนอยู่พักใหญ่แล้วถึงได้ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ผม

“ข้อความอยู่ในนี้ครับ”

ผมมองหน้าจินยองด้วยสายตางุนงงอยู่พักหนึ่ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังนิ่งไม่พูดอะไรออกมาถึงได้ก้มหน้าคลี่กระดาษในมืออ่านข้อความนั้นเงียบๆ

จงรักษาความบริสุทธิ์ดุจเกลือรักษาความเค็ม

“...”

“...”

ในตัวรถยังเงียบกริบแม้ว่าอ่านข้อความในนั้นจบแล้วก็ตาม ผมเงยหน้าขึ้นมองจินยองและอีกฝ่ายก็เช่นกัน มันนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เรายังเอาแต่นั่งมองหน้ากันด้วยความกระอักกระอ่วนหลังจากที่ผมอ่านข้อความนั้นแล้ว ก็เข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมจินยองถึงไม่บอกผมตรงๆ

“...ไปเรียกคนขับรถมาเถอะ”

บอกหลังจากตั้งสติได้แล้ว และเมื่ออีกฝ่ายเดินออกไปถึงได้ยกมือกุมขมับพึมพำเสียงเศร้าพร้อมสวดไว้อาลัยให้เพื่อนผู้แสนดีที่กำลังจะจากไป

“กูรักมึงนะเพื่อน...”

 

“พยากรณ์อากาศวันนี้...”

ติ๊ด

“ดาราสาวตัวย่อม. ม้า กำลังแอบกิ๊กกับไอดอลชา...”

ติ๊ด

“ข่าวการเมือง...”

ติ๊ด

จอมอนิเตอร์ขนาดสามสิบนิ้วมืดลงก่อนหญิงสาวที่นั่งไขว่ห้างบนโซฟาโยนรีโมตไปอีกทางด้วยใบหน้าไม่สู้ดีนัก

“น่าเบื่อ” งึมงำเสียงเบาด้วยสีหน้าติดเบื่อหน่ายเช่นเดียวกับน้ำเสียงที่สื่ออกมา ก่อนหันกลับไปมองยังอีกคนที่นั่งนิ่งอยู่บนพื้น เมื่อเห็นอย่างนั้นมุมปากถึงได้ยกขึ้นคล้ายเพิ่งค้นพบของเล่นแก้เบื่อ

“นี่เชลยอี้เอิน”

เรียกชื่อทั้งไถลตัวไปนั่งข้างๆ แล้วเอาคางฟาดขอบโซฟา

“ฉันถามอะไรหน่อยสิ” อีมินยองว่าและนั่นก็สามารถเรียกความสนใจจากคนที่นั่งนิ่งเป็นหินมากว่าชั่วโมงได้สำเร็จ

“นายมาเป็นเชลยให้ที่รักขาของฉันนานแค่ไหนแล้ว”

“สามเดือน” ตอบเสียงนิ่งเช่นเดียวกับสีหน้า แต่เพราะเป็นคนไม่ชอบถือสาจึงยอมปล่อยผ่าน

“สามเดือน?”

“...”

“ก็ไม่นานนะ แต่ตอนที่กลับมาจากอเมริกาฉันได้ยินว่านายเป็นนายบำเรอให้ที่รักขาของฉันจริงๆ เหรอ”

“ใครบอกคุณ”

“ก็...คิดว่าใครล่ะ” ว่าทั้งหลับตาปริบๆ ก่อนทั้งห้องเงียบไป เหมือนกำลังรอให้บางอย่างปะทุออกมา

“นี่ พูดอะไรหน่อยสิ”

แต่เหมือนจะรอเก้อ มินยองพูดอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเชลยยังเงียบ

ดูท่าจะใจเย็นกว่าที่คิด แต่เชื่อสิว่าไม่คณามือเธอหรอก

“ที่เงียบแบบนี้เพราะกลัวฉันจะว่าเหรอ”

“...”

“ความจริงฉันก็ไม่ถือนะเรื่องที่ที่รักขาของฉันจะมีคนอื่น ก็นะ อยู่ตั้งอเมริกา อีกอย่างที่รักขาก็เป็นผู้ชาย อายุเท่านี้มันก็เรื่องปกติที่จะต้องหาคนมาช่วย ก็ไม่แปลกหรอกที่จะเอาเชลยอย่างนายมานอนอุ่นเตียงให้”

“...”

“นี่ อย่าเงียบสิ” ว่ายิ้มๆ ยิ่งเห็นอีกฝ่ายนิ่งยิ่งยิ้มกว้างแม้ใบหน้าจะพยายามแสดงว่าตัวเองรู้สึกเห็นใจอีกฝ่ายมากก็ตาม

เชื่อสิ ว่าที่ทำเธอบริสุทธิ์ใจล้วนๆ

“อย่าน้อยใจเลยนะ เพราะเรื่องนี้ที่รักขาก็เป็นคนเล่าให้ฟังเอง อุ้ย พูดอะไรออกไป”

“...”

“ตายแล้วอี้เอิน ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ตั้งใจเลยยย” จริงๆ นะ

ว่าแล้วก็ยิ้มทำตาปริบๆ แม้อีกฝ่ายจะหน้าบึ้งเข้าทุกขณะก็ตาม

แน่ล่ะ ก็ในเมื่อที่รักขาของเธอขอความช่วยเหลือขนาดนี้ เธอจะไม่ให้ความร่วมมือได้ยังไง แม้จะเล่นแรงไปนิดแต่เธอก็หวังผลนะ

หวังว่าคู่หมั้นของเธอจะไม่โผล่หัวออกมาอีกเลย!!!

“อย่าถือสาฉันเลยนะอี้เอิน ที่หลุดปากพูดไปว่าที่รักขาจะให้นายเป็นเมียเก็บ อุ้ย หลุดอีกแล้วอะ ตายแล้ว มินพูดอะไรออกไปเนี้ย”

จีบปากจีบคอว่า ทั้งยกมือทาบอกประหนึ่งว่าที่พูดไปไม่ได้ตั้งใจเลยจริงๆ

มินยองลอบยิ้มให้กับความสำเร็จตัวเองเงียบๆ เมื่อเห็นความหงุดหงิดคุกรุ่นขึ้นเรื่อยๆ แล้วเหลือบมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือของตน

“เชลยอี้เอิน นายกำลังโกรธฉันอยู่เหรอ”

“...”

“อย่าน้อยใจที่ต้องเป็นเมียเก็บของที่รักขาเลยนะ ฉันสัญญาว่าหลังจากแต่งงานแล้วจะดูแลนายเป็นอย่างดี อย่าน้อยใจที่ถูกย่ำยีศักดิ์ศรีแบบนี้เลยนะ”

“...”

“เชลย พูดอะไรออกมาบ้างสิ”

“...”

“โอเค ฉันจะไม่พูดถึงเรื่องนี้แล้ว เอาเป็นว่านายช่วยไปเอาน้ำมาให้ฉันหน่อยนะ ฉันหิวน้ำแล้ว”

“...”

“นั่งมองอะไร ไปสิเมียทาส ฉันหิวน้ำ” ว่าพลางย่นคิ้วแล้วยกมือลูบคอ รอกระทั่งอีกฝ่ายเดินออกไปด้วยใบหน้าติดหงุดหงิด มือที่วางรอบคอถึงได้ยกเท้าคาง

“โถๆ ที่รักขาของมินช่างตาแหลมจริงๆ”

พึมพำแล้วลุกขึ้นนั่งเหยียดขาบนโซฟาด้วยท่าทีสบายอารมณ์ เพราะแค่นี้ก็พยากรณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าได้เลยว่างานนี้

รอดยาก!

 

“อะ อือ”

“...”

“ที่รักขา อย่าสิ เดี๋ยวก็มีคนได้ยินหรอก อุ้ย”

เสียงครางปนหัวเราะคิกคักยังคงดังอยู่อย่างนั้น ทำเหมือนว่าที่นี่มีแค่พวกตนสองคน

“กลัวอะไร ก็ที่นี่บ้านของเค้า ใครจะได้ยินก็ช่างหัวมันสิ” ว่ายิ้มๆ ทั้งมือยังปัดป่ายกอดก่ายบนตัวหญิงสาว แม้ทุกจังหวะที่ปัดผ่านรู้สึกร้อนเหมือนไฟลวกก็ยังทำเป็นไม่สนใจ

“ที่รักขาอย่าพูดแบบนั้นสิ”

“คิกๆ”

เสียงพูดคุยยังแว่วดังออกมาจากห้องรับแขกอยู่อย่างนั้นแต่ก็ได้ไม่นานนัก เมื่ออยู่ๆ หญิงสาวที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยไปถึงไหล่หวีดร้องออกมาทั้งรีบดึงเสื้อผ้าวิ่งหลบหลังคู่หมั้นของตน

“ว้ายย ตายแล้ว”

“เชลยน่าโง่ เข้ามาทำไมไม่ดูจังหวะ”

“...”

“ไสหัวออกไป! ก่อนที่ฉันจะสั่งให้คนลากนายไปขังลืม”

 

ได้ฉันจะช่วย แต่ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วฉันขอยืมตัวหวังแจ็คสันสามวัน

ได้ แต่พี่กันต์เป็นคนแมนๆ ใจป้ำ ให้เจ้ยืมตัวมันไปเลยหนึ่งอาทิตย์!’

 

การเสียสละของมึงในครั้งนี้จะไม่ไร้ความหมาย

ประโยคนี้มึงพูดเองนะไอ้หวัง ฉะนั้นไว้เจอกันชาติหน้านะเพื่อนเลิฟ

 

Jackson :ทางนั้นเป็นไงบ้างวะ

Jackson :ยูฮู้ว ยังอยู่ดีไหมพวกมึง

Yukyoem :เออ ยังไม่ตาย

Jackson :ยังมีคนรอดเว้ยเห้ย

Jackson :แล้วแบมล่ะ ไม่ใช่ว่าตายคาตีนพี่มึงแล้วนะ

Bambam :สั-ส กูยังอยู่

Jackson :อ้าว ไม่ตอบกูก็นึกว่าน้ำลายฟูมปากตายไปแล้ว

Bambam :ที่ตอบช้าเพราะกูไม่ว่างครับ

Jackson :เหยดด ทำไรอยู่วะ ถึงไม่ว่าง

Bambam เปลี่ยนชื่อ แบมพรานป่านักล่าหมู

แบมพรานป่านักล่าหมู :ทำกับดักอยู่

แบมพรานป่านักล่าหมู :เพราะคืนนี้กูจะล่อหมูเข้าคอก!

 

ก๊อก ก๊อก

“อี้เอินๆ นอนรึยัง”

ก๊อก ก๊อก

“อี้เอิน! แย่แล้ว”

ก๊อก

เสียงของจินยองยังคงดังแข่งกับเสียงเคาะประตูอยู่อย่างนั้น กระทั่งคนในห้องเปิดประตูออก ใบหน้าที่ดูร้อนรนถึงได้เบาลง

“มีอะไร”

“นายเหนือ นายเหนือน่ะ!

หัวคิ้วขมวดชนกันเมื่อได้ยินคำว่านายเหนือ ไม่รู้ว่าเพราะหงุดหงิดที่ได้ยินหรือเป็นห่วงเพราะเห็นท่าทีร้อนรนของอีกฝ่าย

“นายเหนือเป็นอะไร”

“นะ นายเหนือไม่สบาย ไข้ขึ้น ตัวร้อนจี๋!

 

ปึก

เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้นทำให้คนที่นอนคลุมโปงอยู่บนเตียงสะดุ้งนิดๆ

“ไม่สบายเหรอ” น้ำเสียงนิ่งๆ ดังขึ้น แต่คนใต้ผ้าห่มกลับยังนิ่ง และนั่งยิ่งทำให้ผู้มาใหม่อย่างอี้เอินนิ่วหน้าหนักไปอีก

“นี่ เอาผ้าห่มออก”

นิ่ง...

“บอกให้เอาผ้าห่มออก”

แน่นอนว่ายังนิ่ง...

“ฉันบอกให้เอาผ้าห่มออก”

ยังคงนิ่งต่อไป...

และเมื่อไม่ได้รับการตอบกลับจากอีกคน หัวคิ้วถึงได้กระตุกแล้วจัดการดึงผ้าห่มผืนใหญ่ออกก่อนอีกคนบนเตียงเริ่มขยับ กระเด้งตัวพุ่งทะยานจู่โจมเหยื่อตัวน้อยที่เดินเข้ามาติดกับ

“เสร็จฉันแล้วอี้เอิน”

ฟุบ

สองแขนคว้าร่างลงบนเตียงก่อนจัดการปีนขึ้นไปนั่งบนตัว

อย่าหวังเลยว่าครั้งนี้จะจัดการเขาได้ ก็ผ้าห่มคลุมตัวอยู่นี่ ขยับไปไหนไม่สะดวกหรอก เมื่อนึกได้อย่างนั้น คนด้านบนถึงได้หัวเราะหึ ทั้งมือยังเลื่อนกดแขนอีกฝ่ายไว้แน่น กะล็อคตัวไม่ให้ขยับจนกว่าจะจัดการกู้ธงรบของตัวเองได้สำเร็จ

“หนีฉันไม่พ้นหรอก”

ว่ายิ้มๆ แต่แล้วคิ้วต้องขมวดเมื่อพบว่าสายตาที่จ้องมองดูราบเรียบกว่าปกติ

“นี่ ไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ”

“...”

“พูดอะไรหน่อยสิ หรือช็อคที่โดนกดจนใบ้กินไปแล้ว”

“...”

“เฮ้”

“ข้างบนน่ะ”

“...”

“ถ้าอยากอยู่ จะให้ก็ได้นะ...”

.

.

.

“ไอ้เหี้-ยยย”

และหลังจากนั้นไม่กี่วินาที เจ้าของห้องก็หอบผ้าหอบผ่อนวิ่งตัวปลิว ปลุกการ์ดทั่วทั้งคฤหาสน์ออกตามหาตัวเชลยที่หายไป เมื่อมั่นใจแน่แล้วว่าน้องเอินที่นอนรออยู่ในห้องเป็นตัวปลอม

 

 

 











..........................
ก็อย่างที่บอกนะคะ ว่าเรื่องนี้มันน้ำเน่า
จากการสั่งสมประสบการณ์การดูละครน้ำเน่ามาตั้งแต่เด็ก -..-
เราเลยลองไล่กิมมิคของละครเน่าน้ำมาปรปะมาณนี้ คือ
1. นางเอก(?) จะต้องด้อยกว่าพระเอกในทุกด้าน ไม่ว่าจะฐานะหรือสรีระร่างกาย...
2. นางเอกต้องดื้อ พยศ
3. พระเอกต้องมีคู่หมั้นอยู่แล้ว
และหลังจากนั้น พระเอกก็จะเริ่มทำสงครามประสาท โดยการยั่วให้อีกฝ่ายหึงรัวๆ ฮ่าๆๆๆๆ
ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ ว่าพี่กันต์จะทำให้น้องหึงได้ไหม
แล้วถ้าน้องเอินได้หึงมันจะเป็นยังไง
ขอบคุณทุกคนมากค่าา

ปล. รู้สึกกระดากใจทุกครั้งที่ต้องพิมพ์คำว่านางเอก ฮ่าๆๆๆๆ

............................
ฤๅครั้งนี้นายเหนือจะสมหวังได้อยู่ข้างบนจริงๆ
แต่น้องเอินสละตัวให้ขนาดนี้ ยังวิ่งหนี คาดว่าคงกลัวจริง
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
ขอบคุณทุกคอมเม้นนะคะ
ทุกครั้งที่อ่านแล้วเจอคอมเม้นบอกว่านายเหนือตลกในหัวจะค้านตลอดว่าไม่
นายเหนือไม่ตลก แต่นายเหนือเป็นบ้า ฮ่าๆๆๆๆ
สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณทุกคนที่กดเข้ามาอ่านมากค่ะ
ขอบคุณค่าา :3

ติดแท็ก #ฟิคหักธง 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

959 ความคิดเห็น

  1. #957 Melinnnnnnn (@aboutMyWings) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 17:17
    ตลกความมินยอง น้ำชากานึงยังไม่พอเหรอ!!!555555 แล้วตัวเองจะกดเค้าแต่แบบ.. โธ่ นายเหนือ
    #957
    0
  2. #944 คนแมนซังนัมจา~ (@arada_jsm) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 12:14
    5555555 ขำไม่ไหวแล้ว
    #944
    0
  3. #931 Harukim (@aileehan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 13:22
    อยากให้พี่กันต์หึงคุณเชลยบ้าง
    #931
    0
  4. #916 `dalnimmb♡ (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 11:37
    แล้วหนีทำไมอะได้อยู่บนแล้วนิ55555555555555
    #916
    0
  5. #902 Chubbykime (@Chubbykime) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 11:29
    ก็เอินเอินให้อยู่ข้่งบนแล้วไง จะหนีทำไมเล่า 555
    #902
    0
  6. #866 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 09:01
    หนีทำไมล่ะพี่กันต์ นี่เชลยยอมให้อยู่บนแล้วไง
    #866
    0
  7. #789 praneekukku (@praneekukku) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 23:22
    โอ๊ยยยยกูฮา 5555
    #789
    0
  8. #727 ๐Cullen๐ (@pcy614) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 23:10
    ออนท็อปนาจา555555555555555
    #727
    0
  9. #612 Aely (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 17:03
    มีเอินตัวปลอมด้วยเหรอออ
    #612
    0
  10. #535 Bammiiee (@Icewarangg) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 19:15
    ขำชื่อไลน์นายเหนือมาก ถถถถถถถถ คิดได้ไง
    #535
    0
  11. #501 MM-WN (@MM-WN) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 22:44
    รู้สึกเหมือนแบมมาร์ค55555
    #501
    0
  12. #475 Fleur Rose (@spash) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 02:25
    น้องเอินไม่มีตัวปลอมคะพี่กันต์ ดึงสติคะพี่ 55555
    มินยองนี่มันยังไง งงกะนางเบาๆ 55555
    #475
    0
  13. #320 MBisme (@MBisme) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 12:46
    พี่กันต์นางอยากอยู่ข้างบน พี่เอินจัดไปแก จุดพรุรอออออ 5555 แจ็คแกตายๆๆ การเสียสละของแจ็คจะไม่สูญเปล่า 55555
    #320
    0
  14. #217 xstcphpp (@iptmzliaen) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:39
    แบมไม่ได้แdก55555
    #217
    0
  15. #207 Javis (@evefiww) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:39
    โอ๊ยยยชอบนายเหนือแรง บ้ามากจริงๆค่ะ 555555
    #207
    0
  16. #188 ringgle (@nilnil) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 21:56
    เอ้ะะะะะะ ยังไงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #188
    0
  17. #153 cxanvy (@pimyexol0) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มกราคม 2559 / 15:53
    ไรท์คะ คืออยากให้มีพาร์ทของพี่มาร์คบ้างอ่ะค่ะ อยากรู้อพม.คิดยังไงกับน้องแบม;_____;
    #153
    0
  18. #152 คุณสรวง (@ppmafia) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มกราคม 2559 / 07:18
    เฮ้ยย มาร์คแบม หรือ แบมมาร์ค ตอบเราที 55555
    #152
    0
  19. #151 toki226 (@toki226) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 20:46
    5555555 นายเหนือ มัคอุตส่าห์จะให้อยู่ข้างบนหนีทำไม
    ข้างบนนี่หมายถึงอินท็อปใช่ไหม 5555
    #151
    0
  20. #150 Earn-Janriel (@maruchokota) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 18:04
    โอยยยย นายเหนือ ฮ่าๆๆ
    #150
    0
  21. #149 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 12:07
    ตัวปลอมมมคือเอินให้อยู่ข้างบนเหรอคะนายเหนืออออ จริงๆแล้วววให้อยู่ข้างบนนี่ใช่ว่าจะกดอี้เอินได้นะคะ อาจจะหมายถึงให้นายเหนือออนท๊อปนะคะ5555555555 ฮาาานายเหนืออออ นายเหนือโอเคใช่ไหมมมม555

    แจ็คกับมินนี่ยังไง มินต้องการตัวแจ็ค ส่วนแจ็คก็หนีไปที่อื่นนนมันต้องมีอะไรแน่ๆๆ
    #149
    0
  22. #148 actMB (@actMB) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 12:02
    โอ้ยยย คุณกันต์โดนเอาคืนอีกแล้ว 5555555555555
    #148
    0
  23. #147 actMB (@actMB) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 12:02
    โอ้ยยย คุณกันต์โดนเอาคืนอีกแล้ว 5555555555555
    #147
    0
  24. #146 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 11:34
    5555555 ทำไมละนายเหนือ ยอมให้อยู่ข้างบนแล้วเนี่ย
    แต่ชอบคู่หมั่นแบมนะ ตลกดี 66666
    #146
    0
  25. #145 jiab155 (@jiab155) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 11:07
    รอสะบัดธงเลยจ้า
    #145
    0