[GOT7] Maf(ai)l หักธงมาเฟีย : MarkBam

ตอนที่ 2 : ลูกหมูตัวที่หนึ่ง :: ความเหี้ยมโหดของนายเหนือกันต์ (100%) (ตรวจ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,060
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    23 ส.ค. 59

O W E N TM.




1

 

ชายฉกรรจ์สองคนกุมตัวใครคนหนึ่งเข้ามาในห้อง ร่างสูงใหญ่ร่วงลงกับพื้นดังตุบเมื่อถูกโยนลงอย่างแรงไร้ความปราณีใดๆ จากคนทั้งสองเช่นเดียวกับคนในห้องและชายอีกคนที่นั่งอยู่บนโซฟา

“มันนี่แหละครับที่ติดหนี้แล้วคิดจะเบี้ยว” คนบนโซฟาที่ยังนั่งเท้าคางเลิกคิ้วเมื่อได้ยินอย่างนั้น

“ใจกล้าดีนี่” พึมพำเสียงเบาแต่เมื่ออยู่ในห้องที่เงียบสงัดแบบนี้เสียงนั้นกลับดังชัด ดวงตาฉายแววขี้เกียจเกิดนัยยิ้มเยาะกับความกล้าที่โง่งมของคนๆ นี้

ก่อนคนที่เพิ่งถูกโยนลงบนพื้นยันตัวลุกขึ้นพร้อมสบถเสียงดังแต่ยังไม่ทันทำอะไรเท้าของการ์ดสองคนก็เตะเข้าที่แผ่นหลังบังคับให้คนโอหังนอนหมอบกับพื้น

เมื่ออยู่ต่อหน้านายเหนือกันต์ใครก็ห้ามหือทั้งนั้น!

“เป็นหนี้ก็ต้องจ่ายจริงไหม” เสียงเนือยๆ ฟังดูแล้วชวนง่วงดังขึ้น ก่อนกันต์พิมุกถอนหายใจออกมาดังๆ ไม่ว่าจะคนไหนๆ ก็เหมือนกันหมด เข้ามาอย่างมือเติบแต่ขากลับแทบคลานออกไป

การพนันเป็นสิ่งไม่ดี ใครก็รู้แต่เขาก็หากินกับคนโลภพวกนี้ไม่ใช่รึไง

“เมื่อเสียก็ต้องจ่าย เข้าใจใช่ไหมว่านี่เป็นกฏ”

“ข ขอร้องล่ะครับ ให้เวลาผมหน่อย”

“กี่วันล่ะ ฉันให้มาสามเดือนแล้วนะ”

“อีกหนึ่งอาทิตย์ครับ”

“ไม่”

“โถ”

“ไม่ต้องมาโถ!” ขึ้นเสียงกลับเมื่อเริ่มรู้สึกโมโหนิดๆ เขาจำไม่ได้แล้วว่านี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ของวันที่ต้องมานั่งฟังเสียงครำครวญของคนพวกนี้ “ถ้าไม่มีเงินจ่ายก็ชดใช้ด้วยชีวิต”

“ไม่นะครับ ผมมีลูกมีเมียต้องเลี้ยง”

“งั้นจะให้ฉันทำไง ฉุดลูกฉุดเมียแกมาทำงานเหรอ”

“ไม่ ไม่ครับ” อีกฝ่ายส่ายหน้าหวือเมื่อได้ยินอย่างนั้น

“อา แล้วจะให้ฉันทำยังไง ไอ้นั่นก็ไม่เอา ไอ้นี่ก็ไม่เอา”เขาเกาคาง เลิกคิ้วขึ้นนิดๆ กดเสียงต่ำกล่าวว่า“รู้ว่าไม่มีแล้วจะมาเล่นทำไมวะ”

“ข ขอร้องนะครับ ขอเวลาผมอีกหนึ่งเดือน”

“ไหนเมื่อกี้บอกหนึ่งวัน”

“หนึ่งอาทิตย์ไม่ใช่เหรอครับ”

“เออนั่นแหละ”

“ผ ผม...”

ปึก

ทว่ายังไม่ทันพูดจบประตูก็ถูกผลักออกพร้อมร่างหนึ่งสาวเข้ามาอย่างร้อนรน

“นายเหนือแย่แล้วครับ”

“หืม? อะไรแย่” นายเหนือที่ว่าเงยหน้าขึ้นเลิกคิ้วถาม ยังมีอะไรแย่กว่านี้อีกเหรอ

“มีคนรายงานมาว่า หมูกำลังจะหนีออกจากเล้าแล้วครับ”

“อะไรนะ!” ดวงตาเบิกค้างเมื่อได้ยินอย่างนั้น “ปิดเล้าไม่ดีรึไงทำไมมันถึงกล้าหนี”

ทั้งร่างลุกขึ้นยืนตัวตรง นิ่วหน้าไม่พอใจ ก่อนหางตาเหลือบเห็นร่างที่ยังนอนหมอบอยู่กับพื้น ถึงได้ยกมือบอกปัดอย่างรำคาญ “เออๆ หนึ่งเดือนก็หนึ่งเดือน แต่จำไว้ว่าถ้าครั้งหน้าไม่มีจ่ายแกได้ลงไปลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงแน่!

ประกายดุดันปรากฏลึกในดวงตา ทุกวันมีปัญหาผ่านเข้ามาไม่ได้หย่อนใจ แล้วนี่อะไร

อยู่ดีไม่ว่าดี

“ไปพวกเรา กลับไปต้อนหมูเข้าเล้าวันนี้นายเหนือจะเชือดหมูย่างให้กิน!

 

 

“พรุ่งนี้ นอกจากเข้าบริษัทก็ไม่มีอะไรแล้วสินะ”

“ครับ แต่นายเหนือต้องเข้าสอบนะครับ”

“...เหรอ” แบมแบมหันกลับไปมองจินยอง ผู้ช่วยคนสนิทเมื่อได้ยินอย่างนั้นก่อนนิ่วหน้าคิดพักหนึ่งแล้วตอบกลับไปทำเหมือนว่านั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญเลยสักนิดทั้งที่ความจริงแล้ว

มัน โคต.รจะสำคัญ

ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เขาแทบไม่ได้แตะหนังสือเลยด้วยซ้ำเพราะมัวแต่ยุ่งกับงานที่กาสิโนและการขนส่งสินค้า

“อ้อ เมื่อบ่ายที่ผ่านมาคุณยูคยอมติดต่อขอพบนายเหนือด้วยครับ” เท้าสองข้างชะงักไปเมื่อได้ยินอย่างนั้นแล้วหันกลับไปมองจินยองด้วยความสงสัยเหมือนเพิ่งฟังเรื่องประหลาดไม่มีผิด

“ยูคยอม?”

“ครับ”

“แล้วมันได้บอกไหมว่าติดต่อมาเรื่องอะไร”

“ไม่ครับ แต่คุณยูคยอมฝากเมสเสซให้คุณด้วย” จินยองว่าพร้อมเปิดสมุดเล่มเล็กในมือแล้วพูดออกมา

“ถ้ามึงยังเอาแต่มุดหัวอยู่ในกระดอก กูตามไปลากคอมึงถึงบ้าน!

“...”พลันเกิดความเงียบเมื่อพูดจบ จินยองที่เริ่มลุกลี้ลุกลนรีบอธิบายเมื่อเห็นผู้เป็นนายยืนนิ่งค้างก่อนส่งสายตาเชือดเชือนมาให้

“เอ่อ เมสเสซของคุณยูคยอมน่ะครับ”เมื่อได้ยินอย่างนั้นถึงได้ร้องอ้อในใจแล้วหันกลับไปถามต่อ

“ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม”

“ครับ”

“งั้นเหรอ... จินยอง” พึมพำกับตัวเองพักหนึ่งแล้วหันกลับไปเรียกชื่อคนตัวสูงที่ยังเอาแต่เดินตามต้อยๆ เข้ามาในตัวบ้าน “แล้วหมูกลับเข้าเล้าแล้วใช่ไหม”

ใบหน้าของจินยองดูขรึมขึ้นทันทีที่ได้ยินคำถามนั้นก่อนตอบออกมาในที่สุด

“ที่ห้องใต้ดินครับ”

“ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม”

“ไม่ครับ”

“งั้นเหรอ” เมื่อได้ยินก็หัวเราะในลำคอทีหนึ่งแล้วรีบสาวเท้าไปที่ที่หนึ่งอย่างอดรนทนไม่ไหว และแน่นอนว่าที่ที่หนึ่งที่ว่าต้องเป็นห้องใต้ดินอยู่แล้ว เพราะสิ่งที่รออยู่ด้านล่างคือหมูตัวอ้วนๆ ที่กำลงรอให้เขาเชือด กระทั่งเดินมาถึงหน้าห้องถึงได้ถามการ์ดที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้าพร้อมพยายามตีสีหน้าเคร่งแลดูดูหน้าเกรงขาม

“เป็นไงบ้าง”

“ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ”

“งั้นเหรอ”

“นายเหนือครับ” แต่ยังไม่ทันได้เดินไปไหน จินยองก็เรียกผู้เป็นนายไว้อีกครั้ง

“อะไร”

“แน่ใจเหรอครับ”

“มีอะไรที่ฉันไม่แน่ใจบ้าง” โบกมือบอกอย่างรำคาญและเดินเข้าไปในห้องนั้นด้วยความมั่นใจ พอรู้อยู่แล้วว่าคนในห้องรั้นแค่ไหนแต่เมื่อขึ้นชื่อได้ว่าเป็นเชลยมีเหรอที่เขาจะยอม

หึ แค่เชลย จะเอาอะไรมาสู้หัวหน้ามาเฟียได้!

ปึก

สิ่งแรกที่ปรากฏสู่สายตาหลังจากเดินเข้ามาในนี้คือร่างของคนคนหนึ่งที่นั่งเอนหลังพิงกำแพงอยู่บนเตียงเก่าๆ

“...” ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ความจริงต้องบอกว่าอีกฝ่ายไม่สนใจจะหันมามองเลยสักนิดแม้เขาจะจงใจปิดประตูเสียงดังแค่ไหน

“ไง ชอบที่อยู่ใหม่ไหม” ถามอย่างเยาะเย้ยแต่คนถูกถามกลับยังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม...

“ไม่ตอบแปลว่าชอบสินะ อืม ถ้าอย่างนั้นก็จัดที่นี่ให้เป็นห้องนอนเลยเป็นไง”

ยังเหมือนเดิม เงียบกริบ

“แต่เอาเถอะ ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบแต่ยังไงซะที่นี่มันก็เหมาะกับนายอยู่ดี” ว่าอย่างไม่ยอมแพ้แล้วสาวเท้าเดินไปหยุดที่ข้างเตียง “เล้าหมูแคบๆ น่ะ มันก็เหมาะกับหมูสกปรกอย่างนาย”

และเหมือนจะได้ผลเพราะเมื่อพูดจบอีกฝ่ายก็หันขวับกลับมามองทันที ดวงตาเรียบนิ่งนั่นทำให้ใบหน้าขาวๆ นั้นดูเย็นชา แต่ช่างปะไรในเมื่อเขาไม่คิดสนใจ มือข้างหนึ่งยกขึ้นดีดนิ้วดังเปาะและไม่นานเกินรอร่างของการ์ดสองคนก็เดินเข้ามาด้านใน

“ครับนายเหนือ”

“ฉันหิวน้ำ เอาน้ำมาให้หน่อย” สั่งเสียงเรียบก่อนการ์ดคนหนึ่งเดินออกไป แบมแบมหันกลับมาพยักหน้าให้จินยองครั้งหนึ่งคล้ายเป็นสัญญาณและเมื่อเห็นอย่างนั้นจึงรีบเดินไปกระชากร่างคนบนเตียงลงคุกเข่า แต่แทบทันทีที่แตะโดนมือข้างนั้นก็โดนสะบัดออกทำให้การ์ดอีกคนรีบเดินมาล็อคแขนกดตัวหมอบกับพื้นมีเพียงสายตาอาฆาตที่เล็ดลอดส่งผ่านมาให้ แบมแบมยืนมองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่งก่อนผินหน้าหนีพลางกระแอมไอพูดไปคล้ายไม่รู้ไม่ชี้

“คราวหลังก็ว่าง่ายๆ หน่อยสิ จะได้ไม่เจ็บตัว”

ว่าจบก็หย่อนก้นนั่งลงบนเตียงที่ยังเหลือไออุ่นของอีกคน พร้อมการ์ดที่เพิ่งวิ่งหายไปก็กลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมถาดที่บนนั้นมีแก้วและเหยือกน้ำวางอยู่

“มาแล้วครับ”

“ไม่ต้อง” นายเหนือยกมือร้องห้ามเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังเดินเข้ามาก่อนผายมือไปยังคนตรงหน้าเงียบๆ โดยไม่ต้องสั่งอะไรคนเป็นลูกน้องก็เข้าใจในความหมาย ร่างโปร่งถูกกระชากให้ลุกขึ้นทั้งแก้วน้ำถูกยัดใส่มือ

“ไป!” ตะคอกพร้อมผลักไหล่ บังคับให้ถือน้ำไปให้นายเหนือ อี้เอินกัดฟันพร้อมกำแก้วในมือแน่น สองเท้าค่อยๆ ก้าวไปตรงหน้าแต่เพราะยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อคืน ซ้ำยังถูกทำร้ายจึงทำให้สองขาอ่อนแรงเซล้มลงบนพื้น ส่งผลให้น้ำในแก้วสาดกระเซ็นหกรดรองเท้าหนังราคาแพง

“...”

ทั้งห้องเงียบกริบ การ์ดทั้งสองพร้อมปาร์คจินยองลอบสูดหายใจ เมื่อเห็นใบหน้านิ่งค้างของนายเหนือ

“ยังนิ่งอยู่อีก” ว่าเสียงเรียบและเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังนั่งนิ่งถึงได้พูดออกไป

“ทำรองเท้านายเหนือเปียกก็เช็ดสิ” ต้วนอี้เอินเงยหน้าขึ้นมองพยายามข่มความเจ็บแค้นไว้ในใจ แล้วหันมองซ้ายขวาเพื่อหาผ้าเช็ดรองเท้าให้อีกฝ่าย

“ไม่ต้องหาหรอก ใช้เสื้อนั่นแหละเช็ด”

คนเบื้องล่างกัดฟันแน่น ก่อนย่อตัวต่ำยกชายเสื้อยื่นเช็ดรองเท้าข้างนั้นอย่างจำยอม ขณะที่หางตาลอบมองเศษแก้วบนพื้นที่แตกละเอียดไม่เหลือดีเช่นเดียวกับศักดิ์ศรีของตน

แต่ในระหว่างที่กำลังเช็ดรองเท้าอยู่นั้นมือข้างหนึ่งก็ฉวยเอาคางคมจับไว้แน่นพร้อมหรี่ตายกยิ้มอย่างผู้มีชัยก่อนกล่าวออกไปพร้อมใช้นัยน์ตาทรงอำนาจข่มขู่

“จำไว้ ว่าต่อจากนี้ไปฉันคือเจ้าชีวิตของนาย”

 

ชีวิตของนายเหนือกันต์พิมุกผู้ทรงอิทธิพลในแถบลุ่มแม่น้ำอยุธยาที่ใครๆ ต่างมองว่าสวยหรูความจริงแล้วไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดหรอก นอกจากทุกวันต้องมานั่งจัดการกับพวกผีพนันที่ชอบร้องขอความเมตตาโง่ๆ แล้วยังต้องคอยตามจับหมูตัวอ้วนๆ ที่วิ่งหนีไปเล้ากลับเข้าเล้าด้วย เหมือนตอนนี้ไง

นับแต่อี้เอินเข้ามาอยู่ที่นี่ก็ผ่านมาสามเดือนแล้ว เขายังจำได้ดี ใบหน้าเกรียวกราดที่ตั้งท่าจะพุ่งเข้ามาตั๊นหน้าเขาอยู่รอมร่อ กระทั่งถึงตอนนี้แบมแบมก็ยังไม่มั่นใจว่าที่อี้เอินโมโหเป็นเพราะเห็นสภาพน่าอเนจอนาถของผู้เป็นพี่ชายอย่างชานซองหรือโมโหเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นกันแน่

มีที่ไหนที่เชลยมายืนจ้องหน้าตั้งท่าจะชกหน้าเขาอยู่รอมร่อ

แบมแบมจำไม่ได้แล้วว่านี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ ที่ต้วนอี้เอินพยายามหนี ทั้งที่รู้ว่าหนีให้ตายก็ทำไม่สำเร็จ รู้ว่าพอถูกจับได้จะถูกซ้อมจนเจ็บตัวแต่ก็ยังทำ

เฮ้อ ใช่ว่าเขาอยากใช้กำลังหรอกนะ แต่หมูโง่ตัวนี้ต่อให้ขุนดียังไงมันก็คงไม่สำนึกอยู่ดี แล้วแบบนี้จะไม่ให้เขากำราบได้ยังไง

“ชิ” ทั้งที่ถูกเขาจับกินแล้วแท้ๆ แต่ก็ยังเอาแต่เล่นตัว

ความจริงแล้วในวันนั้น ในห้องใต้ดิน แบมแบมค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองเป็นฝ่ายจับอีกฝ่ายกิน หรืออย่างน้อยเขาก็มั่นใจว่าได้ขยับสะโพกถึงจะดูแปลกๆ บ้างตรงที่เป็นฝ่ายลงไปนอนครางซะเอง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใส่ใจ ป่านนี้ลูกหมูของเขาคงนอนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในห้องแล้วแน่ๆ

เมื่อคิดได้อย่างนั้นก็ยิ้มย่องออกมาอย่างย่ามใจ ก่อนมันจะหายไปเมื่อก้มหน้าลงมองหนังสือตรงหน้า

“เวรเอ๊ย”

มันเป็นโจทย์วิชาสถิติที่เขานั่งคิดมากว่าหนึ่งชั่วโมงแต่ก็ยังคิดไม่ได้ ทั้งที่จะสอบพรุ่งนี้แล้วแท้ๆ มือเล็กยกขึ้นเท้าคาง ก่อนทำจิ๊เสียงในลำคออย่างไม่ชอบใจ

อย่างที่บอก การเป็นนายเหนือกันต์พิมุกมันไม่ง่ายนักหรอก

ดึ๊ง

Yugyeom send you massage

เรียวคิ้วขมวดแน่นเมื่อเห็นอย่างนั้น แบมแบมลืมไปเลยว่าจินยองเคยบอกว่ายูคยอมติดต่อมาหาและจนป่านนี้เขาก็ยังไม่ได้ติดต่อกลับ เมื่อนึกได้อย่างนั้นถึงได้ตัดสินใจเปิดข้อความอ่าน

Yugyeom :สั.!

คนอ่านถึงกับต้องสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เมื่อได้อ่านข้อความแรกที่ปรากฏบนจอโทรศัพท์

Yugyeom :กูโทรไปไม่รับ ไม่โทรกลับด้วย

Yugyeom :เพื่อนจะตายห่.า มึงไปมุดหัวอยู่ไหนวะ

Yugyeom :เหี้.ย เดี๋ยวนี้หยิ่งเหรอมึง อ่านไม่ตอบ

Kunpimook:สั.ส กูเลือกติ๊กเกอร์อยู่

Yugyeom :ใช่เวลามานั่งเลือกเหรอวะ

Kunpimook :ทำไม มึงมีเรื่องอะไร

Yugyeom :เออ

Yugyeom :พรุ่งนี้สอบ รีบมาด้วย

Yugyeom :กูมีเรื่องสำคัญจะบอกมึง

Kunpimook :สำคัญขนาดไหนวะ

Kunpimook :ทำไมคุยในนี้ไม่ได้

Yugyeom :สำคัญสั.สๆ

Yugyeom :สำคัญในชนิดที่เปลี่ยนทั้งชีวิตของมึงกับกูได้เลย!

Kunpimook : …

แบมแบมนิ่วหน้าหนักเมื่อเห็นอย่างนั้น นึกไม่ออกหรอกว่าเรื่องอะไรที่ทำให้ยูคยอมร้อนรนขนาดนี้ หนำซ้ำยังเป็นเรื่องของเขาด้วย

อย่างมันเคยร้อนใจกับเรื่องของคนอื่นด้วยเหรอวะ...

“เฮ้อ”

ก็อย่างที่บอก การเป็นนายเหนือกันต์พิมุกมันไม่ง่ายนักหรอก ตามทวงหนีผีพนัน จับหมูแล้วต้องมานั่งละเหี้ยใจกับเพื่อนบ้าๆ พันธุ์นี้อีก

“เขียนใบลาออกตอนนี้ยังทันไหมวะ”

 

วันนี้เป็นวันสอบ

สอบวิชาสถิติที่เขาอุตส่าห์เขี้ยวกรำมันมาทั้งคืนนั่นแหละ แต่ความจริงจะเรียกว่าเขี้ยวกรำคงไม่ถูกนักเพราะหลังจากที่แบมแบมคุยกับยูคยอมเสร็จ เขาก็แทบไม่มีสมาธิกับหนังสือตรงหน้าเลยสักนิดเพราะในหัวยังเอาแต่ครุ่นคิดว่า เรื่องสำคัญที่สามารถเปลี่ยนทั้งชีวิตเขาของยูคยอมคืออะไร

“เวรเอ๊ย” มาเฟียหนุ่มพึมพำอย่างหงุดหงิด ลำพังเรื่องสอบไม่เท่าไหร่หรอก แต่อาการปวดตุบๆ ที่ศีรษะตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมานี่สิ มันอะไรกัน

“ปวดหัวเหรอครับนายเหนือ” ปาร์คจินยองที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องทานอาหารพูดขึ้น ทำให้คนที่กำลังนั่งกุมขมับอยู่บนโต๊ะทานอาหารเงยหน้าขึ้นมอง

“อืม”

“แล้วจะสอบไหวเหรอครับ” เลขาหนุ่มถามอย่างเป็นห่วง เพราะเห็นว่าสีหน้าผู้เป็นนายดูไม่สู้ดีนัก

“อืม อ้อจริงสิ วันนี้สอบเสร็จฉันจะแวะเข้าไปที่กาสิโนนะ”

“แต่นายเหนือสะสางงานเสร็จตั้งแต่เมื่อวานแล้วไม่ใช่เหรอครับ”

“ยังหรอก” แบมแบมงึมงำ ความจริงเขามีงานสำคัญอีกอย่างที่ต้องทำ “จินยอง”

“ครับ”

“นายช่วยไปบอกแม่บ้านหน่อยสิว่าวันนี้ฉันอยากกินข้าวต้มร้อนๆ”

“ครับ” ปาร์คจินยองค้อมศีรษะรับ แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าไปไหนเสียงของบางอย่างก็ดังขึ้น

เพล้ง!

ทั้งคู่ชะงักไปชั่วขณะ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าที่มาของเสียงคือที่ไหน สองนายบ่าวมองหน้ากันอยู่พักหนึ่ง บอกไม่ถูกว่ากำลังตกใจหรือขนลุก ก่อนที่ผู้เป็นนายเหนือจะหยักยิ้มออกมา

เขาลืมไปได้ไงนะว่าที่บ้านเลี้ยงหมูไว้ตัวหนึ่ง หมูพยศซะด้วยเพราะไม่อย่างนั้นคงไม่อาละวาทแต่เช้าแบบนี้

“แวะไปดูหน่อยคงไม่เสียหายหรอก” แบมแบมไหวไหล่ ลุกขึ้นตั้งใจเดินขึ้นไปเพื่อทักทายหมูน้อยของตัวเองโดยเฉพาะ

แทบจะทันทีที่เห็นผู้เป็นนายเดินผ่านหน้า ปาร์คจินยองก็ต้องถอนหายใจออกมาแล้วเดินตามแบมแบมไปเงียบๆ โถงทางเดินกว้างมีเพียงเสียงฝีเท้าของสองนายบ่าว แบมแบมเดินนำหน้าขณะที่จินยองยังเดินตามมาเงียบๆ

คงเป็นอย่างที่คิด ลูกหมูตัวน้อยๆ ของเขาคงโมโหจากเรื่องเมื่อคืน แน่ล่ะ จะมีใครบ้างที่ชอบใจกับการถูกคนอื่นข่มขืน มุมปากยกยิ้มเมื่อนึกได้อย่างนั้น แอบนึกถึงใบหน้าขาวๆ ที่เต็มใบด้วยคราบน้ำตาแล้วอดยิ้มไม่ได้จริงๆ แต่แล้วรอยยิ้มนั้นต้องชะงักค้างเมื่อหันกลับมาเห็นสายตาแปลกๆ จากปาร์คจินยอง

“อะไร” เลิกคิ้ว ตีหน้ามึนถามทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนผินหน้าไปอีกทางลอบยิ้มอีกครั้งราวกับผู้มีชัย

ถ้าเข้าไปถึงห้องแล้วเขาควรทำหน้ายังไงดีนะ ตีหน้าขรึมให้สมกับเป็นนายเหนือ หรือพูดปลอบเสียงอ่อนโยนคล้ายอยากขอโทษที่ตนได้ย่ำยีอีกฝ่ายเมื่อคืน

แต่ก่อนที่ในหัวจะได้รับคำตอบ สองเท้าก็ก้าวมาหยุดที่หน้าห้อง

ตุบ

เพล้ง

“ปล่อยกู”

เรียวคิ้วขมวดแน่นเมื่อได้ยินอย่างนั้น ทว่าเพิ่งขยับมือขึ้นแตะกลอนประตู เสียงของคนข้างตัวก็ดังขึ้น

“จะเข้าไปจริงๆ เหรอครับนายเหนือ” จินยองที่ทำสีหน้ายากจะบรรยายถามขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ ไม่ใช่ว่าเขากลัวเชลยในห้องนั่นหรอก เพียงแต่...

“ทำไม ฉันเข้าไปไม่ได้เหรอ”

“เปล่าครับแต่...”

“ถ้าไม่มีอะไรก็เงียบ” แบมแบมค้อนแล้วหันกลับไปมองประตูอีกครั้ง ฮึ ก็แค่เชลยตัวเล็กๆ จะทำอะไรเขาได้ อย่างนายเหนือกันต์พิมุกเพียงแค่เดินเข้าไป ใครต่อใครต่างก็ต้องสยบให้แก่ความน่าเกรงขาม

แบมแบมยิ้มย่อง บิดมือเปิดประตูเดินเข้าไปข้างใน และแทบจะทันที...

“สั.!

ผลัวะ!

“อ็อก”

เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน ทำให้คนที่เพิ่งเดินเข้ามาอย่างจินยองได้แต่ยืนอึ้งมองร่างของนายเหนือที่ตอนนี้ทรุดฮวบลงไปกองบนพื้นด้วยฝีมือของเชลยตัวเล็กซะแล้ว

 

“โอ๊ย เจ็บๆๆ”

เสียงร้องโอดโอยดังก้องไปทั่วห้องแทบจะทันทีที่ถุงน้ำแข็งแตะลงบนผิวแก้มที่ปรากฏรอยช้ำเป็นดวง ไม่ต้องอธิบายคงพอรู้ว่ารอยช้ำพวกนี้เป็นฝีมือของใคร

ปาร์คจินยองถอนหายใจออกมา ขณะที่มือยังถือถุงคอยประคบน้ำแข็งบนแก้มให้นายเหนือกันต์ของตนที่จนถึงตอนนี้ก็ยังเอาแต่นั่งค้อนปะหลับปะเหลือกให้เชลยที่นั่งทำหน้านิ่งอยู่บนพื้นโดยมีการ์ดตัวใหญ่สามคนคอยคุมเชิงอยู่ด้านหลัง

“โอ๊ย เบามือไม่เป็นรึไง”

“ขอโทษครับ” จินยองค้อมศีรษะขอโทษ แต่นายเหนือที่มีรอยเขียวปัดบนโหนกแก้มยังเอาแต่นั่งทำหน้ายู่

“เอามานี่” ว่าจบแบมแบมก็แย่งถุงน้ำแข็งมาประคบบนแก้มตัวเองต่อ แล้วหันกลับไปมองคนที่เพิ่งเหวี่ยงหมัดปาดหน้าเขาไป

“มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมถึงได้อาละวาทแต่เช้า หืม?” ว่าพลางประคบแก้มของตนต่อไป ถ้าไม่ถูกทักทายด้วยหมัดแต่เช้าแบบนี้ คงอารมณ์ดีหยอกล้อกับเอินเอินของเขาอยู่หรอก แต่ดูนี่สิ

“...”

“จะจ้องให้ตาถลนรึไง ฉันถามก็ตอบสิ”ก็พอรู้ถึงพิษสงความหน้าตาดีของตัวเองอยู่หรอก แต่การถูกจ้องจนรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแบบนี้ มันไม่ใช่หนึ่งในแผนการในวันนี้ของเขาเลย

และเมื่อเห็นว่าคำถามของนายไร้คำตอบ หนึ่งในการ์ดที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังก็สะกิดปลายเท้ากระทุ้งเข้ากับสีข้างของเชลยที่นั่งคุกเข่านิ่ง

“นายถามก็ตอบสิ”

“นี่ๆ อย่าใช้กำลังแต่เช้าเลย” ยกมือห้าม ทำตัวประหนึ่งมีเมตตา แต่เหมือนว่าเชลยไร้ค่าจะไม่สนใจ อี้เอินถอนหายใจหันหน้ามองทางอื่นเหมือนไม่อยากมองผลงานของตนนัก

ถึงจะดีใจนิดๆ ก็เถอะ แต่เขาไม่ได้ตั้งใจต่อยซะหน่อย

และเมื่อไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร นายเหนือกันต์ที่ยังนั่งประคบน้ำแข็งกับแก้มของตนก็หรี่ตาลงนิดๆ พยายามค้นหาคำว่าสำนึกผิดจากคนตรงหน้า แต่ก็นั่นแหละ มันไม่มีหรอก!

“ชิ” ทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอพอเป็นพิธี แล้วโยนถุงน้ำแข็งที่เริ่มละลายออกไปอีกทาง ก่อนมืออีกข้างคว้าถุงน้ำแข็งในถาดมาถือไว้

“จินยอง”

“ครับ”

“ฉันฝากนายจัดการเรื่องนี้ด้วย!

ว่าจบก็ลุกขึ้นเดินหนีด้วยสีหน้าติดไม่พอใจ ทิ้งให้คนฟังนั่งขนลุกซู่อยู่ด้านหลัง สายตามองตามนายเหนือไปเรื่อยๆ ก่อนหันกลับไปมองตัวการที่จนถึงตอนนี้ยังนั่งนิ่งตัวแข็งอยู่ที่เดิม

“เฮ้อ”

ว่าจบก็ยกมือกุมขมับ

บนโลกนี้จะมีใครเข้าใจความทรมานของปาร์คจินยองไหมนะ

 

Bambam’s Part :

 

ผมคือเด็กอายุสิบแปดคนหนึ่ง หรือถ้าพูดให้ชัดคือเด็กอายุสิบแปด ที่เป็นมาเฟียคุมธุรกิจต่างๆ ที่สืบทอดต่อกันมาเป็นรุ่นๆ

ก็อย่างที่ทุกคนรู้กัน ผมคือกันต์พิมุก นายเหนือผู้ยิ่งใหญ่ในแถบลุ่มแม่น้ำอยุธยา ซึ่งเป็นที่เลื่องลือทั้งความสามารถ หน้าตาอันหล่อเหลา หรือเสน่ห์ที่แม้แต่สาวแก่แม่ม่ายเคะน้อยใหญ่เห็นยังหลง ผมเกิดมาบนกองเงินกองทอง ห้อมล้อมด้วยการเอาอกเอาใจของบรรดาคนรับใช้มาตั้งแต่เด็กคนโต แต่เหมือนพระเจ้าจะไม่เข้าใจถึงจิตใจอันบริสุทธิ์ผุดผ่องของผมนัก ถึงได้ส่งสิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่าต้วนอี้เอินมาให้

ถ้าจะให้ผมเล่าตั้งแต่ต้น คงไม่ไหว แต่เอาเป็นว่าหมอนั่นเป็นเชลยของผมก็แล้วกัน...

“เวรเอ๊ย”

ผมสบถออกมาหลังจากเหวี่ยงถุงน้ำแข็งที่ประคบบนแก้มมาตลอดทางไปอีกฝั่งของรถก่อนคว้ากระเป๋าเป้ที่วางอยู่บนเบาะข้างๆ มาสะพายไว้

“ฉันสอบเสร็จสี่โมงเย็น มาให้ตรงเวลาด้วย”

“ครับ”

คนขับรถค้อมหน้ารับ ความจริงแล้วคนที่ทำหน้าที่สารถีทุกวันคือจินยอง แต่เพราะวันนี้เกิดเรื่องไม่พึงประสงค์ขึ้นผมถึงได้ให้หมอนั่นรับหน้าแทน ไม่ใช่ว่าหนีตายจากสายตาชวนจั๊กจี้นั่นหรอกนะ แต่ผมมีนัดกับยูคยอมต่างหากถึงได้รีบปลีกตัวออกมา

เชื่อสิ ว่าที่ทำอย่างนี้เพราะผมเป็นคนตรงต่อเวลา ไม่ได้กลัวตายหรืออะไรทำนองนั้นเลย

“กูนัดสิบโมง โผล่หัวมาสิบเอ็ดโมง เจริญชิบหายเลยครับนายเหนือกันต์พิมุก” แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้าเดินออกไปไหน เสียงเรียบๆ แฝงนัยจิกจัดก็ดังขึ้น

“บ่นมากว่ะ กูก็รีบสุดๆ แล้วเนี่ย” ผมงึมงำเดินไปหา ยูคยอมที่สวมเสื้อคอเต่าสีแดงเข้มปักลายตัววายตัวเบ้อเริ้มที่ดูยังไงๆ ก็เชยสะบัด

“หน้าบึ้งเป็นหมีเลยนะมึง” ผมพูดแล้วยกมือขึ้นหยิกแก้มมัน แต่กลับถูกปัดออกไปซะก่อน

“ยุ่ง! มาสายแล้วทำตลกกลบเกลื่อนเหรอวะ” มันบ่น ทำเสียงจิจ๊ะในลำคอ เเบะปากแล้วหันหน้าไปอีกทาง

“แล้วหน้ามึงไปโดนอะไรมาว่ะ” ผมที่กำลังยืนหัวเราะคิกคักถึงกับชะงักเมื่อได้ยินคำถามนั้น “มึงโดนต่อย?”

“ต่อยบ้าอะไร กูตกบันได”

“อ้อ แล้วมึงก็เอาหน้าไถลงมา?” ยูคยอมเลิกคิ้วถามทำหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

“หุบปากไปเลยมึง” ผมนิ่วหน้า และเมื่อเห็นว่าผมเริ่มโมโห มันถึงไหวไหล่แล้วเฉไฉพูดเรื่องอื่น

“แล้วเมื่อไหร่แจ็คสันมันจะมาสักทีวะ”

“แล้วมึงนัดมันกี่โมงวะ”

“สิบโมง! สายกว่ามึงก็มันนี่แหละ ปล่อยให้กูรออยู่คนเดียว”

“กูก็มาแล้วไง”

“เออ แต่ไอ้แจ็คสันมันคงต้องให้กูรอจนเหนียงยานตกไปถึงพื้นแม่งถึงจะเสด็จมาได้”

“นินทากูอยู่เหรอครับ” นั่นไง พูดถึงโจโฉโจโฉก็โผล่หัวมา แจ็คสันที่สวมสเวตเตอร์ตัวใหญ่ เดินตรงมาทางพวกเรา ใบหน้ายิ้มแป้นแล้น โดยมีผู้ช่วยตัวเล็ก น่ารัก อย่าง ยองแจเดินก้มหน้าก้มตาถือกระเช้าเดินตามหลังมาติดๆ

“ช้าอีกนิดกูจะจุดธูปเรียกแล้วนะครับ”ผมแหย่ แต่เหมือนวันนี้อารมณ์มันจะดีกว่าปกติถึงได้ยังยืนยิ้มน่าสงสัยอยู่อย่างนั้น ผิดกับยูคยอมที่วันนี้ดูอารมณ์เสียเป็นพิเศษ

“ขาสั้นแล้วยังมาช้าอีกนะมึง”

“แทงใจดำพี่หวังมาครับ ห่.า ใครใช้ให้มึงขายาวแล้วมาถึงก่อนกูล่ะ”

“ก็ดูพวกมึงแต่ละคนดิ กูนัดสิบโมงกว่าจะโผล่หัวมาได้ ต้องให้กูตามไปถีบพวกมึงถึงเตียงไหม หืม?”

“เห้ย ใจเย็นๆ น่ามึง พวกกูก็...”

“ฮึก”

แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดจบเสียงสะอื้นฮักของใครคนหนึ่งก็ดังแทรกซะก่อน ทำให้ทั้งผมและยูคยอมหันกลับไปมองยังคนที่ยังเอาแต่ยืนหลบอยู่ด้านหลังของแจ็คสัน

“ผู้ช่วยมึงเป็นไรวะ” ยูคยอมถาม ทั้งสายตายังมองร่างของยองแจอยู่อย่างนั้น

“ไม่มีไรหรอก”

“สั.ส เห็นอยู่ชัดๆ ว่ามี”

แจ็คสันยิ้มย่อง ก่อนทำเป็นนิ่วหน้าแล้วหันกลับไปเอ็ดยองแจที่ยืนก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น

“เงียบได้แล้ว! น่ารำคาญว่ะ”

ผมหันกลับไปมองยูคยอมทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น ก็รู้ๆ กันอยู่ว่ามันเป็นคนยังไง แต่อดสงสัยไม่ได้จริงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“ฮึก” ตามคาดยิ่งตะคอก ยองแจยิ่งร้องไห้หนัก

“มึงไปตะคอก เขาก็กลัวดิวะ” ผมสะกิด แต่มันฟังที่ไหน

“เงียบเลยมึง คนของกู กูจัดการได้” ว่าจบ แจ็คสันก็หันกลับไปตะคอกคนสนิทของตัวเองต่อ เหมือนเดิม ยิ่งตะคอก ยิ่งตกใจ ยองแจร้องไห้หนักเหมือนได้รับการกระทบกระเทือน และเมื่อสังเกตดีๆ จะพบว่าตามข้อมือและซอกคอมีรอยช้ำเต็มไปหมด โถ เห็นแล้วใจพี่กันต์หวั่นไหวครับ อยากเดินเข้าไปกอดปลอบ แต่ติดที่ว่าตรงหน้ามีไอ้เอลฟ์ขาสั้นยืนทำหน้ายักษ์ขวางอยู่

“ยองแจ!

“ค ครับ ผม ฮึก”

“แจ็คสัน มึงนี่ก็ตะคอกจัง พ่อชื่อโหดเหี้ยม แม่ชื่ออำมหิตเหรอวะ หลีก!” ยูคยอมบ่น แล้วเดินไปยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ยองแจที่มีสภาพเหมือนเพิ่งวิ่งผ่าสนามรบมา ส่วนผมก็ได้แต่ยืนมองสถานการณ์ตรงหน้าเงียบๆ ทั้งในใจเริ่มนึกถึงเรื่องบางอย่าง

ไม่อยากบอกเลยครับว่านึกถึงเจ้ากรรมนายเวรที่บ้าน รายนั้นเน้นพยศเช้าพยศเย็น จนรังมาเฟียแทบระเบิด เหลือรับครับ บอกเลย

“ไปมึง หาที่นั่งกูมีเรื่องสำคัญจะพูดด้วย” ยูคยอมที่เพิ่งยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ยองแจ หันกลับมาพูดกับพวกเรา เมื่อได้ยินอย่างนั้น ผมถึงได้นึกถึงเรื่องนั้นขึ้นได้

“มึงมีเรื่องสำคัญอะไรวะ โทรตามกูยิกๆ”

แจ็คสันถามขณะที่เสียงสะอื้นของยองแจยังดังเป็นพักๆ

“เออ สำคัญ โดยเฉพาะมึงเลยแบม”

“กู?” ผมยกนิ้วชี้เข้าหาตัว “สำคัญกับกูขนาดนั้นเลย?”

“เออ”

“...”

“เพราะอาทิตย์หน้าเจ๊มินยองจะกลับไทย...”

“...”

“...”

ทั้งบริเวณเงียบไปทันทีที่ยูคยอมพูดจบ เงียบในที่นี้คือเงียบจริงๆ แม้แต่ยองแจที่เอาแต่นั่งร้องไห้อยู่หลังยังเงียบ ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่เเอะเดียว เช่นเดียวกับชีวิตผมที่ตอนนี้รู้สึกเหมือนถูกถีบลงเหว

“ไอ้เหี้.ยยย!

แจ็คสันที่เงียบอยู่นานร้องขึ้น สีหน้าแสดงถึงอาการหวาดผวาอย่างปิดไว้ไม่มิด

“มึงพูดจริงเหรอวะ”

“หน้ากูดูเหมือนล้อเล่นเหรอวะ”

“แล้วกูต้องทำไงวะเนี่ย”

“มึงอะไม่ต้องทำ แต่คนที่ต้องทำอะมัน!” ทั้งแจ็คสันและยูคยอมหันมามองผมที่นั่งอยู่ที่เดิมทันที

“กู?” ถามทั้งที่นิ้วยังชี้เข้าหาตัวเอง

ชิ.บหายแล้วครับพี่น้อง ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรก ก็ผู้หญิงที่ชื่อมินยองที่พูดถึงน่ะ เจ๊แกเป็นคู่หมั้นของผมเอง!!

 

ถ้าจะให้เล่าเรื่องทั้งหมด ผมคงต้องเท้าความไปเมื่อสามสิบปีก่อน ที่ทั้งตระกูลคิมและตระกูลภูวกุลเริ่มญาติดีกันใหม่ๆ ญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเลยกะดองกันโดยการสัญญาว่าจะจับลูกชายและลูกสาวของแต่ละตระกูลแต่งงานกัน เวรกรรมมันเลยตกมาอยู่ที่ผมซึ่งเป็นลูกชายคนเดียว

ยังจำได้ดี ในตอนนั้นที่ผมยังเป็นเพียงเด็กเจ็ดขวบที่ไม่ประสาอะไร พ่อได้พาผมเดินออกมายังสนามหน้าบ้าน

แบมแบม เห็นนั่นไหมลูกพ่อถามพร้อมชี้ไปกลางสนามที่มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเตะเด็กผู้ชายอีกคน

ใครเหรอครับพ่อผมถามพลางภาวนาว่าอย่าให้ยัยปีศาจนั่นเข้ามายุ่งย่ามกับชีวิตผมเลย แต่เหมือนจะคิดผิด พ่อหันมายิ้มให้ผม สายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความภูมิใจที่เห็นแล้วอดขนลุกไม่ได้

เด็กผู้ชายคนนั้นชื่อยูคยอม เขาเป็นเพื่อนใหม่ของลูก

ผมสวดภาวนาให้เด็กผู้ชายที่ชื่อยูคยอมทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น ความจริงผมอยากเป็นเพื่อนเขานะ แต่ดูแล้วอายุคงไม่ยืนเท่าไหร่แต่ยังไม่ทันได้สวดอะไรจบ พ่อก็พูดขึ้นอีกครั้ง

ส่วนเด็กผู้หญิงอีกคน เธอชื่อมินยอง เป็นคู่หมั้นของลูก

และนั่นเองที่ผมได้รู้ว่า ชีวิตของตัวเองกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย...

ความจริงตอนนั้นผมอยากยกมือทึ้งผมตัวเอง แหกปากแล้ววิ่งหนีออกไปจากตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอด ถ้าไม่ติดว่าพ่อคว้าแขน แล้วลากผมเข้าไปเป็นเป้าซ้อม เอ้ย ทำความรู้จักกับสองพี่น้องนั่น

และหากจะถามว่า อ้าว ในเมื่อผมหมั้นแล้วไอ้สองตัวนั้นมันจะเดือดร้อนทำไม อย่างที่รู้ ยูคยอมคือน้องชายของมินยอง และหากผมต้องพลีกายแต่งงานกับเธอจริงๆ คงไม่พ้นที่มันต้องเรียกผมว่าพี่เขย ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ยอมแน่ๆ ไม่อย่างนั้นมันคงไม่มานั่งเครียดอยู่แบบนี้ ส่วนแจ็คสัน...

“เชี่.ย กูต้องรีบจองตั๋วกลับฮ่องกง ยองแจ! โทรบอกโดอุนจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินของฉันกับนายเร็ว!

“เอ่อ ค ครับ” ยองแจที่เลิกร้องไห้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รีบก้มหน้าหยิบโทรศัพท์ต่อสายหาโดอุนทันที ต่างจากเมื่อครู่ที่เอาแต่ยืนร้องไห้ราวกับคนละคน

“มึงจะรีบไปไหน มีเรื่องแล้วจะทิ้งกูเหรอ” ผมเดินไปคว้าโทรศัพท์ในมือยองแจมาถือไว้เดินทักๆ ชี้หน้าแจ็คสันที่หน้าซีดเข้าไปทุกที

“กูจะรีบไปงานแซยิดอาม่ากู”

“พ่อ.ง” ยูคยอมสบถ ขณะที่ผมเริ่มทรุดนั่งทึ้งผมบนพื้น เหมือนรู้ชะตากรรมของตัวเอง

“แล้วพี่มึงจะกลับมาเมื่อไหร่วะ” ไอ้ปากกว้างถาม

“อาทิตย์หน้า”

“เชี่.! ยองแจให้ไวเลย”

“หยุดเลยมึง”

“โอ๊ย กูจะบ้าตาย กูต้องตายแน่ๆ”

“กูเนี่ยจะตาย”

เสียงเอ็ดตะโรดังขึ้นเรื่อยๆก่อนยูคยอมที่ทนไม่ไหวแหกปากออกมาในที่สุด

“หยุด!” ทั้งบริเวณเงียบไปในทันที ก่อนมันหันหน้าชี้นิ้วมาทางผม

“มึงเลยแบม”

“กูอีกและ?” ชาติที่แล้วพี่กันต์ไปก่อกรรมอะไรไว้กับมัน ชาตินี้ถึงได้กลายเป็นข้ารองบาทให้มันยกนิ้วชี้หน้าอยู่ร่ำไป

“ใช่ มึงนั่นแหละต้องเป็นคนหยุดเรื่องทุกอย่าง!

.

.

.

บางทีแม็กซ์ก็คิดนะ ว่าสรุปแล้วแม็กซ์เป็นมาเฟียหรือขี้ข้า...

 

“น่ามึง การเสียสละของมึงในครั้งนี้จะไม่ไร้ความหมาย” เสียงของแจ็คสันดังขึ้นพร้อมที่มันยกมือตบบ่า ทำเหมือนว่านี่เป็นช่วงสุดท้ายในชีวิตผม

“มึงต้องท่องไว้นะเว้ย เพื่อความอยู่รอดของพวกเรา”

ผมนั่งมองหน้ายูคยอมและแจ็คสันสลับกันอยู่พักหนึ่ง แล้วหันออกมองทางอื่น สรุปคือกูต้องสละร่างกายอันบริสุทธิ์ผุดผ่องของตัวเอง ว่างั้นเถอะ

“อย่าคิดมากเลยมึง ยังไงพวกกูก็ช่วยมึงอยู่แล้ว”

“เออ ขอให้จริงเถอะ” ผมงึมงำ ก่อนยูคยอมถอนหายใจออกมา จนผมอดค้อนให้มันไม่ได้เมื่อเห็นอย่างนั้น ได้ข่าวว่าคนที่ถอนหายใจต้องเป็นกูมากกว่านะครับ

“เออๆ แต่ก่อนที่พี่มึงจะกลับมาก็คิดทางหนีทีไล่ให้กูด้วยก็แล้วกัน”

“เชื่อใจกูเถอะ กูเป็นใคร ยูคยอมนะครับ” มันยกกำปั้นทุบอก ส่วนผมก็ได้แต่เเบะปากให้มัน

“เออกูรู้ ส่วนมึงแจ็คสัน มึงจะกลับจากงานแซยิดตอนไหนวะ”

“ฮะ กูต้องไปงานแซยิดด้วยเหรอ” มันทำหน้าเหลอหลาถามกลับ ทำให้ทั้งผมและยูคยอมหันกลับไปมองมันนิ่ง ไม่นานนักมันก็ร้องอ้อออกมา “เอ้อ กูต้องไปงานแซยิดนี่หว่า”

“...”

“ก็คงกลับตอนที่พี่มึงใกล้กลับอเมริกามั้ง”

“ไอ้เวร!

เสียงของผมเองแหละ เชื่อเถอะว่าผมไม่ได้ตั้งใจด่ามัน แต่สบถเท่านั้น ถ้าไม่เชื่อก็มองตาของผมสิ มองดวงตาอันใสซื่อบริสุทธิ์ของพี่กันต์สิ

“น่ามึง แค่นี้ทำเครียด ไปอาทิตย์กว่าก็กลับแล้ว”

“เออดี จะได้กลับมาช่วยกูคิดเรื่องไอ้แบม”

ไม่มีใครพูดออกมาอีกหลังจากนั้น ราวกำลังคิดหาทางรอดให้กับตัวเองอยู่ยังไงอย่างนั้น แม้แต่ยองแจเองก็เช่นกัน

“มึง ใกล้ถึงเวลาสอบแล้วว่ะ”เป็นยูคยอมที่พูดขึ้น

“กูไปล่ะ ไว้เจอกัน” ว่าจบมันก็ลุกขึ้นเดินไปอีกทาง แล้วตามด้วยแจ็คสันที่กำลังลุกขึ้นหันไปสั่งคนสนิทที่ยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ด้านหลัง

“ยองแจ ตอนฉันสอบอย่าไปไหนนะรู้ไหม”

“...ครับ”

“ถ้าขัดคำสั่ง รู้ใช่ไหมว่าต้องเจออะไร”

“ค ครับ” ผงกหัวน้อมรับคำสั่งประหนึ่งนายทาสในเรือนเบี้ย

ผมนั่งมองสองคนนั้นนิ่ง กระทั่งแจ็คสันตั้งท่าเดินออกไปถึงได้รีบยื่นมือคว้าแขนมันไว้

“แจ็คสัน กูมีเรื่องจะปรึกษามึงว่ะ”

 

“นายเหนือครับ”

ก๊อกๆ

“นายเหนือครับ”

“อ้อ มาแล้วเหรอ”

ผมที่ยังง่วนอยู่กับการเตรียมของขานรับคนที่เอาแต่ยืนเคาะประตูเรียกอยู่ด้านนอก

“ครับ ผมเข้าไปนะครับ”

“อืม เข้ามาเถอะ”

หลังจากตอบรับไปได้ไม่นานเสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้น เมื่อได้ยินอย่างนั้นผมถึงได้หันกลับไปมองจินยองที่ในมือถือถุงกระดาษในมือ

“ของที่นายเหนือสั่งให้ผมซื้อ ได้มาแล้วครับ”

“อ้อ ขอบใจมากนะ” ผมตอบยิ้มๆ แล้วยื่นมือรับถุงกระดาษที่ว่ามาจากจินยอง และเมื่อเปิดดูแล้วพบว่าได้ของที่สั่งครบทุกอย่างถึงยิ้มกว้างขึ้นอีก

“เอ่อ ว่าแต่นายเหนือกำลังหาอะไรอยู่เหรอครับ”

“ของน่ะ”

“ให้ผมช่วยไหมครับ”

“ไม่ต้องหรอก ไม่สำคัญแล้วล่ะ แต่จินยอง ดูนี่ก่อน” ว่าจบก็วางถุงกระดาษลงบนเตียงแล้วกระชับชุดนอนสีเข้มบนตัวก่อนผายมือออก

“ฉันดูเป็นยังไงบ้าง”

“ครับ?”

“หมายถึงดูน่าเกรงขามไหม”

“...เอ่อ ครับ ดูน่าเกรงขามสมเป็นนายเหนือครับ” ถึงจะรู้สึกแปลกๆ กับคำตอบนั้นอยู่บ้างแต่ก็อดยิ้มไม่ได้ แน่ล่ะ ขึ้นชื่อว่านายเหนือกันต์ จะมีใครบ้างที่ไม่สยบให้กับความแมนแสนน่าเกรงขามนี้

“เอาเถอะ แต่ยังไงคืนนี้ก็ลำบากนายหน่อยนะ” ผมว่าแล้วคว้าถุงกระดาษ เดินนำจินยองออกมาจากห้องนอนของตัวเอง กระทั่งเดินมาหยุดที่หน้าห้องๆ หนึ่งถึงได้หันกลับไปมองคนด้านหลังอีกครั้ง

“จำไว้ ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไร ห้ามเปิดประตูเด็ดขาด”

“...แต่จะดีเหรอครับ”

“มีอะไรไม่ดีบ้างล่ะ”

“ไม่ครับ แต่...”

“ชูว์ ถึงตอนนี้ฉันจะอารมณ์ดี แต่อย่าขัดฉันนะจินยอง” ผมหรี่ตาพูดแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังยิ้ม เมื่อเห็นว่าผู้ช่วยคนสนิทย่นคิ้วรับคำอย่างจำยอม ถึงได้หันกลับไปมองประตูบานใหญ่ตรงหน้า

เรื่องนี้มึงต้องแสดงให้เห็นเว้ยว่าใครใหญ่

ทำไงวะ

บุกห้องแล้วจับกดซะ

ยิ่งเมื่อนึกถึงบทสนทนาของตัวเองกับแจ็คสันเมื่อสายวันนี้ยิ่งยิ้มกว้าง

คอยดูเถอะ คืนนี้พี่กันต์จะล่าหมู แร่เนื้อ เอาเกลือทา แล้วย่างกินให้อร่อย!

 

 

 



..........................
มาแล้วนะคะ เริ่มมาต่อแล้ว
ก่อนหน้านี้ไปตจวมากค่ะ เลยค้างไว้
มาคุยกันนิดนึงนะคะ
อย่างแรก เราไม่ถนัดแนวตลกเท่าไหร่ อาจแข็งๆ ไปบ้าง อภัยด้วยค่า
อย่างสอง เรื่องแรงบันดาลใจ เราได้พลอตมาในช่วงน้ำตากามเทพค่ะ
เลยอยากแต่งแนวนี้ แต่พี่มาร์คกลัวเมีย?
ไม่หรอก พี่กันต์กลัวเมีย(?)สิเด็ดจริง
อย่างสาม เราไม่มั่นใจนะคะว่าแต่ละคนมีความอ่อนไหวต่อคำหยาบแค่ไหน
ถ้ายังไงก็คอมเม้นบอกเด้อ แต่อ่ากดแบนเก๊าเลยนะ เก๊าเหนื่อย T.T
อย่างสี สุดท้ายแล้ว ฟิคเรื่องนี้มาร์คแบมค่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
ขอบคุณทุกคนที่เปิดอ่านนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ

.............................
มาแล้วค่ะ
นายเหนือของเราจะไปล่าหมูแล้ว
แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นฝ่ายล่าหรือถูกล่ากันแน่ ฮ่าๆๆๆๆ
รอดูนะคะ ว่าจะจับหมูกิน หรือถูกจับกินกันแน่
สว่นเรื่องนี้ไม่ตายตัวนะคะว่าจะลงวันไหน อาจจะอาทิตย์ละครั้ง สองครั้ง
หรือในอาทิตย์นั้นไม่ลงเลย
เราไม่รู้ค่ะ เราเองก็กำหนดไม่ได้เหมือนกัน แต่จะพยายามมาบ่อยๆ เด้อออ
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมากค่าา
ขอบคุณมากค่ะ :]



ติดแท็ก #ฟิคหักธง 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

959 ความคิดเห็น

  1. #954 Melinnnnnnn (@aboutMyWings) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 16:16
    ตลกมินยอง555555 แล้วตัวเองก็เดินเข้าห้องไปให้หมูเชือดนะ
    #954
    0
  2. #948 Naan97 (@Naanjee_B) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 21:23
    ความแมนของคนน้องนั้น เห้ออออสงสาร 555
    #948
    0
  3. #943 คนแมนซังนัมจา~ (@arada_jsm) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 00:57
    ควรสงสารใครดี 555555
    #943
    0
  4. #940 monokoto1122 (@monokoto1122) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 15:15
    แน่ใจหรอว่าเป็นฝ่ายกินเขาอ่ะ55555
    #940
    0
  5. #919 mmaijii (@mmaijii) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 14:41
    บรรยายยังงงนิดๆอ่ะคะ
    #919
    0
  6. #907 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 16:53
    บอกเลยว่าอ่านแล้วเรางง แต่ก็พยายามทำความเข้าใจนะ อ่านวนไป วนไปซ้ำๆนั้นแหละ 55555

    สนุกดีค่ะ แบบอยากจะถามน้องกันต์จริงๆ ว่าพกความมั่นใจมาจากไหนนักหนา? ว่าเป็นคนแมน ที่แมน(รึป่าว)โคตรจะแมนเลย 5555
    #907
    0
  7. #896 bam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 12:53
    จะทำได้หราาาาาพี่กันต์
    #896
    0
  8. #862 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 22:54
    แบมสรุปแล้วรู้เรื่องอะไรมั้งเนี่ยเรา นี่ยังเข้าใจว่าได้เค้าว่างั้น
    #862
    0
  9. #844 NewLoly PanTanyakit (@ninewloly) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 21:15
    คงโดนเขาจับกินอีกนะสิ โถ่
    #844
    0
  10. #758 Lorelei (@yoyumito) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 08:36
    พี่กันต์คนแมนเชื่อล่ะว่าพี่แมนมากกกกกก^^
    #758
    0
  11. #749 Mabamcouple (@Mabamcouple) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 22:21
    แมนจริงๆ น่าเกรงขามมาก 55555555
    #749
    0
  12. #724 ๐Cullen๐ (@pcy614) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 22:34
    จะจับเขากด หรือไปถูกเขากดอะลูก5555555555555
    #724
    0
  13. #694 Yoyowithme (@Yoyowithme) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 16:40
    นายเหนือจะมีโอกาสมั้ยคะ
    #694
    0
  14. #681 Friendship_Lee (@capper-konnarak) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 00:18
    พูดใหม่ได้นะนายเหนือ ใครข่มขืนใคร
    #681
    0
  15. #669 AhgaseBlood (@AhgaseBlood) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 15:57
    ช่วงแรกงงมากๆๆๆๆๆเลยไรท์ อ่านไปมึนไป
    #669
    0
  16. #609 Aely (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 15:27
    มั่นมากค่ะแบม กับความแมนที่ตัวเองมี
    #609
    0
  17. #604 ปีศาจสีเงิน (@aaron-anael-abel) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 19:27
    นายเหนือเอ้ยยยย
    #604
    0
  18. #589 0061. (@nutlovedonghae) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 21:30
    โอ้ยยย แมนมากค่ะนายเหนือ โดนน้องเอินต่อยด้วย ฮืออออ สง 555555
    #589
    0
  19. #531 Bammiiee (@Icewarangg) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 15:05
    ขำอะ เอ็นดูนายเหนือ
    กันต์จังเลยค่ะ555555
    #531
    0
  20. #470 Fleur Rose (@spash) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 23:51
    เชลยตัวเล็ก >>> พี่กันต์มีสายตาแบบซูมลบหรอ 555555
    แล้วไปโมเมว่าไปข่มขืนเขา โถ่ไปนอนคะพี่กันต์ไปนอนฝัน สงสารเนียร์ 555 อยากตอบตามความจริงแต่คงทำไม่ได้ 5555
    #470
    0
  21. #316 MBisme (@MBisme) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 11:38
    แบมแบม นี้โดนกดไปยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ กลุ้มใจลูกชายว่ะ พี่เอินไปคะ สอบน้องหน่อย จับกดบ่อยๆเดียวก็ชิน เอ้ยเดียวก็รู้ใครเมะ ใครเคะ
    #316
    0
  22. #291 Tooktik_J (@241037) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 04:52
    ชอบบบบ นี่อ่านรอบสองละ อดใจไม่ไหวจีจี
    #291
    0
  23. #241 opel_zuza (@marang-zangkoong) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:52
    สงสารแบมที่มันไม่เคยรู้ว่าตัวเองโคตรจะไม่เมะเลย 5555555
    #241
    0
  24. #212 xstcphpp (@iptmzliaen) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:40
    เราว่านายคิดผิดแล้วล่ะ
    #212
    0
  25. #204 Javis (@evefiww) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 11:22
    พี่กันต์คนแมนมาก 55555
    #204
    0