[GOT7] Maf(ai)l หักธงมาเฟีย : MarkBam

ตอนที่ 26 : ลูกหมูตัวที่สิบเก้า :: อี้เอินเมียทาส (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,058
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    24 ก.ย. 59

O W E N TM.





19

 


“...”

ทั้งห้องเงียบกริบ ความจริงมันเงียบแบบนี้มากว่าห้านาทีได้แล้ว และแน่นอนว่าในห้องนี้นอกจากผมและพ่อก็ยังมีคนอื่นร่วมสิบคนได้เพราะนอกจากจินยองและบรรดาการ์ดแล้วยังมีแจ็คสัน ยูคยอม และอี้เอินที่นั่งเรียงแถวกันอยู่อย่างสงบเสงี่ยม

อืม ความจริงจะบอกว่าสงบเสี่ยมไม่ได้หรอก เพราะในบรรดาพวกเรายังมีใครคนหนึ่งนั่งทำหน้านิ่งเหมือนอยากลุกไปกระชากคอพ่อผมซะเต็มประดา

ผมคว้ามืออี้เอินมากุมไว้ทันทีที่รู้สึกอย่างนั้น กลัวจริงๆ ว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะเกิดศึกลูกสะใภ้กับพ่อตาขึ้นอีกรอบแต่หลังจากนั้นไม่นานพ่อก็หันขวับกลับมามองพวกเราทันที

“แบม แกจับมือมันทำไม”

“หา? ก็เอินเป็น...”

“เป็นอะไร ทำไมแกต้องจับมือมัน” ผมเงียบไม่ตอบ เพราะไม่รู้จะตอบอะไร จะให้บอกว่าเป็นอดีตเมียก็แสลงใจเกินไป เอาเป็นว่าเงียบไว้จะดีกว่า

“ก็ไม่ได้อะไรสักหน่อย” ว่าจบก็ถดมือออกมา พร้อมที่พ่อเริ่มรัวคำถาม

“แล้วแกมาทำอะไรที่นี่แบมแบม ไม่ใช่ว่าต้องทำงานหรอกเหรอ แล้วเรื่องเรียนล่ะ แกไม่เรียนหนังสือรึไง”

“ตอนนี้มันปิดเทอมนะพ่อ ใครเขาไปโรงเรียนล่ะ” อีกอย่างพี่กันต์สิบแปดแล้วนะครับ เรียนจบแล้ว จะต่อมหาลัยแล้วด้วย โรงเรียนอะไร ถึงหน้าจะเด็กก็เถอะแต่พี่ไม่เล็กนะครับบอกเลย

“ส่วนงานก็เคลียร์หมดแล้ว แล้วที่มาที่นี่ก็จะมาซื้อเกาะ”

“ซื้อเกาะ?”

“ใช่” ฉะนั้น พ่อก็ถอนคำด่าเมื่อกี้ออกไปซะ

“แล้วแกจะซื้อเกาะนี่ไปทำไม เกาะเล็กๆ แบบนี้ทำอะไรไม่ได้หรอก”

แทบจะทันทีที่พ่อพูดจบ คนข้างๆ นั่งนิ่งอยู่นานก็เริ่มกำหมัด เห้ยๆ ทำแบบนี้อย่าบอกนะว่าคิดจะสอยพ่อตาจริงๆ

ผมรีบคว้าหมัดอี้เอินไว้ทันทีที่เห็นอย่างนั้นแล้วรีบหันกลับไปปั้นหน้ายิ้มให้พ่อที่ยังเอาแต่บ่นอยู่อีกทาง

“ยังมีหน้ามายิ้มอีก”

“พ่อก็ พ่อมองว่ามันสร้างประโยชน์อะไรไม่ได้แต่ใช่ว่าผมจะมองไม่เห็นนะ”

“แกเห็นอะไร” พ่อเลิกคิ้วถามเหมือนกำลังท้าทายอยู่เนืองๆ แต่จะว่าไป ผมเห็นอะไรวะ

ไม่ได้คิดมาด้วยสิ แหงล่ะ ก็ไม่ได้ตั้งใจมาซื้อเกาะนี่หว่า ที่ทำไปนี่หว่านเผือกล่อหมูทั้งนั้นซึ่งดูเหมือนจะติดกับซะด้วย แต่เอาเถอะ มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาสนใจตอนนี้สักหน่อย

“เอาน่า ผมมีก็แล้วกัน” พ่อหรี่ตามองผมทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น เหมือนไม่อยากเชื่อที่พูดนักแต่ก่อนจะได้ถามอะไรออกมา ผมก็รีบสอดปากว่าอีกรอบ

“ว่าแต่พ่อมาทำอะไรที่นี่ ไม่ใช่ว่าไปเที่ยวกับแม่อีกรึไง”

“...”

“แล้วแม่ล่ะ แม่อยู่ไหน ไม่มากับพ่อด้วยเหรอ”

พ่อทำหน้าหลอหลาไปทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น ก่อนทำหน้าทู่ซี่ตอบเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น

“ไม่อยู่ แม่แกยังไม่กลับ”

“ไม่กลับ?”

“เออ”

“แล้วทำไมพ่อถึงกลับมาล่ะ”

“ก็ ก็มาดูแกไง เห็นไหมล่ะว่าถ้าพ่อไม่อยู่แกต้องหนีมาหามัน” พ่อชี้ไปทางอี้เอินทันทีที่พูดจบ ไม่ต้องให้พ่อใช่ไหมว่าพ่อกำลังทำหน้าแบบไหนและแน่นอนว่าอี้เอินก็เช่นกัน

จนเมื่อผ่านไปสักพักพ่อถึงได้สะบัดหน้ากลับมาว่ากับผมอีกรอบ

“แบม แกไปเก็บของได้แล้ว จะได้รีบกลับบ้าน”

“พ่อ ผมยังไม่ได้บอกเลยนะว่าจะกลับ”

“เดี๋ยวนี้แกกล้าขัดคำสั่งพ่อเหรอ”

“ไม่ได้ขัด แต่ผมยังไม่ได้เกาะเลยนะ” ใช่ๆ ท่องไว้ พี่มาซื้อเกาะครับ ไม่ได้มาง้อเมีย

“โถพ่อ ฟังผมหน่อยเถอะ อีกอย่างอี้เอินมาแก้แค้นพวกเราน่ะ ผมทำใจกลับไปรักคนแบบนี้ไม่ลงหรอก”

อี้เอินหันกลับมามองผมทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น ก่อนเป็นผมบ้างที่แอบเหลือบตามองด้วยความหวั่นใจว่าน้องอาจเก็บคำพูดนั้นไปคิดเป็นจริงจัง

“พ่อเชื่อผมเถอะ

“ไม่ให้กลับ”

“ห๊ะ”

“ไม่ว่าจะยังไงผมก็ไม่ให้แบมแบมกลับ”

อี้เอินลุกขึ้นทันทีที่พูดจบ สีหน้าจริงจังเหมือนจะทำอย่างที่พูดจริงๆ อย่างนั้นแหละ แต่บางทีน้องอาจลืมบางอย่างไป แน่ล่ะ ก็เล่นพูดกับพ่อตาซะขนาดนั้น มีหวังได้อยู่ร่วมชายคากันยาก

“เอิน” ผมรีบยกมือคว้าแขนอี้เอินไว้แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสเสียงของพ่อก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ไม่ให้กลับเหรอ”

“พ่อ

“เงียบไปเลยแบมแบม”

สายตาดุๆ ค้อนขวับ ทำให้ผมที่ยังนั่งนิ่งอยู่ข้างอี้เอินเบนสายตามองทางอื่น

ไม่รู้เหมือนกันว่าไม่ได้เห็นสายตาแบบนี้มานานแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ ผมไม่ชอบสายตาแบบนี้เลย และก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรออกมา พ่อก็พยักหน้าพร้อมเผยรอยยิ้มแปลกๆ

“ดี งั้นพวกเรามาคุยอะไรกันหน่อยดีไหม”

“ผมไม่คุย” อี้เอินปฏเสธ แน่นอนว่าสีหน้ายังนิ่ง

“แน่ใจเหรอ”

“ก็ดี เพราะคำตอบของเธอทำให้ฉันนึกอะไรออก”

“เพราะอยากแก้แค้นเลยต้องปลอมตัวมาใช่ไหมล่ะอี้เอิน”

 

“กูจะทำยังไงดีวะ”

“โอ๊ยย ไอ้เหี้ยย” ว่าจบมือสองข้างก็ยกมือทึ้งผมอีกรอบก่อนเป็นยูคยอมที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโซฟาพูดขึ้น แม้สีหน้าในตอนนี้จะดูสวนทางกับคำพูดมากก็ตามที

แบม มึงใจเย็นลงบ้างเถอะน่า”

“จะให้กูใจเย็นได้ยังไงวะ ดูสิ จนป่านนี้ยังไม่พากันกลับมา”

“ก็จริงอย่างที่ไอ้แบมพูดนั่นแหละ หายไปนานขนาดนี้ กูว่าน่าเป็นห่วงแล้วว่ะ” เป็นแจ็คสันที่พูดขึ้นบ้าง ซึ่งผมก็เข้าใจความรู้สึกนั้นดี

“เออ ถ้าไม่ห่วงเอินกูไม่มานั่งวิตกแบบนี้หรอก”

“ใครว่ากูห่วงเมียมึง”

“ห๊ะ”

“กูห่วงพ่อมึงต่างหาก หายไปนานขนาดนี้ไม่ใช่ว่าถูกอี้เอินฆ่าปิดปากไปแล้วเหรอวะ” นั่นสิ ที่มันพูดก็มีเหตุผล เพราะคนที่น่าห่วงจริงๆ คือพ่อไม่ใช่อี้เอิน แต่พูดขนาดนี้ไม่เกินไปหน่อยเหรอวะ ผมหันกลับไปค้อนให้ไอ้หวังทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น

“ปากเสียนะมึง” ใช่ๆ ถึงตอนอยู่กับแม่พ่อจะชอบทำตัวกากๆ ก็เถอะ แต่บอกเลยว่านอกจากนั้น พ่อคือฮีโร่ของผมครับ

แน่ล่ะ ผู้ชายแค่คนเดียวกับกุมอำนาจไว้ในมือ ซ้ำยังสามารถปกครองลูกน้องได้แบบนี้ ในสายตาผมพ่อคือคนที่เก่งที่สุด แต่กับอี้เอิน

ผมยกนิ้วกัดเล็บทันทีที่นึกถึงใบหน้านิ่งๆ ของน้องยามเดินตามพ่อเขาไปในห้อง

อ่า คงไม่ได้คิดจะฆ่าปิดปากพ่อตามที่ไอ้หวังบอกจริงๆ ใช่ไหม

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ห้ามไว้ว่าอย่าไปแท้ๆ แต่กลับยอมเดินตามเกมง่ายๆ ด้วยการตกลงว่าขอเวลาคุยกับพ่อสักพัก

อี้เอินต้องมีแผนอะไรอยู่แน่ๆ

“ไม่ได้ๆ” ว่าแล้วก็ลุกขึ้น ตั้งท่าเดินตรงไปยังห้องที่พ่อกับอี้เอินเดินหายเข้าไปแต่กลับถูกรั้งไว้ด้วยเสียงเรียกสั่นๆ ของจินยอง

“นายเหนือจะทำอะไรครับ”

“ชูว์ อย่าเสียงดัง” ว่าจบก็เดินไปตรงหน้าอีกครั้งพร้อมค่อยๆ แนบหูเข้ากับประตูเพื่อแอบฟังเสียงของสองคนในห้องอย่างแนบเนียน

จนเมื่อหันหน้ากลับมาอีกครั้งก็พบกับยูคยอมและแจ็คสันที่ยืนแนบหูอยู่ข้างๆ

“พวกมึงทำอะไรวะ”

“ก็แอบฟังไง” แจ็คสันตอบ ขณะที่ยูคยอมยังดูตั้งใจแอบฟังเสียงของคนในห้องอยู่อย่างนั้น

บอล์นทูบี จริงๆ นะมึง

แต่เอาเถอะ อย่าไปสนใจพวกมันเลย ผมแนบหูเข้ากับประตูอีกรอบเพื่อตั้งใจฟังว่าสองคนในห้องกำลังพูดอะไร ทว่ายังไม่ทันได้ยินเสียงอะไรประตูห้องก็เปิดพรวด ส่งผลให้พี่กันต์และพ้องเพื่อนเทกระจาดล้มหน้าคว่ำกับพื้น

ผลัก!

“โอ๊ย ไอ้ยูคออกไปกูหนัก”

“เชี่ยหวัง ถีบกูทำไมวะ ไอ้แบมลุก!

“เออ กำลังจะลุกเนี่ย”

ผมบ่นแล้วรีบยันตัวลุกขึ้นเพราะกลัวว่าหากยังเอาแต่นอนมึนนานกว่านี้ไอ้ยูคจะขาคู่ถีบกลับมา แต่หลังจากตั้งหลักได้ไม่นาน พ่อก็ตรงออกมาจากห้องคว้าแขนผมไว้ก่อน

“แบม ไปเก็บกระเป๋า พวกเราจะกลับบ้านกันแล้ว”

“แต่พ่อ ผมบอกแล้วไงว่าผมจะไม่กลับ”

“ก็ได้ ถ้าอยากอยู่ที่นี่คนเดียวก็เชิญ”

“เพราะอี้เอินตอบตกลงที่จะยอมกลับไปเป็นเชลยจนกว่าจะหมดสัญญา!

 


40%

 

 แต่ในขณะที่ทุกคนยังเอาแต่ยืนอึ้งกับเหตุการณ์ตรงหน้า ก็ยังมีอีกคนที่กำลังเผชิญหน้ากับเรื่องน่ากระอักกระอ่วนไม่น้อยไปกว่ากัน

เพราะก่อนที่พ่อของแบมแบมจะมาที่นี่ต้องเอาเรื่องนี้ไปฟ้องพ่อของเขาแน่

“จริงๆ เลย แสบทั้งพ่อทั้งลูก”

แต่หลังจากบ่นออกไปได้ไม่นาน เสียงคนในสายก็ดังขึ้นทำให้หมอหนุ่มต้องหันกลับไปสนใจเรื่องที่กำลังพูดในตอนนี้

“อะ ป เปล่านะครับ ผมไม่ได้ว่าอะไร”

...

“แต่พ่อ ผมไม่ได้ทำแบบนั้นสักหน่อย” แจบอมที่นั่งทำหน้าเครียดบนโซฟาเปิดปากว่า แม้ว่าพยายามอธิบายมากว่าครึ่งชั่วโมงแล้วก็ตามแต่ดูเหมือนคนในสายจะไม่พยายามทำความเข้าใจเลยสักนิด ซ้ำยังเอาแต่ซักไซ้จนเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าพ่อของตนพูดภาษาคนรู้เรื่องรึเปล่า

“โถพ่ออย่าพูดแบบนี้สิ ห๊ะ แต่งงาน? ไม่ใช่นะพ่อ ผมยังไม่ได้แต่งงานสักหน่อย”

‘…’

“กับจินยอง เลขาของแบมแบม? บ้า อันนั้นมันแค่ปาหี่ อะไรนะ ยึดรถ!

ใช่ เพราะแกทำอะไรไว้ต้องรับผิดชอบ

และนั่นเองทำให้ชายหนุ่มเริ่มหมายหัวเด็กที่ชื่อแบมแบมในใจ ว่าต่อไปจะไม่เข้าใกล้เด็กคนนั้นเด็ดขาด!

 

สามวันต่อมา

ตุบ

“เอาไปซักให้หมด”

เสียงของพ่อดังขึ้นหลังจากโยนตะกร้าเสื้อผ้าลงตรงหน้าอี้เอิน ทำให้คนที่กำลังนั่งซักผ้าของตัวเองอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นมอง

“มองอะไรบอกให้เอาไปซักไง” พ่อว่าพลางตะลึงตามองก่อนผมจะรีบยื่นมือออกไปรั้งแขนพ่อไว้เพราะกลัวว่าถ้าพูดอะไรออกไปอีกอาจเป็นพ่อเองที่ซวย

“พ่อ พอเถอะ”

“หยุดพูดเลย แกน่ะมันโง่รู้ไหมแบมแบม มีเชลยแท้ๆ แต่กลับไม่รู้จักใช้ มัวแต่ทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้”

“เลิกมองหน้าได้แล้ว เข้าบ้าน” ไม่ว่าเปล่า พ่อลากแขนผมให้เดินตามเข้าไปในบ้านทันทีที่พูดจบ ทิ้งให้อี้เอินที่ยังเอาแต่นั่งมองตามพวกเราไว้คนเดียว

ถ้าจะถามว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น ผมคงตอบได้สั้นๆ ว่าพวกเรากลับมาอยู่ที่บ้านของผมแล้ว และที่สำคัญไปกว่านั้นคืออี้เอินได้กลับไปอยู่สถานะเชลยอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนหน่อยก็ตรงที่อี้เอินถูกย้ายให้ไปนอนตึกเล็กแทนที่จะนอนตึกใหญ่เหมือนก่อนหน้านี้

ผมแอบเหลือบมองทางอี้เอินอีกครั้งทั้งเท้ายังเดินตามพ่อออกไป

ความจริงผมไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้หรอก แน่ล่ะ ก็มีใครบ้างที่อยากเห็นคนรักลำบาก แต่การจะขัดใจพ่อมันก็เป็นเรื่องยากเหมือนกัน อีกอย่างนะ

ฉันบอกว่าจะมาอยู่ที่นี่ในฐานะเชลย ก็ต้องอยู่

ก็น้องหัวแข็งขนาดนี้จะให้พี่ทำยังไงล่ะครับ กล่อมก็แล้ว บ่นก็แล้ว ว่าก็แล้ว โถ พ่อคุณ ถ้าจะรั้นขนาดนี้ หมดสัญญาเมื่อไหร่ พี่กันต์จะรีบลากตัวน้องกลับมาสั่งสอนซะให้เข็ด

เมื่อนึกได้อย่างนั้นก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง กระทั่งเดินเข้ามาหยุดที่หน้าห้องทำงานผมถึงได้เรียกและรั้งตัวพ่อไว้กะสะสางเรื่องนี้และช่วยน้องนางออกจากนรกสักที!

“ทำไมพ่อต้องทำแบบนี้ด้วย กำลังแกล้งอี้เอินอยู่รึไง”

“แกล้งอะไร ทำไมพ่อต้องทำแบบนั้นด้วย” พ่อนิ่วหน้าตอบ ทำเหมือนไม่ได้คิดแบบนั้นจริงๆ แต่ถึงจะพูดออกมาแบบนั้นก็เถอะ

“ไม่เชื่อ”

“แบม!

“ทำไมพ่อต้องเกลียดอี้เอินนักหนา กับหุ้นไม่กี่ตัวมันคงไม่ทำให้พ่อจงเกลียดจงชังอี้เอินหรอกใช่ไหม”

“ไม่ใช่เรื่องของแก” ผมเงียบไปเมื่อได้ยินอย่างนั้น ไม่ใช่ว่าอึ้งหรอก แต่กำลังจับผิดมากกว่า แหงล่ะ ก็ใบหน้าแสดงพิรุธให้เห็นชัดขนาดนี้ ถึงพี่จะไม่ฉลาดแต่ก็ไม่โง่จนถึงขั้นดูไม่ออกนะครับ

ทั้งบริเวณเงียบสนิท จนเมื่อนึกถึงใครบางคน ถึงได้พูดออกไปทั้งยังใช้สายตาจับผิดมองไปที่พ่ออยู่อย่างนั้น

“แม่ยังไม่รู้เรื่องนี้ใช่ไหม”

“อะไร”

“แม่ยังไม่รู้เรื่องที่พ่อมาไทยใช่ไหม”

“ทำไมจะไม่รู้ ก็แม่แกนั่นแหละที่ให้พ่อมา”

“แต่แม่คงไม่ให้มาเรื่องอี้เอินใช่ไหมล่ะ”

“ผมจะไปฟ้องแม่” ผมรีบเดินอกไปอีกทางเมื่อพูดจบ ก่อนเป็นพ่อที่รีบเดินมาคว้าแขนผมไว้

“แบมอย่า”

“ทำไม พ่อกลัวอะไร”

“บอกว่าอย่าบอกก็อย่าบอกสิ”

“...งั้นพ่อก็บอกผมสิ ว่าทำไมถึงเกลียดอี้เอินขนาดนั้น”

“ก็ ก็มันทำงานแต่งของแกกับมินยองล่ม” โกหกทั้งเพ

ผมหรี่ตามองพ่อเมื่อได้ยินอย่างนั้นก่อนรีบหันหลังวิ่งไปยังห้องทำงานก่อนตามมาด้วยพ่อที่ร้องโวกเวกตามผมมา

“แบม แกจะไปไหน”

“จะไปฟ้องแม่”

“แบมอย่า” ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ!

ผมเร่งฝีเท้าขึ้นทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น กระทั่งวิ่งเข้ามาในห้องทำงานถึงได้กระแทกปิดประตูเพราะไม่อยากให้พ่อตามเข้ามา

ปึก

“แบม เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ”

ปึกๆ

“แบม พ่อบอกให้เปิด ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องนะเว้ย”

เสียงโวยวายของพ่อยังดังอยู่อย่างนั้นแต่ผมก็ไม่คิดตอบกลับ เอาแต่ยืนพิงหลังเข้ากับบานประตู กับเรื่องฟ้องแม่ผมไม่คิดทำหรอก แน่ล่ะ ก็ดูพ่อกลัวออกขนาดนั้น ขืนบอกไปมีหวังได้ตายกันไปข้าง อีกอย่างนะ เรื่องแบบนี้ผมยังใช้มันขู่พ่อได้อีกเยอะ

“หึ” ว่าแล้วก็รีบยื่นมือล็อคกลอนประตู แล้วเดินกลับไปนั่งบนโต๊ะทำงานอย่างอ่อนแรง

“เฮ้อ”

ให้ตาย ตั้งแต่เกิดมาชอบบ่นนักหนาว่าชีวิตลำบาก ยิ่งช่วงรับตำแหน่งนายเหนือยิ่งบ่นไม่เว้นช่วงแต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่เคยคิดมากขนาดนี้มาก่อน ถึงเจ้าของเรื่องยังเอาแต่นั่งซักผ้าทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ก็เถอะ แต่จะให้พี่กันต์นั่งนิ่งทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาอะไรไม่ได้หรอก

แน่ล่ะ นั่นเมียพี่นะครับ หมายถึง อดีตเมียกำลังลำบากจะให้สามีเก่าอย่างพี่นิ่งดูดายได้ยังไง

มือข้างหนึ่งยกขึ้นเกาหัวเพราะจนถึงตอนนี้ยังนึกไม่ออกว่าควรจัดการกับปัญหาตรงหน้ายังไงแต่ในตอนที่กำลังเปิดแฟ้มงานที่ต้องสะสางตรงหน้า สายตาก็เหลือบไปปะทะเข้ากับบางอย่าง

“นี่มัน...”

 

กึก กึก กึก

“อยู่ไหนนะ”

ผมที่สาวเท้าเดินออกมาตามทางพึมพำทั้งที่มือยังกำเอกสารแน่น กับเรื่องก่อนหน้านี้มันไม่มีอะไรมากหรอก นอกจากผมเจอเอกสารแผ่นหนึ่งเท่านั้น ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผมต้องออกมาเดินตามหาพ่อแบบนี้

ทั้งที่ตอนหน้านี้ยังยืนทุบประตูอยู่หน้าห้องทำงานแท้ๆ

“หรือว่า กลัวแม่จนกลับไปแล้ววะ” ไม่ใช่หรอก พ่อไม่ใช่คนแบบนั้นแน่ อย่างน้อยก็ไม่ใจร้อนขนาดนั้น ทว่าเพิ่งสาวเท้าเดินตรงไปได้ไม่กี่ก้าว เสียงพูดคุยแสนคุ้นหูของใครบางคนก็ดังขึ้น

“อี้เอิน ตอบคำถามฉันมาว่านายยังไม่ได้บอกความจริงให้แบมแบมรู้ใช่ไหม”

อี้เอินเหรอ

ผมรีบเดินไปแนบหลังเข้ากับบานประตูทันทีที่ได้ยินชื่อนั้นพร้อมพยายามเงี่ยหูฟังอีกครั้งอย่างตั้งใจ อย่าหาว่าพี่เสือกเลย แต่เรื่องนี้มันเกี่ยวกับอี้เอิน ไม่ยุ่งไม่ได้หรอก อีกอย่างถ้าพ่อสั่งเก็บอี้เอินอีกรอบน้องจะไม่แย่เอาเหรอ นั่นสินะ ก็เคยทำไปแล้วนี่

“ความจริง?”

“ใช่”

“ถ้าเรื่องพูดความจริง ผมว่าเป็นคุณมากกว่าที่ต้องพูด”

ทั้งห้องเงียบไปหลังจากอี้เอินพูดจบ แต่เหมือนจะนานไปนิดจนพี่ที่แอบฟังอยู่ด้านหลังประตูเริ่มหงุดหงิดแอบชะโงกหน้าออกไปมองแล้วพบเข้ากับแผ่นหลังบอบบางอันคุ้นตาของน้องเอิน และแน่นอนว่าอีกคนในห้องคือคนที่ผมกำลังตามหา

ก็พ่อผมนั่นแหละ

แต่ความจริงเหรอ?

“พูดแบบนั้นหมายความว่ายังไง กำลังจะบอกว่าฉันโกหกเหรอ”

“หรือที่ผมพูดมันไม่จริง”

“...”

“คุณกล้าบอกลูกชายของตัวเองไหมล่ะ ว่าความจริงแล้วแบมแบมเป็นน้องของผม”

 

Mr. Phuwakhun’s Part :

คุณหนูคะ อย่ารีบเดินนักสิคะ

ก็เดินให้เร็วขึ้นสิ

ที่ฉันพูดแบบนั้นไม่ใช่เพราะเดินตามไม่ทันนะคะ

ถ้าเดินทันแล้วจะพูดทำไม

ก็ฉันกลัวคุณหนูหกล้มไงคะ

‘…’

อย่าลืมสิคะ ว่าคุณคือลูกชายคนเดียวของบ้านภูวกุล

‘…’

คุณคือทายาทรุ่นต่อไปนะคะ

ทุกคนก็พูดกับผมแบบนี้แหละแม้กระทั่งเพื่อนสนิทที่สุดของผมอย่างไอ้ต้วน

เห้ยมึง เดินระวังๆ นะเว้ย สะดุดเห็บหมาตายห่าขึ้นมาตระกูลมึงขาดผู้นำเลยนะครับ

ความจริงจะเรียกมันว่าเพื่อนสนิทก็ไม่ได้หรอก เพราะพวกเรามันเป็นเพื่อนรักเพื่อนแค้น ออกแนวแข่งกันมาตั้งแต่เด็กมากกว่า ไม่ว่าจะเรื่องเรียน กิจกรรม กีฬา และแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นต้องมีเรื่องรักๆ ใคร่ๆ รวมอยู่ด้วย

เห้ยมึง กูชอบผู้หญิงคนนั้นว่ะ ไอ้ต้วนว่าพร้อมชี้ไปยังผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังซ้อมเดินพาเรทอยู่กลางสนาม

ถ้าจำไม่ผิด ยัยนั่นเป็นดัมเมเยอร์ไม้หนึ่งเลยนี่หว่า

เล่นของสูงนะมึง ผมว่าทั้งสายตายังไม่ละจากเธอคนนั้น ก่อนเสียงไอ้ต้วนดังขึ้นอีกครั้งทั้งส่งสายตาไม่น่าไว้ใจมาให้

มึงก็ชอบเขาเหรอ

หืม?

งั้นมาแข่งกันไหมล่ะ ถ้าใครจีบติดก็เอาไป

...แล้วคนแพ้?

แก้ผ้าวิ่งรอบโรงเรียน!’

คงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่าหลังจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้น แน่นอน อย่างไอ้ต้วนนะเหรอจะมาสู้ทายาทมาเฟียอย่างผมได้ แน่นอนมันแพ้ ผมได้เธอคนนั้นมาครองและน้องต้วนก็ต้องแก้ผ้าวิ่งรอบโรงเรียน แต่ตำนานอันน่าสยดสยองอาจหยุดอยู่แค่นั้นหากในวันแต่งงานของผมไอ้ต้วนมันไม่เอ่ยประโยคนั้นออกมา

ไอ้ภูกูยอมมึงจริงๆ ว่ะ แต่เอาเถอะ ไหนๆ วันนี้มึงก็ได้แต่งงานกับนางฟ้าของกูแล้ว กูจะขอสงบศึกกับมึงสักพักก็แล้วกัน

นางฟ้าที่ว่าก็ผู้หญิงที่ผมกับไอ้ต้วนแข่งกันจีบนั่นแหละ เธอสวยครับ น่ารักด้วย นิสัยก็ดี สมกับเป็นศรีภรรยาของหัวหน้ามาเฟียจริงๆ

มึงจะสงบศึก?

อืม และเพื่อเป็นเครื่องเตือนว่ากูกับมึงสงบศึกกันจริงๆ กูเลยคิดว่าถ้ากูแต่งงานมีลูกเมื่อไหร่ กูจะให้ลูกกูแต่งงานกับลูกมึง

แต่เหมือนชาติที่แล้วไอ้ต้วนทำกรรมหนักเพราะลูกของพวกเราดันเกิดมาเป็นผู้ชายทั้งคู่ และคุณก็รู้ใช่ไหมว่าผมไม่ได้บ้าถึงขั้นจะจับลูกตัวเองหมั้นกับเด็กผู้ชาย สุดท้ายเลยต้องจับคู่กับลูกสาวบ้านตระกูลคิมแทน แต่แทนที่ทุกอย่างจะจบที่ตรงนั้น เรื่องราวอันน่าปวดหัวอย่างมหาศาลก็ประเดประดังเข้ามา

เมื่อวันหนึ่ง นางฟ้าที่วันๆ เอาแต่นั่งส่งยิ้มพิมพ์ใจมาให้ ก็ลุกขึ้นมาแยกเขี้ยวกลายร่างเป็นปีศาจร้าย

ที่รัก ไหนคุณลองตอบคำถามฉันมาสิคะ

...

มาร์คเป็นลูกชายของคุณใช่ไหม

 

 




..........................
สั้นค่ะ สั้นมาก ศรียอมรับ TvT
แต่สิ่งที่น่าลุ้นกว่าความยาวของแต่ละตอนคือเรื่องราวของพี่กันต์หลังจากนี้ต่างหาก ฮ่าๆๆๆ
อี้เอินจะยอมกลับไปเป็นเชลยที่บ้านแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าแบมแบมจะทำยังไง
จะยอมมองอี้เอินถูกใช้ หรือยอมขัดคำสั่งพ่อดี?
ตอนนี้ตอนที่20 แล้วนะคะ เหลืออีกตอนเดียวก็จะจบแล้ว
TvT ไวโนะ แต่อย่าให้ยาวกว่านี้เลยค่ะ เดี๋ยวมันจะออกอ่าวไปมากกว่านี้
สุดท้ายนี้ ก็ขอบคุณทุกคนมากนะคะ
อยู่ด้วยกันไปจนจบเด้อ
ขอบคุณมากค่าา :]

ปล. พรุ่งนี้จองฟิควันสุดท้ายแล้วเด้อ
..........................
ก่อนหน้านี้เคยบอกว่าหักธงจะมีดราม่าเบาๆ
ดราม่าเบาๆ ย้ำอีกรอบ เบาๆ
ฮ่าๆๆๆๆๆ
แล้วไอ้พี่น้องนี่มันคืออะไร มายังไงไม่ทราบ//หลบเกิบ
ตอนนี้ฟิคมาถึงมือเราแล้วนะคะ
สำหรับคนที่จองไว้เราจะส่งให้ประมาณจันทร์-อังคารนี้นะคะ
แล้วก็เรื่องนี้มีสต็อก 4 เล่มนะคะ
ใครที่จองไม่ทันตอนนี้ก็ยังมีอยู่นะคะ
แล้วก่อนที่จะปิดตอนนี้ก็อยากย้ำกับทุกคนอีกรอบนะคะ
ว่าหักธงตอนนี้ดราม่าเบาๆ ค่ะ ฮ่าๆๆๆ
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามเรื่องนี้มากๆ นะคะ
ขอบคุณค่าา

ติดแท็ก #ฟิคหักธง 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

959 ความคิดเห็น

  1. #888 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 21:54
    คืออะไรไม่จริงใช่ไหม
    #888
    0
  2. #836 Yoke Mano (@0998296981122544) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 19:21
    เงิบค่ะ พูดได้คำเดียวว่าเงิบ ใกล้จบแล้วรึป่าวคะ คือเราอยากเหนฉากแบบเกิดเหตุการณ์อันตรายกับพี่(?)กันเรา แล้วแบบเปนเจ้าชายนิทราไปหลายวัน เลยทำให้น้อง(?)เอินรวมถึงทุกคนก้อเปนห่วงอ่ะค่ะ(ยอมรับว่าอินจัดค่ะอยากเหนฉากที่แสดงถึงความรักจากใจจิงมากๆ5555)
    #836
    0
  3. #835 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 10:22
    หืม ทพำมมาร์คจะเป็นลูกชายของภูได้ล่ะ ? ยังไงกันเนี่ย
    #835
    0
  4. #834 Javis (@evefiww) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 09:32
    ทำไมเป็นพี่น้องกันล่ะ
    #834
    0
  5. #833 praneekukku (@praneekukku) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 08:23
    อ้าวพลิก !!! ไหงเป็นงั้นอ่ะ
    #833
    0
  6. #832 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 00:53
    คิดว่าพ่อของแบมไม่น่าจะกล้านะ กลัวแม่ขนาดนั้น555
    #832
    0
  7. #831 JACK-JK (@JACK-JK) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 00:21
    ห้ะ!! เดี๋ยวนะ 5555
    #831
    0
  8. #830 ijukjik (@justjukjik38) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 23:37
    ห๊ะ !!! พี่น้อง -0-
    #830
    0
  9. #829 MM-WN (@MM-WN) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 22:58
    ว้อทททท!!
    #829
    0
  10. #828 Hyukiekyu (@Hyukiekyu) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 22:28
    งง? พี่น้องกันได้ไง
    #828
    0
  11. #827 xpriimx (@xpriimx) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 21:13
    ห้ะะะะะ
    #827
    0
  12. #826 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 21:08
    พี่น้อง มีความงงหนัก เค้าจะทำไงต่อละทีนี้
    ถ้าพี่น้องจริงมาร์คยอมมีอะไรกับแบมได้ไง ทั้งๆๆที่รู้ความจริง
    #826
    0
  13. #825 beerlovelylove (@beerlovelylove) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 01:13
    เขาคุยไรกัน(มีสัญญาเชลยด้วย)

    #825
    0
  14. #824 cassysanuk (@nuklovecm) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 02:52
    มีสัญญาเชลยด้วยหรอ 555
    #824
    0
  15. #823 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 01:10
    คุยอะไรกานนนนน อยากรู้ด้วยคน
    #823
    0
  16. #822 Kahpaynak23 (@0921649871) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 23:19
    #822
    0
  17. #821 Kahpaynak23 (@0921649871) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 23:19
    #821
    0
  18. #820 Kahpaynak23 (@0921649871) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 23:19
    #820
    0
  19. #819 praneekukku (@praneekukku) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 22:31
    ก่อนจบขอประโยคที่แบมเรียกมาร์คว่าผัวจากใจจริงได้ไหม 555
    #819
    0
  20. #818 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 22:27
    อะไรทำให้มาร์คต้องยอมกลับไปเป็นเชลย แล้วครอบครัวแบมโกงมาร์คจริงๆหรอ
    #818
    0
  21. #817 De_Zine (@zinek) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 20:55
    พ่อทำไรเอินนนนน ตกลงรัยกัน. อร้ายยยย อยากรุ้หนักกกกก
    #817
    0
  22. #816 Aujacharee (@Aujacharee) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 20:24
    ต้องมีอะไรแน่ที่ทำให้เอินยอมกลับ
    #816
    0