[GOT7] Maf(ai)l หักธงมาเฟีย : MarkBam

ตอนที่ 20 : ลูกหมูตัวที่สิบเจ็ด :: แต่หมูจะกินอ้อย(2) (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 938
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    30 ส.ค. 59

O W E N TM.




17

 


“นายเหนือ นายเหนือครับ”

“อื้อ”

“เห้ยมึง นายเหนือฟื้นแล้ว”

“ชูว์ เงียบๆ สิวะ! เดี๋ยวนายเหนือก็ตกใจหรอก”

“มึงนั่นแหละเสียงดังกว่าเพื่อนเลย”

“อือ”

“เห้ยๆ นายเหนือลืมตาแล้วมึง”

ทั้งห้องเงียบไปหลังจากจบประโยคนั้นพร้อมที่ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นด้วยความงุนงง เพราะไม่เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้นักซ้ำเสียงโวยวายพวกนั้นมันคืออะไร

“อะ นายเหนือระวังนะครับ”แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร มือของใครคนหนึ่งก็ยื่นเข้ามาช่วยพยุง จนเมื่อหันหน้ากลับไปมองเจ้าของเสียงที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงได้ขมวดคิ้วแน่น เพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาอยู่ที่นี่

“จินยอง?”

“ครับ ผมเองครับ”

จนเมื่อได้รับคำตอบถึงได้ยันตัวลุกขึ้นช้าๆ พร้อมยาดมที่ถูกยัดเข้ามในมือเมื่อกี้ จนเมื่อมองสำรวจรอบตัวจนทั่วถึงได้พบว่าที่ที่ตัวเองนอนอยู่ในตอนนี้ก็คือบ้านเล็กๆ หลังหนึ่งที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยการ์ดที่ติดตามกันมาบนเกาะนี้และแน่นอน ว่าที่นี่มันไม่ใช่บ้านของอี้เอิน แต่บ้านของใครล่ะ

“จินยอง ที่นี่มัน

“อ้อ บ้านของชาวบ้านที่นี่น่ะครับ” ว่าจบก็ยิ้มออกมา เหมือนยินดีกับการอยู่ที่นี่นักหนา อ่ามันมีอะไรน่าดีใจนักนะ

ผมนั่งนิ่วหน้าให้อีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจอยู่พักหนึ่ง จนเมื่อเริ่มนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ถึงได้เอ่ยปากถามออกไป

“อี้เอินล่ะ”

ถ้าจำไม่ผิด ก่อนหน้านี้ผมกำลังช่วย หมายถึง กำลังจะช่วยอี้เอินทำคลอดลูกหมู ซึ่งแน่นอน ภาพอันน่าสยดสยองนั้นยังติดตาผมอยู่เลย

“อยู่ที่เล้าหมูน่ะครับ”

“เล้าหมู?”

ให้ตายเถอะโลกนี่มันเป็นอะไรไปหมดแล้วนะ ทำไมอยู่ๆ คนเราถึงบ้ากล้าล้วงมือเข้าไปในก้นหมูได้ นี่ผมอยู่กินกับคนแบบนี้มานานแรมเดือนได้ยังไง ไม่ได้ๆ ขืนไม่รีบพาอี้เอินกลับบ้าน ถ้าน้องนางติดใจการล้วงก้นหมูขึ้นมาจะไม่สลัดคราบอดีตเมียมาเฟียแล้วทำอาชีพรับล้วงก้นหมูโดยสมบูรณ์หรอกเหรอ

และเมื่อนึกได้อย่างนั้น พี่กันต์ก็รีบลุกขึ้น ตีหน้าขึงขังเดินออกไปอีกทาง โดยมีทั้งจินยองและการ์ดคอยเดินตามอยู่ด้านหลัง

“นายเหนือจะไปไหนครับ”

“ไปหาอี้เอิน” ใช่ นอกจากอี้เอินแล้วมีใครที่ผมต้องไปหาอีกล่ะ ไม่รู้ว่าป่านนี้ทำอะไรอยู่ ไม่ใช่ว่ายังล้วงอยู่หรอกนะ

คิดแล้วก็น่าเจ็บใจ ถ้าไม่ติดว่าพี่เป็นลมไปก่อน คงตัดสินใจลากน้องออกมาจากเล้าหมูแล้ว

“เห้ยมาร์ค มัดแน่นๆ เดี๋ยวไส้มันก็หลุดหรอก”

“อืม”

“กูบอกให้มัดแน่นๆ ไง ไส้หลุดเดี๋ยวมันก็ตายหรอก”

“เออ”

“ไอ้มาร์ค”

“ไอ้นี่!

แต่ในตอนที่กำลังเดินหน้าดำคล้ำเครียดตามหาอี้เอินอยู่นั้น เสียงพูดคุยแสนคุ้นหูของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นซะก่อน

“เอิน”

ผมเรียก ทำให้ทั้งแจบอมและอี้เอินที่กำลังนั่งอุ้มลูกหมูตัวเล็ก หันกลับมามองทางผมและการ์ดด้วยสีหน้าแตกต่างกันออกไป

“ยิ้มอะไร” แน่นอน ผมพูดกับแจบอม เกลียดจริงๆ ไอ้รอยยิ้มกะลิ้มกระเหลี่ยแบบนั้น ไม่อยากนึกภาพเลยจริงๆ ว่าตอนอยู่กับอี้เอินสองคนมันจะทำอะไรบ้าง คงไม่ใช่ว่าน้องเอินของพี่จะโดนไอ้ตี๋แทะโลมจนเหลือแต่กระดูกหรอกนะ

ผมเบะปากให้แจบอมทันทีที่นึกได้อย่างนั้นก่อนรีบสาวเท้าวิ่งเข้าไปนั่งแทรกกลางระหว่างของคนที่นั่งยองๆ อยู่บนพื้น

“เอิน เอินทำไร”

ถามด้วยท่าทางรื่นเริงต่างจากเมื่อกี้นี้ราวกับคนละคน จนเมื่อก้มหน้าลงมองถึงได้พบเข้ากับซากอารยธรรมที่ส่งกลิ่นคาวฉึ่งอยู่ตรงหน้า

“เอิน นี่มัน

“ลูกหมู”

ใช่ ลูกหมู ก็ไม่ได้ตาบอดนี่ แถมยังเป็นลูกหมูตัวขาวๆ ลื่นๆ ที่เหมือนเพิ่งคลอดใหม่ด้วย อา นี่อย่าบอกนะว่ายังทำคลอดให้มันไม่เสร็จ ผมเหลือบตาขึ้นมองแม่หมูที่นอนอยู่ตรงหน้า จากจังหวะการหายใจก็คงสบายดีนั่นแหละ แต่ทำไมยังต้องนั่งอยู่อีกล่ะ

“เอิน”

“หืม”

“เอินยังทำคลอดให้มันไม่เสร็จเหรอ” ขอร้องล่ะ ช่วยตอบให้พี่ชื่นใจทีว่าเสร็จแล้ว

“ยัง” ครับ น่ารักมาก สมแล้วที่เป็นอี้เอิน

ผมนิ่วหน้าไปทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น ก่อนเสียงหัวเราะของไอ้ตี๋ด้านข้างดังขึ้น จนอดหันกลับไปค้อนประหลับประเหลือบให้ไม่ได้

“ฮ่าๆๆ คนเมืองนี่ก็น่ารักนะครับ ก็เห็นอยู่ชัดๆ ว่าสายรกยังไม่ได้ตัด”

“อะไร”ก็ไม่ได้เกิดมาเพื่อทำคลอดหมูนี่ พี่กันต์เป็นมาเฟียนะครับ จะไปรู้เหรอว่าอะไรเป็นอะไร

พูดจบผมก็หันไปมองทางอี้เอินอีกครั้งเพราะไม่อยากสนใจกับไอ้คนน่าหงุดหงิดที่นั่งอยู่ด้านข้างเท่าไหร่

“นี่เอิน พี่ว่าพวกเรากลับบ้านเถอะ” ใช่ๆ ไปให้ไกลจากแจบอมได้ยิ่งดี

“พี่ว่าเรื่องทำคลอดหมูเราปล่อยให้แจบอมทำคนเดียวก็ได้ หมอนี่เป็นหมอไม่ใช่เหรอ”

“นี่ ผมทำคลอดให้มหูไม่ได้หรอกนะ”

“ทำไมจะไม่ได้ เป็นถึงหมอกับอิแค่ทำคลอดแค่นี้ถ้าทำไม่ได้ก็กลับไปเรียนใหม่เถอะ”

“ผมเป็นหมอคนนะครับ ให้ไอ้มาร์คทำน่ะถูกแล้ว”

“จะถูกได้ยังไง” ผมแหว แน่ล่ะ ก็อี้เอินไม่ใช่หมอนี่

“ทำได้สิครับ ก็อี้เอินเป็นสัตวแพทย์นี่”

“ห๊ะ”

อะไรนะ ไหนเอาดีๆ ชัดๆ อีกสักรอบสิ

“ผมบอกว่า อี้เอินน่ะเป็นสัตวแพทย์ ทำไมจะทำคลอดให้หมูไม่ได้ล่ะ อีกอย่างนะ ลูกของมันตัวใหญ่เกินไปเลยออกมาไม่ได้ ถ้าไม่ได้อี้เอิน มันคงตายไปนานแล้วล่ะ” แจบอมอธิบายพร้อมกับชี้นิ้วไปทางลูกหมูที่ถูกแยกไว้อีกเล้า ก่อนพบเข้ากับไอ้อ้วนตัวหนึ่ง อ้อ ไอ้นั่นเองสินะจ่าฝูงลูกหมูยักษ์

แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ

“เอิน เอินเป็นสัตวแพทย์เหรอ”ผมหันกลับไปถามอี้เอินแต่คำตอบที่ได้รับก็ยังเป็นของแจบอมอยู่ดี

“ครับ แถมมันยังได้ทุนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศด้วย”

“...”

“ถ้าไม่ติดที่ว่ามันต้องมารับจ็อบเป็นเชลยก่อนน่ะนะ”

“แจบอม” เสียงของอี้เอินดังแทรกทั้งดึงให้ปรามไม่ให้อีกฝ่ายพูดไปมากกว่านี้ แต่สัตวแพทย์เนี่ยนะ แถมยังได้ทุนด้วย

“ทำไมไม่เคยรู้เลยวะ” ผมงึมงำ ทั้งความรู้สึกผิดแอบเอ่อขึ้นมาในใจนิดๆ รู้สึกเหมือนตัวเองทำลายอนาคตอี้เอินยังไงก็ไม่รู้

ผมเหลือบตาไปทางจินยองทันทีที่นึกได้อย่างนั้นก่อนอีกฝ่ายส่ายหน้าหวือออกมาเหมือนไม่รู้เรื่องที่อี้เอินเป็นสัตวแพทย์เหมือนกัน

ก็นั่นสินะ ปลอมตัวมานี่ จะมายึดบ้านพี่ไม่ใช่เหรอ ถ้ารู้ก็แปลกแล้วล่ะ

เอาเป็นว่าเจ๊าๆ กันไปก่อนก็แล้วกันไว้มีเวลาค่อยสะสางกันทีหลังเพราะดูท่าเรื่องของน้องกับพี่ต้องมีต่ออีกยาว

“เอินอะ” พูดจบก็กอดแขนอี้เอินไว้ทั้งแนบแก้มซบไหล่ ทำประหนึ่งไม่รู้สึกอะไร ณ จุดนี้การเนียนนี่แหละเหมาะที่สุดแล้ว คนเราจะยิ่งใหญ่ได้ต้องอยู่เป็นครับ

“คุณมาร์คครับ”

แต่ยังไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านั้น เสียงเรียกก็ดังขึ้นจากอีกทางพร้อมร่างของชายคนหนึ่งวิ่งตรงมาทางพวกเรา

“เรียบร้อยรึยังครับ”

“ครับ เหลืออีกตัวเดียวก็เรียบร้อยแล้ว” อี้เอินรับ สีหน้าดูดีขึ้นนิดหน่อยตอนตอบคำถามนั้น แล้วก้มหน้าหยิบคีมอันเล็กขึ้นตัดสายสะดือก่อนยื่นลูกหมูไปให้แจบอม

“คือผมกับเมียอยากขอบคุณคุณมาร์คน่ะครับที่มาช่วยพวกเรา เราเลยคิดว่าวันนี้จะเลี้ยงข้าวเที่ยงคุณมาร์คสักหน่อย คงไม่ว่าอะไรนะครับ”

“ครับ ขอบคุณครับ”

จนเมื่อได้รับคำตอบชายคนนั้นถึงได้ยิ้มออกแล้วเดินออกไปอีกทางก่อนอี้เอินหันกลับมามองทางผมอีกครั้ง

“แล้วจะนั่งอยู่ตรงนี้เหรอ”

“ห๊ะ” พูดแบบนี้คงไม่ได้คิดจะไล่กันใช่ไหม ผมนิ่วหน้าให้กับคำถามนั้นอยู่พักหนึ่ง แล้วกระเถิบตัวออกไปอีกทางเมื่ออี้เอินอ้าปากอธิบายอีกครั้ง

“ฉันยังทำคลอดมันไม่เสร็จ จะอยู่ดูเหรอ”

“ก็ไม่ได้อยากดูนักหรอก” งึมงำแล้วหันกลังให้ กระทั่งเสียงร้องของหมูดังขึ้นอีกครั้งถึงได้เบ๋หน้ายกมือขึ้นมาปิดหูเอาไว้ ให้ตาย ไม่ใช่ว่ารังเกียจมันหรอกนะ แต่พอได้ยินเสียงร้องของมันแล้วรู้สึกแปลกๆ แน่ล่ะ ก็ภาพล้วงก้นหมูยังติดตาพี่แล้วยิ่งตอนนี้มีเสียงประกอบ ชิบหาย ผมกลายเป็นพวกโรคจิตชอบคิดอะไรวิปริตแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

“เอ่อ นายเหนือเข้าไปพักข้างในก่อนดีไหมครับ” จินยองที่ทนดูสภาพผมไม่ไหวถามขึ้นแต่ผมก็ยังส่ายหน้าปฏิเสธ

ไม่ได้หรอก ถึงผมจะไม่ยินดีกับเสียงร้องและภาพติดตานั่นเท่าไหร่ แต่เพราะความแมนที่มีในกายจึงทำให้ต้องทนนั่งเฝ้าอดีตเมียต่อ

จนเมื่อเสียงร้องของมันเงียบลงถึงได้รวบรวมความกล้าหันหน้าไปพูดอีกครั้ง

“เอิน”

“อืม เสร็จแล้ว” อี้เอินรับทั้งถอดถุงมือออก แต่ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นสักหน่อย

“กลับบ้านเถอะ พี่เหนื่อยแล้ว” ความจริงต้องบอกว่าไม่อยากอยู่ที่นี่มากกว่า ถ้าเทียบกันแล้ว ผมยอมนั่งมองไอ้แมวดำของจินยองทั้งวันดีกว่าต้องมานั่งฟังเสียงครวญครางของลูกหมูพวกนี้

“แต่ต้องอยู่กินข้าวที่นี่ก่อนไม่ใช่เหรอครับ” ทว่ายังไม่ทันที่เจ้าตัวยังไม่ได้ตอบรับ อิมแจบอมที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็พูดขึ้นก่อน “เขาอุตส่าห์ชวนเลยนะ จะไม่รับน้ำใจเขาหน่อยเหรอครับ”

ไอ้รับก็อยากรับอยู่หรอก แต่ว่า...

ผมแหล่ตามองลูกหมูในเล้าอีกรอบ ก่อนถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เอาเถอะ ตราบใดที่มันไม่ได้เข้ามานั่งกินข้าวด้วยกันก็ยังถือว่าโอเค

“กินก็ได้” ถ้าไม่ติดว่ามีอี้เอินอยู่ด้วยผมวิ่งหนีกลับบ้านนานแล้วเหอะ

อี้เอินลุกขึ้นเมื่อได้รับคำตอบ ก่อนเดินนำพวกเราทั้งหมดเข้าไปข้างใน แต่เดี๋ยวสิ เหมือนว่าผมจะลืมอะไรไปบางอย่าง

“เอ๊ะ เขาก็จะกินด้วยเหรอครับ” ชายเจ้าของบ้านถาม ก็คนเดียวกันกับที่เดินมาบอกอี้เอินนั่นแหละ ทั้งแจบอทและอี้เอินหันกลับมามองทางผมและการ์ดทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น

อา ลืมไปได้ไงนะว่ามาซื้อเกาะ ฉะนั้นจึงไม่แปลกเท่าไหร่ที่จะได้เห็นท่าทีอย่างนั้น แน่ล่ะ ถูกไล่ออกจากเกาะก็เคยแล้วนี่ นับภาษาอะไรกับที่เขาไม่ชวนกินข้าว

อะไรนะ น้อยใจ?

บ้า ไม่มี๊ พี่เป็นมาเฟียนะครับ ไม่เคยน้อยใจกับอะไรแบบนี้หรอก

“งั้นพี่ขอตัวนะ เอินกินข้าวให้อร่อยเถอะ พี่จะกลับไปกินแกงชืดๆ ที่บ้าน” เชื่อเถอะว่าไม่ได้ประชด ไม่ได้กำลังรำพึงรำพันกับชะตากรรมอันน่าหดหู่ของตัวเอง

แต่ในตอนที่กำลังหมุนตัวก้าวเท้าเดินออกไปด้วยไหล่ที่ห่อเข้าหากันเสียงเรียกจากเจ้าของบ้านก็ดังขึ้นจากด้านหลัง...

“อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนสิครับ...”

 

 

 50%

 

 

“นายเหนือกินเยอะๆ นะครับ”

“อืม”

“อะ นี่ครับนายเหนือ ไอ้นี่มันก็อร่อยเหมือนกันนะครับ”

“อือๆ”

เสียงงึมงำของผมยังดังอยู่อย่างนั้น พร้อมที่อาหารถูกตักมาวางบนจานทีละอย่างสองอย่างโดยมีบรรดาการ์ดนั่งล้อมวงกันบนพื้นทานข้าวอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนว่าไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน

ให้ตายสิ ไม่มีมารยาทเอาซะเลย

“เห้ยๆ กินให้มันเป็นระเบียบหน่อย” เป็นมาเฟียนะครับ ไม่ใช่กุ๊ยข้างทาง ไม่รู้จักรักษาภาพพจน์เอาซะเลย

“อะ ขอโทษครับนายเหนือ พอดีพวกเราไม่ได้กินของอร่อยๆ แบบนี้มาหลายวันเลยลืมตัว” หนึ่งในการ์ดพูดขึ้นก่อนอีกครเสริมเป็นเสียงเดียวกัน

“ใช่ครับ อร่อยมากเลย”

อะไรกัน อยู่กับแจบอมมันอดอากขนาดนั้นเลยรึไง ดูจากภาพก็ไม่น่าจะขัดสนขนาดนั้น ผมหันกลับไปมองแจบอมทันทีที่นึกอย่างนั้นแต่เหมือนอีกฝ่ายจะยังไม่สนใจเอาแต่นั่งก้มหน้ากินข้าวต่อไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

เอาเถอะๆ ไม่ทำให้ลูกน้องพี่กันต์อดตายก็ดีเท่าไหร่

ว่าแล้วก็หันไปมองอี้เอินที่นั่งทานข้าวเงียบๆ อยู่อีกฝั่งแล้วยิ้มออกมาด้วยความปลื้มปริ่มอีกครั้งอย่างอดไม่ได้ อา ดูสิ คนอะไรแค่นั่งนิ่งๆ ยังน่ารัก ทั้งปากแดงเรื่อเป็นกระจับ ไหนจะผิวเนียนละเอียดนั่นอีก ถ้าไม่ติดว่าน้องอำมหิตไปนิด พี่กันต์จะแบกขึ้นหลังแล้วเอากลับไปทำเมียอีกรอบ

“มองอะไร ไม่กินข้าวเหรอ” ยังพูดไม่ทันขาดคำ คำถามที่แฝงแววข่มขู่นิดๆ ก็ถูกส่งมา ก่อนพี่เงยหน้าขึ้นตะคอกกลับไปด้วยความกล้าหาญชาญชัยว่า

“อ อะไร ก็กำลังจะกินอยู่นี่ไง” แค่นี่ก็ต้องดุ นี่อดีตเมียหรือเป็นแม่พี่ครับ

ว่าแล้วก็ก้มหน้าก้มตาทานข้าวด้วยท่าทางสงบเสี่ยม แล้วตักข้าวคำแรกใส่ปาก

“เป็นไงบ้างครับ อร่อยไหม” จินยองถาม ทำสีหน้าเหมือนลุ้นระทึกกับบางอย่าง

“อืม อร่อย”

“แค่อร่อยเหรอครับนายเหนือ” การ์ดอีกคนถาม แต่ทำไมทุกคนถึงได้ดูมีปัญฆานักนะ

“ก็อร่อยไง อร่อยน่ะ ไม่เข้าใจกันรึไง” ว่าจบก็หันกลับไปมองทางอี้เอินและก็เหมือนเดิม สายตาเรียบนิ่งถูกส่งมา

ไอ้หยา หรืออั๊วไปพูดอะไรไม่ถูกใจอีกแล้ววะ

“...ก็มันอร่อยอะ”

ผมงึมงำ แล้วตักข้าวเข้าปากอีกรอบ ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคาดหวังอะไรจากผมกันแน่ นี่มันชีวิตจริงนะเห้ย ไม่ใช่รายการเชฟกระทะเหล็กที่เอะอะก็ต้องอูมามิไว้ก่อน

“มันจะอะไรนักหนากับคำว่าอร่อย”

“นี่ค่ะ ถ้าอร่อยก็กินเยอะๆ นะคะ”

แต่ในตอนที่เอาแต่นั่งบ่นงึมงำกับมื้อกลางวันอยู่นั้น เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านข้างพร้อมถ้วยแกงอีกใบถูกยกมาวางไว้ตรงหน้า

“ขอบคุณครับ”

ผมง่าทั้งรับถ้วยแกงมาวางตรงหน้า แต่ก่อนจะได้อ้าปากชิมแกงรสโดอีกรอบ สายตาก็เหลือบไปเห็นบางอย่าง

“ท้องได้หกเดือนแล้วค่ะ” เหมือนรู้สึกถึงสายตา ผู้หญิงคนนั้นตอบยิ้มๆ ก่อนเดินไปนั่งลงข้างๆ ผู้ชายที่นั่งอยู่ไม่ไกลออกไปจากพวกเราเท่าไหร่ ถ้าจำไม่ผิดเขาคงเป็นคนที่เดินมาเรียกอี้เอิน

“แล้วไปอัลตร้าซาว์นดูรึยังครับบว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย”

“ผู้หญิงครับ” ครั้งนี้เป็นชายคนนั้นที่ตอบกลับมาจนผมต้องหันหน้ากลับไปมองด้วยความแปลกใจ ก็คงจะเป็นสามีนั่นแหละ แต่ในตอนที่บรรยากาศในบ้านเริ่มดีขึ้นมาหน่อย เสียงถอนหายใจของชายคนเดิมก็ดังขึ้นเหมือนหนักใจกับอะไรบางอย่าง

“แต่ตอนนี้ผมก็กลัวแค่ว่าจะไม่ได้เห็นหน้าลูกตอนคลอดนี่แหละครับ”

“เอ๊ะ ทำไมล่ะครับ” ก็ไม่ใช่ว่าต้องไปเฝ้าเมียตอนคลอดลูกหรอกเหรอ

“ผมต้องออกไปหาปลาน่ะครับ ไปทีก็เป็นอาทิตย์”

“อา งั้นเหรอครับ”

ทั้งห้องเงียบกริบ จะมีก็แต่เสียงกินข้าวของการ์ดข้างตัวที่ดูจะมีความสุขกับแกงปลาถ้วยนั้นเหลือเกิน และเมื่อก้มหน้าลงมองแกงปลาที่ตัวเองคิดว่ามันอร่อย ในหัวถึงได้เริ่มสำนึกถึงบางอย่าง

“งั้นถ้าใกล้วันคลอดก็ไม่ต้องไปหาสิครับ” ผมพูดเองแหละ ดูสิ้นคิดใช่ไหมล่ะ แต่ถ้าอยากเจอหน้าลูกมันก็มีอยู่ทางเดียวนั่นแหละ

“ถ้าไม่ไปหาแล้วพวกเราจะเอาอะไรกินล่ะครับ”

“พวกเราจน มีทางเลือกไม่เยอะ ทำอะไรตามใจตัวเองมากไม่ได้หรอกครับ”

“อา งั้นเหรอครับ” ครางรับจบก็ซดน้ำแกงต่อพร้อมที่ในหัวกำลังครุ่นคิดเรื่องที่ว่า เชื่อสิ ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากเกิดมาจนหรอก ผมเองก็เหมือนกัน แต่ก็นั่นแหละ คนเรามันเลือกเกิดได้ที่ไหน ส่วนเรื่องจะถีบตัวเองขึ้นไปคือสิ่งที่ต้องคิดหลังจากนั้น

ผมเงยหน้าขึ้นมองสองสามีภรรยาตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมในคอรู้สึกขมปปร่านิดๆ ไม่ใช่ว่าแกงมันไม่อร่อยหรอกนะ แต่ผมแค่รู้สึกไม่ดีเท่านั้นเอง

“งั้นก็ขายที่ให้พวกเราสิครับ เพราะถ้าขายก็ไม่ต้องออกไปหาปลา ผมสัญญานะว่าจะไม่ไล่ที่ จะหางานให้ทำด้วย”

แต่แทบจะทันทีที่พูดจบ พวกเขาสองคนกลับหัวเราะออกมา แถมแจบอมที่นั่งตดกับอี้เอินยังหัวเราะออกมาด้วย

ให้ตาย นั่งอยู่ข้างอดีตเมียชาวบ้านแล้วยังทำตัวแบบนี้อีก มันน่าเลยจริงๆ

ผมค้อนแจบอมอยู่พักหนึ่ง แล้วหันกลับไปมองทางสองสามีภรรยานั่นอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงพูดตอบกลับมา

“ถ้าขายให้คุณแล้วพวกเราจะไปอยู่ไหนล่ะครับ ถึงจะบอกว่าไม่ไล่ที่ก็เถอะ แต่มันก็ไม่ใช่ของพวกเราแล้ว ต่อไปจะอยู่ที่นี่คงเหมือนอยู่บ้านคนอื่น”

“อีกอย่างผมก็อยากเก็บที่ผืนนี้ไว้ให้ลูกด้วย คงขายให้ไม่ได้จริงๆ ครับ”

“อ่า งั้นเหรอครับ”

ผมตอบออกไปสั้นๆ เพราะไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกไปหลังจากนั้น ความจริงต้องบอกว่าพูดอะไรไม่ออกมากกว่า ไม่ใช่ว่ารู้สึกผิดหรอกแต่ก็นั่นแหละ เพราะหลังจากได้ยินประโยคนั้นผมก็รู้สึกว่าแกงปลาถ้วยนั้นไม่อร่อยอีกเลย

 

“...”

“...”

“...ถุย”

ผมคายซากอ้อยออกจากปากก่อนกัดอ้อยในมือไปเคี้ยว ดูไม่ได้สุขหรือทุกข์กับอากาศร้อนอบอ้าวของที่นี่เท่าไหร่ ก็ชินแล้วนี่ ทำไมต้องเดือนร้อน อีกอย่าง ตอนนี้ในหัวผมมีเรื่องสำคัญกว่าเรื่องสภาพอากาศให้คิดอีก

ถ้าจะถามว่าตอนนี้ผมอยู่ไหน แล้วกำลังทำอะไร ไอ้คำถามข้อหลังคงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่ากำลังกินอ้อย ส่วนสถานที่...

กี๊ด กี๊ด

ก็บ้านหลังเดิมที่อี้เอินช่วยทำคลอดหมูให้นั่นแหละ ผมที่กำลังนั่งอยู่บนชายบ้านหันไปมองยังเล้าหมูด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย ก่อนรีบเบนหน้าหนีไปอีกทางเพราะยิ่งได้เห็นแม่หมูที่นอนเปลี่ยอยู่ในเล้ายิ่งทำให้นึกถึงภาพชวนสยองนั่น

อ่า ทำไมผมถึงต้องเกิดมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ ให้ตาย

ว่าแล้วก็กัดอ้อยในมืออีกรอบ เชื่อเถอะว่าไม่ได้แค้นใจยัยหมูรุ่นใหญ่นั่นเลยจริงๆ

“ทำอะไร”

แต่ในตอนที่เอาแต่นั่งเคี้ยวอ้อยอยู่นั้นเสียงทักทายของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น ดึงให้ผมต้องเงยหน้ามองแล้วก้มหน้าสนใจอ้อยในมืออีกครั้ง ถึงอีกฝ่ายจะเป็นอี้เอินก็เถอะ แต่ตอนนี้พี่เครียดครับ บอกเลย ว่าต่อให้น้องหว่านเสน่ห์ใส่แค่ไหนก็ไม่ได้ผล เพราะครั้งนี้มันเครียดกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

“ว่าไง ทำอะไรอยู่”

“กินอ้อย” ผมตอบ ห้วนไปนิดแต่ไม่แคร์ครับ จนเมื่อรู้สึกว่าทั้งบริเวณเงียบผิดปกติถึงได้หันกลับไปมองทางอี้เอิน และเหมือนเดิม ยังเอาแต่นั่งจ้องผมอยู่อย่างนั้น ใจคอคิดจะจ้องจนตาบอดเลยรึไง

“แล้วคนอื่นไปไหนล่ะ” ถามแก้เก้อ และครั้งนี้ดีหน่อยที่อี้เอินยอมตอบคำถามออกมา

“ช่วยกันล้างจานอยู่หลังบ้าน”

“อ่า งั้นเหรอ” แล้วผมมควรไปช่วยดีไหมนะ แต่ในตอนที่เอาแต่นั่งทอดถอนใจอยู่นั้นหางตาก็เหลือบเห็นเสี้ยวหน้าที่ยังเอาแต่มองมาที่ผม

“อะไร...”

“คิดอะไรอยู่”

“ห๊ะ” แต่ยังไม่ทันได้ถามจบอี้เอินก็แทรกขึ้นก่อน จนผมต้องหันกลับไปมอง

คิดเหรอ?

“ก็เรื่องของคนที่นี่”

“หืม?”

“ความจริงเรื่องเกาะ ถ้าซื้อไม่ได้มันก็ไม่แย่เท่าไหร่หรอก” ก็ที่ผมต้องการจริงๆ มันใช่เกาะที่ไหนกันล่ะ “แต่พี่แค่สงสัยว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ยอมรับทางเลือกที่ดีกว่านี้ เรื่องที่ก็พอเข้าใจนะว่าจะเก็บไว้ให้ลูก แต่ขายที่รับเงินแล้วย้ายไปอยู่ในตัวเมือง อยู่กับความเจริญ หางานดีๆ ทำมันจะไม่ดีกว่าดักดานอยู่ที่นี่เหรอ”

“...”

“ความจริงพี่ไม่ได้อยากดูถูกหรอก แค่ไม่เข้าใจเฉยๆ” ประโยคหลังแผ่วลงนิดๆ เมื่อสายตาที่มองมาเริ่มนิ่งเข้าทุกขณะ ชิบหาย ฤๅงานนี้พี่จะน่วมอีกรอบ

“เอิน...”

“มันก็มีทางอื่นที่ดีกว่าซื้อเกาะนี่”

“ห๊ะ”

“ถ้าอยากช่วยจริงๆ ไม่ลองหาทางอื่นดูล่ะ ทางออกที่ดีกว่าการขายเกาะมีเยอะจะตาย”

“จริงเหรอ”

“อืม”

อี้เอินพยักหน้ารับ ก่อนผมรีบคิดอยู่สักพักแล้วพยักหน้าตอบกลับไป

“แล้วมันต้องทำยังไง”

“ไม่รู้สิ”

“ห๊ะ” ไม่รู้เนี่ยนะ

แล้วนี่กูกำลังคุยอยูกับใครวะ

แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรออกไปอี้เอินก็ยื่นมือมาเกลี่ยที่แก้มผมไว้พร้อมยื่นหน้าที่เปื้อนยิ้มนิดๆ เข้ามาใกล้

“เอิน?”

“อ้อยติดแก้ม”

“...อ อือ” จะติดอ่างทำไมวะ!

แต่ในตอนที่กำลังตั้งท่าเงยหน้ากู้ความแมน อี้เอินที่นั่งอยู่ไม่ไกลนักก็ขยับเข้าใกล้พร้อมที่ลมหายใจเป่ากระทบบนผิวแก้ม

หระ หรือว่า...

“เอิน...”

ฮืออ น้ำตาลูกผู้ชายจะไหล ในที่สุดความฝันของพี่ก็เป็นจริง บอกเลยงานนี้มีลูกบอกลูก มีหลานบอกหลาน ตีฆ่องร้องป่าวบอกพี่ป้าน้าอา น้องเอินจะจูบพี่กันต์แล้วครับ TvT

“เอินอะ”

“ชูว์”

แทบจะทันทีที่สิ้นเสียงสัมผัสแผ่วๆ ก็ประทับลงบนริมฝีปากพร้อมที่พี่กันต์เริ่มหลับตาพริ้มด้วยความปลื้มปริ่มที่ล้นปรี่ แต่ในเสี้ยววินาที เชื่อผมสิว่าแค่เสี้ยววินาทีจริงๆ ที่น้องเอินกำลังช่วยเอาเศษอ้อยออกจากมุมปาก เสียงร้องอู๊ดอี๊ดก็ดังขึ้นจากอีกทาง ก่อนตามเข้ามาด้วยฝูงลูกหมูยักษ์ที่วิ่งปาดดงอ้อยของพี่ซะเกลี้ยง

“อะไรวะเนี่ย”

ว่าทั้งลุกขึ้นตั้งท่าโวยวาย ก่อนโน้มตัวลงไปประคองน้องนางที่ยังนั่งทำหน้านิ่งอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้น

“เออ ขอโทษครับ พอดีพวกผมกำลังจับลูกหมู” การ์ดคนหนึ่งว่าพร้อมค้อมศีรษะขอโทษขอโพย แต่จับลูกหมูเนี่ยนะ

“มันหลุดออกมาจากเล้ารึไง”

“เปล่าครับ แต่พอเราจะเอามันไปฆ่า”

“ฆ่า?”

“ครับ เจ้าของบ้านบอกว่ามันมีลูกหมูตัวหนึ่งพิการ เลี้ยงไปก็ไม่ได้เนื้อเลยจะเอามันไปฆ่าทิ้ง” การ์ดอธิบายและเมื่อได้ยินอย่างนั้นผมถึงได้รีบก้มหน้าหาลูกหมูพิการที่ว่าก่อนเผลอสบตากับไอ้หมูแคระที่ยืนร้องอู๊ดอี๊ด ทำหน้าไร้เดียงสาส่งสายตาให้พี่กันต์

“...”

“...”

“เอิน...”

“ไม่”

แต่ยังไม่ทันพูดอะไรอี้เอินก็ตัดบทซะก่อน ทำเหมือนรู้อย่างนั้นแหละว่าผมจะพูดอะไร

“เอินนน” ว่าแล้วก็เดินเข้าไปเขย่าแขน พร้อมคล่องเอวแนบหน้าซบไหล่นิดๆ “นะเอิน พี่อยากเลี้ยงหมู”

“...”

“ดูหน้ามันสิเอิน เอินไม่สงสารมันเหรอ เกิดมายังไม่ทันได้รู้อะไรก็จะตายซะแล้ว”

“...”

“อี้เอินอ่า”

“เฮ้อ ก็ได้” ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับอี้เอินทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น พร้อมส่งรอยยิ้มหวานๆ ให้น้องนางเป็นการตอบแทน พร้อมซบหน้าแนบอกแน่นๆ อย่างเอาใจเพราะก่อนจะเริ่มช่วยชีวิตใคร มันก็ต้องเริ่มจากอะไรเล็กๆ อย่างการช่วยชีวิตหมูนี่แหละ!

 

“ถึงแล้วครับ”

“อืม ยองแจจ่ายเงินเขาไปสิ” ชายหนุ่มปรายตาบอกทำให้คนที่เดินตามอยู่ด้านหลังหันกลับไปจ่ายเงินให้กับคนเดินเรือ

“แจ็คสัน แล้วมึงรู้ไหมวะว่าไอ้แบมอยู่ไหน” ยูคยอมถามพลางถอดแว่นกันแดดออกเผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มด้วยความตึงเครียด ต่างจากอีกคนที่ยิ่งได้ยินยิ่งงง

“เอ้า แล้วมึงพากูมาทั้งที่ไม่รู้ว่ามันอยู่ไหนเนี่ยนะ”

“เออ”

“ชิบหายละมึง” ว่าจบเจ้าตัวก็เดินนำทั้งหายใจฮึดฮัดด้วยความหงุดหงิด เพราะถึงจะไม่มั่นใจว่าตนจะหาตัวเพื่อนรักเจอหรือไม่ แต่ถ้าจะให้ยืนอยู่เชยๆ เขาก็ทำไม่ได้เหมือนกัน

“แจ็คสัน มึงจะไปไหน”

“ไปหาไอ้แบม”

“แล้วมึงรู้เหรอว่ามันอยู่ไหน”

“ไม่รู้”

“เอ้าไอ้นี่” ถึงจะบ่นยังไงแต่สุดท้ายก็ยอมเดินตาม ก่อนคนที่เดินนำหันหน้ากลับมามองด้วยสีหน้าที่เต็มด้วยไปด้วยความมุ่งมั่น

เพราะก่อนหน้านี้ยูคยอมเคยบอกไว้ว่านี่เป็นแค่เกาะเล็กๆ เพราะงั้นแค่เดินตามหาตัวมันทีละบ้าน กับเรื่องแค่นี้มันจะคณามืออะไรหวังแจ็คสันวะ!

“ไปยองแจ ไปตามหาคนแล้วเราจะได้หนีไปพักร้องกันสักที!

 




..........................
เอ่อ จำได้ว่าตอนที่แล้วบอกว่าจะมีฉากหมูกินอ้อย แล้วตอนนี้มันกก็ไม่มี
T/\T ขอโทษนะคะ
ตอนที่ลงครึ่งแรกของตอนที่16 มันเป็นช่วงที่แต่งฉากนั้นพอดี เลยเกิดอาการกะผิดกะถูก
แต่ถึงจะไม่มีฉากนั้นแต่ตอนนี้ก็เริ่มมีเรื่องดีเกิดขึ้นกับนายเหนอบ้างแล้วเนอะ
อย่างน้อยก็มีคนชวนกินข้าว ฮ่าๆๆๆๆ
อ้อ แล้วก็ ตอนนี้มีอย่างหนึ่งที่รู้เกี่ยวกบอี้เอินคือพี่แกเป็นสัตวแพทย์ที่ยอมทิ้งอนาคตตัวเอง
เพื่อกลับมาแก้แค้นครอบครัวของแบมแบม
ส่วนเรื่องราวหลังจากนี้คงต้องติดตามกันต่อไปนะคะ
แต่บอกไว้ก่อนเลยค่ะว่าไม่ม่า
คือการพยายามแทรกดราม่าลงไปในเรื่องนี้
มันเป็นอะไรที่ดราม่ายิ่งกว่าการแต่งฟิคดราม่าทั้งเรื่องซะอีก ฮ่าๆๆๆ
เข็ด เข็ดมากกก เข็ดจริมๆ
ยังไงก็ต้องขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้นะคะ
ขอบคุณมากค่าา
.............................
มันจัดว่าหวานไหมคะ ฮ่าๆๆๆๆๆ
หวานอยู่นะคะ ต้องหวานสิ เพราะทั้งเรื่องฉากเขี่ยอ้อยนี่แหละหวานสุดแล้ว Y.Y
นอกนั้นนน้องเอินต้องคีพลุดตามภาษานางเอกผู้เรียบร้อยนาจา
ส่วนเรื่องตอนพิเศษ เหมือนเดิมนะคะ ถ้าลงตอนจบเราก็จะลงตอนพิเศษให้หนึ่งตอน
อยากอ่านมาร์คแบมตอนไหนเป็นพิเศษไหมคะ
บอกได้น๊าา แต่ลงได้อตนเดียวนะคะ ฮ่าๆๆๆ
คือต้องเก็บไว้ให้คนที่ซื้อหนังสือด้วยค่ะ
สุดท้ายก็ขอบคุณทุกคนเหมือนเดิมนะคะ
ไม่รู้ว่าเบื่อคำขอบคุณกันรึยัง แต่ก็ขอบคุณจริงๆค่ะ ฮ่าๆๆๆ
ขอบคุณทุกคนมากค่าา

ติดแท็ก #ฟิคหักธง 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

959 ความคิดเห็น

  1. #883 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 20:12
    ตามพี่กันต์กันมาถึงเกาะเลยเหรอ
    #883
    0
  2. #856 NewLoly PanTanyakit (@ninewloly) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 15:00
    ฝพี่กันต์มีความใสซื่อ ทำไมตอนกินอ้อยช่างเหมือนเด็กขนาดนี้
    #856
    0
  3. #779 KTuaninuninen7 (@KTuaninuninen7) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 15:41
    โอ้ยยพี่กันต์น่ารัก ขอน้องเอินเอาหมูไปเลี้ยง555555 ชอบคาแร็คเตอร์ของมาร์คแบมเรื่องนี้มาก อ่านแล้วชอบ
    #779
    0
  4. #778 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 19:04
    ขอโทษนะ แต่พวกแกพากันยกโขยงมากันแบบนี้ มีที่นอนหรอ? 55555555555555555555
    #778
    0
  5. #777 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 13:12
    อ้อนขอหมูเอาไปเลี้ยง นายเหนือเลี้ยงเป็นหรออออ 55555
    #777
    0
  6. #776 Kahpaynak23 (@0921649871) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 01:10
    โอ้ยยยพี่กันต์ 555โดนน้องเอินรุกขนาดนี้ยังคิดว่าตัวเองแมนอีกหรอ55
    #776
    0
  7. #775 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 23:30
    นายเหนือคิดว่แมนมากมั้ย อ้อนขนาดนี้ 555
    #775
    0
  8. #774 With WiTCH (@witchy-jyj) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 22:51
    สงสารนายเหนือ กว่าจะได้ฉากเขี่ยอ้อยมา ต้องชอกช้ำระกำทรวงมาตั้งมาก55555555 เห็นไรท์บอกไม่ม่า เราก็โล่งได้หน่อย คิคิคิ ขอบคุณนะคะ สนุกมากกกกก
    #774
    0
  9. #773 Aujacharee (@Aujacharee) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 21:49
    อ้อนทีเอินก็ยอมแล้ว
    #773
    0
  10. #772 jiab155 (@jiab155) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 21:02
    ไม่ว่าจะอะไรยังไงเอินก็แพ้ลูกอ้อนอย่างราบคาบทุกที5555555
    #772
    0
  11. #771 Msc' (@msc-miw) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 20:48
    นายเหนือขี้อ้อนจังนะคะ 5555555
    #771
    0
  12. #770 1111 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 09:12
    เอินดูแม๊แมน นายเหนือนี่สิ 55555
    #770
    0
  13. #767 Javis (@evefiww) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 23:35
    นายเหนือขี้งอนจังเลย
    #767
    0
  14. #756 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 01:42
    เจ้าของบ้านใจดีเนอะ อุตส่าห์ชวนกินข้าว 555
    #756
    0
  15. #755 Aujacharee (@Aujacharee) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 00:08
    พี่กันต์อะนึกว่าจะงอนอี้เอินนานซะอีก อยากเห็นเอินมาง้ออะ
    #755
    0
  16. #754 kungking (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 23:15
    ทำไมถึงอยากให้ม่าสักหน่อยล่ะเราโอ๊ยยย

    หรือเราจิต555
    #754
    0
  17. #753 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 22:49
    เค้าจะเข้าใจกันมั้ยอะ
    เมื่อไหร่หรอ
    #753
    0
  18. #752 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 21:22
    โห เป็นสัตวแพทย์ด้วยยยยย งื้อออ แบมแบมเนี่ย จงเดลียดอะไรแจบอมนักหนา 55555 สงสารพี่แจบอม แหย่แบมนิดแบมหน่อย ต้องระแวงเพื่อนมาร์คแล้วแบมยังเมินอีก ในหัวแบมเอินสำคัญสุด 55555
    #752
    0
  19. #751 Msungthong99 (@datamb) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 21:00
    โถ่ นายเหนือ น่าสงสารเสียนี่กระไร กลับไปกินแกงชืดๆที่บ้านน้อ 5555555555
    #751
    0