[GOT7] Maf(ai)l หักธงมาเฟีย : MarkBam

ตอนที่ 17 : ลูกหมูตัวที่สิบสี่ :: อี้เอินคือใครไม่รู้จัก (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,268
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    17 ก.ค. 59

O W E N TM.







14

 

หกเดือนต่อมา

ก๊อก ก๊อก

“นายเหนือครับ ผมมีเอกสารให้นายเหนือเซ็นครับ”

“อือ เข้ามาเถอะ”

ผมที่ยังง่วนอยู่กับเอกสารบนโต๊ะเงยหน้าขึ้นบอก ก่อนประตูห้องทำงานถูกผลักออก ตามเข้ามาด้วยร่างของจินยองที่สองมือถือแฟ้มงานอันใหญ่

“เอกสารของสัปดาห์ที่แล้วน่ะครับ”

“งั้นเหรอ”

ผมว่าแค่นั้นแล้วหลุบตามองแฟ้มเอกสารอันยักษ์ที่ใหญ่ในชนิดที่ฟาดใส่หัวหมา หัวหมายังแตกก่อนถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย ก็จะไม่ให้เบื่อได้ยังไงล่ะ ตลอดหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาผมเอาแต่นั่งจมอยู่กับงานพวกนี้นะ อีกอย่างผมก็เพิ่งกลับจากอเมริกาด้วย เพราะต้องพาไอ้หวังไปชิงตัวยองแจกลับมาจากเจ๊มิน แน่นอนว่ากว่าจะพามาได้ก็เกือบตายเหมือนกัน

และพอกลับมาถึงบ้านงานกองโตก็รออยู่ตรงหน้า ทั้งเอกสารและกิจการต่างๆ ที่ต้องดูแล แล้วไหนจะเรื่องเรียนอีก แต่เอาเถอะ ก็ชินแล้วนี่ ทำไงได้ ก็ใครใช้ให้ผมเกิดมาเป็นลูกมาเฟียเองล่ะ

ผมก้มหน้าเอกสารนั้นอยู่พักหนึ่งจนเมื่อทำความเข้าใจกับทุกอย่างเสร็จแล้วถึงได้ตั้งท่าจ่อปากกาจะเซ็นชื่อลงบนเอกสารแต่เพิ่งได้ขยับตัวเท่านั้น เสียงของจินยองที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ดังขึ้นขัดซะก่อน

“เอ่อ นายเหนือครับ”

“หืม? มีอะไร” ผมถามกลับ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปสนใจเพราะยังง่วนอยู่กับงานบนโต๊ะ

“อาจารย์ที่โรงเรียนฝากมาบอกว่าพรุ่งนี้นายเหนือมีสอบนะครับ”

“แล้วก็ต้องส่งงานค้างด้วยเพราะอีกไม่นานก็สอบปลาย

“อะไร ก็ฝากไอ้ยูคมันส่งแล้วนี่” ผมตัดบท

เห้ยๆ สามวันก่อนผมเพิ่งฝากยูคยอมมันส่งงานค้างไปเองนะ แล้วนี่อะไร ทำไมต้องทวงกันขนาดนี้ พี่เป็นมาเฟียนะครับ ถึงจะแค่สิบแปดก็เถอะ แต่ฝากเลขามาทวงงานยิกๆ แบบนี้ อาจารย์ที่โรงเรียนไม่เข้าใจความอินดี้ของพี่เลยหรือไง

“คุณยูคยอมไปหาคุณมินยองที่อเมริกาน่ะครับ”

“ไปอเมริกา?”

“ครับ”

ทั้งห้องเงียบไปเมื่อได้ยินคำตอบ ก่อนผมค่อยๆ หันหน้าหนีพร้อมเบะปากไปอีกทาง ไอ้นี่ จะไปหาพี่ก็ไม่รู้จักบอกกัน แล้วงานที่ฝากมันไปจะทำไงวะ ไม่ใช่แม่.งเอาไปทำปุ๋ยหมักหมดแล้วนะ

“นายเหนือครับ”

“อะไรอีกล่ะ”

สาบานได้ว่าไม่ได้หงุดหงิด แค่คนกำลังจริงจังกับการเรียนเท่านั้น ผมหันกลับไปมองจินยองอีกรอบ พร้อมเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังเอาแต่ยืนทำหน้ากระอักกระอ่วน เหมือนเป็นลางนิดๆ ว่าอีกไม่กี่นาที งานจะเข้าพี่เต็มๆ

“อะไร มีอะไรก็รีบว่ามาสิ อ้ำอึ้งอยู่ได้”

“คือเรื่องนายเหนือให้ผมจัดการน่ะครับ” จินยองว่าเสียงเบา ทำให้ผมนิ่วหน้าใส่อยู่พักหนึ่งก่อนพยักหน้ารับเมื่อเริ่มนึกได้ว่างานที่ว่าคืออะไร แล้วถามออกไปในที่สุด

“ว่าไง ขุดเผือก เสร็จแล้วใช่ไหม”

“ครับ การ์ดที่นายเหนือใช้งานส่งข่าวมาบอกว่า พวกเขา ขุดเผือก เสร็จแล้ว พร้อมให้นายเหนือใช้เป็นเหยื่อล่อ หมู ได้เลยครับ!

 

สามวันต่อมา

ก๊อก ก๊อก

“มาร์ค ไอ้มาร์ค อยู่บ้านไหมวะ”

“เห้ย ไอ้มาร์ค”

“เออๆ เดี๋ยวไปเปิดประตูให้” เสียงตอบรับดังมาจากในตัวบ้านไม้เก่าๆ ก่อนบานประตูถูกผลักออก เผยให้เห็นร่างเจ้าของบ้านที่ไม่ว่าตอนไหนใบหน้าก็ยังดูเรียบนิ่งไม่เปลี่ยนแปลง

“มีอะไรวะ ดูรีบๆ นะมึง” มาร์คบ่น พร้อมเดินนำเพื่อนสนิทของตนเข้าไปในบ้านที่จนถึงตอนนี้ก็ยังทำความสะอาดไม่เสร็จ มาร์คที่มีผ้ากันเปื้อนห่อตัวมาตั้งแต่เช้าหันกลับไปมองอิมแจบอมที่เดินหิ้วถุงพลาสติกตามเข้ามาข้างในอยู่ครู่หนึ่งแล้วถึงได้ยื่นมือไปช่วยถือ

“เออ ขอบใจ” ว่าจบ หมอหนุ่มก็ยื่นของที่ซื้อมาไปให้มาร์คแล้วเริ่มมองสำรวจภายในตัวบ้านเงียบๆ กระทั่งเห็นอี้เอินเดินออกมาอีกครั้ง ถึงได้ถามออกไป

“แล้วอยู่ที่นี่เป็นไงบ้างวะ สบายดีอยู่ใช่ไหม”

“อืม ก็ดี”

คำตอบนั้นทำให้แจบอมต้องเลิกคิ้วขึ้น ก็ดีเหรอ ไม่หรอก กับมาร์คการอยู่ที่นี่มันต้องดีมากต่างหาก “ไอ้นี่ ทำเหมือนถูกกูบังคับให้มาอยู่เลยนะมึง ทั้งที่เป็นคนขอย้ายมาอยู่ที่นี่แท้ๆ”

ถึงจะถูกกระแนะกระแหน แต่มาร์คก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ชายหนุ่มแค่หันกลับไปสนใจกับกองขยะที่กวาดไว้ก่อนหน้านี้ และเมื่อเห็นอย่างนั้นคนถูกเมินถึงได้ถอนหายใจออกมา ก่อนเดินไปนอนก่ายเท้าบนโซฟาพูดออกมาอีกรอบ

“แล้วเป็นไงวะ มึงตัดสินใจได้รึยังว่าจะทำยังไงต่อไป”

“ตัดสินใจ?”

“ก็เรื่องที่ว่ามึงยังติดใจเรื่องหุ้นนั่นอยู่รึเปล่า”

“คิดดีๆ นะเว้ย เพราะตอนนี้เจ้าของหุ้นคนปันจุบันคือกันต์

“พอเถอะ”

“จะตัดใจ?”

มาร์คไม่ตอบ ยังทำเป็นไม่สนใจ กวาดพื้นต่อไปเงียบๆ จนแขกในบ้านเริ่มเบื่อหน่ายกับท่าทางอย่างนั้น แต่ถึงจะเบื่อยังไง เขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี แน่ล่ะ เป็นเพื่อนกันมาเกือบยี่สิบปี มีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่ามาร์คกำลังคิดอะไร

“มึงนี่นะไอ้มาร์ค ถ้าคิดจะจัดการก็จัดการให้เสร็จเลยสิวะ จะมัวโอ้เอ้อยู่ทำไม อย่างมึงถ้าจะทำคงไม่ยากหรอก”

“หรือยังตัดใจไม่ โอ๊ย ไอ้เหี้ย มึงโยนไม้กวาดใส่กูทำไมวะ”

แจบอมกระโดดไปอีกทางเมื่อไม้กวาดในมือของมาร์คลอยมา ก่อนรีบโยนมันกลับไปให้เจ้าของที่ยังยืนนิ่ง ทั้งส่งสายตาเรียบนิ่งกลับมาให้ “บ้านก็บ้านกู ยังมาทำใส่กูแบบนี้อีกเหรอ”

“จะให้กูย้ายออกไหมล่ะ” ว่าจบเจ้าตัวก็เดินไปเก็บไม้กวาดมาถือไว้อีกครั้ง ทั้งยังส่งสายตาไม่พอใจให้อีกฝ่าย ส่วนแจบอมก็ได้แต่ยิ้มแหยกลับไปให้ ก่อนเลิกคิ้วมองกลับไปเมื่อมาร์คถามกลับมา

“ว่าแต่มึงเถอะ เรื่องของจินยองไปถึงไหนแล้ว”

“จินยอง?” แจบอมเอียงคอถามกลับเมื่อได้ยินชื่อแสนคุ้นหูก่อนร้องอ้อออกมาเมื่อนึกใบหน้าเจ้าของชื่อนั่นออกแล้ว “อ้อ แล้วยังไงวะ ก็แค่ทำพิธีแต่งงานไม่ได้จดทะเบียนทำไมกูต้องคิดมาก”

ความจริงหลังจากวันนั้น เขาไม่ได้ติดต่อกับชายที่ชื่อจินยองนั้นเลยสักครั้ง กับอิแค่งานแต่งปาหี่ทำไมต้องจริงจัง จะมีก็แค่แบมแบมที่เป็นตัวตั้งตัวตีเท่านั้นแหละที่บ้าจี้วิ่งเต้นอยู่คนเดียว

รอยยิ้มปรากฏขึ้นเมื่อนึกถึงใบหน้าเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความอวดดีของมาเฟียเด็กอย่างแบมแบม แต่ก็ได้แค่นั้น เมื่อหันไปสบเข้ากับสายตาจับผิดของมาร์คที่ยังมองมา

“อะไรวะ กูยิ้มไม่ได้เหรอ”

“เห้ยไอ้มาร์ค มองหน้ากูแบบนั้นคงไม่ได้คิดว่ากูกำลังจินตนาการถึงน้องแบมนะเว้ย”

“ก็ได้ๆ กูยอมรับก็ได้ว่าจินตนาการ โอ๊ย ไอ้มาร์ค มึงตีกูทำไมวะ โอ๊ย ไอ้เหี้ย กูเจ็บนะเว้ย” เสียงร้องของแจบอมยังดังอยู่อย่างนั้นเมื่ออีกฝ่ายไม่หยุดฝาดด้ามไม้กวาดใส่ ทั้งวิ่งไปหลบอีกทางพร้อมปากยังต่อว่าไม่หยุด

“ตีกูเป็นเด็กเลยนะมึง”

“ถ้าปากว่างมากก็ไปหาเหรียญมาอมไป”

“แค่นี้ถึงกับไล่ เห้ยๆ กูไปก็ได้ แค่นี้ทำโหดว่ะ”

แจบอมยังคงบ่นอุบอิบก่อนยกมือห้ามเมื่อเห็นว่ามาร์คยกไม้กวาดขึ้นอีกครั้ง แล้วก็รีบเดินเลี่ยงเข้าไปในครัว ทั้งปากยังบ่นออกมาไม่หยุด

“ไอ้เวรนี่ เห้ยไอ้มาร์ค! แกงในหม้อกูขอนะเว้ย”

“ถ้าทำให้มึงหุบปากได้ก็กินไปเถอะ”

“คร้าบๆ ขอบคุณคร้าบ”

เสียงถอนหายใจดังขึ้นอีกรอบ ทว่าครั้งนี้กลับเป็นมาร์คที่ถอนหายใจออกมา ชายหนุ่มหันกลับไปกวาดขยะบนพื้นอีกครั้งพร้อมหัวคิ้วที่ยังขมวดแน่น ต้องยอมรับ เขากำลังหงุดหงิด และยิ่งหงุดหงิดมากเมื่อได้ยินคำพูดของแจบอม

เพราะหลังจากเกิดเรื่องในงานแต่งงานของแบมแบม เขาก็ถูกจินยองพากลับไปยังบ้านของชานซอง ก่อนจะตัดสินใจย้ายมาอาศัยที่บ้านหลังนี้ซึ่งเป็นหนึ่งบ้านพักของแจบอม แม้มันจะดูเป็นบ้านไม้ที่เก่าและซอมซ่อแต่ก็ยังดีกว่าบ้านที่ดูจะพังแหล่ไม่พังแหล่ที่ชานซองทิ้งไว้ให้ ยิ่งกับบ้านของเขาที่เกาะนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง ความจริงสภาพมันก็ดีกว่าบ้านพักหลังนี้อยู่หรอก แต่มาร์คกลับรู้สึกปวดใจทุกครั้งที่ต้องกลับไป

ชายหนุ่มยังคงกวาดพื้นต่อไปอย่างนั้น พยายามทำเป็นไม่สนใจคำพูดของแจบอมที่ยังก้อนในหัว เพราะกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหหมด จะโทษว่าเป็นความผิดของใครคนหนึ่งไม่ได้ หากผิดคงต้องผิดด้วยกันหมด และหากจะหาตัวการใหญ่ก็คงเป็นพ่อของแบมแบมที่ทำให้เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้น

หากชายคนนั้นไม่โลภมาก คิดอยากปีนขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดแล้วถีบครอบครัวของเขาให้ตกระกำ มาร์คคงไม่ต้องหอบความแค้นทั้งหมดวางแผนจัดฉากเพื่อเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์หลังนั้นในฐานะเชลย

ในตอนแรก มาร์คเริ่มต้นด้วยการแสร้งทำตัวเป็นน้องชายที่ดีที่ยอมเป็นเชลยเพื่อแลกกับชีวิตห่วยๆ ของพี่ชายห่างๆ อย่างชานซอง ลักลอบค้นข้อมูลต่างๆ โดยมีอิมแจบอมคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ด้านนอก จนเมื่อรู้ตัวอีกที เขาก็ถลำลึกเกินถอนตัว ยิ่งเมื่อมาเฟียซื่อๆ ที่ชอบอวดเก่งนั่นไม่นึกรังเกลียดเพศสภาพมันยิ่งทำให้มาร์คตัดใจไม่ขาด

อย่างที่รู้ มาร์คเป็น Hermaphroditus หรือเรียกอีกอย่างคือมีสองเพศในร่างเดียว แต่เพราะได้รับการผ่าตัดและร่างกายค่อยๆ ปรับให้ดูปกติ ทว่านั่นก็ยังเป็นปมในใจมาตลอด

ช่วยฉัน

‘…’

ถ้าทุกอย่างสำเร็จฉันก็จะเป็นอิสระและนายก็จะได้อยู่ที่นี่ต่อไป รู้ใช่ไหมอี้เอินว่าเชลยต่อให้ถูกผูกมัดด้วยสัญญาทาสแต่ทุกอย่างก็ต้องมีวันหมดอายุ

มาร์คเกลียดรอยยิ้มและท่าทางอวดเก่งของเด็กคนนั้น แต่เกลียดยิ่งกว่าเมื่อรู้ว่าต้องเสียมันไป สุดท้ายเลยได้ตบปากรับคำของมินยองและยูคยอมว่าจะช่วยล่มงานแต่งที่ใกล้จะเกิดขึ้น

ในคืนนั้นเขาถูกเรียกตัวออกไปโดยจินยอง แม้รู้ดีอยู่แล้วว่านั่นคือแผนการปิดประตูตีแมวของนายใหญ่ของบ้านภูวกุลแต่เพื่อแผนการ ฉะนั้นเขาจึงยอมแกล้งโง่ทำตามสักครั้ง กระทั่งกลับมาอีกทีถึงได้พบกับแบมแบมและมินยองที่นอนอยู่ด้วยกันในห้องนอน

มันเป็นแผนการของชายคนนั้น แต่ก็ไม่เกินคาดกระทั่งถึงวันแต่งงาน ทุกอย่างถึงได้เริ่มขึ้น มินยองพายองแจหนีไปที่อเมริกาตั้งแต่เช้ามืด เช่นเดียวกับเขาที่ถูกยูคยอมพาตัวไปที่บ้านเพื่อจัดฉากบังหน้าจนเมื่อเริ่มพิธีทุกอย่างจึงเป็นไปตามแผนแต่หน้าเสียดายนิดๆ ตรงที่แจ็คสันที่ควรขับรถมารอพวกเขายังที่นัดหมายไม่ได้มาตามเวลา เพราะยังนอนร้องโอดโอยอยู่ในโบสถ์ ทุกอย่างจึงพังไม่เป็นท่าก่อนเขาถูกลากตัวออกมาจากชีวิตแบมแบม

ความเงียบยังคงเกาะกินทั่วพื้นที่ พร้อมที่มาร์คเริ่มกวาดบ้านของตนต่อ และคาดว่าแจบอมเองคงกำลังจัดการกับแกงในหม้ออยู่ในครัว

“เฮ้อ” เอาเถอะ อย่างน้อยจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้ข่าวเรื่องงานแต่งของแบมแบมและมินยอง

คิ้วเข้มขมวดแน่นอีกครั้งเมื่อนึกได้อย่างนั้น ก่อนมาร์ครีบสบัดศีรษะพยายามไล่ความคิดไร้สาระนั้นออกจากหัว

ปึก

แต่ในตอนนั้นเองที่เสียงบางอย่างดังขึ้นจากหน้าบ้าน ทำให้มาร์คต้องชะโงกหน้าออกไปมอง ก่อนพบเข้ากับเงาตะคุ่มที่ผลุบโผล่อยู่หน้าบ้านเมื่อได้เห็นอย่างนั้น มาร์คถึงได้ถอนหายใจออกมา

“เอาอีกแล้วสินะ”

แมวจรจัดพวกนี้

 

Bambam’s Part :

“จินยอง แน่ใจนะว่าไม่ได้หลงทาง”

“ครับแน่ใจครับ” จินยองที่เดินตามหลังผมรับเสียงแข็งขัง แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ

“ใช่แน่นะ” ผมหันกลับไปถามอีกรอบ เพราะไม่แน่ใจว่านี่จะใช่ทางไปบ้านของอี้เอินจริงๆ ก็เดินมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วนี่ ยังไม่ถึงบ้านของอี้เอินสักที แบบนี้จะไม่ให้ผมสงสัยได้ยังไง

อะไรนะ ทิ้งเขาแล้วจะไปหาทำไม เห้ยๆ ด้วยความสัตย์จริงเลยนะ ใจจริงผมก็ไม่ได้อยากมาหาหรอก ถ้าไม่มีธุระจริงๆ อีกอย่าง ผมไม่ได้เป็นคนทิ้งสักหน่อย ถ้าในตอนนั้นอี้เอินหัดปากหวานออดอ้อนพี่กันต์สักนิด คนงามอาจยังอยู่เป็นนางอุ่นเตียงให้พี่ก็ได้ แต่ ก็นั่นแหละอี้เอิน ทำอะไรแบบนั้นเป็นที่ไหน

แล้วถ้าจะถามอีกว่าผมให้อภัยที่อี้เอินหักหลังผมได้รึยัง ตอบได้เลยว่าไม่ เพราะถึงผมจะใจดี เห็นน้ำตาแล้วแข้งขาอ่อน แต่คราวนี้เอินทำกับพี่แสบเกินไป ไหนจะเรื่องเอกสารแล้วความรู้สึกที่เสียไปอีก

บอกเลย งานนี้ยากครับ นอกซะจากน้องจะถือพานพุ่ม คลานเข่าเข้ามาขอขมา

“ว่าไงจินยอง มาถูกทางแน่นะ”

“...”

“จินยอง ฉันถามได้ยิน...” แต่แล้วคำถามของผมก็ต้องเงียบลงเมื่อหันกลับไปแล้วไม่พบกับจินยองที่ควรเดินตามมา และเมื่อยืนสอดส่ายสายตาหาสักพักถึงได้พบกับร่างโปร่งของอีกฝ่ายที่นั่งยองๆ อยู่กับพื้น พึมพำบางอย่างให้กับกล่องกระดาษที่น่าสงสัย

แต่นี่มันใช่เวลาไหมวะ

“จินยอง ทำอะไร”

“อะ ครับๆ จะไปแล้วครับนายเหนือ” จินยองหันกลับมาตอบผมรนๆ แล้วรีบลุกขึ้นวิ่งตรงมาทางผมพร้อมอุ้มบางอย่างที่ดิ้นยุกยิกในเสื้อสูทกลับมาด้วย

อะไรของเขา

ผมก้มหน้ามองไอ้ตัวประหลาดที่จินยองอุ้มมาด้วยอยู่พักหนึ่ง ใจจริงก็อยากถามอยู่หรอกว่ามันคืออะไรแต่ไม่ได้ครับ พี่รีบ เสียเวลามามากแล้ว ฉะนั้น...

“ไปต่อเถอะ”

“ครับๆ” จินยองรับคำยิ้มๆ แล้วเดินตามผมออกมาอีกรอบ

เฮ้อ ทั้งที่เดินเข้าซอยมาจะครึ่งชั่วโมงแล้วแท้ๆ แต่ก็ยังไม่ถึงสักที ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ ว่าทุกวันนี้อี้เอินใช้ชีวิตอยู่ในซอกหลืบที่ห่างไกลความเจริญโค.ตรๆ แบบนี้ ส่วนเรื่องรถ ไม่ใช่ว่าผมไม่มีหรือมันเสียหรอก แต่เพื่อความเนียนเลยจอดทิ้งไว้แล้วเดินเข้ามา แน่ล่ะ ถึงพ่อกับแม่จะพากันหนีไปฮันนีมูนอีกรอบแล้วก็เถอะ แต่ใครจะไปรู้ว่าพ่ออาจให้คนคอยตามดูผมอยู่ก็ได้ ฉะนั้นระวังตัวไว้ดีที่สุด

“อะ ถึงแล้วครับนายเหนือ”

แต่ในตอนที่ผมยังเอาแต่เดินบ่นอยู่นั้นเสียงร้องของจินยองก็ดังขึ้นพร้อมที่เจ้าตัวชี้นิ้วไปยังบ้านไม้หลังเก่าที่ถ้าปล่อยไว้อีกสักปีสองปีคงงัดฝาบ้านไปทำเป็นอาหารปลวกได้สบายๆ

“นี่เหรอบ้านที่อี้เอินอยู่”

“ครับ”

ผมเบะปากทันทีที่ได้ยินคำตอบ ทำไมถึงได้ชอบมาอยู่ในที่ซอมซ่อแบบนี้นักนะ

“แล้วนายเหนือจะทำยังไงต่อครับ”

“ทำ?” ทำอะไร มีอะไรต้องทำด้วยเหรอ

ผมยืนทำหน้าเหลอหลาไม่ได้ตอบอะไรกลับไปมากกว่านั้น ส่วนจินยองก็ถึงกับผงะเมื่อได้รับปฏิกิริยาตอบกลับแบบนี้ เห้ยๆ ก็ไม่ได้บอกสักหน่อยว่ามาแล้วจะจัดการเลย อีกอย่างผมมากับจินยองแค่สองคนนะ ขืนทำอะไรบุ่มบ่ามโอกาสตายสูงมากนะเว้ย

“ก็แค่มาดูลาดเลาเฉยๆ นี่ อะ” แต่ในตอนที่ผมเอาแต่พึมพำ ไอ้ตัวประหลาดที่ถูกห่อในสูทของจินยองก็โผล่หน้าออกมา ก่อนผมผละไปอีกทางด้วยความตกใจทำให้หลังชนเข้ากับรั้วไม้เก่าๆ อย่างจัง

ปึก!

“อะ นายเหนือ เป็นอะไรไหมครับ” เมื่อเห็นอย่างนั้นจินยองถึงได้ยื่นมือช่วยพยุง

“ไม่เป็นไรๆ ว่าแต่นายเก็บแมวมาด้วยเหรอ” ผมถามพลางพยักพเยิดหน้าไปทางลูกแมวที่โผล่หน้าออกมาทีละตัว ส่งผลให้จินยองยิ้มออกมาเหมือนกับว่าเอ็นดูพวกมันหนักหนา

“ครับ เมื่อกี้ผมเดินผ่าน เหมือนว่าจะมีคนเอาพวกมันใส่กล่องมาทิ้งไว้ เลยเก็บมาด้วย นายเหนือคงไม่ว่าอะไรนะครับ” ถามจบก็ช้อนตาขึ้นมอง ทำหน้าตาประหนึ่งกำลังอ้อนวอนขอความเห็นใจ ผมเบือนหน้าหนีนิดๆ พยายามหลบประกายตาวิ้งๆ ของจินยอง

อ่า ให้ตาย มันช่างแสบตาและจ้าซะเหลือเกิน

“ไอ้พวกแมวบ้า ออกไปเดี๋ยวนี้” แต่ในตอนที่ผมยังเอาแต่ยืนหลบสายตาจินยองอยู่นั้น เสียงทุ้มๆ แสนคุ้นหูก็ดังขึ้นและยังไม่ทันได้ทำอะไร น้ำที่ไม่มีที่มาที่ไปก็สาดใส่พวกเราเต็มๆ

“...”

ทั้งบริเวณเงียบฉี่ ไม่รู้ว่าเพราะตกใจหรือกลัวเจ้าของบ้านกันแน่ แต่ โอ๊ยย นี่มันน้ำอะไรวะ ทำไมมันถึงได้มีแต่เศษดินแบบนี้

“บอกให้ไปไง อยากโดนตีตายเหรอ”

“เห้ยๆๆ”

ผมก้าวถอยหลังไปทันทีที่เห็นว่าอี้เอินเดินไปหยิบไม้กวาดทางมะพร้าวที่วางอยู่ลานบ้าน เดินตรงมาทางพวกเรา ก่อนคอเสื้อถูกจินยองกระชากลากให้วิ่งออกไปอีกทาง แต่เพิ่งวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องวิ่งกลับไปอีกครั้งเมื่อหางตาเหลือบเห็นลูกแมวที่ร่วงจากสูท แล้วรีบโกยแนบวิ่งตามไอ้ลูกน้องคนสนิทที่วิ่งนำหน้าไปก่อนแล้ว

“ไอ้พวกแมวบ้า อย่ามาให้เห็นหน้าอีกนะมึง!



50%


 

“แฮกๆ”

เสียงหอบหายใจของผมยังคงดังอยู่อย่างนั้นหลังจากวิ่งตามจินยองออกมาหยุดอยู่หน้าปากซอยที่ก่อนหน้านี้ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการเดินเข้าไป พูดแล้วจะหาว่าโม้ ขากลับนี่วิ่งตับแลบใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ

จะบ้า ก็ใครมันจะไปคิดว่าไม่ได้เจอกันนานอี้เอินจะโหดขึ้นขนาดนี้ ถึงขั้นสาดน้ำแล้วหยิบไม้กวาดจะพาดกัน ใจไม่หินจริงทำไม่ได้ครับ บอกเลย

“เอานี่” ผมว่าแล้วโยนลูกแมวที่ตัวเองอุ้มมาด้วยไปให้จินยอง ก่อนเจ้าตัวยื่นมือรับมันไว้ก่อนค้อมศีรษะขอบใจเสียงเบา

“ขอบคุณครับ แต่นายเหนือ

“หืม?” อะไรอีกล่ะ

“แล้วนายเหนือจะทำยังไงต่อไปครับ”

“ทำ?” ขนาดนี้แล้วยังต้องทำอะไรต่ออีกเหรอ

ผมหันกลับไปมองจินยองอึ้งๆ ไม่คิดว่าจะได้ยินคำถามนี้จากปากของอีกฝ่ายนัก ที่เมื่อกี้วิ่งหัวขวิดออกมาจากซอยยังไม่เข็ดรึไง ยังอยากลองของอีกใช่ไหม

“ผมคิดว่าไหนๆ พวกเราก็มาถึงขนาดนี้แล้วน่าจะทำอะไร

“กลับบ้าน”

“ครับ?” จินยองหันหน้ามาถามเหมือนตกใจมากที่ได้ยินอย่างนั้น ไม่ได้หรอก นี่มาเฟียนะครับ ตัวพี่มีค่าดั่งทอง โดนอดีตเมียกระทืบตายมันคุ้มเหรอ มันคุ้มกันไหม

ผมเดินนำออกไปทันทีทำให้จินยองที่เอาแต่ยืนอุ้มลูกแมวรีบวิ่งตามออกมา ทั้งปากยังร้องถามเสียงหลง

“อะ นายเหนือจะกลับจริงๆ เหรอครับ”

“เออ”

“แต่นายเหนือครับ

“อะไรอีกล่ะ” ผมหันกลับไปถามเพราะเริ่มหงุดหงิดนิดๆ เซ้าซี้จริงๆ

“ผมอุ้มลูกแมวอยู่แบบนี้คงขับรถไม่ได้” จินยองตอบเสียงอ้อมแอ้มและแน่นอน ผมรู้ว่าอีกฝ่ายหมายความว่ายังไง

“อะ มาๆ เดี๋ยวอุ้มให้ก็ได้” ว่าจบก็ยื่นมือออกไปก่อนจินยองส่งลูกแมวมาให้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ผมขอแวะซื้อบ้านแมวให้พวกมันด้วยนะครับ”

“เออ จะทำอะไรก็ทำเถอะ”

ใช่สิ เป็นคนสนิทนิ นายเหนือมีสิทธิ์ออกเสียงที่ไหนล่ะ

ผมบ่นงุบงิบเพราะถูกอี้เอินสาดน้ำใส่ไม่พอยังต้องมาอุ้มแมวเดินตามจินยองอีก อ่า ชักเริ่มสงสัยแล้วสิ ว่านี่เกิดมาเพื่อเป็นมาเฟียจริงๆ รึเปล่า

ทั้งพ่อ ทั้งอดีตเมีย ไหนจะเรื่องเรียน งานที่กองบนโต๊ะอีกล่ะ

เมี้ยว

นั่นสิ ลืมไอ้ลูกแมวที่กำลังอุ้มไปได้ไง ผมก้มหน้าลงค้อนสายตาไปให้บรรดาลูกแมวที่เอาแต่ดิ้นยุกยิกในเสื้อสูทของจินยองที่ใช้ห่อตัวพวกมันไว้เมื่อนึกได้อย่างนั้น หวังว่ากลับไปคงไม่ต้องหาข้าวหาปลาให้มันกินด้วยนะ

แต่กินเหรอ?

ผมหยุดเดินทันทีที่นึกได้อย่างนั้น จนจินยองต้องหันหน้ากลับมาถามด้วยความแปลกใจ

“นายเหนือ?”

“จินยอง”

“ค ครับ” อีกฝ่ายรับกุกกัก ดูทั้งตกใจและแตกตื่นขณะเดียวกัน แต่ช่างสิ ก็ตอนนี้ในหัวพี่มีแผนแล้ว ผมยิ้มออกมาเมื่อนึกได้อย่างนั้น ก่อนแสยะยิ้มมุมปากออกคำสั่งกับคนสนิท

“บอกให้คนเอาเผือกไปต้มเตรียมโยนเข้าเล้าล่อหมู”

“ครับ?”

“เพราะถ้าสอบเสร็จเมื่อไหร่ ฉันจะเป็นคนวิ่งเอาตาข่ายไปล้อมมันไว้เอง!

 

ปึก

“ไอ้มาร์ค แล้วมึงจะเอาไงต่อไปวะ”

เสียงของแจบอมดังขึ้นพร้อมที่เจ้าตัวโยนเอกสารปึกหนึ่งลงบนโต๊ะ ที่ถัดออกไปมีร่างของชายนามมาร์คต้วนนั่งหน้านิ่งเหลือบตามองเอกสารที่เพิ่งถูกโยนลงตรงหน้า

มันคือเอกสารติดต่อขอซื้อที่บนเกาะซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่เขาเหลืออยู่ แต่ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมากลับมีนายหน้ามาติดต่อขอซื้อเกาะนั้นและมารู้ในภายหลังว่าชายคนนั้นคือตัวแทนของใคร

“เขาส่งเอกสารมาขนาดนี้ มึงจะไม่ทำอะไรเลยเหรอ”

มาร์คทำแค่เงยหน้าขึ้นมองแจบอมครู่หนึ่งแล้วหลุบตามองเอกสารพวกนั้นอีกครั้ง ใบหน้าไม่บ่งบอกความรู้สึกอะไร ก่อนตัดสินใจลุกขึ้นเดินออกไปอีกทาง

“เห้ย ไอ้มาร์คมึงจะไปไหนวะ”

“เก็บของ”

“เก็บของ?”

“เออ เก็บของแล้วย้ายกลับไปอยู่ที่เกาะนั่น”

อยากรู้นักว่าไอ้คนที่อยากได้เกาะ จะทำตัวยังไงถ้าเจ้าของอย่างเขาย้ายไปอยู่ที่นั่น

 

หนึ่งเดือนต่อมา ณ เกาะทาสที่เคยมาเหยียบเมื่อหลายเดือนก่อน

“นายเหนือระวังนะครับ”

จินยองยื่นมือมาดึงผมไว้ทันทีที่เห็นว่าผมที่กำลังกระโดดลงจากเรือสะดุดเข้ากับกระเป๋าสัมภาระของตัวเองและบรรดาการ์ดที่พากันขนมาบนเกาะประหนึ่งจะย้ายมาอาศัยบนเกาะนี้ถาวร

“ขอบใจ”

ผมบอกแล้วกระโดดลงจากเรือเดินขึ้นฝั่ง ก่อนเงยหน้ามองดูพื้นที่รอบๆ ที่ดูจะคุ้นตาดีเหลือเกิน

แน่ล่ะ จะไม่ให้คุ้นได้ยังไงในเมื่อนี่มันเป็นเกาะเดียวกับที่ผมเคยมาอยู่กับอี้เอิน ใจหายนิดๆ นะพี่ไม่สนใจหรอก

แน่ล่ะ คนจะโฉดมันต้องโฉดตั้งแต่ข้างใน ฉะนั้น พี่ต้องนิ่ง ใจแข็งเข้าไว้ถึงจะรอด!

ว่าแล้วก็หันกลับไปมองจินยองและการ์ดที่ติดตามมาอีกสามคนที่ยังช่วยกันขนสัมภาระลงจากเรือ เมื่อเห็นอย่างนั้นถึงได้ตั้งท่าโก่งคอออกคำสั่ง

“เห้ยๆ ขนให้มันเร็วๆ หน่อย” ใช่ แบบนี้สินะ ความหอมหวานของการเป็นนายเหนือ แต่เชื่อเถอะ เชื่อสิว่าอะไรแบบนี้มันไม่เคยอยู่กับผมนานนักหรอก เพราะหลังจากร้องออกได้ไม่นานจินยองก็หันกลับมาเรียกผม

“เอ่อ นายเหนือครับ”

“อะไร”

“นายเหนือช่วยผมอุ้มเจ้านี่ได้ไม่ครับ มันดิ้นไม่หยุดเลย”

ผมถอนหายใจออกมาพร้อมกลอกตาด้วยความเบื่อหน่ายเมื่อได้ยินอย่างนั้น เพราะไอ้เจ้านี่ที่อีกฝ่ายว่ามันคือแมว ใช่ ก็หนึ่งในแมวที่จินยองเก็บมาเลี้ยงนั่นแหละ

“จริงเลย” ภาระจริงๆ จะพามันมาทำไมก็ไม่รู้

ผมบ่น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยอมเดินไปอุ้มลูกแมวตัวนั้นมาไว้แต่โดยดี

“มันติดผมน่ะครับ ผมกลัวว่าถ้ามันไม่เจอผมแล้วจะไม่ยอมกินข้าว”

จ้าๆ พ่อคนรักแมว

ผมก้มลงมองไอ้เมี้ยวสีดำที่อายุไม่กี่เดือนในมือพร้อมเท้าเริ่มเดินออกไปอีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันได้เดินออกไปไหนทั้งร่างก็หงายล้มบนพื้น

“อะ”

แต่เหมือนโชคช่วยเพราะก่อนที่ก้นจะได้จุ่มน้ำ ใครบางคนก็ยื่นมือคว้าแขนรั้งร่างผมไว้ซะก่อน และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบเข้ากับเจ้าของร่างสูงโปร่งอย่างอี้เอิน

“เอิน โอ๊ย”

แต่เพิ่งได้เรียกชื่อออกไป อี้เอินก็คว้าลูกแมวในมือผมไว้แล้วปล่อยแขนออกส่งผลให้ทั้งร่างล้มลงในน้ำดังโครม

“น นายเหนือ” จินยองย่อตัวมาดึงผมให้ลุกขึ้น จนเมื่อเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับสายตานิ่งๆ ของอี้เอินทั้งร่างก็ทรุดหงายนั่งจุมปุกเข้ากับน้ำ มีสภาพไม่ต่างจากผม

ก็พอเข้าใจแหละว่ารู้สึกยังไง ตกใจใช่ไหมล่ะ แหม ก็ปีศาจนี่นะ บริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างพวกเราเข้าใกล้ก็เป็นตกใจจนหงายหลังหมดนั่นแหละ

และเมื่อเห็นว่าไม่มีใครพูดอะไรออกมาหลังจากนั้น คนสวยที่เอาแต่ยืนทำหน้านิ่งอยู่นานถึงได้ตั้งท่าเดินออกไป และเมื่อตั้งสติได้ผมก็รีบลุกวิ่งไปดึงแขนอี้เอินไว้

“เอินเดี๋ยว”

ไม่มีคำตอบอะไรกลับมา นอกจากสายตานิ่งๆ ที่ยิ่งมองยิ่งรู้สึกหนาว เอาเถอะ ถ้าคิดในแง่ดีคงเพราะผมตกน้ำเมื่อกี้แต่ถ้าคิดในแง่ร้าย คงเป็นเพราะอี้เอินอารมณ์ไม่ดีต่างหาก

“มีอะไร” ในที่สุดคนปากหนักก็ยอมถามออกมา แต่เพราะไม่ได้เตรียมคำตอบเอาไว้สุดท้ายก็ได้แต่ยึกยักอึกอักเอาไว้

“ก ก็” ก็อะไรวะ

“ก็นั่นมันแมวของจินยอง ขอคืนด้วย” ช่างเป็นคำตอบที่ชาญฉลาดแสดงถึงสติปัญญายิ่งนัก ผมยื่นมือออกไปเมื่อพูดจบก่อนอี้เอินยอมคืนลูกแมวตัวนั้นให้แต่โดยดี

“ขอบใจ” ว่าจบก็เชิดหน้าไปอีกทาง สาบานได้ว่าที่ทำแบบนี้ไม่ใช่เพราะถ่านไฟเก่ามันคุ ก ก็แค่ไม่อยากมองหน้านานๆ แค่นั้นเอง ส่วนเรื่องเสียงสั่นก็เพราะมันหนาวต่างหาก ไม่ได้กลัวอะไรหรอก

อี้เอินยืนมองผมอยู่พักหนึ่ง ก่อนเดินออกไปอีกทางเมื่อเห็นว่าผมไม่ยอมพูดอะไรหลังจากนั้น ก่อนเป็นผมอีกนั่นแหละที่ต้องเดินตามเพราะนึกได้ว่ามีเรื่องสำคัญบางอย่างต้องพูดกับอีกฝ่าย

“อี้เอินเดี๋ยว”

“อะไร”

“ก็ แค่มีเรื่องจะบอกให้รู้ไว้” ใช่ๆ เรื่องงาน งานทั้งนั้น

อีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้นเมื่อผมพูดจบ ทำเหมือนกำลังรอฟังคำตอบ และเมื่อเห็นอย่างนั้นพี่ถึงได้ยืดหลัง เปิดปากตอบกลับไป

“ฉันมาที่นี่เพื่อซื้อเกาะนี้”

“อะไร เงียบทำไม ก็บอกว่าจะมาซื้อ

“ไม่ขาย”

“...”

“อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ แต่บอกไว้เลยว่ายังไงก็ไม่ขาย!” ว่าจบอี้เอินก็หมุนตัวเดินหนีไปทันทีทิ้งให้พี่ที่ยังยืนนิ่งแสยะยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

เห้ยๆ พูดเองนะว่าอยากทำอะไรก็ทำ ฉะนั้นรอดูเลยก็แล้วกันเพราะพี่จะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เกาะนี้มา!

 

ผมในตอนนั้นได้แต่ยิ้มลำพองพร้อมกับแผนการในใจ โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองลืมบางอย่างที่สำคัญเอามากๆ ไป ใช่ มันสำคัญมากๆ

ก๊อก ก๊อก

“...”

ก๊อก ก๊อก

ผมยกมือเคาะประตูอีกรอบ กระทั่งประตูเปิดออกถึงได้บีบน้ำตา ทรุดตัวลงนั่งกอดขาเจ้าของบ้านไว้แน่น

“ฮืออ เอิน เค้าลืมหาที่พักไว้อะ ยังไงคืนนี้ก็ขอให้พวกเค้าเข้าไปนอนด้วยเถอะนะ”

 


......................................
ครั้งก่อนเลี้ยวแบบโค้งหักศอก อย่าเพิ่งเคืองกันนะคะ (' ')
มามะ ครั้งนี้ศรีมาง้อด้วยการอธิบายอะไรๆ ให้เข้าใจ
ซึ่งเข้าใจกันอยู่ใช่ไหม ฮ่าๆๆๆๆ
คืออาจจะไม่ได้ละเอียดมากแต่ก็พอสังเขปเนอะ
ตอนนี้ดูจากชื่อตอนก็พอรู้แหละว่ามันต้องมาแนวไหน
ส่วนตอนหน้าเตรียมเสียม เตรียมจอบไปขุดเผือกล่อหมูกับนายเหนือนนะคะ ฮ่าๆๆๆๆๆ
ยังไงก็ขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
......................................
นายเหนือมีความสตรอง ตอนเช้าว่าเขา ตอนกลางคืนวิ่งมากอดขา
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
ท่องไว้ค่ะ ทำเพื่อให้ลูกน้องมีที่พัก
ครั้งหน้ามาคอยดูนะคะ ว่าอี้เอินจะยอมใจอ่อนให้พี่กันต์กับลูกน้องมาพักในบ้านรึเปล่า
เหนื่อยแทน ฮ่าๆๆๆ
สุดท้าย ก็ต้องขอบคุณทุกคนที่ติดตามกันมาจนถึงตอนนี้นะคะ
ขอบคุณมากค่ะ :]

ติดแท็ก   #ฟิคหักธง 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

959 ความคิดเห็น

  1. #950 Wicheey (@Wicheey) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 23:59
    อ่านมาถึงตอนนี้ก็ยังมองไม่เห็นความรักที่อี้เอินมีให้พี่ ไม่รักเลยสินะ อยากจะพาพี่นั่งเรือกลับเดี๋ยวนี้เลย
    #950
    0
  2. #924 mmaijii (@mmaijii) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 18:46
    อ่านไปอ่านมายิ่งงง เหมือนออกทะเลเรื่อยๆ
    #924
    0
  3. #911 Charlottelowell (@Charlottelowell) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 07:54
    โอ้ยยยยพี่กันต์
    #911
    0
  4. #880 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 18:47
    นายเหนือคะที่ทำอยู่นี้คือออออออออออ
    #880
    0
  5. #813 De_Zine (@zinek) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 17:06
    บอกทีนายเหนือเราพกสติสะตังมามั้ย55
    #813
    0
  6. #668 Bmb♡ (@i-ince) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 11:06
    พี่กันต์เกือบเท่แล้วววว ติดที่ความโก๊ะกังของพี่ที่มีเหลือเฟือเกินไป ตลกกก555555
    #668
    0
  7. #667 Crushonyou (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 18:09
    โถ่ นายเหนือ 55555
    #667
    0
  8. #666 kungking (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 08:11
    หมดกันตอนเช้ายังเป็นนายเหนือผู้ยโสอยู่เลย555
    #666
    0
  9. #665 Msc' (@msc-miw) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 13:42
    นายเหนือมาง้อเอินหรอคะ 5555555
    #665
    0
  10. #664 Javis (@evefiww) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 05:02
    แหมม มาง้อเมียหรอคะนายเหนือ 555555
    #664
    0
  11. #663 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 01:18
    555 จะบอกไรต์ว่า ตอนแบมทวิตแทนตัวเองว่า"พี่" คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทันทีเลย 555555
    #663
    0
  12. #662 Aujacharee (@Aujacharee) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 22:41
    น้องเอินเห็นใจพี่กันต์เถอะนะ55555
    #662
    0
  13. #661 A. Angkhana Wongsa (@sunghyo) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 22:18
    กางเต้นท์นอนแน่ๆ ชัวร์ๆ หรือนายเหนือจะยอมจับกิน
    #661
    0
  14. วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 22:09
    ทำไมมาเฟียพี่กันต์ทำตัวกากอย่างนี้ 555555
    ขอน้องเอินนอนด้วย ระวังนะจ๊ะ *-*
    #660
    0
  15. #659 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 22:02
    555 นอนนอกบ้านไปค่ะ อยากเป็นสามีก็ต้องโดนภรรยาดัดนิสัยแบบนี้ละ
    #659
    0
  16. วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 21:46
    ง้อเมียวนไปนาจา555555
    #658
    0
  17. #657 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 21:31
    5555555 โอ้ย แบมแบมเอ้ย
    #657
    0
  18. #656 namemy_jung (@namemejung) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 20:59
    งานง้อเมียก็มา55
    #656
    0
  19. #655 actMB (@actMB) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 20:50
    ลาออกมั้ยลูก ลาออกจากการเป็นนายเหนือเนี่ย พี่สงสารหนูจริงๆ ภาระเยอะเหลือเกิน 55555555
    #655
    0
  20. #654 KawaeiiJung2042 (@KawaeiiJung2042) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 22:44
    โอ้ยยยนายเหนืออ เเมนๆสักวันได้มั้ยลูก5555555 ไปค่ะ!ไปง้อเมีย!!! ง้อเมียวนปายยย
    #654
    0
  21. #653 KawaeiiJung2042 (@KawaeiiJung2042) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 22:41
    ฌอ้ยยยนายเหนืออเเมนๆสักวันจะตายมั้ยลูกก555555 ไปค่ะ!ไปง้อเมีย!!!
    #653
    1
  22. #652 actMB (@actMB) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 20:30
    อะไรคือวิ่งหนีคะ 5555555555555555555
    #652
    0
  23. #651 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 12:32
    เอ๊ะๆๆๆ นี่คือ BamMark แล้วใช่มั้ย
    มาร์คมีสองเพศจริงๆ ก็แสดงว่าท้องได้
    งั้นต่อไปมาร์คก็ต้องเป็นรับจริงๆแล้วสิ
    #651
    0
  24. #650 kungking (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 10:39
    นี่นายเหนือกลับมาง้อเมีย ผิดผิด555
    #650
    0
  25. #649 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 02:36
    อี้เอินเห็นแน่ๆเลย
    #649
    0